รมว.คลังคนใหม่รัฐบาลมหาธีร์เป็นมาเลเซียเชื้อสายจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325645

รมว.คลังคนใหม่รัฐบาลมหาธีร์เป็นมาเลเซียเชื้อสายจีน

ขุนคลังมาเลเซีย,เชื้อสายจีน,รมวคลังรัฐบาลหาธีร์

อีกความเปลี่ยนแปลงหลังเลือกตั้งประวัติศาสตร์ สะท้อนความพยายามประสานรอยร้าวจากนโยบายภูมิบุตร

 

ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนใหม่แห่งมาเลเซีย แต่งตั้ง นายลิม กวน เอ็ง เลขาธิการพรรคกิจประชาธิปไตย (ดีเอพี) ซึ่งเป็นพรรคตัวแทนชนส่วนน้อยชาวจีน เป็นรัฐมนตรีคลังคนแรกของมาเลเซีย ในรอบ 44 ปี

นายลิม กล่าวว่า เป้าหมายของหลักของเขาคือการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และให้ความมั่นใจแก่ชาวมาเลเซียว่าจะได้รับคุ้มครองโอกาสเรื่องงานและธุรกิจ

รัฐมนตรีคลัง 2 คนแรกของมาเลเซีย หลังได้รับเอกราชปีใน 2500 เป็นชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน แต่นับจากปี 2516 เป็นต้นมา เป็นรัฐมนตรีเชื้อสายมาเลย์มาโดยตลอด

https://twitter.com/SumishaCNA/status/995339566511878144

เมื่อผู้สื่อข่าวชาวจีนคนหนึ่งถามว่า รู้สึกอย่างไรกับการเป็นรัฐมนตรีคลังเชื้อจีนคนแรกของมาเลเซียในรอบหลายสิบปี  นายลิม ลุกขึ้นตอบว่า ขอโทษที ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนจีน ผมเป็นชาวมาเลเซีย

ลิม วัย 57 ปี  เป็นบุตรชายนายลิม กิต เซียง ผู้นำฝ่ายค้านยาวนานของมาเลเซีย เขาเคยเป็นนายธนาคาร และผู้ตรวจสอบบัญชี ก่อนเข้ามาเล่นการเมืองในปี 2529 เคยนั่งเก้าอี้มุขมนตรีรัฐปีนัง หรือผู้บริหารรัฐปีนัง นาน 10 ปี มีผลงานเปลี่ยนโฉมรัฐปีนังเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีคลังคนใหม่จะเผชิญภารกิจสุดหิน เรื่องการยกเลิกภาษีสินค้าและบริการ ที่เพิ่มภาระแก่ประชาชนและมองกันว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลที่ผูกขาดอำนาจ 6 ทศวรรษ ต้องแพ้เลือกตั้ง อีกภาระหนักคือ ปรับสมดุลหนี้สาธารณะขณะผลักดันนโยบายประชานิยมของแนวร่วม ปากาตัน ฮารัปปัน (พีเอช)

นักวิเคราะห์มองว่า การแต่งตั้งนายลิม เลขาธิการพรรคชนส่วนน้อยชาวจีน มีนัยสำคัญมาก เพราะตอกย้ำจุดยืนของดร.มหาธีร์ และแนวร่วมรัฐบาลเรื่องความเสมอภาคของชนทุกเชื้อชาติ หลังจากมาเลเซียใช้นโยบายภูมิบุตร ที่ให้อภิสิทธิกับชาวมาเลย์และถูกวิจารณ์แบ่งแยกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

นอกจากนี้ ดร.อุย คี เบง ผู้อำนวยการสถาบันปีนัง กล่าวว่า เป็นการแต่งตั้งที่บ่งถึงการกลับมาของระบบคุณธรรมนิยม ที่ยึดผลงานความสามารถเป็นที่ตั้ง

ลิม กวน เอ็ง เป็น 1 ใน 3 รัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ประกาศแต่งตั้งเมื่อวานนี้ เพียง 3 วันหลังแนวร่วมพีเอช คว้าชัยเลือกตั้งอย่างพลิกความคาดหมาย โดยตั้ง โมฮัมหมัด ซาบู ประธานพรรคอามานาห์ เนการา เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และ มูห์ยิดดิน ยัสซิน ประธานพรรคเบอร์ซาตู มาเลเซีย อดีตรองประธานพรรคอัมโนที่ถูกนาจิบขับออกจากพรรค เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย

ส่วนกระทรวงที่เหลือจะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ โดยทุกตำแหน่งจะต้องผ่านความเห็นชอบของทุกพรรคในแนวร่วมพีเอช

ฝรั่งเศสช็อกอีก!!มือมีดไล่แทงคนตาย 1 ก่อนโดนวิสามัญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325610

ฝรั่งเศสช็อกอีก!!มือมีดไล่แทงคนตาย 1 ก่อนโดนวิสามัญ

ไล่แทง,ปารีส,ไอเอส,ฝรั่งเศสช็อก

สะเทือนขวัญอีกครั้งในกรุงปารีส มือมีดอาละวาดไล่แทงคนตาย 1 ตะโกนสรรเสริญพระเจ้า ก่อนโดนตำรวจวิสามัญ

เหตุโจมตีเกิดขึ้นบนถนน Rue Monsigny ระหว่างโรงโอเปราหลัก กับพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของมหานครปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งยังเป็นย่านที่เต็มไปด้วยบาร์ ร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ มีลูกค้าไปใช้บริการคึกคักในคืนวันหยุดสุดสัปดาห์
คนร้ายซึ่งตำรวจไม่ได้เปิดเผยชื่อ ไล่แทงเหยื่อ 5 คน จำนวนนี้เสียชีวิต 1 คน อีก 4 คนยังอยู่ในโรงพยาบาล โดย 2 คนอาการสาหัส

มีรายงานว่าตำรวจพยายามใช้ปืนไฟฟ้าหยุดมือมีดก่อน แต่ไม่สำเร็จ ตำรวจอีกคนจึงตัดสินใจวิสามัญ

อัยการฝรั่งเศส เริ่มสอบสวนเป็นคดีก่อการร้าย และอ้างผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนที่ได้ยินมือมีดตะโกนว่า “จะฆ่าแก จะฆ่าแก” และตะโกน “สรรเสริญพระเจ้า” ขณะอาละวาดไล่แทงคน

 

https://twitter.com/joshdcaplan/status/995391174704877569

ต่อมา สำนักข่าวอามัก กระบอกเสียงของไอเอส รายงานนว่า ว่าทหารของไอเอส เป็นผู้ลงมือโจมตีด้วยมีดกลางกรุงปารีส และเป็นปฏิบัติการขานรับเสียงเรียกร้องให้พุ่งเป้าโจมตีบรรดาประเทศพันธมิตรสหรัฐ ที่ร่วมกวาดล้างไอเอสออกจากอิรักกับซีเรีย

หลังเกิดเหตุ ตำรวจอพยพผู้คนออกจากอาคารบางแห่งใกล้จุดเกิดเหตุ นักท่องเที่ยว ประหลาดใจและสับสนที่จู่ๆก็มีการปิดล้อมพื้นที่เป็นวงกว้าง ก่อนจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่หลังแนวปิดล้อมของตำรวจ ร้านอาหารและแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนยังเต็มไปด้วยลูกค้า และสถานการณ์คืนสู่ความปกติไม่นานหลังจากนั้น

 

 ฝรั่งเศสช็อกอีก!!มือมีดไล่แทงคนตาย 1 ก่อนโดนวิสามัญ

นับเป็นการโจมตีล่าสุดในฝรั่งเศส ประเทศที่เผชิญการก่อเหตุนองเลือดจากกลุ่มสุดโต่งมากกว่าใครในยุโรป เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 245 คนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งจากการโจมตีช็อกโลกด้วยการขับรถบรรทุกพุ่งใส่ฝูงชนและการยิงสังหารหมู่ในโรงคอนเสิร์ต ไปจนถึงการโจมตีบ่อยครั้งด้วยปืนหรือมีดจากบรรดาโลนวูล์ฟหรือผู้ก่อเหตุคนเดียว

การโจมตีส่วนใหญ่กลุ่มไอเอสมักออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลัง หรือกระทำในนามของกลุ่ม

ฝรั่งเศสเพิ่งยกเลิกใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่นำมาใช้ตั้งแต่เกิดเหตุสังหารหมู่ในกรุงปารีสตั้งแต่ปี 2558 เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ผ่านกฎหมายใหม่เพิ่มอำนาจหน่วยงานด้านความมั่นมาใช้แทนอย่างถาวร

เจ้าของโดนน้องหมายิงบาดเจ็บ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325540

เจ้าของโดนน้องหมายิงบาดเจ็บ

น้องหมา,ปืนลั่น,น้องหมายิง

ชายชาวอเมริกัน ถูกหามส่งโรงพยาบาลหลังโดนเพื่อนสี่ขาลั่นกระสุนใส่

ริชาร์ด เรมเม ชายชาวอเมริกันในรัฐไอโอวา ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนของตัวเองอย่างไม่คาดคิด ขณะเล่นกับเจ้า บาลูว์ ( Balew) สุนัขของเขาที่บ้านในเมืองฟอร์ทดอดจ์

เหตุเกิดเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เรมเม วัย 51 ปีนอนบนโซฟา เรียกบาลูว์ ลูกผสมพิทบูล กับลาบราดอร์ กระโดดขึ้นมาบนตักแล้วก็จับมันโยนลงไป ให้มันกระโดดขึ้นมาใหม่ ทันใดนั้น ปืนสั้นรูกอร์ 9 มม.ที่เข็มขัดของเขา ก็เกิดลั่นกระสุนเข้าที่ขา
เรมเมโทรแจ้งตำรวจ และบอกกับเจ้าหน้าที่ที่ไปถึงสั้นๆว่า “สุนัขยิงผม” เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในท้องถิ่น และออกจากโรงพยาบาลในวันเดียวกัน แต่ต้องกลับไปรพ.ในเมืองดิมอยน์ เมืองหลวงรัฐไอโอวาในวันถัดไป เพราะอาการบาดเจ็บหนักกว่าที่คิด กระสุนยังอยู่ในขา มีเลือดออกภายใน และแพทย์จะต้องหยุดเลือดที่หลอดเลือดดำที่ขา
ปืนของเรมเม มีระบบล็อกตามมาตรฐานความปลอดภัย มีคันโยกเล็กๆอยู่ด้านข้างที่จะต้องเปิดก่อน และอีกกลไกอยู่ตรงกลางไกปืน ที่หากไม่ได้กดลงไปตรงๆ ก็จะยิงออกไปไม่ได้ แต่สุนัขของเขาปลดล็อกได้ทั้งสองอย่าง ทำให้กระสุนลั่นออกไปใส่ขาของเขา

 

เจ้าของโดนน้องหมายิงบาดเจ็บ

 

ตำรวจท้องถิ่นกล่าวว่า ยังไม่เคยได้ยินว่ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลย ขณะเจ้าของแก้ตัวให้เพื่อนสี่ขา ว่า บาลูว์ ตกใจที่ปืนลั่น มันรู้สึกผิด นอนราบกับพื้นและส่งเสียงร้องหงิงๆ เหมือนรู้ว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นแล้ว

 

เจ้าของโดนน้องหมายิงบาดเจ็บ

ลูกชายของเรมเม เปิดระดมทุนค่ารักษาพยาบาลให้พ่อและค่าใช้จ่ายระหว่างพักฟื้น ผ่านเวบไซต์ GoFundMe เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม

รัฐบาลมาเลย์สั่งห้าม”นาจิบ”ออกนอกประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325539

รัฐบาลมาเลย์สั่งห้าม”นาจิบ”ออกนอกประเทศ

ราจิบ,มหาธีร์ โมฮัมหมัด,ห้ามออกนอกประเทศ,มาเลเซีย,นายนาจิบ ราซัค,นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด

รัฐบาลมาเลย์สั่งห้าม”นาจิบ”ออกนอกประเทศ หลังพบหลักฐานบ่งชี้”นาจิบ ราซัค”พร้อมภริยาเตรียมเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปอินโดนีเซีย

          รัฐบาลใหม่มาเลเซีย ออกคำสั่งห้าม”นายนาจิบ ราซัค” อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางออกนอกประเทศ หลังจากพบหลักฐานที่บ่งชี้ชัดว่านายนาจิบและภริยาคือนางรอสมาห์ แมนซอร์

         อย่างไรก็ตาม ทั้งนายนาจิบและภริยา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อข่าวนี้ที่ได้รับการเผยแพร่โดยเว็บไซท์วอลล์สตรีท เจอร์นัล

         การเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ มีขึ้นหลังจากดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของมาเลเซีย ระบุว่า จะเปิดให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่านายนาจิบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเตรียมเดินทางด้วยเครื่องบินส่วตัวไปอินโดนีเซียในช่วงเช้าของวันนี้

         ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ฟ้องร้องกองทุน1เอ็มดีบีที่นายนาจิบ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ที่คนใกล้ชิดนายนาจิบ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกันยักยอก

       ขณะที่ธนาคารแห่งชาติสิงคโปร์ สำนักงานอัยการและสำนักงานตำรวจสิงคโปร์ ดำเนินการยึดทรัพย์เกือบ 6,300 ล้านบาทจากกองทุน 1 เอ็มดีบี หลังตรวจสอบพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินของนายโลว์ เต๊ก โฮ นักธุรกิจชาวมาเลเซีย และเป็นเพื่อนใกล้ชิดของครอบครัวนายนาจิบ

      ทั้งนี้  ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรีมหาธีร์ โมฮัมหมัด แถลงสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียตรัสว่า ทรงมีพระราชประสงค์พระราชทานอภัยโทษนายอันวาร์ อิบราฮิมทันที

 

ข่าวนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจาก นายกรัฐมนตรีใหม่หมาด วัย 92 ปี ทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ผลจากการเลือกตั้งช็อกโลกที่ โค่นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจอย่างยาวนานของมาเลเซียลงไปได้

“นาจิบ”รอพระบรมราชโองการ-“มหาธีร์”บอกสาบานตนวันนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325334

“นาจิบ”รอพระบรมราชโองการ-“มหาธีร์”บอกสาบานตนวันนี้

มาเลเซีย,นาจิบ,มหาธีร์,เลือกตั้ง

“มหาธีร์”บอกพร้อมสาบานตน 5 โมงเย็น ขณะนาจิบ ราซัคอ้างไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด รอพระบรมราชโองการ

นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ปรากฎตัวแถลงข่าวครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง โดยกล่าวยอมรับการตัดสินของประชาชน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า เขาไม่ได้แถลงยอมรับความพ่ายแพ้เสียทีเดียว อ้างว่า จะปฏิบัติตามพระราชโองการของสมเด็จพระราชาธิบดี

นายนาจิบ กล่าวว่า แนวร่วมแห่งชาติ หรือ บีเอ็น จะให้เกียรติหลักการประชาธิปไตยในรัฐสภา แต่เพราะไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากเด็ดขาด จึงขึ้นอยู่กับสมเด็จพระราชาธิบดี ว่าจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี และขอให้ประชาชนสนับสนุนการตัดสินพระทัยของพระองค์

 

นาจิบกล่าวว่า ภูมิใจที่ประสบความสำเร็จในฐานะนายกรัฐมนตรี นับตั้งเข้ารับตำแหน่ง เมื่อปี 2552 โดยได้สร้างงานมากกว่า 3 ล้านตำแหน่ง และระดับความยากจนก็ลดลงทำสถิติ แต่เป็นที่ชัดเจนว่า สิ่งที่เราทำ น่าสนใจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ถูกเสนอโดยฝ่ายตรงข้าม เราทำดีที่สุด แต่ก็ยอมรับว่ามีความไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการรับประกันความปลอดภัยและความมั่งคั่งของชาวมาเลเซีย

ทั้งนี้ ผลเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ที่ประกาศเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา พรรคร่วมรัฐบาล”บีเอ็น” ได้รับเลือก 79 ที่นั่ง  “ปากาตัน ฮาราปัน” หรือ พีเอช แนวร่วมฝ่ายค้านที่ ดร.มหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตผู้นำมาเลเซีย เป็นแกนนำได้รับเลือก ได้รับเลือก 113 ที่นั่ง เกินกึ่งหนึ่งของสภา 222 ที่นั่ง แต่แยกเป็นพรรคปากาตัน รักยัต 104 ที่นั่ง กับพรรคดีเอพี 9 ที่นั่ง เป็นเหตุให้นายจิบอ้างว่าไม่มีพรรคใดได้เสียงส่วนใหญ่เด็ดขาด

แต่ ดร. มหาธีร์ แถลงข่าวอีกครั้งว่า หวังจะสาบานตนรับตำแหน่ง เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 7 ในเวลา 17.00 น.  “ชัดเจนว่าการตั้งรัฐบาลให้ได้ในวันนี้ เป็นความเร่งด่วน เพราะตอนนี้ ประเทศไม่มีรัฐบาล”

นอกจากนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยบริหารประเทศ 22 ปีอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสภาอย่างน้อย 135 ที่นั่ง จากพีเอช บวกกับพรรควาริซาน ซาบาห์ และพรรคอื่นๆ โดยทุกพรรคการเมืองในแนวร่วม จะลงนามในคำประกาศสนับสนุนรัฐบาลผสมชุดใหม่ และถวายคำประกาศนั้นแด่สมเด็จพระราชาธิบดีต่อไป

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325319

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ข่าวต่างประเทศ,ปู่ออสซี่,การุณยฆาต,เดวิด กูดดัล

เปิดใจสื่อก่อนจากไปอย่างสงบที่สวิตเซอร์แลนด์ คุณปู่วัย 104 ปี ยิ้มแย้มมีความสุขกับวาระสุดท้ายที่เลือกเอง

ดร.เดวิด กูดดัล นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียวัย 104 ปี ที่เป็นข่าวโด่งดังทั่วโลกกับความต้องการจบชีวิตตนเองโดยไม่รอสิ้นอายุขัยไปตามธรรมชาติ เนื่องจากคุณภาพชีวิตเสื่อมทรุดและไม่มีความสุขกับการดำเนินชีวิตในวัยชราอีกต่อไป แต่เนื่องจากออสเตรเลียไม่มีกฎหมายช่วยพลเมืองฆ่าตัวตาย จึงต้องเดินทางไปยังเมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ก่อนวันสุดท้ายของชีวิตบนโลก ดร.กูดดัล เปิดแถลงข่าวเมื่อวานนี้ โดยแสดงความประหลาดใจที่มีสื่อต่างชาติมาร่วมฟังกันเต็มห้อง พร้อมถือโอกาสนี้แสดงความขอบคุณความเอื้ออารีของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ช่วยให้เขาได้ปิดฉากชีวิตอย่างสวยงาม

“ผมดีใจที่มีโอกาสตาย แต่อยากได้โอกาสนั้นในออสเตรเลียมากกว่า”

 

ตามกำหนด ดร.กูดดัล จะเข้ากระบวนการจบชีวิตตนเองในช่วงเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น แต่เขากล่าวว่า เวลาใดไม่สำคัญ ต่อข้อถามว่า มีลังเลสักขณะจิตบ้างหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบเดิมว่า “ไม่เลย” ผมดีใจที่มีโอกาสตายในวันพรุ่งนี้ (แถลงข่าวเมื่อวาน) และขอขอบคุณในความช่วยเหลือของมืออาชีพด้านการแพทย์ที่ช่วยให้ความต้องการของเขาเป็นจริง

“ด้วยวัยของผม หรือคนที่อายุอ่อนกว่าเล็กน้อย ต่างก็ต้องการอิสระในการเลือกที่จะตายในเวลาเหมาะสม”

ชายชราวัย 104 ปีกล่าวว่า ความสามารถในการทำอะไรต่างๆ เสื่อมลงมากในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ตาก็ฟ้าฟางลงในช่วง 6 ปีมานี้ จนไม่ต้องการมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว
เขาคิดว่าไม่มีอะไรที่จะให้ นอกจากความสนใจอย่างล้นหลามต่อเรื่องของเขาเอง ที่หวังว่าจะกลายเป็นแรงกดดันให้ผู้คนเปิดมุมมองต่อการการุณยฆาต และอาจจะเป็นก้าวสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

ล่าสุด คุณปู่ได้เข้ารับการุณยฆาตแล้ว รายละเอียดตามลิงค์ข่าวด้านล่าง

อ่านต่อ การุณยฆาตแล้ว คุณปู่ออสซี่สิ้นลมอย่างสงบตามประสงค์

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ภาพ : เอเอฟพี

 

ดร.กูดดัล เปิดเผยว่า เขาจะตายโดยคนในครอบครัว 1 หรือ 2 คนอยู่เคียงข้าง
ต่อข้อถามว่า อยากฟังเพลงอะไรในวาระสุดท้ายของชีวิต นักพฤษศาสตร์และนักชีววิทยา วัย 10 4ปี กล่าวว่า ไม่ได้คิดไว้  ไม่ได้เลือกเพลงอะไรไว้เฉพาะเจาะจง แต่หากเลือกได้ก็คงจะขอเป็นเพลง “ซิมโฟนีหมายเลข 9” ของบีโธเฟน จากนั้นก็ร้องท่อนหนึ่งจากเพลง  Ode to Joy เป็นภาษาเยอรมัน เรียกเสียงปรบมือเชียร์สนั่น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะคิดถึงอะไรมากที่สุด ดร.กูดดัล กล่าวว่า คงจะคิดถึงการเดินทางในชนบทออสเตรเลีย “ผมอยากกลับไปในที่โปรดปรานของผม ที่เมืองคิมเบอร์ลีย์

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ภาพ : เอเอฟพี

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ภาพ : เอเอฟพี

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ภาพ : เอเอฟพี

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ภาพ : เอเอฟพี

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

ปู่ออสซี่วัย 104 เตรียมรับการุณยฆาตพฤหัสนี้ (อ่านต่อ…)

 

คุณปู่ออสซี่วัย 104 ปีเปิดใจครั้งสุดท้ายก่อนรับการุณยฆาต

‘พินัยกรรมชีวิต-สิทธิการตายโดยชอบ ก.ม.’ (อ่านต่อ…)

———————-

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : euronews (in English)David Goodall, 104, ‘happy’ to have the chance to die today

mdragon180Ode To Joy (Vocal) From Symphony No. 9 In D Minor, Op. 125

DailyNationAustralian scientist, 104, speaks publicly before planned death)

นักท่องเที่ยวจีนตีกับเวียดนามดุเดือดปมกินแล้วไม่จ่าย (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325246

นักท่องเที่ยวจีนตีกับเวียดนามดุเดือดปมกินแล้วไม่จ่าย (คลิป)

dff

นักท่องเที่ยวจีนตะลุมบอนดุเดือดกับเจ้าถิ่นเวียดนาม หลังไม่จ่ายเงินค่าอาหาร อ้างโดนโก่งราคา

 

เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม ที่หน้าร้านอาหารทะเลชื่อ Let’s Go ในเมืองตากอากาศ ญาจาง  ทางภาคกลางของเวียดนาม หลังจากนักท่องเที่ยวจีน 17 คน ไม่ยอมจ่ายค่าอาหาร และเกิดมีปากเสียงกันก่อนใช้ไม้ เก้าอี้ฟาดกันดุเดือด

 

เป่ยจิง นิวส์ รายงานว่าเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนไม่ยอมจ่าย เป็นเพราะราคาบนใบเรียกเก็บเงิน ไม่ตรงกับราคาบนเมนู และกล่าวหาว่าร้านพยายามโก่งราคาพวกเขา

ขณะสื่อเวียดนาม อ้างเจ้าของร้านอาหารว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้าไปกินอาหารในร้านเมื่อกลางดึกวันอาทิตย์ สั่งอาหารมากินเต็มโต๊ะ 20 จาน ส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเล พร้อมเครื่องดื่ม ไวน์และเบียร์ เบ็ดเสร็จรวมเป็นเงิน 400 ดอลลาร์ (ราว 1.28 หมื่นบาท) แต่พวกเขาอ้างว่าไม่มีเงินจ่าย และพยายามออกจากร้านไปเฉยๆในเวลา 2.00 น.

คลิปจากโทรศัพท์มือถือแสดงให้เห็นเหตุการณ์ตอนที่นักท่องเที่ยวจีนพยายามจะออกจากร้านอาหารโดยไม่จ่ายเงิน มีคนสองกลุ่มยืนโต้เถียงกันก่อนบานปลายเป็นการตะลุมบอนอย่างรวดเร็ว ระหว่างนักท่องเที่ยวต่างชาติฝ่ายหนึ่ง กับพนักงานร้านอาหาร ร่วมด้วยคนที่ผ่านไปมาอีกส่วน กระจายไปทั่วถนน

ระหว่างนั้น เหล่าคนหัวร้อนกวัดแกว่งเครื่องทุ่นแรง เช่น เก้าอี้  ท่อนไม้ และมีบางคนถือมีด  กระทั่งตำรวจรุดเข้าระงับเหตุ

มีรายงานว่าสุดท้าย นักท่องเที่ยวยอมจ่ายเงินจำนวน 321 ดอลลาร์ ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นเพราะร้านอาหารยอมลดราคาให้ หรือว่าร้านอาหารโก่งราคาจริง แต่เจ้าของร้าน กล่าวกับสื่อเวียดนามว่าราคาอาหารแต่ละจานแจ้งไว้บนเมนูอย่างชัดเจน

ญาจาง จังหวัด คั้ญฮหว่า เป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมสำหรับคนท้องถิ่นและต่างชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึง 7.5 แสน ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ โดยส่วนใหญ่ราว 465,200 คนเป็นชาวจีน ส่วนปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวไปเยือนราว 2.2 ล้านคน

ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325207

ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

อิหร่าน,ข้อตกลงนิวเคลียร์,ดีลอิหร่าน,ทรัมป์,คว่ำข้อตกลง

“ทรัมป์”ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน และเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ ทำให้สัญญาธุรกิจที่บริษัทต่างๆไปทำกับอิหร่านส่อล้มเป็นโดมิโน

 

ข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกา และประเทศตะวันตก เห็นพ้องผ่อนปรนมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจ หากอิหร่านยอมระงับโครงการวิจัยนิวเคลียร์ที่อาจนำไปสู่การผลิตอาวุธ เมื่อปี 2558 นั้น

 

คือการเปิดทางให้สายการบิน ผู้ผลิตรถยนต์ โรงแรมและบริษัทน้ำมัน กระโจนเข้าไปลงนามข้อตกลงหลายฉบับในอิหร่าน ตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาส ชนชั้นกลางกำลังเติบโต ประชากรมีการศึกษาและอยู่ในวัยทำงาน

เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศพาสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ และเตรียมนำมาตรการคว่ำบาตรมาใช้อีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ จึงไม่ใช่อิหร่านฝ่ายเดียวที่ได้รับผลกระทบ

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

 

1.ผู้ใช้รถ 
อิหร่านมีปริมาณน้ำมันสำรองใหญ่อันดับ 4 ของโลก และอ้างว่าเป็นแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติของโลก 1 ใน 5

หลังผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร อิหร่านเพิ่มการผลิตน้ำมันเป็นวันละ 3.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่เคยผลิตต้นปี 2559 ราว 1 ล้านบาร์เรล หากกลับมาคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันอิหร่าน ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกจะหายไป และอาจทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น ซึ่งก็ขยับขึ้นแล้ว 13% ในหนึ่งเดือน มาอยู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

ในสหรัฐ ราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 2.81 ดอลลาร์ต่อแกลลอน จาก 2.66 ดอลลาร์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน และ 2.35 ดอลลาร์เมื่อ 1 ปีก่อน เมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้น ก็อาจกระทบยอดขายรถยนต์ในสหรัฐและการใช้จ่ายของผู้บริโภคในภาพรวมไปด้วย

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

 

2 โบอิง กับ แอร์บัส 

สองบริษัทอากาศยานยักษ์ใหญ่ เป็นกลุ่มธุรกิจต่างชาติที่ลงนามข้อตกลงมูลค่าสูงที่สุด เพราะอิหร่านจำเป็นต้องยกระดับความทันสมัยภาคการบินอิหร่านอย่างเร่งด่วนหลังจากถูกตะวันตกโดดเดี่ยวมานานหลายปี

สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า ใบอนุญาตส่งออกเครื่องบินพาณิชย์ อะไหล่และบริการที่เกี่ยวข้องของโบอิงกับแอร์บัส จะถูกเพิกถอนหลังจากพ้น 90 วัน

โบอิงมีแผนขายเครื่องบิน 80 ลำให้ อิหร่าน แอร์ มูลค่า 1.66 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีกำหนดส่งมอบชุดแรกในปีนี้ นอกจากนี้ยังได้ลงนามขายเครื่องบิน  737 MAX ให้สายการบินอาเซมาน ของอิหร่าน อีกจำนวน 30 ลำ มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์  โบอิงระบุว่าจะหารือกับรัฐบาลสหรัฐว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่บริษัทพร้อมแตะเบรกและรับไหว

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

 

ส่วนคู่แข่งโบอิงอย่าง แอร์บัส ที่มีโรงงานผลิตในรัฐอะแลบามา ก็ตกลงซื้อขายเครื่องบิน 100 ลำกับสายการบินสองแห่งในอิหร่าน บริษัทระบุว่าบริษัทกำลังวิเคราะห์ และจะประเมินมาตรการต่อไปให้สอดคล้องกับนโยบายภายในและให้เป็นไปตามมาตรการคว่ำบาตร และระเบียบควบคุมการส่งออก

 

 

3.จีอี โฟล์กสวาเกน และโททาล 

บริษัทน้ำมันและก๊าซฝรั่งเศส โททาล ร่วมกับ CNPC บริษัทน้ำมันของทางการจีน ลงนามข้อตกลง 2,000 ล้านดอลลาร์ ช่วยพัฒนาแหล่งก๊าซขนาดใหญ่เซาท์ พาร์ส ของอิหร่าน ข้อตกลงนี้อาจล่มสลายเพราะมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

 

เจเนรัล อิเล็กทริก ได้ออเดอร์ชิ้นส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ในโรงงานก๊าซธรรมชาติ มูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากอิหร่านเมื่อปีที่แล้ว ก็จะต้องปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากรัฐบาลทรัมป์เช่นกัน

ขณะที่ โฟล์กสวาเกน ค่ายรถเยอรมนี เพิ่งประกาศเมื่อปีที่แล้วว่า จะขายรถในอิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

4. สายการบินและโรงแรม 

อิหร่านกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและธุรกิจที่ได้รับความสนใจ นับจากการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร สายการบินยุโรปทั้ง บริทิช แอร์เวยส์ และลุฟต์ฮันซา ฟื้นเที่ยวบินตรงไปอิหร่าน และทางการอิหร่านก็ผ่อนปรนวีซ่าให้ แต่เวลานี้สายการบินทั้งสองต้องเลือกจะทำธุรกิจในอิหร่านต่อไป หรือรักษาเที่ยวบินไปสหรัฐไว้

Accor  ของฝรั่งเศส เป็นเครือโรงแรมแรกๆที่เข้าไปเปิดบริการในอิหร่านในปี 2558 เช่นเดียวกับกลุ่ม เมเลียของสเปน และโรตานา ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีแผนจะเข้าไปทำธุรกิจโรงแรมในอิหร่านเช่นกัน

 

 ใครบ้างกระอัก? เมื่อทรัมป์คว่ำข้อตกลงอิหร่าน

( กรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่าน / ภาพ AFP ) 

 

5.เศรษฐกิจอิหร่าน 
เศรษฐกิจอิหร่านมีอัตราขยายตัวในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา แต่การฟื้นตัวยังเปราะบาง การแซงชันอาจทำให้สถานการณ์แย่ลง ค่าเงินเรียลของอิหร่านอ่อนค่าลงกว่า 22% ในช่วงปีที่ผ่านมา อันจะส่งผลให้การนำเข้าสินค้าแพงขึ้น และชาวอิหร่านบางส่วนหันไปถือเงินดอลลาร์และยูโรแทน เมื่อบรรยากาศการเมืองตกอยู่ในความไม่แน่นอน จะยิ่งกระทบการลงทุนมากขึ้นอีก

 

ที่มาข้อมูล CNN AFP 

ยูทาห์รัฐแรกอนุญาตพ่อแม่เลี้ยงลูกแบบปล่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325187

ยูทาห์รัฐแรกอนุญาตพ่อแม่เลี้ยงลูกแบบปล่อย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เลี้ยงลูกปล่อยอิสระ,รัฐยูทาห์,รัฐแรก,กฎหมายเลี้ยงลูกอิสระ

กฎหมายเลี้ยงลูกแบบปล่อยอิสระ มีผลบังคับใช้แล้วที่ยูทาห์เป็นรัฐแรก

 

ยูทาห์กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐอเมริกาที่อนุญาตให้เด็กมีอิสระในการไปไหนมาไหนละทำกิจกรรมต่างๆแบบไม่ต้องมีพ่อแม่คอยดูแลได้มากขึ้น ภายใต้กฎหมายเลี้ยงลูกแบบปล่อยอิสระ ( Free Range Parenting ) ที่มีผลบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 8 พ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น

แนวคิด free range parenting คือความต้องการส่งเสริมให้ลูกมีอิสรภาพในการเรียนรู้ ปล่อยให้เด็กอยู่เองตามลำพังโดยไม่มีพ่อแม่บ้าง ให้พวกเขาได้เรียนรู้จากการเสี่ยงภัย พึ่งตนเองและแก้ปัญหาต่างๆด้วยตัวเอง แต่ในสหรัฐ มีพ่อแม่หลายคนถูกจับหรือสอบปากคำ เพียงเพราะปล่อยลูกเดินไปสวนสาธารณะหรือไปโรงเรียนเอง

กฎหมายฉบับนี้จะคุ้มครองพ่อแม่ไม่ให้ถูกดำเนินคดี ฐานปล่อยปละทอดทิ้งลูกหากพวกเขาปล่อยให้ลูกทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยตัวเอง เช่น เล่นหรือทำกิจกรรมบางอย่างนอกบ้านโดยไม่มีผู้ใหญ่คอยดูแล  หรือเดินไปโรงเรียนตามลำพัง โดยกฎหมายระบุว่าเด็กที่ปล่อยโดยไม่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ได้ จะต้องมีวิจารณญาณและวุฒิภาวะมากพอ

ผู้ว่าการรัฐ แกรี เฮอร์เบิร์ต กล่าวว่า กฎหมายของรัฐยูทาห์ เป็นตัวอย่างที่ดีของการออกกฎหมายตามสามัญสำนึก เพราะเชื่อว่าพ่อแม่คือคนที่รู้และรักลูกของพวกเขาได้ดีกว่าใคร และมีความสามารถหยั่งรู้ดีที่สุดว่า จะสอนให้ลูกของตัวเองรู้จักรับผิดชอบได้อย่างไร ดังนั้น พ่อแม่ที่รับผิดชอบก็ควรได้รับโอกาสปล่อยให้”เด็กเป็นเด็ก”โดยไม่ต้องหันมาหาเพื่อขอคำอนุมัติตลอดเวลา

กฎหมายไม่ได้ระบุช่วงอายุชัดเจน และใช้ถ้อยคำคลุมเครือ เพื่อให้ทางการจัดการกับสถานการณ์เป็นกรณีไป

ระหว่างร่างกฎหมาย สมาชิกสภารัฐยูทาห์ได้ติดต่อไปยัง เลอเนอร์ ซเกนาซี นักเขียนคอลัมน์และพิธีกรทางโทรทัศน์ ผู้เริ่มใช้คำ”เด็กปล่อยอิสระ” และจุดประเด็นถกเถียงดุเดือดเมื่อปี 2551 หลังจากที่เธอเขียนเล่าถึงการปล่อยให้ลูกชายวัย 9 ขวบ นั่งรถไฟใต้ดินนิวยอร์กกลับบ้านคนเดียว

ซเกนาซีกล่าวชื่นชมกฎหมายฉบับนี้บนเวบไซต์ ขณะเรียกร้องให้รัฐอื่นดำเนินรอยตาม เธอกล่าวว่าชาวอเมริกันเอือมระอากับการถูกบังคับให้ต้องปกป้องลูกมากเกินไป และความมั่นใจในตัวลูกและชุมชนถูกตีความผิดๆว่าคือการละเลย  มีแม่หลายคนถูกตำรวจจับกุมและสอบปากคำฐานปล่อยให้ลูกเล่นในสวนสาธารณะในวันอากาศสดใส ขณะที่พวกเธอต้องไปทำงานตามกะในร้านแมคโดนัลด์ นอกจากนี้ การมีกฎหมายให้เลี้ยงลูกแบบปล่อยอิสระ ใช่จะทำให้ผู้คนไม่โทรแจ้งตำรวจหากพบว่าเด็กคนใดตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

ตายแล้ว 17ศพคองโกประกาศเชื้ออีโบลาระบาดใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325175

ตายแล้ว 17ศพคองโกประกาศเชื้ออีโบลาระบาดใหม่

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อีโบลา,ไวรัสอีโบลา,คองโก

ไวรัสมรณะกลับมาระบาดในคองโกเป็นครั้งที่ 9 เสียชีวิตแล้ว 17 ราย

กระทรวงสาธารณสุขสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ระบุในแถลงการณ์ลงวันที่ 3 พฤษภาคมว่า เชื้อไวรัสอีโบลาระบาดครั้งใหม่ ที่เมืองบิโกโร ชายฝั่งทะเลสาบทุมบา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 17 ราย และมีผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้ออีก 21 คน

คองโกเผชิญกับการไวรัสอีโบลาระบาดเป็นครั้งที่ 9 แล้วนับจากปี 2519 ปีที่ทีมแพทย์นำโดยเบลเยี่ยม พบเชื้อไวรัสมรณะครั้งแรกในสมัยที่ยังเป็นประเทศซาอีร์

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า ผลตรวจเชื้อจากตัวอย่างสุ่มเก็บจากคนไข้ ยืนยันว่าเป็นไวรัสอีโบลา  2 จาก 5 ตัวอย่าง และขณะนี้ก็กำลังประสานงานใกล้ชิดกับรัฐบาล เพื่อระดมแนวร่วมด้านสาธารณสุข โดยใช้โมเดลรับมือที่เคยประสบความสำเร็จในการยับยั้งการแพร่ระบาดในปีที่แล้ว เบื้องต้นอนุมัติเงิน 1 ล้านดอลลาร์จากกองทุนสาธารณสุขฉุกเฉิน ตั้งกลุ่มประสานงานและประจำการผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คนเพื่อทำงานร่วมกับรัฐบาลและองค์กรสาธารณสุข

ผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการรักษาที่คลินิกแห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองบีโกโร ราว 30 ก.ม.ซึ่งขีดความสามารถในการดูแลรักษามีจำกัด องค์การอนามัยโลกและกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดน ส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเหลือและสอบสวนการระบาดครั้งใหม่แล้ว

อีโบลาเคยระบาดครั้งร้ายแรงสุดปลายปี 2556 ทางใต้ของกินี ก่อนแพร่ลามไปยังเพื่อนบ้านไลบีเรียและเซียร์ราเลโอน มีผู้เสียชีวิตกว่า 11,300 คน จากผู้ติดเชื้อเกือบ 2.9 หมื่นคน แต่ตัวเลขที่แท้จริงน่าจะสูงกว่านี้มาก

เนื่องจากยังไม่มียาหรือวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสมรณะ ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องให้ความสำคัญกับมาตรการควบคุม ป้องกันและยับยั้งแบบทันท่วงที และการดูแลในเบื้องต้นอย่างถูกวิธีไม่ให้ผู้ป่วยขาดน้ำ อาจช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต