หมาจิ้งจอกเดนมาร์กที่เพิ่งมีมาให้เห็นในรอบ 200 ปีถูกยิงตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/324325

หมาจิ้งจอกเดนมาร์กที่เพิ่งมีมาให้เห็นในรอบ 200 ปีถูกยิงตาย

เดนมาร์ก,สุนัขจิ้งจอก,200 ปี

เดนมาร์กสูญเสียสุนัขจิ้งจอกเพศเมีย ความหวังเดียวที่จะฟื้นฟูสัตว์คุ้มครองที่ถูกล่าจนหมดประเทศเมื่อ 200 ปีก่อน

                            ตำรวจเดนมาร์กำลังรอผลชันสูตรเพื่อหาตัวมือปืนยิงสุนัขจิ้งจอกเพศเมียตายในพื้นที่ฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองอุล์ฟบอร์ก ทางตะวันตกของประเทศ จุดกระแสโกรธแค้นอย่างหนักกับการฆ่าอย่างไร้เหตุผล

นักวิจัยและช่างภาพสัตว์ป่าสองคนที่กำลังเฝ้าดูสุนัขจิ้งจอก 3 ตัว ขณะเดินเล่นอยู่ในทุ่งหญ้า จู่ๆเห็นรถสีเขียวคันหนึ่งแล่นมาจอด ชายคนหนึ่งโน้มตัวออกมาจากหน้าต่าง ทั้งสองบันทึกวิดีโอไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ว่าคนในรถอีกคัน มีปืน กระทั่งได้ยินเสียงปืนดังขึ้น และต้องตกตะลึงสุดขีดเมื่อสุนัขจิ้งจอกเพศเมียตัวเดียวในฝูง ล้มลงทันที จากนั้น รถอีกคันขับออกไป ช่างภาพรีบโทรแจ้งตำรวจ

                            เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 เมษายน แต่เพิ่งมีการเผยแพร่คลิปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ยิ่งจุดกระแสโกรธแค้นและเรียกร้องให้จำคุกมือปืน เพราะจากภาพที่ปรากฎ สุนัขจิ้งจอกไม่ได้คุกคามอะไรเลย มีแต่ท่าทางระแวดระวังและอยากรู้อยากเห็น 

สุนัขจิ้งจอกในเดนมาร์กถูกล่าจนไม่พบเห็นอีกเลยตั้งแต่ปี 2356  กระทั่งเมื่อปี 2555  พบสุนัขจิ้งจอกเพศผู้ 4 ตัว และมีความหวังขึ้นมาอีก หลังจากสุนัขเพศเมียตัวหนึ่งเดินจากเยอรมนีร่วม 500 ก.ม. มาอยู่ร่วมฝูง แต่ความหวังนี้หมดลงชั่วพริบตาเดียวจากเสียงปืนหนึ่งนัด ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า โอกาสที่จะเห็นสุนัขจิ้งจอกเป็นฝูงในเดนมาร์กหลังจากนี้คงเป็นไปได้ยาก

 

หมาจิ้งจอกเดนมาร์กที่เพิ่งมีมาให้เห็นในรอบ 200 ปีถูกยิงตาย

 

ตำรวจจับกุมชายวัย 66 ปี ต้องสงสัยฝ่าฝืนกฎหมายล่าสัตว์ แต่ยังให้การปฏิเสธ ตำรวจยึดรถที่ต้องสงสัยใช้ก่อเหตุ อาวุธล่าสัตว์จำนวนหนึ่งจากที่พัก และกำลังรอรายงานนิติเวชที่คาดว่าทราบผลในอีกไม่กี่สัปดาห์
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สุนัขจิ้งจอกเคราะห์ร้ายคงเดินเล่นจนข้ามเข้าไปในที่ดินของ  สเตฟเฟน โทรลด์ทอฟต์ อดีตผู้สมัครส.ส.ของพรรคพันธมิตรเสรีนิยม หนึ่งในสามพรรคร่วมรัฐบาล และมีรายงานว่าคนที่ถูกจับก็เป็นญาติสนิทของเขา

บินทหารมะกันโหม่งพื้นดับ 9-คลิปเผยนาทีร่วงจากฟ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/324281

บินทหารมะกันโหม่งพื้นดับ 9-คลิปเผยนาทีร่วงจากฟ้า

เครื่องบินทหารสหรัฐ,เครื่องบินทหารสหรัฐตก,เครื่องบินทหารมะกัน,โหม่งพื้น,WC-130

เครื่องบินทหารสหรัฐที่ใกล้ปลดระวางประสบเหตุตกบนถนนในรัฐจอร์เจีย คาดเสียชีวิตยกลำ

เครื่องบินลำเลียง WC-130 ของกองกำลังแนชันแนล การ์ดแห่งชาติเปอร์โตริโก (เครือรัฐของสหรัฐอเมริกา ) ประสบเหตุตกบนถนนใกล้กับสนามบินซาวันนาห์ รัฐจอร์เจีย เมื่อเวลา 11.30 น. วานนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือ  22.30 น. เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

มีผู้เห็นเหตุการณ์และบันทึกคลิปขณะเครื่องบินดิ่งจากความสูงลงมา ก่อนระเบิดไฟลุกท่วม

 

บนเครื่อง มีทั้งหมด 9 คน เป็นลูกเรือ 5 คน ผู้โดยสารอีก 4 คนซึ่งเป็นบุคลากรของกองทัพเช่นกัน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวว่า ไม่พบผู้รอดชีวิต แต่การเปิดเผยรายละเอียดจ ะมีขึ้นหลังแจ้งครอบครัวเหยื่อก่อน
เครื่องบินทหารลำที่ตก มีอายุใช้งานมากกว่า 50 ปี บินขึ้นจากสนามบินซาวันนาห์ มุ่งหน้าไปยังศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศฐานที่ 309 ฐานทัพอากาศเดวิส มอนทาน ในแอริโซนา ที่รู้จักกันว่าเป็นสุสานเครื่องบินเก่า

Meredith Stutz@WSAVMeredithS

Just received this picture of the @NationalGuard C-130 deadly plane crash from the Professional Firefighters Association. @WSAV @NBCNews

     

โฆษกกองกำลังเนชันแนล การ์ด รัฐจอร์เจีย กล่าวว่า WC-130 ลำนี้ อยู่ในจอร์เจียเพื่อซ่อมบำรุงตามกำหนด และเชื่อว่าไม่มีปัญหาด้านเทคนิค การสอบสวนหาสาเหตุเริ่มขึ้นแล้ว

WC-130 เป็นรุ่นดัดแปลงจาก C-130 เฮอร์คิวลิส ของล็อคฮีดมาร์ติน สหรัฐใช้ในภารกิจตรวจสภาพอากาศและติดตามการเคลื่อนของพายุ

 

IAFF574 Savannah@IAFF574

Military c130 down at 21 and Gulfstream Rd. Avoid the area. 21 shut down until further notice.

กองทัพสหรัฐเผชิญอุบัติเหตุการบินหลายครั้งในช่วงเวลาไม่กี่เดือน เมื่อเดือนที่แล้ว เครื่องบินเอฟ-16 ตกใกล้กับลาสเวกัส เป็นเหตุให้นักบินเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นวันเดียว เฮลิคอปเตอร์นาวิกโยธินสหรัฐตกระหว่างฝึกบินตามปกติ ในแคลิฟอร์เนีย คร่าชีวิตลูกเรือ 4 คน
มิลิทารี ไทมส์ รายงานว่าเครื่องบินทหารสหรัฐมีอัตราเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มขึ้นเกือบ 40% ช่วงปีงบประมาณ 2556-2560 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการตัดลดงบประมาณที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2556 ส่งผลกระทบต่อการฝึกและความพร้อม ในหลายด้าน

พ้นมลทินหลังติดคุกฟรี 22 ปีคดีฆาตกรรมที่ไม่ได้ก่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323984

พ้นมลทินหลังติดคุกฟรี 22 ปีคดีฆาตกรรมที่ไม่ได้ก่อ

แพะ,พ้นผิด,ติดคุกฟรี,ชิคาโก,ติดคุกฟรี22ปี

ผู้พิพากษาศาลชิคาโกประกาศให้ชายคนหนึ่งพ้นผิดคดีฆาตกรรม หลังติดคุกฟรี 22 ปี

 

แอนโทนี เจคส์  ชายชาวเมืองชิคาโก ถูกศาลตัดสินมีความผิดข้อหาฆาตกรรมและลงโทษจำคุก 40 ปีเมื่อตอนอายุ 15 ปี ต่อมา ได้รับการปล่อยตัวในปี 2556 หลังจากรับโทษแล้ว 22 ปี หลังจากเขาอ้างว่าถูกไมเคิล คิล อดีตตำรวจสอบสวนนครชิคาโก ซ้อมและบังคับให้สารภาพ

เมื่อวันจันทร์ ( 30 เม.ย.) ผู้พิพากษามีคำตัดสินอย่างเป็นทางการให้เจคส์ ที่ขณะนี้อายุ 41 ปี เป็นผู้บริสุทธิ์ ล้างมลทินให้กับตัวเองได้สำเร็จ เดินออกจากศาลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและบอกกับนักข่าวว่า อยากให้ยายกับแม่มาอยู่ตรงนี้เพื่อฉลองร่วมกับเขา เพราะทั้งสองคือกำลังใจยิ่งใหญ่ที่สุด

คดีของเจคส์ กลายเป็นอีกกรณีผิดพลาดล่าสุดในระบบยุติธรรมและพฤติกรรมล่วงละเมิดของตำรวจในนครใหญ่อันดับสามของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ทางการกำลังทบทวนหลายคดีในอดีต

ชิคาโก ทริบูน รายงานว่า เอกสารจากศาลเผยว่า คิล ตำรวจสอบสวนในคดีของเจคส์ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไม่นานมานี้ ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 19 คนระหว่างสอบสวน รวมถึงการทรมานด้วยวิธีช็อตไฟฟ้าผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ขณะสอบสวนคดีฆาตกรรม 5 ศพในปี 2541

กระนั้น ระหว่างเข้าให้ปากคำต่อศาลในเดือนมกราคม 2559 ตำรวจสอบสวนรายนี้ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องเทคนิคที่ใช้ในการทำคดีฆาตกรรมกว่า 90% ทั้งยังปกป้องเรื่องการใช้คำเรียกเหยียดผิวระหว่างสอบปากคำผู้ต้องสงสัยผิวดำ

คดีของหนุ่มผิวสีรายนี้ เป็นแพะรายล่าสุดในคำพิพากษาที่ถูกลบล้างให้ผู้ต้องโทษพ้นผิดในสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อปีที่แล้ว สถิติพบว่ามีการยกฟ้องข้อกล่าวหาและความผิดต่อผู้ต้องโทษถึง 139 ราย

 

 

 

ในนครชิคาโก ยังมีคดีของชายอีก 2 คนที่อยู่ในความสนใจ ได้แก่ รอเบิร์ต บูโต ซึ่งถูกพิพากษามีความผิดคดีฆาตกรรมในปี 2536 ศาลให้เขาพ้นผิดเช่นกัน หลังรับฟังว่าตำรวจสร้างหลักฐานเท็จเอาผิดเขา แต่อัยการจะขอให้พิจารณาคดีใหม่

ขณะที่โทมัส เซียร์รา ฟ้องทางการชิคาโก อ้างตำรวจกลั่นแกล้งให้เขารับผิดคดีฆาตกรรมที่เขาไม่ได้ก่อช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 เซียร์ราอายุ 19 ปีขณะถูกจำคุกครั้งแรก และรับโทษ 22 ปีก่อนพ้นมลทินในเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ศาลชิคาโกมีคำตัดสินให้ผู้ต้องโทษพ้นจากความผิดคราวเดียว 15 คนรวด

(คลิป)คาบูลนองเลือดซ้ำ-บึ้มฆ่าตัวตายคร่าสื่อ-ชาวบ้าน 25 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323822

(คลิป)คาบูลนองเลือดซ้ำ-บึ้มฆ่าตัวตายคร่าสื่อ-ชาวบ้าน 25 ศพ

คาบูล,นองเลือด,บึ้มฆ่าตัวตาย,บึ้มฆ่าตัวตายถล่มคาบูล

เมืองหลวงอัฟกานิสถานเจอระเบิดโจมตีอีกครั้ง คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 25 ศพ รวมถึงสื่อ 5  ราย

 

โฆษกกระทรวงสาธารณสุขอัฟกานิสถาน แจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25 รายในจำนวนนี้รวมถึง นายชาห์ มาไร หัวหน้าช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพี และสื่อสำนักอื่นอีก 5 คน

หลังเกิดเหตุโจมตีด้วยระเบิดสองครั้งซ้อนในกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 27 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่ายอดเหยื่ออาจสูงขึ้นอีก เพราะบางคนมีอาการสาหัส

 

 

แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ยืนยันว่า ระเบิดทั้งสองครั้ง เป็นระเบิดแบบฆ่าตัวตาย

การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นเวลาประมาณ 8.00 น. ในย่านชาชดารัก ซึ่งเป็นที่ตั้งสถานทูตสหรัฐ สำนักงานใหญ่สำนักข่าวกรองและหน่วยงานราชการอีกหฃายแห่ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คน บาดเจ็บ 5 คน ทำให้สื่อหลายสำนักรุดไปยังที่เกิดเหตุ จากนั้น มือระเบิดอีกรายทำทีเป็นช่างภาพ เข้าไปกดระเบิดซ้ำกลางฝูงชนในที่เกิดเหตุระเบิดครั้งแรก ไล่หลังราว 20 นาที

ตำรวจยืนยันว่ามีผู้สื่อข่าวเสียชีวิตด้วย แต่ไม่แน่ใจเรื่องจำนวน ขณะที่เอเอฟพี ยืนยันว่า นอกจากหัวหน้าช่างภาพของสำนักข่าวแล้ว ยังมีผู้สื่อข่าวอีก 2 คน จาก 1TV และ 1 คนจากสถานี Tolo ซึ่งเป็นทีวีช่องใหญ่สุดของอัฟกานิสถาน

ยังไม่มีกลุ่มใดอ้างความรับผิดชอบในเหตุนองเลือดล่าสุดในอัฟากนิสถาน หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่งเกิดเหตุระเบิดคร่าชีวิตเหยื่อถึง 57 ราย ที่ศูนย์ลงทะเบียนเลือกตั้งกลางกรุง

ตาลีบันอ้างว่าการโจมตีเป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ยุทธศาสตร์ใหม่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ในอัฟกานิสถาน ที่ไฟเขียวให้กองกำลังสหรัฐไล่ล่าจัดการกับฝ่ายต่อต้าน

 

 (คลิป)คาบูลนองเลือดซ้ำ-บึ้มฆ่าตัวตายคร่าสื่อ-ชาวบ้าน 25 ศพ

 

สำหรับมาไร หัวหน้าช่างภาพเอเอฟพี เคยประกอบอาชีพขับรถในปี 2539 ปีที่ตาลีบันบุกยึดกรุงคาบูล และเริ่มถ่ายภาพ และทำข่าวมาเรื่อยๆ รวมถึงเหตุการณ์สมัยสหรัฐส่งทหารบุกอัฟกานิสถานในปี 2544

เริ่มเป็นช่างภาพอิสระ ในปี 2555 ก่อนเลื่อนตำแหน่งขึ้นเรื่อยๆจนเป็นหัวหน้าช่างภาพในคาบูล  เขาจากไปโดยทิ้งลูก 6 คนไว้เบื้องหลังรวมถึงลูกสาวที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่นาน

ข่าวใหญ่ของโลก!! เกาหลีเหนือ ปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์เดือนหน้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323667

ข่าวใหญ่ของโลก!! เกาหลีเหนือ ปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์เดือนหน้า

โสมแดง,เกาหลีเหนือ,เกาหลีใต้,ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์,สหรัฐ,อาวุธนิวเคลียร์

“เกาหลีใต้” เผย เกาหลีเหนือ เสนอปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์เดือนหน้า ด้าน “ทรัมป์” เล็งจัดประชุมสุดยอดพบ “คิม จอง-อึน” 3-4 สัปดาห์หน้า ยังขู่ซัมมิตอาจเกิดหรือไม่ก็ได้

           29 เม.ย.61 – ที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้แถลงเมื่อวันที่ 28 เม.ย.ระบุ เกาหลีเหนือ เสนอปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์ ที่พุง กเย-รี ในเดือน พ.ค.นี้ โดย “นายคิม จอง-อึน” ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ จะเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งสหรัฐฯ – เกาหลีใต้ และนักข่าวไปสำรวจเพื่อเป็นสักขีพยาน

ซึ่งมีการยืนยันว่า ฐานทดสอบนิวเคลียร์แห่งนี้ ยังอยู่ในสภาพดี ไม่ใช่เสียหายเพราะการทดสอบที่ผ่านมาอย่างที่มีข่าวก่อนหน้านี้ โดย “นายคิม จอง-อึน” บอกด้วยว่า เกาหลีเหนือไม่จำเป็นต้องมีนิวเคลียร์ หากสหรัฐฯสัญญาจะไม่รุกราน

ทั้งนี้ “โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้” ได้ระบุว่า การตัดสินใจของผู้นำเกาหลีเหนือนั้น มีขึ้นหลังการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ กับ “ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน” ที่หมู่บ้านปันมุนจอมเมื่อวันศุกร์ (27 เม.ย.) และเกาหลีเหนือตกลงว่าจะเปลี่ยนเวลาในประเทศให้ตรงกับเกาหลีใต้ ที่มีเวลาเร็วกว่าเกาหลีเหนือ 30 นาทีด้วย

ข่าวใหญ่ของโลก!! เกาหลีเหนือ ปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์เดือนหน้า

…แฟ้มภาพ…

นอกจากนี้ “ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน” โทรศัพท์หา “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ เมื่อวาน (28 เม.ย.) และสนทนากันนาน 1 ชั่วโมง 15 นาที เพื่อสรุปผลการประชุมสุดยอด โดยผู้นำเกาหลีใต้และสหรัฐ เห็นพ้องว่าจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อให้การประชุมสุดยอดระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ บรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับแผนการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ให้หมดไป จากคาบสมุทรเกาหลี
และทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ผู้นำสหรัฐและเกาหลีใต้ ย้ำถึงความจำเป็นว่าการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ จะต้องเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พิสูจน์ได้ และไม่อาจรื้อฟื้นได้อีก

ข่าวใหญ่ของโลก!! เกาหลีเหนือ ปิดฐานทดสอบนิวเคลียร์เดือนหน้า

ขณะที่ “ทรัมป์” ยังได้ทวีตหลังการสนทนาทางโทรศัพท์ว่า ได้กำหนดเวลาและสถานที่พบปะกับ “นายคิม” แล้ว รวมทั้งเผยว่าตัวเก็งสถานที่เหลือเพียง 2-3 ประเทศจากที่เคยบอกไว้ 5 แห่ง และเขายังกล่าวระหว่างปราศรัยในรัฐมิชิแกนว่า เขาจะพบกับผู้นำเกาหลีเหนือภายใน 3-4 สัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการพบปะครั้งสำคัญมาก และอยากเห็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี แต่อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด เขาอาจจะไปหรือไม่ไปร่วมการประชุมสุดยอดก็ได้ และเขาจะไม่ทำตามอย่างจอห์นแคร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ทำข้อตกลงนิวเคลียร์แย่ๆกับอิหร่าน

นอกจากนี้ “ไมค์ ปอมเปโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของสหรัฐ ที่ได้พบกับผู้นำเกาหลีเหนือ ที่กรุงเปียงยาง เมื่อช่วงต้นเดือนนี้  ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเอบีซีนิวส์ว่า “นายคิม” เตรียมร่างแผนการที่จะช่วยให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายปลดอาวุธนิวเคลียร์

เทียบศักยภาพ “เกาหลีเหนือ”เด่นกองทัพ-“เกาหลีใต้” ดีเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323657

เทียบศักยภาพ “เกาหลีเหนือ”เด่นกองทัพ-“เกาหลีใต้” ดีเทคโนโลยี

เกาหลีเหนือ,เกาหลีใต้,ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือข้ามแดน,ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ,ประธานาธิดีเกาหลีใต้,คิม จอง อิล,มุน แจ อิน,คิม จอง อึน,เขี้ยวเล็บทหาร,เขตปลอดทหาร

“Big Data Analysis” จัดใหญ่ 2 เกาหลี เทียบทุกมิติการเมือง-เศรษฐกิจ-เขี้ยวเล็บกองทัพ หลัง ” 2 ผู้นำ” สร้างภาพใหม่ประวัติศาสตร์ จับมือข้ามแดน

           29 เม.ย.61 – หลังจากเป็นที่จับจ้องของทุกสายตาทั่วโลก กับภาพผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ อย่าง “คิม จอง อึน” ได้เดินจากฝั่งเกาหลีเหนือ ข้ามเส้นแบ่งในเขตปลอดทหาร ร่วมประชุมสุดยอดกับ “ประธานาธิบดีมุน แจ อิน” ผู้นำเกาหลีใต้ เป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ณ อาคารสันติภาพ (Peace House) ที่หมู่บ้านปันมุนจอม นับตั้งแต่การสิ้นสุดสงครามเกาหลี

เทียบศักยภาพ "เกาหลีเหนือ"เด่นกองทัพ-"เกาหลีใต้" ดีเทคโนโลยี

เทียบศักยภาพ "เกาหลีเหนือ"เด่นกองทัพ-"เกาหลีใต้" ดีเทคโนโลยี

ซึ่งทั้งชาวเกาหลีเองและนานาชาติ ได้จับตาทุกฝีก้าวของการพบปะ 2 ผู้นำเกาหลีครั้งนี้ หลังจากที่ในปี ค.ศ.2000 และ 2007 อดีตผู้นำเกาหลีใต้ เคยไปพบกับ “นายคิม จอง อิล” ผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ก็เป็นการไปเยือนยังกรุงเปียยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ

ล่าสุด “Big Data Analysis” ได้เปรียบเทียบศักยภาพของ “เกาหลีเหนือ” กับ “เกาหลีใต้” เมื่อสองประเทศเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่ได้หวนกลับมาดำเนินความสัมพันธ์ฉันท์ปกติ หลังผ่านพ้นสงครามเกาหลีมา 65 ปี

จากข้อมูล…มาดูกันว่า!! “เกาหลีเหนือ” และ “เกาหลีใต้” มีความแตกต่างกันอย่างไร ทั้งในมิติการเมือง เศรษฐกิจ และเขี้ยวเล็บของกองทัพ

เริ่มจากการเมือง…”เกาหลีเหนือ” มีผู้นำ 3 คน คือ คิม อิล ซุง , คิม จอง อิล และคิม จอง อึน
ส่วน “เกาหลีใต้” มีผู้นำปกครองประเทศมาแล้ว 12 คน คือ รี ซึง มัน , ยุน โบ ซอน , ปัก จุง ฮี , ช็อย คยู ฮาห์ , ชุน ดู ฮวาน , โรห์ แต วู , คิม ยัง ซัม , คิม แด จุง , โรห์ มู ฮุน , ลี เมียง บัก , ปัก กึน เฮ และ มู แด จิน

เทียบศักยภาพ "เกาหลีเหนือ"เด่นกองทัพ-"เกาหลีใต้" ดีเทคโนโลยี

ด้านเศรษฐกิจล่ะ !!… ชาวเกาหลีเหนือ เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน 3.2 ล้านเครื่อง ขณะที่ ชาวเกาหลีใต้ เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟน  58.9 ล้านเครื่อง ซึ่งชัดเจน “เกาหลีเหนือ” เทียบ “เกาหลีใต้” ไม่ได้ในแง่ของการเข้าถึงเทคโนโลยี

แล้ว “เขี้ยวเล็บกองทัพ” ?? ข้อนี้ เห็นความต่างชัดเจน ดูเลย
“เกาหลีเหนือ” มีบุคลากรทหาร 1,190,000 คน
“เกาหลีใต้” มี 630,000 คน

“เกาหลีเหนือ” มีรถถัง 3,500 คัน
“เกาหลีใต้” มี 2,434 คัน

เทียบศักยภาพ "เกาหลีเหนือ"เด่นกองทัพ-"เกาหลีใต้" ดีเทคโนโลยี

“เกาหลีเหนือ” มีเครื่องบิน 545 ลำ
“เกาหลีใต้” มี 567 ลำ

“เกาหลีเหนือ” มีเรือดำน้ำ 73 ลำ
“เกาหลีใต้” มี 23 ลำ

เทียบศักยภาพ "เกาหลีเหนือ"เด่นกองทัพ-"เกาหลีใต้" ดีเทคโนโลยี

แน่นอนแม้ว่า “เกาหลีเหนือ” จะเทียบ “เกาหลีใต้” ไม่ได้ในแง่ของการเข้าถึงเทคโนโลยีและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่เรื่องการทหาร “เกาหลีเหนือ” มีความโดดเด่นมากในแง่ของเขี้ยวเล็บกองทัพ จึงไม่น่าแปลกใจที่ “สหรัฐฯ” อยากเห็นสันติภาพบังเกิดในคาบสมุทรเกาหลี!!

“คิมจองอึน”เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323353

“คิมจองอึน”เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกาหลีเหนือ,คิมจองอึน,ประวัติศาสตร์,ข้ามเขตแดน

ผู้นำเกาหลีเหนือยืนยันมาประชุมสุดยอดด้วยใจเปิดกว้างและซื่อตรง จะไม่ทำให้ผิดหวัง

หลังจากกลายเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่ก้าวเท้าข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหาร (เอ็มดีแอล) ซึ่งป็นสัญลักษณ์แบ่งแยกสองเกาหลีในเขตปลอดทหาร มายาวนาน 65 ปี เพื่อร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน แจ อินแห่งเกาหลีใต้

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้เผยถึงความรู้สึกห้วงนาทีประวัติศาสตร์ว่า การก้าวข้ามแนวซีเมนต์กั้นเขตแดนนั้น ง่ายมาก นึกสงสัยว่า ทำไมต้องรอถึง 11 ปีจึงค่อยมาทำ  ซึ่งคิมเอ่ยถึงช่วงเวลานับจากการประชุมสุดยอดครั้งหลังสุดในกรุงเปียงยาง เมื่อปี 2550

 

 "คิมจองอึน"เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้ 

ผู้นำเกาหลีเหนือ กล่าวในห้องประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุน  ภายในอาคารสันติภาพ หมู่บ้านปันมุมจอม ในเขตปลอดทหารว่า “ผมเดินประมาณ 200 เมตรด้วยอารมณ์ตื้นตัน” และได้กล่าวกับผู้นำเกาหลีใต้ว่า “ผมมาที่นี่ด้วยความตั้งใจส่งสัญญาณแห่งการเริ่มต้น ณ ที่ทางเข้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่” พร้อมสัญญาว่าจะเปิดใจกว้าง จริงจังและซื่อตรง 

คิม จอง อึน กล่าวด้วยว่า เขาทราบดีว่ามีความเคลือบแคลงใจสงสัยการประชุมสุดยอดครั้งนี้ และยืนยันว่าข้อตกลงใดจากการประชุมครั้งนี้จะต้องยั่งยืน

 

 "คิมจองอึน"เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้ 

(อ่านต่อ ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก )

 

“ไม่ว่าข้อตกลงหรือแถลงการณ์ออกจากที่นี่จะดีแค่ไหน แต่หากไม่ได้นำไปปฏิบัติใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม รังแต่จะสร้างความผิดหวัง ผมหวังว่าเราจะสนองตอบความคาดหวังของประชาชน ไม่เหมือนอดีตที่เราล้มเหลวในการสานต่อ และต้องกลับมายังจุดที่เราเคยเริ่มต้นกันอีกครั้ง”

 

 "คิมจองอึน"เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้ 

 

ด้าน ประธานาธิบดีมุน ชื่นชมคิมจองอึน ผู้นำที่มีวัยอ่อนกว่าราว 30 ปี ในการตัดสินใจอย่างกล้าหาญ และหวังจะบรรลุข้อตกลงที่กล้าหาญ เพื่อมอบเป็นของขวัญชิ้นใหญ่แก่ชาวเกาหลีทั้งมวล และแก่ประชาชนผู้ต้องการสันติภาพ

“ผมคิดว่าพวกเราสองฝ่ายต่างรู้สึกถึงภาระหนักอึ้งบนบ่า เมื่อท่านข้ามแนวเขตทางทหารเป็นครั้งแรก ปันมุมจอมก็ได้กลายสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ ไม่ใช่สัญลักษณ์แห่งความแตกแยก” ผู้นำเกาหลีใต้กล่าว

บรรยากาศในห้องประชุมเป็นกันเอง และมีเสียงหัวเราะเป็นระยะ
 "คิมจองอึน"เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้ 

 "คิมจองอึน"เผยความรู้สึกตอนข้ามไปเกาหลีใต้ 

 

คิมจองอึน ลงนามในสมุดเยี่ยม ข้อความว่า “ประวัติศาสตร์หน้าใหม่เริ่มต้นขึ้นนับแต่บัดนี้, นี่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งสันติภาพยุคใหม่”  คิม จอง-อึน (27 เมษายน 2561)

 

การประชุมภาคเช้าเสร็จสิ้นลงแล้ง บรรยากาศเป็นกันเอง และมีเสียงหัวเราะเป็นระยะ
เกาหลีเหนือนำเชฟจากร้านอาหารชื่อดังในกรุงเปียงยาง เพื่อมาปรุงบะหมี่เย็นขึ้นชื่อแบบสดๆให้รับประทานในงานเลี้ยงอาหารค่ำด้วย ซึ่งคิม กล่าวว่า หวังว่าประธานาธิบดีมูนคงจะชอบหมี่เย็นที่มาไกลจากเปียงยาง แล้วก็รีบเปลี่ยนคำพูดว่า “โอ๊ะ ผมไม่ควรพูดว่า ไกลเลย” เรียกเสียงหัวเราะจากผู้นำเกาหลีใต้และคณะผู้แทน

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323325

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เกาหลีเหนือ,เกาหลีใต้,คิมจองอึน

บันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่คาบสมุทรเกาหลี คิมจองอึน เยือนเกาหลีใต้คนแรกนับจากแยกประเทศ 65 ปีก่อน

การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้  กับคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีใต้ กำลังจะเริ่มในอีกไม่ถึงสองชั่วโมงข้างหน้า ( 10.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ) หลังจากที่คิมจองอึน เดินทางถึงเขตปลอดทหาร และก้าวลงจากรถ เดินข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหาร ( เอ็มดีแอล ) ที่คั่นกลางฝั่งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในเขตปลอดทหาร และจับมือกับประธานาธิบดีมุน แจ อิน

จากนั้น ผู้นำเกาหลีเหนือทำเซอร์ไพรส์ ด้วยการจับมือกับประธานาธิบดีมุน ก้าวข้ามเอ็มดีแอลไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ และก้าวกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนสนทนากันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เข้าสู่พิธีการต้อนรับอย่างทางการต่อไป

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

 

ประมวลภาพประวัติศาสตร์!! คิมจองอึน เข้าเกาหลีใต้ครั้งแรก

(ภาพแรกจากภายในห้องประชุม )

เกาะติดประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี-นาทีไหนไม่ควรพลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323292

เกาะติดประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี-นาทีไหนไม่ควรพลาด

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  17 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี,คิมจองอึน,ถ่ายทอดสด

คิมจองอึนจะเป็นผู้นำเกาหลีเหนือคนแรกที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหาร เข้าดินแดนเกาหลีใต้ครั้งแรก 7.30 น. พรุ่งนี้ ( ศุกร์ 27 เม.ย.)

 

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ เปิดเผยกำหนดการการประชุมสุดยอด ระหว่างประธานาธิบดีมุน แจ อิน กับ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจากเกาหลีเหนือจะเดินทางเข้าสู่เกาหลีใต้ นับตั้งแต่แยกประเทศกัน65 ปี นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์จะได้รับการถ่ายทอดสดสู่สายตาผู้คนทั่วโลกอีกด้วย

.
ที่สำคัญ เกาหลีเหนือถึงกับยอมเปิดให้สื่อจากเกาหลีใต้เข้าไปทำข่าวในฝั่งของตนในเขตปลอดทหารด้วย เรียกว่าอนุญาตให้ถ่ายทอดสดตั้งแต่นาทีที่คิมจองอึน ก้าวเท้าลงจากรถเลยก็ว่าได้

 

 เกาะติดประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี-นาทีไหนไม่ควรพลาด

 

ในเวลา 9.30 น. หรือ 7.30 น. ตามเวลาในบ้านเรา ผู้นำเกาหลีเหนือจะเดินข้ามเส้นแบ่งเขตทางทหาร (เอ็มดีแอล)ที่คั่นแบ่งเขตปลอดทหารเป็นฝั่งเหนือและใต้  เส้นที่ว่านี้เป็นปูนซีเมนต์ก่อสูงต่างระดับพื้นเล็กน้อย ระหว่างอาคารสีฟ้าที่รู้จักในชื่อ T2 และ T3 เข้าไปยังฝั่งเกาหลีใต้  โดยประธานาธิบดีมุน แจ อิน จะรอต้อนรับอยู่อีกฝั่งของเส้นเอ็มดีแอล

นาทีนี้จะถูกถ่ายทอดสดออกไปทั่วโลก และเป็นภาพที่จะถูกจารึกไว้ความสัมพันธ์สองเพื่อนบ้าน ที่ยังเป็นคู่สงครามต่อกันในทางเทคนิค .

ฮันกยอเร สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า มีการคาดการณ์กันด้วยว่า ประธานาธิบดีเกาหลีใต้อาจจะข้ามเส้นเอ็มดีแอลไปฝั่งเกาหลีเหนือ เพื่อต้อนรับคิมจองอึน ก่อนก้าวกลับมายังฝั่งเกาหลีใต้ด้วยกัน
ภาพที่ผู้นำทั้งสองก้าวข้ามเส้นเอ็มดีแอล สัญลักษณ์การแบ่งแยกยาวนานหลายสิบปี มาพร้อมกัน อาจสื่ออย่างมีประสิทธิภาพถึงข้อตกลงระหว่างโซลกับเปียงยางเมื่อทศวรรษก่อนหน้านี้ว่า จะเปลี่ยน เส้นความแบ่งแยก เป็น เครื่องบินแห่งสันติภาพและการปรองดอง

 เกาะติดประชุมสุดยอดผู้นำเกาหลี-นาทีไหนไม่ควรพลาด

 

หลังพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่จะมีการตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ผู้นำทั้งสองจะเดินไปยังอาคารสันติภาพ ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมในหมู่บ้านปันมุมจอมฝั่งเกาหลีใต้

เมื่อผู้นำทั้งสองเดินทางถึงอาคารสันติภาพแล้ว นายคิมจองอึนจะลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนเข้าห้องประชุม และเริ่มการเจรจาในเวลา 10.30 น. ซึ่งเมื่อถึงจุดนี้ จะพักการถ่ายทอดสด
หลังพักรับประทานอาหารกลางวัน ประธานาธิบดีมุนแจอินกับคิมจองอึน จะร่วมกันปลูกต้นไม้ และเดินรอบพื้นที่ ก่อนประชุมหารือภาคบ่ายที่อาคารสันติภาพ ลงนามข้อตกลงและออกแถลงการณ์ร่วมกัน จบด้วยงานเลี้ยงและพิธีอำลาในช่วงค่ำ
ต้นไม้ที่ปลูก จะเป็นต้นสน สัญลักษณ์สันติภาพและความรุ่งเรือง โดยใช้ดินจากภูเขาฮัลลา บนเกาะเชจู ทางใต้สุดของเกาหลีใต้ และภูเขาพัคทูซานในเกาหลีเหนือ

การประชุมสุดยอดของผูู้นำสองเกาหลีครั้งนี้เป็นครั้งที่สาม หลังจากสองครั้งแรกจัดในกรุงเปียงยางในปี 2543 และ 2550 ทำเนียบประธานาธิบดี เปิดเผยด้วยว่า วาระสำคัญของการหารือครั้งประวัติศาสตร์จะเน้นเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี การสร้างสันติภาพ และการปรับปรุงความสัมพันธ์

ประธานาธิบดีมุนอาจเสนอจัดตั้งสำนักงานประสานงานร่วมที่หมู่บ้านปันมุนจอมเพื่อนำไปสู่การแลกเปลี่ยนพบปะระหว่างสองฝ่ายเป็นประจำ แต่มีโอกาสไม่มากนักที่จะเห็นผู้นำทั้งสองประกาศยุติสงครามเกาหลี เพราะจะต้องอาศัยความเห็นชอบของชาติอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะสมัยสองชาติลงนามข้อตกลงสงบศึกชั่วคราว มีกองบัญชาการสหประชาชาตินำโดยสหรัฐ และจีนร่วมลงนามด้วย

หมู่บ้านปันมุมจอม.. จุดนัดพบประวัติศาสตร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323274

หมู่บ้านปันมุมจอม.. จุดนัดพบประวัติศาสตร์

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประชุมสุดยอดสองเกาหลี,ปันมุมจอม,ประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์

ในวันศุกร์ที่ 27 เม.ย. สำหรับผู้สนใจสถานการณ์โลก จะต้องไม่พลาดการประชุมสองเกาหลีที่ปันมุมจอม จุดนัดพบครั้งประวัติศาสตร์

                            การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีมุน แจอินของเกาหลีใต้ กับ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการประชุมสุดยอดครั้งที่ 3 แต่แตกต่างจากสองครั้งก่อนหน้าที่จะเป็นการประชุมที่กรุงเปียงยาง

คราวนี้จะเป็นครั้งแรกของการนัดเจอที่หมู่บ้านปันมุมจอม ที่แบ่งแยกกันด้วยแนวปักปันทางทหาร(เอ็มดีแอล ) และเป็นครั้งแรกที่ผู้นำสูงสุดของโสมแดง เหยียบแผ่นดินของเพื่อนบ้านทางใต้                              ปันมุมจอม หรือที่เรียก หมู่บ้านพักรบ เนื่องจากเป็นสถานที่ลงนามข้อตกลงหยุดยิงสงครามเกาหลีเมื่อ 27 กรกฏาคม 2496 ระหว่างเกาหลีเหนือ จีนและกองบัญชาการสหประชาชาติ (ยูเอ็นซี ) นำโดยสหรัฐ

เดิมเป็นหมู่บ้านชื่อ โนลมุนรี  ในปี 2494 มีการติดตั้งเต้นท์จำนวนหนึ่ง ไว้ให้เจ้าหน้าที่ประสานงานของกาหลีเหนือและยูเอ็นซี ใช้เป็นที่พบปะเจรจาว่าควรยุติสงครามกันอย่างไร แต่ไม่คืบหน้า

จนล่วงเลยมาถึงกรกฎาคม 2496 จึงสามารถทำความตกลงหยุดการสู้รบอย่างไม่มีกำหนด ตามด้วยการกำหนดเขตปลอดทหารตามแนวชายแดน ที่มีกว้างขวาง 4 กิโลเมตร ตลอดชายแดน 250 กิโลเมตร

สองฝ่ายตกลงรักษาความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบปันมุมจอมร่วมกันในชื่อว่า พื้นที่รักษาความปลอดภัยร่วม (เจเอสเอ )

  หมู่บ้านปันมุมจอม.. จุดนัดพบประวัติศาสตร์

การประชุมระหว่างสองเกาหลีครั้งแรกในยุคหลังสงคราม มีขึ้นในเดือนสิงหาคม 2514 เป็นการเจรจาว่าด้วยการติดต่อระหว่างกาชาดสองฝ่าย ถือเป็นครั้งแรกที่สองฝ่ายประเดิมใช้ปันมุมจอมเป็นสถานที่เจรจา ก่อนที่ต่อมา หมู่บ้านพักรบกลายเป็นสถานที่เจรจาระหว่างสองเกาหลีราว 360 ครั้ง หรือกว่าครึ่งของการเจรจาระหว่างกัน 655 ครั้งจนถึงปัจจุบัน

หลายปีที่ผ่านมา มีเหตุกระทบกระทั่ง และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลายอย่างเกิดขึ้นที่นี่

ปี 2518 เกิดเหตุปะทะครั้งแรก ระหว่างทหารอเมริกันกับเกาหลีเหนือ พล.ต.ดับเบิลยู ดี เฮนเดอร์สัน เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของยูเอ็นซี ที่นั่งบนเก้าอี้หน้าสำนักงานของยูเอ็นซี  มีปากเสียงกับผู้สื่อข่าวชาวเกาหลีเหนือ  ทำให้บอดี้การ์ดเกาหลีเหนือหลายคนเข้าไปรุมทุบตีนายทหารอเมริกันจนกล่องเสียงแตก

 

ปีต่อมา ทหารเกาหลีเหนือในเจเอสเอ สังหารเจ้าหน้าที่กองทัพบกสหรัฐ ขณะกำลังตัดต้นไม้ที่ขวางการมองเห็นของผู้สังเกตการณ์ยูเอ็น ทหารเกาหลีเหนืออ้างว่า ทหารอเมริกันตัดต้นไม้ที่ คิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกปลูกไว้

ปี 2523 นักท่องเที่ยวชาวโซเวียต วาสิลี มาทูซ็อก ที่เกาหลีเหนือพาไปเยือนเจเอสเอ จู่ๆก็วิ่งข้ามเส้นปักปันทางทหาร อ้างว่าต้องการแปรพักตร์ ทหารเกาหลีเหนือวิ่งไล่ตามและเปิดฉากยิง ทหารเกาหลีใต้ยิงตอบโต้ขณะช่วยชีวิตมาทูช็อกไว้ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ทหารเกาหลีใต้ 1 นาย และเกาหลีเหนือ 3 นายเสียชีวิต

ปี 2537 อดีตประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ ไปเยือนกรุงเปียงยาง โดยเดินทางผ่านหมู่บ้านปันมุมจอม และกลับมา 3 วันหลังจากนั้น

ปี 2541 ชอง จู ยอง ผู้ก่อตั้งกลุ่มฮุนได เดินทางข้ามชายแดนที่มีการรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุดในโลก พร้อมกับวัวจำนวน 1,0001 ตัวเพื่อนำไปช่วยเหลือเกาหลีเหนือ วัวที่เรียกกันว่า วัวรวมชาติ เป็นการส่งสารจากเกาหลีใต้ถึงความปรารถนาที่จะทำลายกำแพงชายแดน

อีกเหตุการณ์ระทึกบริเวณหมู่บ้านปันมุมจอม เพิ่งเกิดเมื่อปีที่แล้ว ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ ขับรถจี๊ปมุ่งมาทางฝั่งเกาหลีใต้ ถูกเพื่อนทหารไล่ตาม ก่อนยิงใส่ ทหารที่แปรพักตร์บาดเจ็บสาหัส ทหารเกาหลีใต้ช่วยชีวิตไว้ได้และนำส่งโรงพยาบาลรักษาอาการบาดเจ็บ มีรายงานหลังจากนั้นว่า ทหารรายนี้เคยดูละครเกาหลีใต้และฝันเรื่องแปรพักตร์ เขาดื่มโซจู 8 ขวดก่อนวิ่งสุดชีวิตไปที่ปันมุมจอม