แรปเปอร์เม็กซิกันรับจ้างแก๊งยาราดน้ำกรดทำลายศพ 3 นศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323242

แรปเปอร์เม็กซิกันรับจ้างแก๊งยาราดน้ำกรดทำลายศพ 3 นศ.

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แรปเปอร์เม็กซิกัน,นศ3คน,ราดน้ำกรด,ทรมาน,เม็กซิโก

นักร้องเพลงแรปที่มีผู้ติดตามมากมายบนยูทูบ รับจ้างแก๊งยาทำลายศพนักศึกษาภาพยนตร์เม็กซิกัน 3 คนหลังลักพาตัวไปทรมาน

คริสเตียน โอมาร์ ปาลมา กูเตียเรซ นักร้องเพลงแรปชาวเม็กซิกันที่มีผู้ติดตามบนเวบไซต์ยูทูบหลักแสน รับสารภาพว่าเป็นคนราดน้ำกรดทำลายศพนักศึกษาด้านภาพยนตร์ 3 คนที่ถูกอุ้มหายก่อนพบเป็นศพในเวลาต่อมา

กูเตียร์เรส หรือเรียกสั้นๆ QBA เป็นหนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัว ฐานพัวพันการเสียชีวิตของนักศึกษา 3 คน ได้แก่  โซโลมอน อาเซเบส กาสเตลุม วัย 25 ปี ดาเนียล เดียซ วัย 20 ปี และมาร์โก อบาโลส วัย 20 ปี ซึ่งต่อมา เขายอมรับกับอัยการว่า เป็นคนลงมือทำลายศพ หลังจากลักพาตัวทั้ง 3ซ้อมทรมาน และฆาตกรรมในรัฐคาลิสโก ทางตะวันตกเมื่อเดือนที่แล้ว

นักศึกษาทั้ง 3 คนถูกลักพาตัวไปจากเมืองตานาลา เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ครั้งสุดท้ายที่พบเห็นขณะมีชีวิต คือขณะรถของเหยื่อจอดเสียอยู่บนถนน และชายติดอาวุธ 2 คนแต่งชุดตำรวจ บังคับให้ขึ้นรถอีกคันหนึ่ง เมื่ออีกครั้งก็กลายเป็นศพถูกราดน้ำกรดทำลายหลักฐาน

อัยการคาดว่าสาเหตุการลักพาตัวไปฆ่า น่าจะเป็นเพราะ”แก๊งคาลิสโกรุ่นใหม่” แก๊งยาเสพติดทรงอิทธิพลที่คุมพื้นที่กว้างใหญ่ในรัฐตะวันตก  สับสนว่าเป็นคู่อริ จึงจับไปทรมานแล้วฆ่า

 

แรปเปอร์เม็กซิกันรับจ้างแก๊งยาราดน้ำกรดทำลายศพ 3 นศ.

 

แรปเปอร์รายนี้ สารภาพว่า รับเงิน 3,000 เปโซ (ราว 5,000 บาท ) ต่อสัปดาห์ เป็นค่าจ้างทำงานให้กับ แก๊งคาลิสโกรุ่นใหม่  โดยเพื่อนชักชวนไปทำเมื่อสามเดือนก่อน นอกจากนี้เขายังสารภาพว่าทำแบบเดียวกับเหยื่อแก๊งยาอีกอย่างน้อย 2 รายก่อนหน้า

เพจเฟซบุ๊กของกูเตียเรส 2 เพจ มีผู้ติดตามรวมกัน 1.4 แสนคน ส่วนช่องยูทูบของขา มีผู้ติดตามเกือบ 1.25 แสนและยอดเข้าชมหลายล้าน หนึ่งในบทเพลงสร้างชื่อ “Death Has No Schedule” หรือความตายไม่มีกำหนดการ มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรง อาวุธและยาเสพติด

คลิปวิดีโอขนาดสั้นที่ถ่ายทำแบบมืออาชีพของเขา เต็มไปด้วยภาพย่านคนจน สมาชิกแก๊งที่ยังเป็นเยาวชน เสพยาและอวดอาวุธ บ้างก็เป็นภาพที่แรปเปอร์กับเพื่อนอวดรถหรือจักรยานยนต์หรู อัยการยืนยันว่า วิดีโอของเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคลี่คลายคดีฆาตกรรมนักศึกษาทั้งสามคน

นับจากรัฐบาลประกาศสงครามแก๊งอาชญากรรมและยาเสพติดเมื่อธันวาคม 2549 มีผู้เสียชีวิตจากฆาตกรรมหรืออุ้มหายกว่า 2 แสนคน

ทำไร่อยู่เฉยๆก็ดัง!! คุณป้าชาวสเปนหน้าเหมือนทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323204

ทำไร่อยู่เฉยๆก็ดัง!! คุณป้าชาวสเปนหน้าเหมือนทรัมป์

คุณป้าชาวสเปน,หน้าเหมือนทรัมป์,ชาวเน็ตฮือฮา,คมชัดลึกออนไลน์,ข่าวต่างประเทศ

ชาวเน็ตฮือฮาคุณป้าชาวไร่ในสเปน เหมือนหยั่งกะแฝด”โดนัลด์ ทรัมป์”

 

นางโดโลเรส เลยส์ อานเตโล ชาวไร่มันฝรั่งในสเปน กลายเป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลังจากผู้สื่อข่าวในสเปนคนหนึ่งที่ทำไปข่าวในพื้นที่นั้นถ่ายรูปเธอ แล้วนำแชร์บนอินสตาแกรม

ก็เริ่มมีชาวสังคมออนไลน์สังเกตว่า เหมือนกับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอย่างน่าอัศจรรย์ ต่อมา ยังกลายเป็นภาพไวรัลบนทวิตเตอร์ ถูกรีทวิตและกดถูกใจมากมายหลายพัน

ทำไร่อยู่เฉยๆก็ดัง!! คุณป้าชาวสเปนหน้าเหมือนทรัมป์ 

 

นางอานเตโล วัย 64 ปี ชาวเมืองลาคอรุนญา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน ถูกถ่ายรูปในท่าแบกจอบยืนกลางไร่เขียวขจี ชาวทวิตเตอร์มองว่าเหมือนกับรูปถ่ายของทรัมป์ ตวัดไม้กอล์ฟและมองออกไปไกลๆ จากนั้นก็มีการนำภาพสองคนนี้มาเทียบกันใกล้ๆ

ชาวสังคมออนไลน์คนหนึ่งเรียกเธอว่า “โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งคอสตา ลา มอร์เต” บ้างเล่นมุกสงสัยว่า ทรัมป์มีญาติในคอสตา ดา มอร์เต” หรือไม่ นอกจากนี้ มีผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งถามว่าขอเปลี่ยนตัวจากทรัมป์เป็นสุภาพสตรีผู้ขยันขันแข็งท่านนี้ได้หรือไม่

 

แต่อย่างหนึ่งที่ต่างจากทรัมป์สิ้นเชิง คือโดโรเลสไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือเคยไปโพสต์อะไรบนสื่อสังคมออนไลน์เลยรวมถึงทวิตเตอร์
โดโรเลส กล่าวกับสื่อท้องถิ่น ลา โบส เด กาลีเซีย ว่า ดูเหมือนภาพถ่ายของเธอไปไกลมาก คงเป็นเพราะสีผมของเธอ ลูกสาวนำรูปมาให้ดู แล้วบอกว่าภาพนี้จะทำให้แม่ดัง แต่เธอก็ไม่เข้าใจอีกว่าทำไมถึงดัง

View image on TwitterView image on TwitterView image on TwitterView image on Twitter

BrooklynDad_Defiant!@mmpadellan

This is NOT, I repeat, NOT photoshopped.

Donald trump has a doppelganger. And she’s a Latina.

Long live Dolores Leis Antelo, aka .

It goes without saying, he really HATES these photos, so…

 


เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต”อินูกา”หมีขาวขั้วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/323016

เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต”อินูกา”หมีขาวขั้วโลก

อินูกา,หมีขาวขั้วโลก,สวนสัตว์สิงคโปร์,สิงคโปร์

ชาวสิงคโปร์สุดอาลัย สวนสัตว์และทีมสัตวแพทย์สิงคโปร์ตัดสินใจจบชีวิต “อินูกา”หมีขาวขั้วโลก เพื่อให้พ้นจากความเจ็บป่วยทรมาน

 

การตัดสินใจมีขึ้นหลังการตรวจประเมินสุขภาพ “อินูกา”หมีขาวขั้วโลกตัวแรกของโลกที่เกิดในเขตร้อน ครั้งใหญ่รอบสอง พบว่าสุขภาพและคุณภาพชีวิตของมันไม่กระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าได้ทุ่มให้ยาและการรักษาอย่างเต็มที่

 

ทีมสัตวแพทย์และผู้ดูแลของสวนสัตว์ จึงลงความเห็นร่วมกันว่าจะไม่ช่วยให้อินูกา ฟื้นจากการวางยาสลบ ด้วยเหตุผลด้านสวัสดิภาพและมนุษยธรรม

ผลตรวจสุขภาพครั้งก่อนเมื่อ 3 เมษายน พบ “อินูกา” อาการทรุดลงโดยลำดับ กล้ามเนื้อเสื่อมตามวัยเห็นได้ชัด เดินลากขาโดยเฉพาะขาหลัง ทำให้อุ้งตีนเป็นแผลถลอก นอกจากนี้ ยังมีปัญหาข้อเสื่อม ฟัน และติดเชื้อในหูเป็นครั้งคราว จนทำให้กิจกรรมต่างๆของอินูกาลดลงมากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

 

เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต"อินูกา"หมีขาวขั้วโลก

 

สัตว์แพทย์เฉิง เหวิน ฮอร์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า ที่บริหารสวนสัตว์ กล่าวว่า การตัดสินใจปล่อยอินูกาไป เพราะปัญหาสุขภาพกระทบความเป็นอยู่ของมันอย่างรุนแรง “เราอยากให้อินูกาอยู่กับเรานานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความรับผิดชอบสูงสุดของเราคือสวัสดิภาพของมัน”

การมีชีวิตอยู่จนถึงวัย 27 ปี ถือว่าอินูกามีอายุยืนยาวเกินอายุขัยเฉลี่ยของหมีขาวขั้วโลกแล้ว ซึ่งโดยทั่วไป หมีขั้วโลกที่อยู่ในความดูแลของคน มีอายุขัยเฉลี่ย 25 ปี และ 15-18 ปี สำหรับหมีขาวในธรรมชาติ และหากเทียบกับคนเท่ากับอินูกา จากไปในวัย 70 ปี

 

เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต"อินูกา"หมีขาวขั้วโลก

 

โมฮัน โพนีชามี รองหัวหน้าฝ่ายดูแลสัตว์ ที่สวนสัตว์สิงคโปร์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดูแลอินูกามาตั้งแต่เกดิ แม้เป็นเรื่องยาก แต่อาจไม่ยุติธรรมที่จะยืดเวลาความทุกข์ทรมานของมันออกไป 

 

เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต"อินูกา"หมีขาวขั้วโลก

 

ด้าน มูลนิธิสิงคโปร์ เพรสส์ โฮลดิงส์ ที่รับอุปถัมภ์อินูกามาตั้งแต่ปี 2550 ออกแถลงการณ์อำลาอินูกา ว่าจะอยู่ในความทรงจำของผู้ที่รักมันตลอดไป

เศร้าทั้งสิงคโปร์ ตัดใจจบชีวิต"อินูกา"หมีขาวขั้วโลก

 

อินูกา เป็นหมีขาวขั้วโลกตัวแรกที่เกิดในเขตร้อนเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2533 จากแม่หมีขั้วโลก นานุก และ เชบา พ่อของมัน ที่นำเข้าไปในสิงคโปร์เมื่อปี 2530 พ่อของมันตายไปก่อนเมื่อปี 2538 ตอนอายุ 18 ปี ส่วน ชบา อยู่ได้นานถึง 35 ปีเมื่อตายในปี 2555 กลายเป็นหมีขั้วโลกอายุยืนที่สุดในโลกเวลานั้น สำหรับชื่อ อินูกา เป็นภาษาอินูอิต แปลว่า ผู้ติดตามไร้เสียง และเป็นชื่อที่เลือกจากที่ส่งเข้าประกวดกว่า 1 หมื่นชื่อ อินูกาเป็น

สำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่าสิงคโปร์ ยืนยันว่า อินูกาจะเป็นหมีขั้วโลกตัวสุดท้ายในสิงคโปร์

สื่อตีข่าวลูกเรือติดโรคหัดจาก”ไทย”แพร่ไต้หวัน-โอกินาวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322823

สื่อตีข่าวลูกเรือติดโรคหัดจาก”ไทย”แพร่ไต้หวัน-โอกินาวา

โรคหัด,ไต้หวัน,โอกินาวา,ระบาด,ต้นตอไทย

สื่อไต้หวันตีข่าวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินติดเชื้อหัดในไทย ก่อนเชื้อแพร่ลาม ไปถึงโอกินาวา พ่นพิษท่องเที่ยว

 

เซ็นทรัล นิวส์ ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการไต้หวัน รายงานว่า ทางการกักตัวประชาชนกว่า 3,500 คน ในเมืองเกาสง ทางใต้ เพื่อสังเกตอาการ หลังจากพวกเขาสัมผัสแตะต้องลูกเรือคนหนึ่งของสายการบิน”ไทเกอร์แอร์ ไต้หวัน” ที่ติดเชื้อโรคหัด นอกจากนี้ ยังมีอีก 980 คนที่ต้องสังเกตอาการอยู่เช่นกัน หลังพบการติดเชื้อ ที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองไถ้หยวน ใกล้กรุงไทเป

 

ที่ไต้หวันจนถึงขณะนี้ ยืนยันว่ามีผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย 22 คน

การระบาดที่เกิดขึ้น มีต้นตอจากพนักงานต้อนรับชายของไทเกอร์ แอร์ วัย 30 ปี โดยสื่อไต้หวันระบุว่าเขาติดเชื้อหัดในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม

แพทย์ยืนยันว่าเขาติดเชื้อหัดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม จากนั้น แพร่เชื้อต่อไปยังลูกเรืออีก 2 คน เป็นชายวัย 34 ปีกับสตรีวัย 28 ปี บนเที่ยวบินไทเกอร์แอร์ ไต้หวัน ไปจังหวัดโอกินาวา ทางใต้ของญี่ปุ่น แต่ทั้งสองยังทำงานต่อไปกระทั่งล้มป่วยก่อนได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าติดโรคหัดเมื่อต้นเดือนเมษายน

นับแต่นั้น เชื้อก็แพร่ในโอกินาวา แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไต้หวัน และส่อเค้าจะลามขึ้นเหนือ หลังพบชาวเมืองนาโงยา ทางภาคกลางของญี่ปุ่น  ติดเชื้อหัดเมื่อ 11 เมษายน หลังจากที่ไปเยือนโอกินาวามาก่อนหน้า จากนั้น 10 วันต่อมา พบผู้ติดเชื้ออีกรายที่โรงพยาบาลท้องถิ่น

สื่อไต้หวันระบุว่า ต้นตอการแพร่ระบาดในโอกินาวา มาจากคนเดียวกันในไต้หวัน คือพนักงานต้อนรับชายสายการบิน ไทเกอร์แอร์ ไต้หวัน ที่ติดไวรัสในไทย และบินไปโอกินาวาในช่วงวันหยุด 17-19 มีนาคม

หนังสือพิมพ์ อาซาฮี รายงานว่า นับถึง 20 เมษายน พบผู้ติดเชื้อหัดในโอกินาวา 67 คน จำนวนนี้รวมถึงคนที่เคยติดต่อกับนักท่องเที่ยวไต้หวันรายนี้ สมาชิกในครอบครัวของเขาและเพื่อนร่วมงาน โรงเรียนบางแห่งในโอกินาวาต้องยกเลิกการเรียนการสอนด้วย

การระบาดทำให้นักท่องเที่ยวกว่า 170 คนต้องยกเลิกการเดินทางไปยังโอกินาวา ในช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดของปีคือเทศกาลดอกซากุระบาน จึงกระทบอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจังหวัดไปด้วย ทางการโอกินาวา ได้รับการสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดและการป้องกัน จากประชาชนและบริษัทท่องเที่ยววันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง

สถานีเอ็นเอชเครายงานว่า รัฐบาลเตรียมประชุมฉุกเฉินหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันจันทร์นี้
กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น ขอให้ประชาชนฉีดวัคซีน ก่อนเดินทางช่วงสัปดาห์ทอง  ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในสัปดาห์หน้า

ที่ฮ่องกง หนังสือพิมพ์ เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ รายงานว่า ศูนย์คุ้มครองสุขภาพ แจ้งว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอให้นักเดินทางระมัดระวัง พร้อมแนะนำว่าการฉีดวัคซีนเป็นวิธีการป้องกันติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

หัดเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัส มีระยะฟักตัว 21 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง และเป็นผื่นขึ้นตามผิวหนัง  แต่อาจอันตรายถึงชีวิตหากติดเชื้อในทารกและเด็กเล็ก หรือทำให้สตรีแท้งบุตร

ชี้ศูนย์ทดลองนุกโสมแดงเดี้ยงก่อน”คิมจองอึน”ประกาศปิด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322673

  ชี้ศูนย์ทดลองนุกโสมแดงเดี้ยงก่อน”คิมจองอึน”ประกาศปิด

เกาหลีเหนือ,ศูนย์ทดลองนิวเคลียร์,พองคเยรี

ผู้เชี่ยวชาญเผยศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ที่”คิมจองอึน”ลั่น ปิดแน่ เพื่อยืนยันความโปร่งใสล้มเลิกพัฒนาอาวุธ ใช้การไม่ได้อยู่แล้ว

 

เวบไซต์ โชซอน สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ศูนย์ทดลองระเบิดนิวเคลียร์ พองคเยรี ทางภาคเหนือของเกาหลีเหนือ ที่นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุด ประกาศว่าจะปิดทำการ เพื่อยืนยันความโปร่งใสเรื่องการยกเลิกพัฒนาอาวุธต้องห้ามชนิดนี้นั้น

 

ในความเป็นจริง ศูนย์วิจัยและทดสอบแห่งนี้อยู่ในสภาพไม่ปลอดภัย และดินไม่มีเสถียรภาพพอที่จะทำการทดลองได้อีก อันเป็นผลจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้งนับจากปี 2549 – กันยายนปีที่แล้ว ประกอบกับเกิดแผ่นดินไหวหรืออาฟเตอร์ช็อกหลายครั้ง

แม้ว่าภูเขามันทัปซึ่งภูมิประเทศเป็นหินแกรนิต และเป็นจุดขุดอุโมงค์สำหรับทดลองนิวเคลียร์ยังมั่นคง แต่อุโมงค์หลายจุดพังลงมา

เมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทีวีอาซาฮี ในญี่ปุ่น รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตราว 200 คน จากอุโมงค์พังถล่มระหว่างการก่อสร้างหลังการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6

ศาสตราจารย์ ฮอง แท คยอง จากมหาวิทยาลัยยนเซ กล่าวว่า แผ่นดินไหวแมกนิจูด 2.5 ขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 10 ระลอก นับจากเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ เชื่อว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของการพังถล่ม “เราวิเคราะห์ข่าวกรองพบว่า มีความวิตกถึงความเป็นไปได้ที่กัมมันตรังสี อาจรั่วไหลจากอุโมงค์หมายเลข 3 และ 4 หากจะทำการทดลองอีกครั้งหนึ่ง”

ล่าสุด สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลีแจ้งว่า เกิดแผ่นดินไหว 2.3 แมกนิจูด ที่เมืองคิลจู จังหวัดฮัมคย็องเหนือ เช้าตรู่วันนี้ ศูนย์กลางอยู่ใกล้กับจุดทดลองพองคเยรี             ชี้ศูนย์ทดลองนุกโสมแดงเดี้ยงก่อน"คิมจองอึน"ประกาศปิด 

ด้าน ศาสตราจารย์ นาม ซอง อุก จากมหาวิทยาลัยโคเรีย กล่าวว่า จุดทดลองพองคเยรี เหมือนกับเบี้ยหมดประโยชน์ในเกม  และเกาหลีเหนือก็ไม่ได้ล้มเลิกอะไรที่เป็นสาระสำคัญ

เช่นเดียวกับในปี 2550 เกาหลีเหนือเคยระเบิดทำลายหอคอยหล่อเย็น ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยองบยอง แต่ก็เริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์ใหม่ไม่นานหลังจากนั้น และเดินหน้าทดลองนิวเคลียร์ต่อไป

ส่วนการเสนอระงับโครงการขีปนาวุธพิสัยไกล ก็ไม่ใช่การเสียสละยิ่งใหญ่ เนื่องจากคลังเกาหลีเหนือใกล้หมดเงิน ซึ่งเป็นผลจากมาตรการคว่ำบาตรสหประชาชาติ การทดลองขีปนาวุธข้ามทวีปแต่ละครั้ง ใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322645

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

ฮีโร่,แย่งปืน,เหตุกราดยิง,พลเมืองดี

 เหตุกราดยิงล่าสุดในรัฐเทนเนสซี หากไม่ได้พลเมืองดีเสี่ยงตายไปแย่งปืนมาได้ก่อน อาจสูญเสียมากกว่านี้ แต่เจ้าตัวเปิดใจแค่ต้องการมีชีวิตอยู่

 

ตำรวจในรัฐเทนเนสซียังคงออกไล่ล่าผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืน ก่อเหตุกราดยิง 4 ศพในร้านอาหาร แอนทีออช วาฟเฟิล เฮาส์ ใกล้เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี  เมื่อเช้ามืดวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนหลบหนีไปหลังจากถูกพลเมืองดีในร้านที่ได้รับการยกย่องเป็นฮีโร่  เสี่ยงตายแย่งปืนมาได้สำเร็จ

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

เบื้องต้นตำรวจคาดว่าผู้ต้องสงสัย นายทราวิส ไรน์คิง วัย 30 ปี มีปัญหาทางจิต ขณะก่อเหตุ เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวเดียว ก่อนถอดออกช่วงหนึ่ง จากนั้น สวมกางเกงขายาว หลบหนี

   อีกด้านหนึ่ง หากไม่ได้ลูกค้าในร้านผู้กล้าและตัดสินใจฉับไวอย่าง เจมส์ ชอว์ จูเนียร์ ยอดความสูญเสียอาจมากกว่านี้ 

เจมส์ ชอว์ วัย 29 ปี ร่วมแถลงข่าวเมื่อบ่ายวานนี้ ว่าหลังไปไนท์คลับเพื่อน ก็ไปรับประทานอาหารที่วาฟเฟิล เฮาส์  ได้ยินเสียงที่คิดตอนแรกว่าถ้วยชามแตกในครัว จากนั้นเห็นพนักงานวิ่งแตกตื่น และคนนอนบนพื้นทางเข้าประตู ก่อนจะเริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

มือปืนกราดยิงจากลานจอดรถก่อน และพยายามจะบุกเข้าไปโดยสาดกระสุนใส่กระจกร้าน เขาคิดว่าไม่มีทางที่จะไปล็อคประตูได้ จึงตัดสินใจอาศัยจังหวะที่มือปืนกำลังเติมกระสุนหรือปืนมีปัญหาติดขัดบางอย่าง พุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายโดยใช้ประตูแบบหมุนกระแทกด้วย และยื้อแย่งกันชั่วขณะ จนเขาแย่งปืนมาได้ และปาปืนกระบอกนั้นไปที่หลังเคาน์เตอร์ มือปืนหลบหนีไป

 

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

หนุ่มวัย 29 ปี ได้รับการคำชื่นชมว่า เป็นฮีโร่  แต่เขาไม่อยากรับเครดิตนั้น แค่พยายามที่จะมีชีวิตอยู่ “ผมเห็นแก่ตัว ผมแค่พยายามเอาชีวิตรอด ผมมองเห็นโอกาส และคว้ามันไว้ได้แค่นั้นทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก และหวังว่าไม่มีใครต้องมาอยู่ในสถานการณ์และทำแบบเดียวกับเขาอีก ”

แต่เพื่อน ครอบครัว และคนในชุมชนไม่เห็นด้วย คนอยู่ในร้านบอกว่าพวกเขาเป็นหนี้ชีวิตของชอว์ ขณะนายกเทศมนตรีแนชวิล เดวิด ไบรลีย์ กล่าวว่า ชอว์คือฮีโรคนล่าสุดของเมือง และขอขอบคุณ

 

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

 

สื่อท้องถิ่น รายงานว่า ชอว์ จูเนียร์ ร้องไห้ไม่ต่ำกว่า 4 รอบ นับจากแย่งปืนยาวจู่โจม เออาร์-15 จากผู้ต้องสงสัยและปาไปยังหลังเคาน์เตอร์   ครั้งแรกที่ร้องไห้คืออยู่บนรถพยาบาลเวลา 4.00 น.ขณะไปรักษาการบาดเจ็บจากกระสุนปืนและแผลความร้อนลวกขณะจับรังเพลิง อีกครั้งตอนที่หน่วยพยาบาลถามขณะวัดความดัน ว่า “คุณมีลูกหรือเปล่า” ทำให้ชอว์ จูเนียร์ รู้สึกว่าแค่คิดจะไม่ได้เห็นหน้าลูกสาวอีก ก็รู้สึกเจ็บปวดมาก

พี่สาวของเขา กล่าวว่า ชอว์ จูเนียร์ เป็นแฟมมิลีแมน ผู้มีลูกสาว บรู้กลินวัย 4 ขวบเป็นดวงใจ

 

พลเมืองดีแย่งปืนจากมือกราดยิงบอกผมเห็นแก่ตัว-ไม่ใช่ฮีโร่

 

โศกนาฏกรรมจากอาวุธปืนล่าสุุด ทำให้นายกเทศมนตรีของเมืองเรียกร้องปฏิรูปกฎหมายควบคุมปืนบางประเภทอย่างรัดกุม โดยครั้งนี้ ปืนยาวจู่โจมกึ่งอัตโนมัติ  AR-15 ยังคงเป็นอาวุธที่มือปืนนำมาใช้ก่อเหตุเช่นเดียวกับเหตุกราดยิงสังหารหมู่หลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา

โฆษกตำรวจแนชวิลล์ กล่าวว่า ไรน์คิง มาจากรัฐอิลลินอยส์ เคยถูกตำรวจลับหรือหน่วยอารักขาประธานาธิบดีจับกุม ฐานเข้าไปในเขตหวงห้ามใกล้ทำเนียบขาวเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว จากนั้นถูกยึดอาวุธและเพิกถอนใบอนุญาต รวมถึงถูกยึดปืนเออาร์-15 ไปด้วย แต่ทางการท้องถิ่นนำกลับไปคืนให้กับพ่อเขา และพ่อก็ยอมรับว่าได้มอบคืนให้กับลูกชาย

ซาอุฯ ปัดข่าวลือ “รัฐประหาร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322624

ซาอุฯ ปัดข่าวลือ “รัฐประหาร”

ข่าวต่างประเทศ,ซาอุดีอาระเบีย,รัฐประหาร,โดรน,ลือแซ่ด,กรุงริยาด,ปะทะ,ยิง,ใกล้วัง

สื่อซาอุดีอาระเบียปฏิเสธข่าวลือเกิดความไม่สงบในกรุงริยาดเมื่อวันอาทิตย์ หลังมีรายงานข่าวไม่ได้กรองว่อนโซเชียลมีเดียว่าเกิดเหตุปะทะและยิงกันใกล้วังหลวง

ตำรวจกรุงริยาด เผยว่า เมื่อคืนวันเสาร์ทหารยิงโดรนเล็กๆ ลำหนึ่งที่บินอยู่เหนือเขตโคซามาในกรุงริยาด ด้านสำนักข่าวเอสพีเอของทางการซาอุดีอาระเบีย รายงานอ้างโฆษกกรมตำรวจ ระบุ จุดตรวจทหารสังเกตเห็นโดรนลำเล็กลำหนึ่งบินโดยไม่ได้รับอนุญาต ทหารจึงเข้าจัดการ

แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีวิดีโอเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย ปรากฏภาพการปะทะกันเสียงดังสนั่นเขตโซมา จึงคาดการณ์กันว่าน่าจะเป็นความพยายามรัฐประหาร แต่ทางการซาอุดีอาระเบีย ยืนยันว่า ไม่มีผู้เสียชีวิต และกษัตริย์ซัลมานไม่ได้ประทับอยู่ในพระราชวังในเวลานั้น รัฐบาลปฏิเสธว่า ไม่มีการละเมิดความปลอดภัยรุนแรงเกิดขึ้น และกำลังสอบสวนเหตุ

ซาอุฯ ปัดข่าวลือ "รัฐประหาร"

ซาอุฯ ปัดข่าวลือ "รัฐประหาร"

ซาอุฯ ปัดข่าวลือ "รัฐประหาร"

—————————

(ที่มา : nationtv.tv

ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : BAY ÇağrıSuudi Arabistan Sarayında Şiddetli Çatışmalar Darbe mi Oluyor)

เย้ยกฎหมาย!!กล้องจับความเร็วเจอ”เป็ดป่า”บินเกินกำหนด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322354

เย้ยกฎหมาย!!กล้องจับความเร็วเจอ”เป็ดป่า”บินเกินกำหนด

เป็ดป่า,จับความเร็ว,กล้องจับความเร็ว,เกินกำหนด,ตรสวิส

ตำรวจสวิสเผยภาพกล้องจับความเร็ว เป็ดป่าใช้ความเร็วเกินกำหนดบนถนนสายหนึ่ง ถ้าเป็นคนโดนหนักแน่

กล้องจับความเร็วในเมืองเคอนิซ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จับได้ว่า มีเป็ดป่าตัวหนึ่งหรืออาจจะมากกว่า 1 ตัว เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกินกำหนดในช่วงเวลา 3 วัน

โดยกล้องจับความเร็ว ตรวจพบการกระทำผิดครั้งแรกขณะเป็ดป่าบินผ่าน ด้วยความเร็วเกินกว่าที่กำหนดไว้ไปถึง 22 ก.ม.ต่อชม.

 

แถลงการณ์ที่มาพร้อมกับรูปถ่ายหลักฐาน  ระบุว่า เป็ดป่าบินต่ำที่ความเร็ว 52 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในเขตจำกัดความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

3 วันต่อมา กล้องตัวเดิมจับเป็ดป่าตัวหนึ่งบินที่ความเร็วระดับเดียวกันอีกครั้ง  แต่ตำรวจไม่อาจฟันธงได้ว่า เป็นตัวกระทำผิดซ้ำหรือไม่ หรือว่าเป็นสมาชิกในฝูงเดียวกัน

เป็ดป่า 1 ตัวหรือมากกว่า 1 ตัวเหล่านั้น โชคดีที่รอดใบสั่งมาได้ เพราะผลของการใช้ความเร็วเกินกำหนดที่ 21 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเขตชุมชนหรือเขตเมืองในสวิตเซอร์แลนด์ อาจโดนตำรวจแจ้งความ สั่งปรับและเจอสั่งห้ามขับรถอย่างต่ำ 1 เดือน

ชาวเน็ตขำขันกับข่าวนี้ โดยหลายคนกล่าวว่า ผู้กระทำผิดยังจับตัวไม่ได้ และตำรวจก็คงปวดหัวเพราะไม่รู้จะส่งใบสั่งไปที่ไหน หรือไม่ก็ คงไม่ได้มีแต่”คนขับ”รถแล้วเท่านั้นที่เกลียดกล้องจับความเร็ว

 

พลิกยุทธศาสตร์ชาติ!! “คิมจองอึน”เลิกทดลองนุก-ขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322321

พลิกยุทธศาสตร์ชาติ!! “คิมจองอึน”เลิกทดลองนุก-ขีปนาวุธ

โสมแดง,เกาหลีีเหนือ,ทดลองนิวเคลียร์

ผู้นำเกาหลีเหนือประกาศอย่างเป็นทางการ ยุติทดลองนิวเคลียร์ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ ก่อนซัมมิต”มุน แจ อิน”และ”โดนัลด์ ทรัมป์”

นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลาง แห่งพรรคกรรมกร ในวันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้พัฒนาอาวุธมาถึงขั้นที่เรียกได้ว่าชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่

 

ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทดสอบนิวเคลียร์ และขีปนาวุธพิสัยใกล้ กลาง และข้ามทวีปอีกต่อไป ภารกิจที่ศูนย์ทดสอบนิวเคลียร์ พองคเยรี ทางเหนือก็จะยุติลงด้วย เพื่อเป็นหลักประกันความโปร่งใสว่าเกาหลีเหนือระงับวิจัยนิวเคลียร์จริง
 พลิกยุทธศาสตร์ชาติ!! "คิมจองอึน"เลิกทดลองนุก-ขีปนาวุธ

 

คำประกาศอย่างเป็นทางการจากเปียงยาง เป็นเงื่อนไขที่รัฐบาลวอชิงตันเรียกร้องมานาน จึงถือเป็นความคืบหน้าสำคัญยิ่งในพัฒนาการทูตที่กำลังถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วบนคาบสมุทรเกาหลี และมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดครั้งที่ 3 ระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ในวันศุกร์ที่ 27 เมษายน ตามด้วยการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือนหน้า

 

Donald J. Trump

@realDonaldTrump

North Korea has agreed to suspend all Nuclear Tests and close up a major test site. This is very good news for North Korea and the World – big progress! Look forward to our Summit.

 

สิ้นเสียงรายงานข่าวของสำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือไม่กี่นาที ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  ทวิตว่า “นี่เป็นข่าวดีมากสำหรับเกาหลีเหนือ และโลก – ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ ตั้งตารอการประชุมสุดยอดของเรา”

เปียงยางภายใต้คิมจองอึน พัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์รุดหน้ารวดเร็ว แม้ถูกนานาชาติคว่ำบาตรหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งหประชาชาติ

ในปีที่แล้ว เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 และเป็นระเบิดที่มีอาณุภาพรุนแรงที่สุด ทั้งยังทดสอบขีปนาวุธที่อ้างว่ามีศักยภาพยิงไกลถึงแผ่นดินใหญ่สหรัฐได้

 

นักวิชาการ กล่าวว่า มีหลายปัจจัย ที่ช่วยผลักดันเกาหลีเหนือมุ่งมาทางผ่อนคลายความตึงเครียด โดยเฉพาะความมั่นใจว่าสามารถที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจาด้วยสถานะที่เข้มแข็งกว่าเดิม ความวิตกความกระหายสงครามของรัฐบาลทรัมป์ และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร

 พลิกยุทธศาสตร์ชาติ!! "คิมจองอึน"เลิกทดลองนุก-ขีปนาวุธ

 

เกาหลีเหนือประกาศใช้นโยบาย บยองจิน ( byungjin) ที่มุ่งกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจและการทหารควบคู่ มานานหลายปี แต่คำประกาศของคิมในวันนี้ ระบุว่าเกาหลีเหนือแข็งแกร่งพอแล้ว ต่อไปนี้ ประเทศควรมุ่งเสริมสร้างเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งคิมระบุว่าเป็นยุทธศาสตร์ใหม่
ยาง มู จิน มหาวิยาลัยเกาหลีเหนือศึกษาในเกาหลีใต้ กล่าวว่า  จะว่าไปแล้ว นี่คือการประกาศยกเลิกนโยบาย บยองจิน เพื่อหันมามุ่งพัฒนาเศรษฐกิจ เชื่อว่าหลังจากนี้ เกาหลีเหนือจะมุ่งเจรจากับสหรัฐ เพื่อปรับสัมพันธ์ระดับปกติ และเพื่อหลักประกันว่าจะไม่มีความพยายามบั่นทอนระบอบเปียงยาง รวมถึงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน

เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322240

เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ

อาเจะห์,โบยต่อหน้าสาธารณชน,โบย

อ้างกฎใหม่ยังไม่เริ่ม อาเจะห์โบยต่อหน้าฝูงชนไปก่อน นักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านร่วมมุงส่งเสียงเชียร์

หลังจากอาเจะห์ เขตปกครองเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายอิสลาม เพิ่งอนุมัติระเบียบใหม่เมื่อกว่าสัปดาห์ก่อนว่า จะไม่ลงโทษโบยต่อหน้าสาธารณชนอีกต่อไป แต่ให้เปลี่ยนสถานที่ไปโบยในเรือนจำแทน
แต่ในวันนี้ ที่หน้ามัสยิดในเมืองบันดาอาเจห์ เมืองหลวงของจังหวัด มีการลงโทษโบยคู่รักยังไม่แต่งงาน กับผู้หญิง 2 คนที่เสนอขายบริการทางเพศออนไลน์ โดยสองคนหลัง ถูกโบยคนละ 11 ครั้ง

รายงานระบุว่า ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้กำมือแน่นหลังจากถูกโบยครั้งที่ 5 ส่งสัญญาณว่าเธอเจ็บปวดมาก เจ้าหน้าที่ให้ดื่มน้ำ ก่อนกลับมาโบยใหม่

 

 เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ 

ส่วนหนุ่มสาว 6 คนที่ถูกกล่าวหาว่าแสดงความรักในที่สาธารณะ ถูกโบยคนละ 11 – 22 ครั้ง มีรายงานว่าตำรวจศาสนาต้องการเอาผิดพวกเขาข้อหามีเพศสัมพันธ์ผิดกฎหมาย อันหมายถึงคบชู้ และเพศสัมพันธ์นอกสมรส ซึ่งหมายถึงว่าจำนวนการโบยจะเพิ่มขึ้นมาก แต่หลักฐานไม่เพียงพอ

 

 เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ 

การโบยหน้ามัสยิดครั้งนี้ มีขึ้นต่อหน้าฝูงกว่าพันคน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวหลายสิบคนจากประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซียรวมอยู่ด้วย ระหว่างนั้น มีการส่งเชียร์ โห่ร้อง และตะโกนตำหนิ

 

อาเจะห์ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จะไม่โบยหน้ามัสยิดอีก เพื่อไม่ให้เป็นการกระตุ้นกระแสเกลียดกลัวอิสลาม และตอบสนองต่อเสียงวิจารณ์ของนานาชาติ

แต่รองนายกเทศมนตรีไซนาล อาริฟิน ของเมืองบันดาอาเจะห์ กล่าวว่า การโบยในวันนี้ไม่ใช่การฝ่าฝืนกฎใหม่ ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติ และเรือนจำก็ยังไม่พร้อม จึงเป็นเหตุผลให้ยังต้องโบยต่อหน้าสาธารณชนต่อไป

 

 เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ 

 เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ 

 

กฎใหม่ ยังรวมถึงการห้ามเด็กดูการโบย และห้ามถ่ายรูปหรือคลิป เพราะเสี่ยงทำให้เหยื่อถูกประจานในโลกออนไลน์ไปตลอดชีวิต แต่เมื่อกฎใหม่ยังไม่ใช้ในทางปฏิบัติ จึงยังคงเห็นคนมุงถ่ายคลิปกันอย่างอิสระต่อไป

ประชาชนจำนวนมากไปชุมนุมหน้าสำนักงานนายกเทศมนตรีบันดา อาเจะห์เมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อคัดค้านการโบยหลังเรือนจำ เพราะเชื่อว่าการทำเช่นนั้นจะไม่ได้ผลเรื่องการป้องปราม

 

 เชียร์กระหึ่ม!!อาเจะห์เฆี่ยนประจานหน้ามัสยิดอีกรอบ