คลิปยูทูบช่วยครอบครัวอินเดียพบญาติที่หายไป 40 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322096

คลิปยูทูบช่วยครอบครัวอินเดียพบญาติที่หายไป 40 ปี

คลิปยูทูบ,ปาฏิหาริย์,กลับบ้าน,ชายอินเดีย

ช่างภาพอัดคลิปชายชราเร่ร่อนร้องเพลงข้างถนนในมุมไบ กลายเป็นปาฏิหาริย์ให้ครอบครัวตามเจอ

 

คมดรัม กัมพีร์ ซิงห์ อายุ 26 ปี ตอนที่ออกจากบ้านในเมืองอิมพัล รัฐมณีปุระ พื้นที่ห่างไกลทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ในปี 2521  จากนั้นก็ไม่เคยกลับบ้าน

 

 

และครอบครัวไม่ได้รับทราบข่าวคราวของเขาอีกเลยเป็นเวลาร่วม 40 ปี จนกระทั่ง คลิปวิดีโอที่มีผู้โพสต์บนเวบไซต์ยูทูบ ชายชราไว้เคราร้องเพลงจากหนังฮินดียอดนิยมในอดีต บนถนนในนครมุมไบ ไกลจากที่เขาจากมาร่วม 3,300 ก.ม.
ชายในคลิป บอกตนเองชื่อ คมดรัม ซิงห์ จากมณีปุระ ต่อมา มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งเห็นเข้า  ซึ่งได้นำความไปบอกกับครอบครัวของเขา ซึ่งพวกเขาจำได้ทันทีว่า เป็นญาติที่หายตัวไปนาน จึงได้ติดต่อตำรวจอิมพัลให้ช่วยประสานกับตำรวจมุมไบ  ที่ต่อมาก็สามารถติดตามตัวพบที่สถานีรถไฟบันดรา

                      ฟีโรเซ ชาคีร์ ช่างภาพในมุมไบ เป็นคนบันทึกคลิปและอัพโหลดบนยูทูบเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว 

กัมพีร์ ซึ่งขณะนี้อายุ 66 ปีแล้ว บอกกับชาคีร์ว่า สมัยก่อนเคยเป็นทหาร เมื่อบิดาเสียชีวิต ได้ลาออกกลับบ้านไปทำสวน แต่มีเรื่องเข้าใจผิดกับพี่น้อง จึงออกจากบ้าน เขาเคยเป็นแรงงานก่อสร้าง แต่ประสบอุบัติเหตุสองครั้ง และหันมาดื่มเหล้า สุดท้ายหาเลี้ยงตัวเองจากการเป็นขอทานร้องเพลงเก่า

ชาคีร์เห็นกัมพีร์บ่อยมากจนรู้จักกัน และวันหนึ่ง ตัดสินใจถ่ายคลิปเขาร้องเพลงไว้ คลิปนี้มียอดเข้าชม 55,000 ครั้ง และช่วยให้บุคคลสูญหายคนหนึ่งได้กลับไปอยู่กับครอบครัวในที่สุด

ตำรวจเมืองอิมพัล เดินทางมารับกัมพีร์ที่มุมไบ กลับไปหาครอบครัวเมื่อวานนี้ และมีกำหนดเดินทางถึงอิมพัลในบ่ายวันพฤหัสบดี
ชาคีร์ เจ้าของคลิป กล่าวว่า เรื่องราวแบบนี้คือแสงแห่งความหวัง หากคลิปวิดีโอหนึ่งช่วยเปลี่ยนชีวิตคนได้ ไม่เรียกปาฏิหาริย์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไร

รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนห้ามจำหน่ายหลอด-แท่งคนพลาสติก และสำลีก้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322081

อังกฤษจ่อแบนหลอดพลาสติก-สำลีก้าน

หลอดพลาสติก,อังกฤษแบน,ลดขยะ,ลดขยะในทะเล

รัฐบาลอังกฤษประกาศแผนห้ามจำหน่ายหลอด-แท่งคนพลาสติก และสำลีก้าน

นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์แห่งอังกฤษ แถลงวันนี้ว่า รัฐบาลอังกฤษจะเริ่มเปิดการหารือเรื่องการห้ามใช้วัสดุพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเหล่านี้ ก่อนผลักดันเป็นกฎหมาย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นอีกก้าวของความพยายามลดปริมาณพลาสติก หลังจากในปี 2558 อังกฤษเริ่มเก็บค่าถุงพลาสติกใส่ของในร้านค้าส่วนใหญ่ การห้ามใช้เม็ดพลาสติกไมโครบีดส์ และแผนการให้ผู้บริโภคจ่ายเงินมัดจำขวดพลาสติก

นายกรัฐมนตรีเมย์ กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษเป็นผู้นำโลกในประเด็นนี้ และประชาชนชาวอังกฤษได้แสดงให้เห็นถึงพลังและความใส่ใจ พร้อมรับมาตรการลดการใช้พลาสติกที่แล้วมา ในวันนี้ รัฐบาลจึงเสนอแผนเพิ่มเติมที่จะลดขยะชนิดนี้ลงอีก ด้วยการเลิกใช้หลอด แท่งคนพลาสติก และคอตตอนบัด

 

อังกฤษจ่อแบนหลอดพลาสติก-สำลีก้าน

อังกฤษเตรียมเชิญชวนสมาชิก 25 ประเทศในกลุ่มเครือจักรภพ (คอมมอนเวลท์) มาร่วมกันต่อสู้กับขยะพลาสติก ด้วยการกำหนดเป็นวาระหลักของการประชุมสุดยอดที่กรุงลอนดอน กำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยผู้นำอังกฤษกล่าวว่า หากร่วมมือกันทุุกฝ่ายแล้ว ก็เชื่อว่าจะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพื่ออนาคตลูกหลานได้อยู่กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ดีกว่าที่เรากำลังประสบในปัจจุบัน

รัฐบาลอังกฤษจะใช้งบประมาณ 61.4 ล้านปอนด์ ( ราว  2,240 ล้านบาท)  เพื่อยกระดับการบริหารจัดการขยะในประเทศกำลังพัฒนา และวิจัยหาหนทางใหม่รับมือกับขยะพลาสติกในกลุ่มคอมมอนเวลท์

ผลศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า แต่ละปี มีหลอดพลาสติก 8,500 ล้านชิ้นถูกทิ้งในอังกฤษ และไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอังกฤษ กล่าวว่า เป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อชีวิตสัตว์น้ำ และเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินของโลก

ข้อเสนอห้ามจำหน่ายหลอดพลาสติก เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะ 25 ปีเพื่อขจัดขยะพลาสติกแบบหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้มาตรการจูงใจทางภาษี

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322054

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

รี ซอล จู,ภรรยาท่านผู้นำ,คิมจองอึน,เกาหลีเหนือ,สุภาพสตรีที่เคารพ

เกาหลีเหนือส่งสัญญาณ กำลังพยายามเชิดชู “รี ซอล จู” ภริยาคิม จอง-อึน เป็นขวัญใจของประชาชน ทำไมต้องทำเช่นนั้น

 

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นางรี ซอล จู ภรรยานายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เดินทางไปชมการแสดงของคณะบัลเลต์จากจีน ที่ได้รับเชิญไปแสดงในเกาหลีเหนือ

นอกจากเป็นการออกงานครั้งแรกแบบไม่ใช่การติดตามสามีแล้ว  “รี ชอน ฮี” ผู้ประกาศหญิงคนดังโสมแดง ที่มักออกมาอ่านข่าววาระสำคัญ ก็เป็นผู้ประกาศข่าวการร่วมงานครั้งนี้ โดยใช้คำเรียกขานสถานะใหม่  ว่า “สุภาพสตรีที่เคารพ”  รี ซอล จู พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล ร่วมชมการแสดงของคณะบัลเลต์จากจีนที่กรุงเปียงยาง”

                       เป็นครั้งแรกที่สื่อเกาหลีเหนือเรียก รี ซอล จู ว่า “สุภาพสตรีที่เคารพ”  จากเดิมเธอถูกเรียกว่า “สหาย”  ( comrade)  และนับเป็นครั้งแรกใน 40 ปีที่สถานะนี้ นำกลับมาใช้ใหม่ ตั้งแต่เคยใช้เรียกคิม ซอง เอ ภริยาคนที่สองของนายคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งประเทศ เมื่อปี 2517 

 

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

ตลอดปีนี้ ชื่อของเธอได้รับการกล่าวถึงในรายงานข่าวภาษาอังกฤษของสื่อทางการถึง 44 ครั้ง มากกว่าปีใดๆนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา และช่วงกว่าหนึ่งเดือนมานี้
เธอปรากฏตัวเคียงคู่สามีในการพบปะกับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ที่กรุงเปียงยาง การเยือนกรุงปักกิ่งของจีนครั้งประวัติศาสตร์ การชมคอนเสิร์ตของศิลปินจากเกาหลีใต้ การพบปะกับเจ้าหน้าที่จีน และการร่วมชมการแสดงทางวัฒนธรรม
นักวิเคราะห์มองว่าการยกสถานะ “สุภาพสตรีที่เคารพ” น่าจะเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามสร้างภาพโสมแดงแดนฤาษีว่า เป็นรัฐปกติ ขณะเตรียมร่วมประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ กับประธานาธิบดีมุน แจอินแห่งเกาหลีใต้ ในวันศุกร์หน้า ตามด้วยการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐในเดือนถัดไป

 

 

สถานะใหม่จะทำให้เธอมีศักดิ์มีศรีเทียบเคียงนาง คิม ชอง ซุค และ เมลาเนีย สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของเกาหลีใต้และสหรัฐ

อัน ชาน อิล ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ปัจจุบันเป็นนักวิจัยสถาบันโลกเพื่อเกาหลีเหนือศึกษา กล่าวว่า การส่งเสริมสถานะ รี ซอล จู เป็นยุทธศาสตร์การตลาดทรงประสิทธิภาพมากที่สุด  การประชุมสุดยอดจะถูกจัดให้มีขึ้นแบบสถานะเท่าเทียม หากเมลาเนีย ทรัมป์ มาร่วม รี ซอล จู ก็จะเข้าร่วม พร้อมชี้ว่า เมื่อตอนไปปักกิ่งเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของคิมนับจากรับตำแหน่ง ภรรยาของเขาก็ติดตามไปด้วย

 

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

 

สอดคล้องกับ ทรอย สแตนกาโรเน ผู้อำนวยการอาวุโสสถาบันเศรษฐกิจเกาหลี ที่กล่าวกับซีเอ็นเอ็น ว่า “ในเกาหลีเหนือ ไม่มีอะไรเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ละจังหวะก้าวล้วนถูกออกแบบมาเพื่อเหตุผลบางอย่างเสมอ ” การยกสถานะของรี นอกจากช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับสถานะครอบครัวคิมในเกาหลีเหนือ แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงสายตาชาวโลกที่มองมายังระบอบเปียงยางด้วย

 

เรื่องราวของรี ซอล จู ไม่เป็นที่รับรู้มากนัก แต่เชื่อกันว่า เธออายุ 29 ปี มีลูก 3 คนกับคิม เป็นลูกสาวอย่างน้อย 1 คน ข่าวกรองจากเกาหลีใต้ระบุว่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มาจากครอบครัวธรรมดา คุณพ่อเป็นครู คุณแม่เป็นหมอ  เคยไปร่ำเรียนดนตรีในจีน เป็นอดีตสมาชิกวงออเคสตรา อุนฮาซา ของเกาหลีเหนือ และเคยเยือนเกาหลีใต้ในฐานะเชียร์ลีดเดอร์ ในปี 2548 เธอเป็นผู้นำแฟนชั่นในเกาหลีเหนือ บ่อยครั้งปรากฎตัวในชุดสมัยใหม่หรูหรา ครั้งหนึ่งมีภาพเธอถือกระเป๋าคริสเตียนดิออร์ สวนทางกับสภาพความแร้นแค้นของประชาชนในประเทศ

 

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

 

ขณะที่ ชิน บอม ชอล จากสถาบันนโยบายศึกษาอาซาน แสดงความเห็นว่า ความฝังใจของคิมจองอึน ที่เห็นมารดาต้องเป็นภรรยาของพ่อแบบไม่ได้ออกหน้าออกตา อาจเป็นแรงผลักดันทำให้คิมส่งเสริมบทบาทของภรรยา

โค ยอง ฮุย มารดาของคิมจองอึน เป็นชาวเกาหลีจากญี่ปุ่น  มีบุตรและธิดา 3 คนกับคิม จอง อิล  ผู้นำรุ่นสองของเกาหลีเหนือ แต่อยู่หลังฉากตลอดการอยู่กิน 28 ปี เธอเสียชีวิตในปี 2547 จากโรคมะเร็งทรวงอก หลังเดินทางไปรักษาที่กรุงปารีส เมื่อนำศพกลับบ้านก็ทำแบบเงียบๆ และเพิ่งมีการสร้างสุสานให้กับเธอเมื่อปี 2555 หลังจากลูกชายขึ้นสืบทอดอำนาจจากพ่อ

คิม จองอึน ยังต่างจากพ่อและปู่  ตรงที่เวลาเดินทางไปไหนมาไหน มักจะมีผู้หญิงในครอบครัวติดตามไปด้วย ไม่ภรรยาก็น้องสาว คิม โย จอง แหวกขนบเดิมที่คู่สมรส พี่น้องหรือน้องสาว แทบไม่เคยปรากฎตัวออกสื่อ แต่คิมส่งน้องสาวไปร่วมมหกรรมโอลิมปิกในเกาหลีใต้

 

เหตุใดโสมแดงเปลี่ยนคำเรียกขานภรรยาท่านผู้นำ

ความต่างอีกเรื่องคือการที่รูปแบบการดำเนินชีวิตของคิม จองอึน มีบางแง่มุมไม่เป็นทางการหรือขึงตึงเท่าใดนัก
หนังสือพิมพ์อาซาอี ในญี่ปุ่น รายงานเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารระหว่างเลี้ยงต้อนรับคณะผู้แทนเกาหลีใต้เมื่อปลายเดือนมีนาคมว่า รี ซอล จู เรียกผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือว่า “สามีของดิฉัน” ต่อหน้าแขกเหรื่อ ทั้งยังปรบมือและหัวเราะเมื่อทูตเกาหลีใต้แนะนำให้คิมจองอึน เลิกบุหรี่ ขณะที่เจ้าหน้าที่อาวุโสเกาหลีเหนือที่นั่งอยู่ด้วยกันถึงกับหน้าบึ้งตึง เพราะการแนะนำหรือตักเตือนผู้นำประเทศเป็นการกระทำที่อุกอาจ

มุมคิดเล็กๆ แจ็ค หม่า”สุขตอนนี้ไม่เท่าตอนมีเงินไม่กี่ร้อย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/322020

มุมคิดเล็กๆ แจ็ค หม่า”สุขตอนนี้ไม่เท่าตอนมีเงินไม่กี่ร้อย”

แจ็ค หม่า,ความสุข,อาลีบาบา

อดีตครูสอนภาษาอังกฤษที่กลายเป็นมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ครั้งหนึ่งเคยเผยความรู้สึกว่า ตอนหาเงินได้เดือนละไม่กี่ร้อย สุขมากกว่าวันนี้

แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหาร อาลีบาบา กรุ๊ป อาณาจักรอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของโลก ที่อยู่ระหว่างเดินทางมาเยือนประเทศไทยขณะนี้นั้น เคยให้สัมภาษณ์เมื่อไม่นานมานี้ ว่า

 

 

มุมคิดเล็กๆ แจ็ค หม่า"สุขตอนนี้ไม่เท่าตอนมีเงินไม่กี่ร้อย"

 

หากพูดถึงความสุขเทียบกับตอนที่มีเงินเดือน 12 ดอลลาร์ ( ราว 360 บาท )หลังจบวิทยาลัยใหม่ๆ  เขามีความสุขยิ่งกว่าตอนมหาเศรษฐีหมื่นล้านเสียอีก

“เงินพันล้านดอลลาร์ไม่ใช่เงินของผม เงินที่ผมมีในวันนี้ คือความรับผิดชอบ คือความไว้วางใจของผู้คนที่มีต่อผม” 

จากสารคดีชีวิตของหม่า ชื่อ Crocodile in the Yangtze ระบุว่า หลังจบการศึกษาในปี 2531 เขาเคยทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยท้องถิ่น ในเมืองบ้านเกิดหางโจว  มีรายได้แค่ 360 บาทต่อเดือน

ระหว่างไปพูดในงานเลี้ยงอาหารกลางวัน ที่ Economics Club of New York เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หม่าย้อนความรู้สึกในช่วงนั้นว่า เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของเขา “เวลาที่คุณมีเงินไม่มาก คุณรู้ว่าควรใช้จ่ายอย่างไร แต่ทันทีที่กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน นั่นคือคุณมีความรับผิดชอบมหาศาล”

มุมคิดเล็กๆ แจ็ค หม่า"สุขตอนนี้ไม่เท่าตอนมีเงินไม่กี่ร้อย"

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่จ้าพ่ออีคอมเมิร์ซแห่งแดนมังกร พูดถึงภาระหนักอึ้งของการเป็นมหาเศรษฐีร่ำรวยล้นฟ้า ครั้งหนึ่งตอนไปพูดในงาน  Clinton Global Initiative ที่นิวยอร์ก เขาก็เคยย้อนถึงช่วงเวลาที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษว่า เป็นช่วงมีสุขของชีวิต “คนที่มีเงินล้าน คือโชคดี แต่หากมีเพิ่มแตะ 10 ล้านดอลลาร์เมื่อไหร่ คุณเจอปัญหาแน่”

ปรบมือให้กัปตันหญิง”เซาต์เวสต์”อดีตนักบินเอฟ-18

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321965

ปรบมือให้กัปตันหญิง”เซาต์เวสต์”อดีตนักบินเอฟ-18

เซาต์เวสต์,กัปตันหญิง,นักบินเอฟ-18

ผู้โดยสารนับถือกัปตันหญิง สติเป็นเยี่ยม พาเครื่องลงจอดโดยสวัสดิภาพหลังเครื่องยนต์ซ้ายระเบิดกลางอากาศ

 

ผู้โดยสารที่ประสบเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินเซาต์เวสต์แอร์ไลนส์  เครื่องยนต์ด้านซ้ายระเบิดกลางอากาศ ส่งเศษโลหะทะลุหน้าต่างแตก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน

 

 

เป็นผู้โดยสารหญิงที่นั่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่เกือบถูกแรงดันอากาศดูดออกไปนอกเครื่อง พากันกล่าวยกย่องกัปตันหญิง แทมมี โจ ชูลทส์ ที่ครองสติได้อย่างมั่นคง นำเครื่องบินลงแตะพื้นโดยสวัสดิภาพ

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

( ชูลสท์ สมัยเป็นนักบินเอฟ-18 ปี 1983 / ภาพ Military Fly Moms ) 

 

สื่อหลายสำนักเผยปูมหลังของนักบินหญิงผู้นี้ว่า ชูลทส์ วัย 56 ปี เคยเป็นหนึ่งในนักบินหญิงรุ่นแรกของเครื่องบินรบกองทัพเรือมาก่อน คุ้นชินกับการนำเครื่องบินรบเอฟ-18 ที่บินด้วยความเร็ว 150 ไมล์ต่อชั่วโมง ลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน และเธอได้ใช้ประสบการณ์และทักษะที่มี นำพาเครื่องบินโดยสารแบบโบอิ้ง 737-700 ที่เครื่องยนต์หนึ่งเครื่องระเบิดแตก ที่ความสูง 3 หมื่นฟุต ลดระดับลงอย่างรวดเร็วสู่การลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย
ข้อมูลการบินจาก FlightRadar24 ระบุว่าเครื่องบินลดความสูงจากที่ราว 3 หมื่นฟุต มาอยู่ที่ 1.3 หมื่นฟุต ในเวลา 5 นาที

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

 

เวบไซต์ F-16.net อ้างคำพูดของ ชูลทส์ ว่า เธอฝันและมุ่งมั่นที่จะเป็นนักบินตั้งแต่เด็ก แต่ตอนมัธยมปลาย เธอได้รับแจ้งว่าในวงการการบินไม่ยอมรับผู้หญิง แต่เธอไม่ล้มเลิกความตั้งใจ หลังจากเรียนแพทย์ในแคนซัส จึงสมัครเข้ากองทัพอากาศ แต่กองทัพอากาศไม่อนุมัติให้เธอทดสอบเป็นนักบิน

แต่ความฝันของเธอเป็นจริงในที่สด เมื่อกองทัพเรืออนุญาต เธอกลายเป็นหนึ่งในนักบินหญิงรุ่นแรกของเครื่องบินเอฟ-18 ฮอร์เน็ต ต่อมาเป็นครูฝึก ก่อนลาออกจากกองทัพเรือในปี 2536 มาเป็นนักบินสายการบิน “เซาต์เวสต์ แอร์ไลนส์”

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

ซินดี ฟอสเตอร์ อดีตเพื่อนร่วมห้อง กล่าวว่า แทมมี โจ เผชิญกับแรงต้านอย่างมาก เพราะความเป็นผู้หญิง แต่เธอรู้ดีว่าต้องพยายามให้หนักกว่าคนอื่น เธอทำเพื่อตัวเองและผู้หญิงทุกคนที่ต้องสู้เพื่อให้ได้โอกาสนั้นมา

 

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

อดีตนักบินหญิงแห่งกองทัพเรือ เจอบททดสอบครั้งใหญ่ บนเที่ยวบิน 1380 กับเหตุการณ์สุดระทึก ที่ทำให้มีผู้โดยสารหญิง เสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บเล็กน้อย 7 คน หลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินในนิวยอร์ก พาผู้โดยสาร 144 คนมุ่งหน้าไปยังเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ได้ราว 20 นาที เธอบอกเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินว่า มีชิ้นส่วนเครื่องบินหายไป  และเธอต้องการรถพยาบาลบนรันเวย์

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

( twitter : Kristopher Johnson )

 

ผู้โดยสารหลายคนที่บอกเล่าประสบการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พากันยกย่องชื่นชมกัปตันชูลทส์  ที่รับมือสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างสงบนิ่ง โดยหลังจากนำเครื่องบินลงจอดโดยสวัสดิภาพแล้ว เธอยังเดินตามช่องทางเดินและพูดคุยกับผู้โดยสาร เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนปลอดภัย และยืนกล่าวขอบคุณพวกเขาขณะลงจากเครื่อง ที่แสดงความกล้าหาญขณะตกอยู่ในสถานการณ์ระทึกขวัญ

 

ปรบมือให้กัปตันหญิง"เซาต์เวสต์"อดีตนักบินเอฟ-18

สายการบินปฏิเสธให้ชื่อลูกเรือของเที่ยวบิน 1380 และกัปตันชูลทส์ก็ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ แต่ชื่อของเธอมาจากการบอกเล่าของผู้โดยสาร
รอเบิร์ต ซัมวอลท์ ประธานสำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยการบิน (เอ็นทีเอสบี ) กล่าวว่า  ลูกเรือปฏิบัติหน้าที่อย่างมืออาชีพตามที่เคยผ่านการฝึกมา รวมถึงการฝึกในการจำลองสถานการณ์ลดเพดานบินฉุกเฉิน และสูญเสียเครื่องยนต์

ต้องเดินเกิน 1 ล้านก้าวก่อนถึงจะปล่อย”ไก่”ขาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321746

ต้องเดินเกิน 1 ล้านก้าวก่อนถึงจะปล่อย”ไก่”ขาย

ฟาร์มไก่,เลี้ยงแบบปล่อย,1 ล้านก้าว,ปล่อยขาย

โครงการแก้จนในชนบทจีนน่าสนใจ ทำฟาร์มไก่เลี้ยงแบบปล่อยคุณภาพสูง จับติดอุปกรณ์นับก้าวเดิน ครบล้านถึงปล่อยขาย

ฟาร์มไก่แห่งหนึ่งในเขต อู๋อี๋ มณฑลเหอเป่ย ทางภาคเหนือของจีน เลี้ยงไก่แบบปล่อย (free range ) แบบมีหลักการที่จริงจังมาก ไก่ทุกตัวจะติดอุปกรณ์ติดตามนับจำนวนก้าวเดิน  และจะไม่ขายไก่ออกไปจนกว่าจะเดินเกิน 1 ล้านก้าว ซึ่งใช้เวลาราว 160 วัน
เหอ เสี่ยวเฟย ผู้จัดการฟาร์ม กล่าวว่า การเดินช่วยกระชับกล้ามเนื้อไก่และทำให้เนื้อรสชาติดี
สำนักข่าวซินหัว ระบุว่า ฟาร์มไก่แห่งนี้ มีไก่ราว 1 หมื่นตัว และเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติเท่านั้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงการบรรเทาความยากจน ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางการท้องถิ่นและเวบไซต์ช็อปปิงออนไลน์ JD.com
เขตอู๋อี๋ เป็นหนึ่งในพื้นที่ยากจนที่สุดในจีน ที่ดินส่วนใหญ่แห้งแล้งและเป็นด่าง ประชากรกว่า 60% เป็นผู้สูงอายุ มีปัญหาสุขภาพ หรือเลี้ยงตัวเองไม่ได้

เงินกู้ก้อนเล็กๆปลอดดอกเบี้ยจากเจดี ดอท คอม ช่วยให้ชาวบ้านลงทุนซื้อไก่มาเลี้ยงได้จำนวนหนึ่ง เมื่อขายได้ก็จะแบ่งรายได้กัน รัฐบาลช่วยสนับสนุนด้วยการประกันรายได้ให้กับเกษตรผู้เลี้ยง

หลี่ ซือเชง วัย 76 ปี ที่กู้ยืมเงิน 4,500 หยวน ซื้อไก่ 100 ตัวเมื่อปีที่แล้ว เมื่อเลี้ยงจนพร้อมออกขาย เจดี ดอท คอม จ่ายให้เขาหมื่นหยวน หักเงินกู้และค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่ารเชือดไก่  หลี่มีรายได้ 3,000 หยวน ( ราว 1.5 หมื่นบาท )

หลี่กล่าวว่า ไก่เปลี่ยนชีวิตของเขา เวลานี้ เขามีรายได้มากพอไปซื้อจักรยานสามล้อไฟฟ้า

สำนักข่าวซินหัวระบุว่า ไก่พร้อมปรุงขายดีมากบนเวบไซต์ เจดี ดอท คอม แม้ว่าราคาตกตัวละ 168 – 188 หยวน แพงกว่าราคาไก่ปกติ 3-4 เท่า แต่ผู้ซื้อเต็มใจจ่าย และความเห็นกว่า 1.4 ความเห็นบนเวบไซต์ ส่วนใหญ่ชื่นชอบรสชาติ

การขยายตัวของชนชั้นกลางของจีน ได้สร้างตลาดขนาดใหญ่และกำลังซื้อสินค้าเกษตรคุณภาพสูง ดึงดูดนักลงทุนรายใหญ่ อาทิ ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ อาลีบาบา และ เน็ทอีส ( NetEase ) ทั้งสองบริษัทมีฟาร์มหมูเลี้ยงแบบปล่อยเช่นกัน

รองหัวหน้าเขตอู๋อี๋ กล่าวว่า ฟาร์มไก่เป็นประโยชน์แก่ชาวบ้านยากจนอย่างมาก ช่วยยกฐานะความเป็นอยู่มากกว่า 400 ครอบครัวพ้นจากความยากจน นับจากเดือนมีนาคม 2559 และทำกำไรให้กับธุรกิจใหญ่ในเวลาเดียวกัน

คนรักสัตว์ใจสลายเยอรมนีกำจัด”ชิโค”สุนัขกัดเจ้าของตาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321703

คนรักสัตว์ใจสลายเยอรมนีกำจัด”ชิโค”สุนัขกัดเจ้าของตาย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  56 นาทีที่ผ่านมา

สุนัขเทอร์เรีย,ขย้ำเจ้าของตาย,เยอรมนีกำจัด

ทางการเยอรมนีกำจัดสุนัขเทอร์เรียหลังขย้ำเจ้าของและลูกตาย  แม้คนลงชื่อเกือบ 2.9 แสนขอชีวิต

โฆษกเมืองฮานโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี แถลงเมื่อวานนี้ ( 16 เม.ย.)ว่าได้ทำให้ ชิโค สุนัขพันธุ์ สแตฟฟอร์ดเชอร์ เทอร์เรีย ตายอย่างไม่ทรมาน หลังจากผลนิติเวชพบว่ามันกัดสตรีวัย 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของ กับลูกชายวัย 27 ปี เสียชีวิตคาห้องพัก เมื่อสองสัปดาห์ก่อน
ลูกสาวของผู้ตายโทรแจ้งตำรวจหลังจากติดต่อทั้งสองไม่ได้ และต่อมา เห็นศพของพี่/น้องชาย จากทางหน้าต่าง พนักงานดับเพลิงรุดถึงที่เกิดเหตุบุกเข้าไปจับตัวเจ้าชิโคไปฝากขังไว้ที่สถานสงเคราะห์สัตว์ ระหว่างรอการสอบสวน  และผลชันสูตรศพที่ออกมาเมื่อวันศุกร์ พบว่าชิโคเป็นต้นเหตุ ทางการจึงเสนอให้กำจัดเพราะเป็นหนทางเดียว เนื่องจากความก้าวร้าวของมัน

 

แต่สำหรับคนรักสัตว์และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสัตว์ มองว่าการฆ่าให้ตายไม่ใช่ทางเลือกเดียว มีผู้ร่วมลงชื่อในคำร้องออนไลน์บนเวบไซต์ Change.org เกือบ 2.9 แสนชื่อ ขอให้ทางการส่ง ชิโค ไปอยู่ในความดูแลของทีมสัตวแพทย์อิสระ หรือให้โอกาสมันครั้งที่สองเพื่อนำไปฝึกใหม่ แต่ก็ไม่เป็นผล

 

คนรักสัตว์ใจสลายเยอรมนีกำจัด"ชิโค"สุนัขกัดเจ้าของตาย 

เพื่อนบ้านของผู้ตายเล่าว่า สุนัขสแตฟฟอร์ดเชอร์ เทอร์เรียตัวนี้ ดุมาก เวลามีแขกไปเยี่ยมเยือน หรือลูกชายไม่อยู่  ชิโคจะถูกขังในกรงภายในห้องลูกชาย
เวบไซต์ ดอยเชอ เวลเลอ สื่อเยอรมนี รายงานว่า ทางการเยอรมนีเพิ่มความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยจากสุนัข ในปี 2543  หลังเกิดเหตุทำร้ายคนหลายกรณีรวมทั้งเด็ก หากสุนัขมีความผิดกัดคนตาย 2 คน ทางการจะต้องกำจัด

 

มีรายงานว่าบ้านสงคราะห์สัตว์ที่ดูแลชิโคก่อนตาย ได้รับข้อเสนอจากประชาชนหลายร้อยที่พร้อมจะรับมันไปอยู่ด้วย และมีความพยายามจะพังประตูเข้าไปในศูนย์เพื่อช่วยมันออกมาด้วย

อย่างไรก็ดี กรณีของชิโค ไม่ใช่เหตุสุนัขขย้ำคนตายรายเดียวที่ช็อกชาวเยอรมันในเดือนนี้  สัปดาห์ที่แล้ว สุนัขลูกผสมที่เชื่อว่าเป็นสแตฟฟอร์ดเชอร์ เทอร์เรียเช่นกัน เป็นต้นเหตุให้เด็กวัย 7 ขวบเสียชีวิต จุดประเด็นถกเถียงอย่างหนักในเยอรมนี ว่าเจ้าของสุนัข โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงสุนัขดุร้าย ควรมีใบอนุญาต

“บาร์บารา บุช”ป่วยหนักไม่ขอรับการรักษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321682

“บาร์บารา บุช”ป่วยหนักไม่ขอรับการรักษา

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วับ92ปี,อดีตสุภาพสตรีหมาบเลข1,บาร์บารา บุช,ป่วยหนัก,ไม่ขอรับการรักษา

บาร์บารา บุช วัย 92 ปี ภริยาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุชของสหรัฐมีอาการป่วยหนักและตัดสินใจไม่ขอรับการรักษาใดๆทั้งสิ้น

       นางบาร์บารา บุช เป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช และเป็นมารดาของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช และเจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริด้าด้วย

       แถลงการณ์ของทางครอบครัวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 เมษยน 2561 ระบุว่า อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งวัย 92 ปี ปฏิเสธที่จะรับการรักษาในโรงพยาบาล และขออยู่กับสมาชิกในครอบครัวแต่ไม่ได้ระบุสภาพอาการป่วย

        นอกจากบอกว่าเธอเข้าโรงพยาบาลหลายครั้งในช่วงเมื่อไม่นานมานี้ เธอตัดสินใจเรื่องนี้หลังจากหารือกับแพทย์ผู้ให้การรักษาและสมาชิกของครอบครัวแล้วอ

        ย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ฉบับนี้ ไม่ได้ระบุว่าเธอป่วยด้วยโรคอะไร แต่สื่อรายงานว่า เธอมีปัญหาเกี่ยวกับโรคปอดอุดตัน ซึ่งทำให้มีปัญหาในการหายใจ และมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อหัวใจที่ไม่สามารถสูบฉีดโลหิตได้เต็มที่

        ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานว่า เธอป่วยด้วยโรคต่อมไทรอยด์ และปัญหาเกี่ยวกับหลอดลมอักเสบและระบบทางเดินหายใจ

ทีมา : กรุงเทพธุรกิจ

รวบนักการเมืองพรรครัฐบาลอินเดียลักพาตัว-ข่มขืนวัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321398

รวบนักการเมืองพรรครัฐบาลอินเดียลักพาตัว-ข่มขืนวัยรุ่น

นักการเมืองอินเดีย,ข่มขืน,ลักพาตัว,พรรครัฐบาลอินเดีย

วัยรุ่นหญิงแจ้งความหลายหนตร.เฉย จนต้องเผาตัวเองประท้วง เหตุนักการเมืองใหญ่คือคู่กรณี

                    ตำรวจอินเดียจับกุม นายกุลทีป ซิงห์ เซนการ์ ส.ส.สภารัฐอุตตรประเทศ จากพรรครัฐบาล ภารติยชนตะ (บีเจพี) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสอบสวนกว่า 10 ชั่วโมงในข้อหาลักพาตัวและข่มขืนวัยรุ่นหญิงอายุ 16 ปีเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว แต่นายเซนการ์ ส.ส. 4 สมัย ยังคงปฏิเสธ อ้างว่าข้อกล่าวหานี้ เป็นทฤษฎีคบคิดทำลายเขาของชาววรรณะล่าง

                    วัยรุ่นเจ้าทุกข์ เผยว่าหลังถูกข่มขืนเมื่อกลางปีที่แล้ว เธอพยายามแจ้งความหลายครั้งแต่ตำรวจปฏิเสธทำคดี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ และเมื่อบิดาพยายามติดตามความคืบหน้าคดีของลูกสาว กลับถูกตำรวจกล่าวหาแจ้งความเท็จ และถูกจับเข้าคุก เรื่องราวของเธอเป็นข่าวพาดหัว หลังจากเธอพยายามจุดไฟเผาตัวเองเพื่อฆ่าตัวตายที่หน้าบ้านของมุขมนตรีรัฐอุตตรประเทศ โยคี อดิตยนาถ เมื่อวันที่ 8 เมษายน เพราะความคับแค้นเรื่องของเธอเองและพ่อ

 

รวบนักการเมืองพรรครัฐบาลอินเดียลักพาตัว-ข่มขืนวัยรุ่น

( ภาพ hindustantimes ) 

แต่วันต่อมา พ่อของเธอเสียชีวิตขณะอยู่ในความควบคุมของตำรวจ ผลตรวจบ่งว่าถูกซ้อมทรมาน โดยน้อง/พี่ชายของนายเซนการ์ตกเป็นผู้ต้องหา

ตำรวจเพิ่งยอมรับแจ้งความเอาผิดนักการเมืองเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว หลังจากมุขมนตรีสั่งสอบสวน เกือบ 10 เดือนหลังเกิดเหตุ โดยตำรวจอ้างว่าที่รับแจ้งความช้าเพราะคำให้การของเด็กหญิงกลับไปกลับมาและไม่มีหลักฐานมากพอเอาผิดกับนักการเมืองทรงอิทธิพล

ปัจจุบัน คดีอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานสอบสวนกลาง (ซีบีไอ) แล้ว สื่ออินเดียรายงานว่า ซีบีไอขออำนาจศาลในเมืองลัคนาว เมืองหลวงของรัฐ ฝากขังนักการเมืองรายนี้ 7 วัน ระหว่างนี้จะสอบปากคำ และนำตัวไปทำแผนที่เขตอุนนาวที่เกิดเหตุ กับรวบรวมหลักฐานเอาผิด ซึ่งหากไปที่นั่น นักการเมืองวัย 50 ปีจะต้องเผชิญหน้ากับผู้กล่าวหาและครอบครัว

มหัศจรรย์แห่งชีวิต!! แม่คลอดลูกขณะเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321378

มหัศจรรย์แห่งชีวิต!! แม่คลอดลูกขณะเป็นเจ้าหญิงนิทรา

ให้กำเนิดทารก,เจ้าหญิงนิทรา,ภาวะผัก,มหัศจรรย์แห่งชีวิต

คุณแม่ชาวจีนที่ป่วยภาวะผักขณะตั้งครรภ์ 3 เดือน คลอดลูกสาวแข็งแรงสมบูรณ์จน 4 ขวบแล้ว

                      สถานีโทรทัศน์ ทีวีบีเอส นิวส์ ในไต้หวัน รายงานเมื่อวานนี้ถึงเรื่องราวคุณแม่คนหนึ่งชื่อ เซา ไซเหยียน  ป่วยเลือดออกในสมอง อันเกิดจากภาวะความดันโลหิตสูงระหว่างตั้งครรภ์ จนทำให้เธออยู่ในภาวะผัก

 มหัศจรรย์แห่งชีวิต!! แม่คลอดลูกขณะเป็นเจ้าหญิงนิทรา  

( ขณะนี้ลูกสาวอายุ 4 ขวบแล้ว ) 

ในตอนแรก  โจ ตงเหลียง สามีของเธอและครอบครัว ซึ่งอยู่ในเมืองคุนซาน มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ต้องการให้ทำแท้ง หลังได้รับแจ้งเบื้องต้นจากพยาบาลว่าเด็กอาจรอดชีวิตแต่อาจพิการ แต่หลังจากหารือกับสูตินารีแพทย์หลายครั้ง ครอบครัวเปลี่ยนใจให้รักษาเด็กไว้
คุณแม่อยู่โรงพยาบาล 75 วันก่อนแพทย์ให้กลับบ้านได้ เธอมีไข้ขึ้นบ่อยครั้ง และให้อาหารทางสาย  จนในที่สุด เธอให้กำเนิดลูกสาวแข็งแรงสมบูรณ์
สามีเล่าว่า ขณะนั้น เขาทำงานอยู่ข้างนอก มารดาโทรศัพท์ไปบอกเรื่องภรรยาคลอดลูก เขาคิดว่ามันคือปาฏิหาริย์ ทั้งกับครอบครัวของเราและหมอด้วย
แต่ละวัน หน้าที่ของเขาคือปลุกภรรยาให้ตื่น พูดคุยกับเธอ และคอยบีบนวด เขาคิดว่าภรรยาเริ่มรู้สึกตัวบ้าง มีตอบสนองเล็กๆน้อยๆ “เราชอบสอดมือไว้ในกระเป๋าเสื้อของกันและกันในหน้าหน้าว เธอเริ่มทำตามผมแล้ว” สามีกล่าว และแม้ว่าโอกาสที่ภรรยาจะฟื้นตัวกลับมาหายดี ยังเลือนลางมาก แต่สามียืนยันว่าจะดูแลต่อไป และเชื่อว่าเธอจะต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวกำลังรอปาฏิหาริย์อีกครั้งหนึ่ง
 มหัศจรรย์แห่งชีวิต!! แม่คลอดลูกขณะเป็นเจ้าหญิงนิทรา  

 

เมื่อปีที่แล้ว แพ็กซตัน เวบ สตรีจากรัฐเท็กซัส ให้กำเนิดลูกสาว หลังถูกยิงเข้ากลางหลังจากเหตุปล้นร้านที่เธอทำงานอยู่ จนอัมพาตครึ่งล่าง
ผลศึกษาตีพิมพ์ในปี 2515  พบว่ามีสตรีที่เป็นอัมพาตลักษณะนี้ 29 คน ให้กำเนิดทารก 39 คนช่วงปี 2495 -2515  โดย 5 คนเป็นทารกตายคลอด ที่เหลือ สุขภาพ ความแข็งแรงและน้ำหนักทารกไม่ได้ต่างจากทารกจากคุณแม่ปกติ ในจำนวนนี้ 21 คนเป็นการคลอดตามธรรมชาติ อีก 15 คนผ่าคลอด