เพนตากอนโวถล่มซีเรียโดนทุกเป้า!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321326

 เพนตากอนโวถล่มซีเรียโดนทุกเป้า!!

ซีเรีย,เพนตากอน,ทุกเป้า,ถล่ม

กระทรวงกลาโหมสหรัฐแถลงโจมตีประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้ สวนทางกับที่รัสเซียอ้างขีปนาวุธโดนสกัดส่วนใหญ่

ดานา ไวท์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ และพล.ท.เคนเนธ แมคเคนซี ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการโจมตีร่วมสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส ต่อเป้าหมายในซีเรีย ว่า ประสบความสำเร็จทุกเป้าหมาย ขัดแย้งกับที่รัสเซียอ้างว่าระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียสกัดขีปนาวุธไว้ได้ส่วนใหญ่
โฆษกฯกล่าวว่า สหรัฐไม่ต้องการสงครามในซีเรีย แต่ไม่อาจยอมให้เกิดการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงได้ และเราก็ประสบความสำเร็จในการโจมตีทุกเป้าหมาย การโจมตีมีความชอบธรรม ยุติธรรมและเหมาะสม
ด้าน พล.ท.เคนเนท แมคเคนซี กล่าวว่า ได้โจมตี 3 เป้าหมายที่เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของโครงสร้างพื้นฐานอาวุธเคมี เป็นปฏิบัติการที่แม่นยำ และสัมฤทธิผล ที่จะทำให้โครงการอาวุธเคมีของซีเรียถอยหลังไปอีกหลายปีเลยทีเดียว พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ไม่มีเครื่องบินลำใดหรือขีปนาวุธที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ ถูกระบบป้องกันทางอากาศของซีเรียจัดการได้สำเร็จ

สำหรับ 3 เป้าหมายที่พล.ท.แมคเคนซี เอ่ยถึง ได้แก่
1.ศูนย์พัฒนาและวิจัยอาวุธเคมีบาร์ซาห์ ใกล้กรุงดามัสกัส ถูกถล่มทำลายด้วยขีปนาวุธ 76 ลูก จำนวนนี้เป็นโทมาฮอว์ค 57 ลูก
2.คลังเก็บอาวุธเคมี ฮิมชุน ซาร์ ใกล้เมืองฮอมส์ ถูกโจมตีด้วยอาวุธสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส 22 ลูก
3. บังเกอร์อาวุธเคมีฮิมชุน ซาร์ ใกล้เมืองฮอมส์ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ สเกาต์ และเป็นการโจมตีที่ประสบความสำเร็จ

 เพนตากอนโวถล่มซีเรียโดนทุกเป้า!! 

พล.ท. แมคเคนซี กล่าวด้วยว่า ประเมินเบื้องต้น สหรัฐและพันธมิตรประสบความสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายทางทหารที่ตั้งไว้โดยปราศจากการแทรกแซงจากซีเรีย

ขณะที่ซีเรียและรัสเซียประเมินอีกแบบ โดยซีเรียระบุว่า กองทัพสกัดขีปนาวุธที่ถูกยิงเข้าใส่เป้าหมายส่วนใหญ่ ใน 110 แต่มีบางส่วนโจมตีอาคารศูนย์วิจัยบาซาร์ ส่วนกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่าซีเรียสกัดขีปนาวุธสหรัฐกับพันธมิตรได้ 71 ลูกจาก 103 ลูก มีแค่ 7 ลูกที่พุ่งไปถึงสนามบินทหาร 2 แห่ง แต่ไม่ก่อความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐาน
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ ทวิตชื่นชมปฏิบัติการโจมตีต่อซีเรีย ว่าเป็นปฏิบัติการที่สมบูรณ์ไร้ที่ติ พร้อมประกาศว่าภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้ว ขอบคุณพันธมิตรอังกฤษและฝรั่งเศส
คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีกำหนดประชุมตามคำร้องขอของรัสเซีย เวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321323

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

ข่าวต่างประเทศ,สหรัฐฯ,ซีเรีย,ขีปนาวุธ,S-300,รัสเซีย

นายพลรัสเซียเผยอาจหันไปทบทวนส่งระบบป้องกันขีปนาวุธสมรรถนะสูงให้ซีเรีย

               พล.อ.เซอร์เกย์ รุดส์คอฟ โฆษกเสนาธิการทหารรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียกำลังพิจารณาส่งระบบป้องกันขีปนาวุธชนิดพื้นสู่อากาศ S-300 ไปให้ซีเรีย หลังสหรัฐฯ นำพันธมิตรโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในซีเรีย อ้างว่าเพื่อลงโทษการใช้อาวุธเคมี ทั้งนี้ รัสเซียเคยระงับส่งระบบป้องกันทางอากาศรุ่นนี้ไปให้แก่ซีเรีย เมื่อสองสามปีก่อน ตามคำร้องขอของหุ้นส่วนตะวันตก

แต่พัฒนาการล่าสุดทำให้มอสโกเชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะต้องหันไปทบทวน ไม่เพียงเฉพาะซีเรีย และยังอาจจะรวมถึงประเทศอื่นด้วย
รัสเซียให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันว่า ระบบป้องกันทางอากาศของซีเรีย สามารถสกัดขีปนาวุธของสหรัฐฯ และพันธมิตรได้ 71 ลูก จาก 103 ลูก โดยระบบป้องกันทางอากาศที่ซีเรียใช้ ได้แก่ S-125 , S-200 , Buk และ Kvadrat ที่ล้วนเป็นระบบติดตั้งมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น ผลิตโดยสหภาพโซเวียต ซึ่งในช่วงปีครึ่งที่ผ่านมา รัสเซียได้ช่วยฟื้นฟูและอัพเกรดให้อย่างต่อเนื่อง

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

รัสเซียเล็งเสริมระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ให้ซีเรีย

ภาพ : เอเอฟพี

สอบคุณหนู”โคเรียนแอร์”เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321091

สอบคุณหนู”โคเรียนแอร์”เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

โคเรียนแอร์,เหวี่ยง,ปาแก้วน้ำ,สาดน้ำ

เป็นเรื่องอีก ตำรวจสอบข้อกล่าวหาบุตรสาวคนเล็กประธานโคเรียนแอร์ ปาแก้วน้ำใส่หน้าพนักงาน

 

สถานีตำรวจเขตคังซอ ในกรุงโซล แจ้งว่าจะตรวจสอบข้อกล่าวหาที่ว่า โช ฮยอน มิน รองประธานอาวุโสของ”โคเรียน แอร์” และบุตรสาวคนเล็กของนายโช ยัง โฮ ประธานกลุ่มฮันจิน  ปาแก้วน้ำหรือสาดน้ำใส่หน้าผู้จัดการฝ่ายโฆษณาของโคเรียนแอร์ ระหว่างประชุมที่สำนักงานของเธอเมื่อเดือนที่แล้ว

 

ตำรวจกล่าวว่า จะเริ่มการสอบสวนในเบื้องต้นก่อนว่ามีมูลมากพอเข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การสอบสวนอย่างเป็นทางการหรือไม่ หากข้อกล่าวหามีมูลมากพอ เธออาจถูกดำเนินคดีฐานทำร้ายร่างกาย

เหตุการณ์ในห้องประชุมถูกนำมาเปิดโปงในโลกออนไลน์ โดยผู้เขียนไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า โช ฮยอน มิน อารมณ์เสีย หลังจากผู้จัดการฝ่ายโฆษณาตอบคำถามเกี่ยวกับการลงโฆษณาของโคเรียนแอร์ไม่เป็นที่พอใจ จึงปาขวดน้ำใส่พนักงานคนนั้นแต่พอเห็นว่า ไม่ได้เปิดฝา ก็หันไปคว้าแก้วที่มีน้ำสาดใส่อีกที

 

สอบคุณหนู"โคเรียนแอร์"เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

 

หลังข่าวแพร่ออกไป  โช วัย 36 ปี หรือที่รู้จักอีกชื่อ เอมิลี โช ได้กล่าวขอโทษผ่านเฟซบุ๊กในวันพฤหัสบดี “ดิฉันขอโทษพร้อมค้อมศีรษะต่อพฤติกรรมโง่เขลาและขาดความยั้งคิด ไม่มีคำพูดแก้ตัวต่อพฤติกรรมที่ดิฉันไม่ควรกระทำไม่ว่าเงื่อนไขใดก็ตาม” 

เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโคเรียน แอร์ ยอมรับว่า โชโกรธและตวาด แต่ปฏิเสธเรื่องปาแก้วน้ำใส่  โชปาขวดน้ำลงพื้น ไม่ได้ปาใส่หน้า
สอบคุณหนู"โคเรียนแอร์"เหวี่ยงสาดน้ำใส่พนักงาน

ปัจจุบัน โช อยู่ระหว่างพักผ่อนในต่างประเทศ เธออัพโหลดภาพของเธอขณะอยู่บนเครื่องบินบนอิสตาแกรม
โช ฮยอน มิน เป็นน้องสาวของ โช ฮยอน อา วัย 44 ปี ผู้ตกเป็นข่าวครึกโครมทั่วโลกเมื่อ 4 ปีก่อน หลังจากที่เธอไล่หัวหน้าพนักงานต้อนรับลงจากเครื่องบิน ขณะกำลังทะยานขึ้นฟ้าไปนิวยอร์ก แต่ต้องหันหัวกลับไปยังอาคารผู้โดยสาร เพียงเพราะเสิร์ฟถั่วผิดวิธี ทำให้เที่ยวบินล่าช้า 20 นาที  เธอเพิ่งกลับมานั่งฝ่ายบริหารในฐานะประธานเคเอแอล โฮเทล เน็ตเวิร์ค ในเครือโคเรียนแอร์เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากศาลตัดสินรอลงอาญาเมื่อปีที่แล้ว
ล่าสุด มีผู้ร่วมลงชื่อในคำร้องออนไลน์ผ่านเวบไซต์ชองวาแด หรือทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กว่า 5,000 คน เพื่อเรียกร้องให้ทางการลงโทษโชผู้น้อง ต่อการกระทำไม่เหมาะสม และให้ถอด โคเรียน แอร์ ออกจากเป็นสายการบินแห่งชาติด้วย

ผลวิจัยชี้ผลกระทบการใช้”สัตว์ป่า”ในการตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321062

ผลวิจัยชี้ผลกระทบการใช้”สัตว์ป่า”ในการตลาด

วัฒนธรรมป๊อป,เสือสิงห์,หมียีราฟ,สัตว์ป่า,สร้างภาพลวง

สัตว์ยอดนิยมที่พบในหนัง หนังสือ การ์ตูนและร้านของเล่น ลวงคนรับรู้ผิดๆว่าสัตว์พวกนี้ยังโอเค ทั้งที่เสี่ยงอันตรายหรือสูญพันธุ์

 

นักวิจัยชาวฝรั่งเศส และสหรัฐ ร่วมกันศึกษาจากผลสำรวจออนไลน์  เวบไซต์สวนสัตว์ ภาพยนตร์แอนนิเมชัน และแบบสอบถามในโรงเรียน  รวบรวมชนิดสัตว์ป่าที่ได้รับความนิยมชมชอบมากที่สุด  10 ชนิด

 

ได้แก่ เสือ สิงโต ช้าง  ยีราฟ เสือดาว แพนดา เสือชีตาห์ หมีขาวขั้วโลก สุนัขจิ้งจอกเทา และกอริลลา
ผลสำรวจต่อมาพบว่า ในบรรดาตุ๊กตายัดนุ่นที่ไม่ใช่หมีเท็ดดี แบร์ ที่ขายผ่านเวบไซต์แอมะซอนในสหรัฐ จำนวน 49% เป็นตุ๊กตารูปสัตว์ 1 ใน 10 ชนิดยอดนิยมเหล่านี้
ส่วนในฝรั่งเศส มีการขายของเล่นเด็กเล็ก  ยีราฟโซฟี (Sophie the giraffe) จำนวน 8 แสนตัว ในปี 2553 มากกว่าจำนวนยีราฟในแอฟริกา 8 เท่า  ขณะที่โดยเฉลี่ย พลเมืองชาวฝรั่งเศสจะเห็นสิงโตเสมือนจริงผ่านรูปถ่าย การ์ตูน โลโก และยี่ห้อสินค้าในหนึ่งเดือนมากกว่าจำนวนสิงโตในป่าแอฟริกาตะวันตก
ผลวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารชีววิทยา PLOS

แฟรงค์ คูชอง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยปารีส กล่าวว่า การพบเห็นสัตว์ 10 ชนิดเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในวัฒนธรรมป๊อป และเป็นวัตถุการตลาดที่่สร้างขึ้นมา จนเป็นประชากรเสมือนจริงในความคิดของคน และกลายเป็นมโนภาพแทนความเป็นจริง
บริษัทต่างๆที่ใช้ยีราฟ เสือชีตาห์ หรือหมีขั้วโลก เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด อาจกำลังสนับสนุน”การรับรู้ผิดๆ”โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่า สัตว์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องอนุรักษ์

นักวิจัยเรียกร้องให้บริษัททั้งหลายที่ใช้รูปสัตว์ในการทำตลาด บริจาครายได้ส่วนหนึ่งเพื่ออนุรักษ์สัตว์
ผลวิจัยชี้ผลกระทบการใช้"สัตว์ป่า"ในการตลาด

วิลเลียม ริพเพิล ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยออริกอน กล่าวว่ารูปสัตว์ป่าน่ารักในร้านค้า ในภาพยนตร์  โทรทัศน์ และสินค้าหลากหลาย อาจลวงให้ผู้คนเชื่อว่าพวกมันยังสุขสบายดี ทั้งที่ในความเป็นจริง หากเราไม่ผนึกความพยายามช่วยเหลือ ในไม่ช้า สื่อและสินค้าอาจเป็นช่องทางเดียวกันที่ได้เห็นสัตว์เหล่านี้ปรากฎอยู่
นักวิจัยกล่าวด้วยว่า ภัยคุกคามหลักที่สัตว์ยอดนิยมเกือบทั้งหมดใน 10 ชนิดต้องเผชิญ คือการเข่นฆ่าโดยตรงจากน้ำมือมนุษย์ โดยเฉพาะจากการล่าและวางกับดัก อันเป็นความจริงย้อนแย้งอย่างน่าเศร้า เนื่องจากเป็นชนิดสัตว์ที่พวกเรานิยมชมชอบมากที่สุด

 

ผลวิจัยชี้ผลกระทบการใช้"สัตว์ป่า"ในการตลาด

          ภาพเมื่อ 19 กันยายน 2560 หมีขาวขั้วโลกรุมทึ้งซากวาฬนอกชายฝั่งเกาะแรงเกิล ประเทศรัสเซีย ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงทำให้ช่วงเวลาอยู่บนบกของพวกมันต้องยืดยาวออกไปจนเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร 

สนามบินสหรัฐสั่งแยกอาหารออกจากระเป๋าถือผ่านเครื่องเอ็กซเรย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/321023

สนามบินสหรัฐสั่งแยกอาหารออกจากระเป๋าถือผ่านเครื่องเอ็กซเรย์

สนามบินสหรัฐ,อาหาร,กระเป๋าถือ,รปภ,เอ็กซเรย์

นักเดินทางผ่านสนามบินสหรัฐ อาจต้องเตรียมพร้อมแยกอาหารออกจากกระเป๋าถือ ผ่านเครื่องเอ็กซเรย์

นอกจากเครื่องคอมพิวเตอร์แบบแล็ปท็อป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของเหลว ที่ผู้โดยสารจะต้องนำออกจากกระเป๋าถือ ก่อนผ่านเครื่องเอ็กซเรย์รักษาความปลอดภัยสนามบินในสหรัฐแล้ว

ล่าสุด สำนักงานความปลอดภัยการขนส่งสหรัฐ (ทีเอสเอ) แจ้งว่าผู้โดยสารอาจต้องเตรียมพร้อมกับการถูกเจ้าหน้าที่ทีเอสเอ ขอให้นำสิ่งของทุกอย่างที่เครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋าจับภาพได้ไม่ชัด รวมถึงอาหาร

ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือ อาทิ คอมพิวเตอร์แทบเล็ต เครื่องอ่านอีบุ๊กแบบคินเดิล และเครื่องเล่นเกมวิดีโอ ที่จะต้องนำออกจากกระเป๋าก่อนผ่านเครื่องเอ็กซเรย์

แถลงการณ์ระบุว่า  นักเดินทางอาจได้รับคำสั่งให้แยกของ เช่น ผงและวัสดุใดๆที่อยู่ในกระเป๋าแบบเกาะกันอยู่ ยากที่เครื่องเอ็กซเรย์ตรวจจับได้ ระเบียบใหม่เริ่มนำมาใช้แล้ว ซึ่งอาจจะทำให้ต้องเข้าแถวรอผ่านด่านรปภ.นานขึ้น จึงแนะนำให้จัดสิ่งของภายในกระเป๋าไม่ให้อยู่รวมกัน เพื่อผ่านขั้นตอนคัดกรองอย่างสะดวก และแถวไหลลื่น

มาตรการความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ผ่านการทดสอบตลอดปีที่แล้ว ที่สนามบินหลายแห่ง อาทิ สนามบินฟีนิกส์ สกาย ฮาร์เบอร์ อินเตอร์เนชันแนล แต่จากนี้ไปจะเริ่มใช้ทั่วประเทศ เดวิด เพคอสเค ผู้อำนวยการทีเอสเอ กล่าวว่า กลุ่มก่อการร้าย อย่างไอเอส ยังพยายามหาหนทางโจมตีสายการบินพลเรือนอยู่ต่อไป ทีเอสเอจึงต้องดำเนินมาตรการให้ล้ำกว่าภัยคุกคามที่ไม่หยุดนิ่ง

7 ปีไฟสงครามซีเรีย เเปดฝ่ายบนกระดานชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320943

7 ปีไฟสงครามซีเรีย เเปดฝ่ายบนกระดานชีวิต

ซีเรีย

7 ปีไฟสงครามซีเรีย เเปดฝ่ายบนกระดานชีวิต

 

สงครามกลางเมืองซีเรียเปิดฉากขึ้นในปี 2011 จากการลุกฮืออย่างสันติ เพื่อต่อต้านรัฐบาลนายบาชาร์ อัล อัสซาด    แต่สถานการณ์กลายเป็นความขัดแย้งที่ซับซ้อน เเละมีฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามกลางเมืองครั้งนี้เพิ่มขึ้นท่ามกลางชีวิตเเละเลือดเนื้อของชาวซีเรียที่สูญเสียไปหลายชีวิต

จากสงครามภายในประเทศจนกลายเป็นสงครามตัวแทน ตอนนี้สมรภูมิซีเรียมีอยู่เเปดฝ่ายที่ห่ำหั่นกันคือ รัฐบาลซีเรีย กลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาล กองกำลังชาวเคิร์ด ตุรกี สหรัฐฯ รัสเซีย และกลุ่มไอเอส

เป้าหมายของเเต่ละกลุ่มบนกระดานสงครามเเละชีวิตที่ต้องเสียไปนั้น มีเหตุผลใดที่เคลื่อนไหวในคราวนี้  รวมทั้งอุณหภูมิบนเวทีการเมืองโลกที่วูบวาบเป็นระยะเมื่อ”หมีขาว”มักคำรามเเละพร้อมจะกางเขี้ยวเล็บเพื่อฟัดพญาอินทรีกับสมรภูมิครั้งนี้

 

 

กลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาล
ประกอบด้วยกองกำลังที่มีแนวคิดหลายด้าน เช่น กลุ่มแบ่งแยกดินแดน   กองกำลังอิสลามสายอนุรักษ์นิยมขนาดใหญ่ แต่กลุ่มหลักคือ กองกำลังปลดปล่อยซีเรีย   ทุกกลุ่มมีเป้าหมายเดียวกัน คือโค่นล้มรัฐบาลเเละนายอัสซาด และจัดตั้งกลุ่มของตนเองเป็นผู้ปกครองซีเรีย

กองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรีย  คือกองทัพซีเรียที่ภักดีต่อประธานาธิบดี สนับสนุนด้วยกองกำลังกึ่งพลเรือนและกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่ม  เมื่อรัสเซียเข้ามาเเทรกเเซงเหตุการณ์ในซีเรียครั้งนี้  ทำให้ฝ่ายรัฐบาลที่เกือบเพลี่ยงพล้ำ กลับพลิกเป็นฝ่ายชนะ เช่น  การยึดเมืองอเล็ปโปกลับคืนมาอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลได้

กองกำลังชาวเคิร์ด
กลุ่มที่อยู่กึ่งกลางของสองฝ่ายนี้  ซึ่งส่วนใหญ่คือกลุ่มติดอาวุธวายพีจี และกลุ่มพีวายดี  ชาวเคิร์ดถือเป็นปราการแนวรับสำคัญของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล   เพราะกลุ่มชาวเคิร์ดมีบทบาทสำคัญต่อการกวาดล้างกลุ่มไอเอส โดยเฉพาะการยึดคืนเมืองรักกา แต่เป้าหมายของชาวเคิร์ดแตกต่างออกไป แม้ต้องการโค่นผู้นำซีเรีย แต่ชาวเคิร์ดต่อสู้เพื่ออิสรภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งดินแดนของตนเอง

ตุรกี
ตุรกีมีส่วนร่วมในสงครามกลางเมืองครั้งนี้ แต่มีสิ่งแอบแฝง เพราะตุรกีเน้นต่อสู้กับชาวเคิร์ด เพราะตุรกีมองว่า เป็นกองกำลังส่วนขยายของกลุ่มติดอาวุธจากพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน(พีเคเค) ที่พยายามแบ่งแยกดินแดนในตุรกี ดังนั้น กลุ่มดังกล่าวจึงถูกตุรกีระบุว่า  เป็นกลุ่มก่อการร้าย
สหรัฐฯ
มีทหารอยู่ภายในซีเรีย 2 พันนาย (ไม่นับรวมเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการลับอีกหลายนาย )การส่งทหารเข้าไปในซีเรียมีหลายมิติด้วยกัน  เช่น ต่อสู้กับกลุ่มไอเอส ปราบกลุ่มอัลกออิดะห์ ต้านทานอิทธิพลอิหร่าน โค่นล้มรัฐบาลที่นำโดยนายอัสซาด เป็นต้น   บางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจในสมรภูมินี้ของสหรัฐฯคือ  สหรัฐฯจับมือเป็นพันธมิตรกับตุรกีเพื่อต่อสู้กับนายอัสซาด และยังสนับสนุนกองกำลังชาวเคิร์ดไปด้วย

รัสเซีย
รัสเซียส่งกองกำลังเข้าไปแทรกแซงสงครามกลางเมืองครั้งนี้ด้วยการสนับสนุนรัฐบาลซีเรียเมื่อปี 2015 ด้วยการปราบกลุ่มไอเอส และกลุ่มต่อต้านรัฐบาล  จนเมื่อปลายปีที่แล้ว รัสเซียจะช่วยให้รัฐบาลซีเรียประกาศชัยชนะเหนือกลุ่มต่อต้านได้สำเร็จ พร้อมทยอยถอนทหาร แต่รัสเซียยังมีฐานทัพอากาศและยุทโธปกรณ์ทางทหารในซีเรียหลายจุด

อิหร่าน

ประเทศนี้เตรียมเข้าร่วมกับรัฐบาลซีเรียด้วย และให้ความช่วยเหลือนายอัสซาดตลอดมา นอกเหนือจากเหตุผลการนับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์เหมือนกันแล้ว  อิหร่านยังเเสดงความพยายามในการขยายอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย

กลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลาม
กลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส เเละกลุ่มอัลกออิดะห์ รวมทั้งกลุ่มหัวรุนแรงอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มรัฐอิสลามซึ่งเคยควบคุมพื้นที่หลายแห่งในซีเรีย ด้วยเป้าหมาย”ก่อตั้งรัฐอิสลาม” แต่ปีที่ผ่านมากลุ่มนี้บทบาทลดลงจากการสูญเสียพื้นที่ยึดครองไปจำนวนมาก

“ทรัมป์”ทวิตใหม่ไม่เคยพูดโจมตีซีเรีย”เร็วๆนี้”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320918

“ทรัมป์”ทวิตใหม่ไม่เคยพูดโจมตีซีเรีย”เร็วๆนี้”

ทรัมป์,ทวิต,ซีเรีย

เมื่อวานทวิตเตือนรัสเซียให้เตรียมรับขีปนาวุธสหรัฐถล่มซีเรีย วันนี้ ทรัมป์ทวิตไม่เคยบอกว่า “เร็วๆนี้”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ทวิตล่าสุดในวันนี้ว่า “ไม่เคยพูดว่าจะโจมตีซีเรียเมื่อไหร่ อาจจะในไม่ช้า หรือ ไม่ใช่”เร็วๆนี้”เลยก็ได้” ขณะประโยคต่อไป ทรัมป์กลับพูดถึงการให้เครดิตรัฐบาลตัวเองที่กวาดล้างกลุ่มไอเอสในซีเรีย

Donald J. Trump

@realDonaldTrump

Never said when an attack on Syria would take place. Could be very soon or not so soon at all! In any event, the United States, under my Administration, has done a great job of ridding the region of ISIS. Where is our “Thank you America?”

 

 “ไม่เคยพูดว่าจะโจมตีซีเรียเมื่อไหร่ อาจจะในไม่ช้า หรือ ไม่ใช่”เร็วๆนี้”เลยก็ได้” อย่างไรก็แล้วแต่ สหรัฐอเมริกาสมัยรัฐบาลของผม ประสบผลสำเร็จในการกำจัดไอเอสออกจากภูมิภาค คำขอบคุณอเมริกาอยู่ไหน”    

ทวิตล่าสุดของทรัมป์ยิ่งเพิ่มความสับสน หลังจากในวันก่อนหน้า ทรัมป์เพิ่งทวิตเตือนให้รัสเซียเตรียมพร้อมรับขีปนาวุธที่จะโจมตีซีเรียเพื่อลงโทษที่ใช้อาวุธเคมีในพื้นที่กบฎเมืองดูมา เมื่อวันที่ 7 เมษายน โดยทรัมป์ระบุว่า”ขีปนาวุธกำลังจะมาแน่” ทำให้เข้าใจว่าการโจมตีซีเรียจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้                   

 

 

Donald J. Trump

@realDonaldTrump

Russia vows to shoot down any and all missiles fired at Syria. Get ready Russia, because they will be coming, nice and new and “smart!” You shouldn’t be partners with a Gas Killing Animal who kills his people and enjoys it!

 “รัสเซียประกาศจะยิงขีปนาวุธสหรัฐทุกลูกที่ยิงไปยังซีเรีย เตรียมตัวไว้เลยรัสเซีย เพราะขีปนาวุธที่ดี ใหม่ และอัจฉริยะจะไปหาแน่เร็วๆนี้  ท่านไม่น่าเป็นพวกเดียวกับสัตว์ที่ฆ่าคนด้วยแก๊สพิษและสนุกสนานกับมันเลย” )  
 ล่าสุด ประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์สื่อในประเทศว่า ฝรั่งเศสมีหลักฐานว่า มีการใช้อาวุธเคมี อย่างน้อยที่สุดก็คลอรีน โดยรัฐบาลบาชาร์ อัล อัสซาด และฝรั่งเศสจะตอบโต้ในเวลาที่ลงความเห็นว่าจะได้ประโยชน์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

มือลากผู้โดยสารลงจาก”ยูไนเต็ดแอร์ไลน์”ฟ้องค่าเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320819

มือลากผู้โดยสารลงจาก”ยูไนเต็ดแอร์ไลน์”ฟ้องค่าเสียหาย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  12 เม.ย. 2561

ลากลงเครื่องบิน,ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์,มือลาก

เจ้าหน้าที่ที่ลากผู้โดยสารลงจากเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์ ฟ้องอดีตเจ้านายและสายการบินเรียกค่าชดเชย

 

นายเจมส์ ลอง อดีตตำรวจประจำสำนักงานการบินพลเรือนชิคาโก (ซีดีเอ) ที่ทำหน้าที่ช่วยลากนายแพทย์เดวิด เดา  ลงจากเครื่องบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์ หลังไม่ยินยอมสละที่นั่งให้กับพนักงานสายการบินแต่โดยดี จนเป็นข่าวอื้อฉาวทั่วโลกเมื่อเมษายนปีที่แล้ว

ล่าสุดเขาได้ยื่นฟ้องสายการบิน อดีตเจ้านายที่สำนักงานการบินพลเรือนชิคาโก และจิงเจอร์ อีแวนส์ ผู้อำนวยการสำนักงาน  ต่อศาลในรัฐอิลลินอยส์ เมื่อวันที่ 10 เมษายน
โดยในคำฟ้อง ลองอ้างว่า  ซีดีเอละเลยและล้มเหลวในการฝึกอบรม เพื่อให้เขาสามารถรับมือกับสถานการณ์เช่นนั้นได้อย่างเหมาะสม และทำให้เขาถูกพักงานก่อนไล่ออกในที่สุด
ส่วนอีแวนส์ ผอ.ซีดีเอ ก็ทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียงขณะแถลงข่าวกับสื่อและทวิตหลังเกิดเหตุ เช่นการระบุว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่”ไม่เหมาะสมอย่างสิ้นเชิง” และเจ้าหน้าที่ไม่มีเหตุผลที่ดีพอ
ในคลิปที่เป็นกระแสแชร์ว่อนเมื่อปีที่แล้ว แสดงให้เห็นผู้โดยสารวัย 69 ปี ถูกตำรวจสำนักการบินชิคาโก รวมถึงเจมส์ ลอง ใช้กำลังบังคับยกตัวออกจากที่นั่ง ก่อนหิ้วมือและขาแบบถูลู่ถูกังไปตามช่องทางเดินบนเครื่องบินโดยที่ใบหน้าของผู้โดยสารมีเลือดออก จุดกระแสวิจารณ์รุนแรงต่อสายการบินและต่อการให้บริการย่ำแย่ของธุรกิจการบินอเมริกัน

มือลากผู้โดยสารลงจาก"ยูไนเต็ดแอร์ไลน์"ฟ้องค่าเสียหาย

 

ผลจากเหตุการณ์นี้ทำให้นายแพทย์บาดเจ็บหลายแห่งต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ต่อมา ได้ทำความตกลงเรื่องค่าชดเชยกับสายการบินแต่ไม่มีการเปิดเผยจำนวน

ตอนแรก ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์ ปกป้องการกระทำของพนักงานและอ้างระเบียบเงื่อนไขสำหรับการจำหน่ายตั๋วเกินที่นั่ง แต่ต่อมา ได้เปลี่ยนนโยบายใหม่เกี่ยวกับเรื่องนี้

เจมส์ ลอง  ระบุในคำฟ้องว่าเขาใช้กำลังน้อยที่สุดและเท่าที่จำเป็นเพื่อบังคับให้นายแพทย์เดาสละที่นั่ง และสายการบินเองทราบดี หรือน่าจะทราบดีว่าการให้ตำรวจการบินเข้าไปจัดการเหตุการณ์เช่นนี้ จะหมายถึงการใช้กำลังบังคับ

มีรายงานว่าลองฟ้องเรียกค่าเสียหายและค่าชดเชย รวม 1.5 แสนดอลลาร์ ฐานทำให้ต้องสูญเสียเงินเดือน สิทธิประโยชน์ รวมถึงวันหยุด เงินประกันและแผนเกษียณ

เพื่อนบ้านแสบเชือดน้องหมาชวนเจ้าของกินเนื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320711

เพื่อนบ้านแสบเชือดน้องหมาชวนเจ้าของกินเนื้อ

เพื่อนบ้านฆ่าน้องหมา,ชวนกินเนื้อหมา,เพื่อนบ้านแสบ

เจ้าของสุดเศร้า น้องหมาหายไปตามหาแทบแย่ รู้อีกทีเพื่อนบ้านจับไปแถมชวนไปกินเนื้อ

                    ชายชาวเกาหลีใต้วัย 62 ปีรับสารภาพว่าลงมือฆ่าสุนัขพันธุ์เวลช์ คอร์กี อายุ 2 ปี ของเพื่อนบ้าน จากนั้น นำไปปรุงอาหารและเชิญเจ้าของสุนัข ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกัน โดยที่เจ้าของไม่ระแคะระคาย ก่อนเรื่องแดงเมื่อเพื่อนบ้านอีกคนแอบบอกเจ้าของสัตว์เลี้ยง

ตำรวจเมืองพย็องแทก ทางใต้ของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ผู้ต้องหาอ้างว่า รำคาญเสียงสุนัขข้างบ้านเห่าจนทนไม่ไหว ใช้ก้อนหินปาใส่ พอมันหมดสติจึงใช้สายไฟรัดคอ และนำไปปรุงอาหาร
ตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น
เรื่องนี้ได้รับความสนใจในวงกว้าง หลังจากหญิงสาวเจ้าของสุนัข เผยแพร่คำร้องออนไลน์ขอเสียงสนับสนุนในสังคม เพื่อให้มั่นใจว่าผู้กระทำผิดจะถูกลงโทษอย่างสาสมความผิด จนถึงขณะนี้ มีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุนกว่า 1.5 หมื่นคน

ก่อนหน้านั้น หญิงสาวและครอบครัว ออกตามหาน้องหมาทั่วเมืองหลังหายไปจากบ้านเมื่อวันที่ 4 มีนาคม แจกจ่ายใบปลิวที่มีรูปถ่าย ให้เบอร์โทรติดต่อและตั้งรางวัลช่วยตามหาจำนวน 1 ล้านวอน ( เกือบ 3 หมื่นบาท )
เมื่อไปถึงบ้านของเพื่อนบ้านรายนี้ที่อยู่ถัดไป 3 หลังเท่านั้น เขาแสดงความสงสารเห็นใจ แถมสัญญาว่าจะบอกให้รู้ทันทีหากพบเห็น แต่ ณ เวลานั้น เป็นไปได้ว่าเขากำลังซ่อนน้องหมาของเธอไว้ แบบยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้วก็เป็นได้

วันถัดมา ผู้ต้องหาได้ไปเยี่ยมพ่อของเธอ ชวนกันดื่ม ปลอบใจเรื่องน้องหมาที่หายไป และชวนไปร่วมรับประทานเนื้อสุนัขด้วยกัน แต่พ่อเธอไม่รับคำเชิญเพราะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ชนิดนี้

เนื้อสุนัขเป็นส่วนหนึ่งของวิถีการกินของเกาหลีใต้มายาวนาน แต่ละปี ยังมีการบริโภคสุนัขราว 1 ล้านตัว เชื่อว่าเป็นเมนูเพิ่มพลังงาน กระนั้น การบริโภคเนื้อหมาถือว่าเสื่อมความนิยมลงไปมากแล้ว เพราะชาวเกาหลีใต้มองสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงมากกว่าสัตว์กินได้ โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ไม่ค่อยยอมรับการกินเนื้อสุนัขแล้ว

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/320435

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คาโรไลนา รีปเพอร์,พริกเผ็ดสุดในโลก,หนุ่มมะกัน,ปวดหัว,เข้ารพ

หมอเตือนอันตรายจากการกินพริก หลังชายชาวอเมริกันแข่งกินพริกเผ็ดที่สุดในโลกแล้วปวดหัวรุนแรงจนต้องส่งรพ.

 

บทความตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์บีเอ็มเจ เคส รีพอร์ตส์ ระบุว่า ชายชาวอเมริกันวัย 34 ปีที่ร่วมแข่งขันกินพริก”คาโรไลนา รีปเพอร์” พริกเผ็ดร้อนที่สุดในโลก เมื่อปี 2559 แล้วเริ่มมีอาการหายใจหอบ ตามด้วยปวดคอและศีรษะอย่างหนักหน่วง จากนั้น เขามีอาการปวดศีรษะแบบเฉียบพลันรุนแรงที่เรียกว่าปวดแบบฟ้าผ่าเป็นพักๆ

 

พริกเผ็ดที่สุดในโลกทำหนุ่มมะกันเข้ารพ.

 

หลังจากไปเข้ารับตรวจความผิดปกติทางระบบประสาทหลายครั้งไม่พบสาเหตุ ก่อนในที่สุด แพทย์ลงความเห็นว่าหนุ่มรายนี้มีอาการทางสมองชั่วคราว ที่เรียกว่า “อาร์ซีวีเอส” อันเกิดจากเส้นเลือดไปเลี้ยงสมองเกิดการบีบตัวชั่วคราว
นับเป็นครั้งแรกที่พบผู้ป่วยอาร์ซีวีเอส หลังจากกินพริกเข้าไป ปกติแล้ว อาร์ซีวีเอสมักเป็นผลจากการใช้ยาบางชนิด หรือใช้ยาเสพติด หมอที่โรงพยาบาลเฮนรี ฟอร์ด ในเมืองดีทรอย์ หนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทความ กล่าวว่า กรณีของหนุ่มรายนี้สร้างความประหลาดใจมาก และเตือนอันตรายว่าอย่าเล่นกับความเผ็ดร้อนของพริก
อย่างไรก็ดี อาการของชายคนนี้ค่อยๆหายไปได้เอง และผลการตรวจหลังจากนั้น 5 สัปดาห์ พบว่าเส้นเลือดกลับสู่สภาวะและความกว้างปกติ ผลศึกษาระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีคนที่กินพริกกาเยน ซึ่งเป็นพริกแดงอเมริกาใต้แล้วเกิดอาการหัวใจวาย จึงขอแนะนำให้ระมัดระวังเรื่องการกินพริกและไปพบแพทย์ทันทีหากเกิดอาการในลักษณะนี้