ในวงการภาพยนตร์ พระเอกอย่าง”ซัลมาน ข่าน” ไม่เคยแพ้ แต่นอกจอไม่ง่าย หากต้องสู้กับ”บิชนอย”ชนเผ่านักอนุรักษ์ ผู้ถือว่าการปกป้องสัตว์เป็นศาสนา
การยืนหยัดต่อสู้คืนความยุติธรรมให้กับแบล็กบัก แอนทีโลปสายพันธุ์หายาก ของชนเผ่าบิชนอย ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้พระเอกตัวพ่อแห่งวงการบอลลีวูด ซัลมาน ข่าน ต้องเข้าไปนอนไม่หลับอยู่ในห้องขัง 2 วันก่อนได้รับอนุญาตประกันตัว หลังจากถูกศาลตัดสินให้มีความผิดในข้อหาล่าและฆ่าสัตว์คุ้มครอง ระหว่างไปถ่ายทำภาพยนตร์ในรัฐราชสถาน เมื่อปี 2541 และถูกสั่งลงโทษจำคุก 5 ปีกับปรับอีกราว 5 หมื่นบาท
บิชนอย ชนเผ่าพิทักษ์สิ่งแวดล้อม กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง ในฐานะโจทก์เก่าที่ติดตามเอาผิดดารารุ่นใหญ่มาตั้งแต่คืนเกิดเหตุในเดือนตุลาคม 2541 การเบิกความของชาวบ้านเผ่านี้ ทำให้ข่านถูกคุมตัว 3 ครั้งในช่วง 20 ปี ก่อนช็อกกันไปทั้งแดนภารตกับคำพิพากษาว่าข่านผิดจริงเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว
แบล็กบัก เป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย และสำหรับชนเผ่าบิชนอย การฆ่าสัตว์ชนิดนี้ คือบาปมหันต์ เพราะแบล็กบัก คือร่างอวตารของคุรุจัมเบชวาร์ ผู้ก่อตั้งลัทธิ
เมื่อศาลในเมืองโยธปุระ สั่งจำคุกดาราค่าตัวแพง 5 ปี ชาวบิชนอยจึงจุดประทัดและเต้นรำฉลองด้วยความยินดี และถึงข่านได้รับอนุญาตประกันตัวแล้วเมื่อวันเสาร์ แต่พวกเขาประกาศจะยื่นคำอุทธรณ์การให้ประกันตัว และคำตัดสินยกฟ้องนักแสดงอีก 4 คนด้วย
“เราทำหน้าที่ของเรา หากคุณฆ่าลูกหลานเรา(สัตว์ป่า) เราจะทำให้คุณต้องชดใช้ตามกระบวนการยุติธรรม ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็น ซัลมาน ข่านหรือว่าใครก็ตาม” ” ราม นีวาส โทรุ จาก “กองกำลังพยัคฆ์บิชนอย” กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านการล่าสัตว์ป่าของชนเผ่าบิชนอยกล่าว
ชาวบิชนอยสองคน ได้แก่ ปูนามจันด์ บิชนอย กับ โชคาราม บิชนอย ยืนยันว่าเห็นข่านกับเพื่อนนักแสดงอีก 4 คนเข้าไปล่าสัตว์ ในทะเลทรายราชสถาน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยหลักของชนเผ่าอายุกว่า 500 ปีกลุ่มนี้
ในคืนนั้น ทั้งสองได้ยินเสียงปืนดังขึ้น และพบซากสัตว์อยู่ในพง จึงขี่รถจักรยานยนต์ติดตามรถของนักแสดงเพื่อจดเลขทะเบียนรถ และส่งข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่
ในทริปล่าสัตว์เดียวกัน ชนเผ่าบิชนอยยังกล่าวหาข่านว่า ฆ่าชินคาราส หรือกาเซลล์เอเชียกลาง สัตว์ชนิดหนึ่งในวงศ์แอนทีโลปด้วย ศาลตัดสินให้ดาราดังมีความผิดข้อหานี้ในปี 2549 และสั่งจำคุก 5 ปี แต่ถูกขังสัปดาห์เดียวก็ได้รับประกันตัว และศาลยกฟ้องใน 10 ปีต่อมา
คำให้การอย่างหนักแน่นของชนเผ่าห่างไกลในศาล สร้างความตื่นตะลึง เพราะบ่อยครั้ง พยานมักลืม หรือเปลี่ยนคำให้การเพราะกลัวหรือถูกข่มขู่คุกคาม โดยเฉพาะในคดีที่มีคนดังหรือบุคคลสำคัญเป็นจำเลย
การยืนหยัดต่อสู้ในศาลอย่างเด็ดเดี่ยว ยิ่งเพิ่มความขลังให้กับตำนานของบิชนอย ผู้อุทิศชีวิตอารักขาต้นไม้และสัตว์ให้พ้นภัยจากพรานกับคนตัดไม้มานานหลายร้อยปี ผู้หญิงในเผ่าจะต้องป้อนน้ำป้อนนมดูแลลูกกวางกำพร้าให้เหมือนกับลูกของตัวเอง
ปัจจุบัน มีชนเผ่าบิชนอยราว 2 ล้านคน กระจัดกระจายอยู่ทางภาคเหนือและภาคกลางของอินเดีย
บิชนอย เป็นลัทธิที่ก่อตังโดยคุรุ (อาจารย์) จัมเบชวาร์ ที่สาวกเชื่อว่าเป็นอวตารของพระวิษณุ เทพเจ้าฮินดู และยึดหลัก 29 ข้อที่คุรุจัมเบชวาร์บัญญัติไว้ หนึ่งในกฎเหล่านั้นคือให้ปฏิญาณว่าจะไม่ฆ่าและไม่ตัดต้นไม้
กฎ 29 ข้อเป็นที่มาของชื่อชนเผ่า ภาษาถิ่น bis แปลว่า 20 และ noi แปลว่า 9
ตามตำนานเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยมีชายบิชนอย 294 คน กับหญิง 69 คน ยอมสละชีวิต หรือถูกฟันจนตายในปี 1730 จากการมัดตัวเองกับต้นไม้ที่พระราชาท้องถิ่นต้องการจะโค่นเพื่อสร้างวังใหม่
โทรุ จากกองกำลังพยัคฆ์บิชนอย ระบุว่า ในช่วง20 ปีมานี้ มีชนเผ่าบิชนอย 9 คนที่ถูกพรานยิงตาย แต่พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่งของคุรุต่อไป เพื่อปกป้องต้นไม้และสัตว์ เพราะนี่คือวิถีชีวิตของพวกเรา