มาเลย์ลงชื่อร้องความยุติธรรมรวย-จนเท่าเทียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317214

มาเลย์ลงชื่อร้องความยุติธรรมรวย-จนเท่าเทียม

ข่าวต่างประเทศ,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย,นายจ้าง,ลูกจ้าง,คนรวย,คนจน,ยศถาบรรดาศักดิ์,ดาติน,changeorg,เว็บไซต์,อุทธรณ์,ศาล,ตัดสิน,คุมประพฤติ

ชาวมาเลเซีย 6 หมื่น ลงชื่อคำร้องทวงความยุติธรรมให้สาวใช้อินโดนีเซีย ถูกนายจ้างใช้อุปกรณ์สารพัดฟาดปางตายแต่รอดคุก

 

คดีที่นางโรซิตา โมฮัมหมัด อาลี นายจ้างชาวมาเลเซีย ที่มีบรรดาศักดิ์นำหน้า “ดาติน” ทำร้ายร่างกายผู้ช่วยแม่บ้านชาวอินโดนีเซียอย่างทารุณเมื่อ 2 ปีก่อน กำลังเป็นประเด็นวิจารณ์อย่างหนักในสังคมมาเลเซีย ว่า สะท้อนความไม่ยุติธรรมระหว่างคนรวย คนจน หลังศาลพิพากษา เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ไม่ลงโทษจำคุกนายจ้างหญิงตามที่อัยการเสนอ แต่ให้คุมประพฤติเป็นเวลา 5 ปีเท่านั้น

 

มาเลย์ลงชื่อร้องความยุติธรรมรวย-จนเท่าเทียม

ภาพ : เดอะ สตาร์ – สุยันติ สุตรินโซ

 

นายจ้าง วัย 44 ปี ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย สุยันติ สุตรินโซ วัย 19 ปี ในขณะนั้น โดยใช้ทั้งมีดทำครัว ไม้เหล็กถูพื้น ไม้แขวนเสื้อและร่ม ตั้งแต่เวลา 07.00 – 12.00 น. ของวันที่ 21 ธันวาคม 2559 ที่บ้านในเขตมูเทียรา ดามันซารา เมืองเปตาลิงจายา ทำให้เหยื่อบาดเจ็บทั่วตัวตั้งแต่ศีรษะ มือ ขา และอวัยวะภายใน คลิปและภาพที่เหยื่อบาดเจ็บสาหัสนอนอยู่ใกล้กับทางระบายน้ำในย่านบ้านที่เกิดเหตุ กลายเป็นกระแสในโลกออนไลน์

เดิม นางโรซิตา ถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี แต่ต่อมา ข้อหาเปลี่ยนเป็นทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธหรือวิธีอันตรายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ขึ้นไปเช่นกัน

นางโรซิตา สารภาพผิดตามข้อหาหลังที่เบากว่า และอัยการขอให้ศาลตัดสินจำคุกเพื่อให้จำเลยหลาบจำ พร้อมระบุว่า คดีนี้เป็นที่สนใจอย่างมากในสังคม แต่ทนายของจำเลยอ้างว่า ลูกความสำนึกผิดแล้ว ในที่สุด ศาลตัดสินให้จำเลยต้องประพฤติตัวดี 5 ปี และวางเงิน 2 หมื่นริงกิต

หลังศาลมีคำพิพากษา ชาวเน็ตมาเลเซียยื่นคำร้องออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ change.org เมื่อวันเสาร์ในหัวข้อว่า “ความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมเพื่อชาวมาเลเซีย” เนื้อหาระบุว่า นางโรซิตา ควรถูกลงโทษอย่างสาสมกับการกระทำอันน่ารังเกียจและไร้มนุษยธรรมมากกว่าแค่คุมประพฤติ เธอควรถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่า หรือเจตนาทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายอย่างร้ายแรง ต่อให้เป็นคนรวย มียศถาบรรดาศักดิ์ “ดาติน” และมีเส้นสาย ไม่ควรทำให้เธอมีสิทธิ์ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร้มนุษยธรรมเช่นนั้น

 

มาเลย์ลงชื่อร้องความยุติธรรมรวย-จนเท่าเทียม

ภาพ : เดอะ สตาร์ – โรซิตา โมฮัมหมัด อาลี

 

หนึ่งในผู้ลงชื่อในคำร้อง เขียนว่า ช่วยกันผดุงความยุติธรรมให้แก่แรงงานหญิงชาวอินโดนีเซีย อีกคนระบุว่า นางโรซิตา กระทำโดยเจตนาและมุ่งร้าย อาชญากรรมที่ผู้ใดตั้งใจก่อจนทำให้ชีวิตคนอื่นตกอยู่ในอันตราย ต้องถูกลงโทษ

คำร้องนี้มีชาวมาเลเซียร่วมลงชื่อกว่า 6 หมื่น ในเวลา 2 วัน และจะถูกส่งต่อไปยังนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัก และ อาซาลีนา ออทมาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ต่อไป

สถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกัวลาลัมเปอร์ ระบุว่า อินโดนีเซียเคารพคำตัดสินของศาลมาเลเซีย และยังจับตากระบวนการพิจารณาคดีอยู่ ซึ่งยังไม่ถึงที่สุด เพราะอัยการได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว พร้อมยืนยันว่า เรื่องนี้จะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

เดอะ สตาร์ รายงานว่า อัยการรัฐสลังงอร์ ยืนยันว่า ได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลให้ทบทวนคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และศาลนัดฟังการไต่สวนในวันพุธที่ 21 มีนาคม

“เฟซบุ๊ก”เจอบีบแจงล้วงข้อมูลผู้ใช้ช่วย”ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317177

“เฟซบุ๊ก”เจอบีบแจงล้วงข้อมูลผู้ใช้ช่วย”ทรัมป์”

เฟซบุ๊ก,หุ้น,ข้อมูลบัญชีผู้ใช้,ทรัมป์,ประธานาธิบดี,เลือกตั้ง

หุ้นเฟซบุ๊กร่วงหลังเจอแรงกดดันจากสหรัฐ-สหภาพยุโรปให้แจงกรณีนำข้อมูลบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากถึง 50 ล้านบัญชีช่วยให้ “ทรัมป์”ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ2ปีที่แล้ว

 

หุ้นของเฟซบุ๊กร่วงเกือบ 7%เ มื่อวาน หลังเจอแรงกดดันจากสหรัฐและสหภาพยุโรปให้ชี้แจงกรณีบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของอังกฤษนำข้อมูลบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐมากถึง 50 ล้านบัญชีเพื่อช่วยให้โดนัลด์ ทรัมป์ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

หุ้นของเฟซบุ๊กปิดตลาดลดลง 6.8% ในตลาดนิวยอร์กเมื่อวาน ทำให้บริษัทสูญเสีย มูลค่าตลาดมากถึงเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในวันเดียวในรอบ 3 ปี

ปัจจัยที่ฉุดราคาหุ้นดิ่งลงมาจากรายงานข่าวที่ระบุว่า บริษัท เคมบริดจ์ อนาไลติกาบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของอังกฤษ ที่ทำงานให้ทีมหาเสียงของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ เข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กราว 50 ล้านบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบัญชี ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวปัญหาเชิงระบบในรูปแบบการทำธุรกิจของเฟซบุ๊ก และเฟซบุ๊กอาจถูกตรวจสอบจากหน่วยงานต่างๆ

ขณะนี้สมาชิกรัฐสภายุโรปเรียกร้องให้ตรวจสอบว่ามีการใช้ข้อมูลของบัญชีผู้ใช้อย่างไม่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเข้าข่ายการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่ไม่อาจยอมรับได้ และทางการอังกฤษเตรียมขอหมายค้นจากศาลเพื่อเข้าค้นสำนักงานของเคมบริดจ์ อนาไลติกา นอกจากนี้ยังมีเสียงเรียกร้องสมาชิกรัฐสภาสหรัฐให้มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ เฟซบุ๊กเข้าตอบข้อซักถามเกี่ยวกับนโยบายการแชร์ข้อมูลของผู้ใช้กับบุคคลที่สาม

กรณีอื้อฉาวนี้ถูกเปิดโปงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยคริสโตเฟอร์ ไวลี อดีตพนักงานของเคมบริดจ์ อนาไลติกา ที่บอกกับสื่อว่า บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้เฟซบุ๊กในสหรัฐทั้ง 50 ล้านบัญชี ผ่านแบบทดสอบบุคลิกภาพออนไลน์ในแอพพลิเคชั่น “ดิส อิส ยัวร์ ไลฟ์” ที่มีเงื่อนไขให้ผู้ดาวน์โหลดแอพฯยินยอมให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการวิจัย แต่บริษัทปฏิเสธว่าไม่มีการใช้ข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊กเพื่อจัดทำการรณรงค์หาเสียงที่ช่วยให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2559  รวมทั้งลบข้อมูลที่ได้มาในปี 2557 หมดแล้ว

ขณะที่เฟซบุ๊กชี้แจงเมื่อวานว่า ไม่มีการจารกรรมข้อมูลแต่อย่างใด และได้ระงับการใช้งานเฟซบุ๊กโดยเคมบริดจ์ อนาไลติกา และนักวิจัยของมหาวิทยาเคมบริดจ์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “ดิส อิส ยัวร์ ไลฟ์ บนเฟซบุ๊กแล้ว เนื่องจากตรวจพบในปี 2558 ว่า นักวิจัยรแชร์ข้อมูลผู้ใช้ให้กับเคมบริดจ์ อนาไลติกา ที่เป็นการละเมิดนโยบายของเฟซบุ๊ก และเรียกร้องให้เคมบริดจ์ อนาไลติกาลบข้อมูลทิ้งแล้ว นอกจากนี้เฟซบุ๊คแจ้งว่าขณะนี้ได้จ้างบริษัทแห่งหนึ่งเพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลถูกลบไปแล้วจริงหรือไม่

“รถอูเบอร์” ไร้คนขับชนคนตายรายแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317169

“รถอูเบอร์” ไร้คนขับชนคนตายรายแรก

อูเบอร์,รถยนต์อัตโนมัติ,ชนคนตาย,รัฐอริโซนา

สหรัฐฯกับแคนาดา ระงับโครงการยานยนต์อัตโนมัติ หลังรถยนต์ขับเครื่องอัตโนมัติของอูเบอร์ ชนผู้หญิงเสียชีวิตในรัฐอริโซนา

 

เกิดเหตุรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของอูเบอร์ ชนผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตขณะกำลังข้ามถนนในเมืองเทมพี รัฐอริโซนา ของสหรัฐฯ ทำให้อูเบอร์ ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการ

รถยนต์ร่วมโดยสาร (ride hailing) ต้องระงับโครงการยานยนต์อัตโนมัติทั้งหมดในสหรัฐฯและแคนาดา ได้แก่ อริโซนา, พิตต์สเบิร์กและโตรอนโต

อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้หญิงเคราะห์ร้ายกลายเป็นเหยื่อรายแรกที่ถูกรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติชนเสียชีวิตในสหรัฐฯ และเชื่อว่าน่าจะเป็นรายแรกของโลกด้วย

ตำรวจระบุว่า รถยนต์คันที่เกิดเหตุ อยู่ในโหมดอัตโนมัติและมีผู้ควบคุมนั่งอยู่หลังพวงมาลัย โดยมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ แต่หญิงเคราะห์ร้าย ได้เดินออกมานอกทางข้ามเพื่อข้ามถนนจากฝั่งตะวันตกไปยังตะวันออก และถูกชนเข้าอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ปัจจุบัน มีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอยู่ระหว่างการทดสอบทั่วโลก แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามเนำเทคโนโลยีใหม่นี้ มาใช้ในสหรัฐฯ

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317146

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้

อี มยองบัก,คอรัปชั่น,ยักยอก,รับสินบน,อดีตผู้นำเกาหลีใต้

อดีตประธานาธิบดีอี มยองบัก เป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้คนล่าสุดที่ถูกสอบสวนข้อหารับสินบน ยักยอกและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยหลังจากถูกสอบปากคำแบบมาราธอน 21 ชม.

 

ล่าสุด อัยการเกาหลีใต้ขอให้ศาลออกหมายจับอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อหาร้ายแรง กับเชื่อว่ามีความเสี่ยงสูงที่อดีตประธานาธิบดีซึ่งปฏิเสธทุกข้อหา อาจทำลายหลักฐาน หรือสร้างพยาน หากไม่ควบคุมตัวไว้ก่อน

สื่อเกาหลีใต้รายงานคาดว่าศาลจะมีคำตัดสินภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากอนุมัติการจับกุม อี มยองบัก ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วงปี 2551–2556 จะกลายเป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้ที่ยังมีชีวิตอยู่คนที่ 4 ที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาทุจริต

 

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้ภาพ : AFP

สำหรับข้อกล่าวหาที่นายอีเผชิญอยู่ รวมถึงกรณีซัมซุงกรุ๊ป จ่ายเงินซื้อการอภัยโทษจากประธานาธิบดีในปี 2552 ให้แก่ อี คอนฮี ประธานซัมซุงที่ต้องโทษคดีเลี่ยงภาษี กรณีรับเงินหลายล้านดอลลาร์จากอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธนาคารของรัฐ หลังช่วยดันตำแหน่งให้ นอกจากนี้ ยังมีข้อหารับเงิน 1 แสนดอลลาร์ในกองทุนของสำนักข่าวกรอง กับยักย้ายถ่ายเทเงินหลายล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทอะไหล่รถยนต์ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ แต่ใช้ชื่อพี่ชายบังหน้า

สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานว่า อัยการยังกำลังสอบสวนข้อสงสัยว่า ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2550 นายอีรับสินบนราว 200 ล้านวอนจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ต้องการให้เขาช่วยตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา กับกำลังพิจารณาว่าจะเรียกสอบปากคำนางคิม ยูนอ็อก ภรรยาของเขาด้วยหรือไม่ เนื่องจากสงสัยว่าเธอรับเงินเกือบพันล้านวอน (30 ล้านบาท) จากสำนักข่าวกรอง

อดีตประธานาธิบดีอี มยองบัก ประณามการสอบสวนว่าเป็นการแก้แค้นทางการเมืองจากคู่อริ

เมื่อพ่ออัฟกันตั้งชื่อลูก”โดนัลด์ ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317141

เมื่อพ่ออัฟกันตั้งชื่อลูก”โดนัลด์ ทรัมป์”

ดชโดนัลด์ ทรัมป์,ออนไลน์,เฟซบุ๊ก

ชื่อของ ด.ช.โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นดราม่าอย่างแรงในโลกออนไลน์อัฟกานิสถาน เมื่อภาพบัตรประจำตัวของเด็กชายถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กมีคนแห่เข้าไปด่าทอต่อว่า

 

ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 ทารกชาวอัฟกันคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในไร่อัลมอนด์ ข้าวสาลีและข้าวโพด ในจังหวัดไดคุนดี ทางภาคกลางของอัฟกานิสถาน ..ไซเอ็ด อัสซาดุลเลาะห์ ปูยา คุณพ่อที่เคยอ่านหนังสือว่าด้วยความสำเร็จทางธุรกิจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ฉบับแปลเป็นภาษาเปอร์เซีย รวมถึง วิธีรวยแบบโดนัลด์ ทรัมป์ (Hoe to get rich by Donald Trump) โดยยืมมาจากห้องสมุดชุมชน เกิดความประทับใจในตัวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันคนนี้ จนนำไปตั้งชื่อลูกชายว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” หวังว่าลูกคนที่สาม จะเดินตามรอยและประสบความสำเร็จแบบเจ้าของชื่อ

ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อปู่กับย่ารู้ว่าลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่ได้พูดเล่น นำชื่อที่ไม่ใช่ชื่อตามศาสนามาใช้ตั้งชื่อลูก จึงเกิดความไม่พอใจอย่างมากกระทั่งแตกหัก ไซเอ็ดตัดสินใจย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงคาบูล อยู่ห่างจากญาติพี่น้อง

แต่เวลานี้ ชื่อของ ด.ช.โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นดราม่าอย่างแรงในโลกออนไลน์อัฟกานิสถาน เมื่อภาพบัตรประจำตัวของเด็กชายถูกโพสต์บนเฟซบุ๊ก มีคนแห่เข้าไปด่าทอต่อว่าการเลือกชื่อให้แก่ลูกชายของเขาจำนวนมาก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคนอารมณ์ขึ้นขนาดขู่ฆ่าพ่อ ฐานตั้งชื่อนอกรีต บ้างกล่าวหาไซเอ็ดว่าทำให้ชีวิตของลูกชายตัวเองตกอยู่ในอันตราย และบางคนก็วิเคราะห์ไปไกลว่า ไซเอ็ด ครูวัย 28 ปี กำลังใช้ชื่อแหวกธรรมเนียมเป็นใบเบิกทางขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธแบบหนักแน่นว่า ไม่เคยมีความคิดนี้อยู่เลย

ไซเอ็ด กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่าชาวอัฟกันจะอ่อนไหวกับเรื่องชื่อมากถึงเพียงนี้ โดยหลังจากมีคนนำรูปไปโพสต์ ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวจนทำให้เขาต้องปิดบัญชีเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ เพื่อนบ้านบางคนในย่านมุสลิมชีอะห์ของเขาในคาบูล ยังมาพูดข่มขู่ให้ย้ายออกไป

โรฮุลเลาะห์ อาห์มัดไซ ที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักงานทะเบียนราษฎร์ในคาบูล ยืนยันว่า การตั้งชื่อลูกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แม้ไม่ใช่ชื่อมุสลิม แต่ไม่ได้ขัดกฎหมาย คนเป็นพ่อมีสิทธิตามกฎหมายที่ตั้งชื่อลูกอย่างไรก็ได้ ต่อให้เป็นชื่อประธานาธิบดีสหรัฐก็ตาม ขณะที่ ไซเอ็ด แม้เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกเมื่อเข้าโรงเรียน อาจถูกเพื่อนร่วมชั้นแกล้งเอาได้ แต่พ่อรายนี้ยืนกรานว่าจะไม่เปลี่ยนชื่อลูกอย่างแน่นอน

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317133

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย,ไฟป่า,เผาวอด,บ้าน,รัฐนิวเซาท์เวลส์

ออสเตรเลียเผชิญไฟป่าระลอกใหญ่เมื่อสุดสัปดาห์ อาคารบ้านเรือน 70 หลังในหมู่บ้านริมทะเล ทาห์รา ทางชายฝั่งตะวันตกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกไฟเผาราบ

 

ส่วนรัฐวิคตอเรียที่อยู่ติดกัน ไฟป่าเผาผลาญกินพื้นที่ 2.5 แสนไร่ ปศุสัตว์ล้มตายหลายร้อยตัว

เจ้าหน้าที่เตือนว่าไฟป่าจะลุกลามเป็นวงกว้างยิ่งขึ้นเพราะคาดว่ากระแสลมแรงที่มีความเร็ว 110 กม./ชม.จะทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต

 

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลียภาพ : AFP

 

 

ไฟป่าที่ปะทุขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียครั้งนี้ บ่งว่าฤดูไฟป่าที่มักจะเกิดในฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ กำลังยืดยาวออกไป เนื่องจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

 

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลียภาพ : AFP

กว่า 5 พันล้านขาดแคลนน้ำภายใน 42 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317132

กว่า 5 พันล้านขาดแคลนน้ำภายใน 42 ปี

สถานการณ์น้ำโลก,ขาดแคลน,น้ำ,เคปทาวน์,ภัยแล้ง

สหประชาชาติเผยรายงานสถานการณ์น้ำโลก เตือนว่าผู้คนกว่า 5 พันล้านอาจเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำภายในปี ค.ศ.2050

 

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ความต้องการและมลพิษเพิ่มสูงขึ้น หากยังไม่ลงมือดำเนินมาตรการลดความเครียดต่อแม่น้ำ ทะเลทราย แหล่งน้ำใต้ดิน และพื้นที่ชุ่มน้ำ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ แต่มาตรการใดที่จะนำมาใช้ จะต้องเป็นหนทางอิงธรรมชาติ พึ่งพาดินกับต้นไม้เป็นหลัก ไม่ใช่เหล็กกับคอนกรีต

กิลเบิร์ต ฮุงโบ ประธานยูเอ็นวอเตอร์ ระบุว่า โลกหันไปใช้สิ่งปลูกสร้าง หรือโครงสร้างพื้นฐานสีเทาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำมานานเกินไป การทำเช่นนั้นบ่อยครั้งมองข้ามภูมิปัญญาท้องถิ่นและชนพื้นเมืองที่ใช้แนวทางสีเขียว ขณะโลกเผชิญกับสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมและไคลเมทเชนจ์ เราจำเป็นต้องใช้หนทางใหม่เพื่อบริหารความต้องการแหล่งน้ำ

รายงานระบุว่า มนุษย์ใช้น้ำวันละประมาณ 4,600 ลบ.ม.ต่อปี จำนวนนี้ 70% ใช้ในภาคการเกษตร 20% ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือน 10% ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา โลกต้องการน้ำเพิ่ม 6 เท่า และจะเพิ่มขึ้นอีกในอัตรา 1% ต่อปี แรงกดดันจะยิ่งถาโถมเพราะภายในปี 2050 ประชากรโลกจะพุ่งเป็นระหว่าง 9,400 ล้านคน-1.02 หมื่นล้านคน (จาก 7,700 ล้านคนในปัจจุบัน) โดยประชากรทุก 2 ใน 3 คนจะอาศัยในเมือง

ภัยแล้งเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดจากไคลเมทเชนจ์ ซึ่งปรากฏชัดที่สุดในปีนี้ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ประชาชนเผชิญปัญหาขาดน้ำอันเป็นผลจากภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 384 ปี ส่วนกรุงบราซิลเลีย เมืองหลวงบราซิล ที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเวทีน้ำโลก ประชากรเกือบ 2 ล้านคนไม่มีน้ำใช้ 1 วันในทุก 5 วันเพราะภัยแล้งยาวนานผิดปกติ

รายงานคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 ประชากรระหว่าง 4,800-5,700 ล้านคนจะอาศัยในพื้นที่ที่น้ำขาดแคลนอย่างน้อยหนึ่งเดือนต่อปี เพิ่มจากปัจจุบัน ที่มีประชากรเผชิญภาวะเช่นนี้ 3,600 ล้านคน ขณะประชากรเสี่ยงน้ำท่วมจะเพิ่มจาก 1,200 ล้านคน เป็น 1,600 ล้านคน

“มกุฎราชกุมารซาอุ”เยือนสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317039

“มกุฎราชกุมารซาอุ”เยือนสหรัฐ

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิ,ทรัมป์,สหรัฐ,ซาอุดิอาระเบีบ,อิหร่าน,ภัยคุกคาม

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิ จะเสด็จเยือนสหรัฐ และพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยคาดว่าเรื่องภัยคุกคามจากอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักในการหารือ

 

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารที่มีพระชนมายุ 32 พรรษา จะทรงพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเคยพบกันขณะพระองค์เยือนกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว และขณะทรัมป์ เยือนกรุงริยาดห์ ในอีกสองเดือนถัดมา ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สื่อคาดว่า อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางและโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักของการหารือ และประเด็นนโยบายอื่นๆ รวมถึง การปฏิรูปต่างๆ ในซาอุดิอาระเบีย แผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของซาอุดิอาระเบีย กรณีชาติอาหรับนำโดยซาอุดิอาระเบียร่วมบอยคอตต์กาตาร์  และความล้มเหลวของทรัมป์สร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

สหรัฐและซาอุดิอาระเบียเป็นพันธมิตรเก่าแก่ยาวยานตั้งแต่ประธานาธิบดีแฟรงคลินดี รูสเวลท์ พบกับกษัตริย์อับดุล อาซิซ บิน ซาอุด บนเรือรบสหรัฐในคลองสุเอซเมื่อปี2488 และนับจากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐทุกคนสานสัมพันธ์เหนียวแน่นกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียเรื่อยมา แต่ความสัมพันธ์ตึงเครียดสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่เลือกฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่าน จนกระทั่งประธานาธิบดีทรัมป์เลือกเยือน
ซาอุดิอาระเบียเป็นชาติแรกในการเดินทางไปต่างประเทศหลังรับตำแหน่งทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317003

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต

นักกายกรรม,เสียชีวิต,คมชัดลึก

นักกายกรรมโหนเชือกที่แสดงมานาน 15 ปี พลาดตกพื้นเวที

 

ยานน์ อาร์โนด์ นักกายกรรมโหนเชือกชาวฝรั่งเศสวัย 38 ปี แห่งคณะกายกรรมเลื่องชื่อ “เซิร์ค ดู โซเลย์” เกิดพลาดตกลงมากระแทกพื้นเวที ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

 

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต 

( อาร์โนด์กับลูกสาว / instagram ) 

 

เหตุเกิดระหว่างการแสดงชุด Volta ที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์ ( 17 มี.ค.)

คณะกายกรรม “เซิร์ค ดู โซเลย์” กำลังรวบรวมข้อมูลและยืนยันจะให้ความร่วมมือสอบสวนกับตำรวจอย่างโปร่งใส ขณะสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ดูเหมือนว่าเชือกที่อาร์โนด์จับยึดระหว่างทำการแสดงลื่นหลุดมือ และตกจากความสูง 15 ฟุตศีรษะลงกระแทกพื้นนอนแน่นิ่ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้ชม และต้องยุติการแสดงโดยทันที รวมถึงยกเลิกรอบการแสดงที่เหลืออีก 2 รอบทั้งหมด

 

  ( คลิปการแสดงของอาร์โนด์ เมื่อ 21 ก.พ. ) 

 

อาร์โนด์อยู่กับคณะกายกรรมระดับโลกแห่งนี้มานานกว่า 15 ปี แต่ไม่ชัดเจนว่าได้ฝึกซ้อมกายกรรมโหนเชือกแบบที่แสดงครั้งสุดท้ายมานานแค่ไหน

การเสียชีวิตของอาร์โนด์ไม่ใช่โศกนาฏกรรมครั้งแรกของ “เซิร์ค ดู โซเลย์”ที่สูญเสียนักกายกรรมระหว่างซ้อมหรือแสดง  ในปี 2552 นักแสดงชาวแคนาดาพลักตกจากเตียงผ้าใบระหว่างฝึกซ้อมที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ และในปี 2556 นักแสดงหญิงมากประสบการณ์ เสียชีวิตหลังตกจากความสูง50 ฟุตระหว่างการแสดงในลาสเวกัส

รัสเซียขับ”23ทูตอังกฤษ”ตอบโต้!! อังกฤษขับทูตรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/316908

รัสเซียขับ”23ทูตอังกฤษ”ตอบโต้!! อังกฤษขับทูตรัสเซีย

นัการทูต,รัสเซีย,อังกฤษ,23 คน,ตอบโต้,ออกนอกประเทศ

รัสเซีย สั่งขับนักการทูตอังกฤษ 23 คนออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้รัฐบาลอังกฤษที่ขับนักการทูตรัสเซีย 23 คนออกนอกประเทศ

         รัฐบาลรัสเซีย สั่งขับนักการทูตอังกฤษจำนวน 23 คนออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้รัฐบาลอังกฤษที่ขับนักการทูตรัสเซียจำนวน 23 คนออกนอกประเทศ และกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีอดีตสายลับรัสเซียด้วยสารพิษทำลายระบบประสาท

         กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า ทางการรัสเซียให้เวลานักการทูตอังกฤษทั้ง 23 คนนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในการเดินทางออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียขับนักการทูตอังกฤษออกนอกประเทศหลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่รัสเซียจะอยู่เบื้องหลังการใช้สารพิษทำลายระบบประสาทเพื่อโจมตีนายเซอร์เก สกรีปอล อดีตสายลับรัสเซีย แต่ปัจจุบันได้แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายอังกฤษ และนางยูเลีย ลูกสาวของเขา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองซาลิสเบอรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งทำให้ขณะนี้พวกเขายังคงต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

นอกจากนี้ นางเมย์ ยังได้ขับนักการทูตรัสเซียจำนวน 23 คนออกจากอังกฤษภายในเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการขับไล่นักการทูตจำนวนมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี พร้อมประกาศว่า อังกฤษจะไม่ส่งตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ขณะเดียวกันอังกฤษจะระงับการติดต่อในระดับสูงกับทางรัสเซีย และจะยกเลิกคำเชิญนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ในการเดินทางเยือนอังกฤษ