ม.อิสลามสองแห่งห้ามนศ.หญิงสวมนิกอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315943

ม.อิสลามสองแห่งห้ามนศ.หญิงสวมนิกอบ

มหาวิทยาลัยอิสลาม,นิกอบ,นักศึกษา

มหาวิทยาลัยสองแห่งในอินโดนีเซีย ไม่สนับสนุนให้นักศึกษาหญิงสวมนิกอบ หรือผ้าคลุมหน้าเห็นแต่ดวงตา เนื่องจากกังวลกับกระแสสุดโต่งที่กำลังขยายตัวในประเทศ

 

มหาวิทยาลัยอิสลาม สุนัน คาลิจากา ในเมืองยอกยาการ์ตา ซึ่งมีนักศึกษา 1 หมื่นคน ออกคำสั่งในสัปดาห์นี้ไปยังนักศึกษาหญิงที่สวมนิกอบกว่า 30 คนว่า จะถูกให้ออกจากสถาบันหากไม่ยอมปฏิบัติตาม

นายยูเดียน วาห์ยูดี อธิการบดีมหาวิทยาลัย กล่าวว่า เราเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ได้รับคำสั่งให้เผยแพร่อิสลามสายกลาง

มหาวิทยาลัยอาห์หมัด ดะห์ลัน สถาบันการศึกษาอีกแห่งในยอกยาการ์ตา ออกประกาศห้ามสวมนิกอบเช่นกัน เนื่องจากเกรงว่าอาจเป็นการสนับสนุนลัทธิสุดโต่งทางศาสนา ซึ่งขยายตัวในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศ แต่ไม่มีบทลงโทษนักศึกษาที่ไม่ปฏิบัติตาม

ฝ่ายสนับสนุนกฎใหม่ของมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่ง ระบุว่านิกอบไม่ใช่ข้อบังคับทางศาสนา ขณะฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิส่วนบุคคล

นิกอบเป็นเครื่องแต่งกายสตรีมุสลิมที่พบเห็นทั่วไปในประเทศอนุรักษนิยมอย่างซาอุดีอาระเบียและแถบอ่าวเปอร์เซีย แต่น้อยครั้งจะเห็นในอินโดนีเซีย ประเทศมุสลิมใหญ่สุดในโลก แต่ประชากร 90% จาก 260 ล้านคนยึดอิสลามสายกลาง นอกจากนี้ชาวอินโดนีเซียจำนวนมากมองว่าผ้าคลุมหน้าที่เห็นแต่ดวงตาเล็กน้อย เป็นวัฒนธรรมส่งออกจากอาหรับ ไม่เป็นที่ต้อนรับ และบางคนโยงกับลัทธิสุดโต่งที่อินโดนีเซียพยายามสกัดกั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315932

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตราย

รูฟท็อปเปอร์,ช่างภาพ,ภูมิทัศน์

เหยียน เล่ย ช่างภาพชาวจีนผู้รักการถ่ายภาพภูมิทัศน์ของเมือง โดยขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าตึกสูง ที่เรียกว่า “รูฟท็อปเปอร์” ยังคงเดินหน้าทำสิ่งที่เขารักต่อไป

 

แม้ว่าเมื่อไม่นานมานี้มีรูฟท็อปเปอร์ท้ามฤตยูร่วงจากตึกสูงเสียชีวิตสยดสยองเป็นข่าวโด่งดังทั่วโลก

ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ช่างภาพหนุ่มถ่ายรูปมุมสูงตามเมืองต่างๆ ในจีนมานับไม่ถ้วน บ่อยครั้งเป็นการถ่ายรูปตอนกลางคืน ใช้ไฟฉายปีนบันไดขึ้นไป เขากล่าวว่า ช่วงแรกๆ มีช่างภาพอย่างพวกเขาไม่มากนัก แต่พอกล้องดิจิทัลเอสแอลอาร์ ราคาถูกลงมากในจีน ใครๆ ก็มีอุปกรณ์ การถ่ายภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องยากขึ้น เวลานี้ ดีที่สุดคือการมีใครบ้างที่สามารถช่วยให้เข้าไปภายในอาคารได้

 

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตรายภาพ : AFP

 

การพยายามหาภาพถ่ายดีที่สุดยิ่งกลายเป็นความลำบากซับซ้อนเข้าไปอีก หลังจากปลายปี 2560 อู๋ หยงหนิง รูฟท็อปเปอร์ผู้โด่งดังในสื่อสังคมออนไลน์ที่มักโพสต์คลิปวิดีหรือเซลฟี่ตัวเองห้อยต่องแต่งจากอาคารระฟ้าโดยไม่มีอุปกรณ์ความปลอดภัย พลัดตกลงมาจากตึก 62 ชั้นถึงแก่ความตาย โดยผลงานชิ้นสุดท้ายที่เขาใช้สมาร์ทโฟนบันทึกไว้ แสดงให้เห็นนักท้ามฤตยูพยายามโหนตัวเองขึ้นจากขอบดาดฟ้าก่อนจะหมดแรงและปล่อยมือในท้ายที่สุด

 

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตรายภาพ : AFP

 

เหยียน เล่ย กล่าวว่า เหตุการณ์นั้นส่งผลกระทบอย่างมาก เพราะทำให้คนสับสนระหว่างช่างภาพอย่างเขากับการแสดงผาดโผนซึ่งเขาไม่เห็นด้วยอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่พวกเราพยายามทำคือการบันทึกความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองที่กำลังพัฒนา กลับกัน อีกพวกคือนักแสดงแนวตื่นตาตื่นใจและอันตราย และคนเหล่านั้นทำให้อาคารจำนวนมากลังเลไม่ยอมให้พวกเราเข้าไปถ่ายรูป

 

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตรายภาพ : AFP

 

ช่างภาพรายนี้ยังเดินหน้าทำกิจกรรมที่เขารักต่อไป นั่นคือการถ่ายภาพภูมิทัศน์ของเมือง โดยเฉพาะเซี่ยงไฮ้ มหานครที่มีประชากร 20 ล้านคน ตึกระฟ้ามากมาย ป้ายขนาดยักษ์ ภูมิทัศน์เขตเมืองที่เต็มไปด้วยกระจกและเหล็ก เป็นเมืองที่เขาโปรดปรานที่สุดในบรรดามหานครใหญ่ของจีน โดยความปลอดภัยเป็นเรื่องที่เขาให้ความสำคัญอันดับแรก

 

ช่างภาพท้าความสูงไม่หวั่นอันตรายภาพ : AFP

ล่ามือลอบวางยาพิษอดีตสปายรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315928

ล่ามือลอบวางยาพิษอดีตสปายรัสเซีย

มาร์ค โรว์ลีย์,วางยา,เซอร์เก คริพอล,สายลับ,รัสเซีย,ยาพิษ

ล่าตัวคนร้าย ลอยวางยาพิษ “เซอร์เก คริพอล” อดีตสายลับสองหน้ารัสเซียกับยูเลีย ลูกสาว  ณะนี้แพทย์ยังคงพยายามยื้อชีวิตของทั้งคู่

 

มาร์ค โรว์ลีย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอังกฤษ แถลงว่า ผลตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลยืนยันเป็นครั้งแรกว่า เซอร์เก คริพอล อดีตสายลับสองหน้ารัสเซียกับยูเลีย ลูกสาว ได้รับสารพิษทำลายประสาทชนิดหนึ่ง เป็นเหตุให้หมดสติอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้างสรรพสินค้าในเมืองซอลส์บิวรี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และขณะนี้แพทย์ยังคงพยายามยื้อชีวิตของทั้งคู่ การสอบสวนหันไปมุ่งประเด็นพยายามฆ่า นอกจากนี้ ตำรวจนายหนึ่งซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ไปถึงที่เกิดเหตุ ก็ป่วยอาการสาหัสอยู่ในโรงพยาบาลไปด้วยอีกคนหนึ่ง

ตำรวจบอกแค่ว่า เป็นสารทำลายประสาทซึ่งจะช่วยให้สืบหาแหล่งที่มาได้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นสารชนิดใด สื่ออังกฤษอ้างแหล่งข่าวว่า เหยื่อทั้งสามคน อาการโคมา โดยเฉพาะคริพอล วัย 66 ปี อาการหนักกว่าเพื่อน แต่กรณีของยูเลีย บุตรสาวของเขา อาจจะยังมีหวัง ส่วนตำรวจอาการรุนแรงน้อยกว่า

ทีมสอบสวนเร่งทำงานตลอดวันตลอดคืนเพื่อลำดับเวลาการเดินทางของเหยื่อ และตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงหลายชั่วโมง เบื้องต้นได้ภาพว่า ก่อนถูกพบฟุบหมดสติบนเก้าอี้ยาว คริพอลกับลูกสาววัย 33 ปี อยู่ในย่านกลางเมืองซอลส์บิวรีหลายชั่วโมง โดยไปรับประทานอาหารกลางวันที่ีร้านพิซซ่า แวะผับแห่งหนึ่งในละแวกนั้น ผู้ที่อยู่ในผับขณะนั้นบอกบีบีซีว่าคริพอลมีพฤติกรรมไม่อยู่กับร่องกับรอย และตะโกนเสียงดังอยู่ช่วงหนึ่ง ตำรวจวิงวอนให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นให้ข้อมูลเพื่อช่วยตำรวจปะติดปะต่อเรื่องราว

เดอะ ไทมส์ รายงานว่า ตำรวจยังกำลังสอบสวนด้วยว่าลูกสาวของคริพอล ซึ่งเดินทางมาจากมอสโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมถือของขวัญจากเพื่อนมาด้วย อาจนำสารทำลายประสาทเข้าไปในอังกฤษโดยไม่รู้ตัวหรือไม่

นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ กล่าวว่า รัฐบาลอาจพิจารณาไม่ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมมหกรรมฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ หากพบว่ารัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะสื่ออังกฤษรายงานว่า เจ้าชายวิลเลียม รัชทายาทลำดับสอง ในฐานะประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ จะไม่เสด็จร่วมฟุตบอลโลกเช่นกัน

คริพอล เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองกองทัพรัสเซีย ถูกจำคุก ฐานทรยศไปช่วยเหลือหน่วยสืบราชการลับอังกฤษเอ็มไอซิกส์ ต่อมา ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดและถูกส่งตัวมาอังกฤษ อันเป็นส่วนหนึ่งของการแลกตัวสายลับครั้งสำคัญระหว่างรัสเซียกับสหรัฐในปี 2553
ตำรวจยังไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ทุกประเด็น แต่บอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ พาดพิงรัสเซีย โดยเทียบกับกรณีคล้ายกันเมื่อ 11 ปีก่อน อเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก นักวิจารณ์และอดีตสายลับรัสเซีย ถูกลอบสังหารด้วยกัมมันตรังสีพลูโตเนียม ในกรุงลอนดอน และอังกฤษโทษรัสเซียอยู่เบื้องหลัง

“พ่อค้า”สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315927

“พ่อค้า”สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

Dog,แมว,ขายปลา,เวียดนาม

พ่อค้าสุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม ที่ตอนนี้เป็นโด่งดังทั้งในเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม

 

พ่อค้าสุดฮอตที่ว่านี้ เป็นแมววัย 3 ขวบ ที่มีชื่อว่า “Dog” ซึ่งไปช่วยเจ้าของขายปลาสดที่ตลาด โดยในแต่ละวันมันจะแต่งชุดแบบคอสเพลย์ไปนั่งขายปลาที่ตลาด ที่นอกจากจะดึงดูดความสนใจแล้ว ยังเรียกลูกค้าได้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

 

"พ่อค้า"สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

 

ความดังของมัน นอกจากจะเป็นที่รู้จักในประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยและจีนแล้ว มันยังมีผู้ติดตามทั่วโลกแล้วในตอนนี้ หลังจากมีการแชร์อย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์

 

"พ่อค้า"สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

 

เจ้าของแมวตัวนี้บอกว่า มันชอบกินไอศกรีม ชอบเดินทางและนอน ซึ่งนอกจากมันจะมีเมียเยอะแล้ว ยังมีลูกเต็มไปหมดอีกด้วย

 

"พ่อค้า"สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

 

เจ้าของบอกอีกว่า แมวตัวนี้ชอบถ่ายรูป มันจะให้ความร่วมมือย่างดีเยี่ยมตอนที่ใส่ชุุดให้มัน เวลาไม่ได้ขายปลามันก็จะพักผ่อนและเล่นเหมือนแมวทั่วไป ส่วนที่มันถูกตั้งชื่อว่า Dog ก็เพราะมันมีนิสัยและหายใจเหมือนสุนัขมากแมว ซึ่งหลายรูปจะเห็นมันนั่ง อ้าปากเหมือนสุนัขเช่นกัน

 

"พ่อค้า"สุดฮอตในตลาดปลาที่เวียดนาม

………………………………………..
ที่มา : https://nextshark.com/vietnamese-cat-named-dog-sells-fish/

พิพิธภัณฑ์สหรัฐริบรางวัลสิทธิมนุษยชน”ซูจี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315923

 พิพิธภัณฑ์สหรัฐริบรางวัลสิทธิมนุษยชน”ซูจี”

รางวัลสิทธิมนุษยชน,อองซานซูจี,สหรัฐ,รางวัล

 พิพิธภัณฑ์รำลึกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสหรัฐ ริบรางวัลสิทธิมนุษยชน “นางออง ซาน ซูจี”

 

พิพิธภัณฑ์รำลึกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสหรัฐ ประกาศเพิกถอนรางวัล เอลี วีเซล ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติด้านสิทธิมนุษยชน ที่เคยมอบให้แก่นางออง ซาน ซูจี ผู้นำทางพฤตินัยของเมียนมาร์เมื่อ 6 ปีก่อน เนื่องจากความนิ่งเฉยของเธอ ต่อการฆ่าล้างชาติพันธุ์ที่กองทัพเมียนมาร์กระทำต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่

นางซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2534 จากการรณรงค์ต่อต้านระบอบเผด็จการทหาร และได้รับรางวัลรางวัลเอลี วีเซล จากความเป็นผู้นำที่กล้าหาญและเสียสละความสุขส่วนตัวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อต่อต้านทรราชย์และผลักดันเสรีภาพและศักดิ์ศรีของชาวเมียนมาร์

พิพิธภัณฑ์ระบุในจดหมายถึงนางซูจี ว่า เมื่อการทำร้ายชาวโรฮิงญาปรากฏชัดในปี 2559 และ 2560 เคยคาดหวังว่านางซูจี ผู้ที่เราและคนมากมายยกย่องในการยืนหยัดเพื่อสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของมนุษย์ จะทำอะไรบางอย่างเพื่อประณามและหยุดยั้งการกระทำโหดเหี้ยมของกองทัพ และแสดงความเห็นใจชาวโรฮิงญา แต่นอกจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของเธอ ปฏิเสธร่วมมือกับพนักงานสอบสวนของสหประชาชาติแล้ว ยังแสดงความเห็นในเชิงเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวโรฮิงญา และขัดขวางผู้สื่อข่าวที่พยายามจะนำเสนอข่าวการสังหารหมู่ และขับไล่ไสส่งไปบังกลาเทศ

รางวัลที่นางซูจีถูกเพิกถอน ตั้งชื่อตาม เอลี วีเซล ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี และอุทิศชีวิตที่เหลือรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน และตัวเขาเองก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2529

ก่อนหน้านี้ มีหลายองค์กรและสถาบันที่ริบรางวัลเชิดชูเกียรติจากนางซูจี แต่น้อยครั้งที่เมียนมาร์จะแสดงความเห็น กระนั้น สถานทูตเมียนมาร์ในกรุงวอชิงตัน ระบุในแถลงการณ์แสดงความเสียใจที่พิพิธภัณฑ์ถูกคนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ในยะไข่อย่างปรุโปร่ง แสวงหาประโยชน์และชี้นำผิดๆ

“แกรี โคห์น”กุนซือ”ทรัมป์”ลาออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315789

“แกรี โคห์น”กุนซือ”ทรัมป์”ลาออก

แกรี โคห์น,ทรัมป์,ประธานาธิบดี,กุนซือ

“แกรี โคห์น” ที่ปรึกษานโยบายเศรษฐกิจคนสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ ลาออก หลังไม่เห็นด้วยที่ทรัมป์จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม

 

แกรี โคห์น ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากคัดค้านการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% ที่ทำให้เกิดความหวั่นวิตกไปทั่วโลกว่าจะจุดชนวนสงครามการค้าโลก

โคห์น วัย 57 ปี อดีตประธาน โกลด์แมน แซคส์ กลายเป็นที่ปรึกษาระดับสูงของทรัมป์คนล่าสุดที่ลาออกหรือถูกปลดในระยะนี้

ทำเนียบขาวระบุว่า โคห์นหารือกับประธานาธิบดีเมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้ว่าใกล้ถึงเวลาที่เขาจะลาออก และคาดว่าจะสรุปวันลาออกได้ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และประธานาธิบดีทรัมป์ออกแถลงการณ์ยกย่องว่าแกรีเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากทำงานได้อย่างวิเศษสุดในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลและช่วยให้การปฏิรูปภาษีครั้งประวัติศาสตร์สำเร็จ รวมทั้งทำให้เศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งอีกครั้ง

แต่เมื่อรัฐบาลขาดโคห์นที่มีนโยบายสายกลาง ทำให้ตลาดวิตกว่ารัฐบาลจะมีนโยบายปกป้องการค้ามากยิ่งขึ้น และจะเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมต่อไป เงินดอลลาร์และตลาดหุ้นพากันปรับตัวลดลงทันทีด้วยความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้การลาออกของโคห์นยังสวนทางกับทวิตของทรัมป์ในเช้าวันเดียวกันที่ระบุว่า “ไม่มีความวุ่นวายในทำเนียบขาว”

อีกด้านหนึ่ง คริสตีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ออกโรงเตือนว่าสงครามการค้าที่สหรัฐส่อเค้าจะก่อขึ้นจากการขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียม และการตอบโต้จากประเทศที่ได้รับผลกระทบจะสะเทือนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก

ประมูลจดหมายไอน์สไตน์ 3.6 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315781

ประมูลจดหมายไอน์สไตน์ 3.6 ล้าน

ประมูล,จดหมาย,วินเนอร์,อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์,นักฟิสิกส์

ประมูลจดหมายที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เขียนเกี่ยวกับแนว”ทฤษฎีสัมพัทธภาพขั้นที่สาม” มีผู้ประมูลไปด้วยราคา 103,700 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.6 ล้านบาท

 

สำนักประมูล “วินเนอร์” ในนครเยรูซาเลม นำจดหมายที่อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์อัจฉริยะตลอดกาล เขียนเกี่ยวกับแนวคิดทฤษฎีสัมพันธภาพขั้นที่สาม ส่งจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ไปให้นักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง ในปี 2471 ออกประมูลเมื่อวันอังคาร (6 มี.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ปรากฏว่ามีผู้ซื้อไปในราคาสูงถึง 103,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.63 ล้านบาท)

แม้ราคาประมูลจดหมายฉบับนี้ค่อนข้างสูงแล้ว แต่ยังห่างไกลกับตอนที่มีผู้ซื้อนิรนามรายหนึ่งยอมจ่ายถึง 1.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (48 ล้านบาท) เพื่อครอบครองจดหมายน้อยของไอนส์ไตน์ที่เขียนไม่กี่ประโยคเกี่ยวกับเคล็ดลับความสุข เมื่อครั้งนำออกประมูลเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว จากเดิมประเมินกันที่ราว 8,000 ดอลลาร์เท่านั้น

สำหรับการประมูลล่าสุดยังมีจดหมายและรูปถ่ายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปี 2464 ด้วย ซึ่งก็ทำราคาหลักหลายพันดอลลาร์เช่นกัน สำนักประมูลระบุว่า จดหมายทั้งหมดนี้เผยถึงบุคลิกภาพหลากหลายซับซ้อนของนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่

เจ้าพ่อแอมะซอนรวยสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315779

เจ้าพ่อแอมะซอนรวยสุดในโลก

เจฟฟ์ เบโซส,อะเมซอน,รวยที่สุดในโลก,เจ้าสัว,เบีบร์ช้าง

นิตยสารฟอร์บส์ เผยทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้านปี2561 ยกเจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอ แอมะซอน กิจการค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก

 

นิตยสารฟอร์บส์ เผยทำเนียบมหาเศรษฐีพันล้านประจำปี 2561 ยกเจฟฟ์ เบโซส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) แอมะซอน กิจการค้าปลีกออนไลน์ยักษ์ใหญ่ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดในโลก โดยมีทรัพย์สิน 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากราคาหุ้นแอมะซอนพุ่งทะยาน 59% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เบียด บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ ที่มีทรัพย์สิน 9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตกไปอยู่อันดับสอง
มหาเศรษฐีนักลงทุน วอร์เรน บัฟเฟต์ ยังปักหลักอยู่อันดับ 3 ตามด้วย แบร์กนาร์ อาร์โนลท์

มหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสเจ้าของแบรนด์หลุยวิตตอง ที่กระโดดจากอันดับ 11 มาอยู่อันดับ 4 สาเหตุหลักเนื่องจากเงินยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบดอลลาร์ ส่วนมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊กอยู่อันดับ 5

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ อันดับความรวยร่วงจาก 544 ไปอยู่ 766 ประเมินว่ามีทรัพย์สิน 3,100 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากปีก่อน 400 ล้านดอลลาร์

จีนมีเจ้าสัวพันล้านสองคนอยู่ใน 20 อันดับแรก ได้แก่ หม่า ฮัวเถิง หรือโพนี่ หม่า ซีอีโอเทนเซ็น บริษัทอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ ผู้ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย และอยู่ในอันดับมหาเศรษฐีร่ำรวยที่สุดอันดับ 17 ของโลก กับแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา อยู่ในอันดับ 20

สำหรับประเทศไทย มีมหาเศรษฐีอยู่ใน 100 อันดับแรก 2 คนได้แก่ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ อยู่ในอันดับ 65 ของโลก มีสินทรัพย์ 1.79 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และนายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของธุรกิจเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) อยู่อันดับ 95 มีทรัพย์สิน 1.49 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ฟอร์บส์ระบุว่า ปัจจุบัน โลกมีมหาเศรษฐีพันล้านมากเป็นประวัติการณ์ที่ 2,208 คน มีทรัพย์สินรวมกันที่ 9.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 18%

ดินแดนที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา 585 คน ตามด้วยจีน 373 คน นอกจากนี้ การจัดอันดับล่าสุดพบมหาเศรษฐีหน้าใหม่ 259 คน รวมถึงมหาเศรษฐีสกุลเงินดิจิทัลเป็นครั้งแรก อีกด้านก็มีเศรษฐีหลุดจากทำเนียบมากถึง 121 คนจากทรัพย์สินลดลงหรือเจอมรสุมการเมือง ในจำนวนนี้เป็นเศรษฐีซาอุดีอาระเบีย 10 คน

25 ล้านวิว !! วิจารณ์พ่อถ่ายคลิปลงโทษลูกวิ่งกลางฝน 1.6 กม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315755

25 ล้านวิว !! วิจารณ์พ่อถ่ายคลิปลงโทษลูกวิ่งกลางฝน 1.6 กม.

อย่าเป็นเพื่อน ให้เป็นพ่อแม่ นั่นคือสิ่งที่เด็กทุกวันนี้ต้องการ !?

 

ไบรอัน ทอร์นบิล พ่อชาวอเมริกันในรัฐเวอร์จิเนีย ลงโทษลูกชายวัย 10 ขวบฐานแกล้งเพื่อนจนถูกสั่งห้ามขึ้นรถโรงเรียน 3 วัน ด้วยการให้วิ่งไปโรงเรียนเป็นระยะทาง 1.6 กิโลเมตร โดยพ่อขับรถตามเด็กชายวิ่งกลางฝนโปรยปรายและถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

25 ล้านวิว !! วิจารณ์พ่อถ่ายคลิปลงโทษลูกวิ่งกลางฝน 1.6 กม.

ภาพ : Bryan Thornhill

 

ทอร์นบิล กล่าวว่า ลูกชายของเขาเป็นจอมเกเรตัวน้อยบนรถโรงเรียนซึ่งเขาจะไม่ทนและรับไม่ได้ และนี่คือการอบรมบ่มนิสัยของพ่อแม่ที่จะไม่ทำให้ใครได้รับอันตราย การให้บทเรียนแก่ลูก ไม่จำเป็นต้องตี และนี่ยังเป็นการลงโทษที่ดีต่อสุขภาพสำหรับเด็ก เพราะมันเป็นการออกกำลังกาย

คุณพ่อรายนี้กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ถูกลงโทษ ลูกชายของเขาก็มีความประพฤติดีขึ้นและครูก็สังเกตเห็นถึงการปรับปรุงตัวในห้องเรียน เขาเชื่อว่าหลายคนอาจตำหนิว่าเป็นการละเมิดเด็ก แต่เขากลับคิดว่าพ่อแม่หลายคนโอนอ่อนกับลูกมากเกินไป และแนะนำให้หาหนทางสร้างสรรค์ในการอบรมเลี้ยงดู “อย่าเป็นเพื่อน ให้เป็นพ่อแม่ นั่นคือสิ่งที่เด็กทุกวันนี้ต้องการ”

ต่อมา ทอร์นบิลยังได้อัพโหลดอีกคลิปที่แสดงให้เห็นพ่อกับลูกชายและลูกสาววิ่งด้วยกันและกล่าวว่า ตอนนี้ทั้งคู่อยากวิ่งไปโรงเรียน

คลิปลงโทษลูกชายวิ่งไปโรงเรียน 1.6 กม. กลายเป็นคลิปไวรัลในเวลาไม่นาน หลังจากเพจเฟซบุ๊กหนึ่งแชร์ไป จนมียอดวิวกว่า 25 ล้านครั้ง แต่ก็จุดประเด็นถกเถียงว่าเป็นการอบรมวินัยถูกทางหรือไม่ จำนวนมากเห็นด้วย แต่บางคนมองว่าลูกชายอาจมีพฤติกรรมนี้เพราะพ่อ และบ้างก็มองว่าไม่สมควรโพสต์คลิปลงโทษลูกออกสื่อ

สำนักข่าวเอบีซีในออสเตรเลีย อ้างความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ดร.ฮันนาห์ โทมัส จากมหาวิทยาลัยควีนสแลนด์ ที่มีความสนใจศึกษาผลกระทบจากการกลั่นแกล้งรังแกและการแทรกแซง ว่าการลงโทษเช่นนี้ก็เป็นความพยายามหนึ่งในการสอนเด็กให้รับผิดชอบการกระทำของตัวเอง แต่ไม่ได้ผลเสมอไป เพราะเป็นการจำกัดโอกาสเด็กในการเรียนรู้และได้ทักษะใหม่ในชีวิต อาทิ การปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนวัยเดียวกันในทางสร้างสรรค์และอยู่ร่วมกันในสังคม เด็กที่อับอายหรือถูกประจาน อาจเก็บกดความรู้สึกเชิงลบเกี่ยวกับตัวเอง เป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการที่ดี และการที่เด็กทำตัวไม่ดี เพราะพวกเขากำลังเรียนรู้และพัฒนา พวกเขาต้องการพ่อแม่คอยช่วยเหลือเวลาทำผิดและสอนลูกว่าควรทำตัวอย่างไรให้ได้รับความเคารพจากผู้อื่นมากขึ้น

 

ดาราหญิงแฉถูกผู้กำกับมือรางวัล-พระเอกแดนโสมข่มขืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/315753

ดาราหญิงแฉถูกผู้กำกับมือรางวัล-พระเอกแดนโสมข่มขืน

ข่าวต่างประเทศ,เกาหลีใต้,แฉรายวัน,ผู้กำกับ,ดารา,ข่มขืน,MeToo

#MeToo ในเกาหลีใต้พ่นพิษอีกรายวัน คิวผู้กำกับ-ดาราแถวหน้า ถูกดาราหญิงแฉผ่านสื่อข่มขืน-ลวนลาม

การเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อต่อต้านและเอาผิดบุคคลหลากหลายอาชีพฐานคุกคามทางเพศ ที่รู้จักในชื่อ #MeToo ที่เกาหลีใต้ ยังลุกลามไม่หยุด หลังจากผู้ว่าการจังหวัดคนหนึ่งต้องลาออกและหมดอนาคตทางการเมือง เมื่อถูกอดีตเลขานุการออกทีวีกล่าวหาว่าข่มขืนเป็นข่าวดังวันก่อน ล่าสุด ถึงคิว คิม คีด๊อก ผู้กำกับภาพยนตร์ที่สร้างชื่อเสียงแก่ประเทศจากการกวาดรางวัลมากมายบนเวทีนานาชาติ ถูกนักแสดงหญิงกล่าวหาว่า ข่มขืน

รายการข่าวเชิงสืบสวน “PD’s Notepad” ออกอากาศทางช่องเอ็มบีซี เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา เปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศของ คิม คีด๊อก และ โช แทฮยอน นักแสดงคู่บารมีจากการร่วมงานในภาพยนตร์ที่เขากำกับหลายเรื่อง ผ่านการสัมภาษณ์ดาราหญิง 3 คน รวมถึงดาราคนหนึ่งที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ แต่เป็นคนเดียวกับที่เคยเข้าแจ้งความผู้กำกับดังฐานตบตีและด่าทอระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เมื่อปีที่แล้ว

เธออ้างล่าสุดว่า ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ที่หมู่บ้านห่างไกลแห่งหนึ่งเมื่อ 5 ปีก่อน คิมพยายามบุกเข้าไปในห้องพักของเธอในโรงแรมหลายหน “เหมือนอยู่ในนรก หลายคืนที่เขามาทุบประตูห้อง หรือไม่ก็โทรศัพท์มาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเธอต้องรับ” ดาราหญิงเล่าและเสริมว่า ในที่สุด คิมก็เรียกเธอไปห้องพักของเขา อ้างว่าเพื่อปรึกษาเรื่องบทหนัง แต่แล้วเขาก็ข่มขืนเธอ นอกจากนี้ โช แทฮยอน นักแสดงชายก็ข่มขืนเธอด้วย สองคนนี้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันเรื่องข่มขืนนักแสดงหญิง เหมือนกับกำลังแข่งขันกันอยู่ นอกจากนี้ ผู้กำกับคิมยังให้สัญญาลมๆ แล้งๆ ว่า จะให้เธอเป็นนางเอกหนังเรื่องหน้า แต่มีเงื่อนไขให้เก็บความสัมพันธ์นี้เป็นความลับ เธอทำอะไรไม่ได้ในตอนนั้น ก่อนตัดสินใจถอนตัวจากภาพยนตร์ และต้องไปบำบัดทางจิตอยู่นานหลายปี

 

ดาราหญิงแฉถูกผู้กำกับมือรางวัล-พระเอกแดนโสมข่มขืน

คิม คีด๊อก – โช แทฮยอน

ภาพ : http://res.heraldm.com/content/image/2018/03/07/20180307000668_0.jpg

 

นักแสดงหญิงคนที่สอง เปิดเผยว่า เธอต้องทนกับคำพูดส่อเรื่องเพศที่น่าอับอายจาก คิม คีด๊อก เกือบสองชั่วโมงตอนที่นัดพบกันในร้านกาแฟแห่งหนึ่งเพื่อไปคัดตัวแสดง จนเธอต้องขอตัวโดยอ้างว่าเพื่อไปห้องน้ำ นักแสดงหญิงคนที่สามที่ให้สัมภาษณ์เอ็มบีซี กล่าวว่า คิมขอดูหน้าอกและเรือนร่างของเธอหลายครั้งระหว่างการคัดตัวแสดงที่ทำให้เธอรู้สึกอับอายอย่างมาก

คิม คีด๊อก ที่กวาดรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์ดังไม่ว่าจะเป็นเบอร์ลิน คานส์ และเวนิส ถูกอัยการปรับ 5 ล้านวอนเมื่อปีที่แล้วฐานทำร้ายร่างกายนักแสดงหญิงระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ แต่ไม่รับฟังข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเนื่องจากไม่มีหลักฐาน สำหรับข้อหาล่าสุด ผู้กำกับดัง ส่งข้อความผ่านมือถือให้แก่เอ็มบีซีว่า เขายุ่งเกี่ยวความสัมพันธ์ทางเพศแบบสมยอมเท่านั้น ไม่เคยพยายามสนองความพอใจส่วนตัวโดยใช้สถานะผู้กำกับภาพยนตร์

ขณะที่ โช แทฮยอน กล่าวว่า เขาจะพูดต่อเมื่อมีการสอบสวนเกิดขึ้นเท่านั้น แต่หลายเรื่องที่ปรากฏในข่าว แตกต่างมากจากความจริง อย่างไรก็ดี เมื่อเดือนที่แล้ว นักแสดงวัย 53 ปี ลาออกจากมหาวิทยาลัยคยองซอง ในเมืองปูซาน ที่เขาสอน และถูกถอดจากละครทีวีที่กำลังออกอากาศอยู่ หลังจากถูกนักแสดงและนักศึกษาคนหนึ่งกล่าวหาว่าล่วงละเมิดทางเพศ