ไฟไหม้ร้าน”บันนิ่งส์”อพยพคนนับ100

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314738

ไฟไหม้ร้าน”บันนิ่งส์”อพยพคนนับ100

ไฟไหม้,อาคาร,ร้านค้า,สารเคมี

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงภายในร้าน “บันนิ่งส์” ในเมืองเพิร์ธของออสเตรเลีย เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้หลังคาพังถล่มและการเตือนภัยเกี่ยวกับสารเคมี

 

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงราว 30 นาย ได้ฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงอาคารร้าน “บันนิ่งส์” ในย่านอิงเกิลวู้ด หลังเกิดเพลิงไหม้เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางกลุ่มควันพิษจากสารเคมีที่ลอยฟุ้งกระจายปกคลุมท้องฟ้า ซึ่งมาจากการระเบิดของแอรอซอลบรรจุกระป๋องที่ลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราว 50 เมตร นานราว 40 นาที

เจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพประชาชนราว 100 คน ออกจากถนนและตลาดกลางคืนที่อยู่ใกล้เคียง และมีหลายคนพยายามป้องกันไม่ให้เปลวเพลิงลามไปถึงบ้านพวกเขา มีคนบอกด้วยว่า ในร้านนี้ มีทั้งถังแก๊ส LGP,  ยาฆ่าแมลงและสารเคมีชนิดต่างๆ  ซึ่งหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่ได้เตือนประชาชนให้อยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูหน้าต่างและเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากถนนหลายสายถูกปิดเฝ้าระวังควันไฟและสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในอากาศ

สลด!! “นร.หญิง”ไนจีเรียโดนลักพาตัว 110 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314733

สลด!! “นร.หญิง”ไนจีเรียโดนลักพาตัว 110 คน

โบโกฮาราม,โจมตี,นักเรียนหญิง,สูญหาย

กลุ่มสุดโต่งโบโกฮาราม บุกโจมตีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคนิคหญิงล้วน มีนักเรียนหญิงสูญหายถึง 110 คน ยังไม่ทรายชะตากรรม

 

รัฐบาลไนจีเรียเพิ่งยอมรับว่า มีนร.หญิงสูญหายไปไม่ทราบชะตากรรมหลังจากกลุ่มสุดโต่งโบโกฮารามบุกโจมตีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคนิคหญิงล้วน ที่เมืองดาปชี รัฐโยเบ ทางตะวันออกเฉียงเหนือถึง 110 คน

แถลงการณ์มีขึ้นหลังจากเหตุเกิดตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้ว กลุ่มนักรบในชุดพรางและโพกศีรษะอาวุธครบมือ บุกเข้าไปในโรงเรียนประจำที่เกิดเหตุซึ่งมีนักเรียน 906 คน นักเรียนและครูพากันหลบหนีไปซ่อนตัวตามพุ่มไม้โดยรอบ ในตอนแรก ทางการปฏิเสธว่าไม่มีนักเรียนถูกลักพาตัว เชื่อว่าพวกเธอแค่หลบซ่อนตัวจากกลุ่มติดอาวุธเท่านั้น ก่อนออกมายืนยันตรงกันข้ามเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พ่อแม่เด็กแสดงความโกรธแค้น เนื่องจากที่เมืองดาปชี เคยมีทหารดูแลอยู่ และถอนกำลังออกไปเมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้พวกเขาไม่มีความปลอดภัย ทั้งที่โรงเรียนโดยเฉพาะที่สอนหลักสูตรปกติไม่เน้นศาสนา คือเป้าหมายหลักของโบโกฮาราม

การลักพาตัวจุดคำถามถึงคำกล่าวอ้างของกองทัพไนจีเรียที่ว่า กลุ่มติดอาวุุธสุดโต่งใกล้พ่ายแพ้เต็มที หลังจากต่อสู้นองเลือดกับทางการมานานเกือบ 9 ปี ทั้งยังซ้ำรอยกับเหตุลักพาตัวนักเรียนหญิงช็อกโลก 276 คนจากโรงเรียนในเมืองชิบ็อก รัฐโบโน เมื่อปี 2557 ซึ่งจนถึงขณะนี้ ราว 1 ใน 3 ยังไม่ทราบชะตากรรม

นายกูดลัก โจนาทาน ผู้นำไนจีเรียเวลานั้น ถูกโจมตีอย่างหนักที่รับมือล่าช้าหลังเด็กหญิงชีบ็อกหายตัวไป ขณะที่ประธานาธิบดี มูฮัมมาดู บูฮารี อดีตนายพลที่ได้รับเลือกตั้งในปี 2558 ด้วยคำสัญญากวาดล้างโบโกฮาราม แสดงความเห็นครั้งแรกว่า เป็นหายนภัยของชาติ เราเสียใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

ความพยายามสถาปนารัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือของไนจีเรียเป็นรัฐอิสลาม ของกลุ่มโบโกฮาราม ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน และทำให้คนไร้ที่อยู่อาศัยกว่า 2.6 ล้านคนนับจากปี 2552

พบสองศพสุดท้ายจาก”แผ่นดินไหวไต้หวัน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314732

พบสองศพสุดท้ายจาก”แผ่นดินไหวไต้หวัน”

แผ่นดินไหว,ไตหวัน,กรุงปักกิ่ง

แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เมืองฮัวเหลียนของไต้หวัน ผ่านมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่ทีมกู้ภัยเพิ่งสามารถเคลื่อนย้ายสองศพสุดท้ายจากกองซากปรักหักพังออกมาได้เมื่อ26ก.พ.

 

ศพของทั้งสองซึ่งเป็นสามีภรรยาชาวจีนจากกรุงปักกิ่ง เดินทางไปท่องเที่ยวในเมืองฮัวเหลียน อยู่บนชั้นสองของอาคารที่อยู่ในสภาพเอียงทำมุมเกือบ 50 องศา จึงทำให้ความพยายามกู้ภัยกลายเป็นงานที่ลำบากและซับซ้อน

สมาชิกครอบครัวของสามีภรรยาคู่นี้อีก 3 คน เสียชีวิตเช่นกันในเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่โดยรวมคร่าชีวิตเหยื่อ 17 ราย ในจำนวนนี้ 14 รายอยู่ในอาคาร 12 ชั้น

นายกเทศมนตรีเมืองฮัวเหลียน กล่าวว่า ร่างของเหยื่อสองรายสุดท้ายถูกตรึงไว้กับเสาหนักๆ จนไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกมาได้เพราะเสี่ยงทำให้อาคารพังทั้งหลัง

6 วันหลังแผ่นดินไหว ญาติเหยื่อยินยอมให้ยกเลิกภารกิจกู้ภัย ทีมงานจึงเริ่มใช้รถขุดเจาะจากด้านบนของตัวอาคารเพื่อค้นหาศพที่เหลือได้ ปัจจุบัน ทางการเมืองฮัวเหลียนได้รื้อทำลายอาคารสามหลังที่พังลงมาบางส่วนแล้ว รวมถึงโรงแรมมาร์แชล ที่มีผู้เสียชีวิต 1 คน

แผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้อาคารเกือบ 2,000 หลังในเมืองฮัวเหลียนเสียหาย ทั้งยังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ 300 คน ธุรกิจท้องถิ่นเสียหายราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว

ล่าสุด รัฐบาลไต้หวันประกาศจัดสรรงบประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 6 พันล้านบาท) สำหรับตรวจสอบและเสริมมาตรการต้านแผ่นดินไหวแก่อาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างก่อนปี 2532 ทั่วเกาะ

ชาวฮินดูในอินเดียฉลองเทศกาลโฮลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314649

ชาวฮินดูในอินเดียฉลองเทศกาลโฮลี

โฮลี,เทศกาล,ฮินดู

ชาวฮินดูทั่วอินเดียเฉลิมฉลองเทศกาลโฮลี หรือ เทศกาลสาดสี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูใบไม้ผลิและถือว่าเป็นการสิ้นสุดของปีเก่า

 

เทศกาล โฮลี เป็นเทศกาลที่ชาวฮินดูเฉลิมฉลองทั่วประเทศ โดยมีทั้งการสาดผงสีใส่กัน ไปจนถึงผู้หญิงใช้ไม้ฟาดผู้ชายที่มีโล่กำบัง

เทศกาลโฮลีเป็นเหมือนการจำลองการต่อสู้ระหว่างผู้หญิงและผู้ชายจากหมู่บ้านโบราณ 2 แห่งที่เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา ตามตำนานบอกว่า พระกฤษณะจากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เดินทางไปหาพระแม่ราธาเทวีที่หมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อไปหยอกล้อเธอ และสาวๆในหมู่บ้านจึงตอบโต้ด้วยการใช้ไม้ตี

ชาวฮินดูในอินเดียฉลองเทศกาลโฮลีภาพ : AFP

จากตำนานก็กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของเทศกาลโฮลี ที่ผู้ชายจะไปหาผู้หญิงในอีกหมู่บ้าน โดยมีโล่ไว้ป้องกันตัวจากผู้หญิงที่ใช้ไม้ยาวไล่ตี

แม้เทศกาลสาดสีสุดคึกคักนี้จะจัดวันที่ 2 มี.ค. แต่ที่หมู่บ้านของพระกฤษณะจะเฉลิมฉลองยาวตลอด 1
สัปดาห์

ชาวฮินดูในอินเดียฉลองเทศกาลโฮลีภาพ : AFP

ตี๋น้อยติดในลิฟต์หลังอุตริฉี่ใส่ปุ่ม (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314648

ตี๋น้อยติดในลิฟต์หลังอุตริฉี่ใส่ปุ่ม (ชมคลิป)

ซนไม่เข้าเรื่อง! เด็กชายชาวจีนฉี่ใส่แผงควบคุมในลิฟต์

 

คลิปจากกล้องวงจรปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นเด็กชายคนหนึ่งในเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กลายเป็นเหยื่อพฤติกรรมแผลงๆของตัวเอง หลังจากจงใจยืนปัสสาวะให้พุ่งใส่แผงควบคุมภายในลิฟต์

จากนั้น เด็กรูดซิปปิดกางเกงและเตรียมตัวออก แต่เมื่อลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นของเขา ประตูลิฟต์แง้มออกเล็กน้อยก่อนปิดใหม่ทันที ผู้โดยสารตัวน้อยเพียงคนเดียวเกิดอาการตื่นตระหนก และพยายามกดปุ่มซ้ำๆ ไฟบนแผงควบคุมเริ่มกระพริบ ขณะไฟในลิฟต์ติดๆดับๆ และมืดลงในที่สุด

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ทีมซ่อมบำรุงอาคารเข้าไปช่วยเด็กในเวลาต่อมา โดยเด็กไม่ได้รับอันตรายใดๆ และหลังจากดูคลิปจากกล้องวงจรปิดก็รู้ว่าเหตุลิฟต์ขัดข้องเป็นเพราะการเล่นพิเรนทร์ของเด็ก

ชาวเน็ตจำนวนมาก แสดงความเห็นว่าควรให้พ่อแม่ของเด็กจ่ายค่าซ่อม บ้างก็ว่าสมควรแล้วที่จะติดในลิฟต์แบบนั้น

“มิเชล โอบามา”จะเปิดตัวหนังสือชีวิตส่วนต้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314627

“มิเชล โอบามา”จะเปิดตัวหนังสือชีวิตส่วนต้ว

มิเชล,โอบามา,เปิดตัวหนังสือ

“มิเชล โอบามา” อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐจะเปิดตัวหนังสือบันทึกความทรงจำในเดือน พ.ย. ที่จะบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเจาะลึก

 

มิเชล ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา โพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อวานประกาศว่า หนังสือบันทึกความทรงจำเล่มแรกของเธอภายใต้ชื่อ “Becoming” จะวางจำหน่ายใน 13 พ.ย. และบอกด้วยว่า เป็นบันทึกที่บอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเจาะลึก บอกถึงรากเหง้าของเธอ และหนทางที่ทำให้เด็กหญิงจากเซาท์ไซด์ ในนครชิกาโกกล้าแสดงออก และพัฒนาความเข้มแข็งเพื่อส่งต่อให้ผู้อื่น  และหวังว่าการเดินทางของเธอจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านพบความกล้าหาญที่จะเป็นอะไรตามใจปรารถนา

สำนักพิมพ์ เพนกวิน แรนดอม เฮาส์ ผู้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ ยกย่องว่า มิเชลเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่โดดเด่นและน่าประทับใจที่สุดแห่งยุค และบอกด้วยว่า หนังสือ Becoming สะท้อนความคิดส่วนตัวอย่างมากจากผู้หญิงที่มีทั้งจิตวิญญาณและแก่นสาร และมักท้าทายความคาดหวังตลอดเวลา

มิเชล ซึ่งได้รับความชื่นชมจากทั่วโลก ไม่เคยเขียนหนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวส่วนตัวยาวๆ ทำให้คาดว่าหนังสือเล่มนี้จะได้รับการตอบรับสูงมาก ส่วนหนังสือเล่มเดียวของเธอที่ออกมาก่อนหน้านี้มีชื่อว่า “American Grown” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำสวน

หนังสือ Becoming จะถูกตีพิมพ์เป็น 24 ภาษา และจะจัดทำแบบหนังสือเสียงที่มิเชลจะอ่านด้วยตัวเอง รวมทั้งเธอมีแผนเดินสายโปรโมทหนังสือทั้งในสหรัฐและต่างประเทศด้วย

มิเชล และโอบามา ทำข้อตกลงกับสำนักพิมพ์ในปีที่แล้วว่าจะเขียนหนังสือคนละเล่ม และคาดว่าได้ค่าลิขสิทธิ์รวมกันกว่า 60 ล้านดอลลาร์ และสำนักพิมพ์จะบริจาคหนังสือใหม่จำนวนหนึ่งล้านเล่มในนามครอบครัวโอบามาให้กับ First Book องค์กรกุศลที่จัดหาหนังสือและสื่อการเรียนรู้ให้เด็กด้อยโอกาส

เกาหลีเหนือพร้อมเจรจาหลังสหรัฐคว่ำบาตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314613

เกาหลีเหนือพร้อมเจาจาหลังสหรัฐคว่ำบาตร

โดนัลด์ ทรัมป์,คว่ำบาตร,เกาหลีเหนือ,คิมจองอึน,คิมโยจอง

รัฐบาลเกาหลีเหนือระบุการที่สหรัฐคว่ำบาตรครั้งรุนแรงรอบนี้มีแต่จะสร้างเมฆหมอกแห่งสงครามให้ปกคลุมไปทั่วคาบสมุทรเกาหลี

 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งรุนแรงที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนจะมีพิธีปิดโอลิมปิคเมื่อวันอาทิตย์

ล่าสุดเกาหลีเหนือออกมาประกาศโดยที่ปรึกษาสูงสุดของรัฐบาล และน้องสาวของคิม จองอึน   ระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้รังแต่จะทำให้เมฆหมอกแห่งสงครามก่อตัวหนาแน่นปกคลุมคาบสมุทรเกาหลี แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือก็พร้อมจะเปิดโต๊ะเจรจากับสหรัฐ

ด้านเกาหลีเหนือก็ยังทิ้งท้ายว่า การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของรัฐบาลเปียงยางคือดาบแห่งความยุติธรรมที่จะมีไว้เพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐ

ระเบิด!! กลางเมืองเลสเตอร์ใน”อังกฤษ”ไม่เกี่ยวก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314602

ระเบิด!! กลางเมืองเลสเตอร์ใน”อังกฤษ”ไม่เกี่ยวก่อการร้าย

ตำรวจอังกฤษเผยเบื้องต้นยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ว่าเหตุระเบิดในเมืองเลสเตอร์ที่มีผู้บาดเจ็บ 6 คนเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

 

เหตุระเบิดกลางเมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษนี้ ทำให้ตำรวจต้องทำงานกันตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา โดยมีพลเมืองดีแจ้งเหตุว่าได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นบนถนนสายฮิงคลีย์ และได้ประกาศเตือนประชาชนให้ออกห่างจากถนนดังกล่าวแล้ว

ทางการได้ส่งชุดเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงไปทั้งหมด 6 คัน เพื่อแก้ไขและตรวจสอบสถานการณ์ เตรียมพร้อมรับมือกับการช่วยเหลืออพยพด่วนเมืองเลสเตอร์อยู่ห่างจากกรุงลอนดอนเมืองหลวงราว 177 กิโลเมตร

ตำรวจระบุในแถลงการณ์ว่า สาเหตุของการระเบิดจะเป็นหัวข้อการสืบสวนร่วมกันระหว่างตำรวจ กับหน่วยดับเพลิงและกู้ภัยเลสเตอร์เชอร์ โดยเจ้าหน้าที่ขอให้สื่อและสาธารณะชน อย่าด่วนสรุป แต่ขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

ตำรวจบอกว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นเย็นวันอาทิตย์ บนถนนฮิงคลีย์ โรด ที่มีอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัย ใกล้กับใจกลางเมือง ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าในอาคารหลายหลังถูกตัด ขณะที่หน่วยฉุกเฉินเข้ารับมือกับเหตุการณ์ โดยเจ้าหน้าที่ปิดถนนบางส่วน และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุ

หน่วยกู้ภัยและดับเพลิง บอกว่า ได้รับโทรศัพท์หลังเวลา 19.00 น. จากประชาชน ที่รายงานเหตุระเบิด และไฟไหม้อาคาร จึงส่งรถดับเพลิงหกคันไปยังที่เกิดเหตุทันที

โฆษกหญิงของหน่วย บอกว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงอยู่ระหว่างทาง ตอนที่ตำรวจโทรมาแจ้งว่า อาคาร 2 ชั้นที่เกิดเพลิงไหม้ ได้พังถล่มลงมา

นอกจากนี้ ยังมีการส่งหน่วยค้นหาและกู้ภัยเข้าไปเสริม ซึ่งรวมทั้่งสุนัขค้นหาและกู้ชีพ

โฆษกหญิง บอกอีกว่า ขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ถึงสาเหตุของการระเบิด

ทั้งนี้ มีประชาชน 6 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังเกิดเหตุ โดย 2 คน มีอาการสาหัส ส่วนอีก 4 คนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ขณะที่ภาพและวีดีโอที่เผยแพร่ตามสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นตัวอาคารถูกไฟลุกท่วม โดยมองเห็นได้จากระยะไกล และยังมีเศษซากปูนกระจายอยู่โดยรอบ

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314600

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ขุมทรัพย์,เจ้าสัว,ทุ่งข้าวสาลี,ฝรั่งเศส

สัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ให้สัญญาหนักแน่นว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปกวาดซื้อที่ดินในฝรั่งเศสอย่างง่ายๆ ได้อีก

 

“สำหรับผมที่ดินเกษตรกรรมฝรั่งเศสเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่อธิปไตยของเราต้องพึ่งพิง ดังนั้นเราคงยอมไม่ได้ที่จะให้ที่ดินหลายล้านเฮคแตร์ ถูกอำนาจต่างชาติซื้อไปโดยไม่รู้เป้าหมายของการซื้อเหล่านั้นเลย” มาครงกล่าวเรื่องนี้ระหว่างเลี้ยงอาหารกลางวัน เกษตรกรรุ่นใหม่ราว 1,000 คน ที่ทำเนียบฌองเอลีเซ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการซื้อใจ ก่อนงานเกษตรแฟร์เมื่อวันเสาร์ ที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสต้องไปร่วมงานตามธรรมเนียมทุกปี

แต่ไปถึงในงานผู้นำฝรั่งเศสก็เผชิญกับเกษตรกรส่งเสียงโห่ฮาและเป่านกหวีดใส่ เพื่อแสดงความไม่พอใจในหลายเรื่อง พวกเขารู้สึกว่าผู้นำประเทศไม่เหลียวแลชนบท เอาใจแต่เมืองใหญ่และภาคส่วนอื่นที่มีเติบโตคึกคัก แต่โดยหลักคำสัญญานี้มีขึ้นหลังจากมีข่าวว่า มหาเศรษฐีจากแดนมังกร หู เคอชิน เข้าไปซื้อพื้นที่ปลูกข้าวสาลีอันอุดมสมบูรณ์อย่างเงียบๆ 1.68 หมื่นไร่ ในภูมิภาค อาลีเย และแอ็งดร์ ทางภาคกลาง ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และเป็นการซื้อที่จุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในหมู่ชาวไร่ชาวนา จนสมาคมตัวแทนเรียกร้องให้รัฐบาลสกัดกั้นการเข้าไปถือครองที่ดินทำกินของนักลงทุน

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

แต่ที่หมู่บ้านทีล ซูร์-อาโคแลง อันเงียบสงบ เกษตรกรวัยเกษียณ มาร์ แบร์กนาร์เดต์ ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะคิดอย่างไรดีที่จะได้มหาเศรษฐีจีนเป็นเพื่อนบ้าน เขาบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพี ว่ามรดกฝรั่งเศสส่วนหนึ่งกำลังถูกคนอื่นเอาไป แต่มันก็เป็นกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นแนวโน้มในปัจจุบัน หากไม่ใช่จีนก็คงจะเป็นใครสักคนอยู่ดี

หู เคอชิน เป็นประธานรีวอร์ด กรุ๊ป บริษัทที่ก่อตั้งในปี 2538 และกลายเป็นอาณาจักรสินค้ามากมายตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เคมีภัณฑ์ การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์และนมผง นิตยสารฟอร์บส์ ประเมินว่า หูและครอบครัว มีทรัพย์สินสุทธิ 1,220 ล้านดอลลาร์

ฝันใหญ่ล่าสุดของมหาเศรษฐีวัย 57 คือสักวัน ที่ดินกว้างใหญ่ที่ซื้อไปจะผลิตแป้งสาลีป้อนร้านขนมปังฝรั่งเศสในจีน 1,500 แห่ง ตอบสนองความต้องการชนชั้นกลางจีนที่กำลังเฟื่องฟู โดยเขาเองก็รู้ดีว่าโครงการของเขาถูกมองด้วยความสงสัยแคลงใจ เกษตรกรที่นั่นคิดว่าที่ดินที่เคยเป็นของครอบครัวตกทอดกันมากำลังถูกคุกคามจากการกว้านซื้อของนักลงทุน แต่เขายืนยันว่าจะดูแลเอาใจใส่ที่ดินอย่างดีเยี่ยม และใช้คนฝรั่งเศสเท่านั้นทำการเพาะปลูก

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

“มีนักลงทุนต่างชาติมากมายที่เข้าไปซื้อที่ดินในฝรั่งเศสแล้วเราต่างจากคนเยอรมัน หรืออังกฤษตรงไหน เราไม่ได้แตกต่าง เราเหมือนรายอื่นที่กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เกิดการพัตนา”

หู ใช้ช่องโหว่กฎหมาย ค่อยๆ ซื้อที่ดินทีละผืนแทนซื้อรวดเดียว เพื่อเลี่ยงกฎหมายที่จะเปิดช่องให้รัฐบาลขัดขวางการซื้อขายที่ดินเกษตรได้ แต่เขายืนยันว่าแผนการต่างๆ ที่เดินมาถึงวันนี้ ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาลฝรั่งเศสที่ให้ความสำคัญอันดับแรกกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

ขณะนี้ รีวอร์ด กรุ๊ป กำลังสำรวจลู่ทางร่วมมือกับบริษัทหลายแห่ง โดยหัวใจของแผนการลงทุนคือการครองตลาดบาแก็ตในจีน ด้วยการเป็นหุ้นส่วนกับ Axereal สหกรณ์ธัญพืชใหญ่สุดของฝรั่งเศส เพื่อป้อนแป้งสาลีและองค์ความรู้ผลิตขนมปัง

แต่นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของข้อตกลงธุรกิจในอนาคตอีกหลายรายการของรีวอร์ด กรุ๊ป เช่น การทำความตกลงด้านนำเข้ากับบริษัทผู้ผลิตชีสยี่ห้อ ลาฟฟิง คาว (ฉลากรูปวัวแดงหัวเราะ) และผู้ผลิตเนื้อรายใหญ่สุดของฝรั่งเศส

ในปีที่ผ่านมา รีวอร์ด กรุ๊ป ของหู เคอชิน ยังเข้าไปซื้อกิจการผู้ผลิตสบู่กลิ่นลาเวนเดอร์ “เลอ ชาเตอลาร์ 1802” ทางใต้ของฝรั่งเศส และเดินหน้าเจรจากับเครือข่ายร้านเบเกอรี่ กับบริษัทแปรรูปธัญพืชและถั่วเหลือง

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว หู เคอชิน ยังกำลังเล็งที่ดินในโรมาเนีย และซื้อโรงงานผลิตเครื่องสำอางสหรัฐด้วย

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับร้านขนมปัง การได้ส่วนประกอบการผลิตนำเข้าจากฝรั่งเศส คือการรับประกันกับผู้บริโภคชาวจีนที่วิตกเรื่องความไม่ปลอดภัยอาหารได้ทางหนึ่ง

เดิมร้าน Chez Blandine ของหู เปิดบริการเฉพาะในย่านช็อปปิ้งของกรุงปักกิ่งเท่านั้น ตัวร้านออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ซาฮา ฮาดิด

แม้ขนมปังไม่ใช่ส่วนหนึ่งของมื้ออาหารประจำวันในประเทศที่กินข้าวเป็นหลัก และร้านเบเกอรี่ท้องถิ่นยังทำขนมปังสอดใส้ปรับรสชาติเข้ากับลิ้นชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หูมองเห็นโอกาสทอง และจะทำให้ผู้บริโภคในแดนมังกรติดใจบาแก็ตฝรั่งเศสแท้ๆ ในยุคที่ชนชั้นกลางชาวจีนเดินทางไปยุโรปเป็นว่าเล่น “ผมฝากความหวังไว้กับคนรุ่นใหม่ที่เกิดในคริสต์ทศวรรษหลังปี 2523 และ 2533 นักเดินทางและเด็กรวมถึงคนรุ่นก่อนด้วยที่นิสัยการกินกำลังเปลี่ยนไป”

ทุนจีน:นักช็อปที่ดินเกษตรต่างแดนรายใหญ่
การซื้อพื้นที่ปลูกข้าวสาลีกว้างใหญ่ในฝรั่งเศสของมหาเศรษฐีหู เคอชิน เป็นส่วนหนึ่งในกระแสการซื้อที่ดินผลิตอาหารของกลุ่มทุนจีน ตอบสนองความต้องการของประชากรแดนมังกร 1,400 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของประชากรโลก แต่มีที่ดินเพาะปลูกได้ไม่ถึง 10% ของโลก
นอกจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นแล้ว ความวิตกเรื่องความปลอดภัยของอาหารก็เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความนิยมในสินค้านำเข้า

สถิติจากสถาบันอเมริกันเอนเตอร์ไพรซ์ และมูลนิธิเฮอร์ริเทจ ในสหรัฐ พบว่าการลงทุนด้านเกษตรกรรมของจีนในต่างประเทศ เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 9.4 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นอย่างน้อย นับจากปี 2553 เป็นต้นมา โดยเกือบครึ่งเป็นการลงทุนในช่วงไม่กี่ปีมานี้

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

การลงทุนของบริษัททางการและเอกชนจีนครอบคลุมพื้นที่ 56.25 ล้านไร่ ในประเทศกำลังพัฒนา แต่ในระยะหลังความสนใจขยับย้ายไปที่ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกาและยุโรป

ตัวอย่างโครงการลงทุนด้านการเกษตรในต่างแดนของจีนที่มีมูลมากที่สุด เช่น
-ปี 2559 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ซ่างไห่ ซีอาร์อีดี (Shanghai CRED) ร่วมกับกลุ่มบริษัทเหมืองท้องถิ่น ซื้อไร่ปศุสัตว์ใหญ่สุดในโลก เอส คิดแมน แอนด์ โค เจ้าของฝูงปศุสัตว์ 1.85 แสนตัว และครอบครองที่ดินเกษตรในออสเตรเลีย 2.5% ข้อตกลงนี้มีขึ้นหลังจากบริษัทจีนอีกแห่ง เข้าซื้อไร่ฝ้ายใหญ่สุดของออสเตรเลียเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านั้น

-ที่นิวซีแลนด์ แดนอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากนม กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่อาหาร “ไบรท์ ฟูด อีลี่ แอนด์ เผิงซิน” ซื้อฟาร์มโคนมนิวซีแลนด์หลายสิบแห่ง ปัจจุบันส่งออกไปขายในจีนและถือเป็นสินค้าที่ได้รับความไว้วางใจ

-กลุ่มผู้ผลิตเนื้อสุกร ดับเบิลยูเอช กรุ๊ป หรือ ซวงฮุ่ย อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิงส์ ซื้อสมิทฟีลด์ ฟู้ด มูลค่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2556 หากรวมมูลหนี้ด้วย ข้อตกลงซื้อขายครั้งนั้นอยู่ที่ 7,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

ทุ่งข้าวสาลีฝรั่งเศสขุมทรัพย์เจ้าสัว

 

– ในปีเดียวกัน มีรายงานว่า ยูเครน ที่ถือเป็นแหล่งอาหารของยุโรปเตรียมตกลงให้กลุ่มบริษัทจีนแห่งหนึ่งเช่าซื้อที่ดิน 18.75 ล้านไร่ จุดประเด็นถกเถียงร้อนแรงในประเทศ แต่รัฐบาลยูเครนออกมาปฏิเสธรายงานในท้ายที่สุด

กลุ่มสื่อมะกันสวนกระแสเพิ่มจ้างนักข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314344

กลุ่มสื่อมะกันสวนกระแสเพิ่มจ้างนักข่าว

ข่าวต่างประเทศ,สื่อมะกัน,นักข่าว

ดิ แอตแลนติก กลุ่มสื่อในสหรัฐในวอชิงตัน ประกาศจ้างนักข่าวและทีมงานส่วนอื่นเพิ่มจากเดิม 30% หรือราว 100 คนในระยะ 12 เดือนข้างหน้า

โดยครึ่งหนึ่งเป็นทีมข่าวในกองบรรณาธิการ ที่เหลือเสริมทีมวิศวกรรม ออกแบบข้อมูลทีมการตลาดผู้บริโภคและทีมขาย ทั้งยังจะหานักเขียนที่มีความหลากหลาย บางคนอาจร่วมแบบเต็มตัว หรืออาจส่งงานแบบครั้งคราว เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทสวนทางกับภาพรวมสื่อที่อยู่ในช่วงขาลง และมีแต่ข่าวการเลิกจ้าง ลดขนาดหรือปิดตัว

ข่าวนี้มีขึ้นหลังจากองค์กรไม่แสวงผลกำไร เอเมอร์สัน คอลเลคทีฟ ที่ก่อตั้งและบริหารโดย ลอเรน พาวเวลล์ จ็อบส์ ภรรยาม่ายของสตีฟ จ็อบส์ ผู้ก่อตั้งแอปเปิลผู้ล่วงลับ เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เมื่อปีที่แล้ว
การขยับขยายครั้งนี้จะมีผลถึงเว็บไซต์แอตแลนติก นิตยสาร ตลอดจนเว็บไซต์ใหม่แบบบอกรับสมาชิก The Masthead

บ็อบ โคห์น ประธานแอตแลนติก ระบุว่า สามารถทำกำไรได้ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากความพยายามขยายตลาดดิจิทัล แผนขยายงานครั้งนี้จะเพิ่มการนำเสนอข่าวการเมืองในวอชิงตัน กับเพิ่มรายงานเกี่ยวกับเทคโนโลยี ฮอลลีวู้ด และครอบครัว ในด้านสื่อดิทิทัล เนื้อหาที่เก็บค่าเข้าอ่านยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับบริษัท และจะต้องเรียนรู้อีกมาก แต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วผู้อ่านจะยอมจ่ายเพื่อคุณค่าเนื้อหาที่ดิ แอตแลนติก นำเสนอ นอกจากนี้บริษัทเชื่อว่า การพึ่งพาผู้อ่านกับผู้ลงโฆษณาเพื่อสนับสนุนด้านการเงินอย่างเท่าเทียม เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ

แอตแลนติกก่อตั้งในบอสตัน เมื่อปี 1857 ในชื่อแอตแลนติก มันลีย์ เป็นนิตยสารที่นำเสนอเรื่องราวเชิงวัฒนธรรมและวรรณกรรม เคยตีพิมพ์ผลงานของมาร์ก ทเวน และ “จดหมายจากคุกเบอร์มิงแฮม” ว่าด้วยการแก้ต่างการอารยะขัดขืนของมาร์ติน ลูเทอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 1963