สื่อขวากุทฤษฎีคบคิดโจมตีนร.จี้คุมปืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314341

สื่อขวากุทฤษฎีคบคิดโจมตีนร.จี้คุมปืน

นักเรียน,ครู,ปืน,อาวุธ

ผู้ชุมนุมถือป้ายมีข้อความ”ปกป้องเด็ก ไม่ใช่ปกป้องปืนยาวจู่โจม”ขณะร่วมประท้วงกับนักเคลื่อนไหวและนร.โรงเรียนมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส หน้าอาคารสภารัฐฟลอริดา

 

หลังเหตุกราดยิงสังหารหมู่นักเรียนและครู 17 ศพที่โรงเรียนมัธยมปลายเมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นักเรียนที่รอดชีวิตอย่าง เดวิด ฮ็อก ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทำสื่ออยู่ในโรงเรียน และ เอมมา กอนซาเลซ ที่โด่งดังจากการขึ้นเวทีถล่มประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างดุเดือดฐานใกล้ชิดสนิทสนมกับสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) กลายเป็นที่รู้จักในฐานะโฉมหน้าของขบวนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อเรียกร้องรัฐสภาออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืน เนื่องจากทั้งสองปรากฏตัวทางสื่อบ่อยครั้ง

แต่ในยุคที่บรรยากาศแบ่งขั้วเลือกข้าง ฮ็อกและกอนซาเลซ ยังได้กลายเป็นเป้าของบรรดาเจ้าทฤษฎีคบคิดและสื่อออนไลน์ฝ่ายขวา ที่ผุดทฤษฎีคบคิดมากมาย เพื่อทำให้ภาพนักเรียนทั้งสองคน เป็นหุ่นเชิดของฝ่ายซ้ายการเมือง นำโดยเว็บไซต์ข่าวอย่าง อินโฟวอร์ส และ เกตเวย์ พันดิท เว็บไซต์แฟนพันธุ์แท้ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่เคยสร้างชื่อจากการนำเสนอทฤษฎีที่ว่า เหตุสังหารหมู่นักเรียนและครู 26 คน ที่โรงเรียนประถมแซนดี ฮุก รัฐคอนเนคติคัต เมื่อปี 2555 เป็นเรื่องลวงโลก

อินโฟวอร์ส ผลิตคลิปวิดีโอพาดหัวว่า “หลักฐานชี้โจมตีฟลอริดาเป็นการจัดฉากมโหฬาร” กล่าวหาว่าทั้งคู่มีซีเอ็นเอ็น สื่อที่ฝ่ายขวาอเมริกันมองว่าลำเอียงเข้าข้างฝ่ายเสรีนิยม คอยเป็นโค้ชให้ สื่อสำนักนี้อ้างว่าเมื่ออยู่หน้ากล้อง เด็กเหล่านี้ดูผ่อนคลาย เป็นหลักฐานหนึ่งว่าทั้งสองเป็นนักแสดงเฉพาะกิจอย่างแท้จริง เพื่อรับใช้ฝ่ายซ้าย อีกหลักฐานคือการโยงว่าบิดาของฮ็อก เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ หน่วยงานที่กำลังสอบสวนข้อหารัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งประธานาธิบดี

คลิปนำเสนอทฤษฎีคบคิดเหล่านี้กลายเป็นคลิปยอดนิยมที่ถูกแชร์มากที่สุดบนเว็บไซต์ยูทูบเมื่อวันอังคาร ด้วยยอดแชร์กว่า 2 แสน ก่อนถูกถอดออกจากเว็บ

ขณะที่ “เกตเวย์ พันดิท” โจมตีพวกคนชักใยหลอกใช้นักเรียน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายต่อต้านปืน ต่อต้านความเป็นอเมริกันและต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยกเหตุผลประกอบเช่น การที่ “วีเมนส์ มาร์ช” เป็นหนึ่งในองค์กรที่ร่วมจัดชุมนุมใหญ่กับนักเรียน เพื่อเรียกร้องควบคุมปืนในวันที่ 24 มีนาคม

นอกจากนี้ บิล โอไรลี อดีตผู้ประกาศข่าวคนดังที่ถูกฟอกซ์นิวส์ไล่ออกเมื่อปีที่แล้ว จากข้อหาคุกคามทางเพศ แต่ยังคงออกอากาศทางเว็บไซต์ของตัวเองและแฟนๆ ที่ติดตามทางทวิตเตอร์ 2.6 ล้านคน ก็ตั้งคำถามเบื้องลึกเบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้เช่นกัน โดยเขาเขียนบนเว็บไซต์ว่า “สื่อหลักมีความเชื่อว่าการทำลายรัฐบาลทรัมป์ทุกวิถีทางเป็นภารกิจของพวกเขา ดังนั้นแล้ว หากสื่อต้องใช้เด็กทำงานนี้ พวกเขาก็จะใช้แน่”

ทรัมป์ อเลิร์ต เว็บไซต์ที่เกาะติดกิจกรรมของครอบครัวหมายเลขหนึ่งบนทวิตเตอร์ เผยว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ เป็นคนหนึ่ง ที่กดถูกใจทวิตสองทวิตที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาความไม่น่าเชื่อถือของเดวิด ฮ็อกด้วย

อีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบปะพูดคุยกับผู้รอดชีวิตและครูจำนวนหนึ่งที่ทำเนียบขาว ก่อนแนะนำให้ติดปืนให้ครู เพื่อป้องปรามเหตุกราดยิง และสัญญาว่าจะเพิ่มการตรวจสอบประวัติเจ้าของปืนอย่างเข้มข้น

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314340

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์

ทุบตึกเก่ายุคสร้างชาติจุดประเด็นถกเถียงในสิงคโปร์

 

แผนการรื้อทุบอาคารแฝดรูปเกือกม้า “เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์” ที่ถือเป็นสัญลักษณ์การก่อร่างสร้างความรุ่งเรืองจากเมืองท่าเล็กๆ กลายเป็นประเทศมั่งคั่งทุกวันนี้ กำลังเป็นประเด็นถกเถียงว่า สิงคโปร์อนุรักษ์และปกป้องประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศเพียงพอแล้วหรือไม่

เมื่อตอนสร้างเสร็จในปี 2519 เพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์ ได้ชื่อว่าเป็นอาคารพักอาศัยสูงที่สุดในสิงคโปร์ และกลายเป็นต้นแบบของการพักอาศัยในตึกสูงในประเทศ และหลายเมืองทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังถือเป็นการจุดเปลี่ยนสำหรับย่านไชนาทาวน์ เพราะเป็นตึกระฟ้าแห่งแรกในย่านที่มีแต่อาคารเตี้ย แต่ปัจจุบันผู้พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์ 280 ห้อง สูง 37 ชั้น ร้องเรียนเรื่องท่อน้ำรั่วและลิฟต์เก่ามาก และล่าสุดถูกขายให้นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ 728 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (1.7 หมื่นล้านบาท) ที่มีแผนจะสร้างใหม่เป็นอาคารพักอาศัยทันสมัยทับของเดิม

สถาปัตยกรรมในคริสต์ทศวรรษที่ 1970 แบบเพิร์ล แบงก์ อพาร์ตเมนต์ถูกมองว่าล้าสมัย ขาดเสน่ห์แบบอาคารโคโลเนียลยุคอังกฤษปกครอง ซึ่งหากเป็นสิ่งปลูกสร้างลักษณะนี้จะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ กระนั้นชาวสิงคโปร์จำนวนไม่น้อยมองว่าเพิร์ล แบงก์ และสิ่งปลูกสร้างจากยุคนั้นคือเครื่องเตือนใจถึงอดีตการดิ้นรนพัฒนาประเทศหลังแยกตัวเป็นเอกราชในปี 2508

ดาร์เรน โซห์ ช่างภาพที่ถ่ายทำสารคดีตึกเก่าในยุคเดียวกับเพิร์ลแบงก์ กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างที่ผุดขึ้นหลังจากได้เอกราช คือภาพสะท้อนแรงบันดาลใจและความหวังของประเทศน้องใหม่ “หากเรารื้อตึกพวกนี้จะไม่เหลืออะไรจากยุคนั้นให้นึกถึงอีก” แต่สำหรับคนที่พักอาศัยในอพาร์ตเมนต์สนับสนุนการขาย เพราะมองว่าการอนุรักษ์ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ด้วยต้นทุนที่สูงมาก มารี ลิม วัย 68 ปี กล่าวว่า คนที่เรียกร้องให้อนุรักษ์ไว้ล้วนเป็นคนนอกที่มองเข้ามา แต่หากได้เข้าไปอยู่เองก็จะเข้าใจถึงความยากลำบาก

เมื่อ”โมบายแบงกิ้ง”คือธนาคารบนรถบรรทุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314229

เมื่อ”โมบายแบงกิ้ง”คือธนาคารบนรถบรรทุก

เจอร์เกน ชาลเลอร์,Sparkasse,ชปาร์คาสเซอ,ธนาคาร,โมบายแบงกิ้ง,รถบรรทุก

เจอร์เกน ชาลเลอร์ ผู้จัดการธนาคาร ไม่เคยคาดคิดว่าวันหนึ่งจะต้องขอใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุก แถมยังต้องขับเป็นระยะทางร่วม 2 หมื่นกิโลเมตรต่อปี

 

แต่ในยุคที่บรรดาลูกค้าหันไปใช้บริการออนไลน์กันมากขึ้นเรื่อย ประชากรในชนบทลดลง และอัตราดอกเบี้ยต่ำกำไรหด สาขาธนาคารแบบเป็นตัวตึกอาคารก็อยู่ไม่ได้ สภาพบังคับให้ต้องปิดสาขากันเป็นว่าเล่น

ธนาคารต่างๆ ในเยอรมนี รวมถึงธนาคารออมทรัพย์ของรัฐ “ชปาร์คาสเซอ” (Sparkasse) ที่ชาลเลอร์เป็นผู้จัดการสาขา ในภูมิภาคฟรานโคเนีย รัฐบาวาเรียทางเหนือของเยอรมนี ก็ต้องหันมาคิดรูปแบบทางธุรกิจใหม่ๆ

เฉพาะในเขตโครนาช-คุมบาชของชาลเลอร์ มีการปิดตัวถึง 6 สาขาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็เป็นแนวโน้มที่เห็นทั่วประเทศ

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุก
ภาพ : AFP
ธนาคารเพื่อการลงทุน KfW เผยผลศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ว่า ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จำนวนสาขาธนาคาร ลดฮวบ 1 ใน 4 เหลือ 35 แห่งต่อประชากร 1 แสน ส่วนอัตราเฉลี่ยในยุโรป อยู่ที่ 37 ต่อประชากร 1 แสน สเปนมีจำนวนสาขาธนาคารต่อประชากรสูงสุดที่ 67

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลให้ระดับผู้บริหารแต่งกายเนี้ยบอย่างชาลเลอร์ ปรับตัวขึ้นมาอยู่หลังพวงมาลัยสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อนำบริการธนาคารเคลื่อนที่ รวมถึงตู้กดเงินสดฝังอยู่ด้านข้างรถ และบริการให้คำปรึกษา ไปยังหมู่บ้านเล็กๆ แถบชนบท

ชเตฟเฟน อาเบอร์เซทเทิล ผู้อำนวยการฝ่ายขายของธนาคารชปาร์คาสเซอ สาขาโครนาช-คุมบาช กล่าวว่า สาขาเคลื่อนที่แบบนี้เริ่มครั้งแรกมาตั้งแต่ปี 2558 ลูกค้าหลักเป็นธุรกิจท้องถิ่นและผู้สูงอายุที่ไม่ถนัดธนาคารออนไลน์ แต่ละจุดหยุดแวะ จะมีผู้ใช้บริการ 20 คน เท่ากับการได้ติดต่อกับลูกค้า 1.2 หมื่นคนต่อปี เป็นจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับการล็อกอินเข้าใช้บริการออนไลน์วันละ 8,800 ราย แต่เราก็ลงทุนกับบริการนี้เพื่อลูกค้า แม้รู้ว่ารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุกภาพ : AFP

นักการเมืองท้องถิ่นที่นั่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารของ ชปาร์คาสเซอ ก็ไม่กล้าจะทำให้คนในพื้นที่ของตนไม่มีธนาคารใช้ เนื่องจากจำนวนสาขาปิดตัวเรื่อยๆ ดังนั้น จึงสนับสนุนให้ออกรถธนาคารเคลื่อนที่แทน

มาเรีย นอยเบาเออร์ คุณยายวัย 70 ปี พอใจกับการนั่งรอถึงเวลานัดกับชาลเลอร์ในออฟฟิศเล็กจิ๋วบนรถบรรทุก ระหว่างแวะจอด 90 นาทีฝั่งตรงข้ามโบสถ์ในหมู่บ้านเชิร์น เธอกล่าวว่า รถธนาคารชปาร์คาสเซอเยี่ยมมาก โอนเงินได้และทำธุรกรรมอื่นก็ได้ พวกเราพอใจมาก โดยเฉพาะคนที่ไม่มีรถเดินทางไปสาขาที่อยู่ไกลออกไป

ชาลเลอร์ จะขับธนาคารเคลื่อนที่ลัดเลาะไปยังหมู่บ้านเล็กๆ ระหว่างวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี เก็บวันศุกร์ไว้สำหรับงานซ่อมบำรุุง บนรถเทรลเลอร์คันนี้ เขาไม่มีโอกาสจับเงินสด และจนถึงขณะนี้ ยังไม่เคยเผชิญกับเหตุปล้นสักครั้ง

 

เมื่อ"โมบายแบงกิ้ง"คือธนาคารบนรถบรรทุกภาพ : AFP

โทมัส ชนาร์ ผู้เชี่ยวชาญธนาคารจากบริษัทที่ปรึกษาโอลิเวอร์ ไวมาน คาดการณ์ว่า แนวโน้มที่จะเห็นจำนวนสาขาธนาคารลดลง จะดำเนินต่อไป ส่วนจะหายไปเร็วแค่ไหน ยังยากคาดการณ์ จะขึ้นอยู่กับว่าธนาคารจะสามารถรักษาสาขาให้เป็นช่องทางจำเป็นสำหรับลูกค้าได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างคนยังเป็นรากฐานสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีคำถามซับซ้อนจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้ารายย่อยและธุรกิจ

เผยน้องสาวคิม จอง อึนล้มแผนพบ”เพนซ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314227

เผยน้องสาวคิม จอง อึนล้มแผนพบ”เพนซ์”

ไมค์ เพนซ์,รองประธานาธิบดี,คิม จอง อึน,คิม ยอง นัม,เกาหลีเหนือ,เกาหลีใต้,โอลิมปิกฤดูหนาว,คิม โย จอง

เผยน้องสาวคิม จอง อึน ตัดสินใจยกเลิกก่อนกำหนดไม่ถึงสองชั่วโมง ที่จะพบ “เพนซ์” รองประธานาธิบดีสหรัฐ ระหว่างโอลิมปิกที่เกาหลีใต่

หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า ก่อนออกเดินทางเยือนเอเชียเป็นเวลา 5 วันเมื่อต้นเดือน รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ตกลงอย่างลับๆ ว่าจะพบปะกับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือที่นำโดย คิม โย จอง น้องสาวของคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และคิม ยอง นัม ผู้นำในเชิงพิธีการของเกาหลีเหนือ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ หรือหลังพิธีเปิดกีฬามหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว “พยองชาง” แต่เกาหลีเหนือตัดสินใจยกเลิกก่อนกำหนดไม่ถึงสองชั่วโมง หลังจากที่เพนซ์ใช้เวลาการเดินทางไปเกาหลีใต้เพื่อประณามการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทั้งยังประกาศว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรแข็งกร้าวและเด็ดขาดอย่างที่สุดเท่าที่เคยมีมา

รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวขณะนั้นด้วยว่าเดินทางไปเกาหลีใต้พร้อมกับบิดาของออตโต วอร์มเบียร์ อดีตนักโทษของเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตหลังถูกคุมขังในเปียงยาง เพื่อย้ำเตือนโลกถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฆาตกร

โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า มีแผนจัดประชุมช่วงสั้นๆ กับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือเท่านั้น และรองประธานาธิบดีเพนซ์ก็พร้อมใช้โอกาสนี้ตอกย้ำความจำเป็นที่เกาหลีเหนือจะต้องยกเลิกโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ แต่เกาหลีเหนือตัดสินใจไม่เดินหน้านาทีสุดท้าย ซึ่งสหรัฐเสียใจที่เกาหลีเหนือพลาดโอกาสนี้

วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่า แผนการพบปะพูดคุยใช้เวลาหารือ 2 สัปดาห์ และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเมื่อสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ได้ตกปากรับคำจากเกาหลีเหนือว่าต้องการจะพบเพนซ์เมื่อเดินทางไปยังคาบสมุทรเกาหลี เจ้าหน้าที่อาวุโสทำเนียบขาวอีกคนกล่าวว่า การริเริ่มให้สองฝ่ายได้พบปะกันมาจากเกาหลีใต้ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง แต่เกาหลีใต้ไม่แสดงความเห็นเรื่องนี้

แม้ว่าเพนซ์ตกลงรับคำเชิญจากเกาหลีเหนือตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากสหรัฐเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ แต่รายละเอียดต่างๆ เพิ่งสรุปเมื่อรองประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางถึงกรุงโซลแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สองฝ่ายเห็นพ้องจะพบปะกันที่ทำเนียบประธานาธิบดี “บลูเฮาส์” บ่ายวันที่ 10 กุมภาพันธ์ โดยเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ไม่เข้าร่วมด้วย

ในพิธีเปิดโอลิมปิก “พยองชาง” เพนซ์ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์ใดๆ กับคณะผู้แทนเกาหลีเหนือ แม้ว่าคิม โย จอง กับ คิม ยอง นาม นั่งอยู่แถวหลังตรงกับเพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐแสดงท่าเพิกเฉยฝ่ายเกาหลีเหนืออย่างแน่วแน่ตลอดงาน และภาพถ่ายของทั้งสองฝ่ายในพิธีเปิดจุดประเด็นถกเถียงว่าใครคือฝ่ายชนะสงครามชวนเชื่อ โดยขณะยกเลิกแผนพบปะกับคณะผู้แทนสหรัฐ คิม จอง อึน ได้ฝากน้องสาวเชิญประธานาธิบดีมุน แจ อิน ไปเยือนเปียงยาง เพื่อเจรจากันในเร็ววัน

เมื่อกลับถึงสหรัฐ รองประธานาธิบดีเพนซ์ กล่าวว่า ได้เลือกที่จะเมินเฉยกับคิม โย จอง ในพิธีเปิดโอลิมปิก เพราะเขาเชื่อว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมสำหรับสหรัฐอเมริกา ที่จะให้ความสนใจบุคคลที่ไม่ได้เป็นแค่น้องสาวของผู้นำเผด็จการแต่ยังเป็นหัวหน้าหน่วยงานด้านโฆษณาชวนเชื่อ

พบญาติสัตว์อัปลักษณ์ที่สุดในโลกใต้ทะเลออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314223

พบญาติสัตว์อัปลักษณ์ที่สุดในโลกใต้ทะเลออสเตรเลีย

เมืองโฮบาร์ต,ออสเตรเลีย,พันธุ์ปลาบล็อบ,มิสเตอร์บล็อบบี,สัตว์น้ำ,ทะเลลึก,ฉลามคุกกี้คัตเตอร์เรืองแสง,ปลาวัวสามเขา,สมาคมอนุรักษ์สัตว์อัปลักษณ์,อัปลักษณ์

นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งรวมตัวกันเพื่อสำรวจชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก พบ พันธุ์ปลาบล็อบ ญาติของ “มิสเตอร์บล็อบบี” สัตว์น่าเกลียดที่สุดในโลก

 

นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งกำลังรวมตัวกันอยู่ที่เมืองโฮบาร์ต เมืองหลวงแทสมาเนีย ทางตะวันออกของออสเตรเลีย เพื่อสำรวจตรวจสอบชนิดพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ที่นักวิจัยบนเรือวิจัย “อินเวสทิเกเตอร์” จับขึ้นมาศึกษา หลังสำรวจนอกชายฝั่งรัฐแทสมาเนียเป็นเวลาหนึ่งเดือนเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นครั้งแรกของการสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้พื้นผิวลงไปถึง 4.8 กิโลเมตร และบริเวณที่ยังไม่เคยมีการสำรวจมาก่อนเลย

นักวิจัยพบปลาชนิดพันธุ์ที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนกว่า 100 ชนิด จากปลาและสัตว์น้ำไม่มีกระดูกสันหลังกว่า 4.2 หมื่นตัวที่จับขึ้นมา บางส่วนมีแนวโน้มว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใหม่ และในจำนวนนี้ มีพันธุ์ปลาบล็อบ ญาติของ “มิสเตอร์บล็อบบี” ที่สมาคมอนุรักษ์สัตว์อัปลักษณ์ โหวตให้เป็นสัตว์น่าเกลียดที่สุดในโลกเมื่อปี 2556

บล็อบบี ซึ่งอยู่ในวงศ์ psychrolutidae พบนอกชายฝั่งนิวซีแลนด์เมื่อปี 2546 และตั้งชื่อตามนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบ

สัตว์น้ำหน้าตาแปลกที่พบรวมถึง ฉลามคุกกี้คัตเตอร์เรืองแสง ปลาปากคม และปลาวัวสามเขา ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยเผยผลการค้นพบมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนเจอปลาไร้หน้า ซึ่งถือว่าเป็นการค้นพบที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องจากที่ผ่านมา เคยมีบันทึกการพบเจอเพียงครั้งเดียวเท่านั้นโดยลูกเรือ เอชเอ็มเอส ชาเลนเจอร์ นอกชายฝั่งปาปัวนิวกินี ในปี ค.ศ.1870

มาร์ติน โกมอน นักมีนวิทยา (สัตวศาสตร์แขนงที่ว่าด้วยปลา) ที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรีย กล่าวว่า การประชุมที่เมืองโฮบาร์ต เป็นความพยายามอย่างเป็นระบบครั้งแรกในการสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึกนอกชายฝั่งกว้างใหญ่ไพศาลของออสเตรเลีย

สัตว์ใต้ความลึกระดับนั้นดำรงชีวิตภายใต้แรงกดดัน ไม่มีแสง อาหารน้อยมากและอุณหภูมิแตะจุดเยือกแข็ง พวกเขาส่วนใหญ่จึงมักมีขนาดเล็ก เคลื่อนไหวช้า จำนวนมากลักษณะเหมือนเจลลี ลอยตัวนิ่ง บางชนิดมีเขี้ยวและหนามแหลมคม นอนรอจับอาหาร การค้นพบจากการสำรวจครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าสัตว์น้ำเหล่านั้นปรับตัวกับสภาพแวดล้อมก้นสมุทรอย่างไร และเพิ่มองค์ความรู้ไขปริศนาว่าอะไรบ้างที่มีผลต่อวิวัฒนาการใต้น้ำทะเลลึก

เวเนซุเอลาซื้อขายเงินดิจิทัลของตัวเอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314222

เวเนซุเอลาซื้อขายเงินดิจิทัลของตัวเอง

นิโคลัส มาดูโร,ประธานาธิบดี,เปโตร,เงินดิจิทัล

เวเนซุเอลาเป็นชาติแรกที่สร้างสกุลเงินดิจิทัลของตัวเองชื่อ “เปโตร” และเริ่มเปิดซื้อขายวันแรกเมื่อวันอังคาร (20 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ระดมเงินได้ 735 ล้านดอลลาร์

 

ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ร่วมพิธีเปิดตัวเหรียญเงินดิจิทัล “เปโตร” โดยหวังว่าจะเป็นวิธีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศที่เผชิญวิกฤติขาดแคลนเงินสดและเงินเฟ้อสูงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์

มาดูโรประกาศปลายปีที่แล้วจะสร้างสกุลเงินดิจิทัล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐที่ทำให้ไม่สามารถออกพันธบัตรใหม่ได้ และรัฐบาลตั้งเป้าจำหน่ายเปโตรออกมา 100 ล้านเหรียญในช่วงปีแรก และหวังระดมทุนผ่านการซื้อขายเหรียญครั้งแรก 38.4 ล้านเหรียญ โดยตั้งราคาไว้ที่เหรียญละ 60 ดอลลาร์สหรัฐ

ล่าสุด ผู้นำเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า ในการซื้อขายล่วงหน้าวันแรกระดมเงินได้ 735 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ไม่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับนักลงทุนที่ซื้อ “เปโตร” และไม่แสดงหลักฐานยืนยันตัวเลขดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ เปิดเผยว่า สกุลเงิน “เปโตร” ได้รับการค้ำประกันจากสำรองน้ำมันดิบของประเทศ ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในโลก

แห่ชื่นชมสาวมุสลิมมาเลย์เชิดสิงโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314154

แห่ชื่นชมสาวมุสลิมมาเลย์เชิดสิงโต

ชาวเน็ต ชี้ การเข้าร่วมคณะเชิดสิงโตของนักศึกษาหญิงมุสลิมคนนี้ คือจิตวิญญาณอันงดงามของชาวมาเลเซีย

 

เดอะสตาร์ สื่อมาเลเซียรายงานเรื่องราวของ มาเรียม อับดุล นาซาร์ นักศึกษาหญิงวัย 20 ปี ที่พูดจีนกลางได้ และนับถือศาสนาอิสลาม แต่มีความสนใจการเชิดสิงโตขนาดเข้าร่วมเป็นสมาชิกในคณะ แม้ว่าญาติพี่น้องและเพื่อนมองว่าไม่ถูกต้องนัก เพราะเธอเป็นมุสลิม แต่เธอถือว่าการเชิดสิงโตเป็นกีฬาอย่างหนึ่ง

มาเรียม ที่ปัจจุบันกำลังศึกษาด้านธุรกิจ มหาวิทยาลัยมาลายา กล่าวว่า ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา เธอรับหน้าที่เป็นมือกลองในคณะเชิดสิงโต และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ภาษาจีนของเธอดีขึ้น เธอฝึกซ้อมและได้พูดคุยไปด้วย เธอเข้าร่วมคณะเชิดสิงโตเพราะชอบเสียงที่ทรงพลัง ดูเท่ และมีแบบแผน การได้รัวกลองทำให้เธอมีความสุข ได้ปลดปล่อยความเครียดออกไป

เธอเล่าด้วยว่า ความที่เป็นลูกครึ่งอินเดีย-มาเลย์ ทุกครั้งที่ออกแสดงในที่สาธารณะ ผู้ชมโดยเฉพาะคนเชื้อสายจีนจะตกใจ แต่หลังการแสดง พวกเขามักจะเข้ามาชื่นชมกับฝีมือของเธอ เธอมีความสุขและภูมิใจที่เป็นชาวมาเลเซีย

คลิปวิดีโอของสตาร์ทีวี ที่แสดงการตีกลองของมาเรียม ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง และได้รับคำชื่นชมจากชาวเน็ต โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่กระแสอนุรักษนิยมอิสลามในมาเลเซียขยายตัว จนหลายฝ่ายเกรงว่าจะบั่นทอนความผูกพันข้ามเชื้อชาติในสังคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ระบุว่า การเข้าร่วมคณะเชิดสิงโตของนักศึกษาหญิงมุสลิมคนนี้ คือจิตวิญญาณอันงดงามของชาวมาเลเซีย

 ———————

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอมR.AGEYoung Lions: What it’s like being a Muslim girl in lion dance)

คุก 1 เดือนศิลปินวาดล้อนายกฯ มาเลเซียเป็นตัวตลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314062

คุก 1 เดือนศิลปินวาดล้อนายกฯ มาเลเซียเป็นตัวตลก

ข่าวต่างประเทศ,จำคุก,ปรับ,กราฟิกดีไซเนอร์,มาเลเซีย,กราฟฟิตี้,การ์ตูน,ล้อ,เสียดสี,นายกรัฐมนตรี,นาจิบ ราซัค,ตัวตลก

ศาลตัดสินจำคุก 1 เดือน ปรับ 2.4 แสนบาท กราฟิกดีไซเนอร์มาเลเซีย เจ้าของภาพการ์ตูนล้อเสียดสี นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เป็นตัวตลกหน้าผู้ร้าย

 

ฟาห์มี เรซา โมห์ด ซาริน กราฟิกดีไซเนอร์มาเลเซีย เจ้าของภาพการ์ตูนล้อเสียดสี นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค เป็นตัวตลกหน้าผู้ร้าย ถูกศาลตัดสินมีความผิดภายใต้กฎหมายสื่อสารโทรคมนาคมและมัลติมีเดีย ที่ห้ามเผยแพร่เนื้อหาออนไลน์อันเป็นเท็จ อนาจาร คุกคาม ให้ร้ายหรือล่วงละเมิดโดยมีเจตนาสร้างความรำคาญ หรือคุกคามผู้อื่น พร้อมสั่งลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับอีก 3 หมื่นริงกิต (ราว 2.4 แสนบาท)

 

คุก 1 เดือนศิลปินวาดล้อนายกฯ มาเลเซียเป็นตัวตลก

ภาพ : https://pbs.twimg.com/media/DUwkv09VoAADXBc.jpg

 

ซยาห์เรดซัน โยฮัน ทนายความจำเลย กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับคำตัดสิน และผู้พิพากษาไม่ให้เหตุผลประกอบใดๆ ทนายยื่นขอประกันตัวในวงเงิน 1 หมื่นริงกิต ระหว่างรอการอุทธรณ์

ฟาห์มี วัย 40 ปี ถูกจับกุม และแจ้งข้อหาเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 เขาเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่ถูกดำเนินคดี หลังการประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ซึ่งถูกโยงว่าเกี่ยวข้องกับเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ที่หายไปจากบริษัทเพื่อการลงทุนของรัฐ วันเอ็มดีบี

นายนาจิบ ปฏิเสธข้อหา และผลสอบสวนของอัยการไม่พบความผิดของนายกรัฐมนตรี แต่ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจการสอบสวน เจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ออกมาเรียกร้องความโปร่งใสก็ถูกขับออกจากรัฐบาล อีกทั้งมีความพยายามปิดกั้นสื่อที่พยายามขุดคุ้ยเรื่องนี้

 

คุก 1 เดือนศิลปินวาดล้อนายกฯ มาเลเซียเป็นตัวตลก

ภาพ : เอเอฟพี

 

วันเอ็มดีบี ยังเป็นประเด็นสอบสงสัยฟอกเงินในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์

ในช่วงที่กระแสประท้วงคุกรุ่นขีดสุด ภาพการ์ตูนล้อนายกรัฐมนตรีนาจิบของฟาห์มี เรซา ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง และกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประท้วงรัฐบาล ทั้งในรูปแบบโปสเตอร์และสติกเกอร์ปรากฏอยู่ตามที่สาธารณะ จนมีผู้เปรียบเทียบนักเคลื่อนไหวและนักออกแบบผู้นี้ว่าคล้ายกับ แบงซี ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังและลึกลับ ผู้สร้างสรรค์งานศิลปะข้างถนนเพื่อจุดชนวนคิดประเด็นสังคม

ฟาห์มี เรซา ไม่ใช่ศิลปินคนแรกที่ตกเป็นเป้าถูกดำเนินคดีฐานวิจารณ์รัฐบาลยุคนาจิบ นักวาดการ์ตูนล้อการเมืองแถวหน้าของมาเลเซีย ซุลคิฟี อันวาร์ อุลฮาคี เจ้าของนามแฝง ซูนาร์ ถูกจับกุมข้อหาปลุกระดมเมื่อปี 2559 หลังวาดภาพล้อนาจิบและภรรยา

ซีเรียถล่มแหลกเขตกบฏชาวบ้านตายเป็นเบือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314061

ซีเรียถล่มแหลกเขตกบฏชาวบ้านตายเป็นเบือ

ข่าวต่างประเทศ,ซีเรีย,กบฏ,ถล่มแหลก,โจมตีทางอากาศ,นองเลือด

นองเลือดสุดใน 3 ปี รัฐบาลถล่มฐานที่มั่นใหญ่สุดท้ายของกบฏใกล้เมืองหลวง

หน่วยอาสาสมัครกู้ชีพ “หมวกนิรภัยสีขาว” และศูนย์สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย ซึ่งเกาะติดสงครามกลางเมืองซีเรีย มีที่ตั้งในอังกฤษ แจ้งว่า กองกำลังรัฐบาลซีเรียถล่มเขตคูตาตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กลุ่มกบฏควบคุมชานกรุงดามัสกัสอย่างหนักหน่วงเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งโจมตีทางอากาศ จรวดหรือปืนใหญ่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 127 คน จำนวนนี้เป็นเด็กราว 39 คน ทำให้วันที่ 19 กุมภาพันธ์ เป็นวันนองเลือดที่สุดวันหนึ่งของพื้นที่นี้ในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ถูกรัฐบาลปิดล้อมในปี 2556

การโจมตียังดำเนินอยู่ต่อไปจนล่วงเข้าสู่เช้าวันอังคาร ซึ่งเป็นวันที่สามแล้ว คร่าชีวิตพลเรือนอีก 45 คน เป็นเด็ก 12 คน

คูตาตะวันออกเป็นที่มั่นใหญ่สุดท้ายของกลุ่มกบฏที่อยู่ใกล้เมืองหลวง ขณะพื้นที่โดยรอบอยู่ในความควบคุมของรัฐบาลหมดแล้ว บีบีซี รายงานว่า การถล่มเดือดมาตั้งแต่วันอาทิตย์ไม่ได้กระทบเพียงพลเรือน แต่ยังหมายถึงช่องทางความอยู่รอดของพวกเขา เพราะเป้าหมายมีทั้งร้านขนมปัง โกดัง และสถานที่มากมายที่อาจเป็นที่เก็บอาหาร จนชาวบ้านวิตกอย่างมากว่า คูตาตะวันออกจะกลายสภาพเหมือนเมืองอเลปโปที่พังยับทั้งเมืองหลังกวาดล้างกบฏ

เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ แจ้งว่า การโจมตีหลายครั้งพุ่งเป้าถนนสายหลักในพื้นที่ เป็นอุปสรรคต่อปฏิบัติการกู้ชีพและบรรเทาทุกข์ ตลอดจนขัดขวางการทำงานของรถพยาบาล ยอดผู้เสียชีวิตที่พุ่งทะยานยังเป็นเพราะโรงพยาบาลชั่วคราว 4 แห่ง ถูกโจมตีด้วย กลุ่มกบฏตอบโต้ด้วยการยิงลูกระเบิด แต่อาวุธของรัฐบาลมีอานุภาพสูงกว่ามาก

 

ซีเรียถล่มแหลกเขตกบฏชาวบ้านตายเป็นเบือ

ภาพ : เอเอฟพี – เด็กชายวัย 12 ร้องไห้ขณะได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บในเต็นท์พยาบาล

ขณะรอฟังข่าวแม่ที่กำลังผ่าตัดอยู่อีกห้องหนึ่ง

 

คลิปวิดีโอที่บันทึกจากหมู่บ้านฮามูเรีย ในเขตคูตาตะวันออก ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 20 คน หลังโดนถล่มทางอากาศ แสดงภาพผู้คนวิ่งหนีจากอาคารที่เสียหายหนักท่ามกลางฝุ่นคลุ้งและเศษซากหักพัง

เมื่อเดือนธันวาคม องค์กรบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศ เตือนสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่กบฏ แตะจุดวิกฤติแล้ว ชาวบ้านขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และยา จำเป็นต้องยุติความทุกข์ทรมานอย่างไร้เหตุผลนี้โดยเร็ว แต่เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย พันธมิตรของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด กล่าวว่า นานาชาติบรรยายปัญหามนุษยธรรมในคูตาตะวันออกและเมืองอิดหลิบเกินจริง

คูตาตะวันออกเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ห่างจากกลางกรุงดามัสกัส ไปทางตะวันออกเพียง 15 กิโลเมตร ประกอบด้วยชุมชน 22 แห่ง เป็นบ้านของประชากรเกือบ 4 แสน มีกบฏหลายกลุ่มที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ แต่โดยหลักเป็น ยาอิช อัล อิสลาม และ ฮายัด ตอห์รี อัล ชาม ที่นำโดยอดีตเครือข่ายอัลไกดาในซีเรีย

ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ สงครามซีเรียจะย่างเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว สงครามนี้คร่าชีวิตเหยื่อหลายแสนคน และอพยพออกจากประเทศ 5 ล้านคน

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/314046

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

จากที่เคยถือครองอย่างถูกกฎหมายมานาน 30 ปี แต่วันนี้ขอทำลาย เพื่อร่วมรณรงค์เพิ่มความเข้มงวดการถือครองปืนอันตราย

 

สก็อตต์ ปัปปาลาร์โด (Scott-Dani Pappalardo) ชาวอเมริกันผู้รักปืนและมีรอยสักที่แขนเป็นข้อความว่า “สิทธิที่จะเก็บและพกปืน” สนับสนุนมาตรา 2 แห่งรัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิป้องกันตนเองมานาน ตัดสินใจทำลายปืนยาวกึ่งอัตโนมัติ เออาร์-15 ที่เขาเป็นเจ้าของอย่างถูกต้องมานาน 30 ปี อย่างไม่ลังเล เพื่อร่วมรณรงค์เพิ่มความเข้มงวดการถือครองปืนอันตราย และคลิปการทำลายของปืนของเขา ก็กลายเป็นคลิปไวรัลอย่างรวดเร็ว มียอดเข้าชมเกิน 15.8 ล้านครั้ง ยอดแชร์กว่า 3 แสน นับจากโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์

เออาร์-15 เป็นอาวุธแบบเดียวกับที่มือปืนวัย 19 ใช้กราดยิงสังหารหมู่ 17 ศพในโรงเรียนมัธยมปลาย เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รวมถึงเหตุกราดยิงนองเลือดหลายครั้งก่อนหน้า

 

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ภาพ : Scott-Dani Pappalardo

 

ในคลิปนี้ ปัปปาลาร์โด พูดต่อหน้ากล้องว่า หลังจากโศกนาฏกรรมกราดยิงเด็กนักเรียน 20 คน กับผู้ใหญ่ 6 คน ที่โรงเรียนแซนดี ฮุก เมืองนิวตัน รัฐคอนเนกติคัต เมื่อ 5 ปีก่อน ยังมีเหตุยิงในสถานศึกษาอีกหลายร้อยครั้ง และสูญเสียอีก 17 ชีวิต ที่โรงเรียนในฟลอริดา เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ “เมื่อไหร่เราจะเปลี่ยนแปลง เมื่อไหร่ที่เราจะออกกฎหมายที่บอกว่าอาวุธแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมปัจจุบัน สิทธิการเป็นเจ้าของปืนกระบอกนี้สำคัญกว่าชีวิตคนหรือ ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้น เขาต้องทำให้แน่ใจว่าอาวุธเช่นนี้จะไม่ถูกนำไปใช้ปลิดชีวิตใครได้” ก่อนหันไปใช้เลื่อยไฟฟ้าด้านหลัง ตัดปืนออกเป็นเสี่ยง เจ้าของปืนหวังว่าคนที่ดูคลิปของเขาแล้ว จะพูดว่า ฉันจะทำแบบเดียวกัน

 

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ภาพ : Ben Dickmann

 

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ภาพ : Ben Dickmann

 

ชายนิวยอร์กไม่ใช่คนรักปืนคนแรกที่หันมาสนับสนุนคุมเข้ม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 16 ก.พ. หลังเหตุกราดยิงฟลอริดา 3 วัน เบน ดิกแมน (Ben Dickmann) ชาวรัฐฟลอริดา โพสต์รูปถ่ายที่เขานำอาวุธปืนยาว เออาร์-ไฟว์เซเวน ไปมอบให้แก่สำนักงานนายอำเภอโบรเวิร์ด พร้อมเขียนบนเฟซบุ๊กว่า เขาเป็นเจ้าของปืนที่ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดีและเป็นคนที่รับผิดชอบ แต่ไม่ใช่ตำรวจหรือผู้ช่วยนายอำเภอ ไม่จำเป็นต้องใช้ และไม่มีใครที่ไม่ติดตราหน่วยบังคับใช้กฎหมายต้องใช้ไรเฟิลกระบอกนี้

 

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ภาพ : Ben Dickmann

 

ทำลายปืนรุ่นฆาตกรฟลอริดาใช้กลายเป็นคลิปไวรัล

ภาพ : Ben Dickmann

 

โพสต์ของเขาก็มีผู้คนแห่เข้าไปแสดงความเห็นและแชร์หลายแสน โดย 90% ขานรับ ราว 10% แสดงความเห็นในทางลบเกือบเข้าขั้นคุกคาม