“แก๊สเหลวรั่ว”ทำถนนเป็นทะเลเพลิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313052

“แก๊สเหลวรั่ว”ทำถนนเป็นทะเลเพลิง

ก๊าซธรรมชาติ,แอลเอ็นจี,รั่วไหล,ทะเลเพลิง

รถบรรทุกคว่ำปล่อยก๊าซแอลเอ็นจี รั่วไหลเต็มพื้นถนน เป็นเหตุให้รถยนต์ที่วิ่งผ่านมาระเบิดไปลุกท่วม ทั้งถนนกลายเป็นทะเลเพลิง

กล้องติดหน้ารถยนต์ที่ผ่านไปยังจุดเกิดเหตุ บันทึกนาทีระทึกขวัญขณะรถยนต์สีน้ำเงินคันหนึ่ง ระเบิดเป็นไฟลุกท่วม และทั่วทั้งถนนกลายเป็นทะเลเพลิง ลามไหม้ต้นไม้และพุ่มไม้ข้างทาง หลังจากรถบรรทุกพลิกคว่ำปล่อยก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) รั่วไหลเคลือบพื้นถนน กลายเป็นกับดักมรณะสำหรับผู้ขับขี่ยวดยานที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น

ภาพเผยให้เห็นคนขับรถรีบลงจากรถหนีตาย โดยรวม มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากไฟลวก 2 คน อีก 6 คนบาดเจ็บไม่รุนแรง คนขับรถบรรทุกแอลเอ็นจีไม่ได้รับอันตราย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ บนทางด่วนปักกิ่ง-ฮาร์บิน มณฑลเหอเป่ย ติดกับกรุงปักกิ่ง รถยนต์คันที่บันทึกคลิปไว้ได้รีบกลับลำ และพยายามหลบหนีไฟที่โหมไหม้อย่างรวดเร็ว

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313051

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก

เครื่องบินตก,รัสเซีย,หิมะ,อันโตนอฟ-148,ซาราตอฟ,สายการบิน

ทีมกู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 900 คนยังคงค้นหาร่างเหยื่อเคราะห์ร้ายต่อไป โดยใช้โดรนเข้าช่วย เนื่องจากพื้นที่ค้นหากว้างมาก

 

ความคืบหน้าโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารแบบอันโตนอฟ-148 สายการบินซาราตอฟ ประสบเหตุตกที่เขตราเมนสกี ห่างจากกรุงมอสโก ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 70 กิโลเมตร หลังจากทะยานขึ้นจากสนามบินโดโมเดโดโว เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และหายไปจากจอเรดาร์เพียง 2 นาทีหลังจากนั้น คร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 71 คน เมื่อวันจันทร์ (12 ก.พ.) พนักงานสอบสวนและนักอาชญาวิทยาราว 100 คนลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมเบาะแสไขปริศนาหนึ่งในเหตุเครื่องบินตกร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์รัสเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าอาจจะเกิดจากความผิดพลาดของคน ปัญหาขัดข้องทางเทคนิคและสภาพอากาศเนื่องจากรัสเซียเผชิญหิมะตกหนักมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีการพูดถึงประเด็นก่อการร้าย

 

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก
ภาพ : AFP

ก่อนหน้านี้มีผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนระบุว่า เห็นเครื่องบินไฟไหม้กลางอากาศก่อนตก ซึ่งบ่งว่าเครื่องยนต์อาจมีปัญหาและระเบิด

กระทรวงจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินระบุว่าพบกล่องดำ 1 ใน 2 กล่องแล้ว ขณะที่พนักงานสอบสวนทราบจุดเครื่องบินตกกระแทกพื้นซึ่งทำให้เกิดหลุมยาว 7 เมตร กว้าง 74 เมตร และลึกราว 1 เมตรครึ่ง

ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีชาวสวิตเซอร์แลนด์ 1 คน อาเซอร์ไบจาน 1 คน และมีเด็กรวมอยู่ด้วย 3 คน เที่ยวบินมรณะกำลังมุ่งหน้าไปยัง เมืองในแถบเทือกเขายูราล แต่กว่า 60 คนบนเครื่องมาจากภูมิภาคโอเรนเบิร์ก ที่เมืองออร์สค์ ปลายทางของเที่ยวบินนี้ตั้งอยู่

เมืองออร์สค์ เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในภูมิภาคโอเรนเบิร์ก มีประชากร 2.37 แสน อยู่ใกล้ชายแดนคาซัคสถาน

 

ทีมสอบรัสเซียฝ่าหิมะหาเบาะแสเครื่องบินตก
ภาพ : AFP

 

ทีมกู้ภัยและอาสาสมัครกว่า 900 คนยังคงค้นหาร่างเหยื่อเคราะห์ร้ายต่อไป โดยใช้โดรนเข้าช่วย เนื่องจากพื้นที่ค้นหากว้างมาก เศษชิ้นส่วนเครื่องบินกระจายเกลื่อนครอบคลุมพื้นที่กว่า 187 ไร่ จึงคาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าหนึ่งสัปดาห์จึงจะตรวจสอบได้ทั่วถึง

นอกจากนี้พื้นที่เกิดเหตุมีหิมะปกคลุมสูงถึงเอวในบางจุดทำให้การเข้าถึงเป็นไปอย่างยากลำบากทีมฉุกเฉินต้องเดินทางเข้าไปและใช้รถสโนว์โมบิล

เครื่องบินลำที่ประสบเหตุผลิตในรัสเซียมีรายงานว่าผ่านการใช้งานมาแล้ว 7 ปี สายการบินซาราตอฟซื้อมาจากสายการบินอีกแห่งเมื่อ 1 ปีก่อน
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยกเลิกแผนการเดินทางไปยังเมืองตากอากาศโซชิ ริมทะเลดำเพื่อพบปะกับประธานาธิบดีมาห์มุด อับบาส ของปาเลสไตน์ แต่เปลี่ยนมาจัดประชุมในกรุงมอสโกแทน

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/313046

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน

แดนมังก,ตรุษจีน,เทศกาล,เดินทาง,กรุงปักกิ่ง

เทศกาลอพยพประจำปีของมนุษย์ใหญ่สุดในโลกเริ่มแล้ว เมื่อชาวจีนจำนวนมหาศาลเริ่มเดินทางกลับสู่บ้านเกิดหรือไปร่วมงานฉลองในช่วงวันตรุษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 16ก.พ.

 

แต่ที่น่าสนใจสำหรับปีนี้คือ ชาวจีนจำนวนมากที่กลับภูมิลำเนาไม่ได้อยู่ในอารมณ์เฉลิมฉลอง เพราะเมื่อเทศกาลหยุดยาว 15 วันสิ้นสุดลง พวกเขาจะไม่กลับไปยังกรุงปักกิ่งอีก เนื่องจากนครหลวงแดนมังกรกลายเป็นสถานที่ที่ไม่ต้อนรับคนต่างมณฑลที่เคยเข้าไปขายแรงงานและเป็นเครื่องจักรสำคัญของเศรษฐกิจอันรุ่งเรือง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การขนส่งแจ้งว่า จำนวนเที่ยวเดินทางในช่วง 10 วันแรกของเทศกาลหยุดยาวประจำปีนี้ลดลงเล็กน้อย มีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางโดยรถไฟ รถยนต์ เรือและเครื่องบินช่วง 1-10 กุมภาพันธ์ 732 ล้านเที่ยว ลดลง 10% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเพราะนักศึกษามหาวิทยาลัยและแรงงานต่างจังหวัดกลับบ้านไปตั้งแต่ก่อนหน้าเทศกาล แรงงานเหล่านั้นโบกมือลากรุงปักกิ่งตั้งแต่พฤศจิกายนและธันวาคม ขณะทางการเร่งไล่ที่คนหลายแสน

 

ตีตั๋วเที่ยวเดียว!! กลับภูมิลำเนาฉลองตรุษจีน 
ภาพ : AFP

ในช่วงตรุษจีนปีที่แล้วมีผู้โดยสารชาวจีนเดินทางเกือบ 3 พันล้านเที่ยว

ที่สถานีรถไฟสายตะวันตกในกรุงปักกิ่ง หลี่ เหวิน พนักงานร้านอาหารวัย 47 ปี เป็นหนึ่งในคนที่เคยใช้ชีวิตในปักกิ่งจำนวนมากที่ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว เธอย้ายไปอยู่เมืองหลวงเมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อหาเงินส่งเสียลูกสาวจนเข้ามหาวิทยาลัยในนครเฉิงตู แต่เวลานี้เผชิญแรงกดดันจากแผนการควบคุมประชากรในเมืองหลวงให้อยู่ที่ 23 ล้านคนภายในปี 2563 และไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายบนพื้นที่ 40 ล้านตารางเมตร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าและที่พักพิงของผู้มีรายได้น้อยอย่างแรงงานต่างถิ่น จนในที่สุดพวกเขาไม่สามารถอาศัยและทำมาหากินได้เหมือนเดิม

หลี่ กล่าวว่า บ้านในชุมชนเล็กๆ ที่เธอเคยอยู่ถูกรื้อทำลายแล้ว เธอคงอยู่ไม่ไหวหากต้องจ่ายค่าเช่าห้องพักใหม่ 3 เท่าจากที่เคยจ่าย

ทางการอ้างว่าจำเป็นต้องไล่รื้อสิ่งปลูกสร้างไม่ได้มาตรฐาน และเร่งความเร็วขึ้นอีกหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารผิดกฎหมายคร่าชีวิตเหยื่อ 19 คนเมื่อพฤศจิกายนปีที่แล้ว เพื่อทำให้กรุงปักกิ่งเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน แต่การรื้อและไล่ที่อย่างดุดันเมื่อปีที่แล้วจุดกระแสไม่พอใจอย่างมากในสังคม

สำหรับหลี่ยังไม่ตัดสินใจว่าเธอจะลองเสี่ยงดวงไปหางานทำในเมืองใหม่หรือไม่หลังผ่านพ้นตรุษจีนแล้ว แต่เมื่อลูกสาวเพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยก็คงไม่สามารถหยุดงานได้และจะต้องหาเงินส่งเสียลูกต่อไป

ปาโบล หวัง จากกลุ่มไชนา เลเบอร์ บูลเลติน กล่าวว่า ทางการปักกิ่งไม่ต้องการให้แรงงานต่างถิ่นอาศัยอยู่อีกต่อไป พวกเขาเรียกว่าการยกระดับทางเศรษฐกิจ นโยบายเหล่านี้ทำให้คนต่างจังหวัดต้องกลับบ้านสถานเดียว และไม่สามารถกลับไปได้อีก

“สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312909

 “สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

 “สีจิ้นผิง”เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา

รายงานข่าวจากสำนักข่าวซินหัว(China Xinhua News)ระบุว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ก.พ.ผ่านมา ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เดินทางเยี่ยมเยือนชาวบ้านชนเผ่าอี๋ในหมู่บ้านยากไร้ที่ตั้งอยู่บนภูเขาต้าเหลียง มณฑลเสฉวน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน

 "สีจิ้นผิง"เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา
โดยสีจิ้นผิง ผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสูงสุดของพรรค คอมมิวนิสต์พูดคุยกับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่นเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน
มีผู้ยากไร้ชาวจีนมากกว่า 700 ล้านคนที่หลุดพ้นจากความยากจนนับตั้งแต่จีนได้ปฏิรูปและเปิดประเทศในปี 1978 จีนมุ่งมั่นและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในขั้นตอนการต่อสู้กับความยากจน

 "สีจิ้นผิง"เยือนหมู่บ้านชนเผ่ายากไร้บนภูเขา
โดยในรายงานของสีจิ้นผิงในการประชุม สมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 19 ระบุว่าตั้งแต่ปี 2013-2016 มีชาวจีนหลุดพ้นจากความยากจนแล้วราว 60 ล้านคน โดยสัดส่วนของคนที่ยังอยู่ภายใต้ขีดความยากจนนั้นเหลือเพียงแค่ร้อยละ 4 เท่านั้นจากเดิมที่ ร้อยละ 10
ทั้งนี้เกณฑ์ความยากจนของจีนหมายถึงผู้ที่มีรายได้ต่อปีน้อยกว่า 2,600 หยวน (13,000 บาท)
แผนการแก้จนของจีนยังให้ความสำคัญกับหลักการของการบรรเทาความยากจนที่ตรงกับ “กลุ่มเป้าหมาย” ซึ่งหมายความว่า จีนดำเนินมาตรการที่แม่นยำ ตรงเป้าและมีความแตกต่าง เพื่อทำให้เกิดการลดความยากจนอย่างมีประสิทธิภาพ
ตั้งแต่ปี 2013 จีนมีแผนบรรเทาความยากจนและแผนพัฒนาชีวิตคนยากไร้แล้ว 126 แผน เช่น คัดเลือกเจ้าหน้าที่รัฐที่มีความสามารถและเหมาะสมลงไปให้ความรู้อละช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากไร้ในหลายๆ ระดับที่แตกต่างกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบเพื่อการลงทุนในพื้นที่ยากไร้ไปมาก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านยากจน

“ออกซ์แฟม”เจอข้อหาฉาวซื้อบริการในเฮติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312903

“ออกซ์แฟม”เจอข้อหาฉาวซื้อบริการในเฮติ

ออฟซ์แฟม,ฉาว,ซื้อบริการ,เฮติ,เพนนี มอร์ดอนท์,กระทรวงพัฒนาระหว่างประเทศอังกฤษ,ล่วงละเมิดทางเพศ,ลูกจ้าง

เพนนี มอร์ดอนท์ ส่งหนังสือถึงองค์กรการกุศลทุกแห่งที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลว่าจะถูกตัดงบหากไม่ให้ความร่วมมือจัดการกับกรณีล่วงละเมิดทางเพศของลูกจ้าง

 

เพนนี มอร์ดอนท์ รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาระหว่างประเทศอังกฤษ ส่งหนังสือแจ้งไปยังองค์กรการกุศลทุกแห่งที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลว่า จะถูกตัดงบสนับสนุนหากไม่ให้ความร่วมมือจัดการกับกรณีล่วงละเมิดทางเพศของลูกจ้าง

คำเตือนและการแสดงจุดยืนของรัฐบาลอังกฤษ มีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์เดอะไทมส์ รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ว่า เจ้าหน้าที่อาวุโสของออกซ์แฟม องค์กรบรรเทาทุกข์ชื่อดังของอังกฤษ ซื้อบริการโสเภณีขณะเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อ 7 ปีก่อน และองค์กรพยายามปกปิดกรณีอื้อฉาวในเวลานั้น

มอร์ดอนท์ กล่าวว่า การช่วยให้คนกลุ่มเปราะบางและยากที่สุดพ้นจากอันตรายคือความสำคัญเร่งด่วนที่สุด แต่ในศตวรรษที่ 21 กลับยังมีการแสวงประโยชน์และล่วงละเมิดทางเพศอยู่ในองค์กรบรรเทาทุกข์ ซึ่งเป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างยิ่ง

เดอะไทมส์ เปิดรายงานลับของออกซ์แฟมที่พบว่า นายโรแลนด์ แวน อาวเวอร์ไมเรน ผู้อำนวยการของออกซ์แฟมในเฮติ วัย 68 ปี ที่ถูกบีบให้ลาออกเมื่อปี 2554 จ่ายเงินซื้อบริการทางเพศในห้องพักที่ออกซ์แฟมเช่าให้อยู่ระหว่างทำงานบรรเทาทุกข์ นอกจากนี้ รายงานยังพบว่าอาจมีผู้เยาว์รวมอยู่ในกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ของออกซ์แฟมแสวงหาประโยชน์ทางเพศด้วย

สำนักงานพัฒนาระหว่างประเทศอังกฤษ (ดีเอฟไอดี) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ว่า ในปี 2554 ออกซ์แฟมแจ้งว่าเริ่มสอบสวนแต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นข้อหากล่าวเกี่ยวกับการซื้อบริการทางเพศจากผู้เยาว์ หรือโสเภณี ระบุเพียงว่า “ประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศ”

ดีเอฟไอดี ระบุด้วยว่า ยอมรับว่าทีมงานของออกซ์แฟมส่วนใหญ่ไม่ได้ทำอะไรผิดและทุ่มเททำงานเพื่อช่วยเหลือสังคม แต่วิธีการจัดการที่ผู้บริหารองค์กรแสดงออกมา สะท้อนถึงการขาดวิจารณญาณ

มาร์ก โกลด์ริง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกซ์แฟม ยอมรับว่า ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของเรื่องอื้อฉาวทั้งหมดในปี 2554 แต่ก็ยืนยันว่าไม่ได้พยายามปกปิด ทันทีที่รู้ก็เปิดสอบสวนเป็นการภายใน ผลสอบนำไปสู่การไล่ออกทีมงาน 4 คน และลาออก 3 คน รวมถึงผู้อำนวยการ

กระนั้น ออกซ์แฟมยังถูกกล่าวหาอีกประเด็นว่าไม่ได้เตือนไปยังเอ็นจีโออื่นถึงตัวบุคคลที่ก่อเรื่อง ทำให้คนเหล่านั้นได้งานใหม่และทำงานกับคนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ภัยพิบัติต่อ

หลังจากบังคับให้ แวน เอาเวอร์ไมเรน ลาออกจากผู้อำนวยการในเฮติเมื่อปี 2554 แต่ต่อมาเขาก็ไปได้งานใหม่เป็นหัวหน้าทีมงานของกลุ่มต่อต้านความหิวโหย “แอ็กชัน อะเกนสต์ ฮังเกอร์” ของฝรั่งเศส ในบังกลาเทศช่วงปี 2555-2557 โดยองค์กรบรรเทาทุกข์ฝรั่งเศสได้ตรวจสอบประวัติก่อนจ้างงานไปกับออกซ์แฟมแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ได้แจ้งเรื่องความประพฤติไม่เหมาะสมของเขา ทั้งยังได้รับคำรับรองจากอดีตพนักงานที่เคยทำงานกับเขาถึงความสามารถ

ล่าสุด ดิ ออบเซิร์ฟเวอร์ ว่านอกจากเฮติแล้ว ทีมงานของออกซ์แฟมยังใช้บริการโสเภณีในชาดด้วยเมื่อปี 2549 ออกซ์แฟมระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันข้อหาล่าสุด แต่รู้สึกช็อกและผิดหวังกับพฤติกรรมของคนจำนวนน้อยเหล่านั้น

เวเนฯฉุน”ส.ว.มะกัน”ยุกองทัพก่อรัฐประหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312902

เวเนฯฉุน”ส.ว.มะกัน”ยุกองทัพก่อรัฐประหาร

รูบีโอ,สว,ประธานาธิบดีนิโกลาส มาดูโร,รัฐประหาร

รัฐบาลเวเนซุเอลาประณาม มาร์โค รูบีโอ สมาชิกวุฒิสภารัฐรีพับลิกัน ที่แสดงความเห็นทำนองสนับสนุนให้กองทัพก่อรัฐประหารยึดอำนาจประธานาธิบดีนิโกลาส มาดูโร

 

ส.ว.รูบีโอ ทวิตเมื่อวันศุกร์ว่าโลกจะสนับสนุนกองทัพหากพวกเขาตัดสินใจปกป้องประชาชนและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยด้วยการโค่นอำนาจเผด็จการ และว่าทหารในเวเนซุเอลาต้องกินอาหารกระป๋องขยะ และครอบครัวต้องหิวโหย ขณะมาดูโรกับพวกกินอยู่ราวพระราชาและขวางความช่วยเหลือมนุษยธรรม พร้อมยกวาทะวีรบุรุษของเวเนซุเอลา ซีโมน โบลีบาร์ ที่ว่าเมื่อทรราชย์กลายเป็นกฎหมาย การกบฏเป็นสิ่งชอบธรรม

ทวิตของ ส.ว.รูบิโอมีขึ้นหลังจากเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ พูดเป็นนัยในวันก่อนหน้าว่า จะสนับสนุนการก่อรัฐประหารในเวเนซุเอลา และมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มรวมถึงการห้ามส่งออกน้ำมัน

รูบีโอ มีเชื้อสายคิวบา ปัจจุบันเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนในซีกโลกตะวันตก

คอร์เก อาร์เรียซา รัฐมนตรีต่างประเทศเวเนซุเอลา กล่าวว่า กองทัพเวเนซุเอลายึดมั่นรัฐธรรมนูญและจะปกป้องการเลือกตั้งประธานาธิบดี พร้อมย้อนอดีตว่า รัฐบาลวอชิงตันอยากจะเปลี่ยนตัวมาดูโรเป็นผู้นำเผด็จการสายขวาเหมือนคนที่เคยปกครองหลายประเทศในภูมิภาคด้วยกำปั้นเหล็กแบบในอดีต เช่น นายพลออกุสโต ปิโนเชต์ ในชิลี

เวเนซุเอลาจะจัดเลือกตั้งประธานาธิบดี 22 เมษายน และมาดูโรจะลงสมัครรักษาเก้าอี้สมัยที่ 2 ขณะพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านห้ามส่งผู้สมัครลงชิงชัย นักวิจารณ์มาดูโรหลายคนก็โดนห้ามเช่นกัน

ปลด”พิธีกรโอลิมปิก”พูดไม่เข้าหูชาวเกาหลี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312901

ปลด”พิธีกรโอลิมปิก”พูดไม่เข้าหูชาวเกาหลี

โจชัว คูเปอร์ ราโม,เกาหลีใต้,ปลด,พิธีกร,โอลิมปิก

โจชัว คูเปอร์ ราโม ถูกสั่งปลดจากทีมข่าวกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ หลังจากสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ชาวเกาหลีทั้งในและต่างประเทศ

 

โจชัว คูเปอร์ ราโม นักวิเคราะห์ข่าวกีฬาของสถานีเครือข่ายเอ็นบีซี ถูกสั่งปลดจากทีมข่าวกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง ประเทศเกาหลีใต้ของสถานี หลังจากสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ชาวเกาหลีทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการพูดระหว่างพิธีเปิดการแข่งขันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า “ชาวเกาหลีทุกคนจะพูดว่าญี่ปุ่นคือแบบอย่างทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยีและวัฒนธรรมที่มีความสำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านพัฒนาของพวกเขา”

เอ็นบีซีออกแถลงการณ์และออกอากาศขอโทษไปยังคณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกพยองชาง และยืนยันว่าเอ็นบีซีเคารพและชื่นชมประเทศและประชาชนเกาหลีใต้

โฆษกเอ็นบีซีกล่าวว่า ได้ว่าจ้างนายราโมมาร่วมทีมพิธีกรระหว่างพิธีเปิดโอลิมปิก ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชีย เพื่อให้ภาพรวมเกี่ยวกับประเทศเจ้าภาพและภูมิภาคแก่ผู้ชม แต่ความเห็นไม่เหมาะสมและไม่คำนึงความรู้สึกเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาหลี ทำให้คนจำนวนมากไม่พอใจ ชาวเกาหลีหลายหมื่นและไม่ใช่ชาวเกาหลี พากันวิจารณ์เรื่องนี้ทางสื่อสังคมออนไลน์ และขอให้เอ็นบีซีกับราโมขออภัยและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง

ทั้งนี้ การถูกญี่ปุ่นยึดครองคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคมช่วงปี ค.ศ. 1910-1945 เป็นประเด็นอ่อนไหวที่สุดเรื่องหนึ่งสำหรับชาวเกาหลี

“ดูเตร์เต”ซัดเกาะสวรรค์ฟิลิปปินส์สกปรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312900

“ดูเตร์เต”ซัดเกาะสวรรค์ฟิลิปปินส์สกปรก

บอราไกย์,ฟิลิปปินส์,เกาะ,ดูเตร์เต,เกาะสวรรค์,ท่องเที่ยว

“ดูเตร์เต” ซัด บอราไกย์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติดันดับต้นๆ ของฟิลิปปินส์ ว่าเป็นเหมือนกับบ่อพักน้ำเสีย พร้อมเตือนว่าจะสั่งปิดเกาะ

 

บอราไกย์ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันดับต้น ๆของฟิลิปปินส์ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกว่าหาดทรายขาวและน้ำใส ถูกประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประเมินเสียหายว่าเป็นเหมือนกับบ่อพักน้ำเสีย พร้อมเตือนว่าจะสั่งปิดเกาะ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ไปเยือนหลายล้านคนในแต่ละปี หากโรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจต่างๆ บนเกาะเล็กๆ ทางภาคกลางแห่งนี้ ไม่ทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

ประธานาธิบดีดูเตร์เต พูดเรื่องนี้ระหว่างร่วมเวทีสัมมนาทางธุรกิจที่เมืองบ้านเกิดดาเวาทางภาคใต้เมื่อวันศุกร์ และวันดา ทีโอ เลขาธิการการท่องเที่ยวฟิลิปปินส์ ก็ยอมรับว่าเป็นความอดสูที่ว่า บอราไกย์ ที่ได้รับการยอมรับจากนิตยสารท่องเที่ยวชั้นนำว่าเป็นเกาะที่มีความงดงามที่สุดในโลก อาจสูญเสียสถานะนี้ไป หากยังปล่อยน้ำปนเปื้อน

ด้านโฆษกการท่องเที่ยว ริคกี อาเลเกร กล่าวว่า สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากระบายน้ำเสียลงทะเลโดยตรง จากการเข้าตรวจสอบร้านอาหาร-โรงแรมและธุรกิจต่างๆ บนเกาะ 150 แห่ง พบว่ามีเพียง 25 แห่งที่มีระบบจัดการน้ำเสียเหมาะสม นอกจากนี้ จำนวนมากยังปลูกสร้างใกล้หาดเกินไป ส่วนที่สร้างใกล้ถนนก็คับคั่งมากสำหรับเกาะที่มีพื้นที่เพียง 6,175 ไร่ ห่างจากกรุงมะนิลาไปทางใต้ 190 กิโลเมตร

ดูเตร์เตือนว่าสถานการณ์ส่อเค้าจะเป็นหายนะด้านสิ่งแวดล้อม และโศกนาฏกรรม จนทำให้นักท่องเที่ยวหนีหาย และให้เวลารัฐมนตรีสิ่งแวดล้อม รอย ซีมาตู 6 เดือนจัดการทำความสะอาดให้เรียบร้อย

บอราไกย์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 2 ล้านคนต่อปี นำรายได้เข้าประเทศ 1,120 ล้านดอลลาร์

“หญิงซาอุฯ”ไม่จำเป็นต้องสวมอบายะห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312891

“หญิงซาอุฯ”ไม่จำเป็นต้องสวมอบายะห์

ซาอุดีอาระเบีย,เชค อับดุลเลาะห์ อัล มุตลัค,อาบายะห์แ,สตรีมุสลิม

เชค อับดุลเลาะห์ อัล มุตลัค เผยสตรีมุสลิมกว่า 90%ทุกวันนี้ไม่ได้สวมอาบายะห์แล้ว ซาอุฯ จึงไม่ควรบังคับ

 

เชค อับดุลเลาะห์ อัล มุตลัค สมาชิกสภานักการศาสนาอาวุโส ซึ่งเป็นองค์กรทางศาสนาสูงสุดของซาอุดีอาระเบีย กล่าวทางสถานีโทรทัศน์เมื่อวันศุกร์ว่า สตรีมุสลิมควรแต่งกายให้เหมาะสม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเธอจำเป็นต้องสวมใส่อาบายะห์ หรือชุดคลุมทั้งตัวเพื่อปกปิดร่างกายมิดชิดในที่สาธารณะ และสตรีในโลกมุสลิมกว่า 90% ทุกวันนี้ไม่ได้สวมอาบายะห์แล้ว ซาอุฯ จึงไม่ควรบังคับ

ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งวางกฎเกณฑ์ต่อสตรีเข้มงวดที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง มีกฎหมายให้สตรีต้องสวมอาบายะห์ ในสถานที่ที่อาจถูกพบเห็นโดยชายที่ไม่ใช่สามีและเครือญาติ

รัฐบาลซาอุฯ ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะแก้ไขกฎหมาย แต่ก็เป็นครั้งแรกที่มีผู้นำทางศาสนาออกมาแสดงความเห็นเช่นนี้ และสอดคล้องกับแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงหลายเรื่องภายใต้การนำของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารพระชนมายุ 32 พรรษา รวมถึงการอนุญาตให้สตรีเข้าไปภายในสนามฟุตบอลเพื่อชมการแข่งขันได้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว และ 4 เดือนก่อนหน้านั้น ซาอุฯ ยังยกเลิกข้อห้ามสตรีขับรถที่ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปทางสังคมครั้งใหญ่

กระนั้น ระบบผู้คุ้มครองยังคงอยู่ ผู้หญิงซาอุฯ ที่จะไปเรียนต่อ เดินทางหรือเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่างๆ จะต้องได้รับอนุญาตจากบิดา สามี หรือญาติผู้ชายในครอบครัวก่อน

แผ่นดินไหว”ไต้หวัน”คร่า 11 ศพ สูญหายนับร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312522

แผ่นดินไหว”ไต้หวัน”คร่า 11 ศพ สูญหายนับร้อย

คมชัดลึกออนไลน์,แผ่นดินไหว,ไต้หวัน,คร่า 11 ชีวิต,สูญหายนับร้อย

แผ่นดินไหว”ไต้หวัน” คร่าชีวิต 11 ศพ สูญหายอีกนับร้อย

          สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) รายงานว่า เกิดเหตุแผ่นดินไหวระลอกสองความรุนแรงขนาด 6.4 แมกนิจูด ทางชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 คน และยังสูญหายอีก 145 คน

         แผ่นดินไหวที่เกาะไต้หวัน ขนาด 6.4 แม็กนิจูด เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.50 น. ของวันอังคาร (6 ก.พ.) ใกล้บริเวณชายฝั่งเขตฮัวเหลียน แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวทำให้อาคารโรงแรมมาร์แชลถล่มลงมา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่โรงแรมเสียชีวิต 4 คน สูญหายอีก 145 คน และมีผู้บาดเจ็บอีก 225 คน

         ขณะที่แรงสั่นสะเทือนทำให้โรงแรมอีกแห่งเอียงลงมา ปรากฏเป็นภาพข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลกออนไลน์ คือโรงแรมบิวตี้ฟูล ไลฟ์ เช่นเดียวกับอาคารหลายหลังที่มีสภาพทรุดเอียง เจ้าหน้าที่ต้องปีนบันได หรือไต่เชือกเข้าไปช่วยคนที่ติดค้างอยู่ในอาคาร ขณะที่ถนนหลายเส้นแยกแตกเสียหายจากแรงสั่นสะเทือน

          ฮัวเหลียน เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน และมีประชากรอยู่ราวๆ 1 แสนคน

          สำนักธรณีวิทยาของสหรัฐ ซึ่งตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินครั้งนี้ระบุว่า จุดศูนย์ของแผ่นดินไหวอยู่ห่างจากเขตฮัวเหลียนไปประมาณ 21 กม. ความลึกอยู่ที่ระดับ 9.5 กม. และเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดต่อเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ (4 ก.พ.) ที่บริเวณเดียวกัน

         ไต้หวันอยู่ในเขตวงแหวนแห่งไฟของแปซิฟิก เชื่อมจากรัฐอะแลสกาของสหรัฐถึงภูมิภาคอาเซียน จึงเกิดแผ่นดินไหวเป็นระยะๆ เมื่อปี 2559 มีชาวบ้านเสียชีวิตมากกว่า 100 คนในเหตุแผ่นดินไหวทางภาคใต้ของไต้หวัน ขณะที่ชาวไต้หวันบางส่วนยังคงไม่ลืมความทรงจำอันเลวร้ายจากแผ่นดินไหวระดับ 7.6 เมื่อปี 2542 ซึ่งก่อแรงสั่นสะเทือนทั่วทั้งเกาะและคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 2,000 คน

         ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2561  เจ้าหน้าที่กู้ภัยไต้หวันยังเดินหน้าค้นหาผู้ที่ติดค้างอยู่ในซากอาคารที่เสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 6.4 ในเมืองฮัวเหลียน ล่าสุด พบร่างผู้เสียชีวิตอีก 2 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 11 คน และยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหาท่ามกลางความเสี่ยงของอาคารที่ทรุดตัวอยู่ในลักษณะเอียงถึง 50 องศา และยังเกิด อาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนเที่ยงคืนที่ผ่านมาเกิดอาฟเตอร์ช็อค รุนแรงถึง 5.7 แม็กนิจูด ทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ ต้องวิ่งหนีออกจากซากอาคาร