หมอเก๊ทำคนติดเอชไอวี 46 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312509

หมอเก๊ทำคนติดเอชไอวี 46 คน

ตำรวจ,อินเดีย,ไวรัส,เอชไอวี,ติดเชื้อ,หมอ,แพทย์

ตร.สอบ นายราเชนทร์ อ้างตัวเป็นหมอ ทำคนที่มารักษาอย่างน้อย 47 คน ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี

 

ตำรวจอินเดียในรัฐอุตตรประเทศ กำลังสอบสวนนายราเชนทร์ ยาดาฟ ที่อ้างว่าเป็นหมอแต่ไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ เป็นต้นเหตุให้คนที่มารักษาอย่างน้อย 47 คนติดเชื้อไวรัสเอชไอวี ด้วยการใช้เข็มฉีดยาซ้ำ

นายยาดาฟ วัยประมาณ 35 ปี จะขี่จักรยานออกให้บริการรักษาโรค เช่น หวัด ไอ และอื่นๆ โดยให้ยาและฉีดยา แก่ประชาชนยากจนตามบ้าน ในรัฐทางเหนือแห่งนี้ โดยคิดค่ารักษาถูกๆ โดยไม่มีใครเอะใจสงสัย กระทั่งเมื่อทางการตรวจพบว่าที่เขตอุนเนา รัฐอุตตรประเทศ มีอัตราติดเชื้อไวรัสเอชไอวี สาเหตุของโรคเอดส์สูงผิดปกติ จึงมีการตั้งศูนย์คัดกรองผู้ติดเชื้อขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว และพบว่าผู้ติดเชื้อ 46 รายมาจากพื้นที่เดียว เมื่อสอบถามจากผู้ติดเชื้อว่าเคยใช้เข็มร่วมกันหรือไม่ หลายคนบอกเล่าว่ามีหมอคนหนึ่งใช้เข็มเดียวกันกับคนไข้ทุกคน แต่นายยาดาฟไหวตัวทันและหลบหนีการจับกุมแล้ว

อย่างไรก็ดี เบื้องต้นยังไม่เชื่อว่าหมอปลอมจะเป็นปัจจัยเดียวของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมด การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันอาจเป็นสาเหตุด้วย

อินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี 2.1 ล้านคน แต่อัตราการติดเชื้อลดลงตามลำดับ

ระบบสาธารณสุขของอินเดียยังไม่เพียงพอรองรับความต้องการของประชาชน ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากหันไปพึ่งหมอไม่มีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท สมาคมการแพทย์อินเดีย ประเมินว่า คนที่ทำงานจ่ายยาในอินเดียราว 45% ไม่เคยผ่านการอบรมอย่างเป็นทางการ ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน

อินเดียมีหมอ 8.4 แสนคนต่อประชากร 1,674 คน ขณะเกณฑ์องค์การอนามัยโลกแนะว่าควรมีหมอ 1 คนต่อประชากร 1,000 คน

ใช้โดรนกำจัดน้ำแข็งบนสายไฟในจีน (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312460

ใช้โดรนกำจัดน้ำแข็งบนสายไฟในจีน (ชมคลิป)

จีนใช้โดรนพ่นไฟละลายน้ำแข็งที่จับตามสายไฟและเสาส่งสัญญาณ ที่ทำงานได้เร็วกว่ามนุษย์ และปลอดภัยกว่าด้วย

 

อากาศที่หนาวจัดทำให้หลายพื้นที่ของจีน ต้องเผชิญกับภาวะการจับตัวเป็นน้ำแข็ง โดยเฉพาะตามสายไฟ ทำให้บริษัทผลิตกระแสไฟฟ้าในเมืองฉูจิง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน หันมาใช้วิธีการใหม่ในการกำจัดน้ำแข็งออกจากสายไฟและเสารับส่งสัญญาณด้วยโดรนพ่นไฟเพื่อละลายน้ำแข็งเป็นครั้งแรก

ความเย็นจัดทำให้น้ำแข็งที่เกาะสายไฟและเสาส่งสัญญาณ หนาถึง 60 ม.ม. ซึ่งหลังจากใช้โดรนพ่นไฟละลายน้ำแข็งแล้ว เจ้าหน้าที่ก็จะใช้เชือกรูดน้ำแข็งให้หลุดอีกทีหนึ่ง

โดยนอกจากจะสร้างความปลอดภัยโดยไม่ต้องใช้แรงคนแล้ว ยังประหยัดเวลาเนื่องจากใช้เวลาราว 5-10 นาทีเท่านั้น

“คิมจองอึน”ส่งน้องสาวร่วมเปิดโอลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312456

“คิมจองอึน”ส่งน้องสาวร่วมเปิดโอลิมปิก

พยองชาง,โอลิมปิก,คิม จองอึน,คิม โยจอง,เกาหลีเหนือ

คิม จองอึน ส่งน้องสาว คิม โยจอง เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง ที่เกาหลีใต้

 

คณะผู้แทนระดับสูงของเกาหลีเหนือ 22 คน ที่จะเดินทางเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพยองชาง ในเกาหลีใต้ วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ จะมี คิม โยจอง น้องสาวของนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ นายชอย ฮวี ประธานคณะกรรมาธิการแนะแนวกีฬาแห่งชาติ และรี ซอนควอน ประธานคณะกรรมการรวมชาติอย่างสันติ รวมอยู่ด้วย

การเข้าร่วมของบุคคลเหล่านี้ อาจละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ สหรัฐหรือเกาหลีใต้เอง เนื่องจากคิม โยจอง ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของคิม จองอึน และมีตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานโฆษณาชวนเชื่อของพรรคกรรมกร อยู่ในบัญชีแซงชั่นฝ่ายเดียวของสหรัฐ ส่วนชอย ถูกสหประชาชาติขึ้นบัญชีห้ามเดินทาง

มีรายงานว่า คณะผู้แทนชุุดนี้จะเดินทางไปโซลโดยเที่ยวบินของ “แอร์ คอร์โย” สายการบินแห่งชาติเกาหลีเหนือ ที่สหรัฐขึ้นบัญชีคว่ำบาตรเมื่อเดือนธันวาคม ฐานเกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายอาวุธ และหารายได้เป็นเงินสกุลต่างประเทศให้เกาหลีเหนือ แต่กระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ ระบุว่ากำลังประสานงานใกล้ชิดกับสหรัฐและประชาคมโลก เชื่อว่าจะไม่มีปัญหา เหมือนกับการอำนวยความสะดวกให้แก่ทีมนักกีฬาเกาหลีเหนือ และกองเชียร์ ที่ได้รับการละเว้นมาตรการคว่ำบาตรชั่วคราว

แต่อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิกพยองชาง ระบุว่านักกีฬาเกาหลีเหนือและอิหร่าน จะไม่ได้รับสมาร์ทโฟนที่แจกจ่ายให้นักกีฬา เพราะติดมาตรการคว่ำบาตรสหประชาชาติ

ซัมซุง ผู้ให้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการ บริจาคสมาร์ทโฟน กาแล็กซี่ โน้ต 8 รุ่นโอลิมปิกจำนวน 4,000 เครื่องให้แก่นักกีฬา สมาร์ทโฟนราคาขายปลีกอยู่ที่ 1 ล้านวอน (ประมาณ 3 หมื่นบาท) จึงเข้าข่ายเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยต้องห้ามตามมาตรการคว่ำบาตร

“เมอร์เซเดส” ขอโทษจีนปมคำคมทะไลลามะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312446

“เมอร์เซเดส” ขอโทษจีนปมคำคมทะไลลามะ

เมอร์เซเดสเบนซ์,รถยนต์,จีน,ทะไลลามะ,คมชัดลึก

เมอร์เซเดสเบนซ์ ออกแถลงการณ์ขออภัย ประชาชนชาวจีน หลังบริษัทโพสต์โฆษณาบนอินสตราแกรมที่ใช้ข้อมูลไม่เหมาะสม

เมอร์เซเดสเบนซ์ ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนี ออกแถลงการณ์ขออภัย กรณีทำร้ายความรู้สึกของประชาชนชาวจีน หลังจากที่บริษัทโพสต์โฆษณาบนอินตาสแกรมเป็นภาพรถเบนซ์บนชายหาดฉากหลังเป็นเกลียวคลื่นพร้อมยกคำคมของ ทะไลลามะ ผู้นำจิตวิญญาณของทิเบตว่า “มองสถานการณ์อย่างรอบด้าน แล้วท่านจะกระจ่างขึ้นเอง” ก่อนปิดท้ายว่า “เริ่มต้นสัปดาห์ของคุณด้วยมุมมองชีวิตใหม่จากทะไลลามะ”

โพสต์ภาพโฆษณาของค่ายยานยนต์ยักษ์ใหญ่เยอรมนี เรียกเสียงวิจารณ์เซ็งแซ่จากชาวเน็ตแดนมังกร เพราะสำหรับรัฐบาลปักกิ่ง เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอย่าง ทะไลลามะ คือนักแบ่งแยกดินแดน

แม้ว่าอินสตาแกรมถูกบล็อกในจีน และชาวจีนส่วนใหญ่เข้าถึงไม่ได้ อีกทั้งข้อความที่ใช้ก็เป็นภาษาอังกฤษ แต่เมอร์เซเดสเบนซ์ก็รีบลบภาพเจ้าปัญหาทิ้งทันที และออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม เว่ยป๋อ หรือทวิตเตอร์จีน ว่าเสียใจอย่างสุดซึ้งกับโพสต์ที่ใช้ข้อมูลไม่เหมาะสมอย่างมาก และบริษัทได้ดำเนินมาตรการอย่างจริงจังทันทีเพื่อสร้างเสริมความเข้าใจวัฒนธรรมและค่านิยมจีนอย่างลึกซึ้ง

 

"เมอร์เซเดส" ขอโทษจีนปมคำคมทะไลลามะ
แต่พีเพิล เดลี่ กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ ลงบทบรรณาธิการตำหนิเมอร์เซเดสเบนซ์ว่าทำตัวเป็นศัตรูของชาวจีน และว่า “บริษัทต่างชาติหลายแห่งกำลังขุดทองในตลาดจีนพร้อมกับทำร้ายความรู้สึกชาวจีนไปด้วยในเวลาเดียวกัน พวกเขาต้องการอะไรกันแน่”
การแตะต้องประเด็นอ่อนไหวของรัฐบาลปักกิ่งสร้างปัญหาให้แก่บริษัทต่างชาติหลายแห่งมาแล้ว เช่น เมื่อเดือนที่แล้ว โรงแรมแมริออต ซารา เครือเสื้อผ้ายักษ์ใหญ่ของสเปน และเดลตา แอร์ไลนส์ ต้องขอโทษจีนและประชาชนชาวจีน หลังเรียกไต้หวันและ/หรือทิเบตเป็นประเทศบนเว็บไซต์ และทำให้จีนสั่งบล็อกเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นนานนับสัปดาห์

ชาวเน็ตทึ่ง!! ร้านอาหารเปิดขายขณะจมบาดาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312445

ชาวเน็ตทึ่ง!! ร้านอาหารเปิดขายขณะจมบาดาล

ทวิต,รานอาหาร,น้ำท่วม,จมบาดาล,เปเซลเลเล,จาการ์ตา,ข้าวน้ำพริกปลาดุก,อินโดนีเซีย

เพิงขายเปเซลเลเล หรือ ข้าวน้ำพริกปลาดุกของอินโดนีเซีย เปิดบริการลูกค้า กลางน้ำท่วมสูง 50-70เซนติเมตร

 

ในระหว่างที่ตำรวจจราจรจาการ์ตารายงานสถานการณ์น้ำท่วมในนครหลวงอินโดนีเซีย ผ่านบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ TMC Polda Metro Jaya เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้โพสต์รูปถ่ายรูปหนึ่งที่เรียกความสนใจจากชาวเน็ตอย่างมาก เป็นรูปเพิงขายเปเซลเลเล หรือข้าวน้ำพริกปลาดุกของอินโดนีเซีย ในย่านรายา จาตีเนการา บารัต ที่ยังเปิดให้บริการแก่ลูกค้า กลางน้ำท่วมสูง 50-70 เซนติเมตร

 

ชาวเน็ตทึ่ง!! ร้านอาหารเปิดขายขณะจมบาดาล

 

ชาวเน็ตหลายคนสงสัยว่าอาจเป็นภาพตัดต่อ แต่คลิปจากเว็บไซต์ยูทูบ ยืนยันว่าเป็นความจริง มีผู้บันทึกคลิประยะใกล้เห็นลูกค้าสองคนกำลังนั่งรับประทานแบบไม่กลัวเปียกอยู่ภายในร้าน จากความสงสัยเลยกลายเป็นความทึ่ง หลายคนยกย่องความแน่วแน่ของพ่อค้าแม่ค้า แต่บางคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าแล้ววางเตาไว้ที่ไหน

กรุงจาการ์ตาเผชิญฝนตกหนักเมื่อสุดสัปดาห์ จนเกิดน้ำท่วมฉับพลันใน 12 เขต สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนกว่า 1.1 หมื่นคน โดยครึ่งหนึ่งต้องอพยพออกไปอยู่ที่พักพิงชั่วคราว

“ทรัมป์”อยากจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่เหมือนฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312444

“ทรัมป์”อยากจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่เหมือนฝรั่งเศส

โดนัลด์ ทรัมป์,ประธานาธิบดี,สวนสนาม,ฝรั่งเศส,ครง,วอชิงตัน โพสต์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขอให้ผู้บัญชาการทหารสหรัฐ วางแผนจัดพิธีสวนสนามอย่างยิ่งใหญ่ ในกรุงวอชิงตัน ดีซี นครหลวงสหรัฐ

 

วอชิงตัน โพสต์ เป็นสื่อแรกที่รายงานเรื่องนี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์แจ้งความประสงค์ระหว่างประชุมกับผู้นำเหล่าทัพเมื่อเดือนที่แล้วว่า ต้องการให้สหรัฐจัดมีพิธีสวนสนามเหมือนกับฝรั่งเศส และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งบอกกับโพสต์ว่า กระทรวงกลาโหมกำลังพิจารณารายละเอียดรวมถึงวันที่ แต่แผนการที่ว่านี้ ยังอยู่ในขั้นระดมสมอง

ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวยืนยันว่า เป็นเรื่องจริงที่ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วย ขอให้กระทรวงกลาโหมพิจารณาจัดการเฉลิมฉลองแบบที่ให้ชาวอเมริกันทุกคนได้แสดงความซาบซึ้งกับการปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ที่เสี่ยงชีวิตทุกวันเพื่อทำให้ประเทศชาติปลอดภัย

 

"ทรัมป์"อยากจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่เหมือนฝรั่งเศส

 

สื่อสหรัฐ ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีแนวคิดนี้ หลังจากเป็นแขกของประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ของฝรั่งเศส ไปร่วมชมพิธีสวนสนามประจำปีในวันบัสตีย์ หรือวันชาติฝรั่งเศส เมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว แล้วเกิดความประทับใจ ทหารฝรั่งเศสเดินแถวไปตามถนนฌองเอลิเซ พร้อมกองยานยนต์ทหาร กองทหารม้า และเครื่องบินทหาร บินขึ้นบินต้อนรับประธานาธิบดีที่เข้าสู่ลานพิธีโดยรถจี๊ปลายพรางเปิดหลังคา

ทรัมป์ กล่าวหลังจากนั้นว่า เป็นพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และเมื่อได้สนทนากับมาครงอีกครั้งในเดือนกันยายน ทรัมป์ กล่าวว่า อยากให้มีพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่บนถนนเพนซิลเวเนีย ซึ่งอาจจะเป็น 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐ หรือวันทหารผ่านศึก 11 พฤศจิกายน

 

"ทรัมป์"อยากจัดพิธีสวนสนามยิ่งใหญ่เหมือนฝรั่งเศส

 

นักการเมืองพรรคเดโมแครต อย่าง ส.ส.จิม แมคโกเวิร์น วิจารณ์ว่า เป็นแผนการที่สิ้นเปลืองไร้สาระ ทรัมป์กำลังทำตัวเหมือนกับเผด็จการมากกว่าเป็นประธานาธิบดี สอดคล้องกับ พ.ต.พอล อีตัน นายพลเกษียณที่ระบุว่า แผนจัดพิธีสวนสนาม ตอกย้ำความโน้มเอียงเป็นเผด็จการของทรัมป์ และหากจัดขึ้นก็จะเป็นการเชิดชูทรัมป์ ไม่ใช่เพื่อทหาร ขณะที่ พล.ท.มาร์ก เฮิร์ตลิง กล่าวว่า กองทัพจะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่นี่ไม่ใช่แนวคิดที่ดีนักและไม่ใช่วัฒนธรรมของกองทัพสหรัฐ

แม้ว่าเกือบทุกประเทศต่างก็จัดพิธีสวนสนาม แต่น้อยประเทศมากที่จะจัดโหญ่โตของพิธีแบบฝรั่งเศสหรือจีน และยิ่งเป็นอาวุธไฮเทค รถถังและยุทโธปกรณ์ต่างๆ อย่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์ร้องขอ ยิ่งหาได้ยาก สหรัฐจัดพิธีสวนสนามน้อยครั้งมาก หลังสุดที่จัดขึ้นในวอชิงตัน ดีซี มีขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2534 สมัยที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ซีเนียร์ ฉลองชัยชนะสงครามอ่าวเปอร์เซียยุติ แม้แต่ในเวลานั้น ก็ยังเป็นประเด็นแตกแยกอย่างมากถึงความเหมาะสมที่จะขนอาวุธมาแสดง แผนการของทรัมป์ก็จะมีคำถามเช่นกันว่าจะใช้งบประมาณส่วนใด เนื่องจากการเคลื่อนรถถังและยุทโธปกรณ์ทั้งหลายเข้าไปในวอชิงตัน ต้องใช้งบประมาณหลายล้านดอลลาร์ ยังไม่นับรวมถึงความเสี่ยงที่รถถังจะทำถนนในเมืองหลวงเสียหาย และอาจถูกนำไปเปรียบเทียบกับพิธีสวนสนามแสดงแสนยานุภาพในประเทศเผด็จการเกาหลีเหนือ

สุดอำมหิต !! อุรังอุตังโดนยิงพรุน-จ้วงแทง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312421

สุดอำมหิต !! อุรังอุตังโดนยิงพรุน-จ้วงแทง

ข่าวต่างประเทศ,อุรังอุตัง,ยิงพรุน,จ้วงแทง,อำมหิต,ใจโหด,เกาะบอร์เนียว,สาหัส,ตาย,อุทยานแห่งชาติคูไต,กระสุน,ปืนอัดลม,แผล,เก่า,ใหม่,สูญพันธุ์,เสี่ยง,วิกฤติ

อุรังอุตังบนเกาะบอร์เนียวตกเป็นเหยื่อคนใจโหดอีกครั้ง ตายจากกระสุนปืนอัดลมกว่า 100 นัด – บาดแผลจากมีด

 

ชาวบ้านในเขตคูไตตะวันออก จ.กาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว พบอุรังอุตังในสภาพพรุนไปด้วยรูกระสุน เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศูนย์คุ้มครองอุรังอุตังพยายามช่วยเหลือแล้ว แต่อาการสาหัส และตายที่โรงพยาบาลหลังผ่าตัด 12 ชั่วโมง

อุรังอุตังตัวนี้ซึ่งอายุ 5 – 7 ปี ถูกพบขณะอาการหนักมากแล้วอยู่บนต้นไม้กลางทะเลสาบ ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติคูไต

 

สุดอำมหิต !! อุรังอุตังโดนยิงพรุน-จ้วงแทง

ภาพ : thejakartapost.com

 

ผลชันสูตรพบแผลจากกระสุนปืนอัดลมทั้งแผลเก่าและแผลใหม่ 130 นัด ทั่วร่างกายอันใหญ่โตของมัน ทั้งยังมีแผลบาดจากมีดอีก 19 แผล ซึ่งเป็นแผลใหม่ เท้าข้างซ้ายถูกตัดขาดมาแล้วระยะหนึ่ง

ผู้บัญชาการตำรวจท้องถิ่น กล่าวว่า กระสุนส่วนใหญ่ 74 นัด เจาะเข้าที่หัวและใกล้ดวงตาของเหยื่อ ซึ่งเขาไม่เคยเห็นอุรังอุตังโดนกระสุนมากเท่านี้มาก่อน

 

สุดอำมหิต !! อุรังอุตังโดนยิงพรุน-จ้วงแทง

 

การฆ่าสัตว์ใกล้สูญพันธุ์อย่างสยดสยอง มีขึ้นราวหนึ่งสัปดาห์หลังจากตำรวจบอร์เนียวเพิ่งจับกุมคนงานสวนยาง 2 คน ในข้อหายิงอุรังอุตังตัวหนึ่งหลายนัด ก่อนตัดหัว ที่ต่อมาพบซากอุรังอุตังไร้หัวขึ้นอืดอยู่ในแม่น้ำบนเกาะ

สหภาพสากลเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ ขึ้นบัญชีอุรังอุตังบนเกาะบอร์เนียวและสุมาตรา เป็นสิ่งมีชีวิตเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์ ประเมินว่าประชากรอุรังอุตังสุมาตรา เหลืออยู่ไม่ถึง 1.5 หมื่นคน ส่วนบนเกาะบอร์เนียว คาดว่าเหลือไม่ถึง 5.4 หมื่นตัว

รามัดฮานี ผู้จัดการศูนย์คุ้มครองอุรังอุตัง ที่ช่วยผ่าพิสูจน์ซากอุรังอุตังเคราะห์ร้ายล่าสุด กล่าวว่า นับจากปี 2555 มีเหตุยิงอุรังอุตัง 25 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่สามารถหาคนร้ายได้

“คนขับรถเมล์”วูบดับคาพวงมาลัย (มีคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312366

“คนขับรถเมล์”วูบดับคาพวงมาลัย (มีคลิป)

ภาพจากกล้องวงจรปิด บนรถเมล์สายหนึ่งในจีน ที่บันทึกภาพ คนขับรถเมล์สายหนึ่งในจีนวูบกลางทางขณะขับรถอยู่ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดบนรถเมล์คัน บันทึกภาพได้ขณะที่พนักงานขับรถกำลังขับรถอยู่ แต่สักพักเขาก็วูบลง แล้วค่อยๆ ไหลตัวลงมากองกับพื้น ผู้โดยสารที่เห็นท่าไม่ดีก็เข้ามาช่วยเหลือ ทั้งพยายามหยุดรถ เพื่อป้องกันเหตุอัตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับผู้โดยสารทั้งคัน และยังพยายามเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นแก่คนขับรถรายนี้

“ดูเตร์เต”ดูการทำลายรถหรูลักลอบนำเข้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312361

“ดูเตร์เต”ดูการทำลายรถหรูลักลอบนำเข้า

โรดริโก ดูเตร์เต,ฟิลิปปินส์,ประธานาธิบดี,ทำลายรถหรู

นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องการกวาดล้างยาเสพติดแล้ว ล่าสุด ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ ยังควบคุมการทำลายรถหรูที่ลักลอบนำเข้าประเทศด้วยตัวเอง อีกด้วย

 

คลิปวิดิโอที่โพสต์ในหน้าเฟซบุ๊กของฝ่ายสื่อสารของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ แสดงให้เห็น รถยนต์แบรนด์หรู 19 คัน ที่ถูกศุลกากรยึดได้ ที่รวมทั้ง Corvette, Audi, BMW และ Mercedes กำลังถูกบดขยี้โดยรถบุลโดเซอร์ ในกรุงมะนิลา โดยมีประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ผู้นำที่ได้ชื่อว่าเด็ดขาด โดยเฉพาะในเรื่องการกวาดล้างและประหารชีวิตผู้กระทำผิดในคดียาเสพติด นั่งดูเป็นสักขีพยานด้วยตัวเอง

ผู้นำฟิลิปปินส์ เป็นคนออกคำสั่งให้ทำลายรถ เพราะเกรงว่า ถ้านำออกขายทอดตลาดจะไปตกอยู่ในมือของแก๊งค้ายาเสพติด นอกจากนี้ ยังมีรายงานเรื่องการทำลายรถหรูที่เมืองดาเวาและเซบูอีกด้วย ประธานาธิบดีดูเตร์เตยังได้พบปะกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ชายแดน เพื่อร่วมพิธีฉลองครบรอบ 116 ปี แห่งการก่อตั้งกรมศุลกากร

เมื่อปีที่แล้ว มีรถหรูที่ลักลอบนำเข้าถูกยึดคิดเป็นมูลค่าเกือบ 4 ล้านดอลลาร์ และพบว่า มีการลักลอบนำเข้ารถหรูเพิ่มขึ้น ทั้งที่ภาษีการใช้ถนนสำหรับรถยนต์ที่ราคาตั้งแต่ 1 แสนดอลลาร์ขึ้นไป อาจสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์

เกิดอะไรขึ้นบนเกาะสวรรค์ “มัลดีฟส์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312359

เกิดอะไรขึ้นบนเกาะสวรรค์ “มัลดีฟส์”

ประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน,มัลดีฟส์,เกาะสวรรค์

แหล่งท่องเที่ยวในฝันมัลดีฟส์ กลายเป็นข่าวพาดหัวด้วยสถานการณ์ตึงเครียดทางการเมือง ลุกลามเป็นวิกฤติ

ประธานาธิบดีอับดุลลา ยามีน กับฝ่ายความมั่นคง เปิดศึกกับฝ่ายตุลาการ ประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน 15 วันและส่งทหารบุกจับกุมผู้พิพากษาศาลฎีกา 2 คนกับอดีตประธานาธิบดี สืบเนื่องจากความไม่พอใจที่ศาลสั่งปล่อยตัวนักการเมืองฝ่ายค้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ความวุ่นวายเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ศาลฎีกาสั่งปล่อยตัวแกนนำฝ่ายค้าน 9 คน รวมถึงโมฮัมเหม็ด นาชีด อดีตผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยคนแรก แต่ต้องคดีก่อการร้ายและลี้ภัยในต่างประเทศ โดยศาลฎีกาให้เหตุผลว่ากระบวนการพิจารณาคดีที่ผ่านมาละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ศาลยังสั่งคืนที่นั่งให้แก่ ส.ส. 12 คนที่ถูกปลดฐานแปรพักตร์จากพรรครัฐบาล แต่ประธานาธิบดียามีนไม่ปฏิบัติตาม เพราะคำสั่งศาลทำให้ฝ่ายค้านกลับมาครองเสียงส่วนใหญ่ในสภา และอาจเดินหน้าถอดถอนประธานาธิบดีได้ อีกทั้งยังเป็นการปูทางกลับบ้านให้แก่ โมฮัมเหม็ด นาชีด

ผู้นำมัลดีฟส์แก้เกมด้วยการแขวนรัฐสภาแทน ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่พอใจออกมาประท้วงในกรุงมาเล ผู้บัญชาการตำรวจที่ประกาศว่าจะปฏิบัติตามคำสั่งศาล ก็ถูกไล่ออก ต่อมา ตำรวจจับกุม ส.ส.ฝ่ายค้าน 2 คนที่เดินทางกลับประเทศเมื่อวันอาทิตย์

เช้าวันอังคาร(6 ก.พ.) ประธานาธิบดียามีนส่งทหารบุกจับกุมประธานศาลฎีกา อับดุลลา ซาอิด พร้อมกับผู้พิพากษาอีกหนึ่งคน อีกด้าน ตำรวจมัลดีฟส์บุกจับกุม เมามูน ดับดุล คายูม น้องชายต่างมารดาของยามีนที่ไม่ถูกกัน และเป็นอดีตประธานาธิบดีที่เข้าข้างพรรคฝ่ายค้านหลัก ข้อหาทุจริตและพยายามโค่นล้มรัฐบาล

ประชาชนหลายร้อยแห่แหนออกมาชุมนุมที่หน้าอาคารศาล ตำรวจใช้สเปรย์พริกไทยสลายฝูงชน

กองกำลังความมั่นคงวางตัวอย่างไร
อาห์เหม็ด ชียาม ผู้บัญชาการทหาร อยู่ข้างยามีน ประกาศชัดว่า “กองทัพมัลดีฟส์จะไม่นิ่งเฉยปล่อยให้ประเทศเผชิญวิกฤติ และจะไม่เชื่อฟังคำสั่ง” ไม่ชอบด้วยกฎหมาย “จากศาลฎีกา”

แต่สื่อในมัลดีฟส์รายงานว่า ขณะที่อดีตประธานาธิบดีกายูม ซึ่งปกครองประเทศนาน 30 ปีก่อนพ่ายเลือกตั้ง 2551 ถูกนำตัวออกจากบ้านพัก ตำรวจปราบจลาจลพร้อมใจกันทำความเคารพ จุดนี้ทำให้นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าการจับกุมอดีตผู้นำอาจก่อความร้าวฉานในฝ่ายความมั่นคง เพราะเขาเป็นบุคคลที่ยังได้รับความเคารพนับถืออยู่มาก

      การท่องเที่ยว
แม้รัฐบาลพยายามให้ความมั่นใจนักท่องเที่ยวว่ามัลดีฟส์ยังปลอดภัย แต่รัฐบาลหลายประเทศ อาทิ อินเดีย ฝรั่งเศส อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เตือนพลเมืองให้เพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่จีนซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก เตือนพลเมืองให้หลีกเลี่ยง ซึ่งถือเป็นจังหวะไม่ดีสำหรับการท่องเที่ยวมัลดีฟส์ที่น่าจะโกยรายได้มหาศาลจากคลื่นนักท่องเที่ยวจากแดนมังกรในช่วงตรุษจีน

ปีที่แล้ว มีชาวต่างชาติไปเยือนมัลดีฟส์เกือบ 1.4 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.28 ล้านคนในปีก่อนหน้า และสร้างรายได้ 2,700 ล้านดอลลาร์ การประกาศภาวะฉุกเฉินคราวก่อนเมื่อปี 2558 อ้างเหตุผลเรื่องก่อการร้าย เคยกระทบการท่องเที่ยวอย่างหนักมาแล้ว

    ใครบ้างเป็นบุคคลสำคัญในวิกฤติ
ประธานาธิบดียามีน ขึ้นสู่อำนาจในปี 2556 ถูกมองว่าเป็นผู้นำเผด็จการ มีความพยายามกวาดล้างผู้เห็นต่างเรื่อยมา ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองไม่ถูกสั่งจำคุกก็ต้องหนีไปลี้ภัย ลิดรอนสิทธิของสมาชิกรัฐสภา และแก้ไขกฎหมายบั่นทอนสิทธิมนุษยชน

การประกาศภาวะฉุกเฉิน 15 วัน ซึ่งเป็นการให้อำนาจฝ่ายความมั่นคงจับกุมและควบคุมตัวบุคคล ลดอำนาจของฝ่ายตุลาการ และขวางรัฐสภาถอดถอนประธานาธิบดีในเวลาเดียวกัน ทำให้ฝ่ายค้านโจมตีว่าเขากำลังจนตรอก แต่ประธานาธิบดียามีนที่เอาชนะความพยายามถอดถอนของฝ่ายค้านข้อหาทุจริตมาได้หลายหน ก็พร้อมจะต่อสู้กับการท้าทายอำนาจของเขาทุกรูปแบบ

อดีตประธานาธิบดีนาชีด ถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งในปี 2555 ก่อนพ่ายเลือกตั้งแก่ยามีนในปี 2556 และถูกจำคุกข้อหาก่อการร้ายแบบเป็นที่กังขาในปี 2558 ปัจจุบัน ลี้ภัยในศรีลังกา คำพิพากษาของศาลในทางทฤษฎีคือการเปิดทางให้กลับบ้านได้ และเขาก็ประกาศว่าจะลงเลือกตั้งที่กำหนดจะมีขึ้นในปีนี้อย่างแน่นอน พร้อมเรียกร้องให้เพื่อนบ้านอย่างอินเดียช่วยแทรกแซง

นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า อดีตรัฐมนตรีกลาโหม โมฮัมเหม็ด นาซีม เป็นอีกคนที่น่าจับตา ปัจจุบัน เขาถูกกักบริเวณในบ้าน ข้อหาลักลอบขนอาวุธและถูกตัดสินจำคุก 11 ปี แต่เชื่อว่ายังมีอิทธิพลอยู่มากในกองทัพ