“หนุ่มมาเลเซีย”พาศพไปมอบตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312353

“หนุ่มมาเลเซีย”พาศพไปมอบตัว

ชายมาเลเซีย,ศพ,มอบตัว,ฆ่า,คมชัดลึก

ชายชาวมาเลเซียเข้ามอบตัวกับตำรวจพร้อมกับศพเพื่อนหญิง พร้อมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่า แต่ไม่บอกสาเหตุ

 

ชายชาวมาเลเซียวัย 37 ปี ซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ ได้ขับรถยนต์ฮอนดา ซิตี้ สีขาว ไปยังสถานีตำรวจดามันซารา ในเมืองเปตาลิง รัฐสลังงอร์ ไปมอบตัวพร้อมกับนำศพของเพื่อนสาว 35 ปี ไปด้วย โดยเขารับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฆ่าเธอด้วยตัวเองที่ลานจอดรถของศูนย์การค้าในเมืองโคตาดามันซารา

ชายผู้นี้บอกว่า เขาลงมือเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. และเข้ามอบตัวเมื่อเวลา 16.00 น. พร้อมกับนำศพนั่งคู่กันมาที่เบาะหน้า ซึ่งเมื่อตำรวจไปตรวจสอบก็พบว่า ที่ศพมีรอยถูกแทงด้วยวัตถุมีคมที่คอ และจับกุมชายผู้นี้ ที่อยู่ในอาการสงบตลอดเวลา พร้อมกับยึดอาวุธที่พบในรถด้วย ส่วนแรงจูงใจยังไม่ทราบในขณะนี้ เพียงแต่ทราบว่า เขาคบกับเหยื่อมานานอย่างน้อย 2 ปี และทำงานในสำนักงานจัดการคอนโดมีเนียมด้วยกัน

“เจ็ตสตาร์”แบนผู้โดยสารออสซี่ก้าวร้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312334

“เจ็ตสตาร์”แบนผู้โดยสารออสซี่ก้าวร้าว

เครื่องบิน,ข่าวต่างประเทศ,ผู้โดยสาร,เจ็ตสตาร์

ผู้โดยสารชาวออสเตรเลีย 2 คน ที่แสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ผู้โดยสารคนอื่นและลูกเรือ บนเที่ยวบินจากซิดนีย์ไปเกาะบาหลี ถูกห้ามเข้าเกาะบาหลีและขึ้นเครื่องเจ็ตสตาร์

 

เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นบนเที่ยวบิน JQ37 ของเจ็ตสตาร์เมื่อคืนวันอังคาร และกัปตันได้ขอให้ตำรวจอินโดนีเซียเข้าจัดการผู้โดยสารชายและหญิงคู่หนึ่ง ตอนที่ไปถึงเกาะบาหลี ซึ่งนอกจากจะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเกาะบาหลีแล้ว ยังถูกส่งตัวกลับออสเตรเลีย ขณะที่เจ็ตสตาร์ได้แบนคนทั้งคู่อย่างไม่มีกำหนด หลังปรากฎคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นทั้งคู่ตะโกนใส่ผู้โดยสารคนอื่น ก่อนผลักและดันลูกเรือที่เข้าไปห้ามปราม

เจ็ตสตาร์ ระบุว่า ผู้โดยสารได้รบกวนและยังแสดงกิริยาก้าวร้าวใส่ลูกเรือ สร้างความไม่สะดวกและไม่สบายใจให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ ส่วนลูกเรือก็รับมือสถานการณ์ได้อย่างมืออาชีพมากๆ ตามที่ได้รับการฝึกฝนมา

ศาลพลิกคำตัดสิน”โจชัวหว่อง”พ้นคุก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312322

ศาลพลิกคำตัดสิน”โจชัวหว่อง”พ้นคุก

 ประชาธิปไตย, ปฏิวัติร่ม, โจชัว หว่อง, โจชัวหว่อง

คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฮ่องกง ตัดสิน แกนนำกลุ่มประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ปี 2557 หรือที่รู้จักกันในชื่อ”ปฏิวัติร่ม” พ้นโทษจำคุก

 

คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฮ่องกง 5 คนมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ให้นายโจชัว หว่อง วัย 21 ปี, นาธาน หลอ วัย 24 ปี, และอเล็กซ์ โจว วัย 27 ปี แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 2557 ที่รู้จักในชื่อปฏิวัติร่ม พ้นโทษจำคุก หลังต้องอยู่ในเรือนจำราว 2 เดือน ก่อนได้รับการประกันตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ถือเป็นการพลิกคำตัดสินของศาลอุทธรณ์

ในตอนแรกศาลชั้นต้นสั่งลงโทษทั้ง 3 คนในข้อหาจัดการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายด้วยการให้ทำงานบริการสังคม แต่ต่อมากระทรวงยุติธรรมได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน ส่งผลให้ศาลอุทธรณ์สั่งเพิ่มโทษจำคุก 6-8 เดือน ก่อนที่จะถูกพลิกคำตัดสินอีกครั้งโดยศาลฎีกา

ผู้พิพากษากล่าวว่า โทษที่ทั้งสามได้รับรุนแรงกว่าโทษในคดีความผิดฐานชุมนุมผิดกฎหมายที่เคยมีมา ประกอบกับการพิจารณาถึงปัจจัยอื่น รวมถึงอุดมการณ์และวัยของจำเลย และไม่เคยทำผิดมาก่อน กระนั้นผู้พิพากษาย้ำว่า ฮ่องกงเป็นสังคมที่เคารพกฎหมาย และหากในอนาคตมีการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายในวงกว้างและเกี่ยวข้องกับความรุนแรงเกิดขึ้นอีก ผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษหนักขึ้นตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วางแนวทางเอาไว้

หลังทราบคำตัดสิน โจชัว หว่อง กล่าวกับบรรดาผู้สื่อข่าวว่า ยังไม่ใช่เวลาแสดงความยินดีหรือเฉลิมฉลอง เพราะคำพิพากษาบ่งว่า ในอนาคตนักเคลื่อนไหวอาจจะถูกจำคุกได้ในอนาคต แต่พวกเขาจะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป แม้จะต้องถูกจำคุกอีกครั้งก็ตาม และตอนนี้แนวคิด “หนึ่งประเทศ สองระบบ” ของฮ่องกงก็ยังคงถูกคุกคามอยู่

วันเดียวกันทางการจีนยอมรับครั้งแรกว่าได้ควบคุมตัวกุ้ย หมินไห่ เจ้าของสำนักพิมพ์ฮ่องกงถือสัญชาติสวีเดน เพราะละเมิดกฎหมายอาญา
กุ้ยวัย 53 ปี ถูกตำรวจบุกรวบตัวบนรถไฟขณะเดินทางใกล้ถึงกรุงปักกิ่ง เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ต่อหน้านักการทูตสวีเดน 2 คนที่เดินทางไปด้วยกัน จากนั้นไม่ทราบชะตากรรมอีกเลย ซึ่งเป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาหายตัวไปด้วยพฤติการณ์แวดล้อมอึมครึมก่อนโผล่หรือได้รับการยืนยันว่าถูกจีนคุมตัวไว้
สวีเดน สหภาพยุโรปและสหรัฐเรียกร้องให้ปล่อยตัว แต่ทางการจีนแทบไม่เคยให้ข้อมูลสถานภาพทางกฎหมายของเขา กระทั่งวันอังคาร (6 ก.พ.) โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า กุ้ย หมินไห่ ฝ่าฝืนกฎหมายจีน แต่ก็ไม่ได้ขยายความว่าเขาถูกแจ้งข้อหาใด

กุ้ยเป็นหนึ่งในผู้บริหารสำนักพิมพ์และร้านหนังสือ 5 คนที่เคยหายตัวไปแบบปริศนาในปี 2558 ก่อนปรากฏตัวอีกครั้งในจีน สำนักพิมพ์แห่งนี้มักพิมพ์หนังสือแนวซุบซิบและเจาะลึกเรื่องราวของผู้นำปักกิ่ง

“จาการ์ตา”อ่วม !! ดินถล่ม-น้ำท่วมตาย 4

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312320

“จาการ์ตา”อ่วม !! ดินถล่ม-น้ำท่วมตาย 4

จาการ์ตา ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมหลายจุด สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนราว 1.1 หมื่นคน แต่จำนวนมากเลือกไม่อพยพ แต่ขนของและขึ้นไปอยู่บนชั้นสองแทน

 

ชาวอินโดนีเซียกว่า 6,500 คนในกรุงจาการ์ตาต้องอพยพออกจากบ้านเรือน หลังฝนตกหนักตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ จนทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายจุด โดยมากเป็นพื้นที่ทางใต้และตะวันออก บางจุดน้ำท่วมสูงถึงเอว และที่เขตซาวัง ซิลิลิตัน และคาลิบาตา น้ำท่วมสูงถึง 2 เมตร โดยรวม น้ำท่วมสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนราว 1.1 หมื่นคน แต่จำนวนมากเลือกไม่อพยพ ขนของและขึ้นไปอยู่บนชั้นสองแทน

นอกจากนี้ ฝนตกหนักยังเกิดดินถล่มที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองโบกอร์ ทางใต้ของกรุงจาการ์ตา คร่าชีวิตผู้เคราะห์ร้าย 4 คน และสูญหาย 2 คน
ขณะที่ใกล้กับสนามบินซูการ์โน-ฮัตตา สตรีวัย 24 ปีเคราะห์ร้ายขับรถผ่านใต้สะพานข้ามและเกิดพังถล่มลงมาบางส่วนพอดี ทำให้เธอต้องติดอยู่ในรถนานถึง 14 ชั่วโมงก่อนได้รับการช่วยเหลือออกมาได้ในเช้าวันอังคาร แต่สตรีอีกคนที่อยู่ในรถคันเดียวกันบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต

อิหร่านครึ่งหนึ่งหนุนเลิกบังคับ“สตรีคลุมฮิญาบ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312316

อิหร่านครึ่งหนึ่งหนุนเลิกบังคับ“สตรีคลุมฮิญาบ”

มุสลิม, สตรี, อิหร่าน,  ฮิญาบ, สตรีคลุมฮิญาบ

ทัศนคติของชาวอิหร่านต่อการบังคับสตรีสวมฮิญาบ เปลี่ยนไปตลอดในช่วง 10 ปี จนหลังสุดพบชาวอิหร่านเกือบครึ่งเห็นว่าการสวมฮิญาบควรเป็นทางเลือกส่วนตัว

 

สำนักข่าวดอยช์เวลเลอของเยอรมนี รายงานว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน เผยผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ใช้เวลาเก็บข้อมูล 3 ปีแสดงให้เห็นว่าทัศนคติของชาวอิหร่านต่อการบังคับสตรีสวมฮิญาบ หรือผ้าคลุมศีรษะแบบสตรีมุสลิม เปลี่ยนไปตลอดในช่วง 10 ปี จนหลังสุดพบชาวอิหร่านเกือบครึ่งเห็นว่าการสวมฮิญาบควรเป็นทางเลือกส่วนตัว

ศูนย์ยุทธศาสตร์ศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทำเนียบประธานาธิบดี เผยแพร่ผลการศึกษาเรื่องนี้ ขณะตำรวจจับกุมผู้หญิงหลายสิบคนที่ออกมาท้าทายกฎหมายข้อนี้ ด้วยการยืนตรงโบกผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะ

ผลศึกษาเปรียบเทียบข้อมูลในปี 2549 2550 2553 และ 2557 แสดงให้เห็นว่ากระแสสนับสนุนการตีกรอบการแต่งกายของสตรี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เรื่องหนึ่งจากการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 ลดลงตามลำดับ โดยในปี 2549 มีชาวอิหร่าน 34% เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรจำกัดสิทธิกำกับว่าผู้หญิงควรสวมใส่อะไร ตัวเลขนี้พุ่งเป็น 49% ในปี 2557

สตรีอิหร่านคนหนึ่งกล่าวว่า เธอมั่นใจว่าหากผลสำรวจอีกครั้งในวันนี้ ผู้สนับสนุนจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างแน่นอน

ส่วนคำถามที่ว่า รัฐบาลควรแจ้งข้อหาสตรีที่ถูกจับไม่สวมฮิญาบในที่สาธารณะหรือไม่ ผลสำรวจในปี 2549 พบว่าครึ่งหนึ่งคิดว่าควรแจ้งข้อหา แต่เมื่อ 3 ปีผ่านไป ตัวเลขลดลงเหลือ 39%

หลายฝ่ายอาจประหลาดใจที่ทำเนียบประธานาธิบดีโรฮานีเผยแพร่ผลสำรวจ ในขณะที่ตำรวจศาสนาเร่งกวาดล้างผู้ประท้วงต่อต้านฮิญาบ แต่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ผู้นำอิหร่านหัวปฏิรูป ใช้วิธีการนี้เป็นไพ่การเมือง

เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายโรฮานีตัดสินใจเปิดแผนงบประมาณรายจ่ายเต็มรูปแบบ อ้างว่าเพื่อความโปร่งใส แต่เชื่อว่ามีความมุ่งหมายจะบรรเทาความโกรธแค้นที่เขาไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างที่ประชาชนคาดหวัง เพราะตัวเลขเผยถึงการทุ่มงบไปที่สถาบันทางศาสนาและลูกจ้างรัฐบางหน่วยงาน แต่กลายเป็นกระแสตีกลับ ชาวอิหร่านออกมาประท้วงต่อต้านภาคการเมืองทั้งระบบ อย่างที่ไม่เคยปรากฏนับจากการประท้วงผลเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 7 ปีก่อน

ไวรัสท้องเสียระบาด-ถอนรปภ.โอลิมปิก1,200 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312201

ไวรัสท้องเสียระบาด-ถอนรปภ.โอลิมปิก1,200 คน

ไวรัสโนโร, โอลิมปิก, พย็องชาง

ไวรัสโนโรเล่นงานรปภ.โอลิมปิกพย็องชาง ป่วยแล้ว 41 คนต้องสั่งถอนออกทั้งหมด

 

คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพย็องชาง แจ้งว่า ได้สั่งถอนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1,200 คนออกจากหน้าที่ และส่งทหารราว 900 นายเข้าไปแทน หลังพบพนักงานรปภ. 41 คน เกิดอาการท่องร่วงรุนแรงและอาเจียน และมี 3 คนที่แพทย์ยืนยันว่าติดไวรัสโนโร

รปภ. 1,200 คนเป็นพนักงานบริษัทรักษาความปลอดภัยแห่งหนึ่ง พักอยู่ที่ศูนย์อบรมเยาวชนในเมืองพย็องชาง จ.คังวอน แยกจากหมู่บ้านนักกีฬา ทางการกำลังสอบสวนต้นตอของไวรัส ตรวจสอบน้ำใต้ดินและระงับการแจกจ่ายอาหารไว้ก่อน

คณะกรรมการจัดการแข่งขัน และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลี ถูกตำหนิที่รับมือล่าช้าหลังจากพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อรายแรกตั้งแต่วันศุกร์

ไวรัสโนโร ติดต่อได้ง่ายและมักระบาดช่วงอากาศหนาว จากการดื่มน้ำหรือกินอาหารปนเปื้อน หรือจับต้องพื้นผิวปนเปื้อน หรือติดจากผู้ป่วยโดยตรง ผู้ติดเชื้อจะมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ในระยะฟักตัว 24-48 ชั่วโมงแรก ไวรัสโนโรอาจทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้ ปวดศีรษะและเจ็บกล้ามเนื้อ   โรคนี้ไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน แต่ผู้ป่วยมักจะหายได้เองภายใน 2-3 วัน

ฮ.ทหารญี่ปุ่นตกใส่บ้านคน-ลูกเรือดับ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312194

ฮ.ทหารญี่ปุ่นตกใส่บ้านคน-ลูกเรือดับ 2

 ลูกเรือ, ไฟไหม้, บ้านคน, ตก, ฮ., เฮลิคอปเตอร์

สลด! ฮ.ทหารญี่ปุ่นตกใส่ย่านชุมชนในเมืองคันซาคิ ทำให้ไฟลุกไหม้บ้าน ลูกเรือเสยชีวิต 2 คน

เฮลิคอปเตอร์สำนักงานป้องกันตนเองหรือกองทัพญี่ปุ่น ประสบเหตุตกใส่ย่านชุมชนในเมืองคันซาคิ จังหวัดซากะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เมื่อเวลาประมาณ 16.45 น. วันจันทร์ (5 ก.พ.) ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้บ้านหลังหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้ และลูกเรือเสียชีวิต 2 คน

สถานีเอ็นเอชเคในญี่ปุ่น แพร่ภาพควันสีเทาหนาทึบพวยพุ่งจากจุดฮ.ตก พนักงานดับเพลิงเร่งดับไฟ และประชาชนได้รับการอพยพออกจากพื้นที่ จุดเกิดเหตุไม่ไกลนักจากโรงเรียนอนุบาล แต่เด็กทุกคนปลอดภัย

อิสึโนริ โอโนเดระ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ “อาปาเช เอเอช-64” จากฐานทัพเมตาบารุ อยู่ระหว่างบินทดสอบหลังเข้ารับการบำรุงรักษา นักบินพยายามลงจอดหลังจากแจ้งเหตุผิดปกติ แต่ประสบเหตุตกแบบดิ่งหัวลงเสียก่อน และระเบิดเป็นเพลิงลุกไหม้ ทางการท้องถิ่นส่งรถดับเพลิง 14 คันกับรถพยาบาลอีก 3 คันไปยังจุดเกิดเหตุ
บ้านที่เกิดไฟลุกไหม้ มีผู้อาศัย 4 คน หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นนักเรียนประถมได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่หัวเข่า

จีนโต้กลับสอบมะกันทุ่มตลาดข้าวฟ่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312190

จีนโต้กลับสอบมะกันทุ่มตลาดข้าวฟ่าง

 ข้าวฟ่าง, สหรัฐ, จีน

ก.พาณิชย์จีน ประกาศเปิดสอบสวนข้าวฟ่างนำเข้าขากสหรัฐ ว่าเป็นการทุ่มตลาดหรือไม่

 

สงครามการค้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟันระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน เริ่มปรากฏ เมื่อกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศว่าจะเปิดสอบสวนข้าวฟ่างนำเข้าจากสหรัฐช่วงเดือนมกราคม 2556 – ตุลาคม 2560 ว่าเป็นการทุ่มตลาดหรือไม่ โดยตั้งเป้าสอบสวนแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

หวัง เหอชุน ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนและเยียวยาทางการค้า กระทรวงพาณิชย์จีน กล่าวว่า ปริมาณนำเข้าข้าวฟ่างจากสหรัฐเพิ่มขึ้นเรื่อยมานับจากปี 2556 ฉุดราคาในตลาดตกต่ำ กระทบอุตสาหกรรมข้าวฟ่างของจีน

การขยับริเริ่มสอบสวนกรณีทุ่มตลาดเองของทางการจีน โดยที่ยังไม่ได้รับคำร้องจากภาคอุตสาหกรรม มีขึ้นหลังจากไม่กี่สัปดาห์ก่อน รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเครื่องซักผ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่กระทบกับผู้ผลิตจีนโดยตรง นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกำลังพิจารณาขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้าและอะลูมิเนียมด้วย

หากจีนต้องการจะตอบโต้ทางการค้า สินค้าเกษตรน่าจะใช้เป็นอาวุธได้ เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อผลิตผลการเกษตรอย่างข้าวฟ่างและถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริการายใหญ่สุด

ปีที่แล้ว สหรัฐส่งออกข้าวฟ่างไปจีน 4.8 ล้านตัน มูลค่าเกือบพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะนำเข้าถั่วเหลือง 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์บางคนคาดว่าจีนอาจเล็งใช้มาตรการภาษีไปที่รัฐที่มีความโน้มเอียงสนับสนุนพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นฐานเสียงของทรัมป์ อาทิ รัฐแคนซัสที่เทคะแนนให้ทรัมป์ในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี 2559 อย่างท่วมท้น เป็นผู้ผลิตข้าวฟ่างรายใหญ่สุดของสหรัฐ รองลงไปเป็นรัฐเท็กซัส โคโลราโด และโอ

โสมแดงส่งประมุข“คิมยองนัม”เปิดโอลิมปิก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312187

โสมแดงส่งประมุข“คิมยองนัม”เปิดโอลิมปิก

เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, โสมแดง, โอลิมปิก, คิมยองนัม

การส่งบุคคลระดับประมุขในนามของเกาหลีเหนือเข้าร่วมพิธีที่จะมีผู้นำโลกไปร่วมชุมนุม กำลังถูกจับตาและตีความถึงวัตถุประสงค์แท้จริงของเกาหลีเหนือ

 

กระทรวงรวมชาติเกาหลีใต้ แจ้งว่า นายคิม ยองนัม ประธานสภาเปรซิเดียมแห่งสมัชชาประชาชนสูงสุด จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนระดับสูงของเกาหลีเหนือ เยือนเกาหลีใต้ช่วง 9-12 กุมภาพันธ์ รวมถึงการเข้าร่วมพิธิโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชาง ที่จะจัดระหว่าง 9-25 กุมภาพันธ์ คณะผู้แทนเกาหลีเหนือทั้งหมดจะประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คน กับทีมงานสนับสนุน 18 คน

การส่งบุคคลระดับประมุขในนามของเกาหลีเหนือเข้าร่วมพิธีที่จะมีผู้นำโลกไปร่วมชุมนุม กำลังถูกจับตาและตีความถึงวัตถุประสงค์แท้จริงของเกาหลีเหนือ

ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความยินดี โดยระบุว่า การส่งคิม ยองนัม ผู้รับผิดชอบสูงสุดด้านการทูตตามรัฐธรรมนูญในฐานะประมุขประเทศ เชื่อว่าเกาหลีเหนือต้องการแสดงความจริงใจและสะท้อนเจตนาปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน อันจะช่วยส่งพยองชางเกมส์ สู่ความสำเร็จ ทำเนียบประธานาธิบดียังเตรียมพร้อมที่จะเปิดช่องทางการสื่อสาร และทีมงานกำลังหารือระดับและหัวข้อการเจรจาที่อาจจะมีขึ้น ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการพบปะกับประธานาธิบดีมุน แจอิน

คิม ยองนัม วัย 90 ปี ทำหน้าที่ต้อนรับผู้นำต่างชาติ มอบสารตราตั้งเอกอัครราชทูต และมักเป็นตัวแทนของเกาหลีเหนือบนเวทีต่างประเทศ ขณะที่ คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแทบไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย นอกจากนี้ เขายังเป็นหนึ่งในคนใกล้ชิดไม่กี่คนของคิม จองอึน ที่ไม่ได้ถูกสหประชาชาติและสหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีดำ ฐานเกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทั้งยังอยู่รอดปลอดภัยมาโดยตลอด ไม่ได้ถูกกำจัดออกไปจากศูนย์กลางอำนาจเมื่อมีการเปลี่ยนผู้นำเหมือนอีกหลายคน

โอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปักกิ่งเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2551 และโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย ในปี 2551 คิม ยองนัม ก็เป็นผู้แทนของเกาหลีเหนือเข้าร่วม แต่บทบาทหลักในเชิงพิธีการของเขาทำให้เกิดความสงสัยว่า คิม ยองนัม จะสามารถเป็นตัวแทนของ คิม จองอึน และนำสารของเขามายังเกาหลีใต้ได้หรือไม่ เว้นแต่จะเป็นการเดินทางมาพร้อมกับระดับมือขวาของคิม จองอึน อย่าง ชอย เรียงแฮ รองประธานคณะกรรมการกลางของพรรคกรรมกร ที่ถือว่าเป็นผู้นำเบอร์สองของระบอบเปียงยางเวลานี้ หรืออดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ รี ซูยอง

ซัมซุงเฮทายาทรุ่น 3 พ้นคุกคดีสินบน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312185

ซัมซุงเฮทายาทรุ่น 3 พ้นคุกคดีสินบน

ลี แชยอง, ซัมซุง, คุก, ศาล

นายลี แชยอง รองประธานซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ได้รับอิสรภาพแล้วหลังจากศาลอุทธรณ์พลิกคำตัดสินของศาลชั้นต้น ให้พ้นผิดในหลายข้อหาและลดโทษจำคุกข้อหาสินบนเป็นรอลงอาญา

มหาเศรษฐีวัย 50 ปีแห่งกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 5 ปีจากความผิด 5 ข้อหา รวมถึงติดสินบน ด้วยการให้เงินก้อนโตแก่อดีตประธานาธิบดีปัก กึนเฮ และเพื่อนสนิท ชเว ซุนซิล เพื่อแลกกับการให้รัฐบาลใช้อิทธิพลสนับสนุนการควบรวมกิจการสองแห่งในเครือ
ซัมซุง ที่อัยการกล่าวหาว่าเป็นบันไดสำคัญสู่การก้าวเป็นผู้กุมบังเหียนซัมซุงต่อจากบิดา

แต่ศาลอุทธรณ์ ระบุว่าไม่พบหลักฐานว่า นายลี ขอความเอื้อเฟื้ออย่างผิดกฎหมายตอบแทนเงินที่ให้ไป นอกจากนี้ เงินที่รองประธานซัมซุงจ่ายให้แก่ชอง ยูรา ลูกสาวของชเว ซุนซิล เพื่อใช้ในการฝึกแข่งขี่ม้าในเยอรมนี และถือเป็นสินบนนั้น มีจำนวน 3,600 ล้านวอน ลดลงเกือบครึ่งจาก 7,300 ล้านวอนที่ศาลชั้นต้นตัดสินว่าเป็นสินบน

ศาลยังตัดสินให้นายลีพ้นผิดข้อหาซุกซ่อนสมบัติในต่างประเทศ โดยชี้ว่า นายลีโอนเงินให้แก่ลูกสาวชเว ซุนซิล ในเยอรมนี ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อใช้จ่ายส่วนตัวที่จะถือเป็นเหตุถูกลงโทษได้ ทั้งยังตัดสินให้พ้นผิดข้อหาเบิกความเท็จฐานขณะเข้าชี้แจงในที่ประชุมสภาเมื่อปีที่แล้ว ผู้พิพากษายังระบุด้วยว่า อดีตประธานาธิบดีปักและเพื่อนสนิท คือสองจำเลยหลักที่ร่วมกันคบคิดกรรโชกทรัพย์ ส่วนลี เป็นคนที่จำต้องปฏิบัติตามคำขอของประธานาธิบดี

มีรายงานว่า ปัก กึนเฮ ให้ยื่นคำร้องเป็นประโยชน์กับทายาทซัมซุงเมื่อเดือนที่แล้ว ยืนยันว่าเธอไม่เคยได้รับคำร้องขอผิดกฎหมายจากลี และเธอไม่ทราบว่าซัมซุงเคยให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกสาวของเพื่อน

ที่สุด ศาลพิพากษาลดโทษจำคุกนายลีเหลือ 2 ปี 6 เดือนแต่ให้รอลงอาญา 4 ปี ทำให้นายลีได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ หลังถูกจองจำนาน 353 วัน อดีตผู้บริหาร 4 คนของซัมซุง ได้รับการปล่อยตัวเช่นกัน หลังจากได้รับการลดหย่อนโทษจำคุกเป็นรอลงอาญา

คำพิพากษาครั้งนี้น่าจะมีผลไปถึงคดีของประธานาธิบดีปักและเพื่อนสนิทที่กำลังถูกพิจารณาข้อหาทุจริตสุดอื้อฉาวที่ลุกลามจนทำให้ผู้นำหญิงคนแรกถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งและอยู่ในเรือนจำเวลานี้