มือถล่มปารีสปิดปากสนิทขึ้นศาลเบลเยียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312180

มือถล่มปารีสปิดปากสนิทขึ้นศาลเบลเยียม

ซาเลาะห์ อับเดลสลาม, ปารีส, มือระเบิด, ศาลเบลเยียม

ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษยืนคุมซาเลาะห์ อับเดลสลาม ในห้องพิจารณาคดี

 

นายซาเลาะห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายโจมตีกรุงปารีสเมื่อ 2 ปีก่อนที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงคนเดียว ถูกนำตัวจากเรือนจำใกล้เมืองหลวงฝรั่งเศส ไปขึ้นศาลเบลเยียมในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันจันทร์ (5 ก.พ.) เพื่อพิจารณาคดีในข้อหาเกี่ยวกับการยิงต่อสู้กับตำรวจที่ทำให้เขาถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ราว 4 เดือนหลังการก่อการร้ายช็อกโลกในปารีส และหลบหนีไปซ่อนตัวในย่านโมเลนบีคของกรุงบรัสเซลส์

อับเดลสลาม ซึ่งไม่ยอมปริปากพูดกับพนักงานสอบสวนมาตั้งแต่ถูกจับกุมในเดือนมีนาคม 2559 แสดงท่าทีขัดขืนทันที ด้วยการไม่ลุกขึ้นยืนเมื่อผู้พิพากษาขอให้ยืนยันตัวตน กล่าวแต่ว่า ไม่ต้องการตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น

ผู้ต้องหาวัย 28 ปี ซึ่งถือสัญชาติฝรั่งเศสแต่เกิดในเบลเยียมและมีเชื้อสายโมร็อกโก ถูกแจ้งข้อหาพยายามฆ่าตำรวจและมีอาวุธต้องห้ามในครอบครอง อับเดลสลามยิงต่อสู้กับตำรวจในเขตฟอเรสต์ของกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 15 มีนาคม 2559 เป็นเหตุให้ตำรวจบาดเจ็บ 3 นาย และเพื่อนร่วมอุดมการณ์สุดโต่งของเขาคนหนึ่งเสียชีวิต ก่อนถูกจับกุมตัวได้ใน 3 วันหลังจากนั้น

หากถูกตัดสินมีความผิด อับเดลสลามและโซฟีอองซ์ อายารี ชาวตูนิเซียวัย 24 ที่ถูกจับพร้อมกัน อาจติดคุกสูงสุด 40 ปี

การพิจารณาคดีครั้งแรกมีขึ้นท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด จนทำให้ย่านอาคารศาลกลางกรุงบรัสเซลส์กลายสภาพเป็นป้อมปราการ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงหลายร้อยนายตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย ด้านบน เฮลิคอปเตอร์บินวนดูความเรียบร้อยขณะขบวนรถตำรวจที่นำตัวอับเดลสลามเดินทางไปถึง

การไต่สวนคดีนี้ถือเป็นการโหมโรงก่อนฝรั่งเศสเปิดการพิจารณาคดีในภายหลังแต่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ในราว 2 ปีเป็นอย่างเร็วที่สุด

เดิมอัยการหวังว่าจะได้เบาะแสเกี่ยวกับการสังหารหมู่ 130 ศพในกรุงปารีส ด้วยระเบิดฆ่าตัวตายและกราดยิงสังหารหมู่ที่โรงคอนเสิร์ตบาตาคลอง กับที่หน้าสนามกีฬาและภัตตาคารในกรุงปารีส เมื่อ 13 พฤศจิกายน 2558 กับเหตุโจมตีแบบฆ่าตัวตายที่สนามบินในบรัสเซลส์ กับสถานีรถไฟใต้ดินใกล้สำนักงานใหญ่สหภาพยุโรป คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 32 คน เมื่อ 22 มีนาคม 2559 ซึ่งทางการสองประเทศเชื่อว่ากลุ่มของอับเดลสลามซึ่งเป็นสมาชิกไอเอส อยู่เบื้องหลังการโจมตีในเมืองหลวงทั้งสอง

เกือบ 2 ปีนับจากถูกจับ อับเดลสลามไม่ให้ความร่วมมือสอบสวน แต่เขาก็ยืนยันจะไปขึ้นศาลในเบลเยียม ซึ่งผู้พิพากษาจะไต่สวน 4 วัน แต่ผู้ต้องสงสัยเพียงรายเดียวก็ดับความหวังของอัยการเพราะยังปิดปากเงียบต่อไป

ฝรั่งเศสเชื่อว่า อับเดลสลามมีบทบาทสำคัญในเหตุโจมตีปารีส เขาเป็นคนขับรถให้กับมือระเบิดคนอื่นไปโจมตีตามจุดต่างๆ รวมถึงบราฮีม น้องชายของเขาเอง แต่เขาปลดเข็มขัดระเบิดฆ่าตัวตายก่อนหลบหนีไปด้วยเหตุผลไม่ทราบแน่ชัด

“มือสอบงาช้างเถื่อน”ถูกแทงดับในเคนยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312171

“มือสอบงาช้างเถื่อน”ถูกแทงดับในเคนยา

เอสมอนด์ แบรดลีย์ มาร์ติน, งาช้างเถื่อน, มือสอบ, เคนยา, นักอนุรักษ์

นักอนุรักษ์สัตว์ป่าทั่วโลกพากันไว้อาลัยต่อการจากไปของ เอสมอนด์ แบรดลีย์ มาร์ติน นักสอบสวนและเปิดโปงตลาดงาช้างและนอแรดผิดกฎหมายแถวหน้าของโลก

ที่ถูกพบเป็นศพภายในบ้านพักย่านชานกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา เมื่อวันอาทิตย์(4 ก.พ.) ในสภาพถูกแทงหลายแผลที่คอ ตำรวจเริ่มสอบสวนพฤติการณ์แวดล้อม เบื้องต้นสงสัยว่าเป็นเหตุปล้นชิงทรัพย์

เอสมอนด์ แบรดลีย์ มาร์ติน วัย 73 ปี เป็นชาวอเมริกัน  ที่อาศัยในเคนยามานานหลายสิบปี เป็นอดีตทูตพิเศษของสหประชาชาติด้านการอนุรักษ์แรดและช้าง เป็นที่รู้จักในฐานะมือสอบสวนราคางาช้างในตลาดมืด โดยมุ่งเน้นที่อุปสงค์หรือความต้องการปลายทางของห่วงโซ่งาช้างเถื่อน

ผู้ตายทุ่มเททำงานตลอดหลายสิบปี ที่ีรวมถึงการเสี่ยงชีวิตไปแอบบันทึกภาพการซื้อขายงาช้างและนอแรดผิดกฎหมายหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงการเดินทางไปลาว ฮ่องกงและเวียดนาม โดยครั้งหนึ่ง ถึงกับเข้าพักในกาสิโนของจีนที่เต็มไปด้วยนักค้าสัตว์ป่าและแก๊งอาชญากรรม เพื่อเข้าถึงตลาดผิดกฎหมายโดยทำทีเป็นพ่อค้าสนใจซื้อ จนช่วยให้สืบทราบถึงระดับราคาซื้อขายในตลาดมืดได้

มาร์ตินจึงเป็นที่เคารพรับถือในแวดวงอนุรักษ์ ในฐานะผู้ที่พยายามอย่างไม่ลดละเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ผลงานของเขามีส่วนช่วยกดดันให้จีนตัดสินใจสั่งห้ามซื้อขายนอแรดในทศวรรษที่ 1990 และสั่งปิดตลาดงาช้างเมื่อปีที่แล้ว

ชาวบ้านซีเรียหายใจไม่ออกหลังโดนถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312161

ชาวบ้านซีเรียหายใจไม่ออกหลังโดนถล่ม

ซาราเกบ, การโจมตี

การโจมตีทางอากาศที่เมืองซาราเกบ เมืองที่อยู่ในความควบคุมของกลุ่มกบฏในจังหวัดอิดหลิบ ส่งผลให้พลเรือนหลายคนต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะปัญหาในการหายใจ

 

สมาคมการแพทย์อเมริกัน โซไซตี แจ้งว่าโรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่รักษาผู้ป่วย 11 คนหลังถูกพิษแก๊สคลอรีน เช่นเดียวกับอาสาสมัครกู้ชีพและค้นหากลุ่มไวท์เฮลเมทส์ โพสต์คลิปวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ อ้างว่าทีมอาสาสมัครของกลุ่มกำลังรับมือหลังการโจมตีด้วยแก๊สคลอรีน

กลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย แจ้งว่าหลังจากเฮลิคอปเตอร์รัฐบาลโจมตีทางอากาศหลายจุดที่เมืองซาราเกบเมื่อวันอาทิตย์แล้ว มีกลิ่นผิดปกติเกิดขึ้น และชาวบ้าน 5 คนหายใจไม่ออก ชาวบ้านและหน่วยแพทย์เชื่อว่ามีการใช้แก๊สพิษในการโจมตีแต่ไม่ได้ให้รายละเอียด

การโจมตีทางอากาศของรัฐบาลซีเรียยังคร่าชีวิตพลเรือน 6 คน ในเมืองมารัต อัล นูมาน เขตชนชททางใต้ของจังหวัดอิดหลิบ และก่อความเสียหายอย่างหนักแก่โรงพยาบาลหลักในพื้นที่จนต้องหยุดบริการจนกว่าจะซ่อมแซมแล้วเสร็จ

อีกด้านหนึ่ง สหรัฐกล่าวหารัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีกับฝ่ายต่อต้านใกล้กรุงดามัสกัส แต่กระทรวงต่างประเทศซีเรียปฏิเสธ

กินเฟรนช์ฟรายแม็คโดนัลด์“แก้หัวล้าน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312069

กินเฟรนช์ฟรายแม็คโดนัลด์“แก้หัวล้าน”

ศาสตราจารย์จุนจิ ฟูกุดะ, หัวล้าน, เฟรนช์ฟรายแม็คโดนัลด์, แก้หัวล้าน

น่าจะสร้างความหวังให้บรรดาผู้ที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นบอกว่าการกินเฟรนช์ฟรายของแม็คโดนัลด์จะช่วยกอบกู้สถานการณ์อันไม่พึงประสงค์นี้ได้

 

คณะนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ภายใต้การนำของศาสตราจารย์จุนจิ ฟูกุดะ ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติโยโกฮามา อ้างว่า การกินเฟรนช์ฟรายของแม็คโดนัลด์ จะช่วยทำให้ผมกลับมาขึ้นใหม่ได้ หลังจากเห็นผลจากการทดลองในห้องแล็บ

 

กินเฟรนช์ฟรายแม็คโดนัลด์“แก้หัวล้าน”

 

ในการทดลอง นักวิทยาศาสตร์ได้เพาะ “เชื้อเซลล์รากผม” จำนวนมาก และยังใช้ส่วนประกอบที่เป็นความลับ ที่รวมถึงสารเคมี “ไดเมทิลโพลีไซโลเซน” ที่พบในเฟรนช์ฟรายของแม็คโดนัลด์ด้วย ซึ่งแม้การทดสอบจะทำกับหนู แต่นักวิจัยก็มั่นใจว่า มันจะได้ผลถ้านำมาบำบัดกับมนุษย์

นักวิจัย ระบุว่า หวังว่าเทคนิคนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดฟื้นฟูเส้นผมของมนุษย์ในการรักษาผมร่วง ที่รวมถึงภาวะผมบางไปจนถึงขั้นศีรษะล้าน (androgenic alopecia) หรือบางทีก็เรียกว่า ภาวะผมบางแบบมีรูปแบบเฉพาะ (Male-pattern hair loss) ที่ส่งผลให้สูญเสียเส้นผมส่วนบนและด้านหน้าของศีรษะเป็นการถาวร ซึ่งมักจะเกิดกับ 50% ของผู้ชายและ25% ของผู้หญิงที่มีอายุเฉลี่ย 50 ปี

จับ “พี่เลี้ยงอินโดฯ” ไลฟ์สดอาบน้ำลูกนายจ้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312055

จับ “พี่เลี้ยงอินโดฯ” ไลฟ์สดอาบน้ำลูกนายจ้าง

จับ “พี่เลี้ยงอินโดฯ” ไลฟ์สดอาบน้ำลูกนายจ้าง 

พี่เลี้ยงเด็กชาวอินโดนีเซีย ไลฟ์สดอาบน้ำให้ลูก 3 คนของนายจ้างชาวฮ่องกง ถูกจับและถูกลงโทษฐานเผยแพร่ภาพเด็กเปลือย

พี่เลี้ยงเด็กชาวอินโดนีเซียวัย 28 ปี ที่ไม่ถูกเปิดเผยชื่อ ถูกตำรวจฮ่องกงจับและตั้งข้อหาบันทึกและเผยแพร่ภาพเปลือยเด็ก หลังไลฟ์สดอาบน้ำให้ลูก 3 คนของนายจ้างผ่านเฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ปีที่แล้ว ตำรวจระบุว่า คลิปวิดีโอความยาว 17 นาที ถูกถ่ายทำภายในห้องน้ำของอาคารพักอาศัยบนถนนอิเล็คทริค โร้ด ย่านนอร์ธ พอยต์ ซึ่งเธอได้เซลฟี่หน้าตัวเองด้วย

เด็ก 3 คน ที่กลายเป็นเหยื่อการเผยแพร่ภาพเปลือย มีอายุระหว่าง 7-8 ขวบ นอกจากนี้ ในคลิปยังมีเสียงเด็กๆ ถามพี่เลี้ยงว่า ถ่ายวิดีโอพวกเขาหรือไม่ และมีคนหนึ่งขอร้องไม่ให้ถ่าย แต่เธอไม่ฟัง  ด้านสำนักงานแรงงานฮ่องกง ระบุว่า พี่เลี้ยงเด็กอาจไม่รู้ว่ากำลังทำผิดกฎหมาย ที่ห้ามการถ่ายภาพหรือวิดีโอเด็กๆ ซึ่งที่จริงผู้ช่วยแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงเด็กต้องเข้ารับการอบรมก่อน

“ชาวเน็ตจีน” แชร์คลิป ”แจ็คหม่า” สอนลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312053

“ชาวเน็ตจีน” แชร์คลิป ”แจ็คหม่า” สอนลูก

กำลังกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์จีน เกี่ยวกับวิธีสอนลูกของ “แจ็ค หม่า” ผู้ก่อตั้งเว็บไซท์อี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ที่บอกว่าไม่ต้องเรียนเก่งจะได้มีเวลาทำอย่างอื

 

แจ็ค หม่า ผู้มีทรัพย์สินมูลค่าสูงถึง 40.8 ล้านดอลลาร์ พูดในที่ประชุมเวิร์ลด์ อิโคโนมิคฟอรัม ที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ ถึงการสอนลูกชายเรื่องการศึกษาว่า ให้หาความรู้ใส่ตัวให้มากๆ เข้าไว้ เพราะตัวเขาเอง เกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก และไม่ได้รับการศึกษาที่ดีเลิศอะไร เขาสอบตกด้วยเหตุผลที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ เขาก็เลยสอนลูกว่า ไม่จำเป็นต้องต้องเรียนเก่งติด 3 อันดับสูงสุดของห้อง อยู่ตรงกลางนั้นดีแล้ว ตราบเท่าที่เกรดไม่ได้แย่จนเกินไปนัก จะได้มีเวลาไปเรียนรู้ทักษะด้านอื่น

เขาบอกด้วยว่า เราไม่สามารถสอนลูกๆ ให้แข่งกับสมองกลที่ฉลาดกว่าเราได้ แต่เราต้องสอนลูกๆ ให้ทำอะไรที่ไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยวิธีนี้ จะทำให้อีก 30 ปีให้หลัง จะทำให้พวกเขาคว้าโอกาสมาได้

 

สิงคโปร์สั่งเรียกคืน“กาแฟทุเรียนมาเลเซีย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312016

สิงคโปร์สั่งเรียกคืน“กาแฟทุเรียนมาเลเซีย”

 สิงคโปร์, มาเลเซีย, ทุเรียน, กาแฟ

สิงคโปร์เรียคืนกาแฟทุเรียนของมาเลเซีย ระหว่างรอผลสอบสวนสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้ผู้ดื่มในมาเลเซียกลุ่มหนึ่งล้มป่วยขณะที่สำนักงานจะสุ่มเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบด้วย

สำนักงานสัตวบาล เกษตรและอาหาร ของสิงคโปร์ ประกาศเรียกคืนกาแฟทุเรียนของมาเลเซียยี่ห้อ “คอฟฟี ทรี มายคาเฟ โฟร์ อินวัน ปีนัง ทุเรียน ไวท์ คอฟฟี” เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน ระหว่างรอผลสอบสวนสาเหตุแน่ชัดที่ทำให้ผู้ดื่มในมาเลเซียกลุ่มหนึ่งล้มป่วย โดยผู้ที่ซื้อสินค้านี้ไปสามารถนำไปคืนที่ห้างค้าปลีกได้ ขณะที่สำนักงานจะสุ่มเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบด้วย

ตำรวจมาเมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง เปิดเผยผลตรวจในห้องแล็บเบื้องต้นว่า พบสารในตัวอย่างกาแฟพร้อมดื่มผสมทุเรียนยี่ห้อนี้ที่เชื่อว่าเป็นยาบางอย่างที่ยังไม่ทราบชนิดแน่ชัด นอกจากนี้ยังพบว่าซองกาแฟถูกเปิดก่อนแล้วจึงปิดผนึกใหม่อีกครั้ง และน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 10 กรัมจากของเดิม 40 กรัม

การตรวจความผิดปกติมีขึ้นหลังจากมีผู้ป่วย 5 คนเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลปีนัง ระหว่าง 27-30 มกราคม หลังจากดื่มกาแฟทุเรียนเข้าไป โดยทุกคนเกิดอาการอ่อนเพลียรุนแรง

ด้านมายคาเฟ ปีนัง ทุเรียน ไวท์ คอฟฟี ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า เหยื่อรายหนึ่งได้รับกาแฟห่อหนึ่งระหว่างไปวัด เพื่อนของเหยื่อก็ล้มป่วยไปด้วยหลังจากดื่มกาแฟที่วัดเดียวกัน จึงเชื่อว่ากาแฟห่อนี้อาจจะถูกใส่อะไรลงไป พร้อมแนะนำให้ผู้บริโภคซื้อกาแฟทุเรียนจากร้านถูกต้องอย่าซื้อหรือรับจากคนแปลกหน้า

เกาหลีใต้เริ่มโครงการ”สิทธิที่จะตาย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312015

เกาหลีใต้เริ่มโครงการ”สิทธิที่จะตาย”

ผู้ป่วย,  สิทธิที่จะตาย, เกาหลีใต้

โครงการจบชีวิตตนเองที่อนุญาตให้ผู้ป่วยตัดสินใจยุติการดูแลรักษาเพื่อยื้อชีวิตเมื่อหมดหวังหายจากความเจ็บป่วยที่เป็นอยู่ได้ มีผลอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่4ก.พ.

 

หลังจากรัฐบาลทำโครงการนำร่องเป็นเวลา 3 เดือนเริ่มเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ปรากฏว่าได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้ป่วยระยะสุดท้าย 107 คนลงนามข้อตกลงเลือกจากไปตามธรรมชาติ และบุคคลอื่นรวม 9,336 คนที่กรอกแบบฟอร์มขอไม่รับการรักษาเพื่อยื้อชีวิต และคาดว่าจำนวนจะเพิ่มขึ้นอีก

ผู้ที่สมัครเข้าโครงการจะต้องเป็นผู้มีอายุ 19 ปีขึ้น ยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรแจ้งเจตจำนงขอใช้สิทธิในการตายในอนาคต แพทย์ 2 คนจะต้องให้รับรองว่าเป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ตามข้อตกลงนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยระยะสุดท้ายจะไม่ได้รับการดูแลใดๆ เพื่อบรรเทาอาการก่อนสิ้นลม แต่เป็นผู้ป่วยที่ขอยุติการรักษาเพื่อยื้อชีวิตแทน เช่น การช่วยฟื้นคืนชีพ หรือซีพีอาร์ ฟอกเลือดด้วยไตเทียม ใช้เครื่องช่วยหายใจ หรือยาต้านมะเร็งเมื่ออาการทรุดหนัก

สิทธิที่จะตายตามโครงการใหม่ ต่างจากการุณยฆาต หรือยูแทนนาเซีย ที่ยังเป็นเรื่องต้องห้ามในเกาหลีใต้ การดูแลผู้ป่วยที่เลือกจบชีวิต ไม่ได้รวมถึงการช่วยฆ่าตัวตาย

ในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นสังคมขงจื๊อ ถือว่าการฆ่าตัวตายเป็นการดูหมิ่นชีวิต แนวคิดที่จะปล่อยให้ผู้ป่วยระยะสุดท้ายเลือกไม่รับอุปกรณ์ยื้อชีวิต ยังเป็นเรื่องที่คนจำนวนมากทำใจไม่ได้ กระนั้นประชากรสูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว กระตุ้นให้ทัศนคติเรื่องนี้เปลี่ยนไป มีผู้สูงอายุมากขึ้นที่ขอยุติการรักษาเพียงเพื่อต่อลมหายใจ

ผลสำรวจโดยสถาบันสาธารณสุขและสังคมเมื่อปี 2557 พบว่าผู้ถูกสำรวจอายุ 65 ปีขึ้นไป 88.9% จากทั้งหมด 10,452 คน ไม่เห็นด้วยกับการยื้อชีวิตในทางการแพทย์โดยไม่มีโอกาสหายมีเพียง 3.9% เท่านั้นที่สนับสนุนการรักษาต่อไป

เหยื่อไข้เลือดออก “ 3 คน” อาจเกี่ยวกับวัคซีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/312014

เหยื่อไข้เลือดออก “ 3 คน” อาจเกี่ยวกับวัคซีน

ไข้เลือดออก, วัคซีน, เดงวาเซีย, ไข้เลือดออกเดงกี่, 3 คน

เหยื่อไข้เลือดออก “ 3 คน” อาจเกี่ยวกับวัคซีน

 

กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ผลสอบสวนการเสียชีวิตของเด็ก 14 คนที่ได้รับการฉีดเดงวาเซีย วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเดงกี่ชนิดแรกของโลก ไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงโดยตรงและแน่ชัดว่าวัคซีนเป็นสาเหตุการเสียชีวิต แต่มีอยู่ 3 รายที่ “อาจ” มีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ

ทั้ง 3 รายที่ว่านี้เสียชีวิตจากไข้เลือดออกทั้งที่ได้รับวัคซีนแล้ว จำนวนนี้สองรายอาจเสียชีวิตเพราะวัคซีนไม่ได้ผล ส่วนเด็กอีก 9 คนเสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับไข้เลือดออก และอีก 2 รายไม่สามารถระบุสาเหตุได้

ฟิลิปปินส์ ระงับโครงการฉีดวัคซีนเดงวาเซียเมื่อพฤศจิกายน หลังจากฉีดให้เด็ก 8.3 แสนคนแล้วตามโครงการสร้างภูมิคุ้มกันไข้เลือดออกประเทศแรกในโลกช่วงปี 2559-2560 และตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 10 คน ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการตายของเด็ก 14 คนเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ นายเอนริเก โดมิงโก รัฐมนตรีสาธารณสุขกล่าวว่า ผลสอบสวนสนับสนุนการตัดสินใจระงับโครงการของกระทรวง เดงวาเซียยังไม่พร้อมสำหรับการให้วัคซีนแก่คนหมู่มาก และจะต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปีเพื่อสังเกตการณ์ผลข้างเคียงอื่นจากวัคซีนต่อไป

อัตราการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกในฟิลิปปินส์ สูงกว่าอัตราเฉลี่ยของโลก 60 เท่า โดยเมื่อปีที่แล้วมีเหยื่อไข้เลือดออก 732 คน ผลจากความไม่มั่นใจในวัคซีนเดงวาเซีย ที่บริษัทเองก็เตือนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงแก่ผู้ที่ไม่เคยติดไวรัสไข้เลือดออกมาก่อน ทำให้พ่อแม่เด็กพลอยหวาดกลัววัคซีนป้องกันโรคอื่นไปด้วย อัตราการรับวัคซีนโปลิโอ ฝีดาษ บาดทะยัก และโรคอื่นๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ก่อนหน้านี้ฟิลิปปินส์สั่งปรับซาโนฟี บริษัทผู้ผลิตเบื้องต้น 2,000 ดอลลาร์ ฐานละเมิดกฎการทำตลาดและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมจะพิจารณาเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการอนุมัติโครงการให้วัคซีนนี้ต่อไป

โครเอเชีย”หิมะ” ตกหนัก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311952

โครเอเชีย”หิมะ” ตกหนัก!!

เกิดหิมะตกหนักในโครเอเชีย ประเทศแถบเมดิเตอเรเนียนในยุโรป ใน 24 ชม. มีหิมะสะสมสูงถึงเกือบ 1 เมตร

         ถนนและทางหลวง เส้นทางมุ่งหน้าเขตท่องเที่ยวพักตากอากาศในโคเอเชีย ต้องปิดใช้งานชั่วคราววานนี้ หลังหิมะตกสะสมใน 24 ชั่วโมงสูงเกือบ 1 เมตร ทางการออกคำเตือนให้ประชาชนอยู่ในเคหะสถานจนกว่าพายุหิมะจะสงบลงกว่า30 หมู่บ้าน ในเมืองรีเยก้า ต้องเผชิญกับไฟฟ้าดับ ด้านทางการประสบปัญหาในการในการเข้าถึงพื้นพายุหิมะและลมกระโชกแรงที่ถล่มชายฝั่งภูมิภาคดัลเมเชีย ของโครเอเชีย

โครเอเชีย"หิมะ" ตกหนัก!!

         มีรายงานว่า บางพื้นที่ติดทะเล มีหิมะตกสะสูงสูงกว่า 20 เซนติเมตร ตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่2 ก.พ.2561 เกิดอุบัติเหตุทางถนน จากสภาพอากาศที่เลวร้ายแล้วกว่า 200 ราย

        กรมอุตุนิยมวิทยา ยังประกาศเตือนระดับสีสมและสีแดง โดยโครเอเชียจะยังต้องเผชิญสภาพอากาศเลวร้ายไปตลอดสุดสัปดาห์