เฟซบุ๊ค เผยกำไรไตรมาศ4ปี2560เพิ่ม!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311913

 เฟซบุ๊ค เผยกำไรไตรมาศ4ปี2560เพิ่ม!!

เฟซบุ๊ค เผยกำไรไตรมาศ4ปี2560เพิ่ม, 4.27 พันล้านดอลลาร์, คมชัดลึกออนไลน์

 เฟซบุ๊ค เผยกำไรไตรมาศ4ปี2560เพิ่ม!! แตะ 4.27 พันล้านดอลลาร์ เทียบรายปี

         เฟซบุ๊ค อิงค์ เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี2560 ที่ระดับ 4.27 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.44 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2559 ที่ระดับ 3.57 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.21 ดอลลาร์ต่อหุ้น

         ส่วนรายได้ในไตรมาส 4 ปี2560 อยู่ที่ 1.297 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4 ปี2559 ซึ่งอยู่ที่ 8.63 พันล้านดอลลาร์

         ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ในโพลล์สำรวจของแฟคเซท คาดการณ์ว่า กำไรในไตรมาส 4/2560 ของเฟซบุ๊คจะอยู่ที่ 1.94 ดอลลาร์ต่อหุ้น และคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 1.255 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 คาดว่ากำไรของเฟซบุ๊คจะอยู่ที่ 1.23 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้จะอยู่ที่ 1.112 หมื่นล้านดอลลาร์

รถพุ่งชน“ครู-นักเรียนหูหนวก”เด็กหญิง11ขวบเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311734

รถพุ่งชน“ครู-นักเรียนหูหนวก”เด็กหญิง11ขวบเสียชีวิต

เกิดเหตุรถตัก ชนนักเรียนและครูที่มีความบกพร่องของโรงเรียนสอนคนหูหนวกในญี่ปุ่น ทำให้เด็กหญิงวัย 11 ขวบเสียชีวิต

 

เหตุการณ์สุดสลดนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมื่อวานนี้ ในขณะที่ครู 2 คน และเด็กนักเรียน 4 คน ของโรงเรียนสอนคนหูหนวก “อิคุโนะ วอร์ด” ในนครโอซากาของญี่ปุ่น ขณะกำลังยืนรอสัญญาณไฟจราจรอยู่ใกล้ประตูทางเข้าโรงเรียน ก่อนที่จะถูกรถพุ่งชน ทำให้เด็กหญิงวัย 11 ขวบ เสียชีวิต ขณะที่ครู 2 คน และเด็กอีก 2 คน ได้รับบาดเจ็บ

หลังเกิดเหตุ ตำรวจได้จับคนขับรถวัย 35 ปี ซึ่งให้การรับสารภาพว่า เขาพยายามจะหยุดรถตอนที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่แทนที่จะเหยียบ เบรค กลับไปเหยียบคันเร่งแทน

สอบนักวิชาการอิสลามคนดังสงสัยข่มขืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311715

สอบนักวิชาการอิสลามคนดังสงสัยข่มขืน

ตอริก รอมฎอน, อิสลาม, นักวิชาการ, ข่มขืน

ตร.เรียกสอบนักวิชาการศาสนาอิสลามชื่อดัง หลังสตรีมุสลิม 2 คนออกมาเปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่าเคยถูกบุคคลผู้นี้ข่มขืน

 

ตำรวจฝรั่งเศสออกหมายเรียกและควบคุมตัว ตอริก รอมฎอน นักวิชาการศาสนาอิสลามชื่อดังไว้สอบสวนในเบื้องต้นที่สถานีตำรวจในกรุงปารีส เมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หลังสตรีมุสลิม 2 คนออกมาเปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่าเคยถูกบุคคลผู้นี้ข่มขืน

หนึ่งผู้กล่าวหาคือ เอนดา อยารี นักเขียนที่บอกเล่าเรื่องที่เธอถูกข่มขืนไว้ในหนังสือตีพิมพ์เมื่อปี 2559 โดยไม่ได้เอ่ยชื่อใคร กระทั่งเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เธอเผยชื่อและแจ้งความเอาผิดกับรอมฎอน หลังได้ความกล้าจากกระแส MeToo ที่มีผู้หญิงเคยตกเป็นเหยื่อจำนวนมากออกมาเปิดหน้ากล่าวหาผู้กระทำการคุกคามและข่มขืน

อยารี ซึ่งเคยเป็นมุสลิมยึดแนวทางอนุรักษ์สุดโต่งก่อนหันมาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี กล่าวว่า เธอติดต่อไปยังนักวิชาการอิสลามท่านนี้เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องตัดสินใจเลิกสวมฮิญาบ และอีกฝ่ายนัดให้ไปพบกันในกรุงปารีส เมื่อปี 2555 เธอบอกหนังสือพิมพ์ เลอ ปารีเซียงว่า รอมฎอนข่มขืนเธอในห้องพักโรงแรม โดยบีบคอเธอแรงมากจนคิดว่าคงจะไม่รอด และกระทำต่อเธอเหมือนกับสัตว์ป่า

อีกคนที่กล่าวหาเป็นสตรีพิการที่เปลี่ยนมานับถืออิสลาม กล่าวหาว่ารอมฎอนข่มขืนเธอในห้องโรงแรมเช่นกัน ระหว่างไปร่วมประชุมที่เมืองลิยง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสเมื่อปี 2552

แต่นักคิดมุสลิมชื่อดังปฏิเสธข้อกล่าวหาของสตรีทั้งสอง และฟ้องหมิ่นประมาทอยารี นอกจากนี้ ยังตอบโต้กรณีที่สื่อสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่ามีสตรีอีก 4 คนออกมากล่าวหาถูกเขาคุกคามทางเพศสมัยเป็นวัยรุ่นเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ว่า เป็นการกุเรื่องป้ายสีของฝ่ายตรงข้าม

รอมฎอน ถือสัญชาติสวิส เป็นหลานปู่ของฮัสซัน อัล-บานนา อิหม่ามอียิปต์ผู้ก่อตั้งขบวนการภราดรภาพมุสลิม หรือ มุสลิมบราเทอร์ฮูด ในคริสต์ทศวรรษที่ 1920 ได้ชื่อว่าเป็นนักวิชาการมุสลิมทรงอิทธิพลอย่างมากในโลกตะวันตกและจุดกระแสขัดแย้งในเวลาเดียวกัน มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กราว 2 ล้านคน เขามักท้าทายมุสลิมสายเคร่งครัดและสนับสนุนให้เจรจาระหว่างศาสนา แต่มักถูกนักวิจารณ์กล่าวหาว่าส่งเสริมอิสลามเชิงการเมือง ในอดีต เคยถูกสหรัฐอเมริกาห้ามเข้าประเทศนานหลายปีหลังเกิดเหตุวินาศกรรม 9/11 ทำให้ไม่สามารถไปทำงานวิชาการในสหรัฐได้

เขาสอนอิสลามศึกษา ที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด มาตั้งแต่ปี 2552 แต่ลาหยุดยาวมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โดยมหาวิทยาลัยแจ้งว่า เป็นการลา “ภายใต้ข้อตกลงร่วมกัน” นอกจากนี้ เขายังอยู่ในคณะที่ปรึกษาด้านเสรีภาพการนับถือศาสนาของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษด้วย

“เฟซบุ๊ก”ยังกำไรอู้ฟู่แม้คนลดเวลาใช้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311712

“เฟซบุ๊ก”ยังกำไรอู้ฟู่แม้คนลดเวลาใช้

เชอริล แซนด์เบิร์ก, โลกออนไลน์, เฟซบุ๊ก, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก

“เฟซบุ๊ก” แจงผลกำไรไตรมาสสุดท้าย พุ่งทยาน20% แม้ผู้คนลดเวลาใช้น้อยลง

 

เฟซบุ๊ก แจ้งผลกำไรไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว พุ่งทะยาน 20% มาอยู่ที่ 4,200 ล้านดอลลาร์ แม้ว่า ผู้คนใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์ใหญ่สุดของโลกน้อยลง แต่รายได้จากโฆษณายังขยายตัวและจำนวนผู้ใช้ยังเพิ่มสูงขึ้น

จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กอย่างสม่ำเสมอรายเดือนอยู่ที่ 2,130 ล้านคน เพิ่มขึ้น 14% เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนรายได้จากโฆษณาพุ่ง 47% เป็นเกือบ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานที่เมื่อสิ้นปีอยู่ที่ 25,105 คน

มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก กล่าวว่า 2560 เป็นปีที่แข็งแกร่งของเฟซบุ๊ก แต่ก็เป็นปีที่ลำบากเช่นกัน สำหรับปี 2561 เรามุ่งมั่นทำให้เฟซบุ๊กไม่ใช่ใช้เพื่อความเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังเพื่อความผาสุกของผู้คนและสังคมที่ดีด้วย เฟซบุ๊กจะส่งเสริมให้ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากขึ้นเป็นสำคัญ โดยให้เห็นโพสต์ของเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น ซึ่งในภาพรวม การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้เวลาที่ผู้ใช้อยู่กับเฟซบุ๊กลดลงราว 50 ล้านชั่วโมงต่อวัน

เชอริล แซนด์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ กล่าวว่า การดึงให้ผู้ใช้เกี่ยวพันกับโพสต์ของเพื่อนมากขึ้น ก็อาจเป็นการเปิดโอกาสการเงินใหม่ให้แก่เฟซบุ๊กเช่นกัน

มือดีปาระเบิดเพลิงใส่บ้าน“อองซานซูจี”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311710

มือดีปาระเบิดเพลิงใส่บ้าน“อองซานซูจี”

ออง ซาน ซูจี, ปาระเบิด, บ้าน, อองซานซูจี

เกิดเหตุปาระเบิดเพลิงเข้าไปในบริเวณบ้านพักของ นางออง ซาน ซูจี ผู้นำเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ขณะเธอไม่อยู่บ้าน แรงระเบิดสร้างความเสียหายเพียงเล็กน้อย

 

เจ้าหน้าที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า ชายคนหนึ่งปาระเบิดเพลิงใส่บ้านพักริมทะเลสาบอินยาในนครย่างกุ้งของนางซูจี สร้างความเสียหายเล็กน้อย ไม่มีอะไรถูกเผาหรือทำลาย

โฆษกรัฐบาลยืนยันการโจมตีโดยไม่ได้คาดการณ์ถึงมูลเหตุจูงใจ และเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยสวมเสื้อยืดสีชมพูนุ่งโสร่งสีฟ้า

สื่อรายงานว่า นางซูจีไม่อยู่บ้าน เนื่องจากอยู่ในกรุงเนปิดอว์เพื่อร่วมประชุมรัฐสภาในโอกาสครบรอบ 2 ปีที่เอ็นแอลดีบริหารประเทศ

การโจมตีบ้านพักที่ซูจีเคยถูกกักบริเวณหลายปีสมัยรัฐบาลทหารอาจเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีการโจมตีพุ่งเป้าต่อซูจี ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่เธอกำลังถูกวิจารณ์จากประชาคมโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าไม่ปกป้องชาวโรฮิงญา หลังกองทัพเข้าปราบปรามในรัฐยะไข่เมื่อปลายปีที่แล้วทำให้ชาวโรฮิงญาเกือบ 7 แสนคนหนีไปบังกลาเทศ

วันเดียวกัน ศาลเมียนมาร์ไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ส 2 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาเผยแพร่ความลับราชการ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี คดีที่จุดกระแสประท้วงและสะท้อนว่าเสรีภาพสื่อเมียนมาร์ในยุครัฐบาลกึ่งพลเรือนกำลังถอยหลังเข้าคลอง

ทั้งสองถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่เดือนธันวาคม หลังรับคำเชิญไปรับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารชานเมืองย่างกุ้งจากตำรวจสองนาย ที่ต่อมา ได้มอบเอกสารที่อ้างว่าเกี่ยวกับปฏิบัติการทหารในรัฐยะไข่ แต่ทันทีที่ออกมาจากร้าน นักข่าวสองคนนี้ก็ถูกจับโดยยังไม่ทันได้ดูเอกสารเหล่านั้นด้วยซ้ำ สำนักข่าวรอยเตอร์สไม่เปิดเผยว่านักข่าวทั้งสองกำลังตามรายงานข่าวในเรื่องใด แต่เชื่อกันว่าพวกเขากำลังขุดคุ้ยการสังหารหมู่ชาวโรฮิงญาในหมู่บ้านอินดิน ในรัฐยะไข่ ซึ่งต่อมากองทัพเมียนมาร์ยอมรับว่าทหารมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตั้งศาลเตี้ยที่หมู่บ้านและจะดำเนินคดีกับทหารเหล่านั้น

จับผู้ต้องสงสัยโจรกรรมส้ม 4 พันกิโล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311708

จับผู้ต้องสงสัยโจรกรรมส้ม 4 พันกิโล

ส้ม, สเปน, เมืองเซบีญา

ตร.เมืองเซบีญา ของสเปน ตรวจค้นรถต้องสงสัยพบบรรทุกส้มมาเต็มคันรถ โดยไม่มีเอกสารสำแดงว่าไปรับมาจากที่ไหน จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน

 

ตำรวจที่เมืองเซบีญาของสเปน พบรถยนต์นั่งกับรถแวน 2 คัน แล่นตีคู่กันมาอย่างน่าสงสัย จึงสั่งหยุดรถ และเมื่อตรวจค้นก็พบว่ารถทั้งสองบรรทุกส้มมาเต็มคันทั้งอยู่ในถุงและนอกถุง โดยไม่ติดฉลากและไม่มีเอกสารสำแดงว่าไปรับส้มมาจากที่ไหน ผู้ต้องสงสัย 5 คนอ้างว่า ได้มาจากที่ไกลๆ และเป็นส้มที่เก็บตกได้จากพื้น แต่ต่อมา ตำรวจได้รับรายงานว่า มีเหตุขโมยส้ม 4,000 กก. จากเมืองการ์โมนาที่อยู่ติดกัน  จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบสวน

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติสหภาพยุโรป (ยูโรสตัท) ระบุว่า สเปนผลิตส้มราวครึ่งหนึ่งในอียู

ชาวเน็ตมาเลเซียรับไม่ได้โลโก้ท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311567

ชาวเน็ตมาเลเซียรับไม่ได้โลโก้ท่องเที่ยว

Travel. Enjoy. Respect, ท่องเที่ยว, โลโก้

รัฐบาลมาเลเซียยืนยันจะใช้โลโก้ส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเลเซีย “Visit Malaysia 2020” แม้ถูกวิจารณ์กระหึ่มในสังคมออนไลน์

โลโก้อย่างเป็นทางการใช้รูปลิงอุรังอุตังวาดแขนโอบไหล่ลิงจมูกยาว ตัดตัวหนังสือหลากสีสัน กับคำขวัญ “Travel. Enjoy. Respect” (ท่องเที่ยว สนุกสนาน เคารพ) ถูกชาวเน็ตวิจารณ์เซ็งแซ่ว่าเป็นโลโก้ที่เชย ตลก และไม่น่ามอง

โมห์ ฮิชาม ซาเลห์ ทวิตประชดว่า หากอยากจะรณรงค์เรื่องใดให้เป็นกระแสในมาเลเซีย ก็ให้ใช้โลโก้อัปลักษณ์ ขณะโมฮัมหมัด ฮานาฟี มูฮัมหมัด โพสต์เฟซบุ๊กว่า โลโก้นี้คือการเยาะเย้ยฝีมือกราฟฟิกดีไซน์ของมาเลเซีย และมีนักกราฟฟิกบางคนทำโลโก้ทางเลือกออกมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์
นอกจากนี้ มีผู้ทำคำร้องผ่านเว็บไซต์ change.org เรียกร้องให้กระทรวงท่องเที่ยวตัดสินใจใหม่ โดยให้เหตุผลว่าการออกแบบน่าตกใจมาก ไม่สมราคา และไม่ได้เป็นภาพแทนประเทศ ประชาชนและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ ยังเป็นโลโก้ที่ไม่ได้มาจากการหารือกับสังคมแม้แต่น้อย โดยถึงวันพุธ มีผู้ร่วมลงชื่อมากกว่า 1 หมื่น

แต่ นาซีร์ อับดุล อาซิส รัฐมนตรีท่องเที่ยวมาเลเซีย ยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนโลโก้อย่างเด็ดขาด การใช้ภาพสัตว์หลากสีสันเพื่อสะท้อนว่ามาเลเซียเป็นประเทศสดใส ชายหาดสวยงาม และอนุรักษ์สภาพแวดล้อม

“กูเกิล”ถอดแอพหาคู่เกย์ในอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311551

“กูเกิล”ถอดแอพหาคู่เกย์ในอินโดนีเซีย

กูเกิล, แอพ Blued, อินโดนีเซีย, หาคู่, ชาวเกย์, แอพพลิเคชั่น

กูเกิลถอดแอพพBluedซึ่งเป็นแอพหาเพื่อนหาคู่ของชาวเกย์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก27ล้านคนออกจากเพลย์สโตร์สำหรับผู้ใช้อินโดนีเซียหลังจากรัฐบาลการ์ตาร้องขอ

เจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียร้องขอให้กูเกิลถอดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับชาวหลากหลายทางเพศ(แอลจีบีที) ทั้งหมด 73 รายการ รวมถึงแอพบริการหาคู่ และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงใช้แอพใดๆ ก็ตามที่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดีในประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก

นูร์ อิซา โฆษกกระทรวงสื่อสารอินโดนีเซีย ยืนยันเมื่อวันพุธว่า แอพ Blued ไม่ปรากฏอยู่ในเพลย์สโตร์ของกูเกิลในอินโดนีเซียแล้ว และว่าแอพนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสื่อลามกอนาจาร

แต่ปัจจุบัน ร้านไอสโตร์ของแอปเปิลยังมีแอพพลิเคชั่นตัวนี้อยู่

กูเกิลไม่ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลที่ขอให้ถอดแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้องกับแอลจีบีทีทั้งหมดหรือไม่

 

“กูเกิล”ถอดแอพหาคู่เกย์ในอินโดนีเซีย

 

เพศสัมพันธ์ชาวเกย์ในอินโดนีเซียไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ยกเว้นอาเจะห์ จังหวัดเดียวในประเทศที่บังคับใช้กฎหมายอิสลาม แต่โดยภาพรวม ความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก และน้อยครั้งจะเห็นการแสดงออกในที่สาธารณะ

ในช่วงสองปีมานี้ เจ้าหน้าที่รัฐบาล นักการศาสนาสายแข็งและกลุ่มมุสลิมทรงอิทธิพล นำขบวนต่อต้านชาวเกย์อย่างเปิดเผย ขณะที่ตำรวจมักใช้กฎหมายสิ่งลามกอนาจารที่เข้มงวดมาเอาผิดกับชาวหลากหลายทางเพศ เช่น บุกจับปาร์ตี้เกย์ ผลสำรวจเผยแพร่เมื่อสัปดาห์ก่อนยิ่งเผยถึงคลื่นความหวาดกลัวชาวเกย์ในประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นมุสลิมสายกลาง โดยจากการสำรวจความเห็นประชาชน 1,220 คน พบว่า 87.6% รู้สึกถูกคุกคามจากชาวแอลจีบีที และเชื่อว่าศาสนาห้ามความสัมพันธ์รูปแบบนี้

“ทรัมป์”สั่งเปิดต่อคุกกวนตานาโมเล็งขังเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311550

“ทรัมป์”สั่งเปิดต่อคุกกวนตานาโมเล็งขังเพิ่ม

ประธานาธิบดี, โดนัลด์ ทรัมป์, คุก, กวนตานาโม, ทรัมป์

นักเคลื่อนไหวแต่งชุดสีส้มเหมือนนักโทษเรียกร้องปิดคุกกวนตานาโม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งให้เรือนจำกวนตานาโม เปิดทำการต่อไป ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นอีกนโยบายสวนทางกับประธานาธิบดีคนก่อน บารัก โอบามา ที่พยายามอย่างหนักที่จะปิดคุกอื้อฉาวนี้ให้ได้แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ

ระหว่างแถลงนโยบายประจำปี หรือสเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน ในคืนวันอังคารที่ 30 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์กล่าวว่า เพิ่งลงคำสั่งให้ จิม แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม สำรวจนโยบายเรือนจำทหารและให้เปิดเรือนจำกวนตานาโมต่อไป ทั้งยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะส่งนักโทษไอเอสและอัลไกดาไปขังที่กวนตานาโมเพิ่มเติม

เรือนจำบนฐานทัพเรือสหรัฐที่อ่าวกวนตานาโม ของคิวบา ถูกสร้างและเตรียมการแบบเร่งรีบในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช หลังส่งทหารสหรัฐนำทัพบุกอัฟกานิสถานเพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544

ภาพนักโทษชุดแรกที่เป็นผู้ต้องสัยเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายในชุดสีส้ม ถูกนำตัวไปกักขังในกรงและมีรั้วลวดหนามล้อมรอบ ที่รู้จักในชื่อ ค่ายเอกซเรย์ เรียกเสียงประณามจากทั่วโลก ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นโครงสร้างถาวร เป็นอาคารเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา แต่ก็มีข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการซ้อมทรมาน

ครั้งหนึ่ง เรือนจำแห่งนี้เคยคุมขังผู้ต้องสงสัย 780 คน ส่วนมากเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องโยงใยกับกลุ่มตาลีบันและอัลไกดา รัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาทยอยส่งตัวนักโทษกลับประเทศบ้านเกิดหรือในประเทศที่สามหลายร้อยคน ปัจจุบัน คงเหลือนักโทษ 41 คน รวมถึงผู้ต้องหาคบคิดและบงการโจมตีสหรัฐในเหตุ 9/11 อาทิ คาหลิด เชค โมฮัมหมัด ที่กำลังรอพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อและไม่มีวี่แววว่าจะเริ่มเมื่อใด

ในจำนวนนี้มี 26 คนที่ถูกเรียกว่า “นักโทษตลอดกาล” เพราะไม่เคยถูกแจ้งข้อหาและไม่เคยได้รับโอกาสให้แก้ต่าง แต่ถูกลงความเห็นว่าอันตรายเกินกว่าจะปล่อยตัว บางคนผ่านการตรวจสอบทุกด่านแล้วในสมัยโอบามาแต่กลับต้องติดค้างต่อไปที่กวนตานาโมในยุคทรัมป์

นับจากต้นปี 2551 ไม่เคยมีการส่งนักโทษไปขังเพิ่มอีก แต่ทรัมป์เคยระบุว่าอยากจะส่งผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายขับรถพุ่งชนคนในนิวยอร์กเดือนตุลาคมไปขังที่นั่น

ไฮนา ชามซี ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงแห่งชาติ สหภาพพลเรือนอเมริกัน กล่าวว่า การมองว่ากวนตานาโมคุ้มค่าที่จะมีไว้เป็นเรื่องน่าหัวเราะและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน นอกจากทำให้หลายคนต้องทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถคำนวณได้แล้ว ยังต้องใช้เงินภาษีกว่า 445 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อกักขังชาย 41 คนไว้ที่นั่น

การงัดข้อทางการเมืองกับพรรครีพับลิกันที่ไม่เห็นด้วย ประกอบกับพันธมิตรต่างประเทศที่ไม่ต้องการรับนักโทษจากกวนตานาโม ทำให้ประธานาธิบดีโอบามาไม่สามารถปิดคุกที่ถูกมองว่าเป็นรอยด่างด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกาได้ และคำสั่งทรัมป์ล่าสุดคือการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเรือนจำอายุ 16 ปีแห่งนี้จะยังคงอยู่ต่อไป

ก่อนอำลาตำแหน่ง โอบามากล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะพิพากษาสหรัฐอย่างรุนแรงที่ไม่ปิดคุกกวนตานาโม รีพับลิกันยกการเมืองสำคัญกว่าภาษีชาวอเมริกัน ความสัมพันธ์กับพันธมิตร และภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐเอง จากการเปิดคุกที่รัฐบาลทั่วโลกก่นประณาม และเป็นอุปสรรคในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย

“หญิงอิหร่าน”ประท้วงบังคับสวมฮิญาบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311548

“หญิงอิหร่าน”ประท้วงบังคับสวมฮิญาบ

ประท้วง, ฮิญาบ, หญิงอิหร่าน

สตรีอิหร่านจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาประท้วงกฎหมายบังคับผู้หญิงต้องสวมฮิญาบ

 

สำนักข่าวเอบีซีของออสเตรเลีย รายงานว่า สตรีอิหร่านจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาประท้วงกฎหมายบังคับผู้หญิงต้องสวมฮิญาบ ด้วยการยืนตัวตรงอย่างผ่าเผยบนถนน ไม่คลุมศีรษะ และโบกผ้าคลุมศีรษะหรือฮิญาบที่ผูกไว้กับปลายไม้ ภาพและคลิปวิดีโอของผู้หญิงเหล่านี้แพร่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์

ราฮา บาห์ไรนี นักวิจัยด้านอิหร่านของแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เกาะติดกระแสประท้วงด้วยวิธีการนี้ กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางให้ผู้หญิงได้แสดงออกความคิดเห็นของตัวเองและแสดงให้เห็นว่าไม่ยอมรับการถูกบังคับอีกต่อไป

 

“หญิงอิหร่าน”ประท้วงบังคับสวมฮิญาบ

 

ปรากฏการณ์นี้เริ่มแพร่ขยายเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน นับจาก 27 ธันวาคม มีภาพผู้หญิงคนหนึ่งยืนบนตู้ชุมสายไฟฟ้าข้างถนนพลุกพล่านในกรุงเตหะราน เธอปล่อยผมยาวประบ่า มองตรงไปข้างหน้าและโบกผ้าคลุมศีรษะสีขาว มีรายงานว่าเธอถูกจับกุมตัวและส่งไปยังเรือนจำใกล้เคียง โดยไม่ทราบชะตากรรมหรือตำแหน่งแห่งหนของเธออีกหลังจากนั้น

แต่หลังจากภาพของเธอสะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว นักเคลื่อนไหวเริ่มรณรงค์โดยติดแฮชแท็ก #whereisshe หรือเธออยู่ไหน เรียกร้องให้ทางการเปิดเผยชะตากรรมของเธอที่ต่อมาทราบชื่อว่า วีดา โมวาเอ็ด แม่วัย 31 ปี ของลูกชายวัย 19 เดือน

โมวาเอ็ดเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาหลังถูกคุมขัง 1 เดือน นับแต่นั้น ในสื่อสังคมออนไลน์อิหร่านเต็มไปด้วยภาพหญิงสาวดำเนินรอยตามเธอ

 

“หญิงอิหร่าน”ประท้วงบังคับสวมฮิญาบ

 

ชะตากรรมของผู้หญิงที่ออกมาประท้วงเลียนแบบไม่ทราบแน่ชัด แต่มีรายงานว่าถูกจับอย่างน้อย 1 คน

กฎหมายอิหร่าน กำหนดว่า พฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดทำนองคลองธรรมในที่สาธารณะ มีบทโทษจำคุก 10 วันถึง 2 เดือน หรือโบย 74 ครั้ง

นาสรีน โซเทาเห์ ทนายความและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนในเตหะราน ที่ช่วยเหลือด้านคดี กล่าวว่า ผู้หญิงในอิหร่านต้องการควบคุมร่างกายของตัวเอง และขอพลังมวลชนช่วยสนับสนุน