นักเคลื่อนไหวแต่งชุดสีส้มเหมือนนักโทษเรียกร้องปิดคุกกวนตานาโม
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งให้เรือนจำกวนตานาโม เปิดทำการต่อไป ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ตอนหาเสียงเลือกตั้ง และเป็นอีกนโยบายสวนทางกับประธานาธิบดีคนก่อน บารัก โอบามา ที่พยายามอย่างหนักที่จะปิดคุกอื้อฉาวนี้ให้ได้แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
ระหว่างแถลงนโยบายประจำปี หรือสเตท ออฟ เดอะ ยูเนียน ในคืนวันอังคารที่ 30 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์กล่าวว่า เพิ่งลงคำสั่งให้ จิม แมททิส รัฐมนตรีกลาโหม สำรวจนโยบายเรือนจำทหารและให้เปิดเรือนจำกวนตานาโมต่อไป ทั้งยังพูดถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะส่งนักโทษไอเอสและอัลไกดาไปขังที่กวนตานาโมเพิ่มเติม
เรือนจำบนฐานทัพเรือสหรัฐที่อ่าวกวนตานาโม ของคิวบา ถูกสร้างและเตรียมการแบบเร่งรีบในสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช หลังส่งทหารสหรัฐนำทัพบุกอัฟกานิสถานเพื่อตอบโต้เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544
ภาพนักโทษชุดแรกที่เป็นผู้ต้องสัยเกี่ยวข้องกับกลุ่มก่อการร้ายในชุดสีส้ม ถูกนำตัวไปกักขังในกรงและมีรั้วลวดหนามล้อมรอบ ที่รู้จักในชื่อ ค่ายเอกซเรย์ เรียกเสียงประณามจากทั่วโลก ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นโครงสร้างถาวร เป็นอาคารเรือนจำที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา แต่ก็มีข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการซ้อมทรมาน
ครั้งหนึ่ง เรือนจำแห่งนี้เคยคุมขังผู้ต้องสงสัย 780 คน ส่วนมากเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องโยงใยกับกลุ่มตาลีบันและอัลไกดา รัฐบาลประธานาธิบดีโอบามาทยอยส่งตัวนักโทษกลับประเทศบ้านเกิดหรือในประเทศที่สามหลายร้อยคน ปัจจุบัน คงเหลือนักโทษ 41 คน รวมถึงผู้ต้องหาคบคิดและบงการโจมตีสหรัฐในเหตุ 9/11 อาทิ คาหลิด เชค โมฮัมหมัด ที่กำลังรอพิจารณาคดีที่ยืดเยื้อและไม่มีวี่แววว่าจะเริ่มเมื่อใด
ในจำนวนนี้มี 26 คนที่ถูกเรียกว่า “นักโทษตลอดกาล” เพราะไม่เคยถูกแจ้งข้อหาและไม่เคยได้รับโอกาสให้แก้ต่าง แต่ถูกลงความเห็นว่าอันตรายเกินกว่าจะปล่อยตัว บางคนผ่านการตรวจสอบทุกด่านแล้วในสมัยโอบามาแต่กลับต้องติดค้างต่อไปที่กวนตานาโมในยุคทรัมป์
นับจากต้นปี 2551 ไม่เคยมีการส่งนักโทษไปขังเพิ่มอีก แต่ทรัมป์เคยระบุว่าอยากจะส่งผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายขับรถพุ่งชนคนในนิวยอร์กเดือนตุลาคมไปขังที่นั่น
ไฮนา ชามซี ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงแห่งชาติ สหภาพพลเรือนอเมริกัน กล่าวว่า การมองว่ากวนตานาโมคุ้มค่าที่จะมีไว้เป็นเรื่องน่าหัวเราะและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน นอกจากทำให้หลายคนต้องทุกข์ทรมานอย่างไม่สามารถคำนวณได้แล้ว ยังต้องใช้เงินภาษีกว่า 445 ล้านดอลลาร์ต่อปี เพื่อกักขังชาย 41 คนไว้ที่นั่น
การงัดข้อทางการเมืองกับพรรครีพับลิกันที่ไม่เห็นด้วย ประกอบกับพันธมิตรต่างประเทศที่ไม่ต้องการรับนักโทษจากกวนตานาโม ทำให้ประธานาธิบดีโอบามาไม่สามารถปิดคุกที่ถูกมองว่าเป็นรอยด่างด้านสิทธิมนุษยชนของสหรัฐอเมริกาได้ และคำสั่งทรัมป์ล่าสุดคือการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเรือนจำอายุ 16 ปีแห่งนี้จะยังคงอยู่ต่อไป
ก่อนอำลาตำแหน่ง โอบามากล่าวว่า ประวัติศาสตร์จะพิพากษาสหรัฐอย่างรุนแรงที่ไม่ปิดคุกกวนตานาโม รีพับลิกันยกการเมืองสำคัญกว่าภาษีชาวอเมริกัน ความสัมพันธ์กับพันธมิตร และภัยคุกคามต่อความมั่นคงของสหรัฐเอง จากการเปิดคุกที่รัฐบาลทั่วโลกก่นประณาม และเป็นอุปสรรคในการต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้าย