“3ยักษ์ใหญ่”จับมือตั้งบริษัทประกันสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311547

“3ยักษ์ใหญ่”จับมือตั้งบริษัทประกันสุขภาพ

อเมซอน, เบิร์กไชร์ แฮทธาเวย์, เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค, ประกันสุขภาพ, สหรัฐ, 3ยักษ์ใหญ่

บริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐ 3 แห่ง จับมือตั้งบริษัทประกันสุขภาพให้แก่พนักงานด้วยราคาที่สมเหตุสมผลและสามารถจ่ายได้

บริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐ 3 แห่ง ได้แก่ อเมซอน, เบิร์กไชร์ แฮทธาเวย์ และเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ประกาศจะจัดตั้งบริษัทที่ให้บริการประกันสุขภาพแก่พนักงานด้วยราคาที่สมเหตุผลและสามารถจ่ายได้ ซึ่งเป็นการท้าทายต่อระบบประกันสุขภาพของสหรัฐที่ไร้ประสิทธิภาพและค่ารักษาพยาบาลแสนแพง

แนวคิดนี้เป็นการร่วมมือกันของ 3 ผู้บริหาร ได้แก่ เจฟฟ์ เบซอส จากอเมซอน, วอร์เรน บัฟเฟตต์จากเบิร์กไชร์ และเจมี ไดมอน จากเจพีมอร์แกน โดยบริษัทประกันสุขภาพที่จะตั้งขึ้นใหม่เป็นการร่วมทุนโดยไม่มุ่งแสวงกำไร มีเป้าหมายเบื้องต้นเพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะจัดระบบประกันสุขภาพที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน มีคุณภาพสูงและโปร่งใส แก่พนักงานกว่า 5 แสนคนในสหรัฐของทั้งสามบริษัท ซึ่งจะทำให้พนักงานได้รับบริการรักษาพยาบาลที่ดีขึ้นและเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า บริษัทใหม่นี้จะสามารถเจรจาโดยตรงกับผู้ผลิตยา แพทย์ และโรงพยาบาล รวมถึงใช้ฐานข้อมูลที่กว้างขวางของทั้งสามบริษัท ที่ประกอบด้วยอี-คอมเมิร์ซ บริษัทลงทุน และธนาคารรายใหญ่ ทำให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนการประกันสุขภาพได้ดีขึ้น

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพของสหรัฐเพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปีด้วยอัตราที่รวดเร็วกว่าเงินเฟ้อ และในปี 2560 ค่าใช้จ่ายประกันสุขภาพคิดเป็นสัดส่วนถึง 18% ของมูลค่าเศรษฐกิจทั้งหมด

บัฟเฟตต์ กล่าวว่า ค่าประกันสุขภาพที่สูงขึ้น เป็นเหมือนพยาธิหิวโซกัดกินเศรษฐกิจสหรัฐ และพวกเขาเชื่อว่าการรวมทรัพยากรเข้าด้วยกันภายใต้การบริหารจัดการของผู้เชี่ยวชาญจะสามารถลดค่าประกันสุขภาพและเพิ่มความพึงพอใจให้ผู้ป่วยได้

การจับมือของ 3 บริษัทเพื่อกระโดดเข้าสู่ตลาดประกันสุขภาพครั้งนี้ สร้างความสั่นสะเทือนให้ตลาดประกันสุขภาพและส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทประกันและบริษัทด้านสุขภาพทั้งหลายในสหรัฐปรับตัวลดลงถ้วนหน้าทันที

ระทึก!!ลมขวางรันเวย์ทำแอร์เอมิเรตส์สูญเสียการควบคุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311448

ระทึก!!ลมขวางรันเวย์ทำแอร์เอมิเรตส์สูญเสียการควบคุม

เครื่องบินโดยสาร สายการบินเอมิเรตส์ สูญเสียการควบคุมขณะลงจอดเพราะเจอลมพัดขวางทางวิ่ง

 

ภาพของเครื่องบินโดยสาร แอร์บัส  A380 ของสายการบินเอมิเรตส์ ที่เกือบสูญเสียการควบคุมเพราะเผชิญ “ครอสส์วินด์” (crosswind) หรือ ลมกำลังแรงพัดขวางทางวิ่ง ขณะลงจอดที่สนามบินดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี และแม้ล้อเครื่องบินจะสัมผัสกับรันเวย์แล้ว แต่เครื่องบินก็ยังไถลไปตามแรงลมอย่างเห็นได้ชัด

หญิงญี่ปุ่นฟ้องรัฐถูกบังคับทำหมันสมัยเป็นวัยรุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311441

หญิงญี่ปุ่นฟ้องรัฐถูกบังคับทำหมันสมัยเป็นวัยรุ่น

ญี่ปุ่น, หญิงชาวญี่ปุ่น, ทำหมัน, รัฐ, ฟ้องศาล

หญิงญี่ปุ่นวัย 60 ปีเศษ ฟ้องศาลเมืองเซนได เรียกค่าเสียหายจากรัฐ 11 ล้านเยน ถูกบังคับทำหมันสมัยเป็นวัยรุ่น

 

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า สตรีวัย 60 ปีเศษซึ่งไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลในเมืองเซนได จ.มิยางิ เรียกค่าเสียหายจากรัฐ 11 ล้านเยน จากการถูกบังคับทำหมันสมัยเป็นวัยรุ่น ภายใต้กฎหมายสุพันธุศาสตร์ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพพันธุกรรมประชาชนซึ่งถูกยกเลิกแล้ว

สตรีผู้นี้อายุ 15 ปี มีภาวะบกพร่องทางสติปัญญาหลังเข้ารับผ่าตัดปากแหว่งเพดานโหว่ในปี 2501 หลังจากถูกบังคับทำหมันแล้ว มีปัญหาปวดท้อง และชายที่คบหาเลิกราไปเมื่อพบว่าเธอไม่สามารถมีลูกได้

น้องสะใภ้ของสตรีผู้นี้ที่อยู่กับเธอ 40 ปีเป็นคนที่ช่วยดำเนินการยื่นฟ้อง ด้วยเหตุว่ารัฐบาลไม่เคยมีมาตรการเยียวยาใดๆ ขณะละเมิดสิทธิมนุษยชนของเธออย่างร้ายแรง กฎหมายที่ตราบังคับใช้ในปี 2491 ปฏิเสธความเสมอภาคและสิทธิในการแสวงหาความสุข ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ

คัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีสาธารณสุขญี่ปุ่น กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของคดี ขณะเจ้าหน้าที่กระทรวง กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมเจรจาเป็นรายบุคคลกับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ แต่ไม่มีแผนออกมาตรการแบบครอบคลุมเหยื่อทุกรายที่ถูกบังคับทำหมัน

เยอรมนีกับสวีเดน เคยมีกฎหมายลักษณะเดียวกัน แต่ในเวลาต่อมา รัฐบาลของทั้งสองประเทศได้ออกมาขอโทษและจ่ายค่าชดเชยแก่เหยื่อ แต่หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ระบุว่า รัฐบาลไม่เคยขอโทษหรือให้ค่าชดเชยแก่ประชาชนราว 2.5 หมื่นคนที่ต้องทำหมันเพราะความเจ็บป่วยทางจิตและความผิดปกติทางพันธุกรรมเพื่อป้องกันการให้กำเนิดบุตรที่มียีนด้อยภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้จนถึงปี 2539 ซึ่งรวมถึงให้ทำแท้งกรณีเป็นโรคเรื้อน

รายงานระบุว่า มีประชาชน 1.65 หมื่นคนที่เข้ารับการทำหมันโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ และเด็กที่ถูกบังคับทำหมันบางคนอายุเพียง 9 ขวบ

คาเฟ่“ทุเรียน”ในสิงคโปร์ลูกค้าแน่นร้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311417

คาเฟ่“ทุเรียน”ในสิงคโปร์ลูกค้าแน่นร้าน

มาเลเซีย, อาหารหวาน, อาหารคาว, อาหาร, สิงคโปร์, ทุเรียน, เหมา ซาน หวัง

ร้านอาหารและกาแฟ เหมา ซาน หวัง ในย่านไชนาทาวน์ของสิงคโปร์ จัดเมนูที่ใช้ทุเรียนเป็นส่วนประกอบทุกจาน กระทั่งอาหารคาว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี

 

ทุเรียนผลไม้พิเศษในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีทั้งคนชื่นชอบและเบือนหน้าหนี และเป็นสิ่งต้องห้ามในโรงแรมและสถานีรถไฟใต้ดิน ไม่จำเป็นต้องรับประทานเป็นผลไม้สดหรือของหวานธรรมดาอีกต่อไป เมื่อร้านอาหารและกาแฟ เหมา ซาน หวัง ในย่านไชนาทาวน์ของสิงคโปร์ จัดเมนูที่ใช้ทุเรียนเป็นส่วนประกอบทุกจาน กระทั่งอาหารคาว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี มีลูกค้าทั้งในประเทศและนักท่องเที่ยวแห่แหนไปทดลองรสชาติแปลกใหม่กันอย่างเนืองแน่น

 

คาเฟ่“ทุเรียน”ในสิงคโปร์ลูกค้าแน่นร้าน
ภาพ : AFP

 

บนเมนูของร้าน ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากจะรับประทานนักเก็ตไก่กับน้ำจิ้มหรือดิฟทุเรียน พิซซ่าหน้าเนื้อทุเรียนอบ หรือมันฝรั่งทอดซอสทุเรียน กระทั่งกาแฟก็ใส่กลิ่นทุเรียน

โฆษกของร้านกล่าวว่า เวลานี้กำลังนำเสนอเมนูอื่นๆ อีก อาจจะเป็นข้าว หรือ พาสต้า

เหมา ซาน หวัง เป็นชื่อพันธุ์ทุเรียนจากรัฐกลันตัน ในประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย ที่มีรสหวานและเม็ดเล็ก

 

คาเฟ่“ทุเรียน”ในสิงคโปร์ลูกค้าแน่นร้าน
ภาพ : AFP
ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีที่ไปเยือนคาเฟ่ทุเรียนแห่งนี้เมื่อสุดสัปดาห์พบบรรยากาศในร้านคึกคัก ลูกค้าจำนวนมากเลือกรับประทานไอศกรีมทุเรียนคลายร้อน ส่วนลูกค้าขาจรซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยว พยายามทดลองรับประทานทุเรียนสักครั้งโดยสวมถุงมือไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีลูกค้าอีกส่วนเข้าแถวรอซื้อขนมกลิ่นทุเรียน หรือซื้อเป็นทุเรียนแกะแล้วโดยใส่ในถุงสุญญาอากาศแน่นหนาสำหรับเดินทางบนเครื่องบิน

มะกันเผย“เครมลินลิสต์”คนใกล้ชิดปูติน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311415

มะกันเผย“เครมลินลิสต์”คนใกล้ชิดปูติน

 สหรัฐ, เครมลิน, เลือกตั้ง, ปูติน

กร.คลังสหรัฐเผยรายนามจนท.-ผู้นำธุรกิจรัสเซียที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทำเนียบเครมลินมีสิทธิจะถูกแซงชั่นภายใต้กม.ที่มุ่งลงโทษรัสเซียฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ

 

รายชื่อส่วนใหญ่ในเอกสารความยาว 7 หน้า เป็นนักการเมืองและเจ้าหน้าที่อาวุโสในรัฐบาลประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน 114 คน ในจำนวนนี้ รวมถึงนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีดมิทรี เมดเวเดฟ ประธานสภาล่างและสภาสูง ตลอดจนเจ้าหน้าที่อาวุโสในสำนักข่าวกรองรัสเซีย ส่วนอีก 96 คนเป็นนักธุรกิจที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน รวมถึง ผู้บริหารบริษัทน้ำมันของรัฐอย่าง รอสเนฟต์ และซเบอร์แบงก์ แต่ละคนมีทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับล่างลงไปกับชาวรัสเซียที่มีทรัพย์สินไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์อีกจำนวนหนึ่งแต่เป็นเอกสารจัดชั้นความลับ

กระทรวงการคลังระบุว่า รวบรวมรายชื่อเหล่านี้โดยใช้เกณฑ์ปราศจากอคติ และได้จากแหล่งข้อมูลเปิด กับย้ำว่าไม่ใช่บัญชีบุคคลที่จะถูกมาตรการแซงชั่นทันที

วันจันทร์เป็นเส้นตายที่รัฐบาลสหรัฐจะต้องเผยรายนามบุคคลและบริษัทรัสเซีย ที่อยู่ในข่ายถูกลงโทษ ภายใต้กฎหมาย “สกัดกั้นคู่ปรปักษ์อเมริกาผ่านกฎหมายแซงชั่น” ที่รัฐสภาสหรัฐผ่านออกมาเมื่อปีที่แล้ว ด้วยความกังวลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องการกระชับสัมพันธ์กับประธานาธิบดีปูติน อาจไม่ยอมใช้มาตรการแข็งกร้าวเพื่อลงโทษรัฐบาลมอสโกและเจ้าหน้าที่รัสเซีย ฐานแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐ ตลอดจนฐานละเมิดสิทธิมนุษยชน การผนวกไครเมียและหนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนทางตะวันออกของยูเครน

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ปฏิเสธลงโทษบริษัทสหรัฐ หรือบริษัทต่างชาติที่ทำธุรกิจกับหน่วยงานข่าวกรองและการทหารของรัสเซีย ซึ่งเป็นข้อกำหนดในกฎหมายใหม่ด้วย โดยกระทรวงให้เหตุผลว่าไม่จำเป็น เพราะรัฐบาลทั่วโลกต่างก็ยุติการทำสัญญากับบริษัทอาวุธรัสเซียแล้ว เพราะเพียงสหรัฐขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตร ก็ถือเป็นมาตรการป้องปรามที่มากพอ

รัสเซียเตือนว่าการจัดทำบัญชีรายนามบุคคลเช่นนี้เท่ากับการแทรกแซงกิจการภายในอย่างร้ายแรง และจะมีผลร้ายแรงตามมา

ผลวิเคราะห์รั่วเผยอังกฤษย่ำแย่หลังเบร็กซิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311413

ผลวิเคราะห์รั่วเผยอังกฤษย่ำแย่หลังเบร็กซิต

เทเรซา เมย์, เบร็กซิต

รัฐบาลอังกฤษถูกกดดันให้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจ จากการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) หลังรายงานภายในที่รัฐบาลจัดทำไว้รั่ว

รัฐบาลอังกฤษถูกกดดันให้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิต) หลังรายงานภายในที่รัฐบาลจัดทำไว้รั่วมาอยู่ในมือสื่ออย่างเว็บไซต์ข่าว บัซฟีดนิวส์ เมื่อวันจันทร์ ซึ่งชี้ว่า อุตสาหกรรมของอังกฤษจะได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะตกต่ำลงไม่ว่าข้อตกลงที่บรรลุกับอียูจะออกมาในรูปแบบใด

ผลประเมินทำให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ยิ่งตกที่นั่งลำบากขณะเผชิญกับเสียงวิจารณ์จากบรรดาผู้นำอียูว่าอังกฤษไม่มียุทธศาสตร์เบร็กซิตอย่างชัดเจน

หน่วยงานที่รับผิดชอบการออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ ไม่ปฏิเสธหรือแย้งว่าเป็นรายงานตัวจริงหรือไม่ แต่ระบุว่าไม่พร้อมแสดงความคิดเห็น เพราะเป็นงานภายใน ขณะที่บัซฟีด นิวส์ ถามแหล่งข่าวว่าเหตุใดจึงไม่มีการเผยแพร่รายงานต่อสาธารณะ ได้รับคำตอบว่า เพราะเป็นเรื่องน่าอับอาย

รายงานวิเคราะห์ภายในรั่วไหลไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรัฐมนตรีจากสมาชิกอียู 27 ประเทศ รับรองเงื่อนไขช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนสรุปความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างกัน โดยที่อังกฤษยังคงรักษาสิทธิประโยชน์จากความเป็นสมาชิกไว้ได้ต่ออีก 21 เดือน แต่ไม่สามารถขัดขวาง หรือเสนอกฎหมายใหม่ในอียูในช่วงเวลานี้

อังกฤษตกอยู่ในความไม่แน่นอนตั้งแต่ลงประชามติเลือกออกจากอียู เมื่อมิถุนายน 2558 หลายเดือนให้หลัง ค่าเงินปอนด์ดิ่งลงเมื่อเทียบดอลลาร์กับยูโร และแม้เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ที่ 0.5% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่เป็นอัตราเติบโตย่ำแย่ที่สุดนับจากปี 2555 ซึ่งปีนั้นอยู่ที่ 1.8% ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอนที่เคยเฟื่องฟู ก็ซบเซาลงในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โมนาร์ช สายการบินใหญ่อันดับ 5 ล้มเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว และยักษ์ก่อสร้าง คาริลเลียน ยื่นขอเลิกกิจการเพราะภาระหนี้สินท่วมตัวในเดือนนี้ ซึ่งเบร็กซิตถูกกล่าวโทษว่าเป็นสาเหตุหนึ่ง

    ใจความสำคัญในผลวิเคราะห์
** รายงานภายในที่ บัซฟีด นิวส์ นำมาเผยแพร่ ลงวันที่ในเดือนมกราคม 2561 มองภาพสมมุติ 3 อย่างที่อาจเกิดขึ้นจากเบร็กซิต ได้แก่

1.หากไม่สามารถทำความตกลงทางการค้าในอนาคตกับอียูได้ กลับไปอยู่ในกรอบองค์การการค้าโลก อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอังกฤษอาจตกฮวบมากถึง 8% ในช่วงเวลา 15 ปี

2.อย่างดีที่สุด คืออังกฤษยังอยู่ในตลาดเดียวของอียู แต่ไม่ได้อยู่ในฐานะสมาชิก อัตราการเติบโตจะตกลง 2% เมื่อเทียบกับตัวเลขคาดการณ์ ณ ปัจจุบัน ในระยะ 15 ปีข้างหน้า

3.หากอังกฤษสามารถทำความตกลงการค้ากับอียูได้ครบถ้วน แต่อยู่นอกตลาดเดียว และสหภาพศุลกากร (ข้อตกลงยกเว้นภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างสมาชิก) อัตราเติบโตจะลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ปัจจุบัน 5%

** ข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างอังกฤษกับสหรัฐ จีน อินเดีย และประเทศอื่นๆ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ แต่ก็ไม่มากพอชดเชยรายได้ที่หายไปจากการออกจากอียู

** เกือบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอังกฤษ ยกเว้นเกษตรกรรม จะกระทบหนัก และบั่นทอนสถานะของกรุงลอนดอนในฐานะศูนย์กลางการเงินอย่างรุนแรง

แบน”รอยเตอร์ส”พิธีเปิดโอลิมปิกพย็องชาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311412

แบน”รอยเตอร์ส”พิธีเปิดโอลิมปิกพย็องชาง

รอยเตอร์ส, คบเพลิง, โอลิมปิก, โชซอน ร

รอยเตอร์สสำนักข่าวและภาพข่าวระดับโลกสร้างความผิดหวังแก่ผู้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวพย็องชางกรณีปล่อยภาพถ่ายการซ้อมใหญ่จุดคบเพลิงในพิธีเปิดไม่ได้รับอนุญาต

 

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์โชซอน รายงานว่า ช่วงเวลา 24.00-01.00 น.ของวันจันทร์ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์สส่งภาพคมชัดสูง 9 ภาพ แสดงนาทีจุดคบเพลิงที่ประติกรรมรูปหม้อต้มในสนามโอลิมปิกหลัก จากพิธีซ้อมใหญ่ก่อนพิธีเปิดจริงในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ให้แก่ลูกค้า แต่หลังจากถูกประท้วงจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) และคณะกรรมการจัดการแข่งขันของเกาหลีใต้ สำนักข่าวของอังกฤษรายนี้ได้แจ้งลูกค้าในเช้าวันเดียวกันว่า เป็นการส่งโดยผิดพลาด ขอไม่ให้ใช้และลบภาพเหล่านั้นออกจากระบบทันที

แต่ความเสียหายก็เกิดขึ้นแล้ว ทำให้ห้วงเวลาที่ถือเป็นไฮไลท์ที่ผู้ชมตั้งหน้าตั้งตารอดู และผู้จัดจะปิดเป็นความลับจนถึงนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เซอร์ไพรส์อย่างที่ผู้เตรียมงานคาดหวัง

สำนักข่าวยนฮัพ รายงานว่า ไอโอซีลงโทษด้วยการห้ามรอยเตอร์สทำข่าวและถ่ายภาพพิธีเปิด กับยึดบัตรสื่อมวลชนของช่างภาพรอยเตอร์ส ขณะคณะกรรมการจัดโอลิมปิกพย็องชางเตือนว่าจะลงโทษสถานหนักกับสำนักข่าวและผู้สื่อข่าวที่เสนอข่าวพิธีเปิดและพิธิปิดขณะยังไม่ถึงเวลาที่ไอโอซีและคณะกรรมการจัดการแข่งขันร้องขอไว้

“ทรัมป์”ชี้การค้าสหรัฐ-อียูไม่ยุติธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311321

“ทรัมป์”ชี้การค้าสหรัฐ-อียูไม่ยุติธรรม

อเมริกาต้องมาก่อน, โดนัลด์ ทรัมป์, การค้า, สหรัฐ-อียู, ่ ทรัมป์, คมชัดลึกออนไลน์, ทรัมป์

“โดนัลด์ ทรัมป์”ชี้การค้าสหรัฐ-อียู ไม่ยุติธรรม

          นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ วิจารณ์ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ที่เขามองว่าไม่ยุติธรรม โดยเตือนว่า ความขัดแย้งทางการค้าอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่

          ทรัมป์กล่าวว่า “สหภาพยุโรปปฏิบัติต่อสหรัฐอย่างไม่เป็นธรรมในด้านการค้า ผมมีปัญหามากมายกับอียู และมันอาจก่อให้เกิดปัญหาใหญ่”

        ปธน.สหรัฐได้เน้นย้ำจุดยืนของตนเองในขณะให้สัมภาษณ์กับเพียร์ซ มอร์แกน พิธีกรรายการกู๊ด มอร์นิง บริเทน โดยวิจารณ์ว่าประเทศอื่นๆ พยายามตักตวงผลประโยชน์จากสหรัฐด้วยแนวทางการค้าที่ไม่ยุติธรรม

         ในประเด็นตลาดอียูนั้น ทรัมป์กล่าวว่า “เราไม่สามารถรับได้ สินค้าจากอียูวางจำหน่ายในสหรัฐโดยไม่จ่ายภาษี หรือจ่ายในอัตราที่น้อยมาก”

         สำหรับในการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น ทรัมป์ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นอย่างมาก หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในปีที่แล้ว

“ทรัมป์”ชี้การค้าสหรัฐ-อียูไม่ยุติธรรม

         ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการปฏิรูปภาษีของเขาได้ทำให้บริษัทสหรัฐกลับมาลงทุนในประเทศ และเขายังได้กล่าวเชิญชวนประเทศต่างๆ เข้าลงทุนในสหรัฐ

         นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวปกป้องนโยบาย“อเมริกาต้องมาก่อน” โดยกล่าวว่า คำว่า‘อเมริกาต้องมาก่อน’ ไม่ได้หมายความว่า สหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์อเมริกาเท่านั้น เพราะว่าเมื่อเศรษฐกิจของสหรัฐขยายตัว เศรษฐกิจโลกก็ขยายตัวเช่นกัน

สวีเดนร่วมอาลัย..”คัมพรัด”ผู้ก่อตั้ง“อิเกีย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311286

สวีเดนร่วมอาลัย..”คัมพรัด”ผู้ก่อตั้ง“อิเกีย”

คมชัดลึกออนไลน์, ่ ่ ข่าวต่างประเทศ, ในวัย 91, อีเกีย, อิงวาร์ คัมพรัด ผู้ก่อตั้งอิเกีย, สวีเดน, สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน, โลก, ในประเทศไทย, คัมพรัด

พระราชวงศ์และนักการเมืองสวีเดน แสดงความอาลัยต่อการจากไปของ“อิงค์วาร์ คัมพรัด”ผู้ก่อตั้งเชนค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ยักษ์ใหญ่“อิเกีย”เสียชีวิตในวัย 91ปี

        สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ทรงมีพระราชดำรัสถึง “อิงค์วาร์ คัมพรัด” ผู้ก่อตั้งอิเกีย ในอีเมลที่ส่งไปยังสำนักข่าวทีทีว่า คัมพรัด ผู้รังสรรค์สินค้าปลีกในครัวเรือน ทำให้ประเทศสวีเดนเป็นที่รู้จักในโลกและเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะและมีความมุ่งมั่นสูง ขณะที่นายกรัฐมนตรีสเตฟาน โลฟแวน เรียกเขาว่า เป็นนักธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร ผู้สร้างเฟอร์นิเจอร์ในครัวเรือน ที่คนหลายล้านสามารถหาซื้อได้

        คัมพรัด เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านในจังหวัดสมอแลนด์ ซึ่งปกคลุมไปด้วยป่า และคนที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องความประหยัดและฉลาดช่างคิด และคัมปราดมีทั้ง 2 ลักษณะนี้ในตัว เขาขับรถยี่ห้อวอลโว่คันเก่า ไม่สวมเสื้อผ้าราคาแพง และยอมรับในหนังสือเกี่ยวกับประวัติของอิเกียว่า เขามักรอซื้อผักราคาถูกตอนใกล้ตลาดวาย

สวีเดนร่วมอาลัย.."คัมพรัด"ผู้ก่อตั้ง“อิเกีย”

นายอิงค์วาร์ คัมพรัด

         เขาเริ่มมีหัวธุรกิจตั้งแต่ 5 ขวบ ด้วยการปั่นจักรยานไปขายไม้ขีดไฟให้เพื่อนบ้าน โดยซื้อไม้ขีดไฟราคาส่งมาจากกรุงสตอกโฮล์ม และนำมาขายปลีกในราคาต่ำแต่ยังได้กำไร จากนั้นได้เพิ่มสินค้าเป็นปลา เครื่องประดับต้นคริสต์มาส เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ ดินสอและปากกา ก่อนหันมาใช้สื่อโฆษณาในหนังสือพิมพ์และขายของผ่านแคตตาล็อคสินค้าที่ทำขึ้นมาเอง และส่งสินค้าผ่านรถขนส่งนมที่สถานีรถไฟ

        ปี 2493 เขาเริ่มนำเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตแถวบ้านมาขายผ่านแคตตาล็อคสินค้า และเน้นขายเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ราคาต่ำ ซึ่งกลายเป็นคอนเซ็ปของอิเกีย ที่ลูกค้าสามารถนำไปประกอบเองที่บ้านได้ เขายอมรับว่าเคยสนับสนุนผู้นำลัทธิฟาสซิสต์ในสวีเดนที่มีความคิดขวาจัดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เขาเสียใจอย่างมาก และขอให้ยกโทษกับความคิดอันโง่เขลาในอดีต คัมปราดมีลูกสาว 1 คน จากการแต่งงานกับภรรยาคนแรก และลูกชายอีก 3 คนจากการแต่งงานอีกครั้ง

        ขณะเดียวกัน อีเกีย แถลงว่า “อิงวาร์ คัมพรัด” ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกเฟอร์นิเจอร์แบบแผ่น เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักของเขาในเมืองสมอแลนด์ พร้อมยกย่องนายคัมพรัดว่า เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่สุดแห่งศตวรรษ 20

       มหาเศรษฐีรายนี้ ก่อตั้งอีเกียขึ้นมา ในขณะที่เขามีอายุได้เพียง 17 ปีเท่านั้น โดยใช้เงินทุน จากเงินที่บิดาให้เป็นของขวัญ จากการที่เขาเรียนได้ดี แม้จะเป็นโรคดิสเล็กเซีย หรือโรคความบกพร่องในการอ่านหนังสือ

        เขาเริ่มพัฒนาออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และมีชื่อเสียงในการคิดค้นเฟอร์นิเจอร์แบบแผ่น ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบถอดประกอบอีกชนิดหนึ่ง แต่จะมีการออกแบบที่สลับซับซ้อนมากกว่า สร้างสรรค์กว่า เพราะจะใช้วัสดุเป็นแผ่น เพียงแผ่นเดียวมาทำ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุใดก็ตาม

        นายคัมพรัดเริ่มนำเฟอร์นิเจอร์ที่เขาออกแบบจำหน่ายในบ้านเกิด ก่อนจะขยายตลาด กลายเป็นแบรนด์ที่ขยายความนิยมไปทั่วสแกนดิเนเวีย และทวีปยุโรป ซึ่งปัจจุบันอิเกียมีสาขามากกว่า 50 แห่งทั่วโลก รวมถึง ในประเทศไทย

ไฟไหม้“สลัมเคนยา” ดับ 4 ไร้ที่อยู่ 6 พันคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311269

ไฟไหม้“สลัมเคนยา” ดับ 4 ไร้ที่อยู่ 6 พันคน

ลังกาตา, ไฟไหม้, สลัม, ไนโรบี, เคนยา

เหตุเพลิงไหม้ย่านชุมชนแออัดชานเมืองหลวงของเคนยา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 คน ไร้ที่อยู่อาศัยราว 6,000 คน

 

เหตุเพลิงไหม้ย่านชุมชนแออัด “ลังกาตา” ชานกรุงไนโรบีของเคนยา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และอีกราว 6,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย ขณะที่ ส.ส.ในพื้นที่บอกว่า แม้รถดับเพลิงจะไปถึงที่เกิดเหตุในเวลาไม่กี่นาที แต่ไม่อาจยับยั้งไฟที่กำลังลุกลามได้ เพราะน้ำหมด หน่วยกาชาด ระบุว่า ต้องใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมงกว่าเพลิงจะสงบ

ส.ส.ในพื้นที่ระบุด้วยว่า ได้ร้องขอรถดับเพลิงจากค่ายทหารที่อยู่ใกล้เคียงและจากสนามบิน แต่ไม่สำเร็จเพราะติดขั้นตอนทางราชการ บางคนตำหนิประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา ที่ไม่จัดหารถดับเพลิงให้ชุมชนนี้ ทั้งที่เพิ่งจะเปิดตัวรถดับเพลิงชุดใหม่เมื่อปีที่แล้ว ส่วนผู้ว่าราชการกรุงไนโรบี ได้ทวิตว่า สั่งให้มีการสืบสวนอย่างเต็มที่ต่อเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น และผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย