เผยค่ายรถเยอรมันทดลองไอเสียกับลิงและคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311261

เผยค่ายรถเยอรมันทดลองไอเสียกับลิงและคน

 คน, ลิง, โฟล์กสวาเกน

โฟล์กสวาเกน ค่ายยานยนต์รายใหญ่สุดของโลก กำลังตกที่นั่งลำบากรอบใหม่

 

โฟล์กสวาเกน ค่ายยานยนต์รายใหญ่สุดของโลก ซึ่งเคยเผชิญมรสุมเรื่องอื้อฉาวโกงค่ามลพิษจากไอเสียรถยนต์ ราว 3 ปีก่อน กำลังตกที่นั่งลำบากรอบใหม่กรณีมีรายงานว่าบริษัทพยายามหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเทคโนโลยีดีเซลรุ่นใหม่สะอาดกว่าในอดีตมาก ด้วยการให้ทุนสนับสนุนการทดลองผลกระทบพิษไอเสียรถยนต์กับคนและลิง

นิวยอร์กไทมส์ รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า โฟล์กสวาเกนและผู้ผลิตรถยนต์ร่วมชาติอย่าง เดมเลอร์ และบีเอ็มดับเบิลยู ก่อตั้งและให้ทุนสนับสนุนองค์กรชื่อ กลุ่มวิจัยยุโรปว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในภาคขนส่ง (อียูจีที) ในกรุงเบอร์ลินเมื่อปี 2550 ให้ทำการศึกษาโดยมีเป้าหมายปกป้องการใช้น้ำมันดีเซล ต่อมา อียูจีทีได้มอบหมายให้สถาบันวิจัยทางเดินหายใจเลิฟเลซ ในรัฐนิวเม็กซิโก ออกแบบการทดลอง โดยจับลิง 10 ตัวเข้าไปอยู่ในห้องปิดไม่ให้อากาศเข้า ให้ดูการ์ตูนบนหน้าจอ และสูดควันจากเครื่องยนต์ดีเซลของโฟล์สกวาเกน รุ่นบีทเทิล ที่ติดซอฟต์แวร์โกงอ่านค่ามลพิษและปล่อยควันออกมาจากอีกห้องหนึ่ง แต่นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันที่ทำการทดลองไม่ทราบว่ารถยนต์ที่ใช้ติดอุปกรณ์ฉ้อฉล ส่วนผลศึกษานั้นไม่มีบทสรุปและไม่ได้รับการเผยแพร่

นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า อียูจีที เริ่มวิจัยเมื่อปี 2557 เพื่อหวังใช้ทัดทานการตัดสินใจในปี 2555 ขององค์การอนามัยโลกที่จัดหมวดไอเสียดีเซล เป็นสารก่อมะเร็ง

เรื่องอื้อฉาวที่ขนานนามว่า ดีเซลเกต ของโฟล์กสวาเกน เกิดขึ้นเมื่อปี 2558 เมื่อบริษัทยอมรับว่าหลอกลวงค่ามลพิษกับรถยนต์ 11 ล้านคันทั่วโลก เพื่อให้ได้เกณฑ์ปล่อยไอเสีย แต่แท้จริง ปล่อยมลพิษเกินเกณฑ์อนุญาต 40 เท่า

เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก ระบุว่ามีหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า การสูดไนโตรเจนไดออกไซด์ในไอเสียดีเซล ทำให้อาการหลอดลมอักเสบและหอบหืดรุนแรงขึ้น ทั้งอาจทำให้ระบบทางเดินหายใจติดเชื้อ กับลดประสิทธิภาพการทำงานของปอดและการเจริญเติบโต ควันพิษชนิดนี้เกี่ยวโยงกับการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากโรคหัวใจและทางเดินหายใจ

ด้าน สื่อเยอรมัน ซืดดอยเชอ และชตุทการ์เทอร์ รายงานเพิ่มว่า อียูจีทียังทำการทดลองมุ่งดูผลกระทบจากการสูดไนโตรเจนไดออกไซด์ของคนสุขภาพดีจำนวน 25 คน ช่วงปี 2545–2558 ซึ่งต่อมา โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองอาเชน ได้ตรวจสุขภาพของคนกลุ่มนั้นหลังจากที่พวกเขาสูดไอเสียปริมาณต่างๆ กันเป็นเวลาหลายชั่วโมง

บาร์บารา เฮนดริกส์ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมเยอรมนี กล่าวว่า สิ่งที่รับรู้จากสื่อคือความน่ารังเกียจ อุตสาหกรรมรถยนต์และนักวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง จะต้องชี้แจงบทบาทตัวเอง

รัฐโลเออร์ แซกโซนี ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโฟล์กสวาเกน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เปิดเผยการทดลองที่ทำมาทั้งหมดและขอหลักประกันว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก “การปล่อยให้ลิง 10 ตัวสูดไอเสียรถยนต์นานหลายชั่วโมงเพื่อพิสูจน์ว่าปริมาณการปล่อยก๊าซมลพิษจากรถที่ผลิตลดลง เป็นการกระทำที่ไร้สาระและน่าขยะแขยง” นายกรัฐมนตรีชเตเฟน ไวล์ ของรัฐโลเออร์ แซกโซนีกล่าว

แต่โฆษกแดมเลอร์ เจ้าของยี่ห้อเมอร์เซเดซ-เบนซ์ กล่าวว่า บริษัทรู้สึกช็อกกับผลศึกษาและวิธีการที่นำมาใช้ พร้อมระบุว่ากำลังตรวจสอบความเป็นมาของการทดลอง บริษัทยืนยันว่าไม่สนับสนุนการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไร้ศีลธรรม เช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยู ที่ยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทดลองอื้อฉาว

ราชวงศ์-นักการเมืองสวีเดนอาลัยผู้ก่อตั้งอิเกีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311257

ราชวงศ์-นักการเมืองสวีเดนอาลัยผู้ก่อตั้งอิเกีย

รเฟอร์นิเจอร์, อิเกีย,  สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16

สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน มีพระราชดำรัสถึง “อิงวาร์ คัมพราด” ลูกชาวนาที่กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านผู้ก่อตั้งอาณาจักรอิเกีย

ปฏิวัติวงการเฟอร์นิเจอร์ ว่าเป็นผู้รังสรรค์สินค้าปลีกในครัวเรือน ทำให้ประเทศสวีเดนเป็นที่รู้จักในโลกและเป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างสมถะและมีความมุ่งมั่นสูง ขณะที่นายกรัฐมนตรีสเตฟาน โลฟแวน เรียกเขาว่า เป็นนักธุรกิจที่ไม่เหมือนใคร ผู้สร้างเฟอร์นิเจอร์ในครัวเรือน ที่คนหลายล้านสามารถหาซื้อได้

คัมพราดเสียชีวิตอย่างสงบเมื่อวันที่ 28 มกราคม ขณะอายุ 91 ปี ที่บ้านในจังหวัดสมาแลนด์ ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ปกคลุมไปด้วยป่า ผู้คนที่นั่นยังเป็นที่รู้จักในเรื่องความประหยัดและฉลาดช่างคิด ซึ่งคัมพราดมีทั้ง 2 ลักษณะนี้ในตัว เขาขับรถยี่ห้อวอลโว่คันเก่า ไม่สวมเสื้อผ้าราคาแพง และยังยอมรับในหนังสือเกี่ยวกับประวัติของอิเกียว่า เขามักรอซื้อผักราคาถูกตอนใกล้ตลาดวาย

ผู้ก่อตั้งอิเกีย เริ่มมีหัวธุรกิจตั้งแต่ 5 ขวบ ด้วยการปั่นจักรยานไปขายไม้ขีดไฟที่ซื้อราคาส่งมาจากกรุงสตอกโฮล์มไปขายราคาปลีกให้เพื่อนบ้าน แม้ขายราคาต่ำแต่ก็ยังได้กำไร จากนั้นได้เพิ่มสินค้า รวมทั้งเครื่องประดับต้นคริสต์มาส เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ ดินสอและปากกา ก่อนหันมาใช้สื่อโฆษณาในหนังสือพิมพ์และขายของผ่านแคตตาล็อกสินค้าที่ทำขึ้นมาเอง และส่งสินค้าผ่านรถขนส่งนมที่สถานีรถไฟ ก่อนก่อตั้งบริษัทอิเกียขณะอายุเพียง 17 ปี

ปี 2493 เริ่มนำเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตแถวบ้านมาขายผ่านแคตตาล็อก และเน้นขายเฟอร์นิเจอร์ราคาต่ำที่ต่อมากลายเป็นคอนเซ็ปต์ของอิเกีย ที่ลูกค้าสามารถนำไปประกอบเองที่บ้านได้

คอมพราดยอมรับว่าเคยสนับสนุนผู้นำลัทธิฟาสซิสม์ในสวีเดน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และบอกว่าเป็นการตัดสินใจที่ทำให้เขาเสียใจอย่างมาก และขอให้ยกโทษให้แก่ความคิดอันโง่เขลาในอดีต

ความสำเร็จของคัมพราดไม่ได้ปลอดจากเรื่องอื้อฉาวเสียทีเดียว ในปี 2516 เขาหลบหนีโครงสร้างภาษีอัตราสูงกว่าในประเทศไปยังเดนมาร์ก ก่อนไปหาที่ภาษีต่ำลงอีกในสวิตเซอร์แลนด์

คณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่าได้เริ่มสอบสวนกรณีอิเกียใช้บริษัทลูกในเนเธอร์แลนด์ ลดภาษีรายได้จากห้างอิเกียทั่วโลก ขณะพรรคกรีน ในรัฐสภายุโรป เผยว่า อิเกียเลี่ยงภาษีในอียู ช่วงปี 2552-2557 ราว 1,000 ล้านยูโร และกลุ่มผู้สื่อข่าวเชิงสอบสวน เปิดโปงว่า อิเกียเป็นหนึ่งในบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่เลี่ยงภาษีนิติบุคคลด้วยการโยกเงินไปแหล่งหลบเลี่ยงภาษี

นิตยสาร บีลาน ของสวิตเซอร์แลนด์ประเมินทรัพย์สมบัติของคัมพราดเมื่อปีที่แล้ว อยู่ที่ราว 3.73 หมื่นล้านยูโร

ตร.โหดบังคับหญิงข้ามเพศแต่งชาย-ตัดผม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311245

ตร.โหดบังคับหญิงข้ามเพศแต่งชาย-ตัดผม

ตำรวจอินโดนีเซีย ใช้กรรไกรตัดผมหญิงข้ามเพศ บังคับให้พวกเธอสวมเสื้อผ้าผู้ชายและพูดด้วยเสียงแบบผู้ชาย

ตำรวจอินโดนีเซียในอาเจะห์ บุกตรวจร้านเสริมความงามหลายแห่งในจังหวัด ก่อนกวาดจับลูกจ้างข้ามเพศ 12 คน โดยกล่าวหาว่า พวกเธอละเมิดกฎหมายศาสนา นอกจากนี้หัวหน้าตำรวจท้องถิ่น อาห์หมัด อุนตุง ซูเรียตานา กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากมารดาที่มีลูกชายจำนวนหนึ่งว่า ถูกหญิงข้ามเพศเหล่านี้หยอกล้อ “จำนวนพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผมไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น”

รายงานระบุว่า ขณะที่ตำรวจควบคุมตัวช่างเสริมสวยไปยังสถานีตำรวจ ชาวบ้านหลายสิบคนพยายามเข้าไปรุมทำร้าย แต่ทางการเข้าขวางไว้ ต่อมาตำรวจใช้กรรไกรบังคับตัดผมของผู้ถูกควบคุมตัวบางคน และบังคับให้พวกเธอสวมเสื้อผ้าผู้ชายและพูดด้วยเสียงแบบผู้ชาย

สตรีข้ามเพศเหล่านี้จะถูกควบคุมตัวไว้ช่วงหนึ่งก่อนส่งเข้ารับการอบรมแบบทหาร 5 วัน เพื่อพยายามเปลี่ยนท่าเดินและการพูด รวมถึงรับการสั่งสอนด้านศีลธรรมจากนักการศาสนาท้องถิ่น ตำรวจ กล่าวว่า เราต้องการเปลี่ยนสภาพจิตใจพวกเขาเพื่อให้เป็นคนดีขึ้น

อาเจะห์ได้รับสิทธิปกครองตนเองระดับสูง เป็นจังหวัดเดียวที่บังคับใช้กฎหมายอิสลามในประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นจังหวัดเดียวที่เพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับชายเป็นอาชญากรรม

ในเดือนเดียวกันนี้ ชาวคริสเตียนคนหนึ่งเพิ่งถูกโบยในที่สาธารณะ ฐานขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลายเป็นคนที่ไม่ใช่มุสลิมคนที่ 3 ในอินโดนีเซียที่โดนโทษโบยในที่สาธารณะ

 ———————

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : LOE TUBEPolisi dan Masyarakat Razia PEKAT Sejumlah LGBT Diciduk)

สยอง !! เครื่องเอ็มอาร์ไอดูดหนุ่มอินเดียดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311244

สยอง !! เครื่องเอ็มอาร์ไอดูดหนุ่มอินเดียดับ

เสียชีวิต, ดูด, ถังออกซิเจน, เอ็มอาร์ไอ,  อินเดีย, ข่าวต่างประเทศ

โลหะถังออกซิเจนทำปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กแรงสูง ดูดชายชาวอินเดีย วัย 32 ปี และถังเข้าไปอย่างแรง เหยื่อตัวบวม-เลือดออกมาก ก่อนเสียชีวิต

 

ราเชษฐ์ มารุ ชายชาวอินเดีย วัย 32 ปี ต้องเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากความประมาทเพียงครั้งเดียวในโรงพยาบาล หลังถูกเครื่องเอ็มอาร์ไอดูดเข้าไป ขณะไปเยี่ยมและพาญาติไปตรวจ โดยถือเครื่องช่วยหายใจที่มีถังออกซิเจนเข้าไปด้วย

เอ็มอาร์ไอ เป็นเครื่องตรวจใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงเพื่อบันทึกและแสดงภาพอวัยวะภายในร่างกาย วัตถุใดก็ตามที่มีโลหะปนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นอัญมณี เสื้อผ้าที่มีไฟเบอร์โลหะ ซิป กระดุม โครงเสื้อชั้นนำ หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ฝังทางการแพทย์ ไม่อนุญาตให้นำเข้าไปภายในห้องเอ็มอาร์ไอโดยเด็ดขาด

เหตุเกิดเมื่อค่ำวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ที่โรงพยาบาลนาอีร์ ในเมืองมุมไบ ขณะเหยื่อพาญาติผู้ใหญ่ไปเข้าเครื่องสแกนโดยถือถังออกซิเจนไปกับเธอ ญาติของเหยื่อ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ประจำแผนกยืนยันว่ามารุสามารถถือถังออกซิเจนเข้าไปได้ เพราะเครื่องเอ็มอาร์ไอปิดอยู่ ขณะที่แพทย์กับช่างเทคนิคไม่ได้พูดอะไร แต่พอเข้าไป ปรากฏว่าเครื่องเปิดอยู่ โลหะถังออกซิเจนทำปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กแรงสูง ดูดทั้งมารุและถังเข้าไปอย่างแรง ถังออกซิเจนเสียหายหลังกระแทกกับเครื่องมือ

เมื่อเจ้าหน้าที่ดึงร่างของเหยื่อออกมาได้ แต่เวลานั้นตัวบวมแล้วและเลือดออกมาก มารุเสียชีวิตเพียง 10 นาทีหลังถึงห้องฉุกเฉิน ตำรวจสรุปผลสอบเบื้องต้นว่า หนุ่มเคราะห์ร้ายเสียชีวิตจากสูดออกซิเจนเหลวที่รั่วออกมาจำนวนมาก และจับกุมแพทย์กับเจ้าหน้าที่ประจำห้อง ในข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

 

สยอง !! เครื่องเอ็มอาร์ไอดูดหนุ่มอินเดียดับ

ภาพ : เฟซบุ๊ก

 

ฮาริช โซลานคี น้องเขยของผู้ตาย กล่าวว่า มารดาของเขาเข้าโรงพยาบาล และมารุไปเยี่ยม ไม่คาดคิดเลยว่าจะทำให้เขาประสบชะตากรรมเช่นนั้นได้

ราเมช บาร์มาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวว่า ได้เริ่มสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงและได้มอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้แก่ตำรวจ

เบื้องต้น ทางการรัฐมหาราษฏระ ซึ่งมีมุมไบเป็นเมืองหลวง ประกาศมอบเงินชดเชยแก่ครอบครัวเหยื่อ 5 แสนรูปี (ประมาณ 2.5 แสนบาท)

ก่อนหน้านี้ ในปี 2557 เคยเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 2 คนบาดเจ็บ หลังถูกเครื่องเอ็มอาร์ไอตรึงไว้กับถังออกซิเจนซึ่งเป็นโลหะนาน 4 ชั่วโมง ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี และอีกกรณีในปี 2544 เด็กชายวัย 6 ขวบ ที่เข้ารับการตรวจเอ็มอาร์ไอในนิวยอร์ก เสียชีวิตเพราะถังออกซิเจนถูกดูดเข้าไปที่เครื่องมือและหล่นทับกะโหลกศีรษะ

จีนสุดล้ำ….ใช้ 70 นาที ประกอบสะพานยักษ์เชื่อม “ปักกิ่ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311142

จีนสุดล้ำ….ใช้ 70 นาที ประกอบสะพานยักษ์เชื่อม “ปักกิ่ง”

สะพาน, จีน, ประกอบ, เมืองกวางโจว, ทางหลวง ซัวเถา-คุนชาน, กวางตุ้ง, ปักกิ่ง

จีนสุดล้ำ!! ใช้ 70 นาที ประกอบสะพานยักษ์เชื่อม “ปักกิ่ง” และนี่เป็นครั้งแรกที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการประกอบสะพานขนาดใหญ่ของจีน

          ไปดูภาพการประกอบสะพาน 2 ส่วน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของถนนทางหลวง ซัวเถา-คุนชาน ในมณฑลกวางตุ้ง ของจีน ที่ทอดข้ามทางรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมระหว่างกรุงปักกิ่งกับเมืองกวางโจว โดยในคลิปจะเห็นส่วนประกอบของสะพานทั้ง 2 ส่วน ค่อยๆ หมุนไปประกอบบนฐานโดยพร้อมเพรียง และใช้เวลาเพียง 70 นาที และนี่เป็นครั้งแรกที่แสดงถึงความก้าวหน้าในการประกอบสะพานขนาดใหญ่ของจีน

………………………………..
ที่มา : China Xinhua News

ภูเขาไฟ“มายอน” ส่อแววระเบิดรุนแรงขึ้นอีก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311135

ภูเขาไฟ“มายอน” ส่อแววระเบิดรุนแรงขึ้นอีก

ภูเขาไฟมายอน, ระเบิด, ปะทุ, ฟิลิปปินส์, มายอน

ภูเขาไฟมายอนของฟิลิปปินส์ ยังคงส่งสัญญาณการระเบิดค่อนข้างถี่ในวันนี้ และอาจเกิดระเบิดรุนแรงขึ้นอีก หลังมีกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากปากปล่อง

 

ภูเขาไฟมายอน ของฟิลิปปินส์ ยังส่งคงส่งสัญญาณการระเบิดค่อนข้างถี่และอาจมีการระเบิดรุนแรงอีก หลังจากมีกลุ่มควันลอยขึ้นมาจากปากปล่อง ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 13ม.ค. เป็นต้นมา ภูเขาไฟลูกนี้ได้พ่นลาวา เถ้าภูเขาไฟและหินหลอมละลายจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านมากกว่า 78,000 คน ต้องอพยพทิ้งบ้านเรือน

ภูเขาไฟมายอน ตั้งอยู่ที่จังหวัดอัลเบย์ และเกิดการปะทุและระเบิดย่อยๆ ราว 50 ครั้ง ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อปี 2556 ได้เกิดการปะทุที่ทำให้นักปีนเขาเสียชีวิต 5 คน หลังจากพวกเขาปีนขึ้นเกือบถึงยอด แม้จะได้รับการคำเตือนแล้ว

ภูเขาไฟ“มายอน” ส่อแววระเบิดรุนแรงขึ้นอีก
ภาพ : AFP

น้ำท่วมกว่า 200 เมืองในฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/311110

น้ำท่วมกว่า 200 เมืองในฝรั่งเศส

วิลแยน-ซุค-แซน,  ฝรั่งเศส, น้ำท่วม, วีชีครู

กว่า 200 เมืองในฝรั่งเศส ต้องเผชิญน้ำท่วมหนัก ในขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำแซนกำลังจะขึ้นสู่จุดสูงสุด ปิดถนนและโรงเรียน และอพยพที่โรงพยาบาลหลายแห่ง

 

ระดับน้ำในแม่น้ำแซน สูงกว่าระดับปกติแล้ว 13 ฟุต และกลายเป็นฤดูหนาวที่เปียกโชกที่สุด นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 มีการเตรียมพร้อมระดับสูงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟ ด้วยการปิดชั้นล่าง พิพิธภัณฑ์ออร์แซและพิพิธภัณฑ์ออแร็งเจอรี ก็เสี่ยงจะถูกน้ำท่วมเช่นกัน

สำนักงานป้องกันน้ำท่วม “วีชีครู” เชื่อว่า ระดับน้ำจะยังคงสูงขึ้นจนถึง 13 ฟุต ภายในวันนี้ มีรายงานความเสียหายใน 240 เมือง ขณะที่กรุงปารีสก็เผชิญน้ำท่วมหนัก ทำให้ต้องอพยพประชาชน 1,500 คน

ชั้นล่างของอาคารบางแห่งใน “วิลแยน-ซุค-แซน” จมหายไปกับน้ำ ประชาชนต้องใช้เรือแทนรถยนต์ แต่บริษัทให้บริการเรือด่วน กลับได้รับผลกระทบเพราะทางการห้ามการสัญจรทางน้ำทุกชนิด และตำรวจยังปรับคนที่ใช้เรือแคนูในแม่น้ำแซนด้วย

…………………………………………….
https://www.youtube.com/watch?v=9wwBRfTYR0M

โตเกียวอากาศแปรปรวนหนาวสุดในรอบ 48 ปี ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310819

โตเกียวอากาศแปรปรวนหนาวสุดในรอบ 48 ปี ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

ป่วน, หนาว, โตเกียว

หน่วยรถพยาบาลในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น ได้รับแจ้งเหตุมากเป็นประวัติการณ์ หลังเผชิญสภาพอากาศหนาวจัด อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

 

หน่วยดับเพลิงในกรุงโตเกียว ที่ให้บริการรถพยาบาล ต้องเผชิญสถานการณ์ที่วุ่นวายที่สุดในรอบกว่า 80 ปี อันเนื่องมาจากสภาพอากาศหนาวจัด หิมะตกหนัก อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง โดยได้รับโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินมากถึง 2,826 สาย ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มให้บริการ เมื่อปี 2479

กรุงโตเกียว ที่ได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เผชิญสภาพอากาศหนาวจัดที่สุดในรอบ 48 ปี อุณหภูมิลบ 4 องศาเซลเซียส และรัฐบาลได้เตือนประชาชนให้ระวังสุขภาพเนื่องจากความหนาวจัดต่ำกว่าจะจุดเยือกแข็งจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ยอดเหยื่อไฟไหม้ รพ.เกาหลีพุ่ง 37 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310831

ยอดเหยื่อไฟไหม้ รพ.เกาหลีพุ่ง 37 ศพ

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  26 ม.ค. 2561

เกาหลีใต้เผชิญโศกนาฏกรรมอุบัติภัยร้ายแรงอีกหน ไฟไหม้ รพ.อพยพไม่ทันดับ 37

เหตุเพลิงไหม้โรงพยาบาลเซจง เมืองมิรยาง จ.คย็องซังใต้ ทางภาคใต้ของเกาหลีใต้ เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( เร็วกว่าเวลาในไทย 2 ชั่วโมง ) ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่าต้นเพลิงมาจากห้องฉุกเฉินบนชั้นหนึ่ง และลุกลามไปยังพื้นที่อื่นของโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสามารถควบคุมเพลิงได้ในเวลาประมาณ 10.30 น. ป้องกันเพลิงไหม้ลามไปยังชั้นสองได้ทัน

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าตกใจ ล่าสุดอยู่ที่ 37 คนแล้ว โดยบาดเจ็บสาหัส 18 เจ็บเล็กน้อย 113 ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นหมอ 1 พยาบาล 2 และหวั่นว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

 

หัวหน้าดับเพลิงเมืองมิรยาง กล่าวว่า โรงพยาบาลไม่มีสปริงเกอร์ แต่เจ้าหน้าที่ รพ.บอกว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องติด เพราะสถานที่ไม่มีขนาดใหญ่มากพอ

ขณะเกิดเหตุ มีคนไข้อยู่ใน รพ. 194 คน ส่วนอีกราว 100 คน ที่อยู่ในสถานดูแลผู้ป่วยของโรงพยาบาลซึ่งอยู่ติดกัน ได้รับการอพยพโดยสวัสดิภาพ นายกรัฐมนตรีลี นัก ยอน ออกคำสั่งด่วนไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัย ตำรวจและดับเพลิง ให้ระดมสรรพกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่

นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ครั้งที่สองในเวลาห่างกันไม่กี่สัปดาห์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ไฟไหม้สปอร์ตเซ็นเตอร์ ในเมืองเจชอน มีผู้เสียชีวิต 29 คน บาดเจ็บอีก 40 คน

รถไฟตกรางในอิตาลี ดับ 3 เจ็บ 5 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310821

รถไฟตกรางในอิตาลี ดับ 3 เจ็บ 5 ราย

ลอมบาดี้,  อิตาลี, ตกราง, รถไฟ

เกิดเหตุขบวนรถไฟโดยสารตกรางในภูมิภาคลอมบาดี้ ทางตอนเหนือของอิตาลี เมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บสาหัสอีก 5 คน

 

บริษัทรถไฟ “เตรนอร์ด” แถลงว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นในขณะการสับรางบริเวณชานเมืองมิลาน เมื่อเวลา 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีผู้โดยสารอย่างน้อย 350 คน อยู่บนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสถานีการิบัลดีของเมืองมิลาน หลังออกจากเมืองคิรีโมนาในภูมิภาคลอมบาร์ดี เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น.  สื่อท้องถิ่น รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บสาหัส 5 คน อีก 8 คน ต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และยังมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยอีกราว 80 คน ที่ได้รับการปฐมพยาบาลจากเจ้าหน้าที่กาชาดในเมืองปิโอลเตลโล่ที่อยู่ใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามช่วยผู้โดยสารที่ติดอยู่ในรถไฟ และประสบความสำเร็จในเวลา 10.00 น. และพบว่า มีตู้โดยสารอย่างน้อย 2 ตู้ ที่หลุดจากขบวนและตกราง ผู้โดยสารได้แชร์ประสบการณ์ในสื่อโซเชียลว่า รู้สึกว่ารถไฟเริ่มสั่นก่อนเกิดอุบัติเหตุ