อดีตทูตสหรัฐถอนตัวเป็นกองเชียร์ซูจี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310816

อดีตทูตสหรัฐถอนตัวเป็นกองเชียร์ซูจี

รัฐยะไข่, ออง ซาน ซูจี, บิล ริชาร์ดสัน

บิล ริชาร์ดสัน นักการทูตมากประสบการณ์ของสหรัฐ ลาออกจากคณะที่ปรึกษานานาชาติที่นางออง ซาน ซูจี

 

แต่งตั้งเพื่อช่วยเสนอแนะมาตรการคลี่คลายความตึงเครียดในรัฐยะไข่ ชุดที่มี ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยเป็นประธาน โดยในแถลงการณ์ลาออก ริชาร์ดสันโจมตีและตั้งคำถามถึงความเป็นผู้นำด้านศีลธรรมของนางซูจี

ริชาร์ดสัน อดีตรัฐมนตรีในสมัยประธานาธิบดีบิล คลินตัน กล่าวว่า เหตุผลหลักที่ลาออกเพราะภารกิจของคณะทำงานชุดนี้ คือการล้างความผิด และไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกองเชียร์รัฐบาลเมียนมาร์ ที่่คัดค้านการนำเสนอนโยบายสร้างเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพื่อเป็นหลักประกันเสถียรภาพ สันติภาพและการพัฒนาในรัฐยะไข่

อดีตนักการทูตสหรัฐ ยังเล่าว่า ระหว่างร่วมประชุมกับคณะกรรมการและนางซูจีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นางซูจีไม่พอใจมากที่เขาเอ่ยปากขอให้ปล่อยตัวผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ 2 คนที่ถูกจับขณะกำลังเกาะติดข่าววิกฤติการณ์ยะไข่ และขณะนี้ทั้งสองกำลังเผชิญกับโทษจำคุก 14 ปีภายใต้กฎหมายความลับราชการ หลังถูกกล่าวหามีเอกสารจัดชั้นความลับเกี่ยวกับปฏิบัติทางทหารในรัฐยะไข่ในครอบครอง นางซูจีฉุนเฉียวและกล่าวว่า กรณีนักข่าวรอยเตอร์ไม่ใช่งานของคณะกรรมการที่ปรึกษา

จากการประชุมกับเจ้าหน้าที่เมียนมาร์ 3 วัน เขารู้สึกตกตะลึงกับการเหยียดหยามสื่อ กลุ่มสิทธิมนุษยชน และประชาคมโลก อีกทั้งตกใจที่เมียนมาร์ไม่มีความจริงใจเลยเมื่อถกเรื่องการให้สัญชาติชาวมุสลิมโรฮิงญา แม้ยอมรับข้อเท็จจริงที่ว่ากองทัพเมียนมาร์ยังครองอำนาจกว้างขวาง แต่การที่นางซูจีไร้ภาวะผู้นำทางศีลธรรมต่อวิกฤติโรฮิงญา ถือเป็นเรื่องที่น่าวิตก

สื่อผู้ดีตีแผ่งานกุศลฉาวลวนลามพนง.หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310815

สื่อผู้ดีตีแผ่งานกุศลฉาวลวนลามพนง.หญิง

ลอนดอน, โรงแรมดอร์เชสเตอร์,  เพรสซิเดนท์ส คลับ

งานเลี้ยงดินเนอร์และประมูลเพื่อการกุศลประจำปีของ“เพรสซิเดนท์ส คลับ” กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว เมื่อถูกสื่อใหญ่อย่างไฟแนเชียลไทมส์เปิดโปงว่ามีการลวนลามทางเพศพนง.

 

งานเลี้ยงดินเนอร์และประมูลเพื่อการกุศลประจำปีของ “เพรสซิเดนท์ส คลับ” ที่โรงแรมดอร์เชสเตอร์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวเขย่าชนชั้นนำภาคการเมืองและธุรกิจของประเทศ เมื่อถูกสื่อใหญ่อย่างไฟแนนเชียลไทมส์ เปิดโปงว่าภายในงานที่มีแต่ผู้ชายทรงอิทธิพล ลวนลามทางเพศพนักงานต้อนรับหญิงเป็นว่าเล่น

รายงานระบุว่า ผู้จัดงานได้จ้างพนักงานต้อนรับหญิงกว่า 100 คน คอยให้บริการนักการเมืองและนักธุรกิจราว 360 คนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในจำนวนนั้น มีนักข่าวหญิง 2 คนของไฟแนนเชียลไทมส์ แฝงตัวเข้าไปด้วย ซึ่งทั้งสองระบุว่า พวกเธอถูกลวนลามหลายสิบหน คำพูดลามก และถูกขอให้ไปดินเนอร์ในห้องพักภายในโรงแรมหลายต่อหลายครั้ง พนักงานต้อนรับหญิงคนอื่นๆ บอกเล่าสิ่งที่เผชิญแบบเดียวกัน

แมดิสัน แมร์เรียจ ผู้สื่อข่าวไฟแนนเชียลไทมส์ กล่าวว่า กรณีเลวร้ายที่สุดที่ได้ยินคือผู้ชายคนหนึ่งโชว์อวัยวะเพศระหว่างดินเนอร์

รายงานระบุว่า พนักงานต้อนรับหญิงลงนามข้อตกลงว่าจะไม่เปิดเผยรายละเอียดของงาน ต้องปิดโทรศัพท์มือถือ นุ่งกระโปรงสั้น ใส่รองเท้าส้นสูง และต้องสวมชุดชั้นในสีดำ แต่ในแผ่นพับของงานก็มีคำเตือนด้วยว่าห้ามลวนลามทางเพศ

หลังตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ “เพรสซิเดนทส์ คลับ” ซึ่งอ้างว่าระดมทุนได้ราว 20 ล้านปอนด์นับจากก่อตั้ง 33 ปี ได้ประกาศปิดตัว ส่วนกองทุนทั้งหมดที่เหลือจะกระจายให้แก่องค์กรการกุศลเพื่อเด็ก แต่องค์กรที่เคยได้รับบริจาคจากเพรสซิเดนทส์ คลับจำนวนหนึ่ง อาทิ โรงพยาบาลเด็กเกรต ออร์มอนด์ สตรีท โรงพยาบาลเด็กเอลวินา และรอยัล อเคเดมี ออฟ มิวสิกในกรุงลอนดอน ประกาศว่าจะคืนเงินที่ได้รับบริจาคมา

กรณีอื้อฉาวส่งผลให้ เดวิด เมลเลอร์ ประธานเมลเลอร์ กรุ๊ป บริษัทจำหน่ายสินค้าหรูหรา ถูกปลดออกจากคณะกรรมการการศึกษา ฐานที่มีตำแหน่งเป็นประธานร่วมของเพรสซิเดนทส์ คลับ แม้ว่าตัวเขาเองไม่ได้ถูกกล่าวหาว่าลวนลามใคร

ขณะที่นักการเมืองหลายคนรีบกันตัวเองออกจากงานกาล่าการกุศลนี้ทันที รวมถึง บอริส จอห์นสัน รัฐมนตรีต่างประเทศ และมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ เนื่องจากส่วนหนึ่งของการประมูลในงานคือการรับประทานอาหารกลางวันกับจอห์นสัน และดื่มชายามบ่ายกับคาร์นีย์ แต่ทั้งสองยืนยันว่าไม่ทราบเรื่องมาก่อน ขณะที่ นัดฮีม ซาฮาวี รัฐมนตรีกระทรวงครอบครัวและเยาวชน ถูกวิจารณ์ที่เข้าร่วมงาน แต่โฆษกของนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ กล่าวว่า ซาฮาวีไม่ได้สบายใจและรู้สึกอึดอัดตั้งแต่มีการนำพนักงานต้อนรับหญิงเข้ามาในงาน ซาฮาวีทวิตว่า ขอประณามพฤติกรรมเช่นนี้และจะไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงที่มีแต่ผู้ชายอีก

มีรายงานด้วยว่า เหตุที่นายกรัฐมนตรีเมย์ไม่ได้รับเชิญ เพราะมีกฎห้ามแขกผู้หญิงร่วมงาน

ซาอุฯตัดสิทธิ์ประกวดอูฐฉีดโบท็อกซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310813

ซาอุฯตัดสิทธิ์ประกวดอูฐฉีดโบท็อกซ์

อูฐ, โบท็อกซ์, ซาอุดีอาระเบีย

การเสริมความงามลามไปถึงอูฐ เมื่ออูฐ 12 ตัว ถูกตัดสิทธิ์จากการประกวดอูฐสวยงามในซาอุดีอาระเบีย หลังจับได้ว่า ถูกเจ้าของจับฉีดโบท็อกซ์

การประกวดอูฐที่ซาอุดีอาระเบีย คล้ายกับการประกวดนางงามของมนุษย์ เมื่ออูฐหลายพันตัวต้องเดินอวดโฉมในงาน “คิง อับดุลลาซิซ คาเมล เฟสติวัล” เพื่อประชันความงามของจมูก ริมฝีปากและโหนกบนหลัง แต่เจ้าของบางคนก็กระหายชัยชนะและเงินรางวัลมากเกินไป ถึงขั้นใช้กรรมวิธีเสริมความงามเกินธรรมชาติ ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ แต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดสายตาอันคมกริบของกรรมการไปได้

มีอูฐราว 3 หมื่นตัว ถูกนำมาประกวดในเทศกาลประจำปี ที่เมืองอัลดานา ห่างจากกรุงริยาดราว 120 กิโลเมตร ในปีนี้ ภายในงานยังมีการแข่งวิ่งอูฐและคุณภาพนมอูฐ ที่มีเงินรางวัลรวมทุกรายการสูงถึง 70.7 ล้านดอลลาร์ (2,200 ล้านบาท) ในจำนวนนี้เป็นเงินรางวัลที่หนึ่งสำหรับอูฐที่ชนะการประกวด 31.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจกลายเป็นสิ่งล่อใจจนใช้วิธีตุกติกขึ้น

เกณฑ์การตัดสินจะดูที่ความสูง รูปร่าง ตำแหน่งของโหนก ริมฝีปากอิ่มย้อย หัวและจมูกใหญ่ ซึ่งสื่อมวลชนรายงานว่า อูฐที่ถูกตัดสิทธิ์ ถูกฉีดโบท็อกซ์ที่ริมฝีปาก จมูกและกราม ซึ่งส่งผลให้หัว ปากและจมูก บวมใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีเจ้าของอูฐรายหนึ่ง ใช้วิธีใช้มือดึงริมฝีปากอูฐเป็นประจำทุกวันเพื่อทำให้ปากยาวขึ้น บางรายใช้ฮอร์โมนช่วย และก่อนเทศกาลเริ่ม สัตวแพทย์คนหนึ่งถูกจับได้แบบคาหนังคาเขาขณะกำลังผ่าตัดศัลยกรรมอูฐ ที่คลินิก เพื่อลดขนาดของหู เพราะหูบาง ก็เป็นเกณฑ์ตัดสินของรางวัลที่หนึ่งในบางสายพันธุ์

นักการเมืองขวาจัดลาออกหลังหันนับถืออิสลาม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310764

นักการเมืองขวาจัดลาออกหลังหันนับถืออิสลาม

นักการเมือง, นับถือ, เปลี่ยน, หัน, ศาสนา, เยอรมนี, เยอรมัน, อิสลาม, ข่าวต่างประเทศ

นักการเมืองเยอรมันเปลี่ยนศาสนา แม้ว่าเคยหาเสียงต่อต้านมุสลิมจนพรรคชนะเลือกตั้ง

 

พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ยืนยันตามที่สื่อรายงานว่า อาทูร์ วากเนอร์ สมาชิกพรรคคนสำคัญในรัฐบรานเดนบวร์ก ทางตะวันออก เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม และลาออกจากคณะกรรมการบริหารของพรรค เมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลส่วนตัว แต่โฆษกพรรคยืนยันว่า พรรคเอเอฟดีประกอบด้วยตัวแทนผลประโยชน์ของคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นมุสลิม คริสเตียน และรักเพศเดียวกัน

วากเนอร์ ชาวเยอรมันเชื้อสายรัสเซีย เป็นผู้แทนของพรรคมาตั้งแต่ปี 2558 และนั่งในคณะกรรมการบริหารพรรคระดับรัฐ รับผิดชอบด้านชุมชนศาสนาและโบสถ์

ก่อนหันมาร่วมกับพรรคต้านผู้อพยพและอิสลามอย่างเอเอฟดี วากเนอร์เคยเป็นสมาชิกพรรคคริสเตียนเดโมแครตของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล (ซีดียู) มาก่อน ทั้งยังเคยกล่าวโจมตีแมร์เคิลว่าทำผิดพลาดมหันต์ที่รับผู้อพยพมุสลิมจำนวนมากเข้าบ้าน และเยอรมนีกำลังกลายพันธุ์เป็นประเทศใหม่

 

นักการเมืองขวาจัดลาออกหลังหันนับถืออิสลาม

ป้ายหาเสียงต่อต้านอิสลามของพรรคเอเอฟดี

 

หนังสือพิมพ์ ทาเกอชปีเกล รายงานข่าวการเปลี่ยนศาสนาของเขาเป็นสำนักแรก แต่เมื่อสอบถามเพิ่ม นายวากเนอร์ปฏิเสธที่จะตอบ โดยกล่าวเพียงว่า เป็นเรื่องส่วนตัว และไม่ได้ถูกพรรคกดดันให้ลาออก อย่างไรก็ดี สื่อรายงานว่า นักการเมืองลูกสองวัย 48 ปี ใช้เวลายามว่างทำงานอาสาสมัครกับผู้อพยพมุสลิม รวมถึงเป็นล่ามช่วยผู้อพยพชาวเชเชน เนื่องจากเขาพูดรัสเซียได้ การได้ปฏิสัมพันธ์ส่วนตัวน่าจะทำให้เขาเปลี่ยนศาสนา

พรรคขวาจัดอย่าง เอเอฟดี ชนะเลือกตั้งเข้าสู่สภาระดับชาติของเยอรมนีได้ครั้งแรกเมื่อกันยายนปีที่แล้ว ด้วยนโยบายแนวประชานิยมรวมถึงต่อต้านผู้อพยพและมุสลิม ทั้งยังเป็นพรรคใหญ่อันดับสามในสภา คะแนนนิยมที่ได้มาส่วนใหญ่เกิดจากกระแสต่อต้านรัฐบาลแมร์เคิลรับผู้อพยพและลี้ภัย 1.5 ล้านคน ช่วงปี 2558 – 2559 ในช่วงที่ยุโรปเผชิญวิกฤติคลื่นผู้ลี้ภัย เอเอฟดีหาเสียงด้วยการชูความเชื่อว่าเยอรมนีกำลังเสี่ยงถูกทำให้เป็นอิสลาม และเรียกร้องให้เพิ่มการคุมเข้มชายแดนสกัดกั้นผู้อพยพ

ไฟไหม้รถไฟเร็วสูงเส้นปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310763

ไฟไหม้รถไฟเร็วสูงเส้นปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้

รถไฟเร็วสูงจีนแวะจอดที่สถานีเนื่องจากเกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง ก่อนเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง

 

25 ม.ค. 61  เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา  รถไฟความเร็วสูงขบวน G281 ที่กำลังวิ่งจากเมืองชิงเต่า ไปยังหังโจว แต่แวะจอดที่สถานีติงหยวน มณฑลอานฮุย เนื่องจากเกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง จากนั้นเกิดไฟลุกไหม้อย่างรุนแรง ส่งผลให้ต้องระงับการเดินรถ 14 ขบวน

 

 

คลิปที่นำมาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์จีน แสดงให้เห็นเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากตู้ที่ 2 ขณะหิมะตกหนัก

โชคดีผู้โดยสารได้รับการอพยพลงมาโดยสวัสดิภาพ ไม่มีรายงานผู้ใดได้รับบาดเจ็บ สำหรับสาเหตุของไฟไหม้ยังอยู่ระหว่างสอบสวน แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าขัดข้อง

 

——————–

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : ShanghaiistQingdao-Hangzhou train fire)

จีนโคลนนิ่ง “ลิง” สำเร็จครั้งแรก!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310727

จีนโคลนนิ่ง “ลิง” สำเร็จครั้งแรก!!

คมชัดลึกออนไลน์, โคลนนิ่ง, ลิง, จีน, ครั้งแรก

จีนประสบความสำเร็จโคลนนิ่งลิงด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก หลังนักวิทย์สหราชอาณาจักรโคลนนิ่งแกะสำเร็จเมื่อ 20 ปีก่อน

          วารสาร “เซลล์” รายงานความสำเร็จของคณะนักวิทยาศาสตร์สถาบันวิทยาศาสตร์ในนครเซี่ยงไฮ้ ที่เพาะพันธุ์ลิงได้ด้วยวิธีการโคลนนิ่ง หรือการขยายพันธุ์ด้วยเซลล์โดยลิงที่ผ่านกระบวนการโคลนนิ่งชื่อว่า “ซ่ง ซ่ง” กับ “หัว หัว” กำเนิดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ถือเป็นการโคลนนิ่งลิงสำเร็จครั้งแรก

การโคลนนิ่งลิงของจีนใช้วิธีคัดเลือกไข่จำนวน 127 เซลล์ นำมาเพาะเลี้ยงและปลูกถ่ายให้แม่ลิง 21 ตัว แม่ลิงตั้งครรภ์ 6 ตัว แต่ให้กำเนิดลูกลิงสำเร็จเพียง 2 ตัว ความสำเร็จครั้งนี้จะนำไปสู่พัฒนาการด้านการแพทย์สำหรับมนุษย์ เพราะลิงเป็นสัตว์สายพันธ์ุใกล้เคียงมนุษย์มากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ

ก่อนหน้านี้ วงการวิทยาศาสตร์โลกประสบความสำเร็จในการโคลนนิ่งครั้งแรก หลังคณะนักวิทยาศาสตร์สหราชอาณาจักรเพาะพันธุ์แกะเพศเมียชื่อ “ดอลลี”เมื่อ 20 ปีที่แล้วอย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้มีการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นสำเร็จแล้วหลายสิบชนิด

“ทรัมป์”พูดจาไม่ให้เกียรติ “เทเรซา เมย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310705

“ทรัมป์”พูดจาไม่ให้เกียรติ “เทเรซา เมย์”

แม็กกี้, เทเรซา เมย์, โดนัลด์ ทรัมป์, เบร็กซิท, ทรัมป์

กลายเป็นข่าวใหญ่ในอังกฤษ เมื่อเจ้าหน้าที่วงในที่ใกล้ชิดรัฐบาลอังกฤษเผยว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ กับนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ไม่ราบรื่นเอามากๆ

 

เมื่อทรัมป์ให้เวลาเมย์พูดแค่ 5 ถึง 10 วินาที ก่อนจะแทรกและพูดอยู่ฝ่ายเดียว ทั้งยังตั้งแต่แง่ไม่ยอมไปอังกฤษ จนกว่าเมย์จะรับประกันว่า เขาจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และยังเคยถือวิสาสะเรียกเธอว่า “แม็กกี้ ของผม” อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ก็คาดว่า ทรัมป์จะใช้โอกาสไปร่วมประชุมเอ่ยปากเชิญ ปธน.เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ไปเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ที่เหมือนเป็นการโรยเกลือไปบนแผลของอังกฤษ ที่ตั้งความหวังว่า การเยือนของทรัมป์ ซึ่งส่งคำเชิญไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จะช่วยกระชับ “ความสัมพันธ์พิเศษ” ของสองประเทศหลัง “เบร็กซิท” ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ฝั่งอังกฤษบอกว่า มันกลับกลายเป็นว่า ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งเหมือนฝันร้าย

แหล่งข่าววงในที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบัน บอกว่า การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างผู้นำทั้งสองเมื่อปีที่แล้ว เมย์รู้ตัวเลยว่าเจอทางตันเข้าแล้ว เพราะทรัมป์เป็นฝ่ายคุมการสนทนาทั้งหมด ปล่อยให้เมย์พูดแค่ 5-10 วินาที ก่อนที่เขาจะแทรกและพูดอยู่คนเดียว รวมถึงเรื่องที่ไม่พอใจที่ถูกสื่ออังกฤษวิพากษ์วิจารณ์ด้วย

ด้วยความเชื่อที่ว่า จะมีคนออกมาชุมนุมประท้วงอย่างแน่นอนถ้าเขาไปอังกฤษ ทรัมป์ จึงขอหลักประกันจากเมย์ว่า เขาต้องได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นเท่านั้น ซึ่งแหล่งข่าววงในบอกว่า ผู้นำทั้งสองมีบุคลิกภาพที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง และเคมีก็ไม่เข้ากันพวกข้าราชการทั้งที่ประจำอยู่ในอังกฤษและทำงานอยู่ในสหรัฐฯ ล้วนต้องการให้เมย์รักษาระยะห่างจากทรัมป์ และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเชิญเขาไปเยือนอังกฤษ

“ไบเกอร์หญิง”อินเดียโชว์ผาดโผนวันชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310703

“ไบเกอร์หญิง”อินเดียโชว์ผาดโผนวันชาติ

เป็นครั้งแรกที่พวกไบเกอร์หญิง ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมในขบวนพาเหรดที่จัดขึ้นที่กรุงนิวเดลี แม้จะเป็นการปิดท้าย แต่ก็สง่างามไม่แพ้ผู้ชาย

ขบวนพาเหรดของเหล่า “ไบเกอร์หญิง” ได้อวดโฉมไปบนถนนราชบาท ในกรุงนิว เดลี ที่ถูกใช้ในการเฉลิมฉลองวันชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มกราคม และเหล่าไบเกอร์หญิงกล้าตายเหล่านี้ ก็มาจากหน่วยตระเวนชายแดน

“ไบเกอร์หญิง” คนหนึ่ง บอกว่า รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสได้แสดงโลดโผนบนรถมอเตอร์ไซค์ อีกคนหนึ่ง บอกว่า เพิ่งมาแสดงที่นี่เป็นครั้งแรก คนอื่นๆ บอกว่า มันดีมากๆ ที่ได้มา  และผู้หญิงทำได้ทุกอย่าง

 

“ไบเกอร์หญิง”อินเดียโชว์ผาดโผนวันชาติ
ภาพ : AFP

 

“ไบเกอร์”คนหนึ่ง บอกว่า พวกเราต้องทำงานกันหนักมาก อีกทั้งตอนแรกก็เจอปัญหาสารพัด ตอนที่เห็นรถมอเตอร์ไซค์ครั้งแรก ไม่คิดเลยว่า จะขี่มันได้ แต่ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไป ตอนที่แสดงผาดโผนก็มีล้มบ้าง แล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ … มี 3 สิ่งสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ นั่นคือ การประสานกัน การควบคุม และจิตใจที่แข็งแกร่ง
 

“ไบเกอร์หญิง”อินเดียโชว์ผาดโผนวันชาติ
ภาพ : AFP

ศาลสหรัฐสั่งห้าม“พ่อ-แม่”โหดพบหน้าลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310698

ศาลสหรัฐสั่งห้าม“พ่อ-แม่”โหดพบหน้าลูก

มณฑลริเวอร์ไซด์, รัฐแคลิฟอร์เนีย, เดวิด อัลเลน, งหลุยส์ อันนา เทอร์พิน, พ่อ-แม่

ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ สั่งห้ามคู่สามีภรรยากักขังและทรมานลูก 13 คน พบหน้าลูก ขณะที่ทั้งคู่ยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อหา

 

25 ม.ค.61 ผู้พิพากษาศาลเทศมณฑลริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ลงนามในคำสั่งที่จะหมดอายุในเดือนมกราคม ปี 2564 สั่งห้ามไม่ให้นายเดวิด อัลเลน กับนางหลุยส์ อันนา เทอร์พิน สองสามีภรรยาที่ถูกกล่าวหาว่าทรมาน กักขัง ล่ามโซ่ลูก และปล่อยให้อยู่ในสภาพอดอยาก พบหน้าลูกทั้ง 13 คน ในระยะ 100 หลา ในขณะที่พวกเขาเผชิญข้อกล่าวหาเกือบ 40 กระทง รวมทั้ง ทรมาน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ล่วงละเมิดทั้งลูกวัยเด็ก และวัยผู้ใหญ่ที่อยู่ในอุปการะ ซึ่งศาลได้ตั้งวงเงินประกันตัวสามีภรรยาคู่นี้ไว้คนละ 9 ล้านดอลลาร์ด้วย

คำสั่งศาลยังรวมถึงห้ามสามีภรรยาเทอร์พิน ที่ถูกนำตัวขึ้นในสภาพถูกพันธนาการ ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดต่อกับลูก ห้ามพยายามตามหาว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน และห้ามซื้อหรือครอบครองอาวุธทุกชนิด ซึ่งในระหว่างอยู่ในศาล สามีภรรยาเทอร์พิน พยายามไม่ให้เห็นเครื่องพันธนาการที่พวกเขาสวมใส่ ในขณะที่ทนายของพวกเขา ได้ขอไม่ให้กล้องในห้องพิจารณาคดีบันทึกภาพเครื่องพันธนาการเช่นกัน

หลังจากได้ฟังคำสั่งศาล นางหลุยส์ซึ่งเป็นแม่ไม่ได้ออกอาการสลด และยังยิ้มได้ในระหว่างปรึกษากับทนาย  มีรายงานล่าสุดว่า ลูกๆ ทั้ง 13 คน ของพวกเขา ที่ถูกพบในสภาพอดอยากสุดขีด จนร่างกายไม่เจริญเติบโตตามวัย ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

“หูฉลาม”กลับมาเป็นประเด็นรอนในสิงคโปร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310690

“หูฉลาม”กลับมาเป็นประเด็นรอนในสิงคโปร์

สิงคโปร์, ตรุษจีน, WWF, หูฉลาม

ประเด็น“หูฉลาม”ในสิงคโปร์กลับมาร้อนอีก ในขณะที่เทศกาลตรุษจีนกำลังจะมาถึง เพราะซุปหูฉลามได้ชื่อว่าเป็นอาหารหลักของเทศกาล

การบริโภคหูฉลาม กลายเป็นประเด็นขัดแย้งในสิงคโปร์ ก่อนที่วันตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนจะมาถึงในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นสินค้าที่ขาดไม่ได้สำหรับหลายครอบครัวในช่วงเทศกาลสำคัญนี้ รายงานขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ “WWF”  ระบุว่า สิงคโปร์อยู่อันดับ 3 ของประเทศที่ทำการค้าหูฉลามมากที่สุด ในแต่ละชั่วโมงมีฉลามถูกฆ่าราว 8 พันตัว

WWF และเครือข่ายเฝ้าระวังการค้าสัตว์ป่าและพืชป่า “แทรฟฟิค” เรียกร้องให้สิงคโปร์ เพิ่มการตรวจสอบการค้าและคุ้มครองฉลาม โดยเน้นว่า บทบาทของสิงคโปร์ไม่อาจมองข้าม ซึ่งในรายงานที่ออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคม ระบุว่า สิงคโปร์เป็นผู้ค้าหูฉลามรายใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก ในแง่ของมูลค่า ขณะที่ตัวเลขของ

องค์การอาหารและเกษตรกรรมของสหประชาชาติ ระบุว่า ในแต่ละปีทั่วโลกจับปลาฉลามในปริมาณที่มากถึง 8 แสนตัน

……………………………………………..
ที่มา https://www.youtube.com/watch?v=DuA9uzZR_Fc