สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310431

สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

เกือบ3ล้านบาท, ปาวยมะเร็ง, เด็กหญิงจาง เจี่ยเย่ วัย 7 ขวบ, แม่ทิ้ง, สะเทือนใจ เด็กหญิงจีน วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง, วัย7ขวบ, หนูน้อยชาวจีน

หนูน้อยชาวจีน วัย 7 ขวบ ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ได้เขียนจดหมายขอร้องให้พ่อหยุดการรักษาเธอ เพราะไม่อยากให้ครอบครัวต้องเป็นหนี้ หลังแม่ทิ้งไป

         เด็กหญิงจาง เจี่ยเย่ วัย 7 ขวบ จากจากมณฑลเฮย์หลงเจียของจีน ที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคลูคีเมีย หรือ มะเร็งเม็ดเลือดขาว ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2559 เขียนจดหมายถึงพ่อของเธอ เพื่อขอให้เขาหยุดการรักษาและพาเธอกลับบ้าน หลังจากครอบครัวใช้เงินไปกว่า 590,000 หยวน หรือกว่า 2 ล้าน 9 แสนบาท ในการรักษา 18 ครั้ง

สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

       โดยที่แม่ของ เธอ ทิ้งไปตั้งแต่เดือนกรกฏาคมปี2560 และไม่มีใครสามารถติดต่อได้หนูน้อยเขียนในจดหมายว่า “วันนี้หนูเห็นพ่อร้องไห้และรู้สึกเศร้า หนูรู้ว่าพ่อใช้เงินเยอะเพื่อรักษาหนูและตอนนี้ก็ไม่มีเงินแล้ว แม่ทิ้งเราไปเพราะหนู แต่ถ้าหนูไม่อยู่แม่จะได้กลับมาและพ่อก็จะมีความสุขเหมือนสมัยก่อน หนูไม่อยากรักษาตัวแล้ว เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ”

สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

สะเทือนใจ!! “เด็กหญิงจีน” วอนพ่อหยุดรักษามะเร็ง

        จดหมายฉบับนี้ กลายเป็นไวรัล ชาวเน็ตที่สะเทือนใจและสงสาร ได้ระดมเงินบริจาคช่วยครอบครัวของหนูน้อยได้ถึง 6 แสนหยวน หรือเกือบ 3 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เด็กยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและพ่อของเธอก็ให้สัญญาว่าจะสู้ต่อเพื่อเธอ

“ดูเตร์เต”ลั่น! ให้”ยิงทิ้ง”ถ้าเป็นเผด็จการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310426

“ดูเตร์เต”ลั่น! ให้”ยิงทิ้ง”ถ้าเป็นเผด็จการ

ยิ่งทิ้ง, ระธานาธิบดีโรดริโก  ดูเตร์เต, ข่าวต่างประเทศ, เผด็จการ, ตูเตอร์เต, ดูเตร์เต, ยิงทิ้ง

“ดูเตร์เต” ประกาศกร้าวล่าสุด ให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ยิงทิ้งได้เลย ถ้าเขากลายเป็นเผด็จการ โดยกำชับว่า “พวกคุณต้องเคร่งครัดต่อหน้าที่”

         ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลิปปินส์ ประกาศกร้าวล่าสุด ให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ยิงทิ้งได้เลย ถ้าเขากลายเป็นเผด็จการ โดยกำชับว่า “พวกคุณต้องเคร่งครัดต่อหน้าที่”

         ประธานาธิบดีโรดริโก  ดูเตร์เต ที่ขึ้นชื่อเรื่องพูดจาโผงผางแต่ยังคงได้รับความนิยมอย่างสูง ได้สยบการคาดการณ์ที่ว่า เขาต้องการต่ออายุการดำรงตำแหน่งหลังครบวาระ เนื่องจากมีนักวิจารณ์พากันแสดงความวิตกว่า เหล่าพันธมิตรในสภาผู้แทนราษฎร จะพร้อมใจกันโหวตแก้รัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้เขาอยู่ในอำนาจยาวนานกว่าปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งสมัยแรก

ซึ่ง ดูเตร์เต ได้ยืนยันด้วยการบอกกับเหล่าทหารในระหว่างการตรวจเยี่ยมฐานทัพว่า “ถ้าผมอยู่นานเกินวาระ และต้องการจะเป็นเผด็จการ ยิงผมได้เลย ผมไม่ได้พูดเล่นนะ”

        เขาเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงว่า ไม่ควรยอมให้ใครก็ตามมาแก้รัฐธรรมนูญโดยบอกว่า “ถ้างานของพวกคุณคือการปกป้องรัฐธรรมนูญ และคุ้มครองประชาชน จงจำไว้ว่า ต้องเคร่งครัดต่อหน้าที่”

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พันธมิตรในสภาผู้แทนราษฎรของประธานาธิบดีดูเตร์เต ได้ลงมติให้มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้กฎบัตรภายในเดือนพฤษภาคม ปีนี้ ที่อาจจะไม่มีการเลือกตั้งกลางปีในปีหน้า และทำให้วาระการดำรงตำแหน่งของพวกที่มาจากการเลือกตั้งขยายออกไป

ขณะที่การปฏิรูปรัฐธรรมนูญถือเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยกในประเทศ พวกสมาชิกนิติบัญญัติกำลังถูกมองว่า พยายามยืดเวลาการดำรงตำแหน่ง หรือหาวิธีที่ทำให้ดูเตร์เตอยู่ในอำนาจต่อไปเมื่อวาระสิ้นสุดลง ที่อาจนำไปสู่การเป็นเผด็จการซ้ำรอยเฟอร์ดินาน มาร์กอส ขณะที่โฆษกของดูเตร์ยืนยันว่า เจเขาไม่คิดจะอยู่เกินวาระ หรือถ้าจะทำ ก็มีแต่จะลงจากตำแหน่งก่อนครบวาระเท่านั้น

ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะในญี่ปุ่นปะทุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310421

ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะในญี่ปุ่นปะทุ

คมชัดลึกออนไลน์, ่ ่ ข่าวต่างประเทศ, ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะในญี่ปุ่นปะทุ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน

ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะในญี่ปุ่นปะทุ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน

         กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) เปิดเผยว่า ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เกิดปะทุขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 15 คน

ทั้งนี้ ภูเขาไฟคุสะทสึ-ชิราเนะ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดกุนมะ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงโตเกียวปะทุและมีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากทางทิศใต้ของภูเขาไฟ ก่อนจะเกิดการสั่นสะเทือน

ด้านสื่อท้องถิ่นญี่ปุ่น รายงานว่า มีหินร่วงลงมาจากภูเขาไฟลูกดังกล่าวส่งผลให้ทางการประกาศเพิ่มการเตือนภัยขึ้นสู่ระดับที่ 3 จากความรุนแรงสูงสุดที่ระดับ 5 เพื่อมิให้ประชาชนเข้าใกล้ภูเขาไฟลูกนี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ภูเขาคุสะทสึ-ชิราเนะ เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ มีความสูง 2,160 เมตร ทั้งยังมีกรวดภูเขาไฟที่ซ้อนทับกันจำนวนมาก และมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟอีก 3 แห่ง

ไอเอ็มเอฟ เพิ่มคาดการณ์ศก.โลกปี61-ปี62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310418

ไอเอ็มเอฟ เพิ่มคาดการณ์ศก.โลกปี61-ปี62

2562, 2561, ไอเอ็มเอฟ เพิ่มคาดการณ์ศก.โลกปี61-ปี62, ่ ่ ข่าวต่างประเทศ, คมชัดลึก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ และปีหน้า 0.2% เป็น 3.9%

         ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า การปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์ครั้งนี้ มีสาเหตุจากแรงผลักดันการขยายตัวในระดับโลกที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจากอานิสงส์ของการที่รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำการปฏิรูประบบภาษี

ทั้งนี้ไอเอ็มเอฟ เตือนเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ภัยคุกคามจากการทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ รวมทั้งการคุมเข้มนโยบายการเงินที่เร็วกว่าคาดของสหรัฐและยุโรป ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ไอเอ็มเอฟ เปิดเผยรายงานเวิลด์ อิโคโนมิก เอาท์ลุค (ดับเบิลยูอีโอ) หรือ“แนวโน้มเศรษฐกิจโลก”ในวันจันทร์(22ม.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่การประชุมเวิลด์ อิโคโนมิก ฟอรั่ม (ดับเบิลยูอีเอฟ) จะเริ่มขึ้นในวันอังคาร ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของสหรัฐในปีนี้ สู่ระดับ 2.7% โดยเพิ่มขึ้น 0.4% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนต.ค. และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 2.5% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.6% จากตัวเลขคาดการณ์เดิม ขณะที่ได้ผลบวกจากการปฏิรูปภาษี ซึ่งมีการปรับลดอัตราภาษีแงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 21% จาก 35%

ไอเอ็มเอฟ ยังปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนในปีนี้ สู่ระดับ 2.2% โดยเพิ่มขึ้น 0.3% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 2.0% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นกันจากตัวเลขคาดการณ์เดิม

ไอเอ็มเอฟปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของญี่ปุ่นในปีนี้ สู่ระดับ 1.2% โดยเพิ่มขึ้น 0.5% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.9% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์เดิม

พร้อมทั้งปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของจีนในปีนี้ สู่ระดับ 6.6% โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.4% ในปีหน้า โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์เดิม

ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวโดยรวมของเศรษฐกิจใน 5 ประเทศของสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม สู่ระดับ 5.3% ในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 0.1% จากตัวเลขคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 5.3% ในปีหน้า ทรงตัวจากตัวเลขคาดการณ์เดิม

นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟ ยังปรับเพิ่มตัวเลขการขยายตัวของการค้าและบริการทั่วโลก โดยปรับเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 4.6% ในปี2561 และเพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับ 4.4% ในปี2562

“บังกลาเทศ” เลื่อนส่งตัวชาวโรฮิงญากลับเมียนมา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310410

“บังกลาเทศ” เลื่อนส่งตัวชาวโรฮิงญากลับเมียนมา

อพยพผู้ป่วย, บังคลาเทศ, เมียนมา, ข่างต่างประเทศ, บังกลาเทศ

เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเปิดเผยว่า กระบวนการส่งตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับสู่เมียนมา ซึ่งเดิมมีกำหนดในวันนี้ ได้ถูกเลื่อนออกไป

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาและบังกลาเทศแถลงว่า เมียนมาและบังกลาเทศได้ลงนามในข้อตกลงที่จะดำเนินการส่งตัวผู้อพยพชาวโรฮิงญากลับสู่เมียนมา โดยเริ่มต้นในวันที่ 23 ม.ค. และกระบวนการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายใน 2 ปี โดยบังกลาเทศจะจัดตั้งค่ายผู้อพยพจำนวน 5 แห่ง เพื่อเตรียมส่งตัวผู้อพยพไปยังศูนย์รับรองจำนวน 2 แห่งในเมียนมา

เจ้าหน้าที่บังกลาเทศระบุว่า การเลื่อนการส่งตัวผู้อพยพดังกล่าว มีสาเหตุจากการรวบรวมข้อมูล และตรวจสอบรายชื่อผู้อพยพยังไม่เรียบร้อย

นอกจากนี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชน ยังมีความกังวลต่อความปลอดภัยของชาวโรฮิงญาเมื่อกลับสู่เมียนมา หลังจากที่ชาวโรฮิงญากว่า 6 แสนคนได้อพยพออกจากรัฐยะไข่ก่อนหน้านี้เพื่อหนีการกวาดล้างจากทหารเมียนมา

“สภาผู้แทนฯสหรัฐ”ผ่านร่างกม.งบประมาณชั่วคราว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310389

“สภาผู้แทนฯสหรัฐ”ผ่านร่างกม.งบประมาณชั่วคราว

สภาสหรัฐฯ, ทรัมป์, ชัดดาว์น, ผ่านร่างกม.ชั่วคราว, สภาผู้แทนฯสหรัฐ

“สภาผู้แทนฯสหรัฐ”ผ่านร่างกม.งบประมาณชั่วคราว แล้ว ด้วยคะแนนเสียง 266 ต่อ 150 เสียง หลังชัดดาว์น์มาหลายวัน

         สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 266 ต่อ 150 เสียง ให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันจันทร์(22 ม.ค.2561)ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสหรัฐมีงบประมาณในการบริหารประเทศจนถึงวันที่ 8 ก.พ.

          สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐได้ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 81 ต่อ 18 เสียง ให้ผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวโดยการที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบอย่างท่วมท้นในครั้งนี้

          เนื่องจากวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจำนวนมากที่ได้คัดค้านร่างงบประมาณดังกล่าวในการลงมติเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้หันกลับมาให้ความเห็นชอบหลังจากที่นายมิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา เห็นพ้องที่จะมีการอภิปรายร่างกฎหมายเกี่ยวกับผู้อพยพก่อนวันที่ 8 ก.พ.

         ทั้งนี้ ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้จะถูกส่งไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

       อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      หุ้นเอเชียผันผวน หลังสหรัฐเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์วันที่3

“อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ” เตรียมเปิดทำการอีกครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310302

“อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ” เตรียมเปิดทำการอีกครั้ง

 ทำการ, เตรียมเปิด, อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ, ประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์

“อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ” เตรียมเปิดทำการอีกครั้ง

         อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ และเกาะเอลลิส ในสหรัฐ จะกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้งในวันจันทร์ (22ม.ค.2561) ตามเวลาท้องถิ่น แม้หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐบางส่วนยังคงปิดการดำเนินงาน หรือชัตดาวน์ หลังจากวุฒิสภาสหรัฐไม่ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว

         นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเปิดเผยว่า อนุสาวรีย์แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพและโอกาสของชาวอเมริกัน และสถานที่แห่งนี้ไม่ควรถูกปิดเพียงเพราะการตัดสินใจหรือการดำเนินงานที่ผิดพลาด

         นายคูโอโม กล่าวว่า รัฐนิวยอร์กจะจัดหาเงิน 65,000 ดอลลาร์ต่อวันเพื่อจ่ายให้กับพนักงานของรัฐบาล เพื่อให้สถานที่แห่งนี้สามารถดำเนินงานต่อไปได้

         สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หน่วยงานบางส่วนของรัฐบาลสหรัฐได้เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาไทย หลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้เพียงพอที่จะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อช่วยให้รัฐบาลกลางสหรัฐมีงบประมาณในการดำเนินงานต่อไปเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์

       อย่างไรก็ดี การเจรจาระหว่างสมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัดล์ ทรัมป์ กำลังทำงานกันอย่างหนัก เพื่อเร่งผลักดันให้หน่วยงานของรัฐบาลสามารถกลับมาดำเนินงานได้อีกครั้ง

       ข่าวที่เกี่ยวข้อง

      หุ้นเอเชียผันผวน หลังสหรัฐเข้าสู่ภาวะชัตดาวน์วันที่3

ซีอีโอแอปเปิลไม่ให้หลานเล่นสื่อโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310293

ซีอีโอแอปเปิลไม่ให้หลานเล่นสื่อโซเชียล

ฆ่าตัวตาย, สื่อโซเชียล, สมาร์ทโฟน, แอปเปิล, หลาน, ซีอีโอ, ทิม คุก,  ข่าวต่างประเทศ

‘ทิม คุก’ ไม่สนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป ห้ามหลานใช้สื่อสังคมออนไลน์

ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทแอปเปิล เป็นผู้บริหารในอุตสาหกรรมไอทีคนล่าสุด ที่ออกมาแสดงความเห็นเชิงลบต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเขาไปพูดที่ฮาร์โลว์ คอลเลจ เมืองเอสเซกส์ ประเทศอังกฤษ หนึ่งใน 70 สถาบันการศึกษาทั่วยุโรปที่เข้าร่วมหลักสูตร เอฟเวรีวัน แคน โค้ด ของแอปเปิล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า เขาไม่มีลูก แต่มีหลานชายที่เขาจะไม่อนุญาตให้ทำบางอย่าง นั่นคือ ไม่ต้องการให้หลานใช้สื่อสังคมออนไลน์ ทั้งยังเชื่อว่าควรจำกัดการใช้เทคโนโลยีในการศึกษา

คุก กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป และไม่ใช่คนที่เชื่อว่าเราประสบความสำเร็จหากใช้มันตลอดเวลา กระทั่งหลักสูตรที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วย อย่างกราฟิก ดีไซน์ ก็ไม่ควรให้เทคโนโลยีครอบงำ

แม้ว่าบริษัทเทคโนโลยีรวมถึงแอปเปิล ผลักดันให้ใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองในโรงเรียน แต่ซีอีโอวัย 57 ปี ยอมรับว่า บางทีไอแพดก็ไม่เหมาะกับห้องเรียน “มีคอนเซปต์หลายอย่างที่ต้องการการถกเถียงและทำความเข้าใจ อย่างวิชาวรรณกรรม เทคโนโลยีไม่ควรมีบทบาท”

 

ซีอีโอแอปเปิลไม่ให้หลานเล่นสื่อโซเชียล

ภาพ : ‘ทิม คุก’ – เอเอฟพี

 

ช่วงหลายเดือนมานี้ มีผู้บริหารและบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมไฮเทค ออกมาแสดงความวิตกถึงผลกระทบของเทคโนโลยีและสื่อสังคมออนไลน์ต่อสังคมและวิธีคิดของคน อาทิ ฌอน พาร์คเกอร์ ประธานคนแรกของเฟซบุ๊ก ที่กล่าวหาว่า เครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์กำลังใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของมนุษย์ มีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรกับสมองลูกหลานของเรา และ ชามัท พาลีฮาปิติยา อดีตผู้บริหารเฟซบุ๊กอีกคน ที่กล่าวเมื่อปลายปีที่แล้วว่า สื่อสังคมออนไลน์กำลังทำลายสายใยสังคม และเขารู้สึกผิดมากที่มีส่วนช่วยสร้างขึ้นมา

ขณะผลศึกษาพบความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพจิตกับการใช้เทคโนโลยีของเยาวชน โดยเยาวชนที่ใช้สมาร์ทโฟนวันละ 3 ชั่วโมง หรือนานกว่านี้ มีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น และการใช้สื่อสังคมออนไลน์บ่อยในเด็กวัยเกรด 8 เพิ่มความเสี่ยงซึมเศร้า 27%

กรณีของแอปเปิลเอง เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 ราย ที่ออกมาแสดงความวิตกปัญหาเด็กติดไอโฟน และแอปเปิลรับปากว่าจะช่วยแก้ปัญหา

มือสังหาร “คิม จอง- นัม” ขึ้นศาลล่าสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310255

มือสังหาร “คิม จอง- นัม” ขึ้นศาลล่าสุด

สองมือสังหารหญิง ในคดีฆาตกรรมผู้ต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ ถูกนำตัวขึ้นศาลมาเลเซียครั้งล่าสุด

          สิตี ไอสยาห์ ชาวอินโดนีเซียวัย 25 ปี และด่วง ธิ เฮือง ชาวเวียดนามวัย 29 ปี ที่ถูกกล่าวหาว่า สังหารนายคิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ด้วยการใช้สารพิษวีเอ็กซ์โปะที่ใบหน้าที่อาคารผู้โดยสารของสนามบินกัวลาลัมเปอร์ ที่มีผู้คนคับคั่ง เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 ได้ถูกนำตัวขึ้นศาลมาเลเซียใน

        เช้าวันนี้(22 ม.ค.2561)มีเพียงหญิงสาวทั้งสองคนที่ถูกควบคุมตัว ส่วนชาวเกาหลีเหนืออีก 4 คน ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้อง หลบหนีออกจากมาเลเซียไปตั้งแต่เกิดเหตุ

“จีน-รัสเซีย”กระตุ้น! ท่องเที่ยว ตอ.กลาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/310169

“จีน-รัสเซีย”กระตุ้น! ท่องเที่ยว ตอ.กลาง

คมชัดลึกออนไลน์, จีน-รัสเซียกระตุ้นท่องเที่ยวตอ.กลาง, จีน-รัสเซีย

“นักท่องเที่ยวจีน-รัสเซีย”มีส่วนช่วยกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวตะวันออกกลางเมื่อปีที่แล้ว ภายหลังภาวะซบเซาปี 2559 ขณะที่ชาวยุโรปกังวลเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น

         องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) รายงานว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 58 ล้านคนเมื่อปี 2560 เพิ่มขึ้น4.8% จากปีก่อนนั้น ภายหลังจากกลุ่มติดอาวุธก่อเหตุโจมตีแหล่งท่องเที่ยวในอียิปต์ ตูนิเซีย และตุรกีตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว

บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์กล่าวว่า ผู้คนลืมเหตุโจมตีและเริ่มกลับมาท่องเที่ยวหลังเวลาผ่านไป แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนตะวันออกกลางจะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่พวกเขาก็คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก รองจากปัญหาระเบียบการขอวีซ่าและการเชื่อมต่อเส้นทางบินกับตะวันออกกลางที่ไม่สะดวกนัก

นักท่องเที่ยวรัสเซียเคยครองตลาดท่องเที่ยวในอียิปต์คิดเป็นเกือบ 80% ของทั้งหมด แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 52% ส่วนนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเพิ่มจาก 5% เป็น 12%

ด้านการท่องเที่ยวตุรกีเริ่มฟื้นตัวหลังซบเซาช่วงเหตุรัฐประหารเดือนก.ค.2559 ก่อนกลับมาสู่ระดับปกติเมื่อปีที่แล้ว