เตือนถอนตัวจาก”นาฟต้า”เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308985

เตือนถอนตัวจาก”นาฟต้า”เป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง

ข่าวต่างประเทศ, เตือนถอนตัวจากนาฟต้าเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง, นายโธมัส เจ. โดโนฮิว, นาฟต้า

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ถ้อยแถลงของนายโดโนฮิวเกิดขึ้นก่อนที่การเจรจานาฟตา รอบที่ 6 จะจัดขึ้นที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดาในเดือนนี้

          นายโธมัส เจ. โดโนฮิว ประธานและเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดของหอการค้าสหรัฐ เตือนว่า หากคณะบริหารภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา)ถือเป็นความผิดพลาดใหญ่หลวง

         “เศรษฐกิจสหรัฐมีความคืบหน้าไปมากก็ด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบและการปฏิรูปภาษี ซึ่งคณะบริหารของสหรัฐก็สมควรได้รับการยกย่องในเรื่องนั้น แต่การตัดสินใจที่ผิดพลาดในประเด็นนาฟตาอาจทำให้เราถอยหลังไปหลายก้าว” นายโดโนฮิวกล่าวในระหว่างแถลงสภาวะของธุรกิจสหรัฐประจำปี 2561

         นายโดโนฮิว ยังกล่าวว่า หอการค้าสหรัฐสนับสนุนการปรับปรุงข้อตกลงนาฟตา ที่มีมานานถึง 24 ปีให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่กระนั้นการปรับปรุงความทันสมัยก็ไม่ควรปิดกั้นตลาด บั่นทอนการคุ้มครองการลงทุน และจำกัดการค้าด้วยกฎระเบียบที่ล้าหลัง ที่สำคัญ การเติบโตนั้นอาจอ่อนแรงลงได้ ไม่แข็งแกร่งขึ้นและไม่ยั่งยืน หากสหรัฐถอนตัวจากนาฟตา

         ขณะที่เจ้าหน้าที่แคนาดา ระบุว่า ปธน.ทรัมป์อาจประกาศนำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนาฟตาในเร็วๆนี้ ซึ่งสอดคล้องกับที่โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ปธน.ทรัมป์จะประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนาฟตา ในช่วงต้นปี 2561 หากสหรัฐไม่สามารถบรรลุการเจรจาปรับปรุงข้อตกลงฉบับนี้ร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดาได้

เผยเทปลับ พันคอร์รัปชัน “ลูกชายนายกฯอิสราเอล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308982

เผยเทปลับ พันคอร์รัปชัน “ลูกชายนายกฯอิสราเอล”

่ ข่าวต่างประเทศ, นายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล, นายยาอีร์ เนทันยาฮู, นาโคบี ไมมอน, 20, 000 ล้านดอลลาร์, เทปลับ

เผยเทปลับ พันคอร์รัปชัน ลูกชาย”เบนจามิน เนทันยาฮู”นายกรัฐมนตรี แห่งอิสราเอล

          สื่ออิสราเอลพากันวิพากษ์วิจารณ์การใช้ชีวิตแบบอภิสิทธิ์ชนบนเงินภาษีประชาชนของ”นายยาอีร์” และการใช้ถ้อยคำหยาบคายในโซเชียล มีเดีย

         การต่อสู้เพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ของ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีแห่งอิสราเอล จากข้อกล่าวหาพัวพันคอรัปชั่น ดูจะมืดมนลงเรื่อยๆ เมื่อล่าสุด มีการเผยแพร่เทปบันทึกเสียงลูกชายของเขา ที่พูดถึงการผลักดันข้อตกลงก๊าซธรรมชาติ มูลค่ามหาศาลถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์

         ทั้งนี้ สถานีข่าวช่อง 2 ของอิสราเอล ได้เปิดโปงเทปการสนทนาของชายหนุ่ม 3 คน บริเวณหน้าคลับเปลื้องผ้าแห่งหนึ่ง เมื่อปี 2558 โดยหนึ่งในนั้นคือ นายยาอีร์ เนทันยาฮู ลูกชายของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่อยู่ในอาการมึนเมาและกำลังทวงบุญคุณนายนีร์ ไมมอน บุตรชายของนาโคบี ไมมอน มหาเศรษฐีเจ้าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติ

          เสียงในเทป เป็นการเถียงกันว่าใครจ่ายมากที่สุด ในการมาเที่ยวคลับเปลื้องผ้าแห่งนี้ ซึ่งนายยาอีร์ เป็นคนจัดหาโสเภณีให้เพื่อน แต่ต้องการให้นายไมมอนเป็นคนออกค่าใช้จ่าย 400 เชเกล โดยอ้างว่า พ่อของเขาต้องต่อสู้ในสภาฯ เพื่อช่วยผลักดันธุรกิจให้พ่อของนายไมมอน ที่มีมูลค่าถึง 20,000 ล้านดอลลาร์

หลังจากเกิดเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู ได้กล่าวขออภัยคำพูดด้วยอาการมึนเมาของลูกชาย และยืนยันว่า ไม่เคยติดต่ออะไรกับนายโคบี ไมมอน ซึ่งเขาเคยพบเพียงครั้งเดียวในชีวิต

ดินถล่ม”รัฐแคลิฟอร์เนีย”ตายเพิ่มเป็น17 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308953

ดินถล่ม”รัฐแคลิฟอร์เนีย”ตายเพิ่มเป็น17 ราย

ฝนตกหนัก, ตายเพิ่มเป็น 17คนเจ็บ20คน, ดินถล่ม, รัฐแคลิฟอร์เนีย

หลังเกิดฝนตกหนัก ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เกิดการไหลทะลักของดินและหินจากภูเขา สร้างความเสียหายหนักและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน สูญหาย 20 คน

         การไหลบ่าของโคลนลงมาจากภูเขา หลังเกิดฝนตกหนักในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน และสูญหายกว่า 20 คน รุนแรงพอๆกับน้ำตกไนแอการา ภาพถ่ายทางอากาศแสดงให้เห็น กระแสโคลนไหลทะลักเข้าไปในพื้นที่ที่ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยขี้เถ้า หลังถูกไฟป่าเผาผลาญเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ปราศจากต้นไม้หรือพืชที่จะชะลอหินก้อนเล็กและใหญ่ที่ถูกกวาดลงมาจากภูเขาเวอร์ดูโก

พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครลอส แองเจลิส ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดโคลนที่ทะลักลงมาได้ฝังบ้านเรือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ช่วยผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ในโคลนสูงถึงเอว

ดินถล่ม"รัฐแคลิฟอร์เนีย"ตายเพิ่มเป็น17 ราย

ท่ามกลางความเสี่ยงที่เกิดจากเสาไฟฟ้าแรงสูงล้ม และคาดว่าอาจพบผู้เสียชีวิตเพิ่ม เมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าไปถึงบ้านหลายหลังที่ได้รับความเสียหาย และนับเป็นการเผชิญพายุลูกแรกของฤดูฝน ที่กลายเป็นหายนะเพราะเพิ่งเกิดไฟป่า ทำให้ดินบนภูเขาและหุบเขาอยู่ในสภาพที่ไม่อาจดูดซับน้ำได้

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308873

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

8 ขวบเดินฝ่าความหนาวติดลบ 9 องศาเซลเซียส ด้วยเสื้อกันหนาวบางๆ ระยะทางกว่า 4.5 กิโลเมตร เพื่อไปโรงเรียน

 

ภาพเด็กชายสวมเสื้อกันหนาวบางๆ ฝ่าความหนาวเย็นไปโรงเรียนประถมลู่เตียน มณฑลยูนนาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เมื่อเช้าวันจันทร์ ในสภาพที่มีเกล็ดหิมะปกคลุมเส้นผมและขนตาอย่างหนา ยืนทื่ออยู่กลางห้องขณะเพื่อนร่วมชั้นหัวเราะอยู่ฉากหลัง เรียกความสงสารเห็นใจจากชาวเน็ต จนกลายเป็นภาพไวรัลในสื่อสังคมออนไลน์แดนมังกร และทำให้เด็กชายกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน

 

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

ภาพ : news.163.com

 

ครูใหญ่ กล่าวว่า เด็กชายหวัง ฟุมาน วัย 8 ขวบ อยู่กับพี่สาวและย่าที่บ้าน ห่างจากโรงเรียน 4.5 กิโลเมตร เด็กเดินไปโรงเรียนทุกวัน ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง วันจันทร์เป็นวันแรกของการสอบปลายภาค อุณหภูมิภายนอกติดลบ 9 องศาเซลเซียส

 

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

 

หลังภาพนี้เผยแพร่ออกไป ผู้สื่อข่าวและคนใจบุญพาไปเยี่ยมเยือนบ้านซอมซ่อที่เด็กอาศัยอยู่ เพื่อนำเสื้อผ้ากันหนาวไปมอบให้ เด็กชายหวัง บอกผู้สื่อข่าวว่า เวลาอยู่บ้าน จะช่วยย่าทำงานในสวน อนาคตอยากเป็นตำรวจเพื่อช่วยจับผู้ร้าย สถานที่ที่อยากจะไปคือกรุงปักกิ่ง เพื่อไปดูว่านักเรียนที่นั่นเรียนกันอย่างไร สำหรับสิ่งที่ตั้งใจจะทำในปีใหม่คือ ขยันเรียน และหาเงินซื้อยาให้แก่ย่าที่ป่วยอยู่ หวังกล่าวด้วยว่า ไปโรงเรียนหนาวมาก แต่ไม่ถึงกับลำบากจนเกินไป

 

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

ภาพ : news.163.com

 

บิดาวัย 28 ปี ของเด็กชาย กล่าวว่า เขาไปทำงานในเมืองมีรายได้เดือนละ 3,000 หยวน กลับบ้าน 4 – 5 เดือนครั้ง และโทรศัพท์กลับบ้านสัปดาห์ละครั้ง ส่วนมารดาเด็กหนีจากครอบครัวไป

 

เด็กชายน้ำแข็งดังชั่วข้ามคืนชาวเน็ตแห่ช่วย

 

นอกจากภาพเด็กชายหัวขาวโพลนเพราะหิมะ จนได้ฉายา “เด็กชายน้ำแข็ง” ยังมีภาพแสดงให้เห็นว่าเด็กชายหวังได้คะแนนสอบ 99 เต็ม 100 ทำให้ชาวเน็ตพากันชื่นชม และมีสตรีคนหนึ่งวาดการ์ตูนให้ด้วย ขณะเดียวกัน ชาวเน็ตก็ตั้งคำถามไปด้วยว่าเหตุใดรัฐบาลจึงไม่พยายามมากกว่านี้เพื่อช่วยเรื่องการศึกษาของเด็กที่พ่อแม่ต้องทิ้งให้ดูแลตัวเองเพื่อไปทำงานหาเงิน และตั้งคำถามว่าพวกเขาจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจึงแนะนำช่องทางบริจาคเสื้อกันหนาวแก่เด็กในพื้นที่

 ——————— 

(ขอบคุณเว็บไซต์ ยูทูบดอทคอม : 惊堂木满头冰花男孩 ,住土坯房,手长冻疮)

ข้อตกลงค้นเอ็มเอช370 ถ้าเจอรับกว่า 2 พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308862

ข้อตกลงค้นเอ็มเอช370 ถ้าเจอรับกว่า 2 พันล้าน

ข่าวต่างประเทศ, มาเลเซีย, เอ็มเอช 370, สหรัฐ, ค้นหา, อีกครั้ง, ไม่เจอ ไม่จ่าย

มาเลเซียเซ็นสัญญาบริษัทสำรวจอเมริกันค้นเอ็มเอช370 ไม่เจอไม่จ่าย แต่ถ้าเจอรับสูงสุด 2.2 พันล้าน

 

รัฐบาลมาเลเซียสรุปและลงนามข้อตกลงกับ โอเชียน อินฟินิตี บริษัทอเมริกันผู้เชี่ยวชาญสำรวจพื้นท้องมหาสมุทร ที่จะรื้อฟื้นการค้นหาเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลนส์ เที่ยวบินเอ็มเอช370 อีกครั้งหนึ่ง หลังสูญหายนานเกือบ 4 ปีแล้ว โดยมีข้อตกลงกันว่าหากบริษัทประสบความสำเร็จ จะได้รับค่าตอบแทนสูงสุด 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,240 ล้านบาท)

การสูญหายของเที่ยวบินเอ็มเอช370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน หลังทะยานขึ้นจากกัวลาลัมเปอร์มุ่งหน้ากรุงปักกิ่ง เมื่อ 8 มีนาคม 2557 เป็นหนึ่งในปริศนาการบินดำมืดที่สุดในโลก

หลังค้นหาในพื้นที่ 1.2 แสนตารางกิโลเมตร ตามผลวิเคราะห์เส้นทางที่น่าจะเป็นจากดาวเทียม ไม่พบเบาะแสใดๆ ภารกิจค้นหาครั้งมโหฬารที่สุดในประวัติการบินที่นำโดยออสเตรเลีย จึงถูกระงับไปเมื่อมกราคมปีที่แล้ว ต่อมามี 3 บริษัทที่เสนอตัวค้นหา และเจรจาทำความตกลงกันอยู่นาน กระทั่งรัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจเลือก โอเชียน อินฟินิตี บนหลักการ “ไม่เจอ ไม่จ่าย”

 

ข้อตกลงค้นเอ็มเอช370 ถ้าเจอรับกว่า 2 พันล้าน

Seabed Constructor

 

นายเหลียว เตียง ไล รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมมาเลเซีย กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลงว่าต้องการคลี่คลายปริศนาเอ็มเอช370

การค้นหาครั้งใหม่ซึ่งสร้างความยินดีแก่ญาติพี่น้องผู้โดยสาร จะใช้เวลา 90 วัน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25,000 ตร.กม. คาดว่าจะเริ่มได้กลางเดือนนี้ ปัจจุบัน เรือวิจัยชื่อ “ซีเบด คอนสตรัคเตอร์” ที่โอเชียน อินฟินิตี เช่าจากบริษัทนอรเวย์ กำลังนำลูกเรือ 65 คน พร้อมโดรนใต้น้ำติดโซนาร์และกล้องสามารถปฏิบัติงานที่ระดับความลึก 6,000 เมตร ไปยังพื้นที่ค้นหาทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

หากพบเครื่องบินโบอิ้ง 777 เที่ยวบินนี้ บริษัทจะได้รับค่าตอบแทนเท่าใดขึ้นอยู่กับพิกัดที่พบ โดยหากพบใน 1,500 ตารางกิโลเมตรแรก จะได้รับ 20 ล้านดอลลาร์ ค่าตอบแทนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สูงสุดที่ 70 ล้านดอลลาร์หากพบเครื่องบินนอกเขตค้นหา 25,000 ตร.กม.

“โอปราห์ วินฟรีย์”คะแนนนิยมเหนือ“ทรัมป์”47-40%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308737

“โอปราห์ วินฟรีย์”คะแนนนิยมเหนือ“ทรัมป์”47-40%

ข่าวต่างประเทศ, จับตาโอปราห์ วินฟรีย์ชิงเก้าอี้ปธน.สหรัฐ ล่าสุดคะแนนนิยมเหนือทรัมป์ 47-40, ทรัมป์

  จับตา“โอปราห์ วินฟรีย์”ชิงเก้าอี้ปธน.สหรัฐ ล่าสุดคะแนนนิยมเหนือ“ทรัมป์” 47-40%

         เส้นทางสู่ทำเนียบขาวยังยาวไกล แต่กระแสเรียกร้องให้“โอปราห์ วินฟรีย์”ลงสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา วินฟรีย์ มักแสดงความเห็นที่เชื่อมโยงเรื่องราวของตัวเองกับประเด็นสิทธิพลเมือง

          หลังจากกล่าวสุนทรพจน์กินใจบนเวทีลูกโลกทองคำครั้งที่ 75 โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรและนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐ ก็ถูกจับตามองและกลายเป็นเต็งหนึ่ง ที่ถูกลุ้นให้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากโดนัลด์ ทรัมป์ ในปี ค.ศ. 2020  (พ.ศ.2563)ในฐานะที่เธอส่งแรงบันดาลใจและแรงปรารถนาที่นางฮิลลารี คลินตัน ทำไม่ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปีค.ศ.2016(พ.ศ.2559)

"โอปราห์ วินฟรีย์”คะแนนนิยมเหนือ“ทรัมป์”47-40%

โอปราห์  วินฟรีย์

         ซาราดา เพอรี ผู้ช่วยพิเศษและนักเขียนสุนทรพจน์อาวุโสของอดีตปธน.บารัก โอบามา ให้ความเห็นว่า สุนพจน์ที่ยอดเยี่ยมคือ ผู้พูดมีความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าประเด็นที่เขาหรือเธอกำลังพูดถึงคืออะไร และสารที่ส่งออกไปกระตุ้นความสนใจที่ถูกที่ถูกเวลาพอดี ซึ่งเมื่อคืนเป็นช่วงเวลาที่สุกงอมสำหรับวินฟรีย์ เธอทำได้อย่างยอดเยี่ยม

"โอปราห์ วินฟรีย์”คะแนนนิยมเหนือ“ทรัมป์”47-40%

โดนัลด์ ทรัมป์ ภาพ : AFP  
ขณะที่ในโลกการเมืองมองว่า วินฟรีย์กำลังโยนหินถามทาง เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และเธอก็ได้รับเสียงยกย่องเชิดชูจากสุนทรพจน์ที่พูดถึงอนาคตที่ผู้ชายที่มีอำนาจ จะไม่มีโอกาสได้ล่วงละเมิดทางเพศหรือลวนลามผู้หญิงได้อีกต่อไป

         ขณะที่ผลสำรวจเมื่อเดือน มี.ค. 2560 บ่งชี้ว่า วินฟรีย์ มีคะแนนนิยมเหนือทรัมป์ ร้อยละ 47-40 และ”ทอม เจนเซ่น” ผู้อำนวยการพับลิค โพลิซี พูลลิง ระบุว่า ดูเหมือนมีคนชอบวินฟรีย์มากกว่าฮิลลารี แต่กรณีฮิลลารีก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้หญิงที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ต้องมาเสียคะแนนนิยมในเขตเลือกตั้งของตัวเอง เมื่อเธอกลายเป็นผู้สมัครทางการเมือง

“เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์”เสด็จโรงเรียนวันแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308638

“เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์”เสด็จโรงเรียนวันแรก

เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์, โรงเรียน, สำนักพระราชวังเคนซิงตัน, เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าหญิงแคทเธอรีน, ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

ทรงเป็นพระธิดาในเจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

 

สำนักพระราชวังเคนซิงตัน เผยแพร่พระฉายาลักษณ์เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ชันษา 2 ปี พระธิดาในเจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าหญิงแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงเสด็จเข้าเรียนวันแรก ที่โรงเรียนอนุบาลวิลค็อกส์ เนิร์สเซอรี สคูล ใกล้พระราชวังเคนซิงตัน โดยทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ฉายพระรูปตามลำพังพระองค์เดียว ในชุดโค้ทสีแดงและฉลองพระบาทสีเดียวกัน

 

“เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์”เสด็จโรงเรียนวันแรก
ภาพ : AFP

 

เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์ ทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ 4 แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์ของอังกฤษ และทรงเป็นพระขนิษฐาของเจ้าชายจอร์จ  ทั้งยังทรงเป็นพระเชษฐภคินี เมื่อเจ้าหญิงเคท พระมารดาทรงมีพระประสูติกาลสมาชิกพระองค์ใหม่ เป็นองค์ที่สามในเดือนเม.ย.นี้

 

“เจ้าหญิงชาร์ล็อตต์”เสด็จโรงเรียนวันแรก
ภาพ : AFP

ร้อนจัดเผา“ค้างคาวแม่ไก่”ร่วงตายเป็นพัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308627

ร้อนจัดเผา“ค้างคาวแม่ไก่”ร่วงตายเป็นพัน

อุณหภูมิ, อากาศร้อน, นครซิดนีย์, ค้างคาวแม่ไก่

อากาศร้อนจัดในซิดนีย์เมื่อวันอาทิตย์ เผาค้างคาวแม่ไก่ตายทั้งเป็นนับพันตัว

คลื่นความร้อนที่ส่งอุณหภูมิในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย พุ่งทุบสถิติสูงสุดในรอบ 79 ปีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ค้างคาวแม่ไก่ (flying fox) ในย่านแคมป์เบลล์ทาวน์ และอุทยานพารามัตตา ทางตะวันตกของซิดนีย์ ทนความร้อนไม่ไหว ถูกแดดเผาร่วงลงมาตายนับพันตัวบนพื้น และบางส่วนร่วงติดคากิ่งไม้อย่างน่าเวทนา จากภาพถ่ายที่นำมาเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์โดยกลุ่มอาสาสมัคร ไวร์ส แอนด์ เฮล์ป เซฟ เดอะ ไวด์ไลฟ์ แอนด์ บุชแลนดส์ ซึ่งพยายามช่วยชีวิตสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่พวกเขาเองก็ต้องผจญกับอากาศร้อนจัด ระดับอุณหภูมิ 45 องศาเซลเซียสไปด้วย

 

ร้อนจัดเผา“ค้างคาวแม่ไก่”ร่วงตายเป็นพัน

 

ค้าวคาวแม่ไก่ เป็นชนิดค้างคาวใหญ่สุดของออสเตรเลีย และถูกขึ้นบัญชีเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ในข่ายใกล้สูญพันธุ์

 

ร้อนจัดเผา“ค้างคาวแม่ไก่”ร่วงตายเป็นพัน

 

เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ อุณหภูมิในเขตเพนริท ของนครซิดนีย์ พุ่งแตะ 47.3 องศาเซลเซียส ร้อนที่สุดนับจากปี ค.ศ.1939 และยังเป็นเมืองร้อนที่สุดบนโลกอีกด้วย

 

ร้อนจัดเผา“ค้างคาวแม่ไก่”ร่วงตายเป็นพัน

 

……………………………………….
ภาพ : Facebook/ Help Save the Wildlife and Bushlands in Campbelltown

แจ็กพอตหวยมะกันแตกสองเจ้า 3.2 หมื่นล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308499

แจ็กพอตหวยมะกันแตกสองเจ้า 3.2 หมื่นล.

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แจ็กพอต, มะกัน, หวย, รัฐฟลอริดา, เมืองเมอร์ริแม็ค, รีดส์ เฟอร์รี มาร์เก็ต, ลอตเตอรี่, รัฐนิวเฮมเชอร์

สุดสัปดาห์แห่งแจ็กพอตแตก นักเสี่ยงโชคถูกรางวัลที่ 1 ลอตเตอร์รีพาวเวอร์บอล – เมกะมิลเลียนส์ กลายเป็นเศรษฐีหมื่นล้าน

8 ม.ค.61 มีนักเสี่ยงโชคในรัฐนิวเฮมเชอร์ ถูกรางวัลแจ็กพอต 560 ล้านดอลลาร์ จากการจับสลาก“พาวเวอร์บอล” เมื่อคืนวันเสาร์ หลังจากก่อนหน้านั้นเพียง 2 วัน เพิ่งมีผู้โชคดีในรัฐฟลอริดา ถูกรางวัลที่หนึ่งของสลาก เมกะ มิลเลียนส์ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้สุดสัปดาห์ที่ผ่านมากลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐ ที่แจ็กพอตลอตเตอรี่แตกยอดเงินรางวัลรวมทะลุ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( 3.2 หมื่นล้านบาท )

สลากถูกรางวัลในนิวแฮมเชอร์ เป็นสลากถูกซื้อจากร้าน “รีดส์ เฟอร์รี มาร์เก็ต” ในเมืองเมอร์ริแม็ค โดยเงินรางวัล 560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17,920 ล้านบาท) เป็นแจ็กพอตมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 5 ของพาวเวอร์บอล ส่วนที่รัฐฟลอริดา ผู้โชคดีรายหนึ่งถูกรางวัลแจ็กพอตของลอตเตอรี่ เมกะ มิลเลียนส์ มูลค่า 450 ล้านดอลลาร์ ( 14,400 ล้านบาท) โดยซื้อจากร้านเซเวน อีเลฟเวนในพอร์ต ริชีย์ เมืองเล็กๆ ทางตอนกลางของรัฐ เป็นแจ็กพอตที่มีเงินรางวัลสูงสุดเป็นอันดับ 4 ของเมกะ มิลเลียนส์ แต่ยังไม่ทราบว่าผู้โชคดีเป็นใคร

ชาร์ลี แมคอินไทร์ ผู้บริหาร นิวแฮมเชอร์ ลอตเตอรี่ ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับนักเสี่ยงโชคดวงเฮง แต่เตือนสติก่อนเริ่มวางแผนนำเงินที่ได้ซื้อเรือยอทช์หรือแมนชั่นหรูราคาแพง แต่ขอให้เขาหรือเธอคิดให้ดีก่อนว่าการได้รางวัลมีความหมายอย่างไร พร้อมแนะต่อว่า ให้เจ้าของเซ็นชื่อไว้ที่สลาก ปรึกษาทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน และตรึกตรองว่าต้องการนำเงินไปทำอะไรก่อนรับรางวัล

 

แจ็กพอตหวยมะกันแตกสองเจ้า 3.2 หมื่นล.
ภาพ : AFP

 

ผู้ถูกรางวัลในนิวแฮมเชอร์ มีเวลา 1 ปีเต็มในการไปรับรางวัล และสามารถเลือกได้ว่าจะรับเป็นเงินก้อนโตรวดเดียว 11,470 ล้านบาท หรือรับเงินเป็นงวดปีละครั้ง 30 ปีแต่ได้เต็มจำนวน ส่วนเจ้าของร้านที่ขายลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลแจ็กพอต จะได้เงินโบนัสด้วยสูงถึง 75,000 ดอลลาร์
( 2.4 ล้านบาท )

ส่วนนักเสี่ยงโชคดวงดีในฟลอริดามีเวลา 180 วันในการรับรางวัล จะรับเงินก้อนครั้งเดียว 8,998 ล้านบาทก็ได้ หรือทะยอยรับ 30 ปีเต็มจำนวน ขณะร้านเซเวน อีเลฟเวน ที่ขายสลากนำโชค จะได้โบนัส 1 แสนดอลลาร์ ( ราว 3.2 ล้านบาท )

แฉพฤติกรรมของ “ทรัมป์” ในทำเนียบขาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/308252

แฉพฤติกรรมของ “ทรัมป์” ในทำเนียบขาว

่ ทรัมป์, แฉ, พฤติกรรม, รื้อที่นอน, ข่าวต่างประเทศ, ทรัมป์

บางครั้ง”ทรัมป์”จะรื้อเตียง เพื่อบอกให้คนดูแลรู้ว่า ต้องการให้ซักผ้าปูที่นอน และเคยตำหนินายจาเรด คุชเนอร์ อย่างรุนแรง ระหว่างการคุยโทรศัพท์กับเพื่อนนาน 26 นาที

          หนังสือ “Fire and Fury: Inside the Trump White House” เผยพฤติกรรมที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่ผู้ใกล้ชิด ที่รวมทั้งการกินชีสเบอร์เกอร์บนเตียงนอนในเวลา 18.30 น.แผดเสียงตะโกนใส่คนดูแลที่เข้าไปเก็บเสื้อที่ถอดเรี่ยราดอยู่บนพื้นและดูทีวีทีละ 3 เครื่อง

ในหนังสือระบุด้วยว่า นายทรัมป์กับสตีฟ แบนนอน อดีตคนใกล้ชิดที่กลายมาเป็นศัตรู กินอาหารค่ำตอน 18.30 น. ด้วยกันเกือบทุกวัน แต่ถ้าวันไหนไม่กิน นายทรัมป์ก็จะกลับไปกินชีสเบอร์เกอร์บนเตียงนอน และบางครั้งก็ดูทีวีพร้อมกัน 3 เครื่อง พร้อมกับโทรศัพท์ไปด่าทอสื่อ โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวของนิวยอร์ก ไทม์ส และซีเอ็นเอ็นให้เพื่อนๆ ฟัง และยังแสดงความไม่พอใจที่นิตยสารไทม์ ที่นำนายแบนนอน ขึ้นปก ในฐานะ “ประธานาธิบดีเงา” พร้อมกับแผดเสียงว่า “คุณคิดว่าแบนนอนมีอิทธิพลต่อผมขนาดไหน ไม่มีเลย ไม่มี”

นอกจากนี้ เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ยังระบุว่า ตอนที่เข้าไปอยู่ในทำเนียบขาวใหม่ๆ นายทรัมป์สร้างความปั่นป่วน ตั้งแต่เพิ่มกลอนประตูห้องนอน สร้างความรำคาญให้ตำรวจลับและตวาดคนดูแลที่เข้าไปเก็บเสื้อที่ถูกถอดทิ้งไว้บนพื้น โดยบอกว่า ถ้าเสื้อของเขาอยู่ที่พื้น ก็แปลว่า เขาต้องการให้มันเป็นแบบนั้น ทั้งยังกำชับทุกคน ไม่ให้แตะต้องของใช้ส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แปรงสีฟัน เพราะกลัวจะถูกวางยาพิษ

หนังสือยังอ้างแหล่งข่าวที่ระบุว่า นายทรัมป์กับทีมงานของเขาไม่ได้มีเจตนาจะคว้าชัยชนะการเลือกตั้ง แต่เป็นแค่ “การทำตลาด” อย่างที่เคยทำ ซึ่งบังเอิญชนะเลือกตั้งโดยบังเอิญ