เด็กหญิงอาร์เจนตินา เลียน้ำบนพื้นเพื่อดับกระหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306520

เด็กหญิงอาร์เจนตินา เลียน้ำบนพื้นเพื่อดับกระหาย

 ข่าวต่างประเทศ, เด็กเลียพื้น, ดับกระหาย

ภาพสะเทือนใจ ที่แสดงให้เห็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ชาวอาร์เจนตินาคนหนึ่ง ก้มลงเลียน้ำบนพื้น เพื่อดับความกระหาย ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด

          เด็กหญิงที่คาดว่าจะมีอายุราว 4 ขวบ ซึ่งยากจนและอยู่ในสภาพขะมุกขะมอมนี้ อาศัยอยู่ในชุมชนเอ็มเบีย กัวรานี และเชื่อว่า ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิที่สูงถึง 37 องศาเซลเซียส ทำให้เธอลงนั่งคุกเข่าก้มลงเลียน้ำบนพื้น ด้วยความกระหาย บนพื้นทางเดินที่สกปรก

          และภาพนี้ ได้สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลกเชื่อว่า เด็กน้อยและเพื่อนๆ ยังชีพด้วยการขอทานที่เมืองโพซาดัส ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

          ซึ่ง มิเกล เรออส อาสาสมัครที่ทำให้งานให้กับ ยูนิเซฟ อาร์เจนตินา และมีสำนักงานอยู่ในเมืองโพซาดัส ได้โพสต์ภาพของเด็กหญิงที่ถ่ายโดยช่างภาพท้องถิ่น ลงในเฟซบุ๊ค และเขียนบรรยายว่า “ขณะที่ประเทศกำลังร้อนราวกับไฟ เด็กหญิงตัวน้อยคนนี้ อาศัยความชุ่มชื้นจากพื้นให้ตัวเอง”เขายังตั้งคำถามหลังจากมีรายงานว่าเด็กหญิงถูกพาไปพบแพทย์หลังจากนั้นด้วยว่า“ทำไมถึงไม่มีภาพออกมา”

        ขณะที่เว็บไซท์ข่าว “Misiones Online” ได้เผยเบื้องหลังของภาพว่า ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งได้ถ่ายไว้ในช่วงที่เผชิญคลื่นความร้อนในเมืองโพซาดัส เมื่อบ่ายวันพุธ ตอนที่รถติดไฟแดง และภาพแบบนี้มักปรากฎให้เห็นอยู่เสมอในเมืองนี้เพราะเด็กๆ เหล่านี้ ถูกผู้ใหญ่แสวงประโยชน์ด้วยการใช้ให้ออกไปขอทาน และปัญหาก็คือ แม้เจ้าหน้าที่ของรัฐจะช่วยเหลือเด็กและครอบครัวของพวกเขาที่มาอาศัยอยู่ตามถนนหลายครั้ง รวมถึงส่งกลับไปยังหมู่บ้านที่จากมา แต่ไม่นานก็กลับมาอีก เพราะรายได้จากการขอทานในเมืองใหญ่ มากกว่าสิ่งที่พวกเขาจะหาได้ในหมู่บ้านของตัวเอง

เซ็กซี่เกินไป !! ส.ว.มาเลเซียบ่นเครื่องแบบแอร์เอเชีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306377

เซ็กซี่เกินไป !! ส.ว.มาเลเซียบ่นเครื่องแบบแอร์เอเชีย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ข่าวต่างประเทศ, มาเลเซีย, เครื่องแบบ, เซ็กซี่, พนักงานต้อนรับ, เครื่องบิน, ส.ว., แอร์เอเชีย

นักการเมืองพรรครัฐบาลมาเลเซีย ตำหนิเครื่องแบบแอร์โฮสเตส เผยเนื้อตัวมากเกินไป

 

นิวสเตรทส ไทมส์ สื่อในมาเลเซีย รายงานอ้างคำกล่าวของ นายอับดุลเลาะห์ มัต ยาซิม สมาชิกวุฒิสภา จากพรรคอัมโน พรรครัฐบาล ว่า เครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ของสายการบินประหยัด แอร์เอเชีย และ ไฟร์ฟลาย อาจปลุกเร้าอารมณ์ผู้โดยสาร และไม่ได้สะท้อนความเป็นอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาทางการของมาเลเซีย คณะกรรมการการบินมาเลเซียจะต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

 

เซ็กซี่เกินไป !! ส.ว.มาเลเซียบ่นเครื่องแบบแอร์เอเชีย

ภาพ : straitstimes.com – FACEBOOK/AIRASIA

 

ความเห็นของ ส.ว.อับดุลเลาะห์ ซึ่งมีขึ้นระหว่างการอภิปรายร่างแก้ไขกฎหมายคณะกรรมการการบินมาเลเซียในรัฐสภา เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ว.เมกัต ซุลคาร์เนน โอมาร์ดิน ที่เสนอเพิ่มเติมว่า สายการบินทั้งสอง ควรออกแบบเครื่องแบบพนักงานเสียใหม่ “ภรรยาผมไม่สบายใจทุกครั้งที่ผมบินไปกับแอร์เอเชีย หรือมาลินโด โดยลำพัง มันยุ่งยากมากเลยสำหรับผม” ส.ว.เมกัต กล่าวติดตลก เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนในสภา

แต่อับดุลเลาะห์ กล่าวว่า เครื่องแบบพนักงานต้อนรับของ มาลินโด แอร์ สายการบินประหยัดอีกสายของมาเลเซีย ยอมรับได้ เครื่องแบบอาจจะรัดรูป แต่อย่างน้อยก็ปกปิดบริเวณอ่อนไหว แต่ก็ไม่ได้พูดชัดว่าตรงไหนที่เขาเห็นว่าอ่อนไหว

 

เซ็กซี่เกินไป !! ส.ว.มาเลเซียบ่นเครื่องแบบแอร์เอเชีย

ภาพ : facebook/malindoairmalaysia

 

เป็นครั้งที่สองแล้วในรอบสองสัปดาห์ ที่เครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ถูกนำมาพูดถึงในรัฐสภามาเลเซีย สัปดาห์ก่อน ส.ว.ฮานาฟั มามัต เลขาธิการพรรคอัมโน สาขากลันตัน กล่าวว่า พนักงานต้อนรับควรแต่งกายให้ถูกหลักศาสนา เนื่องจากมาเลเซียเป็นประเทศอิสลาม นักท่องเที่ยวอาจมีความเข้าใจมาเลเซียผิดๆ หากพนักงานต้อนรับหญิงแต่งกายเซ็กซี่และไม่เคารพ

“จงฮยอน”ทิ้งข้อความอำลาเผยความทรมานจากซึมเศร้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306261

“จงฮยอน”ทิ้งข้อความอำลาเผยความทรมานจากซึมเศร้า

ข่าวต่างประเทศ, โรคซึม, จงฮยอน

เพื่อนในวงการเผยข้อความสั่งลาของนักร้องนำ SHINee

 

ความคืบหน้าการเสียชีวิตของ คิม จงฮยอน วัย 28 ปี นักร้องนำของวงบอยแบนด์ SHINee (ชายนี่ ) ที่ตำรวจและญาติเชื่อว่าเกิดจากการฆ่าตัวตายด้วยการสูดควันพิษก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จากถ่านเผาไหม้บนกระทะภายในห้องพัก ช็อคแฟนเพลงทั่วเอเชียเมื่อเย็นวานนี้

จาง ฮี ยอน นักร้องนำวง เดียร์ คลาวด์ ( Dear Cloud) ได้โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมที่เธอเชื่อว่าเป็นการสั่งลาของเพื่อนสนิท และเผยถึงอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรงของศิลปินหนุ่มคนดังของวงการเคป๊อป

จาง ระบุว่าเพื่อนที่จากไปต้องการให้เผยแพร่ข้อความสุดท้ายต่อสาธารณะและได้ปรึกษากับครอบครัวแล้ว แต่เธอไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อความที่เขียนไว้เมื่อไหร่

จงฮยอนระบุว่า “ข้างในผมแตกสลาย ความซึมเศร้าที่เคยเลาะเล็มผมอย่างช้าๆ เวลานี้ได้กัดกินผมทั้งหมดแล้ว และผมเอาชนะมันไม่ได้” 

 

“จงฮยอน”ทิ้งข้อความอำลาเผยความทรมานจากซึมเศร้า 

        แนะพ่อแม่ คนใกล้ชิด จับตาดู บุตรหลาน หวั่นเกิดพฤติกรรมเลียนแบบศิลปินดัง

 

จงฮยอน ยังดูเหมือนเสียใจกับชีวิตท่ามกลางสปอตไลท์ ด้วยการระบุว่า “การมีชื่อเสียงอาจไม่ใช่ชีวิตของผมก็ได้ พวกเขาบอกว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมต้องลำบาก ทำไมผมถึงเลือกมัน ไม่น่าเชื่อที่ผมทนมาได้ขนาดนี้ ก่อนปิดท้ายด้วยการระบุว่า “บอกผมว่าพอได้แล้ว ผมทำได้ดีแล้ว ต่อให้คุณยิ้มไม่ออก ก็ขอให้ปล่อยผมไปโดยไม่ว่ากล่าวกัน คุณทำดีมาก ลาก่อน”

ยูน ดอง ฮวาน ประธาน เอ็มวาย มิวสิก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้นสังกัดของเดียร์ คลาวด์ กล่าวว่า เมื่อจงฮยอนส่งข้อความนี้มาให้จาง เธอก็ส่งต่อให้ครอบครัวของเขาทันที และเมื่อเกิดเรื่อง ได้หารือกันว่าควรเปิดเผยหรือไม่ แต่ทางครอบครัวตัดสินใจให้เปิดเผย

 

“จงฮยอน”ทิ้งข้อความอำลาเผยความทรมานจากซึมเศร้า 

 

ด้านตำรวจ กล่าวว่า จะไม่มีการชันสูตรพลิกศพ เนื่องจากพฤติการณ์แวดล้อมค่อนข้างชัดเจนว่า นักร้องดังปลิดชีวิตตนเอง ซึ่งทางครอบครัวก็เห็นด้วย ตำรวจเตรียมสรุปผลสอบสวนหลังหารือกับครอบครัว

สำหรับพิธีศพ จะจัดอย่างเป็นส่วนตัวที่ศูนย์การแพทย์อาซาน ทางตะวันออกของโซล ในเช้าวันพฤหัสบดี ขณะที่ เอสเอ็มเอนเตอร์เทนเมนต์ ได้จัดเตรียมพื้นที่แยกต่างหากให้แฟนเพลงได้มีโอกาสอำลาศิลปินที่พวกเขารักเป็นครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาล

 

==========

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ห่วงแฟนเพลง “จงฮยอน”แนะดูแลใกล้ชิด

มกุฎราชกุมารซาอุฯเจ้าของบ้านแพงสุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306098

มกุฎราชกุมารซาอุฯเจ้าของบ้านแพงสุดในโลก

คฤหาสน์, ซาอุดิอาระเบีย, มกุฎราชกุมาร, โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน

สื่อสหรัฐเผยโฉมเจ้าของคฤหาสน์ราคาแพงที่สุดในโลก เจ้าชายมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย

 

ขณะที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย กำลังเดินหน้าล้างบางทุจริตที่นำไปสู่การจับกุมเจ้าชาย อดีตรัฐมนตรีและมหาเศรษฐีกว่าร้อยคนเพื่อสอบสวน พระองค์ถูกสื่อใหญ่อย่างสหรัฐ เดอะนิวยอร์ก ไทมส์ เปิดเผยว่า เป็นเจ้าของคฤหาสน์ในฝรั่งเศสที่ได้ชื่อว่าเป็นเคหสถานราคาแพงที่สุดในโลก เมื่อครั้งขายให้กับผู้ซื้อไม่เป็นที่เปิดเผยนามเมื่อ 2 ปีก่อนในราคา 300 ล้านดอลลลาร์( 9,759 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) และกลายเป็นสินทรัพย์ราคามหาศาลรายการล่าสุด ที่มกุฎราชกุมารซาอุฯทรงซื้อไว้

คฤหาสน์สร้างใหม่”ชาโต หลุยส์ที่ 16” ทางตะวันตกของกรุงปารีส ถูกขายให้กับผู้ซื้อในปี 2558 ในนามบริษัทบังหน้าในฝรั่งเศสและลักเซมเบิร์ก บริษัทเหล่านั้นมีเจ้าของเดียวกันคือ “เอท อินเวสเมนต์” ( Eight Investment  Company )บริษัทซาอุฯที่อยู่ภายใต้การบริหารของมูลนิธิส่วนพระองค์ ตามด้วยการยืนยันจากที่ปรึกษาของราชวงศ์เมื่อสุดสัปดาห์ว่า เจ้าชายโมฮัมหมัดทรงเป็นเจ้าของคฤหาสน์ ที่ทุบสถิติเป็นบ้านราคาแพงที่สุดในโลกเมื่อตอนที่ตกลงซื้อขายจริง

มองจากภายนอก คฤหาสน์หลังนี้คล้ายปราสาทกึ่งพระราชวังในศตวรรษที่ 17 ใกล้พระราชวังแวร์ซาย แต่จริงๆเป็นอาคารสร้างใหม่แล้วเสร็จ เมื่อปี 2554  หลังจากอาหมัด คาช็อกกี มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ทุบทำลายปราสาทเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 19 เพื่อให้มองเห็นปราสาทแวร์ซายได้ถนัด

Tweet like @ArabiaFdn, crown prince MBS makes huge strides against corruption & kleptocracy by buying the most expensive home in the world at $400 million house in https://www.nytimes.com/2017/12/16/world/middleeast/saudi-prince-chateau.html 

The Chateau Louis XIV, near Versailles, sold for over $300 million to an anonymous buyer.

World’s Most Expensive Home? Another Bauble for a Saudi Prince

A $300 million chateau is one of a string of extravagant purchases for a prince who is cracking down on ill-gotten wealth and preaching fiscal austerity.

nytimes.com

บนพื้นที่ 144 ไร่ ตกแต่งเป็นสวนหย่อมสวยงาม สวนเขาวงกต รูปลักษณ์โบราณภายนอกซุกซ่อนสิ่งอำนวยความสะดวกทันสมัย ตั้งแต่น้ำพุขนาดใหญ่ควบคุมได้ด้วยไอโฟน โรงภาพยนตร์ สระว่ายน้ำสุดหรู และคูน้ำ

เอท อินเวสต์เมนต์ ยังอยู่เบื้องหลังการซื้อเรือยอทช์ชื่อ Pegasus VIII มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์ จากมหาเศรษฐีวอดกาชาวรัสเซียเมื่อปี 2558 ซึ่งทีมผู้สื่อข่าวนานาชาติเปิดโปงในรายงาน”พาราไดซ์ เปเปอร์”ว่าเป็นการซื้อผ่านความช่วยเหลือของทีมทนายความและนักบัญชีในเยอรมนี เบอร์มิวดา และไอล์ออฟแมน

นอกจากคฤหาสน์สุดอลังการและเรือยอทช์หรูแล้ว ภาพเขียน “ซัลวาตอร์ มุนดี” ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ที่ขายในราคา 450.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นการซื้อในนามของมกุฎราชกุมารซาอุฯเช่นกัน และเป็นการซื้อขายงานศิลปะราคาแพงที่สุดในโลก

ตอนแรก เจ้าชายบาเดอร์ บิน อับดุลเลาะฮ์ บิน โมฮัมเหม็ด บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด ถูกระบุว่าเป็นผู้ซื้อ แต่ผู้ใกล้ชิดกับการซื้อขาย และหน่วยงานข่าวกรองอเมริกัน ระบุว่า เจ้าชายไม่เป็นที่รู้จักมากนักพระองค์นี้ ซื้อในนามเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน

มกุฎราชกุมารซาอุฯ ถูกเผยโฉมเป็นผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคามหาศาล ในช่วงเวลาที่พระองค์ประกาศกวาดล้างการทุจริตในหมู่ชนชั้นนำ มีการกวาดจับเจ้าชายและมหาเศรษฐีนับร้อย ไปควบคุมตัวที่โรงแรมริตซ์ คาร์ลตัน ในกรุงริยาดห์ มีข่าวว่าคนเหล่านั้นได้รับแจ้งให้มอบเงินก่อนโตเป็นค่าประกันตัวแลกกับอิสรภาพ พระองค์เคยตรัสว่า หวังว่าจะระดมเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์จากการยึดทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบ

พนง.แบงก์ใช้เวลา 6 เดือนนับมรดกเงินมาร์ก 1.2 ล้านเหรียญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306062

พนง.แบงก์ใช้เวลา 6 เดือนนับมรดกเงินมาร์ก 1.2 ล้านเหรียญ

ดอยช์มาร์ก, มาร์ก, เงิน, นับ, มรดก, แบงก์, พนง., ข่าวต่างประเทศ

ชาวเยอรมันทิ้งมรดกเป็นเงินมาร์กหลายร้อยถุง กลายเป็นงานใหญ่ให้พนักงานธนาคารนั่งนับ 6 เดือน เพิ่งเสร็จ

 

อดีตคนขับรถบรรทุกคนหนึ่งในเยอรมนี เก็บเล็กผสมน้อยเหรียญดอยช์มาร์ก สกุลเงินดั้งเดิมของเยอรมนีจากการทำงานกว่า 30 ปี จนมีสะสมไว้มากถึง 1.2 ล้านเหรียญ เก็บไว้ในถุงหลายร้อยใบ และได้มอบเป็นมรดกของครอบครัว เมื่อเขาเสียชีวิต ครอบครัวจึงนำไปแลกโดยลำเลียงถุงเงินน้ำหนักรวม 2.5 ตัน ขึ้นรถแวนไปแลกที่ธนาคาร เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

ภาระตกหนักแก่ วูล์ฟกัง เคเมอไรท์ พนักงานดอยเชอ บุนเดสบังค์ หรือ ธนาคารกลางเยอรมนี สาขาโอลเดนบวร์ก ที่ต้องใช้เวลาถึงครึ่งปี จึงเสร็จสิ้นภารกิจนับมรดกก้อนนี้

 

 

เคเมอไรท์ กล่าวว่า การใช้เครื่องนับไม่สามารถทำได้ เพราะเหรียญจำนวนมากขึ้นสนิมและเกาะติดกัน แถมยังเป็นเหรียญมูลค่า 1 – 2 เซนต์ หน่วยเล็กที่สุดของเงินดอยช์มาร์ก เขาจึงต้องใช้เวลาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทยอยนับไปเรื่อยๆ โดยทำควบคู่ไปกับหน้าที่ประจำวัน โดยเฉลี่ยใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงนับเงินแต่ละถุง แต่พนักงานธนาคารผู้มีความอุตสาหะเป็นเลิศ กล่าวว่า เขารู้สึกเพลินกับการทำงานนี้ จึงไม่ได้คิดว่าเป็นปัญหาอะไร

รวมแล้วเหรียญทั้งหมดมีมูลค่าประมาณ 8,000 ยูโร (ประมาณ 3 แสนบาท) เป็นมรดกที่ครอบครัวผู้ตายไม่คาดคิดมาก่อน

ทั้งนี้ เยอรมนีที่หันไปใช้เงินยูโร เมื่อ 14 ปีก่อน รับแลกเงินมาร์กอย่างไม่มีกำหนด โดยอัตราแลกเปลี่ยนตายตัวที่ 1.96 มาร์ก ต่อ 1 ยูโร

ออสเตรเลียรวบพลเมืองเป็นนายหน้าโสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306059

ออสเตรเลียรวบพลเมืองเป็นนายหน้าโสมแดง

ภักดี, ซอฟต์แวร์, ออสเตรเลีย, ขีปนาวุธ, โสมแดง, นายหน้า, เปียงยาง,  ข่าวต่างประเทศ

เจรจาขายส่วนประกอบขีปนาวุธแก่ผู้สนใจในต่างประเทศ ช่วยหารายได้เข้าระบอบเปียงยาง

 

ตำรวจออสเตรเลียจับกุม นายชาน ฮัน ชอย พลเมืองเชื้อสายเกาหลี วัย 59 ปี จากย่านอีสต์วูด ในนครซิดนีย์ ฐานทำงานเป็นคนกลางในตลาดมืดขายส่วนประกอบขีปนาวุธและถ่านหิน มุ่งสร้างรายได้แก่รัฐบาลเปียงยาง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย แถลงว่า นายชานใช้การสื่อสารแบบเข้ารหัสเจรจาซื้อขายอาวุธทำลายล้างสูง อาทิ ซอฟต์แวร์สำหรับขีปนาวุธนำวิถี และความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคทางทหารของเกาหลีเหนือแก่ผู้สนใจต่างชาติ ตำรวจออสเตรเลียไม่ขยายความว่าประเทศใดที่สนใจซื้ออาวุธหรือบริการจากเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นความอ่อนไหวทางการเมือง แต่เปิดเผยว่าหากการถ่ายโอนประสบความสำเร็จ ไม่ถูกจับเสียก่อน จะหมายถึงรายได้หลายสิบล้านดอลลาร์

ชานถูกแจ้งข้อหาความผิด 6 ข้อหา แยกเป็น 2 ข้อหา ภายใต้กฎหมายห้ามแพร่กระจายอาวุธทำลายล้างสูงของออสเตรเลีย ปี 2538 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการแจ้งข้อหาตามกฎหมายนี้ อีก 4 ข้อหา เป็นความผิดตามฎหมายบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของสหประชาชาติและออสเตรเลีย มีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี

ตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้กำลังเจรจาขายถ่านหินและอัญมณีจากเกาหลีเหนือ ไปให้ผู้สนใจซื้อในอินโดนีเซียและเวียดนามด้วย แต่ไม่พบหลักฐานโยงใยเจ้าหน้าที่ในสองประเทศ

ชานเป็นผู้อาศัยอยู่ในออสเตรเลียมานานกว่า 30 ปี เขาเกิดในเกาหลีใต้ แต่ไม่ใช่พลเมืองเกาหลีใต้ ตำรวจเริ่มสืบสวนหลังได้รับเบาะแสจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในต่างประเทศ ก่อนเข้าจับกุมเมื่อวันเสาร์ ข้อหาทั้งหมดมาจากกิจกรรมต้องสงสัยเมื่อปีที่แล้ว แต่เชื่อว่าเขาเริ่มเป็นนายหน้าให้เกาหลีเหนือตั้งแต่ปี 2551

นีล กัฟฮัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจออสเตรเลีย กล่าวว่า เป็นคดีที่เราไม่เคยเจอมาก่อนในออสเตรเลีย เชื่อว่าเขาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ต้องหากลายเป็นคนกลางทางเศรษฐกิจให้เกาหลีเหนือได้อย่างไรและเมื่อใด บอกเพียงว่า ชานเป็นนายหน้าที่ภักดีต่อเกาหลีเหนือ ผู้มีความเชื่อว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่คือการรับใช้ชาติ และเขามุ่งมั่นจะขายทุกอย่างที่สามารถทำเงินกลับไปให้รัฐบาลเกาหลีเหนือได้ ขณะนี้การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ และอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม อย่างไรก็ดี ยืนยันว่าไม่มีอาวุธหรือส่วนประกอบขีปนาวุธใดในออสเตรเลีย จึงไม่มีภัยคุกคามใดๆ ในประเทศ

 

 

—————————

(ภาพ : http://www.dw.com/en/north-korea-australian-police-charge-man-for-illegal-arms-deals/a-41826396)

“สวนสัตว์สหรัฐ”เตรียมอพยพหนีไฟป่า #คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306013

“สวนสัตว์สหรัฐ”เตรียมอพยพหนีไฟป่า #คมชัดลึก

ไฟ่ป่า, ่ ่ ข่าวต่างประเทศ, หนีไฟป่า,  สวนสัตว์สหรัฐ

สวนสัตว์ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เตรียมพร้อมอพยพฉุกเฉินหากไฟป่าครั้งใหญ่ลุกลามมาถึง ขณะที่สัตว์บางตัวได้ถูกย้ายล่วงหน้าไปยังสวนสัตว์นครลอสแองเจลิสแล้ว

         เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ซานตาบาบาร์ราในรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังเร่งนำสัตว์นานาชนิดใส่กรงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอพยพหนีไฟป่า ขณะที่สัตว์บางตัวได้ถูกย้ายล่วงหน้าไปยังสวนสัตว์นครลอสแองเจลิสแล้ว

         สวนสัตว์แห่งนี้กำลังเสี่ยงต่อการถูกเผาผลาญโดยไฟป่า “โธมัส” ซึ่งเผาทำลายพื้นที่ไปแล้วกว่า 6 แสน 2 หมื่นไร่ นับตั้งแต่เริ่มลุกลามเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม และคาดว่ากระแสลมแรงและความชื้นระดับต่ำจะทำให้เปลวเพลิงยิ่งลุกลามมากขึ้นในวันนี้ส่งผลให้ทางการต้องออกคำสั่งอพยพฉุกเฉินเพิ่มเติมในหลายชุมชน

"สวนสัตว์สหรัฐ"เตรียมอพยพหนีไฟป่า #คมชัดลึก

         ขณะนี้ เจ้าหน้าที่กว่า 8 พันนายกำลังเร่งควบคุมไฟป่าซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 ราย ทำลายอาคารราว 1 พันหลัง โดยมีรายงานว่าทางภาครัฐใช้งบประมาณเพื่อจัดการเรื่องนี้แล้ว 104 ล้านดอลลาร์

“เวเนฯ” ปัดความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมจาก “สหรัฐ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306010

“เวเนฯ” ปัดความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมจาก “สหรัฐ”

ด้านสิทธิมนุษยธรรม, ไม่ขอความช่วยเหลือ, ข่าวต่างประเทศ, ่ เวเนฯ, เวเนฯ, สหรัฐ

เวเนฯปัดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหรัฐ ลั่นเป็นแค่ข้ออ้างเพื่อทำลายเสถียรภาพภายในประเทศ

          รัฐบาลเวเนซุเอลา ปฏิเสธคำพูดของของสหรัฐที่ว่า เวเนซุเอลา เป็นประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม พร้อมกล่าวว่า สหรัฐกำลังเยาะเย้ยนานาชาติด้วยการมอบความช่วยเหลือแก่เวเนซุเอลา โดยมีจุดประสงค์เพื่อพยายามทำลายเสถียรภาพภายในประเทศ

รัฐบาลเวเนซุเอลายังวิจารณ์สถานการณ์ภายในสหรัฐโดยระบุว่า สหรัฐยังไม่สามารถแก้ปัญหาด้านบริการสุขภาพ โภชนาการ และบริการด้านสังคมของตนเองได้ พร้อมระบุว่า ประชากรที่เป็นเด็กกว่า 21% ในสหรัฐยังประสบภาวะยากจน ขณะที่ชาวอเมริกันอย่างน้อย 41 ล้านคนยังมีอาหารไม่เพียงพอ และอีกกว่า 18 ล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด

 

"เวเนฯ" ปัดความช่วยเหลือ ด้านมนุษยธรรมจาก "สหรัฐ"

พร้อมกันนี้ รัฐบาลเวเนซุเอลายังเรียกร้องให้สหรัฐหยุดคุกคามทางการเมืองและเศรษฐกิจ รวมถึงการทำลายความมั่นคงและความเป็นปึกแผ่นของเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นางฮีทเธอร์ เนาเอิร์ท โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมที่ประชาชนในเวเนซุเอลากำลังเผชิญเนื่องจากภาวะขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค

ในแถลงการณ์ระบุว่า สหรัฐพร้อมส่งความช่วยเหลือไปยังเวเนซุเอลาทันที หากรัฐบาลเวเนซุเอลายอมเปิดรับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากภายนอก

พร้อมกันนี้ นางเนาเอิร์ทยังย้ำว่า การที่สหรัฐประกาศคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเวเนซุเอลา ไม่ได้เป็นการห้ามให้ชาวอเมริกันส่งความช่วยเหลือด้านอาหาร ยารักษาโรค และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในรูปแบบอื่นๆให้แก่ประชาชนชาวเวเนซุเอลา

“เฟซบุ๊ค” ยอมรับ!! เครือข่ายสังคมทำลายสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306004

“เฟซบุ๊ค” ยอมรับ!! เครือข่ายสังคมทำลายสุขภาพ

เฟส, ข่าวต่างประเทศ, เฟซบุ๊ค ยอมรับ, เครือข่ายสังคม, นายชามัท พาลีหปิติยา, เฟซบุ๊ค

เฟซบุ๊ค ยอมรับว่าการใช้งานเครือข่ายสังคมอาจทำให้ผู้ใช้บางกลุ่มรู้สึกแย่ทั้งในแง่สุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมเผยแพร่งานวิจัย แนะใช้เครือข่ายสังคมให้เกิดผลดีที่สุด

         เฟซบุ๊ค อ้างผลงานวิจัยที่จัดทำเองว่าความรู้สึกแย่ของผู้ใช้สื่อสังคมออนไลนส์จะมาจากการอ่านอย่างเดียว ไม่ตอบโต้กับผู้คนเท่านั้น แต่การมีส่วนร่วมกับเนื้อหาบนโซเชียล ทั้งการเขียนหรือส่งต่อข้อความ โพสต์ และความเห็นกับเพื่อนฝูงเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่มีความรู้สึกที่ดีขึ้น

"เฟซบุ๊ค" ยอมรับ!!  เครือข่ายสังคมทำลายสุขภาพ

         อย่างไรก็ตามรีโค้ด วิจารณ์ว่า เหตุผลที่ทำให้เฟซบุ๊ค ยอมรับว่าการใช้งานเครือข่ายสังคมอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้ใช้ ว่าเป็นเพราะบริษัทพยายามเดินบนทางคู่ขนานระหว่างการทำความดีให้สังคม ไปพร้อมๆกับสร้างธุรกิจโฆษณาให้ยิ่งใหญ่ได้ต่อไป

         ที่ผ่านมา นักวิจัยหลายคนพยายามจุดประกายให้ชาวโลกตระหนักว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างผิดวิธี อาจทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่ดี ทั้งอารมณ์อิจฉา หรืออารมณ์ซึมเศร้าที่อาจเพิ่มขึ้น

         ก่อนหน้านั้น นายชามัท พาลีหปิติยา ( Chamath Palihapitiya )อดีตผู้บริหารเฟซบุ๊ค กล่าวว่า เขารู้สึกผิดมากที่มีส่วนสร้างเครื่องมือทำลายความสัมพันธ์ทางสังคม ทั้งแนะนำให้ผู้คนพักตัวเองจากสื่อสังคมออนไลน์อย่างจริงจัง

        ความเห็นของชามัท มีขึ้นระหว่างร่วมงานเสวนาที่สแตนฟอร์ด บิสเนสส สกูล เมื่อเดือนพ.ย. และเว็บไซต์ข่าวเวิร์จได้นำมาเผยแพร่

         ชามัท เข้าทำงานในเฟซบุ๊คเมื่อปี 2550 และเคยนั่งตำแหน่งรองประธานฝ่ายขยายการเติบโตของจำนวนผู้ใช้ ก่อนลาออกในปี 2554 ปัจจุบัน เป็นผู้บริหารบริษัทโซเชียล แคปปิตัล ที่มุ่งให้ทุนสนับสนุนบริษัทด้านการดูแลสุขภาพและการศึกษา

        การวิจารณ์ของเขาไม่ได้หมายถึงเฟซบุ๊คเท่านั้น แต่หมายรวมถึงระบบนิเวศออนไลน์ทั้งหมดว่า ไม่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความเห็น ไม่ร่วมมือกัน ข้อมูลผิด และลดทอนความจริง ระบบฟีดแบ็กที่สร้างขึ้นมา ที่รวมถึงการแสดงออกด้วยการให้หัวใจ กดไลค์ หรือยกนิ้วหัวแม่มือ ล้วนทำลายการทำงานของสังคม

ซาอุฯให้ผู้หญิง”ขับมอเตอร์ไซค์-รถบรรทุก”ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/306005

ซาอุฯให้ผู้หญิง”ขับมอเตอร์ไซค์-รถบรรทุก”ได้

 ซาอุฯ, ผู้หญิง, ข่าวต่างประเทศ

ทางการซาอุดิอาระเบีย เตรียมอนุญาตให้ผู้หญิงชาวซาอุดีอาระเบียสามารถขับรถบรรทุกและรถจักรยานยนตร์ได้ หลังจากที่สามเดือนก่อนหน้านี้ ประกาศให้ผู้หญิงขับรถยนต์ได้

         เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา กษัตริย์ซัลมาน แห่งราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ทรงออกพระราชกฤษฎีการะบุว่า ผู้หญิงสามารถขับรถยนต์ได้ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีหน้าเป็นต้นไป เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการปฏิรูปในราชอาณาจักรอนุรักษ์นิยมแห่งนี้

ทั้งนี้ กองอำนวยการจราจรของซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่ากฎหมายการขับขี่ในประเทศจะถูกทำให้เท่าเทียมสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง และจะมีป้ายทะเบียนพิเศษสำหรับรถยนต์คันที่ผู้หญิงขับ

 

ซาอุฯให้ผู้หญิง"ขับมอเตอร์ไซค์-รถบรรทุก"ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงที่มีส่วนในอุบัติเหตุทางถนนหรือทำผิดวินัยจราจรจะได้รับการจัดการที่ศูนย์พิเศษที่จะจัดตั้งขึ้นมาและบริหารงานโดยผู้หญิง

ซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศเดียวในโลกที่บังคับใช้กฎห้ามไม่ให้ผู้หญิงขับรถ และการรักษากฎนี้ไว้ ถูกมองจากทั่วโลกว่าเป็นสัญลักษณ์ของการกดขี่ทางเพศในราชอาณาจักรแห่งนี้