“สหรัฐ”เรียกร้องทั่วโลกตัดสัมพันธ์“โสมแดง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/304083

“สหรัฐ”เรียกร้องทั่วโลกตัดสัมพันธ์“โสมแดง”

ข่าวต่างประเทศ, ขีปนาวุธ, สหรัฐอเมริกา, เกาหลีเหนือ, สหรัฐ, โสมแดง

สหรัฐเรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับ โสมแดง พร้อมกับเตือนว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะ “ถูกทำลายอย่างสิ้นซาก” หากคิดจะทำสงคราม

 

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นางนิกกี้ เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้ทุกประเทศร่วมกันตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับเกาหลีเหนือ พร้อมกับเตือนว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจะ “ถูกทำลายอย่างสิ้นซาก” หากคิดจะทำสงคราม พร้อมทั้งกล่าวว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อขอให้รัฐบาลจีนตัดการส่งน้ำมันไปยังเกาหลีเหนือ

นางเฮลีย์ กล่าวว่า “วันนี้ เราขอให้ทุกประเทศร่วมกันตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับเกาหลีเหนือ” ในการประชุมฉุกเฉินของยูเอ็นเอสซี ซึ่งมีขึ้นหลังเกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ในช่วงเช้าตรู่ของเมื่อวานนี้ พร้อมกันนี้ นางเฮลีย์ ยังกล่าวว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ตัดสินใจดึงโลกเข้ามาใกล้การทำสงคราม ไม่ได้ทำให้โลกพ้นจากสงคราม ซึ่งสหรัฐไม่เคยคิดที่จะทำสงครามกับเกาหลีเหนือ นับจนถึงวันนี้

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธเมื่อวานนี้ พร้อมกับระบุว่า ขีปนาวุธไอซีบีเอ็มประเภทใหม่นี้ สามารถยิงได้ถึงทุกพื้นที่ของสหรัฐและยังบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ได้ด้วย ซึ่งการยิงขีปนาวุธครั้งนี้ถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นขีปนาวุธฮวางซอง-15 ที่ทำความสูงได้ถึง 4,475 กิโลเมตร และทำระยะทางได้ถึง 950 กิโลเมตร หลังทะยานอยู่บนอากาศเป็นเวลา 53 นาที

“นายพลบอสเนีย”ซดยาพิษ กลางศาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/304060

“นายพลบอสเนีย”ซดยาพิษ กลางศาล

โทมา ฟิลา, นายพลบอสเนีย, ข่าวต่างประเทศ, นายพลสโลโบดาน ปราลยัก, อาชญากรรมสงคราม

นายพลบอสเนีย ซดยาพิษกลางศาล หลังจากตะโกนว่า “ผมไม่ใช่อาชญากรสงคราม” เพื่อประท้วงที่ศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี ในความผิดที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในสงครามบอสเนีย

 

นายโทมา ฟิลา ทนายชื่อดังชาวเซอร์เบีย ซึ่งว่าความให้ผู้ต้องหาหลายคน ที่ศาลอาชญากรรมสงครามในกรุงเฮก เปิดเผยกรณีที่ นายพลสโลโบดาน ปราลยัก ชาวโครแอต วัย 72 ปี เสียชีวิตจากการดื่มยาพิษหลังจากตะโกนว่า “ผมไม่ใช่อาชญากรสงคราม” เพื่อประท้วงที่ศาลพิพากษาจำคุก 20 ปี ในความผิดที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในสงครามบอสเนีย

ทั้งนี้ นายฟิลา บอกว่า การที่นายพลปราลยัก นำขวดยาพิษเข้าไปในห้องพิจารณาคดีเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เพราะระบบการตรวจสอบด้านความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ของศาลกรุงเฮกไม่ได้แน่นหนาเช่นเดียวกับระบบที่สนามบิน

เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายปราลยัก เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแต่ช่วยไม่ทัน เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนบรรยากาศที่ศาล ศาลได้ปิดกั้นบริเวณห้องพิจารณาคดี เพราะถือเป็นสถานที่เกิดคดีอาชญากรรม เพื่อให้ตำรวจเนเธอร์แลนด์เข้าไปสอบสวน

นายพลปราลยัก และผู้ต้องหาอีก 5 คน ที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่บอสเนียโครแอต ถูกตัดสินว่ามีความผิดในการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ช่วงสงครามบอสเนียในช่วงต้นยุคทศวรรษที่ 2533

ขณะที่นายอังเดร เปล็นโควิช นายกรัฐมนตรีโครเอเชีย ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวนายปราลยัก และว่าการกระทำของนายปราลยัก สะท้อนถึงความไม่ยุติธรรมที่หยั่งรากลึกต่อผู้ต้องหาชาวโครแอตทั้งหกคน

อียูปัดข่าวบรรลุข้อตกลงค่าเบร็กซิทกับอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/304059

อียูปัดข่าวบรรลุข้อตกลงค่าเบร็กซิทกับอังกฤษ

เบร็กซิท, เทเรซา เมย์, อังกฤษ, อียู, ข่าวต่างประเทศ, มิเชล บาร์นิเยร์

อียูปัดข่าวบรรลุข้อตกลงค่าเบร็กซิทกับอังกฤษ ก่อนที่จะแยกตัวอย่างเป็นทางการ

นายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป (อียู) ในประเด็นการถอนตัวของอังกฤษออกจากอียู(เบร็กซิท) กล่าวว่า อังกฤษและอียูยังคงมีความเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับวงเงินที่อังกฤษต้องจ่ายให้แก่อียู ก่อนที่จะแยกตัวอย่างเป็นทางการ รวมทั้งปัญหาเรื่องชายแดนของไอร์แลนด์ และประเด็นสิทธิพลเมืองของอียูในอังกฤษ

นายบาร์นิเยร์ กล่าวว่า การเจรจาจะยังคงดำเนินไปก่อนวันที่ 4 ธ.ค. ซึ่งนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ จะพบปะกับนายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี)

ซึ่งคำกล่าวของนายบาร์นิเยร์ สวนทางกับรายงานของหนังสือพิมพ์เดลี เทเลกราฟของอังกฤษ ที่เปิดเผยว่า อังกฤษและอียูสามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับวงเงินค่าเบร็กซิทที่อังกฤษต้องจ่ายให้แก่ อียูเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงินต่ออียู

เดลี เทเลกราฟ ระบุว่า ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลงในหลักการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องของทางอียู ที่ต้องการให้อังกฤษจ่ายเงินจำนวน 6 หมื่นล้านยูโรสำหรับค่าเบร็กซิท โดยอังกฤษจะจ่ายค่า เบร็กซิท ในวงเงินระหว่าง 4.5-5.5 หมื่นล้านยูโร

ทั้งนี้ ประเด็นการจ่ายเงินค่าเบร็กซิท ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการเจรจาระหว่างอังกฤษและอียู ก่อนที่อังกฤษมีกำหนดต้องแยกตัวออกจากอียูอย่างเป็นทางการในเดือนมี.ค.ปี 2562

นายอันโตนิโอ ทาจานี ประธานรัฐสภายุโรป กล่าวก่อนหน้านี้ว่า อังกฤษควรจ่ายเงินอย่างน้อย 6 หมื่นล้านยูโร สำหรับค่าเบร็กซิท เพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน

“ถ้าอียูยอมรับวงเงินที่ต่ำกว่านี้ ประชากรของยุโรปจะต้องจ่ายส่วนต่างที่เหลือ แต่ทำไมเราต้องให้ชาวเยอรมัน อิตาเลียน สเปน หรือดัชท์ต้องมาจ่ายเงินในส่วนของอังกฤษ” นายทาจานี กล่าว

นายบาร์นิเยร์ขีดเส้นตายเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ว่า อังกฤษควรประกาศจุดยืนที่ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลักภายในเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งได้แก่ วงเงินค่าเบร็กซิทที่อังกฤษจะชำระแก่อียู, ปัญหาเรื่องชายแดนของไอร์แลนด์ และประเด็นสิทธิพลเมืองของอียู ในอังกฤษ

โตโยต้าเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/304057

โตโยต้าเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3

ภัยพิบัติ, มนุษย์, ญี่ปุ่น, ค่ายรถยนต์, โตโยต้า, หุ่นยนต์, ข่าวต่างประเทศ, อากิฟุมิ ทามะโอะกิ

โตโยต้าค่ายรถยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3″T-HR3ที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวคนได้มากขึ้นนำมาใช้ดูแลผู้สูงอายุ-เป็นผู้ช่วยรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ

นายอากิฟุมิ ทามะโอะกิ ผู้จัดการแผนกหุ่นยนต์ของโตโยต้า เปิดเผยว่า บริษัทกำลังพิจารณาใช้หุ่นยนต์รุ่นนี้ ดูแลผู้สูงอายุตามบ้าน และช่วยเหลือด้านต่างๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ในทางเทคนิคแล้ว สามารถนำหุ่นยนต์รุ่นนี้ไปใช้ในสถานที่ทำงาน พื้นที่ประสบภัยพิบัติ และที่ว่างภายนอกได้

 

โตโยต้าเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3 
ภาพ : AFP

หุ่นยนต์มนุษย์ที-เอชอาร์3 ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการหุ่นยนต์นานาชาติ 2017 ที่กรุงโตเกียว เมื่อวันพุธ ควบคุมด้วยระบบพกพา และสามารถเคลื่อนไหวแขนขาได้อย่างคล่องแคล่วถือเป็นหุ่นยนต์รุ่นล่าสุด ในบรรดาหุ่นยนต์มนุษย์หลายสิบรุ่น ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ จากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

 

โตโยต้าเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3 
ภาพ : AFP

หุ่นยนต์มนุษย์ที-เอชอาร์3 มีข้อต่อ 32 จุด สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลเหมือนมนุษย์ และยังสามารถสร้างสมดุลด้วยตัวของมันเองเมื่อยืนขาเดียว โดยระบบเซนเซอร์ในตัวหุ่นยนต์จะตรวจจับว่าควรออกแรงมากน้อยเพียงใด

อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายังไม่มีแผนผลิตหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นนี้ออกจำหน่าย และปฏิเสธที่จะเปิดเผยต้นทุนในการพัฒนา

 

โตโยต้าเปิดตัวหุ่นยนต์มนุษย์รุ่นที่3 
ภาพ : AFP

เกาหลีเหนืออ้างประสบความสำเร็จยิงขีปนาวุธ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303948

เกาหลีเหนืออ้างประสบความสำเร็จยิงขีปนาวุธ

นิวเคลียร์, ขีปนาวุธ, ข่าวต่างประเทศ,  เกาหลีเหนือ, คิม จอง อึน

เกาหลีเหนือเผยประสบความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธวันนี้ พร้อมกับระบุว่า ขีปนาวุธไอซีบีเอ็มประเภทใหม่นี้ สามารถยิงได้ถึงทุกพื้นที่ของสหรัฐ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สื่อทางการของเกาหลีเหนือได้ประกาศความสำเร็จดังกล่าว ภายหลังจากที่ได้ยิงขีปนาวุธไอซีบีเอ็ม ซึ่งคาดว่า จะเป็นขีปนาวุธลูกที่ 3 ในช่วงเช้าตรู่วันนี้

สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือรายงานโดยอ้างนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่ประกาศว่า ในที่สุดเราก็ได้ตระหนักถึงการเป็นพลังแห่งรัฐนิวเคลียร์ได้อย่างสมบูรณ์และยิ่งใหญ่ระดับประวัติศาสตร์

การยิงขีปนาวุธครั้งนี้ถือเป็นการยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนก.ย.ที่ผ่านมา

“ทรัมป์”เดินหน้ากดดันโสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303931

“ทรัมป์”เดินหน้ากดดันโสมแดง

จิม แมททิส, ข่าวต่างประเทศ, ขีปนาวุธ, เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, ทรัมป์

“ทรัมป์”ยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปของเกาหลีเหนือในช่วงเข้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่นจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายที่แข็งกร้าวของสหรัฐที่มีต่อเกาหลีเหนือ

 

ประธานาธิบดีโดนับ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า “เรามีแผนยุทธศาสตร์ในการกดดันเกาหลีเหนืออย่างเข้มงวด ซึ่งนั่นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้”แต่ทรัมป์ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ยั่วยุครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ เพียงแต่บอกว่า “เราจะจับตาเรื่องนี้ต่อไป”

ด้านนายจิม แมททิส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐเปิดเผยว่า เกาหลีเหนือมีความคืบหน้าสำคัญในการพัฒนาอาวุธปล่อยนำวิถีพิสัยไกล โดยขีปนาวุธที่เกาหลีเหนือทดสอบครั้งล่าสุดนี้ สามารถไต่ระดับที่ความสูงมากกว่าและมีความแม่นยำสูงกว่าการทดสอบครั้งก่อนๆ ของเกาหลีเหนือ”
นายแมททิส กล่าวเสริมว่า “การทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวซึ่งมีขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีเหนือในการพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถโจมตีเป้าหมายแห่งใดก็ได้ในโลกใบนี้”

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านขีปนาวุธในสหรัฐกล่าวว่า การทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนืออาจมีพิสัยโจมตีไกลถึงวอชิงตัน นิวยอร์ก หรือพื้นที่ส่วนใดก็ได้ในสหรัฐ

นายเดวิด ไรท์ ผู้อำนวยการร่วมและนักวิทยาศาสตร์อาวุโสแห่งสหภาพนักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐ ระบุว่า หากขีปนาวุธลูกดังกล่าวเคลื่อนที่ไปตามแนววิถีมาตรฐาน จะมีพิสัยทำการไกลกว่า 13,000 กม. ซึ่งหมายความว่า ขีปนาวุธลูกนี้จะสามารถโจมตีพื้นที่ส่วนใดก็ได้ในสหรัฐ

แอร์บัส-โรสรอยซ์-ซีเมนส์ร่วมพัฒนาเครื่องบินไฮบริด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303926

แอร์บัส-โรสรอยซ์-ซีเมนส์ร่วมพัฒนาเครื่องบินไฮบริด

โรสรอยซ์, ข่าวต่างประเทศ, แอร์บัส, ซีเมนต์, เครื่องบิน

แอร์บัส จับมือ โรลล์สรอยซ์ และ ซีเมนส์ ร่วมพัฒนาเครื่องบินโดยสารไฮบริด ที่ใช้พัดลมไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์แบบที่ใช้น้ำมัน

แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินชั้นนำของยุโรป จับมือโรลล์สรอยซ์ บริษัทผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน และซีเมนส์ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำสัญชาติเยอรมนี พัฒนาเครื่องบินโดยสารพลังงานลูกผสม(ไฮบริด) ซึ่งใช้พัดลมไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์แบบที่ใช้น้ำมัน

เครื่องบินลำ นี้ถือเป็นเทคโนโลยีต้นแบบแห่งอนาคต เพื่อลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ ที่เครื่องบินปล่อยออกมา รวมทั้งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงจากน้ำมัน เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของสหภาพยุโรป (อียู) ที่ต้องการลดมลพิษจากเครื่องบินลงให้ได้ 60%

บริษัททั้ง3แห่ง ประกาศข่าวความร่วมมือครั้งนี้พร้อมระบุว่าจะเริ่มสร้างเครื่องบินที่เรียกว่า อี แฟน เอ็กซ์ในปี2563 และภายใต้แผนความร่วมมือครั้งนี้ แอร์บัสของฝรั่งเศส จะสร้างตัวถังเครื่องบิน ส่วนโรลล์สรอยซ์ ของอังกฤษ ผลิตเครื่องยนต์และอุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้า ขณะที่ซีเมนส์ ของเยอรมนี จะพัฒนามอเตอร์สำหรับเครื่องยนต์

อนามัยโลกเตือนเชื้อเอชไอวีระบาดหนักยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303920

อนามัยโลกเตือนเชื้อเอชไอวีระบาดหนักยุโรป

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
องค์การอนามัยโลก, ข่าวต่างประเทส, เอชไอวี, เอดส์

องค์การอนามัยโลกประกาศเตือนเชื้อไวรัสเอชไอวี หรือโรคเอดส์ ระบาดหนักในยุโรป หลังตรวจพบมีผู้ติดเชื้อในปี2559 เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึก

 

องค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์ร่วมกับศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคยุโรป (อีซีดีซี) เมื่อวันอังคารว่า ในปี 2559 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวน 160,000 คนใน 53 ประเทศ ในภูมิภาคยุโรปโดย 80% ของจำนวนดังกล่าวอยู่ในยุโรปตะวันออก

องค์การอนามัยโลก ระบุด้วยว่า แนวโน้มการแพร่ระบาดน่าวิตกอย่างมาก เนื่องจากผู้ป่วยจำนวนมากติดเชื้อเอชไอวีมานานหลายปี ก่อนจะตรวจพบ ทำให้เชื้อไวรัสควบคุมยาก และมีโอกาสสูงมากที่จะส่งต่อเชื้อไปสู่ผู้อื่น การตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ มีความสำคัญมากสำหรับเอชไอวี เนื่องจากจะทำให้ประชาชนเริ่มรักษาด้วยยารักษาโรคเอดส์ตั้งแต่แรก เพิ่มโอกาสมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง

รายงานของดับเบิลยูเอชโอ และอีซีดีซี ระบุว่า ในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราผู้ติดเชื้อเอชไอวีใหม่ในยุโรปสูงขึ้น 52% จาก 12 คนในประชากรทุกๆ 100,000 คนในปี2550 เป็น 18.2 คนในทุกๆ 100,000 คนของเมื่อปี 2559

ปัจจุบัน ประชาชนทั่วโลกเกือบ 37 ล้านคนติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคยากจนกว่า เช่น แอฟริกา ซึ่งการเข้าถึงการตรวจสอบ การป้องกันและการรักษา ถูกจำกัดมากกว่า แต่การระบาดของเอชไอวีไม่ลดลงในภูมิภาคที่ร่ำรวยกว่า อย่างเช่น ยุโรป

เกาหลีใต้ซ้อมรบทางทหารหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303919

เกาหลีใต้ซ้อมรบทางทหารหลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีป

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, ขีปนาวุธ, ยูเอ็นเอสซี

กองทัพเกาหลีใต้ได้เปิดฉากการซ้อมรบทางทหารใกล้กับพื้นที่ชายแดนทางทะเลตะวันออกหลังจากเกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามทวีปในช่วงเช้ามืดของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น

 

รายงานระบุว่า การซ้อมรบทางทหารของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการโจมตีอย่างแม่นยำ หลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธที่มีระยะไกลกว่า 4,000 กิโลเมตร ขณะที่ทางการญี่ปุ่นระบุว่า กาหลีเหนือยิงขีปนาวุธลูกดังกล่วตกลงในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น

รายงานระบุด้วยว่า การซ้อมรบทางทหารของเกาหลีใต้ในครั้งนี้ประกอบด้วยเรือรบที่มีระบบอำนวยการรบ “เอจิส” ของกองทัพเรือ และเครื่องบินขับไล่แบบเคเอฟ-16 ของกองทัพอากาศ โดยมีการทดสอบยิงอาวุธปล่อยนำวิถีที่มีความแม่นยำสูงเป็นเวลาประมาณ 20 นาที

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ทางกระทรวงได้ตรวจพบว่าเกาหลีเหนืออาจทำการยิงขีปนาวุธในวันอังคารเวลา 13.30 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือวันพุธเวลา 01.30 น.ตามเวลาไทย

ทั้งนี้ คณะมนตรีความั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันนี้ ตามคำร้องขอของรัฐบาลญี่ปุ่น สหรัฐ และเกาหลีใต้

“ซูจี”ชี้ชุมชนในยะไข่ไม่วางใจกันและกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/303916

“ซูจี”ชี้ชุมชนในยะไข่ไม่วางใจกันและกัน

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, ออง ซาน ซูจี, ยะไข่, ข่าวต่างประเทศ, ซูจี

นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐของเมียนมาร์ กล่าวว่า ชุมชนต่างๆ ในรัฐยะไข่ประสบปัญหาในการขาดความไว้วางใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน

 

อย่างไรก็ดี นางซูจีไม่ได้ระบุถึงชาวโรฮิงญาจำนวนกว่า 6 แสนคนที่ได้อพยพลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ นับตั้งแต่ที่ถูกทหารเมียนมาร์ทำการกวาดล้างในรัฐยะไข่

“ในบรรดาสิ่งท้าทายต่างๆที่รัฐบาลของเราเผชิญอยู่ สถานการณ์ในรัฐยะไข่ได้ถูกประชาคมโลกจับตามากที่สุด โดยขณะที่เราเข้าแก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมที่เรื้อรังมานาน ซึ่งได้บั่นทอนความไว้วางใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างชุมชนต่างๆในรัฐยะไข่ การสนับสนุนของคนของเรา และเพื่อนของเราถือเป็นสิ่งที่หาค่ามิได้” นางซูจีกล่าวในสุนทรพจน์ต้อนรับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่กรุงเนปิดอว์ในวันนี้

ที่ผ่านมา ทั่วโลกได้พากันประณามนางซูจีที่ได้เพิกเฉยต่อชะตากรรมของชาวโรฮิงญา โดยไม่ได้ทักท้วงต่อทางกองทัพที่ได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารกวาดล้างชาวโรฮิงญา

ด้านสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสตรัสว่า เมียนมาร์กำลังประสบปัญหาความขัดแย้ง และความมุ่งร้ายระหว่างชุมชนต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และสร้างความแตกแยกในประเทศ

“กระบวนการในการสร้างสันติภาพ และความปรองดองแห่งชาติจะมีความคืบหน้าได้ก็ต่อเมื่อรัฐบาลดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และเคารพต่อสิทธิมนุษยชน ขณะที่ความแตกต่างกันทางศาสนา ไม่ควรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกแยก และไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน แต่ควรมีการให้อภัย ผ่อนปรน และเป็นเอกภาพ” สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ตรัส

อย่างไรก็ดี สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสไม่ได้ใช้คำว่า “โรฮิงญา” ในคำตรัสของพระองค์ เนื่องจากถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ขณะที่รัฐบาลเมียนมาร์ไม่ให้การยอมรับชาวโรฮิงญาว่าเป็นพลเมืองในประเทศ และปฏิเสธที่จะเรียกชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ว่าเป็นชาวโรฮิงญา