ชาวฝั่งธนฯ อิ่มท้องอิ่มบุญด้วยเจต้นตำรับคาวหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/390600?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ชาวฝั่งธนฯ อิ่มท้องอิ่มบุญด้วยเจต้นตำรับคาวหวาน

วันที่ 27 กันยายน 2562 – 07:00 น.
อาหาร,เทศกาลเจ,ไอคอนสยาม
เปิดอ่าน 21 ครั้ง

มหาปรากฏการณ์เจมหากุศล ชวนสร้างกุศล ร่วมถือศีล กินเจ เพื่อมงคลแห่งชีวิต

เทศกาลกินเจเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวจีนและมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 400 ปี เทศกาลนี้นอกจากผู้กินเจจะละเว้นการรับประทานเนื้อสัตว์ เน้นรับประทานผักผลไม้และอาหารที่มีประโยชน์แล้วยังมีการดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม รักษากายและใจให้บริสุทธิ์ จึงเชื่อว่ากินเจแล้วจะดีต่อร่างกายและจิตใจ ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไอคอนสยามร่วมกับพันธมิตร จัดมหาปรากฏการณ์เจมหากุศล ชวนสร้างกุศล ร่วมถือศีล กินเจ เพื่อมงคลแห่งชีวิต รวบรวมสารพันอาหารเจสุดพิเศษจากร้านเจต้นตำรับทั้งคาวหวานทั่วประเทศกว่า 100 ร้านค้ามาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน

เจจากร้านคอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว 

เริ่มจากห้างสรรพสินค้าสยาม ทาคาชิมายะ  คัดสรรอาหารเจคาวหวานเจแปนนิสสไตล์สุดอร่อยมาให้ได้ลิ้มรสในงาน “Vegetarian Food Festival” บริเวณชั้นจี พบหลากหลายสุดยอดอาหารเจสุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิ ร้าน Sustaina by Harmony life กับ บะหมี่ผักโมโรเฮยะ บะหมี่ผักเพื่อสุขภาพที่ผ่านกรรมวิธีทำบะหมี่อบแห้ง ปราศจากการทอดด้วยน้ำมัน ลักษณะเส้นเขียวปราศจากสารกันบูด ไม่มีการใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์ รวมถึงไม่มีส่วนผสมของไข่ จึงเหมาะเป็นอาหารเจหรืออาหารมังสวิรัติได้

บะหมี่ผักโมโรเฮยะ จากสยาม ทาคาชิมายะ

โมจิ ไดฟุกุ จากร้านโตเกียว สวีท

ต่อด้วย ซาลาเปาโกอ้วน สูตรเห็ดรวมเจ ขนม Ohagi จากร้าน Maneki สายหวานห้ามพลาดกับเมนูของหวาน โมจิ ไดฟุกุ รสสตรอเบอร์รี่ จากร้าน Tokyo sweets หรือจะดื่มนมอัลมอนด์ร้าน Me Milk นมอัลมอนด์ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ผสมถั่วและนมวัว รวมทั้งไม่มีสารกันบูด มีทั้งหมด 4 รสให้ได้ลิ้มลอง ได้แก่ ออริจินัล, สตรอเบอร์รี่, ช็อกโกแลต และชาเขียว และน้ำส้มคั้นสด

 

ยำเห็ดกรอบร้านแกรนด์ พาเลซ

  ฟากฝั่งไอคอนสยาม ยังรวบรวมเมนูอาหารเจขึ้นชื่อจากร้านอาหารดังกว่า 100 เมนู อย่างร้านกับข้าวกับปลา อาทิ หมูแดดเดียวเจรับประทานคู่ข้าวเหนียวนุ่ม, ข้าวผัดน้ำพริกกะปิปลาเค็มเจ, ข้าวผัดคั่วกลิ้งเจ, กะหล่ำปลีผัดยูนาน เป็นต้น ต่อด้วยร้านคอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว คัดสรรจานเด็ด อาทิ ราดหน้าฟองเต้าหู้ตุ๋นและหมูเจออมนิมีท, ผัดกะเพราหมูเจออมนิ หมี่ซั่วผัดฮ่องกงแฮมรมควัน หากใครอยากรับประทานอาหารเจรสชาติอีสาน ต้องร้านเลลาว อาทิ ลาบเต้าหูทอดเจ ต้มยำเห็ดนางฟ้าเจ และเห็ดนางฟ้าทอด

ห่อหมกเห็ดเจ ร้านห่อหมกพุดดิ้ง

จานเด็ดร้านนารา

      ถัดมาร้านนารา ไทย ควิซีน ร้านอาหารไทยต้นตำรับความอร่อยกับเมนูอาหารเจสูตรเฉพาะ อาทิ เต้าหู้ซอสกะเพราเห็ด แกงเป็ดเจลิ้นจี่ และก๋วยเตี๋ยวม้วนกุหลาบ หรือหากใครชอบเส้นขอแนะนำร้านทิพย์สมัยกับ ผัดไทยเส้นจันท์สามเกลอเจ และผัดไทยเส้นจันท์เก้าเกลอเจ แซบซี้ดกับเมนูอาหารเจรสจัดจ้านแบบซีฟู้ด กับร้านแหลมเจริญซีฟู้ด กับอบวุ้นเส้นเจ ยำแตงเห็ดหูหนูฟองเต้าหู้เจ และเมนูอื่นๆ นอกจากนี้เมืองสุขสยาม ณ ไอคอนสยาม ชั้นจี จัดงานอิ่มบุญ อิ่มเจ 4 ภาค วิถีแห่งศรัทธา จิตเมตตามหากุศล คัดสรรร้านอาหารเจชื่อดังในตำนาน 4 ภาค กว่า 100 เมนูมาให้ลิ้มลองอีกด้วย

ไอศกรีมใบเหลียง – ส้มจี้ด สไตล์ผลไม้ไทย อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร

    ร่วมอิ่มบุญ อิ่มใจ และลิ้มลองความอร่อยจากเมนูเจเลิศรส ในงาน “ไอคอนสยามมหาปรากฏการณ์เทศกาลเจ” ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 ตุลาคม 2562 ที่ไอคอนสยาม ถนนเจริญนคร

“เจ” เลิศรส ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/390547?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“เจ” เลิศรส ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี

วันที่ 26 กันยายน 2562 – 14:47 น.
อาหารเจ,เทศกาลเจ,อิ่มบุญ,โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค,พาสต้าเส้นสดผัดซอสเห็ดทรัฟเฟิล,ฟักตุ๋นยาจีนกับเห็ดมอเรล,โกจิ คิทเช่น  บาร์,พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์
เปิดอ่าน 28 ครั้ง

โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เตรียมอาหารเจรสเลิศ ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี

ในวาระอันดีงามที่จะได้ละเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์ หยุดเบียดเบียนสิ่งมีชีวิต และชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ ใน “เทศกาลกินเจ” ประจำปี 2562 โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค เตรียมอาหารเจรสเลิศ ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี นำเสนอที่สองห้องอาหาร อาทิ พาสต้าเส้นสดผัดซอสเห็ดทรัฟเฟิล เบอร์เกอร์เจ ฟักตุ๋นยาจีนกับเห็ดมอเรล ไว้บริการตลอดทั้งวันที่ พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ (Pagoda Chinese Restaurant) ห้องอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งร่วมสมัย และเต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์อาหารเจมื้อค่ำในราคาปกติที่ โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติสไตล์โมเดิร์น

พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์

สำหรับผู้ชื่นชอบรสชาติอาหารจีน พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ เตรียมอาหารเจเมนูพิเศษ นำตำรับดั้งเดิมมาสร้างสรรค์ให้ร่วมสมัยโดยคงความอร่อยที่แสนประทับใจไว้เช่นเคย ได้แก่ สลัดเห็ดและผักปวยเล้งกับเซซามีครีมสไตล์เสฉวน (Chilled Mushroom and Spinach Salad served with Sichuan Sesame Cream) ซึ่งจะประกอบด้วย เห็ดหลากหลายชนิด ผักปวยเล้ง ไวท์เทอร์นิป และขึ้นฉ่าย เสริมรสชาติด้วยน้ำสลัดครีมรสงาสไตล์เสฉวน ในราคา 280++ บาท

สลัดเห็ดและผักปวยเล้งกับเซซามีครีมสไตล์เสฉวน

ตามมาด้วย มันม่วงทอดไส้แปะก้วย เกาลัด เห็ด และแบล็คทรัฟเฟิล (Fluffy Fried Golden Sweet Potato, Chestnut, Mushroom,  Ginkgo Filling and Black Truffle) ชุดละ 3 ชิ้น ราคา 120++ บาท พร้อม ซุปฟักตุ๋นยาจีนและเห็ดมอเรลร้อน ๆ (Double Boiled Winter Melon Soup, Morel Mushroom and Longevity Medicine) ซึ่งนำฟักและเห็ดมอเรลไปตุ๋นกับเครื่องยาจีน สูตรพิเศษแบบฉบับของห้องอาหารฯ เป็นเมนูบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ราคา 580++ บาท  ซึ่งมีไว้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

ซุปฟักตุ๋นยาจีนและเห็ดมอเรลร้อน ๆ

ส่วนมื้อค่ำแบบอิ่มอร่อยได้เต็มที่ควรเลือกบุฟเฟ่ต์อาหารเจ ซึ่งมีบริการที่ โกจิ คิทเช่น + บาร์ (Goji Kitchen + Bar) ห้องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติในบรรยากาศทันสมัย พร้อมครัวเปิดให้ชมการปรุงระหว่างรับประทาน โดยมีไฮไลท์เมนูแสนอร่อย ดังนี้ พาสต้าเส้นสดผัดซอสเห็ดทรัฟเฟิล (Homemade Pasta with Truffle) เบอร์เกอร์เจ (Veggie Burger) หมี่ผัดกระเฉด (Stir Fried Mimic Sprout and Rice Noodle) เต้าหู้ทอด เผือกทอด และข้าวโพดทอด (Deep Fried Tofu, Taro and Corn) ข้าวอบหม้อดิน (Baked Rice Mushroom) โดยเปิดให้บริการบุฟเฟต์มื้อค่ำพร้อมเมนู “อาหารเจ” อีกมากมาย บริการทุกวันตลอดทั้งเทศกาลในราคาปกติ วันอาทิตย์ – วันพฤหัสบดี ท่านละ 1,498++ บาท และวันศุกร์ – วันเสาร์ ท่านละ 2,128++ บาท

โกจิ คิทเช่น + บาร์

    ลิ้มรสอาหารเจแสนอร่อย ในเทศกาลกินเจ ประจำปีนี้ที่พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ และโกจิ คิทเช่น + บาร์  โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ในระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 7 ตุลาคม 2562 สำรองที่นั่งและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.0-2059-5999 หรือทางอีเมล์ restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com 

เจปีนี้ต้องลอง “แกงคั่วเห็ดเผาะ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/390529?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เจปีนี้ต้องลอง “แกงคั่วเห็ดเผาะ”

วันที่ 26 กันยายน 2562 – 13:44 น.
คมชักลึก,อาหารเจ,มา เมซอง,ปาร์คนายเลิศ,ลิ้มรส เจ ตำรับบ้านของฉัน,คุณหญิงสิน เศรษฐบุตร,พระยาภักดีนรเศรษฐ,ห่อหมกข้าวห่อหมกปลา,หมี่น้ำปาร์คนายเลิศ,เล็ก ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร,เชฟเติร์ก วัชรนนท์ ชื่นฤดี,ขนมเบื้องญวน,เต้าหู้ทอดและเผือกทอด,ลาบเต้าหู้และเห็ด,ยำเห็ด 3 สหาย,แกงคั่วเห็ดเผาะ,ไอศกรีมน้ำมะพร้าว,น
เปิดอ่าน 17 ครั้ง

เน้นอาหารเจที่ปรุงจากเห็ด เต้าหู้ และผักนานาชนิด โดยไม่ได้ประดิดประดอยให้เหมือนเนื้อสัตว์แต่อย่างใด

ตำรับอาหารไทยเลิศรสที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นภายในอาณาจักร “ปาร์คนายเลิศ” อันมี คุณหญิงสิน เศรษฐบุตร ภรรยาของ นายเลิศ หรือ “พระยาภักดีนรเศรษฐ” เจ้าตำนานรถเมล์ขาวและอู่ต่อเรือในกรุงเทพฯ เป็นผู้รังสรรค์ขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกหลานและคนงานนับร้อยชีวิต ถูกกล่าวขานว่าเด็ดดวงใครได้ชิมเป็นติดใจแล้วบอกต่อ ด้วยเจ้าตำรับรู้จักเลือกผักผลไม้อย่างสอดคล้องกับฤดูกาล อีกทั้งคิดดัดแปลงหรือสร้างสรรค์อาหารต่างๆ ขึ้นมาได้อย่างมีเอกลักษณ์ ยกตัวอย่าง “ห่อหมกข้าวห่อหมกปลา” ที่นำน้ำเครื่องแกงห่อหมกที่เหลือไปคลุกเคล้ากับข้าวสวย หยอดหน้าด้วยกะทิแล้วห่อด้วยใบตองเหมือนห่อหมกปลา นำไปนึ่งคู่กันกลายเป็นห่อหมกข้าวห่อหมกปลา หรือ “หมี่น้ำปาร์คนายเลิศ” ที่่ประยุกต์ขึ้นจากการนำหมี่กรอบใส่ในน้ำซุปต้มยำสูตรเฉพาะของบ้านเพื่อไม่ให้เครื่องปรุงเสียเปล่า

   

    สูตรความอร่อยขึ้นชื่อได้รับการเก็บรักษาอย่างดีแล้ววันนี้ตกผลึกอยู่ในเมนูอาหารภายในร้าน “มา เมซอง” (Ma Maison) อันแปลได้ว่า “บ้านของฉัน” ร้านชื่อฝรั่งแต่นำเสนอสำรับกับข้าวอย่างไทย ภายใต้การปลุกปั้นของรุ่นเหลนในตระกูล “เล็ก” ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร โดยช่วงเทศกาลถือศีลกินเจปีนี้ หลากหลายจานอร่อยได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากเมนูหลักของร้าน ซึ่ง “เชฟเติร์ก” วัชรนนท์ ชื่นฤดี หัวหน้าเชฟประจำร้าน เผยว่า มา เมซอง เปิดให้บริการอาหารไทยอย่างเต็มรูปแบบมาได้ 3 ปีกว่า ทว่าเทศกาลถือศีลกินเจทุกปีก็มีอาหารเจให้ลูกค้าได้อิ่มท้องอิ่มบุญ หลายเมนูใช้สูตรเดียวกับเมนูปกติเพียงแต่ปรับเครื่องปรุงให้เป็นเจและงดเว้นเนื้อสัตว์ เน้นอาหารเจที่ปรุงจากเห็ด เต้าหู้ และผักนานาชนิด สำคัญว่าไม่ได้ประดิดประดอยให้เหมือนเนื้อสัตว์แต่อย่างใด

ขนมเบื้องญวน

เปาะเปี๊ยะผัก

   จานเด็ดแบบเจที่ว่าเริ่มจากของกินเล่น “ขนมเบื้องญวน” ปกติขายดิบขายดี พอปรับมาเป็นเจตัวไส้หมูสับก็แทนด้วยมะพร้าวขูดคลุกเคล้าเต้าหู้และถั่วงอก ตัวแป้งขนมเบื้องยังคงกรุบกรอบเช่นเดิม กินกับน้ำจิ้มอาจาดอร่อยมาก อีกจานกินเล่นขายดี “เปาะเปี๊ยะผัก” สูตรมา เมซองแท้ๆ ใส่หมูสับ ไข่ วุ้นเส้น พอมาเป็นเจก็เปลี่ยนไส้มาเป็นเห็ดหูหนู กะหล่ำปลี แครอท ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซิกเนเจอร์ต้องห่อแป้งเป็นทรงรีๆ ไม่กลมบ็อกเหมือนเจ้าอื่น เวลากินก็ราดน้ำจิ้มปรุงจากน้ำส้มสายชู น้ำตาล และพริกชี้ฟ้าแดง ทอดใหม่ๆ ไม่อมน้ำมัน กรอบอร่อยเชียวนัก หรือจะเป็น “เต้าหู้ทอดและเผือกทอด” ออกแนวสตรีทฟู้ด ปกติร้านจะใส่เนื้อปูลงไปด้วยแต่งานนี้เต้าหู้และเผือกเพียวๆ ก็อร่อยได้

เต้าหู้ทอดและเผือกทอด

ลาบเต้าหู้และเห็ด

     มาถึงกับข้าวอิ่มท้องกันบ้าง อยากให้ลอง “ลาบเต้าหู้และเห็ด” ยกมาเสิร์ฟหน้าตาละม้ายลาบปกติแต่ปราศจากเนื้อสัตว์ ส่วนประกอบมีเห็ดชิเมจิ เห็ดออรินจิ ผัดให้หอมแล้วจึงนำไปลาบใส่เต้าหู้ขาว  ส่วนเครื่องลาบมีข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกแห้งป่น (ไม่มีของต้องห้ามอย่างหอมแดง กระเทียม และน้ำปลา) ปรุงรสด้วยน้ำมะนาวสด ซีอิ๊วขาว และข้าวคั่วหอมๆ ที่คั่วเองใหม่ๆ  รสอาจจัดไปนิด เวลาสั่งแนะนำให้กระซิบบอกคนรับออเดอร์ให้ลดความเผ็ดลงได้นะ

 

ยำเห็ด 3 สหาย

    จำพวกจานยำหรือจานผัดก็มี “ผัดวุ้นเส้นโบราณ” อร่อยเบาๆ ด้วยฟองเต้าหู้ หน่อไม้จีน เช่นเคยปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำมันหอยสูตรเจ หรือจะเลือกเป็น “ยำเห็ด 3 สหาย” ก็อร่อยได้สุขภาพ ประกอบด้วยเห็ดออรินจิ เห็ดชิเมจิขาว และชิเมจิน้ำตาล รสชาติเบาๆ สบายท้องด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ และเพิ่มสีสันด้วยมะเขือเทศราชินี สายเฮลตี้น่าจะชอบแนวนี้

ผักรวมทอดกรอบ

แกงคั่วเห็ดเผาะ

ข้าวดอกมะขาม

     สำหรับไฮไลท์เจที่มา เมซอง ปีนี้ยกให้พระเอกอย่าง “แกงคั่วเห็ดเผาะ” แค่หน้าตาก็ยั่วน้ำลายสุดๆ เทียบเคียงได้กับแกงคั่วสับปะรดของร้านที่หลายคนชื่นชอบ คราวนี้เปลี่ยนวัตถุดิบหลักเป็นเห็ดเผาะซึ่งรสชาติอร่อยแต่หายากถึงยากมากๆ เอามาแกงคั่วใส่กะทิ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายเล็กน้อย ใส่ชะอม และเห็ดพื้นบ้าน ตักใส่ชามกินกับข้าวดอกมะขามร้อนๆ ของดีจากสุรินทร์ เวลากัดเห็ดเผาะจะแตกโป๊ะในปาก เคี้ยวหนึบหนับๆ อร่อยจนแทบลืมวางช้อน

อศกรีมน้ำมะพร้าว

น้ำมะเน็ด

   ถามหาของหวานล้างปากแบบเจเข้ากับเทศกาล มีให้สั่งไม่มากแต่ดีกว่าไม่มี โดยเฉพาะ “ไอศกรีมน้ำมะพร้าว” สูตโบราณขนานแท้ถ่ายทอดมาจากครัวบ้านปาร์คนายเลิศกันเลยทีเดียว เด็ดที่ใช้มะพร้าวน้ำหอมทั้งเนื้อและน้ำ ผสมกับมะพร้าวเผา ปั่นใส่น้ำแข็ง ไม่มีนมของห้ามอาหารเจเจือปนแม้แต่น้อย เพียงคำแรกก็ฟินสดชื่น เช่นเดียวกับเครื่องดื่มโบราณที่ทุกคนชอบ “น้ำมะเน็ด” หรือมะนาวโซดาที่รู้จักกันดี สั่งมาจิบพลางมองออกไปนอกกระจกร้านสัมผัสกับความเขียวขจีของสวนนายเลิศที่ร้อยกว่าปีก่อนเคยเป็นอย่างไรความรู้สึกวันนี้ก็ไม่ต่าง…

    สนใจลิ้มรสอาหารเจสไตล์มา เมซอง ท่ามกลางบรรยากาศสวนเคล้าสายฝนพรำได้ถึงวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ร้านเข้าได้สองทางทั้งฝั่งถนนวิทยุ และซอยสมคิด (ชิดลม) เปิดให้บริการทุกวัน แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ 11.00-14.30 น. และ 18.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร.0-2655-4773

ยอดเชฟสิงคโปร์ “ไบรอัน หว่อง” บินตรงมาปรุงจานเด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/390077?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ยอดเชฟสิงคโปร์ “ไบรอัน หว่อง” บินตรงมาปรุงจานเด็ด

วันที่ 24 กันยายน 2562 – 11:38 น.
เชฟไบรอัน หว่อง,โรงแรม สิงคโปร์ แมริออท ทัง พลาซ่า,โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ,โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค,โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์,เมนูอร่อย,กุ้งมังกรซอสซีอิ้วญี่ปุ่นและมัสตาร์ด,ซุปเห็ดพอร์ชินีตุ๋นยาจีนและกระเพาะปลาสด,เนื้อซี่โครงตุ๋นเปลือกส้มแมนดาริน,เส้นบะหมีสดในกร
เปิดอ่าน 22 ครั้ง

“FLAVORS OF MODERN CHINA” รสชาติเกินจินตนาการและประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืม กับเชฟชื่อดัง “ไบรอัน หว่อง” บินตรงจากสิงคโปร์มาทำอาหารที่แมริออท

ช่วงเวลาพิเศษกับรสชาติแสนวิเศษ โดยหัวหน้าพ่อครัวอาหารจีน เชฟไบรอัน หว่อง (Brian Wong) จากโรงแรมสิงคโปร์ แมริออท ทัง พลาซ่า ผู้คร่ำหวอดวงการอาหารมาร่วม 20 ปี ซึ่งเคยสร้างชื่อ ในสิงคโปร์ มาเลเชีย และอิตาลีมาแล้ว ครั้งนี้บรรจงรังสรรค์ชุดอาหาร 6 รายการ พร้อมอาหารจานพิเศษมาเพื่อบริการทุกท่าน ที่โรงแรมในเครือแมริออท 3 แห่งกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ,  โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค และ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะสุรวงศ์ ระหว่างวันที่ 8 – 20 ตุลาคมนี้

ไบรอัน หว่อง

      เชฟไบรอัน หว่อง หัวหน้าพ่อครัวอาหารจีน โรงแรมสิงคโปร์ แมริออท ทัง พลาซ่า มาถ่ายทอดประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวจากการทำงานในร้านอาหารชื่อดังทั้งในเอเชียและยุโรป โดยเชฟไบรอันเรียนรู้การปรุงอาหารมาตั้งแต่ยังเด็ก โดยช่วยพ่อที่มีอาชีพเป็นพ่อครัว เขาจึงได้รับการวางรากฐานที่มั่นคง ก่อนจะก้าวข้ามกรอบและข้อจำกัดในการทำอาหาร โดยนำความแข็งแกร่ง ของอาหารเอเชียตำรับโบราณ มาปรุงด้วยวัตถุดิบและส่วนผสมใหม่ ๆ ผสานรสชาติ รสสัมผัส ด้วยกลวิธี การปรุงอาหารอันหลากหลาย เติมแต่งจินตนาการลงไปในการนำเสนอหน้าตาอาหาร จนทุกจานของเขา มีรสชาติและรูปลักษณ์อันโดดเด่น
   “ผมเชื่อว่าเราควรนำเสนอรสชาติที่มีความหลากหลาย มากกว่าปรุงอาหารแบบมีมิติเดียว มันสามารถสร้างความประทับใจได้”

เชฟไบรอันกล่าวด้วยว่า ถ้าเราลองคิดว่าจานคือผืนผ้าใบ แล้วแต่งแต้มสีสันอันประณีต ปล่อยให้แต่ละส่วนผสมได้แสดงตัวตนออกมา จะเกิดรสชาติอร่อยไม่รู้ลืม

ด้วยความจริงจังและสร้างสรรค์ ทำให้เชฟไบรอันในวัย 37 ปี ผ่านการแข่งขันและได้รับรางวัลชนะเลิศด้านอาหารมามากมาย ทั้งจากไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเชีย

สำหรับในโอกาสพิเศษที่เมืองไทยครั้งนี้ เขาพร้อมนำเสนอชุดอาหาร 6 รายการ  ซึ่งได้ลงมือคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงด้วยประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา เพื่อให้แขกคนพิเศษของโรงแรมในเครือแมริออททั้ง 3 แห่งในกรุงเทพฯ ได้ลิ้มรสอันน่าประทับใจ ในราคาท่านละ 5,500++ บาท หรือจะเลือกลิ้มรสแบบอะลาคาร์ตได้เช่นกัน เริ่มจานแรกกับอาหารเรียกน้ำย่อย ในจานประกอบด้วย กุ้งมังกรซอสซีอิ้วญี่ปุ่นและมัสตาร์ด เคียงคู่กับ เป็ดย่างซอสกระเทียมดำ และ  เป๋าฮื้อหมักซอสเสิร์ฟพร้อมส้มโอ (1,400++ บาท)

ตามด้วย ซุปร้อน ๆ เป็น ซุปเห็ดพอร์ชินีตุ๋นยาจีนและกระเพาะปลาสด รสชาติเข้มข้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ราคา (1,600++ บาท) ก่อนจะลิ้มรสเมนูหลักเพื่อสุขภาพ ปลาคอดนึ่งในซุปซูพีเรียร์ เสิร์ฟพร้อมขึ้นฉ่ายและไข่ปลาคาเวียร์ (500++ บาท) เนื้อซี่โครงตุ๋นเปลือกส้มแมนดาริน และบร็อคโคลี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์เมนู ของเชฟไบรอัน ที่ผ่านการปรุงหลายขั้นตอน ตั้งแต่นำซี่โครงไปหมักในซอสส้มแมนดาริน แล้วนำไปนึ่ง ทอด และตุ๋น จนกรอบนอกแต่ข้างในยังคงชุ่มฉ่ำ (950++ บาท) เส้นบะหมีสดในกรีนชิลลี่ซูพีเรียร์ซุป พร้อมหอยเชลล์ เนื้อปู และไข่ปู (1,050++ บาท) ปิดท้ายด้วยของหวาน เจลลี่เก๊กฮวยเสิร์ฟพร้อมซอร์เบต์กระเจี๊ยบ (150++ บาท)
โดยแต่ละโรงแรมมีกำหนดเวลา และเมนูพิเศษนอกเหนือชุดอาหาร 6 รายการ ดังนี้ วันที่ 8 – 11 ตุลาคม 2562 ห้องอาหารจีนมานโฮ โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ จัดเตรียม กุ้งแม่น้ำผัดพริกไทยขาว เป็นอาหารแบบไต้หวันตอนใต้ ซึ่งความหวานของเนื้อกุ้งแม่น้ำ เมื่อผสานกับความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมของพริกไทย สร้างประสบการณ์ที่ประทับใจได้แน่นอน (250++ บาทต่อตัว) และ ปลาในกระบอกไม้ไผ่ซอสแฮมยูนนาน ซึ่งเนื้อปลาปรุงในกระบอกไม้ไผ่เสริมรสด้วยแฮมชื่อดัง (240++ บาท / 100 กรัม)


ส่วนวันที่ 12 – 16 ตุลาคม 2562 ห้องอาหาร พาโกด้า ไชนีส เรสเตอรองท์ โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค นำเสนอเมนูพิเศษที่นำวัตถุดิบไทยๆมาผสมผสานเป็นอาหารไฮไลท์อีก 2 จาน คือ ข้าวเหนียวนึ่งกุ้งแม่น้ำในใบบัว กุ้งแม่น้ำของไทยปรุงด้วยตำรับจีนโบราณ ผสานกลิ่นรสอันเป็นเอกลักษณ์เข้าด้วยกัน (990++ บาท) และ ปูทะเลผัดพริกสามสี ด้วยรสชาติปูทะเลไทยไม่เป็นรองใคร จึงนำมาผัดตามแบบเมนูยอดนิยมของสิงคโปร์ เขาเชื่อว่าถ้าใครได้ชิมจะไม่ผิดหวัง (220++ บาท / 100 กรัม)
และวันที่ 17 – 20 ตุลาคม 2562 ณ เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูปท็อป บาร์ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ขอนำเสนอ ปูทาระบะตุ๋นลูกแพร์และก้ามปูกรอบในซุปสีทอง (1,588 ++ บาท)
ร่วมเปิดประสบการณ์ด้านรสชาติและซึมซับความประทับใจ กับอาหารจากเชฟไบรอัน หว่อง ที่ห้องอาหารจีน ของโรงแรมในเครือแมริออท 3 แห่งในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8 – 20 ตุลาคมนี้ แมริออท บอนวอย และสมาชิกคลับแมริออทรับสิทธิพิเศษมากมาก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง คลิกhttp://hotel-deals.marriott.com/flavorsofmodernchina/ หรือสามารถติดต่อได้ตามรายละเอียดดังนี้

โรงแรม เจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ
บริการทั้งมื้อกลางวันเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.30 น.
โทร:      +662 656 7700
อีเมล์:     mhrs.bkkdt.manho.mgr@marriotthotels.com

โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค
บริการทั้งมื้อกลางวันเวลา 11.30 น. – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 น. – 22.30 น.
โทร:      +662 059 5999
อีเมล์:     restaurant-reservations.bkkqp@marriotthotels.com

โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์
บริการทั้งมื้อกลางวันเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.30 น.
โทร:      +662 088 5666
เว็บไซต์:     www.bangkokmarriottsurawongse.com

ไก่ตะไคร้ เคล้าข้าวหุงใบเตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/389559?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ไก่ตะไคร้ เคล้าข้าวหุงใบเตย

วันที่ 20 กันยายน 2562 – 13:10 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,อาวร์ฟอคคาเซีย,ไก่ตะไคร้,พาสต้าพร้อมมุมพาร์มีซานชีสวีล,แร็พแซ่บ,เท็กซัส ชิคเก้น,หมูกรอบ,คาเฟ่ แคนทารี,คุ้มจุกๆ จันทร์ถึงศุกร์,อานตี้ แอนส์,LINE MAN
เปิดอ่าน 37 ครั้ง

หลายหลายจานอร่อยจากร้านเด่นดังทั่วไทย พร้อมโปรโมชั่นจัดหนักสุดคุ้ม

อาวร์ฟอคคาเซีย

    ** ร้านเจ คาเฟ่ ชั้น 3 ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 ต้นตำรับสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ชวนชิม “อาวร์ฟอคคาเซีย” ขนมปังฟอคคาเซียอบให้หอมทาด้วยซอสเพสโต้ กระเทียมบดและเห็ดโรยด้วยเกลือ เสิร์ฟพร้อมตาเปนาดสไตล์ตะวันออกหรือเครื่องจิ้มที่ทำจากมะกอกบดผสมเครื่องเทศสูตรเฉพาะของร้าน และมะนาวดอง เพียงจานละ 199 บาทเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติมเฟซบุ๊ก J Cafe Sukhumvit 20 หรือโทร.0-2106-4930

 ไก่ตะไคร้

     ** ห้องอาหารเดอะ สเตชั่น โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน ชวนอิ่มอร่อยแบบไทยๆ “ไก่ตะไคร้” ข้าวหุงใบเตย ไก่เนื้อนุ่มหมักจากตะไคร้ สมุนไพรไทย อบด้วยไฟอุณหภูมิพอเหมาะ ตกแต่งด้วยตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด รับประทานพร้อมข้าวสวยหุงใบเตยร้อนๆ กลิ่มหอมยั่วยวนใจ เพียง 250 บาทเท่านั้น สอบถามโทร.0-2155-3333 ต่อ 5304

พาสต้าพร้อมมุมพาร์มีซานชีสวีล

     ** ห้องอาหารแคลิฟอร์เนีย สเต๊ก โรงแรมคาราเวล เฮ้าส์ ศรีราชา เชิญลิ้มลองบุฟเฟ่ต์อาหารมื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน อาทิ พาสต้าพร้อมมุมพาร์มีซานชีสวีล ซึ่งให้คุณปรุงพาสต้าเส้นสดคลุกเคล้าบนชีสวีลขนาดใหญ่ได้รสชาติชีสเต็มๆ คำ และ พิซซ่าแป้งบางกรอบ หลากหลายหน้าสไตล์อิตาเลียน ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายนนี้ เวลา 18.00-22.00 น. ราคาท่าน 600 บาท (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา) สอบถามโทร.0-3877-1390

เท็กซัส ชิคเก้น

     ** เท็กซัส ชิคเก้น กลับมาอีกครั้งกับเมนูแร็พแซ่บ! เครื่องโหลดมาแน่นแบบจัดเต็มเช่นเดิมให้ได้เลือกอิ่มอร่อยทั้งแบบเป็นชิ้นและเป็นชุด  อาทิ แร็พแซ่บ ชิ้นละ 89 บาท, ชุดแร็พแซ่บ ชุดละ 125 บาท (แร็พแซ่บ +เฟรนช์ฟรายส์(เล็ก)+เครื่องดื่มรีฟิล) ชุดเมก้าแซ่บ 279 บาท (แร็พแซ่บ 2 ชิ้น + ไก่ไม่มีกระดูก 2 ชิ้น + มันบด (กลาง)) ลองได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเท็กซัส ชิคเก้น ทุกสาขา

   

ติ่มซำมังสวิรัติ

     ** เอาใจคนรักติ่มซำที่ห้องอาหารไชน่า เทเบิล โรงแรมเรดิสันบลู พลาซ่า กรุงเทพ มื้อกลางวันและมื้อค่ำกับโปรโมชั่นใหม่สุดคุ้มกว่าเดิม เพลิดเพลินไปกับอาหารจีนหลากเมนู อาทิ เสี่ยวหลงเปา กรรเชียงปูราดซอสผงกะหรี่ กุ้งนึ่งมะนาว ฮะเก๋าหอยเชลล์ เกี๊ยวปูครีมชีส ซุปเสฉวนร้อนๆ และขนมหวาน หรือ ติ่มซำมังสวิรัติเอาใจคนรักอาหารเจ สุดคุ้มกว่าเดิม เสิร์ฟไม่อั้นกับเมนูพิเศษ! หมูกรอบ หมูหัน เป็ดปักกิ่ง ไก่แช่เหล้า  มื้อกลางวันและมื้อค่ำ จันทร์-ศุกร์ ราคา 750 บาทสุทธิ/ท่าน  มื้อกลางวันและมื้อค่ำ เสาร์-อาทิตย์ ราคา 850 บาทสุทธิ/ท่าน  ราคานี้รวมเครื่องดื่มชาหรือเก๊กฮวย ร้อน/เย็น  เปิดบริการทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 11.30-14.30 น. และ 18.30-22.30 น.  เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-15.30 น. และ 18.30-22.30 น.  สอบถามหรือสำรองที่นั่ง โทร.0-2302-3333

เค้กและเบเกอรี่หวานลิ้น

   ** คาเฟ่ แคนทารี ในเครือเคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์ พร้อมเสิร์ฟเค้กและเบเกอรี่อบสดใหม่สไตล์โฮมเมด อาหารว่างและอาหารจานอร่อย อาทิ สลัด พาสต้า พิซซ่า ติ่มซำ ไอศกรีมอิตาเลียน และเครื่องดื่มหลากหลายเมนู รวมทั้งกาแฟพรีเมียมรสเลิศ “ลาวาซซ่า” จากประเทศอิตาลี ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่นสบายๆ และทันสมัย พบกับคาเฟ่ แคนทารี ทั้ง 9 สาขา อยุธยา ปราจีนบุรี บางแสน เชียงใหม่ เกาะยาวน้อย โคราช ภูเก็ต ระยอง และศรีราชา ซึ่งตั้งอยู่ ณ โรงแรมเคป แคนทารี และคามิโอ (ยกเว้นคาเฟ่ แคนทารี สาขาบางแสน ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนบางแสน)

“คุ้มจุกๆ จันทร์ถึงศุกร์”

    ** ให้วันธรรมดาเป็นวันที่ไม่ธรรมดา LINE MAN ผู้ช่วยเบอร์หนึ่ง จัดโปรโมชั่นเด็ดเอาใจผู้ใช้แอพพลิเคชั่น LINE MAN แบบสุดๆ กับโปรโมชัน “คุ้มจุกๆ จันทร์ถึงศุกร์” พบกับเมนูให้เลือกสรรมากมายทั้งสุดยอดเมนูนานาชาติ อาหาร ขนมหวานและเครื่องดื่มจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯ ที่ไม่ซ้ำกันตลอดวันจันทร์ถึงศุกร์ กับราคาเริ่มต้นเพียง 39 บาท เท่านั้นไม่พอยังเอาใจสายหวานให้ฟินต่อเนื่องกับเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ทอฟฟี เค้ก” จากร้านดัง After You เฉพาะผู้ใช้บริการสั่งผ่าน LINE MAN ในราคา 99 บาท จำนวนจำกัด ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน  ส่วนใครที่เป็นสมาชิก AIS SerenadeLINE MAN ยังมอบจำนวนสิทธิ์เพิ่มเติมโดยเฉพาะ พร้อมรับส่วนลดเพิ่ม 15 บาท เหลือเพียง 84 บาท สำหรับ “ทอฟฟี เค้ก” จาก After You เพียงกด*545*947# (จำกัดวันละ 300 กล่อง 1 สิทธิ์ต่อเลขหมายตลอดโครงการ) โดยสมาชิกเซเรเนดสามารถติดตามรายละเอียดดีลสุดคุ้ม พร้อมรับสิทธิได้ที่ http://privilege.ais.co.th/serenade

   ** อานตี้ แอนส์ เปิดตัวความอร่อยใหม่กับ “Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel” แป้งเพรท เซลสีน้ำตาลทองอบกรอบ สูตรเฉพาะจากอานตี้ แอนส์ พันรอบแฮมไก่รมควันชิ้นหนา มาพร้อมกับ Cheddar Cheese Hi-Melt Two Tone 2 สี 2 แท่งอัดแน่นเต็มรสชาติ หอม ละมุน ถูกใจคนรักชีส เพิ่มรสชาติด้วยซอส BBQ Mayo คลุกเคล้าด้วย Crum Blend Cheese เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบ ปิดท้ายด้วยผงบาร์บีคิวเข้มข้นเน้นๆ จัดเต็มทุก สัมผัส 1 กล่อง มี 9 ชิ้น ราคาเพียงกล่องละ 79 บาท (CRG Gift Card 71 บาท) หรือจะเลือกอร่อยเป็นเซต ได้แก่ เซต 1 (99 บาท) : Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel + Coke 16 oz.  (สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 95 บาท) เซต 2 (115บาท) : Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel + Lemonade 16 oz.  (สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 112 บาท) เซต 3 (169 บาท) : Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel + Almond Stix + Lemonade 22 oz.  (สมาชิกบัตร CRG Gift Card ราคาพิเศษ 165 บาท) นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดคุ้มกับคู่อร่อยใหม่ Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel + Peach Lemon Tea Crystal Pearl 16 oz. ราคาพิเศษเพียง 109 บาท (ปกติราคา 144 บาท) มาอร่อยกันได้แล้วกับ “Two Tone Cheese & Chicken Ham Pretzel” ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2562 ที่ร้านอานตี้ แอนส์ ทุกสาขา แนะนำหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/AuntieAnnesThailand/

อร่อยริมหาดเคล้ากลิ่นอายทะเล @ มาย คาเฟ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/389434?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อร่อยริมหาดเคล้ากลิ่นอายทะเล @ มาย คาเฟ่

วันที่ 19 กันยายน 2562 – 16:44 น.
มาย บีช รีสอร์ท,มาย คาเฟ่,เชฟเพิ่มพร วิไลพรไสว
เปิดอ่าน 13 ครั้ง

“มาย คาเฟ่” เสิร์ฟทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารไทยโมเดิร์น และอาหารนานาชาติ รวมถึงซีฟู้ดสดๆ จากทะเลภูเก็ต

ทุกครั้งที่มีโอกาสพักผ่อนในโรงแรมริมทะเล นอกจากการได้เดินเล่นบนชายหาดที่เต็มไปด้วยทรายขาวละเอียดนุ่มเท้า พร้อมสูดกลิ่นอายทะเลเข้าปอดให้เต็มที่แล้ว การได้กินอาหารอร่อยๆ เคล้าเสียงคลื่นแบบแนบชิดติดทะเลก็เป็นสิ่งที่หลายคนพิสมัย และเมื่อไม่นานนี้ก็มีโอกาสได้ไปเช็กอินเข้าพักในโรงแรม “มาย บีช รีสอร์ท” ตั้งอยู่ริมหาดอ่าวยน ใกล้กับแหลมพันวาอันขึ้นชื่อของภูเก็ต ที่นี่มีห้องอาหารหรูริมทะเลชื่อ “มาย คาเฟ่” เสิร์ฟทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารไทยโมเดิร์น และอาหารนานาชาติ รวมถึงซีฟู้ดสดๆ จากทะเลภูเก็ต โดยอาหารส่วนใหญ่จะเน้นรสชาติแบบไทย ด้วยการเลือกวัตถุดิบหลักในท้องถิ่นอย่าง หอย ปู ปลา กุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ มาปรับใช้ให้เข้ากับอาหารแต่ละชนิด ส่วนสไตล์การตกแต่งเน้นไปทางยุโรป รังสรรค์โดย เชฟเพิ่มพร วิไลพรไสว หัวหน้าเชฟมากความสามารถผู้คร่ำหวอดในวงการอาหารมานานกว่า 10 ปี

เชฟเพิ่มพร วิไลพรไสว

ห้องอาหารหรูริมทะเล “มาย คาเฟ่”

บรรยากาศของ มาย คาเฟ่ เป็นโอเพ่นแอร์เปิดโล่งให้ลูกค้าได้นั่งรับลมทะเลกันแบบเต็มๆ หรือจะเลือกนั่งรับประทานด้านข้างสระว่ายน้ำก็ชิลไปอีกแบบ และด้วยความที่เป็นห้องอาหารเพียงแห่งเดียวของโรงแรม จึงเปิดบริการตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แบ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆ ดังนี้ บริการอาหารเช้าด้วยไลน์อาหารเช้าครบครัน ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งไปจนถึง 10 โมงครึ่ง จากนั้นเป็นช่วงของอาหารกลางวันต่อเนื่องไปจนถึงมื้อเย็น ตั้งแต่ 11 โมงยาวไปจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง ความพิเศษของมื้อเย็นคือ ซีฟู้ด บุฟเฟ่ต์ หรือถ้าอยากให้จัดเป็นโรแมนติกดินเนอร์ แบบส่วนตัวก็สามารถแจ้งทางโรงแรมได้เลย

แครปเคอรี่เอ้กเบเนดิกต์

          สำหรับเมนูเด็ดๆ ที่อยากแนะนำเริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์สำหรับมื้อเช้าอย่าง “แครปเคอรี่เอ้กเบเนดิกต์” นำเสนอสไตล์ภูเก็ตโดยใช้แกงปูเป็นส่วนประกอบสำคัญ นำมามิกซ์แอนด์แมทช์กับโฟชเอ้ก โฮลวีตอิงลิชมัฟฟิน ปู-กุ้งผัดผงกะหรี่ แล้วจัดแต่งให้สวยงาม เพิ่มความน่ากินด้วยอโวคาโดชิ้นพอคำ โรยหน้าด้วยโหระพาทอดกรอบ

อันดามัน คิง พรอว์น เซวิเช่

          จากนั้นเรียกความสดชื่นกันด้วยเมนูถัดมาที่รับรองว่าแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร เพราะ “อันดามัน คิง พรอว์น เซวิเช่” เป็นแอพพิไทเซอร์พิเศษที่เชฟคิดค้นขึ้นเพื่อลูกค้า มาย คาเฟ่เท่านั้น โดยการใช้กุ้งอันดามันไซส์ใหญ่พิเศษมาลอกเปลือกและผิวชั้นนอกออก ก่อนหมักกับมะนาว เกลือ และพริกไทย แล้วนำไปเรียงแบบบางที่สุดในจาน แต่งหน้าด้วยมะม่วงดิบ อโวคาโด้ และพริกเขียว แซมด้วยยอดต้นอ่อนของถั่วลันเตา เพิ่มความหอมด้วยซอสทรัฟเฟิล เสิร์ฟแบบจานเย็นจะได้ความเปรี้ยวที่กินแล้วสดชื่นมากๆ

 กริลล์ อันดามัน ซีบาส ออน มัสมั่นซอส

          จานถัดมาเหมาะมากๆ สำหรับคนรักสุขภาพคือ “กริลล์ อันดามัน ซีบาส ออน มัสมั่นซอส” เชฟเลือกใช้ปลากะพงสดๆ จากทะเลอันดามันมาแร่เป็นชิ้นขนาดกำลังพอดี นำไปหมักกับเครื่องแกงมัสมั่น แล้วกริลล์ทั้ง 2 ด้าน ด้านละ 4 นาที แล้วนำไปพักไว้ในจาน จากนั้นก็หันมาปรุงซอสด้วยการนำเครื่องแกงมัสมั่นมาเคี่ยวกับกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลาเล็กน้อย นำไปราดบนเนื้อปลากะพง กินคู่กับกระเทียมย่าง ถั่วฝักยาวย่าง มะเขือเทศย่าง และใบโหระพาทอดกรอบที่จัดแต่งมาในจานอย่างสวยงาม เมนูนี้จะกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือกินเปล่าๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน

หมี่ซั่วผัดปู

          เปลี่ยนอารมณ์ไปชิมอาหารท้องถิ่นกันบ้าง วันนี้เชฟแนะนำให้ลองชิม “หมี่ซั่วผัดปู” ใช้เส้นหมี่ซั่วภูเก็ตเป็นเส้นเล็กละเอียดนุ่มและมีความเค็มเฉพาะตัว ซึ่งมีขายเฉพาะในภูเก็ตเท่านั้น คนที่นี่นิยมนำมาทำต้มเป็นซุปกินตอนเช้า ใส่เครื่องคล้ายกับโจ๊กมีทั้งหมูสับ-ไก่สับ เครื่องใน และไข่ลวก โรยหน้าด้วยต้นหอม ผักชี ขิง พริกไทย แต่สำหรับวันนี้เชฟนำเส้นมาลวกแล้วในน้ำเดือดประมาณ 10 วินาทีแล้วนำไปผัดเหมือนหมี่ซั่วทั่วไป ใส่ทั้งเห็ดหอมแห้ง แครอท ถั่วงอก ต้นหอม ไข่ และเนื้อปูสดๆ ชิ้นโต ผัดจนแห้ง ปรุงรสให้ออกเค็มนิดๆ ส่วนใครที่ชอบเปรี้ยวหรือเผ็ดทางร้านมีมะนาวและพริกป่นวางมาให้ข้างๆ จานสามารถปรุงให้ถูกปากได้เลย เมนูนี้เป็นอาหารมงคลที่คนจีนนิยมกันมาก

บริยอช เฟรนช์โทสต์ กับไอศกรีมวานิลลา

          ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง “บริยอช เฟรนช์โทสต์” หรือขนมปังฝรั่งเศสแบบที่มีความหวานนุ่มๆ จากน้ำตาล และมีความหอมจากเนย นำมาทำเป็นคาราเมลด้วยการโรยน้ำตาลทรายแดงแล้วนำไปนาบกับกระทะเพื่อให้กรอบนอกนุ่มใน กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา นอกจากนี้ยังมีเครื่องดื่มนานาชนิดทั้งแอลกอฮอลล์และนันแอลกอฮอลล์ให้เลือกดื่มได้ตามใจชอบด้วย

เครื่องดื่มเย็นชื่นใจ

          เมนูเด็ดๆ ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมานี้ไม่ใช่เฉพาะลูกค้าที่เข้าพักในโรงแรมเท่านั้นที่จะมีโอกาสได้ลิ้มลอง เพราะมาย บีช รีสอร์ท เขาเปิดรับลูกค้าภายนอกที่อยากมาลิ้มรสอาหารอร่อยพร้อมเสิร์ฟ 2 เมนูและจิบเครื่องดื่มเย็นชื่นใจ 2 ดริ้งค์ พร้อมด้วยกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงแรม ตั้งแต่เวลา 11.30-18.00น. ในราคาเพียงคู่ละ 999 บาทเท่านั้น หรือหากต้องการสอบถามข้อมูลอื่นๆ ยกหูกริ๊งกร๊างไปสอบถามกันได้เลยที่ 0-7630-5066-9 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.mybeachresort.com

ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388391?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 06:58 น.
ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย,ท่ายาง
เปิดอ่าน 61 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย-อ.ไชยแสง กิระชัยวณิช

            บ้านน้ำทรัพย์ คาวบอยวิลเลจ มรดกพ่อ ร.๙ 

          ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงห่วงใยชีวิตชาวไทยทุกพื้นที่ ทรงศึกษาแผนที่หาทางกักเก็บน้ำจากยอดเขาพะเนินทุ่งเอาน้ำมาให้เกษตรชาวเพชรบุรี-หัวหิน เพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มีพระราชดำริให้สร้างเขื่อนแก่งกระจาน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสร้างพลังงานไฟฟ้าปีละ 70 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ส่งไฟฟ้าไปทั่วเพชรบุรี-หัวหิน

             ชาวเพชรบุรีเริ่มอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำกินที่หมู่บ้านน้ำทรัพย์ ใช้น้ำจากเขื่อนแก่งกระจานทำเกษตร ปลูกข้าวโพด ฝ้าย มะนาว 30 ปีที่แล้วถนนจากเพชรเกษม เข้าท่ายางมาบ้านน้ำทรัพย์ยังไม่มี ต้องใช้ม้าขี่เข้าออก ขนเครื่องอุปโภคบริโภคมาใช้ในหมู่บ้าน ในหลวงรัชาลที่ ๙ จึงให้หน่วยราชการ ทหารเพชรบุรี เข้ามาช่วยชาวบ้านน้ำทรัพย์ พัฒนาให้เป็นหมู่บ้านพระราชดำริ

            ชูชาติ วรรณขำ ผู้ใหญ่บ้านน้ำทรัพย์เล่าให้ฟังว่า หลังจากหน่วยราชการพี่น้องทหารหาญเข้ามาช่วยทำให้ชีวิตชาวบ้านน้ำทรัพย์พออยู่ได้กับพืชผลทางการเกษตรและการเลี้ยงวัวเป็นอาชีพเสริม จึงเกิดความคิดที่จะทำหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ รวบรวมกลุ่มชาวบ้านน้ำทรัพย์ ประชุมกันว่าเราจะทำอะไรให้มีจุดเด่น

             ชาวบ้านน้ำทรัพย์นำม้าที่เคยขี่เข้าเมืองท่ายางมาพัฒนาเป็นหมู่บ้านคาวบอยวิลเลจ สร้างที่พักโฮมสเตย์ เต็นท์กลางแจ้ง ริมน้ำแก่งกระจาน เอาวิถีชีวิตชาวบ้านมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ให้ครอบครัวจากทั่วประเทศ พาลูกหลานมาช่วยกันทำนา ปลูกผัก เลี้ยงไก่ จับปลา เอามาทำอาหารกินกัน เป็นความสุขที่นักท่องเที่ยวทุกครอบครัวทุกกลุ่มอาชีพได้สัมผัสดินและดาว

             ที่สำคัญคือจะพาทุกคนเข้าชมนกเงือกที่มีอยู่เพียง 50 ตัว ทั้งป่าแก่งกระจาน ขณะนี้ชาวบ้านน้ำทรัพย์ช่วยฟื้นฟูป่าไม้สร้างรังให้นกเงือกมา 13 ปี ทำให้นกเงือกเพิ่มขึ้นถึง 150 ตัว ใครมาเที่ยวบ้านน้ำทรัพย์จะได้ช่วยกันทำรังให้นกเงือกอยู่ ขี่ม้าคาวบอยริมแก่งกระจาน กินอาหารอร่อย ต้มยำไก่ประดู่หางดำ กุ้งเขื่อนแก่งกระจาน ปลานิลทอดกระเทียม ติดต่อโทร.09-2610-4835

ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง น้ำจิ้มมะนาวท่ายาง

             อ.ท่ายาง ขับรถถึงบ้านน้ำทรัพย์ คาวบอยวิลเลจ อ.แก่งกระจาน ห่างกัน 20 กม. จากสามแยกไฟแดงถนเพชรเกษม เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองท่ายาง มีขนมหม้อแกง ทองม้วน ก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-เนื้อตุ๋น ผัดไทยอร่อยหลายร้าน ตลาดเช้ามีของสดจากเขื่อนแก่งกระจานออกมาขาย โดยเฉพาะมะนาวท่ายางรสเปรี้ยวหอม ยังมีทุเรียนหมอนทองจากเกาะในเขื่อนแก่งกระจาน อร่อยแต่ราคาแพงมาก

              เจ้บ่วย ทำก๋วยเตี๋ยวเนื้อเปื่อยขายอยู่ในตลาดท่ายางมา 15 ปี เลี้ยงลูกจนเรียนจบ อรัญ ขวัญเมืองแก้ว ลูกชายไปเป็นเซลล์แมนขายเส้นหมี่ไวไว ติดรถตระเวนไปขายเส้นหมี่ทั่วประเทศ จนเกิดความเหนื่อยอยากกลับบ้านมาช่วยแม่ขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ แต่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อขายได้เฉพาะเช้าถึงบ่าย สองแม่ลูกจึงคิดทำก๋วยเตี๋ยวขายช่วงกลางคืน เป็นก๋วยเตี๋ยวรสแปลกออกไป

            ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง เป็นคำตอบสุดท้ายของอรัญกับเจ้บ่วย อรัญเข้าไปสำรวจตลาดเมืองเพชร ถ้าใช้ปลากะพงลวกแล้วเนื้อเละ ปลาเก๋าตัวใหญ่หัวกระดูกใหญ่มาก ได้เนื้อปลาเก๋านิดเดียว อีกทั้งคนเมืองเพชรไม่นิยมต้มหัวกระดูกปลาเก๋า จนได้ปลาเก๋าตัวเล็กเป็นปลาประมงชายฝั่ง ทะเลอ่าวไทยฝั่งเพชรบุรีมีปลาเก๋าชุกชุม ราคาไม่แพงมากพอเอามาลวกใส่ก๋วยเตี๋ยวได้

            อรัญสั่งแม่ค้าปลาเพชรบุรี แล่เนื้อปลาเก๋าตัวละ 2 ชิ้น เลาะเอาหนังปลาออกให้หมดเหลือแต่เนื้อปลาล้วนๆ ใช้เนื้อปลาเก๋าลวกใส่ก๋วยเตี๋ยว เพิ่มลูกชิ้นปลา ฮือก๊วย เกี๊ยวปลา ขายชามละ 40 บาท พิเศษใส่เนื้อปลาเก๋า 2 ชิ้น 50 บาท พิเศษสุดใส่เนื้อปลาเก๋า 3 ชิ้น 60 บาท กินให้อิ่มชามเดียว แล้วเพิ่มข้าวต้มปลาเก๋า ให้ลูกค้าสั่งกินได้อิ่มใจ

             บุ๋ม ลูกสะใภ้ทำหน้าที่ต้มกระดูกหมูทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า เจ้บ่วยคิดสูตรทำน้ำจิ้ม ใช้เต้าเจี้ยวตราเด็กสมบูรณ์ กระเทียมไทย พริกขี้หนู น้ำตาล และใช้มะนาวท่ายางใส่ผสมรวมกันทำน้ำจิ้มก๋วยเตี๋ยวปลาท่ายาง น้ำจิ้มจึงหอมกลิ่นมะนาว ช่วยให้เนื้อปลาเก๋าชายฝั่งอร่อยยิ่งขึ้น ปลาเก๋าตัวเล็กเนื้อไม่แข็งเหนียวมาก เวลาเคี้ยวเนื้อจะหวานติดปลายลิ้น จึงอร่อยกว่าปลาเก๋าตัวใหญ่

             ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง ขายตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงสองทุ่มทุกวัน แม่มะลิกับน้องชายขับรถตู้ฮุนไดกลับมาจากบ้านนครศรีธรรมราช ถึงสามแยกท่ายางเลี้ยวรถเข้าไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า สั่งข้าวต้มปลาเก๋าให้แม่ฟอง อายุ 100 ปี นั่งกินบนรถ แม่มะลิเล่าว่าถึงร้านเจ้บ่วยห้าโมงกว่า เดี๋ยวเดียวลูกค้ามานั่งเต็มร้าน ต้องรอก๋วยเตี๋ยวข้าวต้มปลาเก๋าช้าไปด้วย

            เจ้บ่วย เล่าว่า ลูกค้าที่มากินก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า ส่วนใหญ่ขับรถมาจากเมืองเพชรบุรี ชาวใต้ตั้งแต่หัวหินปราณบุรีถึงนราธิวาส ผ่านมาถึงท่ายางเย็นๆ จะแวะจอดรถกินก๋วยเตี๋ยวข้าวต้มปลา อิ่มแล้วตีรถเข้ากรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเศษเท่านั้น ทำให้ต้องขยายก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าไปเปิดสาขาใหม่ที่หัวหินติดกับสำนักงานองค์การโทรศัพท์หัวหิน เนื้อปลาเก๋าเครื่องปรุงส่งมาจากร้านท่ายาง

            ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ท่ายาง อยู่ในเมืองท่ายางเป็นบ้านไม้หลังเก่าๆ หาง่าย ที่จอดรถหน้าร้าน โทร.0-3243-7666, 08-1919-1909

ครัวลอยฟ้า ก๋วยเตี๋ยวปลาท่ายาง

บุ๋ม ลูกสะใภ้เจ้บ่วย ทำหน้าที่ต้มกระดูกหมู ทำน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า ลวกเนื้อปลาเก๋าไม่ให้มีกลิ่นคาว ได้ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเนื้อนุ่ม น้ำซุปหอมอร่อย

 เครื่องปรุง

 1.กระดูกเอียเล้ง 3 กก.

 2.รากผักชี-กระเทียม-พริกไทย 1 ถ้วย

 3.เนื้อปลาเก๋าผ่าซีก 10 ตัว

 วิธีทำ

 1.ใส่กระดูกรากผักชีกระเทียมพริกไทยลงต้มกับน้ำเคี่ยว 3 ชั่วโมงให้ได้น้ำซุป

 2.นำเนื้อปลาเก๋าลงลวกให้ความหวานจากเนื้อปลาละลายอยู่ในน้ำซุป

 3.ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวในน้ำธรรมดาแล้วใส่ชามใส่เนื้อปลาเก๋าลูกชิ้นปลาฮือก๊วยเกี๊ยวปลา

 4.ตักน้ำซุปราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวเป็นก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋ารสเลิศ

 ต้องไปกินที่ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าเจ้บ่วย ราคาไม่แพง เนื้อปลานุ่มอร่อย

ภาพ 1.ภาพ Lead น้ำทรัพย์1 2.ภาพ Lead น้ำทรัพย์2 3.ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋าท่ายาง

ภาพ 4.เนื้อปลาเก๋าชายฝั่ง 5.ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเนื้อปลาเก๋า 6.เนื้อปลาเก๋าลวกจิ้ม

ภาพ 7.ข้าวต้มปลาเก๋า 8.เกาเหลาเนื้อปลาเก๋าลูกชิ้นปลา 9.เส้นใหญ่เนื้อปลาเก๋าเกี๊ยวปลา 10.เย็นตาโฟเนื้อปลาเก๋า 11.ครัวลอยฟ้า ก๋วยเตี๋ยวปลาเก๋า

ส่งตรงขบวนอาหารคุณภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388193?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส่งตรงขบวนอาหารคุณภาพ

วันที่ 14 กันยายน 2562 – 06:00 น.
สยามฟูด ดิสคัฟเวอรี่ แบงคอก,สยามฟูด เซอร์วิส,สรวิศ แสงวณิช,โซนเบเกอรี่ คาเฟ่,เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป,อาหารทะเล,โซนอาหารญี่ปุ่น,อาหาร
เปิดอ่าน 12 ครั้ง

ยกขบวนสินค้ากว่า 2,000 รายการ ใน 7 กลุ่มสินค้า มายั่วนักชิม

หากพูดถึงการนำเข้า และจัดจำหน่ายสินค้าอาหารสดและอาหารแช่แข็งคุณภาพพรีเมียม รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ในการประกอบอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ในประเทศไทย คงต้องยกให้ “สยามฟูด เซอร์วิส” ผู้นำด้านธุรกิจอาหาร ล่าสุดได้จัดงาน “สยามฟูด ดิสคัฟเวอรี่ แบงคอก” เฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี พร้อมตอกย้ำการเป็นผู้นำในการให้บริการด้านอาหารที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าธุรกิจอาหารในประเทศไทย โดยมีแขกเหรื่อ พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานคับคั่ง ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

   

เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป

     ปรียดา ศรีพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท สยามฟูด เซอร์วิส จำกัด เผยว่า งานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี สยามฟูดฯ ซึ่งปัจจุบันนำเข้าสินค้ากว่า 70 แบรนด์ ทั้งในและต่างประเทศ สินค้ามากกว่า 2,000 รายการ ใน 7 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์แปรรูป, อาหารทะเล, ผลิตภัณฑ์จากนม, ผักและผลไม้, ผลิตภัณฑ์จากมันฝรั่ง, ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก และผลิตภัณฑ์ผงสำหรับทำน้ำซุป เพิ่มกลิ่น และรสชาติ นอกจากนี้ยังพัฒนาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า

อาหารทะเล

โซนเบเกอรี่ คาเฟ่

    ภายในงาน สยามฟูดฯ จัดเต็ม ยกขบวนสินค้าเกรดพรีเมียมมาจัดแสดงเต็มรูปแบบกับ 1 โซน ดิสเพลย์ ผลิตภัณฑ์ และ 5 โซนอาหารนานาชาติ ที่นำผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบริษัท มาปรุงโดยเชฟมืออาชีพ ให้แขกผู้มาร่วมงานได้ลองลิ้มชิมรส ได้แก่ โซนอาหารไทยฟิวชั่น ที่มาพร้อมกับเมนูอาหารไทยธรรมดาๆ แต่เมื่อได้ลองชิมดูแล้วนั้น ต้องบอกเลยว่าอร่อยไม่ธรรมดาเลยจริงๆ กับเมนู ต้มข่าไก่ ข้าวผัดปู ผัดกะเพรา ในสไตล์ไทยฟิวชั่น โซนอาหารอิตาเลียน และฝรั่งเศส เอาใจคนรักอาหารอิตาเลียน และฝรั่งเศส อาทิ เมนูขาแกะอบ, สปาเกตตี้ครีมซอส, ซุปข้นกุ้ง ล็อบสเตอร์, พิซซ่า เป็นต้น โซนอาหารญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟเมนูมากมาย อาทิ ปลาทูน่า ซาซิมิ, ชาบู, เนื้อสันนอก วากุ นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โรยหน้าด้วยไข่กุ้ง พร้อมด้วย ทาโกะ วาซาบิ, ถั่วแระญี่ปุ่น, ขิงดอง, วาซาบิ, กิมจิ ฯลฯ

   

 ผลิตภัณฑ์จากนม

โชว์มิกซ์ผสมเมนูเครื่องดื่ม

     โซนอาหารอเมริกัน และเม็กซิกัน ไม่พลาดที่จะเสิร์ฟ กุ้งโรล, ปูโรล, โทมาฮอว์ก วัวเกรดพรีเมียมสายพันธุ์แองกัสย่าง, บัตเตอร์ ทรัฟเฟิล ฟรายส์, แฮมเบอร์เกอร์เนื้อ สโนว์วากิว ฯลฯ และโซนเบเกอรี่ คาเฟ่ จัดเต็มกับเมนูของหวาน หลากหลาย ที่สายหวานได้ชิมเป็นต้องปลื้ม ทั้ง วิปครีมชีส, สตรอเบอร์รี่ชอตเค้ก, ชาไทยเสิร์ฟพร้อมดอกกระเจี๊ยบ, มะม่วงมูส, ชูครีมชีส, ชูครีมวานิลลา, เป็นต้น

สรวิศ แสงวณิช

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมมากมาย อาทิ การรังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบจากสยามฟูดฯ โดย “กันน์” สรวิศ แสงวณิช เซเลบริตี้เชฟรุ่นใหม่ฝีมือคุณภาพจากรายการ ท็อป เชฟ ไทยแลนด์ ซีซั่น 2 พร้อมด้วยโชว์แล่เนื้อปลาทูน่ายักษ์สไตล์ต้นตำรับจากสุดยอดเชฟร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง และโชว์มิกซ์ผสมเมนูเครื่องดื่มโดยนักผสมเครื่องดื่มมืออาชีพ

อร่อยแบบปราศจากเนื้อสัตว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388184?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อร่อยแบบปราศจากเนื้อสัตว์

วันที่ 13 กันยายน 2562 – 06:00 น.
อาหาร,โปรโมชั่น,อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่,บุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียน,พัมพ์กิน สไปซ์ ลาเต้,สตาร์บัคส์ คอฟฟี่,ติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย,ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ,สเต็ปส์ คราฟท์ เฮ้าส์,อิ่มกับทรู Exclusively at CPN
เปิดอ่าน 30 ครั้ง

สำรวจรายการความอร่อยหลากหลาย พร้อมจัดหนักโปรโมชั่นที่ไม่อาจปฏิเสธ

   

บุฟเฟ่ต์แอนติพาสตี้

  ** อมาญา ฟู้ด แกลเลอรี่ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท กรุงเทพฯ เชิญลิ้มลองบุฟเฟ่ต์อาหารอิตาเลียนพร้อมบุฟเฟ่ต์แอนติพาสตี้ ทั้งโคลด์คัทคุณภาพเยี่ยม ชีสนำเข้านานาชนิด สลัดบาร์ และของหวาน พร้อมจานหลัก ซึ่งสามารถเลือกได้ 1 อย่าง ระหว่างพาสต้า หรือพิซซ่าหน้าแน่นครบเครื่อง หอมกรุ่นจากเตาปรุงและเสิร์ฟร้อนตามสั่ง ทุกค่ำคืนวันพฤหัสบดี ราคา 650 บาท++ ต่อท่าน สอบถามโทร.0-2653-9000 ต่อ 355

อร่อยปราศจากเนื้อสัตว์

    ** ห้องอาหารเดอะ สแควร์ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ อิมแพ็ค ร่วมกับกรีน มันเดย์ โครงการเพื่อสังคมจากฮ่องกง สร้างสรรเมนูที่ปราศจากเนื้อสัตว์ โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของวีแกนหรือมังสวิรัติที่ปรุงจากโปรตีนจากพืชเป็นหลัก รวมถึงผัก ถั่ว ธัญพืช แต่ให้รสชาติที่ทุกคนคุ้นเคย อาทิ ชีสเบอร์เกอร์ พาสต้าแกงเขียวหวาน และอื่นๆ ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 กันยายนเป็นต้นไป สอบถามโทร.0-2833-4888

ดื่มแก้วโปรดของคอกาแฟ

   ** สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ (ประเทศไทย) นำเครื่องดื่มแก้วโปรดของคอกาแฟทั่วโลกมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง อย่าง พัมพ์กิน สไปซ์ ลาเต้ ช็อตเอสเพรสโซ่เข้มข้นตามแบบฉบับของสตาร์บัคส์กับนมและส่วนผสมฟักทองที่หอมกรุ่น บรูว์กับ ไอริช ครีม โคลด์ บรูว์ วิธ คอฟฟี่ เจลลี่ รสชาติเข้มข้นจากกาแฟโคลด์ บรูว์ ยอดนิยม ผสานความหอมหวานละมุนจากไอริชครีม จำหน่ายตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนนี้ เป็นต้นไป

ต้อนรับเทศกาลเจ

      ** เบค บราเธอร์ส เปิดตัวเครื่องดื่มชุดพิเศษชุด “Bake Brothers Vegetarian drinks” ต้อนรับเทศกาลเจ ด้วยการนำอัลมอนด์ มิลค์ และกล้วยหอม มาใช้เป็นส่วนผสมหลัก ไม่ว่าจะเป็น “ช็อกโก บานาน่า อัลมอนด์ มิลค์” หรือชอบความเข้มข้นแบบกาแฟกับ “กาแฟ บานาน่า อัลมอนด์ มิลค์” ลิ้มลองได้ที่เทอมินัล 21 อโศก, อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์ รพ.รามาธิบดี และเดอะมาร์เก็ต บางคอก

ติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย

    ** ห้องอาหารจีน เดอะ โกลเด้น พาเลซ โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 ชวนจิบน้ำชายามบ่าย เคล้าบรรยากาศโมเดิร์นไชนิสสุดคลาสสิก พร้อมลิ้มรสติ่มซำสไตล์จีนกวางตุ้ง “ชุดติ่มซำจิบน้ำชายามบ่าย” รังสรรค์โดยเชฟที่บรรจงคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมีคุณภาพ ทั้งสดและใหม่พร้อมจัดเมนูพิเศษกว่า 10 รายการ ไม่ว่าจะเป็น เปาะเปี๊ยะทอด เผือกทอด กุ้งทอดตะไคร้ ซาลาเปาไส้ครีมทอด ซาลาเปาลาวา ซาลาเปาหมูสับ ฮะเก๋าหอยเชลล์ ฮะเก๋าตัวกุ้ง ฮะเก๋าปลาทอง และขนมจีบหมู เสิร์ฟพร้อมชาจีนร้อน-เย็น หรือจะเลือกเป็นเก๊กฮวยร้อน-เย็นคุณภาพเยี่ยม สำหรับ 2 ท่าน ราคาชุดละ 450 บาทสุทธิ ให้บริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น. ถึง 30 พฤศจิกายนนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2262-1234

   

ซูชิ ซาชิมิ

   ** ห้องอาหารดิ ออร์ชาร์ด โรงแรมแคนทารี 304 ปราจีนบุรี เชิญอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ “ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์นานาชาติ” ที่จัดทัพพร้อมเสิร์ฟความอร่อย ทุกวันอังคาร เวลา 18.00-22.00 น. ซึ่งเชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีกับสารพันเมนูขึ้นชื่อยอดนิยม ทั้งอาหารสไตล์ยุโรปและเอเชียมาให้คุณอิ่มอร่อยในราคาสุดคุ้มอาทิ ซุป สลัด สปาเกตตี พิซซ่า ซูชิ ซาชิมิ ฯลฯ ให้เลือกรับประทานกันอย่างจุใจ พร้อมคาราวานขนมหวานในราคาเพียง 490 บาท (สุทธิ) ต่อท่าน เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม   นอกจากนั้นตลอดเดือนกันยายน ยังมีเมนูแนะนำมาให้คุณได้ลิ้มชิมรสกับสองเมนูความอร่อย “สลัดเนื้อและมันฝรั่ง” (150++ บาท) และ “อะมาเร็ตโต้ช็อกโกแลตทรัฟเฟิลเค้ก” (120++ บาท) สอบถามโทร.0-3723-9777 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.kantarycollection.com

ขาหมูกรอบกับกะหล่ำปลีดอง

    ** อิ่มอร่อยกับเทศกาล Oktoberfest เทศกาลกินดื่มอันเลื่องชื่อของเยอรมัน พร้อมเมนูเยอรมันคลาสสิกมากมาย เช่น ขาหมูกรอบกับกะหล่ำปลีดอง (ซาวร์เคราต์) ไส้กรอกเยอรมัน และหมูชุบเกล็ดขนมปังทอด (pork schnitzel) และอีกหลากหลายเมนู พร้อมเบียร์ Erdinger Beer เย็นฉ่ำ ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน-6 ตุลาคมนี้ ที่ ฮันส์แมน ผับ ชั้นใต้ดิน โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2254-0404 ต่อ 7777 หรืออีเมล: fb@landmarkbangkok.com

อ็อกโทเบอร์เฟสต์

     ** สเต็ปส์ คราฟท์ เฮ้าส์ โรงแรมโฮเต็ล อินดิโก้ กรุงเทพฯ ถนนวิทยุ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) ทุกวันตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน-21 พฤศจิกายน กับโปรโมชั่นเบียร์บุฟเฟ่ต์ ดื่มไม่อั้นสองชั่วโมงตั้งแต่เวลา 17.00–19.00 น. ในราคาเพียง 399 บาทถ้วนต่อท่าน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 สำหรับอาหารรับประทานเล่นอีกด้วย

มื้อค่ำแสนอร่อย 5 คอร์ส

    ** โรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ ขอเชิญผู้ที่ชื่นชอบไวน์ทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การชิมไวน์สุดพิเศษของประเทศอิตาลี พร้อมกับมื้อค่ำแสนอร่อย 5 คอร์ส ในวันศุกร์ที่ 20 กันยายน ตั้งแต่เวลา 19.00– 21.30 น.  จำนวนจำกัดเพียง 30 ท่าน ในราคาสุดพิเศษเพียงท่านละ 1,650 บาทเท่านั้น สำหรับมื้อค่ำที่จับคู่กับไวน์โดยเชฟกิ๊บส์ ที่จะปรุงอาหารให้ทุกท่านชมกันอย่างใกล้ชิด

กินฟรีนิตี้

      ** บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดแคมเปญ “อิ่มกับทรู Exclusively at CPN” ที่ปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 8 ภายใต้คอนเซ็ปต์ กินฟรีนิตี้ ไม่เพียงรับส่วนลดสูงสุด 50% กว่า 500 ร้านภายในศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ยังให้ลูกค้าทรูกินฟรีไม่ซ้ำ เพียงใช้ 199 ทรูพอยต์ แลกเมนูอร่อยจาก 30 ร้านดัง อาทิ Sukishi Korean Charcoal Grill, Pepper Lunch, Godiva, Coffee World ฯลฯ อิ่มท้องกันฟรีแล้ว ทุก 10 ทรูพอยต์ที่แลกอิ่มยังนำมาบริจาคให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้นให้ได้อิ่มใจต่อด้วย นับเป็นหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีและส่งเสริมให้สังคมไทยน่าอยู่ เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยการให้และมีความสุขร่วมกันอย่างแท้จริงและยั่งยืน จึงขอเชิญชวนลูกค้าทรูทุกท่านมารับสิทธิพิเศษนี้ด้วยกัน เพียงรับประทานอาหารในร้านที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน–31 ตุลาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล 32 สาขาทั่วประเทศ

ส้มตำนัว…รสอีสานจัดจ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/388175?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส้มตำนัว…รสอีสานจัดจ้าน

วันที่ 12 กันยายน 2562 – 16:22 น.
อาหาร,ส้มตำนัว,ส้มตำนัวรสอีสานจัดจ้าน,แซบ,ส้มตำข้าวโพด,ปีกไก่ทอด,ปลานิลทอดกรอบ,แกงอ่อมเนื้อลาย,ผัดขนมจีน,แตงโมปั่น,เปาะเปี๊ยะทอด,เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
เปิดอ่าน 60 ครั้ง

“กินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ SOMTAM นัว” ให้ลูกค้าผ่อนคลายและมีความสุขกับการกินอาหารอีสาน

แม้ว่าจะไม่มีใครให้นิยาม “ความแซบ” ไว้เฉพาะแค่ “อาหารอีสานพื้นบ้าน” แต่ดูเหมือนทุกคนจะยินยอมพร้อมใจยกให้ เพราะเมื่อใดที่ออกปากว่าอยากลิ้มอาหารรสแซบรสนัวล่ะก็ เป็นต้องตรงดิ่งไปหา “อาหารประจำถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย” อีกทั้งความนิยมก็ไม่มีอยู่เฉพาะคนในท้องถิ่นเท่านั้น จึงทำให้มีร้านอาหารสไตล์อีสานเปิดให้บริการทั่วทุกหัวระแหง ตั้งแต่เพิงข้างถนนยันไปถึงบนห้างหรูระดับห้าดาว ไม่ได้กล่าวเกินจริง เพราะเมื่อวันก่อน ขณะเดินช็อปปิ้งอยู่ในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี จู่ๆ นึกเปรี้ยวปาก ร่างกายต้องการอาหารรสจัดจ้าน พร้อมๆ กับมือเริ่มทำงานเปิดสมาร์ทโฟนเสิร์ชหาร้านในละแวกใกล้เคียง และไม่ผิดหวัง เมื่อประมวลผลแจ้งออกมาว่าที่บริเวณชั้น 5 ภายในศูนย์การค้าแห่งนี้มีร้านไทยอีสานแบบออริจินัล “ส้มตำนัว” (SOMTAMนัว) เปิดให้บริการอยู่เลยจ้า…

   

      ภายในร้านนอกจากจะถูกตกแต่งในคอนเซ็ปต์อีสานดั้งเดิมผสมผสานความเป็นไทยภาคกลางจนกลายเป็นความโมเดิร์นได้อย่างลงตัวแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เน้นคือการสร้างบรรยากาศร้านให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเหมือนนั่งกินอาหารอยู่บ้านในบรรยากาศ “กินสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์ SOMTAMนัว” เพื่อให้ลูกค้าผ่อนคลายและมีความสุขกับการกินอาหารอีสานในแบบที่คนในเมืองและลูกอีสานไกลบ้านได้กินให้หายคิดถึงบรรยากาศบ้านเกิด

 เบื้องหลังเบื้องลึกของรสชาติที่ดึงดูดและตราตรึงใจลูกค้ามาอย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้ เพราะทางร้านมีกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบที่ละเอียดพิถีพิถัน เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่สะอาดและมีคุณภาพ ซึ่งแม้ว่าชื่อร้านจะบ่งบอกว่าเป็น “ส้มตำ” แต่รายการอาหารที่ถูกบรรจุไว้ในเมนูกลับมาหลากหลายให้เลือกชิม ไล่เรียงตั้งแต่ ส้มตำ, ทอด-ย่าง, ลาบ-น้ำตก, ยำ, ต้ม-แกง, ของกินเล่น, ขนมหวาน, เครื่องดื่ม และอื่นๆ รวมเบ็ดเสร็จไม่ต่ำกว่า 100 รายการ…อ่อ!! ต้องบอกให้บรรดาคอซีฟู้ดรับรู้ก่อนว่า ร้านนี้ไม่มีรายการอาหารทะเลใดๆ ให้บริการ เด้อค่ะ

ตำซิ่ง..น้องใหม่มาแรง 

ตำข้าวโพด…ครบรสไทยไม่ปลาร้า

      ในหมวดของ “ส้มตำ” มีให้เลือกหลายขนานทั้งแบบอีสานจัดจ้าน ตำไทย ตำลาว ตำมะละกอ ตำแตง ตำมะม่วง ตำถั่วฝักยาว ตำข้าวโพด ตำหมูยอ สำหรับจานซิกเนเจอร์ที่มาแล้วท้าให้ลอง คือ “ตำมั่ว” ที่มีส่วนผสมของ แคปหมู ขนมจีน และหมูยอ มาคลุกเคล้ารวมกับเส้นมะละกอ ส่วนจานน้องใหม่มาแรงแซงส้มตำจานอื่นๆ ยืนหนึ่งในรายการแนะนำต้องยกให้ “ตำซิ่ง” ส้มตำปลาร้า เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมจีน เมล็ดกระถิน กุ้งฝอยคั่ว แนมด้วยผักพื้นบ้านสดๆ…อีกสักจานสำหรับผู้ไม่ถนัดรสชาติปลาร้า “ส้มตำข้าวโพด” มาในรูปแบบและรสชาติแบบส้มตำไทย เน้นเปรี้ยว หวาน เผ็ดเล็กน้อย แต่ว่าความพิเศษอยู่ตรงก่อนฝานข้าวโพดลงในครกคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงนั้น แม่ครัวเขานำข้าวโพดต้มสุกไปย่างไฟให้เกิดความหอม เรียกน้ำย่อยขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ปีกไก่ทอดกรอบนอกนุ่มใน

เนื้อย่าง..นุ่มฉ่ำหวาน​​​​​​​

     มาถึงหมวด “ทอด-ย่าง” ลูกค้าประจำของร้านพร้อมใจกันยกให้ “ปีกไก่ทอด” ปีกไก่ถูกหมักเครื่องนานถึง 3 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อ จึงนำมาทอดจนหนังกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมหอมเจียว กระเทียมและน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษของทางร้าน ตามมาด้วย “คอหมูย่าง” จานนี้ชิมแล้วยากจะห้ามใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติและความนุ่มของคอหมู เพิ่มรสด้วยน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษของทางร้าน อีกจานที่ขึ้นชื่อคือ “เนื้อย่าง” ฟังชื่ออาจรู้สึกธรรมดาแต่ว่าเนื้อวัวที่ใช้เสิร์ฟในรายการนี้ คุณพี่ผู้จัดการร้านภูมิใจนำเสนอว่าเป็นส่วนริบอายส์ของเนื้อซึ่งนำเข้าจากออสเตรเลียเชียวนะคุณ ก่อนจะไปแซบในหมวดอื่นๆ ยังอยากยืนยันว่านอกจาก ไก่ หมู เนื้อ ยังมีรายการจานปลามาให้ชิมอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น ปลานิลทอดกรอบ หรือ ปลากะพงทอดน้ำปลา

     ส่วนหมวด “ลาบ-น้ำตก” ไม่น้อยหน้าพาเหรดกันมาทั้ง น้ำตกหมู, น้ำตกคอหมูย่าง, ตับหวาน, ลาบวุ้นเส้น โดยเฉพาะ “ลาบเห็ดฟาง” จานนี้เรียกว่า เข้าทางหนุ่มสาวรักสุขภาพไปเต็มๆ เพราะนอกจากรสชาติถูกปากแล้วยังไม่มีไขมันมารบกวนจิตใจด้วย

     

แกงอ่อมเนื้อลาย

      ปิดท้ายรายการของคาวด้วยหมวด “ต้ม-แกง” เดี๋ยวจะหาว่าแกล้งให้น้ำลายสอ ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างความแซบเบาๆ แค่สองรายการ ได้แก่ “แกงอ่อมเนื้อลาย” น้ำซุปกลมกล่อมขณะเดียวกันผักพื้นบ้านที่อยู่ในหม้อก็ไม่เปื่อยจนเกินไปส่วนชิ้นเนื้อลายนั้นให้รสสัมผัสรับรู้ได้ถึงความเหนียวนุ่มกำลังดี มาถึง “ต้มแซบ” ต้องบอกว่าแซบสมชื่อ ความพิเศษอยู่ที่ความกลมกล่อมของน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ ก่อนนำมาปรุงรสให้จัดจ้าน โดยไฮไลท์อยู่ที่กระดูกอ่อนที่เสิร์ฟมาแบบจัดเต็ม ไม่มีหวง ไม่มีการผสมเครื่องใน รสชาติเข้มข้น จนต้องสั่งเพิ่มเลยทีเดียว

เปาะเปี๊ยะทอด

ขนมจีนผัด ต้องจัดให้ได้

      นอกจากนี้ SOMTAMนัว ยังมีแนะนำจานยอดฮิตอย่าง “ผัดขนมจีน” มองผิวเผินหน้าตาคล้ายๆ หมี่ผัดโคราช แต่เปลี่ยนจากเส้นหมี่เป็นเส้นขนมจีน นำมาผัดกับกุนเชียง หมูยอ แครอท และท็อปปิ้งด้วยหมูหย็องและแคปหมู รสชาติออกหวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ จึงอยากแนะนำให้กินคู่กับส้มตำ นอกจากช่วยชูรสแล้วยังช่วยเบรกความจัดจ้านไปในคราวเดียว เช่นเดียวกับ “เปาะเปี๊ยะทอด” ไส้ข้างในประกอบด้วย หมูสับผัดกับวุ้นเส้นและถั่วงอก ปรุงให้ได้รสชาติเค็มๆ มันๆ แล้วนำมาห่อด้วยแป้งก่อนจะทอดในน้ำมันเดือดจัดพอให้เหลืองกรอบ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มรสหวาน

น้ำแตงโมปั่นหวานฉ่ำชื่นใจ

     สำหรับลูกค้าที่ขาดหวานไม่ได้นั้นทางร้านมีเครื่องดื่มน้ำผลไม้และขนมหวานอย่าง แตงโมปั่น, น้ำมะนาวปั่น, น้ำมะพร้าวสด, ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน, ไอศกรีมสับปะรดผสมแพชชั่นฟรุต, เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง มาล้างปากจากความแซบอีกเช่นกัน

เฉาก๊วยน้ำตาลทรายแดง เหนียวหนึบคลายความแซบ

      ขาช็อปที่กำลังมองหาอาหารอีสานดั้งเดิม อยากให้ลองแวะ SOMTAMนัว มีเสิร์ฟความแซบแล้วถึง 6 สาขาตามห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ สำหรับสาขาศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร้านตั้งอยู่ที่บริเวณชั้น 5 เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2160-5909