“ข้าวดอกมะขามออร์แกนิกผัดน้ำพริก” อร่อยครบคุณค่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378236?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ข้าวดอกมะขามออร์แกนิกผัดน้ำพริก” อร่อยครบคุณค่า

วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 – 06:00 น.
กร รัชไชยบุญ,ข้าวดอกมะขาม,ปะกาอำปึล,สีฟ้า,อาหาร,ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง,ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด,ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู
เปิดอ่าน 11,047 ครั้ง

ข้าวปะกาอำปึล ของดีจากสุรินทร์ ผัดอย่างพิถีพิถันกับน้ำพริก 3 สูตรเด็ด

เคยมีคนบอกว่า “ข้าว” เป็นยาธัญโอสถ และ “น้ำพริก” เป็นสิ่งเติมเต็มให้รสชาติกับอาหารของคนไทยมานมนาน ล่าสุด กร รัชไชยบุญ เจนเนอเรชั่นที่ 3 ของกลุ่มสีฟ้า ได้นำ “ข้าวดอกมะขาม” หรือ “ข้าวปะกาอำปึล” จากการแนะนำของเกษตรกรอินทรีย์ บ้านทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ มาพัฒนาสูตรร่วมกับเมนูน้ำพริก 3 สูตรเด็ด ที่สีฟ้ายังคงให้ความสำคัญกับความอร่อยแบบต้นตำรับของน้ำพริกในแต่ละสูตร

กร รัชไชยบุญ

ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด

ไม่ว่าจะเป็น “ข้าวดอกมะขามผัดคลุกเคล้ากับน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด” ที่ให้รสชาติกลมกล่อมของพริกเหลืองไข่และเนื้อปูหอมมันเสิร์ฟพร้อมปลาสลิดทอดกรอบ ผักสด และไข่ไก่ต้มสุก ปลอดสาร หรือ “ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู” ที่ให้รสชาติจัดจ้านเพิ่มขึ้นอีกหน่อยจากแกงพริกขิง คลุกเคล้าเข้ากันกับเนื้อปลาดุกฟูทอดกรอบ 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใส่แป้งและเกล็ดขนมปัง เสิร์ฟพร้อมแคปหมูไร้มัน ผักสด และไข่ตะไล สูตรลับเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของสีฟ้า

ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู

และ “ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง” ที่ให้รสชาติจัดจ้านถอดสูตรเครื่องแกงคั่วกลิ้งต้นตำรับ ผสมฉ่ากุ้งทะเลในกระทะร้อนด้วยความเร็วเพื่อรักษาความสดเด้ง และคงคุณค่าทางสารอาหาร จัดเสิร์ฟพร้อมหมูหวานสูตรต้นตำรับสีฟ้า 80 ปี ที่ช่วยเพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว

ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง

      สำหรับ “ข้าวดอกมะขาม” หรือ “ปะกาอำปึล” เป็นข้าวพื้นถิ่นที่ปลูกมาแต่บรรพกาลของเมืองสุรินทร์ ด้วยเมื่อสุกแก่ เปลือกของข้าวมีสีเหลืองอ่อน เหลืองเข้ม และสีดำคล้ำ ในเปลือกเดียวกัน เหมือนสีของดอกมะขาม จึงเป็นที่มาของชื่อ ข้าวดอกมะขาม จัดเป็นข้าวที่มีสาร GABA สูงให้โปรตีน วิตามินบี ธาตุเล็ก ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันโรคเหน็บชา และอีกคุณสมบัติเด่นของข้าวดอกมะขาม คือ Low GI (Glycemic Index) หรือค่าดัชนีต่ำ ช่วยลดการเกิดโรคเบาหวานหรือโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด ด้วยสำนึกในคุณงามความดีของข้าวและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ชาวนาจากกลุ่มเกษตรกรอินทรีย์ ทัพไทย จึงร่วมแรงร่วมใจรักษาพันธุ์ข้าวเหล่านี้ไว้ไม่ให้สูญหาย ไปท่ามกลางกระแสการปลูกข้าวเพื่อการค้า ให้เป็นข้าวที่ปลอดจากสารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์

      ผู้สนใจและอยากลองลิ้มชิมรสเมนู ข้าวดอกมะขามผัดกับเมนูน้ำพริกทั้ง 3 สูตร ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม นี้ ที่สีฟ้า ทั้ง 21 สาขา หรือสามารถติดตามข่าวสารหรือกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://www.seefah.com

ดินเนอร์หรูกับยอดเนื้อไก่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378403?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ดินเนอร์หรูกับยอดเนื้อไก่

วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 – 12:00 น.
เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก,มิชลินสตาร์,เชฟอเมริโก้ เซสติ,แฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์,ซาเวลเบิร์ก,ไก่เบญจา
เปิดอ่าน 5,296 ครั้ง

2 เชฟดังนำเสนอมื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย

มิชลิน ไกด์ ไดนิ่ง ซีรีส์ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2019 ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้แนวคิด “เดอะ เฟรนช์ คอนเนกชั่น” การร่วมกันรังสรรค์อาหารค่ำมื้อพิเศษระหว่าง 2 เชฟจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ถึง 2 ร้านด้วยกัน คือ เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก จากร้านซาเวลเบิร์ก และ เชฟอเมริโก้ เซสติ จากร้านแฌม บาย ฌองมิเชล โลรองต์ นำเสนอประสบการณ์มื้อค่ำแบบฝรั่งเศสที่ผสานความเป็นไทย ที่ร้านรางวัล 1 ดาวมิชลิน ซาเวลเบิร์ก โดย “เบญจา ชิกเก้น” ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนระดับพรีเมียมของมิชลิน ไกด์ ไทยแลนด์ 2019 ถือโอกาสเชิญพันธมิตรทางการค้า และแขกคนสำคัญเข้าร่วมงาน พร้อมลิ้มรส 8 คอร์สสุดพิเศษ ซึ่งจานหลักเป็นเมนูไก่ที่ปรุงด้วยเทคนิคการปรุงอาหารแบบฝรั่งเศสจากวัตถุดิบท้องถิ่นระดับพรีเมียมไก่เบญจา ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้อง

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ

          ต้อนรับแขกพิเศษด้วยคานาเป้ “บานาน่า แอนด์ ฟัวกราส์” จากนั้นเริ่มคอร์สด้วยของกินเล่น “เบญจา ชิกเก้น, ไวน์ แอสพารากัส แอนด์ ครัสตาซีน อิมัลชั่น” ที่ปรุงจากเนื้อไก่เบญจา ชิกเก้น คัดสรรส่วนอก นำมาจี่ไฟ เสิร์ฟคู่หน่อไม้ฝรั่งขาวผัดซอส หอม นุ่ม ฉ่ำ ลงตัว ต่อด้วยเมนูล็อบสเตอร์ และจานปลาที่เป็นอาหารโปรดของเชฟเฮงค์

เมนคอร์สอกไก่แสนอร่อย

         

ปรุงอย่างพิถีพิถัน

          มาถึงเมนคอร์สที่เชฟร่วมสร้างสรรค์ออกมาได้น่าสนใจ คือ คอร์สไก่ “เบญจา ชิกเก้น บรีท, มาช โพเทโทส์ วิธ ชีส Epoisses, มอเรล แอนด์ พอร์ท” เสิร์ฟคู่กับ “เบญจา ชิกเก้น วิง, แค็บแบ็ก แอนด์ ออสเตรเลียน แบล็ก วินเทอร์ ทราฟเฟิล” ที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเชฟเฮงค์ นำอกไก่มาอบสุญญากาศเพื่อคงความชุ่มฉ่ำเอาไว้ ก่อนนำไปผัดเนย เสิร์ฟพร้อมซอสเห็ดมอเรลป่า ส่วนเชฟอเมริโก้ นำเมนูทราฟเฟิลที่ขึ้นชื่อของเชฟฌอง-มิเชล มาตีความใหม่ พาสต้าถูกรังสรรค์ด้วยเทคนิคแบบฝรั่งเศส ผสมเห็ดทราฟเฟิลดำจากออสเตรเลีย ก่อนจะต่อด้วยจานเนื้อแสนโอชา

เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก-เชฟอเมริโก้ เซสติ และผู้บริหาร

บรรยากาศในงาน

  เชฟเฮงค์ กล่าวถึงการคัดสรรวัตถุดิบว่า แม้เทคนิคและรูปแบบจะเป็นฝรั่งเศส แต่อาหารที่รังสรรค์ต้องนำเสนอความโดดเด่นของสี กลิ่น และรสชาติของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคที่ตัวเองตั้งถิ่นฐานอยู่ในตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างช่วยผลักดันและเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เราทำ ผมอยู่เมืองไทยมา 5 ปีแต่ยังต้องสังเกต เรียนรู้ และค้นหาสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยอยู่เสมอ จนตอนนี้จะเห็นอิทธิพลความเป็นไทยได้ในเมนูต่างๆ ที่เราเสิร์ฟ

อร่อยเต็มคำ “ไข่หอยเม่นฮอกไกโด”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378228?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อร่อยเต็มคำ “ไข่หอยเม่นฮอกไกโด”

วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 – 06:00 น.
เย็นตาโฟเครื่องทรง,ข้าวขโมยแมว,กุ้งล็อบสเตอร์,ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด,บุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน,สลัดกุ้งมังกรแคนาดา,พิซซ่าแป้งบางกรอบ,โรงแรมอวานี เอเทรียม,ไข่หอยเม่นฮอกไกโด,อาหาร,โปรโมชั่น
เปิดอ่าน 5,839 ครั้ง

รวมรายการความอร่อยหลากหลาย พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มจากร้านดังทั่วไทย

ข้าวขโมยแมว

     ** เย็นตาโฟเครื่องทรง โดย อ.มัลลิการ์ ย้อนตำนานความอร่อยกับเมนู “ข้าวขโมยแมว” ข้าวคลุกปลาทูสูตรพิเศษ ข้าวหอมมะลิเมล็ดนุ่มๆ ปรุงรสด้วยน้ำปลาแท้ เคล้าด้วยชิ้นเนื้อปลาทูแม่กลองตัวอวบเนื้อหวานมัน ทอดใหม่ๆ ร้อนๆ พร้อมเครื่องเคียงสารพัด หรือลิ้มลอง ข้าวน้ำพริกกะปิปลาทู แกล้มกับสารพัดผัก วันนี้ที่ร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง  ยกเว้นบางสาขา สอบถามโทร.0-2946-1000

เนื้อสันแกะนุ่มละมุนลิ้น

     ** ห้องอาหารเรดสกาย ชั้น 55 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เชิญเพลิดเพลินกับเมนูพิเศษ 5 คอร์ส อาทิ สลัดปลาแซลมอนรมควันเสิร์ฟพร้อมขนมปังแซฟฟรอน, กุ้งล็อบสเตอร์เสิร์ฟพร้อมเฟนเนลผสมน้ำส้มและมะกอกดำกับผักสลัด, เนื้อสันแกะนุ่มละมุนลิ้นเสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วงตุ๋น เป็นต้น ราคา 2,955 บาทต่อท่าน และไวน์แพริ่ง 1,899 บาทต่อท่าน วันนี้ถึง 31 สิงหาคมนี้  สอบถามโทร.0-2100-6255

ไข่หอยเม่นฮอกไกโด

     ** ห้องอาหารเท็นชิโนะ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ชวนอร่อยมื้อเย็นไปกับรสชาติที่หายากของไข่หอยเม่นฮอกไกโดที่สร้างสรรค์เป็นเมนูอร่อย 5 รายการ ด้วยศิลปะการทำอาหารดั้งเดิมจากญี่ปุ่นและฝรั่งเศส อาทิ โซบะเย็นกับไข่หอยเม่น ข้าวหน้าไข่หอยเม่นกับไข่ปลาแซลมอน สเต๊กเนื้อวากิวกับไข่หอยเม่น ซาชิมิไข่หอยเม่น ฯลฯ เริ่มต้นที่ 890 บาทสุทธิ สำรองที่นั่งออนไลน์ http://www.pullmanbangkokkingpower.com/th/offers/uni-sensation

ข้าวผัดน้ำพริกสูตรเด็ด

      ** สีฟ้าแนะนำ 5 เมนูข้าวผัดน้ำพริกสูตรเด็ดเครื่องแน่น อาทิ ข้าวดอกมะขามผัดน้ำพริกไข่ปูปลาสลิด, ข้าวดอกมะขามผัดพริกขิงไข่เค็มปลาดุกฟู, ข้าวดอกมะขามผัดคั่วกลิ้งกุ้ง เป็นต้น พิเศษเมื่อสั่งเมนูใดก็ได้ใน 5 รายการนี้ เพิ่มเงิน 99 บาท รับขนมจีบนึ่งหรือทอด 4 ลูก + น้ำสมุนไพร 1 แก้ว และสำหรับสมาชิกสีฟ้า แฟมิลี่ วันศุกร์สีฟ้ารับฟรี! ข้าวออร์แกนิก 500 กรัม ที่ร้านอาหารสีฟ้า ทุกสาขา วันนี้–31 กรกฎาคมนี้

   

เซตซีฟู้ดสุดคุ้ม

** ห้องอาหารญี่ปุ่นเบนิฮานา โรงแรมอวานี เอเทรียม กรุงเทพฯ เชิญสัมผัสประสบการณ์สนุกสุดมันส์ ชวนเพื่อนหรือคนรักมาอิ่มอร่อยไปกับเซตซีฟู้ดสุดคุ้ม ที่มีทั้ง ไลฟ์แคนาเดียน ล็อบสเตอร์, หอยเชลล์ยักษ์จากฮอกไกโด, แซลมอนส่งตรงจากนอร์เวย์ และกุ้งลายเสื้อไซต์ใหญ่พิเศษ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงมากมาย เฉพาะเดือนกรกฎาคม และสิงหาคมนี้ ทั้งหมดนี้ในราคาเพียง 4,200++ บาท สำรองที่นั่งก่อนใคร โทร .0-2718-2000

 หอยเชลล์อเมริกาย่างกระเทียมเจียวและแยมลิ้นจี่กับพริก

พาสต้าโฮมเมดกับกุ้งย่างสมุนไพร

** ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ดิโพลแมท บาร์, ซิตี้ เทอร์เรซ และ เดลี่ บาย คอนราด ชวนชิมหลากหลายเมนูแสนอร่อยสุดครีเอท จากวัตถุดิบสุดแซบประจำเดือนอย่าง “พริก” ที่บรรจงรังสรรค์จากเชฟคนเก่ง ประกอบด้วย ปีกไก่แซบเท็กซัส (180 บาท) ทาร์ตช็อกโกแลตพริกเม็กซิกัน (480 บาท) พาสต้าโฮมเมดกับกุ้งย่างสมุนไพร (620 บาท) หอยเชลล์อเมริกาย่างกระเทียมเจียวและแยมลิ้นจี่กับพริก (750 บาท) สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2690-9999 หรือ อีเมล: bkkci.info@conradhotels.com

พิซซ่าแป้งบางกรอบ

      ** ห้องอาหารนิมมาน บาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ เชิญลิ้มลองความอร่อยของบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำสไตล์อิตาเลียน ให้คุณเต็มอิ่มกับพิซซ่าแป้งบางกรอบอบใหม่ กลิ่นหอมกรุ่น และพาสต้าเส้นสดที่มีเส้นให้เลือกกันแบบจุใจหลากสไตล์นอกจากนี้พิเศษมุมพาร์มีซานชีสวีล พร้อมคาราวานบุฟเฟ่ต์และขนมหวานนานาชนิด ตั้งแต่วันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้ เวลา 18.00-22.00 น. ราคาท่านละ 690 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา สำรองที่นั่งได้ที่โทร.0-5322-2111 หรือเว็บไซต์ http://www.kantarycollection.com

สลัดกุ้งมังกรแคนาดา

    ** ห้องอาหารญี่ปุ่น มิกาโดะ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง เชิญลิ้มลองกุ้งมังกรแคนาดาตัวโตเนื้อแน่น ที่มาพร้อมความสดใหม่ ด้วยเมนูอาหารที่คุณชื่นชอบ เพียง 1,413 สุทธิ อาทิ  สลัดกุ้งมังกรแคนาดา  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ชุบแป้งทอดกรอบ รับประทานคู่กับผักสด  เคียงคู่มากับน้ำสลัด รสชาติกลมกล่อม  สเต๊กกุ้งมังกรแคนาดา  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ชุบแป้งทอดกรอบ  เสิร์ฟพร้อมผักนานาชนิด ในจานร้อน พร้อมน้ำสลัดอร่อยลงตัว  กุ้งมังกรแคนาดาย่างเกลือ  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ย่างเกลือจนหอมกรุ่น อร่อยเต็มคำ  กุ้งมังกรแคนาดาย่างหรือทอดซีอิ๊ว  กุ้งมังกรตัวโตเนื้อแน่น ย่างซีอิ๊ว เข้าน้ำเข้าเนื้อ  หรือทอดราดซอสซีอิ๊วรสเข้มข้น เลือกได้ตามชอบใจ  แวะมาพิสูจน์ความอร่อยจากเมนูกุ้งมังกรแคนาดา เนื้อฉ่ำหวาน ในหลากหลายสไตล์แบบอาหารญี่ปุ่น ได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ  ตั้งแต่กรกฎาคม-กันยายนนี้ สอบถามและสำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2281-3088 ต่อ 109

กลมกล่อม “บะกุ๊ดเต๋ สิงคโปร์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/378167?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กลมกล่อม “บะกุ๊ดเต๋ สิงคโปร์”

วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 – 12:14 น.
บะกุ๊ดเต๋,โอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋,Old Street Bak Kut Teh,บะกุ๊ดเต๋ลักซา,สิงคโปร์,เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ,ขาหมูตุ๋น,ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม,อร่อย,ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ,ผัดผักบุ้ง,อาหาร,เครื่องดื่ม
เปิดอ่าน 3,858 ครั้ง

“บะกุ๊ดเต๋” ตำรับง่ายๆ มีเพียงซี่โครงหมูเคี่ยวในน้ำซุป แต่คนไทยยกให้เป็นเมนูเด็ดที่ต้องลอง

มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์สักมื้อสองมื้อต้องไปลิ้มรสของอร่อยขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นอย่าง “ข้าวมันไก่สิงคโปร์” “ปูผัดพริกไทยดำ” หรือ “บะกุ๊ดเต๋” อาหารวัฒนธรรมการกินอยู่ของชาวเมืองที่สืบทอดกันมายาวนานนับแต่เริ่มก่อร่างสร้างประเทศจนมั่งคั่งถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะ “บะกุ๊ดเต๋” ที่แม้จะเป็นตำรับง่ายๆ มีเพียงซี่โครงหมูเคี่ยวในน้ำซุป แต่คนไทยก็ยกให้เป็นเมนูเด็ดที่ต้องลอง นั่นเพราะความกลมกล่อมของซุปอันเป็นเอกลักษณ์ จนบะกุ๊ดเต๋ร้านดังจากสิงคโปร์ “โอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋” (Old Street Bak Kut Teh) ต้องตัดสินใจขยายสาขามาเอาใจแฟนคลับชาวไทย ประเดิมปักหมุดที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ หนึ่งในจำนวน 22 สาขาทั่วเอเชีย ให้นึกหิวเมื่อไรก็อิ่มอร่อยได้ทันทีแบบที่ไม่ต้องบินไปถึงสิงคโปร์

หมูนุ่มชุ่มซุปกลมกล่อม

  ตามวิถีชาวจีนฮกเกี้ยนที่คนสิงคโปร์คุ้นชิน นิยมกินบะกุ๊ดเต๋พร้อมกับจิบชา “บะกุ๊ด” หมายถึง “ซี่โครงหมู” ส่วน “เต๋” คือ “น้ำชา” รวมความแล้วจึงหมายถึงการกินกระดูกหมูตุ๋นยาจีนกับน้ำชา เพราะเชื่อกันว่าน้ำชาจะช่วยเจือจางหรือละลายไขมันในเนื้อหมูนั่นเอง ซึ่งบะกุ๊ดเต๋สิงคโปร์แท้ๆ รสชาติจะกลางๆ เคี่ยวซี่โครงหมูในน้ำซุปนาน 12 ชั่วโมง กลมกล่อมด้วยเครื่องปรุงรสง่ายๆ จากเกลือ พริกไทย และสมุนไพรจีน พอขยายสาขามาเมืองไทยที่นิยมรสจัดจ้านจึงมีการปรับสูตรให้เข้มข้นขึ้นโดยเติมซีอิ๊วเข้าไป เพราะฉะนั้นที่เมืองไทยจะมีให้เลือกทั้งซุปแบบดั้งเดิม และที่ปรับสูตรแล้ว  รวมถึง “บะกุ๊ดเต๋ลักซา” ที่ประยุกต์ให้เข้ากันอย่างลงตัว อร่อยด้วยซี่โครงหมูอ่อน เต้าหู้ชนิดแข็ง รสชาติเข้มข้นหอมกลิ่นสมุนไพร แซมด้วยความเผ็ดเล็กๆ

บะกุ๊ดเต๋ลักซา

บะกุ๊ดเต๋แห้ง

     แต่หากใครที่ชักเบื่อซี่โครงในน้ำซุปก็สามารถเลือกสั่ง “บะกุ๊ดเต๋แห้ง” ที่ซี่โครงหมูตุ๋นด้วยซอสสูตรพิเศษ ใส่พริก กระเทียม และกระเจี๊ยบเขียวเพื่อให้เนื้อหมูดูดซับซอสได้ดี ที่สำคัญเลาะง่ายไม่ติดกระดูก เสิร์ฟมาพร้อมซุปไว้แก้ฝืดคอ กินคู่หมี่ซั่วหรือข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก แต่ถ้าอยากให้เข้ากันสไตล์ชาวเมืองลอดช่องก็ต้องกินกับปาท่องโก๋สิงคโปร์ตัวยาวๆ ทอดใหม่ๆ ให้กรอบนอกนุ่มในแล้วหั่นพอคำ รสเค็มปะแล่มๆ ใช้ตะกียบคีบจุ่มในน้ำซุปบะกุ๊ดเต๋ชุ่มลิ้นเป็นที่สุด อ้อ…เวลาเสิร์ฟทางร้านจะมีน้ำจิ้มถ้วยเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นซีอิ๊วหวาน ซีอิ๊วขาว พริกน้ำส้ม พริกขี้หมูและกระเทียมสับมาให้ด้วยนะเผื่อใครอยากเพิ่มรสชาติที่แปลกออกไปอีก

ปาท่องโก๋สิงคโปร์

     

ขาหมูตุ๋น

ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม

     นอกจากบะกุ๊ดเต๋แบบต่างๆ ที่เป็นพระเอกประจำร้านแล้ว ยังมีจานเด็ดอื่นๆ อีกสารพัดให้เลือกอีกเพียบไม่ว่าจะเป็น “ขาหมูตุ๋น” เลือกขาอ่อนๆ ไปตุ๋นจนเนื้อนุ่มแทบละลายในปาก หน้าตาดีชวนกิน ส่วนรสชาติเค็มนำคล้ายๆ ขาหมูบ้านเรา แต่ถ้าเมนูต่างๆ นานาที่สั่งมาขึ้นโต๊ะมีแต่หมูๆ ชวนเลี่ยน แนะนำให้สั่งจำพวกผัดผักมาแก้ทางสักจานสองจานก็ดีอย่าง “ผักโขมจีนกับไข่เยี่ยวม้าและไข่เค็ม” ก็อร่อย ออกแนวผัดผักเพื่อสุขภาพ เพราะผัดใส่น้ำซุปแทนน้ำมัน รสชาติกินได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก หรือจะเป็น “ผัดผักบุ้ง” ก็ไม่เลว ใส่พริกผัดสูตรเฉพาะแบบชาวสิงคโปร์ รสชาติเผ็ดเล็กน้อยคล้ายๆ ผัดผักบุ้งปลาเค็ม

ผัดผักบุ้ง

ข้าวหน้าหมูสับ

ชุดบะกุ๊ดเต๋ พร้อมปาท่องโก๋และเต้าฮวย

     ขณะที่จานเดียวแบบรีบกินทำเวลาก็มีเช่นกัน อยากให้ลอง “ก๋วยเตี๋ยวหมูกรอบ” ที่มีเฉพาะสาขาในเมืองไทย โดยเจ้าของร้านเคยกินกวยจั๊บบ้านเราใส่สารพัดโดยเฉพาะหมูกรอบชิ้นโตๆ รู้สึกติดใจจึงนำมาประยุกต์ใส่ในก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยไปอีกแบบ หรืออย่าง “ข้าวหน้าหมูสับ” ง่ายๆ แต่อร่อยถูกปาก อีกทั้งเมนูลูกครึ่งสิงคโปร์-มาเลย์ “แกงกะหรี่หัวปลา” “แกงกะหรี่กุ้งอบหม้อดิน” “บะกุ๊ดเต๋กบแห้งใส่หมาล่า” รวมถึงที่เป็นเซตเมนูที่รวมเอาบะกุ๊ดเต๋ ปาท่องโก๋ ข้าวสวย และเต้าฮวยเนื้อเนียนนุ่ม ชุดเดียวอิ่มแปล้แน่นอน..

เต้าฮวยใส่น้ำเชื่อม

เฉาก๊วย

นมถั่วเหลืองแบบร้อนและเย็น

น้ำบาร์เลย์

      ส่วนของหวานล้างปากไม่พูดถึงไม่ได้ แต่ละอย่างสะท้อนความเป็นสิงคโปร์ทั้งนั้น แนะนำเป็น “เฉาก๊วย” เนื้อนุ่มๆ แบบเจลลี่ใส่ยาจีนราดน้ำผึ้งเรียกความสดชื่น เช่นเดียวกับ “เต้าฮวยใส่น้ำเชื่อม” และเครื่องดื่มสิงคโปร์แท้ๆ อย่าง “นมถั่วเหลืองแบบร้อนและเย็น” ที่สดใหม่ต้มเองวันต่อวัน รสไม่หวาน หรือน้ำลูกเดือยที่เรียกอีกอย่างว่า “น้ำบาร์เลย์” อร่อยแถมดีต่อสุขภาพ  นั่งไปเรื่อยจิบไปพลางท่ามกลางบรรยากาศร้านที่ออกแบบและตกแต่งในแนวคิดจิตวิญญาณความเป็นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เก่าผสมใหม่ให้อารมณ์เหมือนนั่งอยู่ในตึกสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่พบมากในแถบสิงคโปร์และภูเก็ต

​​​​​​​

      ทำความรู้จักโอล์ สตรีท บะกุ๊ดเต๋ ให้มากยิ่งขึ้น ร้านรับลูกค้าได้ราว 60 ที่นั่ง ตั้งอยู่บริเวณชั้นจี โซน C Unit 29 ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ ข้อมูลเพิ่มเติม www.oldstreetbakkutteh.com

หน้าฝนแบบนี้ ต้องชุ่มลิ้นด้วยมิ้นต์ ลิ้นจี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377493?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

หน้าฝนแบบนี้ ต้องชุ่มลิ้นด้วยมิ้นต์ ลิ้นจี่

วันที่ 29 มิถุนายน 2562 – 06:00 น.
โปรโมชั่นอาหาร,ชาบู สไมล์,ฮอกไกโด,ข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง,มิ้นต์ ลิ้นจี่,เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม
เปิดอ่าน 5,302 ครั้ง

วันหยุดสุดสัปดาห์พาไปอิ่มเอมกับโปรโมชั่นอาหารหลากหลายทั่วไทย

เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม

     ** ห้องอาหาร อัพ แอนด์ อะบัฟ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เสนอเมนู เนื้อนำเข้าสุดพรีเมียม จากรัฐทัสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ สเต๊กเนื้อโทมาฮอว์ก เนื้อติดซี่โครงส่วนที่ใหญ่ที่สุด ขนาด 1 กิโลกรัม เหมาะสำหรับรับประทาน 2 ท่าน ราคา 5,500++ บาท และ เนื้อคาโกชิม่า เป็นเนื้อที่ได้มาจากวัวดำสายพันธุ์ดีจากเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ขนาดชิ้นละ 200 กรัม ราคา 1,600++ บาท รับประทานกับเครื่องเคียงเลิศรสเลือกจาก ฟักทองบดกับน้ำผึ้ง เห็ดชิทาเกะย่าง หน่อไม้ฝรั่งย่าง หัวไชเท้าผัดเนย หรือมันฝรั่งทอดโรยผงพริกญี่ปุ่น มีให้บริการเฉพาะวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมนี้ เท่านั้น

4 เมนูอร่อยจากอะโวคาโด

     ** ห้องอาหาร ปิกโกโล โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง แนะนำ 4 เมนูอร่อย จาก อะโวคาโด ในสไตล์อาหารอิตาเลียน ผสมผสานกับวัตถุดิบชั้นเยี่ยมที่คุณต้องลอง ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ได้แก่ กุ้งอบครีมชีสอะโวคาโด, ปลากะพงชุปแป้งทอดเสิร์ฟพร้อมสลัดอะโวคาโดซอส ราสเบอร์รี่, ปลาแซลมอนย่างเสิร์ฟพร้อมข้าวรีซอตโต้อะโวคาโดมะนาวข้าวรีซอตโต้ และ อะโวคาโดมูสเสิร์ฟพร้อมช็อกโกแลตมูส ตั้งแต่กรกฎาคม–กันยายนนี้ สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่ 0-2281-3088 ต่อ 106

มิ้นต์ ลิ้นจี่

      ** เดอะมิวเซี่ยม คอฟฟี่ แอนด์ ทีคอร์เนอร์ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน ชวนทุกท่านลิ้มรสเมนูของหวาน “มิ้นต์ ลิ้นจี่” แสนสดชื่นผสานความหวานซ่อนเปรี้ยวของ “ลิ้นจี่” ผลโตเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เข้ากับความหอมสดชื่นของ “เปปเปอร์มิ้นต์” มอบความอร่อยแบบสดชื่นอย่างลงตัวแบบไม่ซ้ำใคร ไม่ว่าจะเป็นเมนู “มิ้นต์-ช็อกโกแลตมูสเค้กและลิ้นจี่” และเมนูของหวานสไตล์อิตาเลียนอย่าง “พานาคอตต้ามิ้นต์ ลิ้นจี่” ให้บริการตลอดทุกวัน ตั้งแต่ 1-31 กรกฎาคมนี้ ในราคาเริ่มต้น 120++ บาท สอบถามและสำรองที่นั่งได้ที่ 0-3251-2021-38

   

ข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง

     ** ห้องอาหารคิซาระ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เชิญชวนมาฉลองเทศกาลกินปลาไหลประจำปีของญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม กับ “เซตข้าวปลาไหลญี่ปุ่นย่าง” มื้อกลางวัน ประกอบด้วย ซาชิมิ สลัดผักและมันฝรั่ง ไข่ตุ๋นเนื้อไก่และผัก เทมปุระปลาไหลและผัก ข้าวหน้าปลาไหลย่างไข่หวานและใบชิโสะ ซุปมิโซะ และแตงกวาดองแบบญี่ปุ่น ปิดท้ายด้วยของหวาน (เครมบรูเล หรือ ไอศกรีม หรือ ผลไม้สดตามฤดูกาล) “เซตข้าวอบปลาไหลญี่ปุ่นคาโกชิม่าพรีเมียม” ประกอบด้วย อาหารเรียกน้ำย่อย ซาซิมิ สลัดผักและมันฝรั่ง ไข่ตุ๋นเนื้อไก่และผัก สลัดผักสดกับเนื้อปลาไหลคาโกชิม่าพรีเมียมย่างซอสหวาน เทมปุระปลาไหลและผัก ข้าวอบปลาไหลญี่ปุ่นคาโกชิม่าพรีเมียมและผัก ข้าวอบเห็ดสไตล์ญี่ปุ่น ซุปมิโซะ และแตงกวาดองแบบญี่ปุ่น และของหวาน (ไอศกรีมหวานเย็นชื่นใจ หรือ ผลไม้สดตามฤดูกาล)

บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮอกไกโด

      ** ห้องอาหารซุยเรน โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่นด้วยโปรโมชั่น “มา 4 จ่าย 3” ให้เต็มอิ่มแบบแท็กทีมกับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่นสไตล์ฮอกไกโด ที่คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นดี พบกับเมนูอาหารที่หลากหลาย อาทิ ซูชิ ซาซิมิ เทปันยากิ เนื้อ กุ้ง ปลาแซลมอน กุ้งเทมปุระ และเมนูอื่นๆ ให้เลือกอิ่มอร่อยอีกมากมาย ในราคาเพียงท่านละ 766 บาทสุทธิ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 11.30–14.00 น. ตั้งแต่วันนี้–31 สิงหาคม สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2558-7888 ต่อ 10314

ชาบู สไมล์

      ** “ร้านชาบู สไมล์”  เอาใจสายกินจุ ชูกลยุทธ์ “สด ใหม่ คุ้มค่า และไม่จำกัดเวลา” ในราคาเดียวเพียง 299+ บาท จัดโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้านใหม่ที่สาขาเซ็นทรัล พลาซา ชลบุรี “มา 4 จ่าย 3” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมหน้าร้านจากน้องๆ สไมลี่แสนน่ารัก ลุ้นรับส่วนลดเพิ่มอีก 100 บาท และรีฟิวน้ำดื่มฟรี ตลอดเดือนกรกฎาคม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00–22.00 น.

สัมผัสรสชาติชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377366?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

สัมผัสรสชาติชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทร

วันที่ 28 มิถุนายน 2562 – 20:00 น.
7 SEAS,กูร์เมต์ มาร์เก็ต,อาหารทะเล,7 มหาสมุทร
เปิดอ่าน 4,822 ครั้ง

เนรมิตเรือจำลองขนาดยักษ์เป็นพาหนะขนความสด ความอร่อย มาพร้อมเสิร์ฟเอาใจนักชิม

กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาสยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นเวิลด์ คลาส กรูเมต์ ดิสติเนชั่น จัดงาน “7 SEAS” เทศกาลอาหารทะเลระดับโลกที่ได้สร้างบรรยากาศแห่งการช็อปปิ้งเหมือนได้เลือกช็อปอาหารทะเลแบบสดๆ จากมหาสมุทร โดยเนรมิตเรือจำลองขนาดยักษ์เป็นพาหนะขนความสด ความอร่อย มาพร้อมเสิร์ฟเอาใจนักชิม กับการรวบรวมสุดยอดวัตถุดิบชั้นเลิศจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลก ส่งตรงสู่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารทะเลที่ดีที่สุด

นงนุช นามวงศ์ กับเมนู Unpretty Sea Star

ในพิธีเปิดงานแขกผู้มีเกียรติยังได้ร่วมรับประทานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟระดับมิชลินอย่าง เชฟBlair Mathieson และ เชฟเสาวกิจ ปรีเปรม รองนายกสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย ร่วมกันครีเอทเมนูโดยการนำเอาวัตถุดิบคุณภาพจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลกมาปรุงเมนูสุดพิเศษ เริ่มด้วยจานเรียกน้ำย่อยกับ Diamond & Pearl โดยมีวัตถุดิบ คือโกลเด้นคาเวียร์ และหอยนางรม ต่อด้วยอาหารจานหลักอย่างเมนู Unpretty Sea Star ด้วยวัตถุดิบที่แปลกใหม่อย่างปลามังค์ฟิช ปลาใต้ทะเลลึกที่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสชั้นเลิศ และเมนู Steamed Dragon Grouper in Soya Sauce and Pan Fried Dragon Grouper with Mango, Avocado Salsa Served with Mashed Potato and Garden Vegetables กับวัตถุดิบจากทะเลอันดามันของไทยอย่างปลาเก๋า เสิร์ฟคู่กับซัลซ่ามะม่วงและอโวคาโด และปิดท้ายของหวานกับเมนู On the Sea ด้วยการผสมผสานรสชาติของมูสมะพร้าวและไวท์ช็อกโกแลต ได้สร้างความประทับใจให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างมาก

“Diamond & Pearl” โดยมีวัตถุดิบ คือ โกลเด้นคาเวียร์ และ หอยนางรม

จานหลักโดยวัตถุดิบอย่าง “ปลาเก๋า” จากทะเลอันดามันประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมี “ไลฟ์ แท็งก์” ขนาดยักษ์ ให้ได้เลือกซื้ออาหารทะเลแบบสดๆ โดยนอกจาก “แซลมอนออโรร่า” ยังมีอีก 6 วัตถุดิบไฮไลท์จาก 6 มหาสมุทรทั่วโลก ได้แก่ “โกลเด้นคาเวียร์” จากมหาสมุทร นอร์ทแอตแลนติก จากประเทศอิตาลี, “ปูอลาสก้า” จากมหาสมุทรนอร์ทแปซิฟิก จากอเมริกา “ปลากินกิ” จากประเทศญี่ปุ่น และ “ปลาหมึกเกาหลี” จากมหาสมุทรเซาท์ แปซิฟิก “หอยไดมอนด์” จากมหาสมุทรแอนตาร์กติก จากนิวซีแลนด์ “หอยแมลงภู่กาบดำ” จากมหาสมุทรเซาท์ แอตแลนติก ประเทศชิลี “ปลาเก๋ามังกร” ปลาหายากจากทะเลอันดามัน ประเทศไทย และยังมี “Royale Oyster” สุดยอดแห่งหอยนางรมที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างธรรมชาติในมหาสมุทร จาก 4 ประเทศในยุโรป การันตีความสด เนื้อละมุน ที่คนรักหอยนางรมต้องห้ามพลาด

ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติความอร่อยกับเทศกาลอาหารทะเลระดับโลกที่ส่งตรงจาก 7 มหาสมุทรทั่วโลก ในงาน “7 SEAS” ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน

“เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก” จุดเช็กอินความอร่อยกลางกรุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/377360?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก” จุดเช็กอินความอร่อยกลางกรุง

วันที่ 27 มิถุนายน 2562 – 18:15 น.
เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก,ฮิโนยะ เคอรี่,มารี่,วรพล อิทธิคเณศร,ทุเรียนเชื่อม,ส้มฉุน,โสมนัส,ไทเกอร์ ชูการ์,ทีโซ,ชาผลไม้,ทองเอก,เสน่ห์จันทร์,ฝอยทองรังไหม,บุหลันดั้นเมฆ,ข้าวเหนียวหน้าไข่แมงดา,แตงโมปลาแห้งแตงอุลิต
เปิดอ่าน 4,402 ครั้ง

แหล่งรวมความอร่อยกลางกรุง @ เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก

หลายคนที่ผ่านไปมาย่านราชประสงค์คงสะดุดตากับ “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก” ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางกรุงที่เต็มไปด้วยร้านรวงเก๋ๆ รวมถึงร้านอาหารหลากสไตล์ให้เลือกกินกันได้ไม่รู้เบื่อ ทั้งยังมีร้านดังจากต่างถิ่นที่ยกมาให้คนไทยได้ลิ้มลองที่นี่เป็นแห่งแรก ได้แก่ ร้านข้าวแกงกะหรี่ชื่อดังที่ขายดิบขายดีจากประเทศญี่ปุ่น “ฮิโนยะ เคอรี่” ซึ่งถือเป็นสาขาแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ชูจุดขายรสชาติเข้มข้นแบบดั้งเดิม แต่แปลกใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ “แกงมิดข้าว” ให้อร่อยกันอย่างจุใจ พร้อมรสสัมผัสตั้งแต่แรกเริ่มด้วยคำแรกหวาน คำที่สองเผ็ดร้อน คำสุดท้ายหอมกรุ่น

 

บรรยากาศร้านฮิโนยะ เคอรี่

เมนูแนะนำที่ร้านฮิโนยะ เคอรี่

สำหรับเมนูแนะนำก็อย่าง ข้าวแกงกะหรี่โนริสาหร่ายเถ้าแก่น้อย ที่ผสมผสานความหอมอร่อยกลมกล่อมของสาหร่ายเถ้าแก่น้อยเข้ากับความเข้มข้น 3 มิติของแกงกะหรี่ได้อย่างลงตัว ส่วนคนรักเนื้อวัวแนะนำให้ลอง ข้าวแกงกะหรี่วากิวอะบุริ ที่คัดสรรเนื้อวากิวชั้นดีนำมากริลล์เพียงเล็กน้อยกินคู่กับไข่ดิบ หรือจะเป็น ข้าวแกงกะหรี่แฮมเบิร์กเนื้อ ก็เด็ดไม่แพ้กัน หากใครยังเลือกไม่ถูกว่าจะกินอะไรดีลองสั่งเป็น ข้าวแกงกะหรี่จัมโบ้ รับรองไม่ผิดหวังเพราะเมนูนี้ทางร้านรวมท็อปปิ้งยอดนิยมให้คนรักแกงกะหรี่ได้ฟินกันอย่างจุใจในจานเดียว รวมถึง 6 อย่างด้วยกันมีทั้ง หมูทงคัตสึ ไก่ทอดนัมบัง ชีสย่าง ไข่ดิบ กุ้งทอด และไส้กรอก

ร้านขนมไทยมารี่

          ถัดมาเป็นร้านขนมไทย “มารี่” ตกแต่งแบบโมเดิร์น ด้วยการผสมผสานระหว่างสไตล์โปรตุเกสกับอยุธยาตอนปลาย โดย “เชฟตั้ม” วรพล อิทธิคเณศร เจ้าของร้านเล่าว่า ชื่อร้านมีที่มาจากชื่อของมารี กีมาร์ หรือท้าวทองกีบม้า สาวโปรตุเกสผู้ทำหน้าที่หัวหน้าห้องเครื่องต้นวิเสทในราชสำนักสมัยกรุงศรีอยุธยาจนได้รับการขนานนามว่า “ราชินีแห่งขนมไทย” ขนมของร้านมารี่จึงเป็นตำรับชาววังแท้ๆ แต่ดัดแปลงให้ดูทันสมัยขึ้น เมนูขายดีมีหลายรายการให้เลือกชิมไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนเชื่อม ขนมไทยโบราณหากินยาก ทางร้านคัดทุเรียนพันธุ์ดีมาเคี่ยวในน้ำเชื่อมแบบโบราณจนได้สีเหลืองนวลชวนกิน อีกเมนูขายดีต้องยกให้ ส้มฉุน เป็นการนำผลส้มซ่ามาทำน้ำเชื่อมส้มซ่าเคี่ยวแบบโบราณจนได้กลิ่นหอมธรรมชาติ จับคู่กับผลไม้ตามฤดูกาลที่มีรสเปรี้ยวหวานผสมกัน อาทิ มะยงชิด ส้ม ลิ้นจี่ เพิ่มขิงอ่อน หัวหอมเจียว ก่อนกินโรยหน้าด้วยถั่วลิสง แล้วค่อยๆ เทน้ำเชื่อมลงผลไม้ ยิ่งได้กินแบบแช่เย็นจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่น ขณะที่ โสมนัส เป็นขนมไทยโบราณจากส่วนผสมของไข่ขาว น้ำตาลมะพร้าว มะพร้าวคั่วจนหอม นำส่วนผสมมาตีขึ้นจนฟู ผสมผงโกโก้ นำไปผ่านการอบในเตาถ่านโบราณจนได้สีออกน้ำตาลอ่อนๆ ขนมที่ได้จะกรอบฟู เบา และหอมหวาน คล้ายเมอแรงของฝรั่งเศส ยิ่งได้กินคู่กับชาร้อนๆ รับรองว่าถูกใจจนต้องขอเพิ่มทีเดียว

เชฟวรพล อิทธิคเณศร 

          นอกจากนี้ยังมี มารี่เซต เป็นเซตรวมขนมไทยซึ่งผสมผสานทั้งขนมสด และขนมแห้งรสคาว-หวาน จัดเรียงมาบนชั้นขนม 2 ชั้น เริ่มจากชั้นขนมเครื่องทองมงคล อย่าง ทองเอก เสน่ห์จันทร์ ดาราทอง ฝอยทองรังไหม ทองหยิบ ฯลฯ ส่วนอีกชั้นจัดเรียงขนมไทยประยุกต์รสหวาน กลิ่นหอมดอกไม้ สีสันสวยงามอย่าง บุหลันดั้นเมฆ ลืมกลืน ข้าวเหนียวหน้าไข่แมงดา และแตงโมปลาแห้งแตงอุลิตที่ควรกินปิดท้าย เซตขนมนี้แนะนำให้กินคู่กับชาร้อนสมุนไพรดอกไม้ ซึ่งทางร้านมีให้เลือก 3 กลิ่น คือ ชาดอกบัวหลวง ชากุหลาบ และชามะลิ ซึ่งการดื่มชาที่มีฤทธิ์เย็นนี้จะช่วยปรับสมดุลให้ร่างกายด้วย

ร้านชานมไข่มุกไทเกอร์ ชูการ์

เมนูเด็ดๆ ที่ร้านไทเกอร์ ชูการ์

         ส่วนคนรักชานมไข่มุกต้องไม่พลาด “ไทเกอร์ ชูการ์” ชานมไข่มุกชื่อดังจากไต้หวันที่ขยายสาขาอย่างรวดเร็วทั้งในไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาจนถึงไทย เมนูยอดนิยมที่ใครๆ มาแล้วต้องสั่งคือ บราวน์ ชูการ์ โบบา มิลค์ วิธ ครีม มูส มีน้ำตาลทรายแดงเป็นส่วนผสมหลักซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะของแบรนด์ เมื่อเขย่ารวมกับนมสดและครีมมูส จะมีความเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับกลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายแดง ขณะที่ไข่มุกจะมีความเหนียวนุ่มหนึบหนับเคี้ยวเพลินมากๆ ทั้งหมดนี้จัดมาในแก้วเสือลายพาดกลอนเห็นปุ๊บก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นชานมไข่มุกแสนอร่อยจากไทเกอร์ ชูการ์

ชาผลไม้ที่ร้านทีโซ

          แต่หากใครไม่ชอบชานมไข่มุก ลองเปลี่ยนมาลองชาผลไม้จากฮ่องกงที่ร้าน “ทีโซ” เป็นชาเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทยที่มิกซ์นำผลไม้แท้ 100 เปอร์เซ็นต์เข้ากับผลไม้สดลงในแก้วเดียว อีกหนึ่งความพิเศษของร้านอยู่ที่เครื่องสตีมชาที่สามารถสกัดชาผ่านระบบไอน้ำความเร็วสูงได้ภายใน 1 นาที ซึ่งนอกจะรวดเร็วแล้วยังไม่ทำให้ชาเสียรสชาติด้วย สำหรับเมนูยอดนิยมก็อย่าง ฟรุต บูม, ออเรนจ์ บูม, แมงโก้ ชีสโซ่ และ วอเตอร์เมลอน ชีสโซ่ ออนท็อปด้วยชีสครีมซึ่งแปลกใหม่ในบ้านเรา ทั้งนี้ทางร้านแนะนำให้ยกแก้วดื่มแทนการใช้หลอดดูด เพื่อให้ชาและชีสเข้ากัน

          และนอกจากร้านอร่อยแห่งแรกในไทยแล้ว “เดอะ มาร์เก็ต แบงคอก” ยังเป็นแหล่งรวมความอร่อยจากร้านดังทั่วกรุงเทพฯ มาไว้ในที่เดียว ผ่านไปแถวนั้นเมื่อไหร่อย่าลืมแวะไปชม ไปชิมกันได้เลยคร้า…

เนื้อชั้นดีอร่อยชุ่มลิ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/376376?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เนื้อชั้นดีอร่อยชุ่มลิ้น

วันที่ 21 มิถุนายน 2562 – 12:00 น.
คาร์เวอรี่ ไนท์ บุฟเฟ่ต์,โอ๊ควู้ด โฮเทล,คาคาชิ,ข้าวหน้าล้นหมูย่างพริกเกลือ,ไก่อบราดซอสมัสมั่น,เทศกาลชีส,ห้องอาหารคาเฟ่แอททู,TeaPairing,ห้องอาหารเดอะสเตชั่น,โฟร์ ฟูดส์ จำกัด,โปรโมชั่นอาหาร คมชัดลึก
เปิดอ่าน 7,031 ครั้ง

เพลิดเพลินกับ “คาร์เวอรี่ ไนท์ บุฟเฟ่ต์

** โอ๊ควู้ด โฮเทล แอนด์ เรสซิเด้นท์ ศรีราชา จัดดินเนอร์ “ออเทนติก ไทย เทสต์ วิธ ไวน์ แพริ่ง บาย เชฟจากัวร์” อร่อยจัดเต็มกับอาหารไทยเลิศรส 5 คอร์ส เสิร์ฟคู่กับไวน์คุณภาพเยี่ยม ชิลๆ ท่ามกลางวิวสวนสวยบนดาดฟ้าชั้น 48 ของโรงแรม ศุกร์ที่ 28 มิถุนายนนี้ เวลา 18.30–21.00 น.พิเศษ! เพียงท่านละ 1,500 บาท (ราคาปกติ 1,900 บาท) เมื่อซื้อภายในวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายนนี้ สำรองโต๊ะล่วงหน้าโทร.03-8327-9999

** ร้านอาหารญี่ปุ่นบริการด่วน “คาคาชิ” สร้างสรรค์ความอร่อยแบบล้นๆ ในคอนเซ็ปต์ “ข้าวหน้าล้น เพิ่มเนื้อX2” ได้แก่ “ข้าวหน้าล้นหมูย่างพริกเกลือ” เนื้อหมูส่วนสันคอสไลซ์เป็นชิ้นขนาดไม่บางและไม่หนาเกิน แล้วย่างพร้อมกระเทียมซอยจนสุกหอมได้ที่ รับประทานกับข้าวสวยญี่ปุ่นร้อนๆ เพียงชามละ 149 บาท ที่คาคาชิ ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.facebook.com/OishiFoodStation

** สุดยอดเมนูความอร่อยที่เชฟมือหนึ่งของห้องอาหารสายชล โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ ภูมิใจนำเสนอ “ไก่อบราดซอสมัสมั่น เสิร์ฟกับข้าวไรซ์เบอร์รี่” ไก่อบเนื้อนุ่มราดด้วยแกงมัสมั่นรสเข้มข้น รสชาติหวานมัน และเผ็ดอ่อนๆ รับประทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ รับรองว่าจานเดียวไม่พอ ให้บริการเวลา 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2292-2999 ต่อ 3212

 ** โอกาสฉลองครบรอบปีที่ 53 โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ สุขุมวิท 20 มอบส่วนลดพิเศษสูงสุด 53 เปอร์เซ็นต์ สำหรับ “บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและนานาชาติ” ที่ห้องอาหารนานาชาติ เดอะ คาเฟ่ ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ พิเศษ! “เทศกาลชีส” อิ่มไม่อั้น ไม่จำกัดเวลากับอาหารทะเลสดๆ พร้อมเมนูอื่นๆ อีกมากมาย เพียงท่านละ 765 บาทสุทธิ รวมเครื่องดื่ม (จากปกติ 1,630 บาท) ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.30 น. ถึง 30 มิถุนายนนี้ สอบถามโทร.0-2262-1234

 ** ห้องอาหารคาเฟ่แอททู โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เชิญลิ้มลองความอร่อยกับ ซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรม กุ้ง เสิร์ฟแบบออนไอซ์ ปู หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มและเครื่องเคียงแบบต่างๆ หอยเชลล์ ปลา ไข่ปลาคาเวียร์ และราชาแห่งท้องทะเลอย่างล็อบสเตอร์ พร้อมเสิร์ฟให้คุณอิ่มอร่อยในแบบต่างๆ ตามใจชอบ ทั้งนึ่ง ย่าง ทอด หรือผัด และอื่นๆ อีกมากมาย  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในราคา 1,950++ บาทต่อท่าน (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และ 3,000++บาทต่อท่าน (รวมเครื่องดื่ม) เปิดบริการเวลา 11.30–14.30 น. และเวลา 18.00–10.30 น. สำรองที่นั่งโทร.0-2690-9999 หรืออีเมล : bkkci.info@conradhotels.com

 ** ห้องอาหารนิมมานบาร์ แอนด์ กริลล์ โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ เชิญเพลิดเพลินกับ “คาร์เวอรี่ ไนท์ บุฟเฟ่ต์” กับความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อชั้นดีอร่อยชุ่มลิ้น อาทิ เนื้อวัว แกะ หมู และไก่ หมักด้วยเครื่องเทศสูตรพิเศษ นำมาย่างเสิร์ฟความอร่อยแบบอิ่มไม่อั้นสไตล์บุฟเฟ่ต์ พร้อมสลัดบาร์ และขนมหวานทุกคืนวันศุกร์ วันนี้ถึง 31 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00-22.00 น. ท่านละ 720++บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคา  พิเศษ! บัตรสมนาคุณสะสมแต้มมา 6 ครั้ง ฟรี 1 ครั้ง (เพียงรับประทาน คาร์เวอรี่ ไนท์ บุฟเฟ่ต์ ที่ ห้องอาหารนิมมานบาร์ แอนด์ กริลล์ 1 ครั้ง ได้แสตมป์สะสม 1 แต้ม เมื่อสะสมครบ 6 ครั้ง นำมาแลกสิทธิ์รับประทานบุฟเฟ่ต์โปรโมชั่นเดียวกันนี้ได้ ฟรี 1 ครั้ง)  สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร.0-5322-2111 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ http://www.kantarycollection.com

** TeaPairing ชาเหนือระดับเกรดพรีเมียม จาก Kyo Roll En เพลิดเพลินไปกับเมนูชาหลากรสชาติทั้งสมุนไพร และดอกไม้นานาพันธุ์ 14 กลิ่น 14 อารมณ์ เพิ่มความอร่อยกับเมนูของว่างสไตล์ญี่ปุ่นมากขึ้น อาทิ ชา “พอเพียง” จากชาอู่หลง และดอกของกาแฟใบชาและดอกของต้นกาแฟปลูกโดยชาวเขาภาคเหนือ ภายใต้โครงการเศรษฐกิจพอเพียง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และช่วยเร่งระบบเผาผลาญ “สยาม” ชาสมุนไพรที่ให้ความรู้สึกแบบไทยๆ ด้วยส่วนผสมของชาเขียว ข่า และตะไคร้ ดื่มแล้วสบายท้อง ลดคอเรสเตอรอล รับประทานคู่กับชาร้อนเป็นเมนูสุขภาพที่ได้รับความนิยมเหมาะทั้งเป็นมื้อเช้าหรือมื้ออาหารว่างระหว่างวัน อาทิ Fruit Sandwich แซนด์วิชผลไม้สด 3 รสชาติ ได้แก่ Mango Sandwich แซนด์วิชมะม่วงน้ำดอกไม้หวานฉ่ำไปกับผลไม้ตามฤดูกาลของไทย Strawberry Sandwich แซนด์วิชสตรอเบอร์รี่สดรสเปรี้ยวอมหวาน เติมวิตามินซีให้แก่ร่างกาย และ Mixed Fruits Sandwich แซนด์วิชผลไม้รวมที่มีกล้วยหอม กีวี่ และสตรอเบอร์รี่สด เพิ่มความละมุนอีกขั้นด้วยการสอดไส้ครีมสด หรือครีมโยเกิร์ตแบบหวานอมเปรี้ยวสำหรับผู้ดูแลหุ่น

 ** ห้องอาหารเดอะสเตชั่น โรงแรมเมอร์เคียว กรุงเทพ มักกะสัน เชิญอิ่มไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลและอาหารนานาชาติ ซีฟู้ดออนไอซ์สดใหม่ทั้ง กุ้ง ปู กั้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และหอยนางรมตัวใหญ่จากเกาหลี พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด อีกทั้งซาซิมิและซูชิหน้าต่างๆ สลัดบาร์ ยำสไตล์ไทย ครีมซุปแบบตะวันออก ขาแกะ พาสต้าและสเต๊ก อย่างดี อาหารจานหลักหลากหลายที่สับเปลี่ยนกันไปแต่ละอาทิตย์ ปิดท้ายความอร่อยด้วยขนมหวาน เค้ก ไอศกรีม ผลไม้สด ชา กาแฟ และน้ำอัดลม สวรรค์ของคนรักบุฟเฟ่ต์ไม่ควรพลาดกับโปรโมชั่นแซบสุดคุ้มครึ่งราคา เพียง 444++ บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มซอฟต์ดริ้ง เติมไม่อั้น ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. ตลอดเดือนมิถุนายนนี้ สำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 0-2155- 3333 ต่อ 5304

** โฟร์ ฟูดส์ จำกัด แนะนำเมนูสุดฮอต หนังปลากรอบ หนังไก่กรอบ รสหม่าล่าสูตรต้นตำรับจากมณฑลเสฉวน ด้วยวิธีการทำง่ายๆ เพียงแค่นำหนังปลาหรือหนังไก่มาล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำไม่ต้องปรุงรสแต่อย่างใด ตั้งน้ำมันร้อนๆ ใช้ไฟต่ำทอดประมาณ 10 นาที จนมีสีเหลืองเข้มใส ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน แล้วโรยผงปรุงรสหม่าล่าคลุกให้เข้ากัน เท่านี้ก็ได้เมนูซ่า เผ็ดจี๊ด ที่อร่อยจนลืมเบรกเลยทีเดียว เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจอาหาร พร้อมสร้างรายได้แบบไม่สิ้นสุด สนใจสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ไทเชฟได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์เบเกอรี่ ห้างแม็คโคร และไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช็อปออนไลน์พร้อมบริการส่ง “ฟาสต์ ไทเชฟ” สั่งวันนี้ ส่งวันนี้ พรุ่งนี้ถึง เร็วทันใจ ที่เว็บไซต์ http://www.thychef.com,www.lazada.co.th สอบถามโทร. 0-2968-3723-6

ปรากฏการณ์ใหม่ของตำนานไอศกรีมไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/376343?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ปรากฏการณ์ใหม่ของตำนานไอศกรีมไทย

วันที่ 21 มิถุนายน 2562 – 10:00 น.
ทิพย์รส,ไอศกรีม,เตาปูน,รสแห่งสยาม,เหินห่าวซือ,หอมหมื่นไมล์,จตุมงคลจารึก
เปิดอ่าน 5,979 ครั้ง

10 เมนูใหม่ผสานไอศกรีมไทยรสเข้มข้นเข้ากับเครื่องเคียงต่างๆ ในรูปแบบแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 “ทิพย์รส” ร้านไอศกรีมสไตล์ไทยเปิดให้บริการในย่านเตาปูน แหล่งชุมชนเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ที่หนาแน่นไปด้วยพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีน และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยของกินเลิศรส โดยตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษ ไอศกรีมของทิพย์รสเป็นที่ยอมรับว่า คือ นิยามของไอศกรีมแบบไทยแท้ดั้งเดิม ด้วยรสชาติโดดเด่น เนื้อละมุน เข้มข้น เป็นเอกลักษณ์ เพราะใช้วัตถุดิบของแท้จากธรรมชาติอย่างไม่เคยหวงปริมาณ อาทิ กะทิคั้นสดจากมะพร้าวทับสะแก ทุเรียนหมอนทองคัดพิเศษรสเข้มกลิ่นหอม ชาไทยและกาแฟสูตรต้นตำรับ และเผือกเนื้อแน่น

นอกจากนี้การเลือกผลิตไอศกรีมในปริมาณจำกัด ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าจะอร่อยกับไอศกรีมที่สดใหม่อยู่เสมอ เมื่อประกอบกับตัวเลือกเครื่องเคียงแบบไทยนานาชนิด ที่คัดสรรมาให้เลือกอย่างถูกจริตคนไทย ทั้งลูกชิด เยลลี่ ข้าวเหนียวมูน มะม่วงเชื่อม มะยมเชื่อม เม็ดบัวเชื่อม ซุปข้าวโพด หรือทีเด็ดอย่างไข่แดงสดแช่แข็ง จึงเกิดเป็นมนตร์เสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน ทำให้คนไทยหลายต่อหลายรุ่นเทใจให้มาตลอดเกือบ 50 ปี วันนี้ทิพย์รสยังคงเดินหน้าผลิตไอศกรีมไทยแท้คุณภาพระดับพรีเมียมอย่างใส่ใจ

รสแห่งสยาม

เหินห่าวซือ

หอมหมื่นไมล์

          ในปี 2562 นี้ ทิพย์รส ตั้งใจที่จะเข้าถึงคนไทยทุกเพศทุกวัยมากขึ้น จึงได้เปิดตัว 10 เมนูใหม่ ที่เป็นการผสานไอศกรีมไทยรสเข้มข้นระดับตำนาน เข้ากับเครื่องเคียงต่างๆ ในรูปแบบแปลกใหม่ สร้างสรรค์อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน อาทิ “ถังทอง” การปลุกขนมถังแตกในอดีตให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ด้วยไอศกรีมกะทิรวมมิตร โรยมะพร้าวอ่อน เกล็ดน้ำตาล และงาขาวงาดำคั่ว, “รสแห่งสยาม” ร่างใหม่ของต้มยำไทยแลนด์ เผ็ดร้อนด้วยรสพริกหอมทอดกรอบ ผสมความหอมสดชื่นด้วยเยลลี่ตะไคร้ใบเตย และฟินเข้มข้นถึงใจด้วยไอศกรีมนมสด และ “เหินห่าวซือ” การจับคู่ไอศกรีมชาไทยสูตรต้นตำรับกับซอสไข่เค็มหยาดเยิ้มและขนมยิ้มเสน่ห์ ขนมไทยเชื้อสายจีนโบราณที่หาทานได้ยาก

ถังทอง

น้ำเต้าหู้โบราณ 

จตุมงคลจารึก

ตรีทศพล วิจิตรกุล 

          ตรีทศพล วิจิตรกุล หนึ่งในผู้บริหาร ร้านไอศกรีมทิพย์รส กล่าวว่า ไอศกรีมทิพย์รสเปรียบเสมือนมรดกของคนไทยหลายๆ ครอบครัว นับจากวันแรกที่ทิพย์รสถูกก่อตั้งขึ้น รสชาติไอศกรีมไทยแท้ที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ทั้งจากวัตถุดิบมากคุณภาพ กระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน การดูแลความสดใหม่อย่างใส่ใจ และการให้บริการลูกค้าอย่างตั้งใจ คือเหตุผลที่ทำให้ทิพย์รสอยู่เคียงคู่คนไทยมาได้จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 ความตั้งใจของเรา คือ การสืบทอดมรดกที่มีคุณค่า ทั้งในเชิงวัฒนธรรมและสังคมให้คงมีอยู่ต่อไปในอนาคต โดยมุ่งมั่นต่อยอดอัตลักษณ์ดั้งเดิมด้วยการผสานความคิดสร้างสรรค์แบบสมัยใหม่เข้าไป เพราะเชื่อมั่นว่าการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยคือกุญแจสำคัญ ที่จะทำให้ธุรกิจคงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

“วูดู คาเฟ่”อร่อยในสวนยุโรป@หนองจอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/376357?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“วูดู คาเฟ่”อร่อยในสวนยุโรป@หนองจอก

วันที่ 20 มิถุนายน 2562 – 14:20 น.
วูดู คาเฟ่,มาตรฐานฮาลาล,โอเอซิสในย่านหนองจอก,อร่อยในสวนสไตล์ยุโรป,วูดู คาเฟ่ อาหาร คมชัดลึก
เปิดอ่าน 5,511 ครั้ง

บริการอาหาร “ไทย-นานาชาติ” ตามมาตรฐานฮาลาล

หลายๆ ธุรกิจก่อกำเนิดขึ้นจากแรงบันดาลใจ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ธุรกิจต่อยอดมาจาก “น้ำใจ” อย่างร้านอาหาร “วูดู คาเฟ่” มีจุดเริ่มต้นมาจากคู่สามีภรรรยา อามีน–อามีนะห์ สันลี เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางแบรนด์เดียวกับชื่อร้าน แสดงความมีน้ำใจต่อพนักงาน ลูกค้า และซัพพลายเออร์ ด้วยการเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆ ภายในพื้นที่ของบริษัทขึ้นเพื่อจำหน่ายเครื่องดื่มร้อนเย็นคุณภาพในราคาย่อมเยา เนื่องจากในย่านหนองจอกหาร้านจำหน่ายเครื่องดื่มคุณภาพได้ค่อนข้างน้อย

เรื่องราวของ “วูดู คาเฟ่” ไม่ยังจบลงแค่นี้ เพราะจากการบอกเล่าแบบปากต่อปากของลูกค้าที่ติดใจในรสชาติอาหารและบรรยากาศโดยรอบ ซึ่งเจ้าของต้องการลูกค้าที่มาใช้บริการได้สัมผัสสวนสวยๆ ได้หายใจในอากาศที่มีต้นไม้ล้อมรอบเยอะๆ ในบรรยากาศสวนสไตล์ยุโรปบนเนื้อที่ 2 ไร่ ยิ่งได้ของตกแต่งสไตล์วินเทจตั้งแต่ ประตูโครงเหล็ก เก้าอี้เหล็กน้ำพุซุ้มไม้เลื้อย ตู้โทรศัพท์โบราณนำมาจัดวางเรียงราย กระทั่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “โอเอซิส…ในย่านหนองจอก” ทำให้มีกระแสตอบรับดีมากยิ่งขึ้นในระยะเวลาเพียงไม่นาน จากร้านกาแฟจึงขยับขยายสู่การให้บริการอาหาร “ไทย-นานาชาติ” ตามมาตรฐานฮาลาล รองรับพี่น้องมุสลิมได้มีร้านอาหารดีๆ อร่อยๆ รวมถึงให้ลูกค้าต่างศาสนิกได้สัมผัสความเป็นฮาลาลด้วย

ภายในซอนมิตรไมตรีบนพื้นที่ 2 ไร่ ได้รับการจัดสรรให้เป็นโซนต่างๆ อย่างลงตัว นอกจากสวนสวยซึ่งกล่าวไปแล้วในเบื้องต้น โซนแรกถูกจัดให้เป็นมุม “คาเฟ่” สำหรับนักดื่ม ซึ่งไม่่ได้มีเฉพาะแค่ กาแฟ หรือชา เท่านั้น แต่ยังมีเครื่องดื่มสมูทตี้จากผลไม้ประจำฤดูกาลและเบเกอรี่โฮมเมดอีกด้วย

ชาไทย-เค้กมันม่วง

มะม่วงปั่น…หวานละมุนสดชื่น

ไฮไลท์นอกจากกาแฟร้อนรสชาติกลมกล่อมรสเฉพาะ วูดู คาเฟ่ ยังมีเครื่องดื่มเย็นอย่าง “มอนติคาโร” เครื่องดื่มสูตรพิเศษเกิดจากการผสมผสานระหว่างชาไทยกับกาแฟซึ่งเป็นสูตรความอร่อยซึ่งปรุงขึ้นมาเฉพาะของวูดูคาเฟ่เท่านั้น แก้วนี้ไม่เข้มเหมือนอย่างกาแฟเพียวๆ และไม่หวานจัดและไม่ฝาดแรงเหมือนอย่างชาไทย โดยรวมคือความกลมกล่อมกำลังดี, ฟากน้ำผลไม้ขอยกให้ “มะม่วงปั่น” มีมะม่วงน้ำดอกไม้เป็นวัตถุดิบหลักปั่นกันสดๆ อีกหนึ่งแก้วที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน “น้ำแตงโมปั่น” ซึ่งแน่นอนว่าปั่นจากแตงโมล้วนๆ เช่นกัน สำหรับเบเกอรี่ก็มีทั้งเค้กและพายทำกันสดๆ วันต่อวัน แต่นางเอกยืนหนึ่งของร้านต้องยกให้ “เค้กมันม่วง” ละมุนละไมในเนื้อเค้กไม่เน้นรสหวานจัด ที่สำคัญคือมีวางขายเพียงสัปดาห์ละหนึ่งวันเท่านั้น คือทุกวันพุธ นั่นเอง

ลูกค้าอิ่มเอมไปกับของตกแต่งสไตล์วินเทจภายในร้าน

“เชฟเค” วิจารณ์ นัยนารถ เบื้องหลังความอร่อยมตามมาตรฐานฮาลาล

ถัดมาที่เรือนกระจกโปร่งแสงอีกหลัง ถูกจัดให้เป็นโซนอาหารจานหลัก มีให้เลือกทั้งไทยและเทศจัดเต็มด้วยคุณภาพไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบและรสชาติ โดยเฉพาะพืชผักเกือบทุกชนิด ทางร้านปลูกไว้เองในสวนเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะได้รับประทานผักสดและปลอดจากสารพิษจริงๆ ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันโดยเซฟผู้มีประสบการณ์ “เชฟเค” วิจารณ์ นัยนารถ พัฒนาอาหารตามมาตรฐานฮาลาล จนได้เมนูรสชาติเข้มข้นถูกปากคนไทย เรียกได้ว่า เป็นเอกลักษณ์หารับประทานอาหารฮาลาลแบบนี้ไม่ได้ในที่อื่น

มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลซีฟู้ดอบซอสสไตล์วูดู

เริ่มจากอาหารไทย “มนต์เสน่ห์แห่งท้องทะเลซีฟู้ดอบซอสสไตล์วูดู” อาหารทะเลจานใหญ่ใช้กุ้งแม่น้ำ, ปูม้า, ปลาหมึก, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, กุ้งขาวอบกับซอสรสเด็ดสไตล์แคริบเบียน มีเครื่องเคียงเป็นเฟรนช์ฟราย กับข้าวโพดหวานอบเนย จานนี้รับประทานได้ถึง 4 คน

ตำถาดทะเลแตก…จานนี้ต้อง 4 คนถึงจะหมด

ตำปูปลาร้า…แซบขนาดกระทัดรัด

“ตำถาดทะเลแตก” ส้มตำรสแซบจานใหญ่ สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นตำไทย หรือ ตำปูปลาร้า อัดแน่นด้วยอาหารทะเลเต็มจาน ให้อิ่มอร่อยจุใจ แซบได้ 4-5 คนแบบกำลังสบายๆ รสไทยๆ ที่ไม่อยากให้พลาดอีกหนึ่งจาน “เนื้อย่างเสือร้องไห้” เนื้อเกรดพรีเมี่ยมย่าง จิ้มแจ่วรสแซบ จานนี้มีเคล็บลับอยู่ที่การหมักเนื้อที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ได้รสชาติเป็นเอกลักษณ์บวกกับความพิถีถันผสานความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้อุณหภูมิสำหรับย่างพอเหมาะพอดี จึงทำให้เนื้อย่างนุ่มชุ่มลิ้นและหอม

สายเนื้อ..ต้องเผื่อพื้นที่กระเพาะให้กับ “เสือร้องไห้”

เพนเน่ซีฟู้ดซอสมะเขือเทศ

มาถึงอาหารอิตาเลียน จานโดดเด่นคือ สเต็กเนื้อนุ่มกริลล์ร้อนๆ หอมกรุ่นจากเตา หรือจานพิเศษอย่าง สปาเก็ตตีเส้นเหนียวนุ่มหนึบผัดเสิร์ฟร้อนๆ รสชาติถึงเครื่องทุกจาน อาทิ  “เพนเน่ซีฟู้ดซอสมะเขือเทศ” เพนเน่พาสต้ารสแซบนิดๆ ถูกปากคนไทย ผัดรวมกับ กุ้ง, ปลาหมึก, ปลา, และหอยแมลงภู่สดๆ คลุกเคล้ากับรสชาตของซอส มะเขือเทศ และผักคอส เป็นความลงตัวที่อยากให้ทุกคนได้ลิ้มลอง

อร่อยแบบลูกผสม…สปาเก็ตตึเส้นดำผักขี้เมา

“พิซซ่า มีทเลิฟเว่อร์”

และที่พลาดไม่ได้ ต้องสั่ง พิซซ่าสไตล์ดั้งเดิม แป้งบางกรอบเข้าเนื้อ อบด้วยเตานำเข้าพิเศษจากประเทศอิตาลี ให้พิซซ่าหอมฟุ้งจนต้องสั่งมาลิ้มลอง อย่าง “พิซซ่า มีทเลิฟเว่อร์” พิซซ่าแป้งขาวสไตล์อิตาเลี่ยน ผ่านการนวดอย่างดี เต็มอิ่มด้วยเนื้อบด แฮม ไส้กรอก และมอสซาเรล่าชีส ราดซอสบาร์บีคิวสูตรพิเศษ และอบด้วยไฟที่ควบคุมอุณหภูมิที่พอเหมาะพอดี ทำให้พิซซ่าของเราอร่อยเข้าเนื้อ จนไม่ต้องเติมซอสใดๆ อีก หรือจะเลือกจานรับกินเล่นกับ “เฟรนช์ฟรายทอดเสิร์ฟเคียงมากับซอสลาบ” ซึ่งเป็นการนำเอาครีมซอสมาผสมผสานกับเครื่องจิ้มแบบไทยๆ ได้รสชาติเข้มข้นตัดเลี่ยนมันฝรั่งทอดได้อย่างลงตัว

เฟรนช์ฟรายทอดเสิร์ฟเคียงมากับซอสลาบ

         “วูดู คาเฟ่” ตั้งอยู่ในซอยมิตรไมตรี 6 เขต หนองจอก กรุงเทพฯ 10530 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โทรศัพท์สอบถามเส้นทางหรือจองโต๊ะได้ที่ 06-4935-9901