“เลดี้บั๊ค”จุดพักคนรักของ(ไม่)หวานมาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/373755?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“เลดี้บั๊ค”จุดพักคนรักของ(ไม่)หวานมาก

วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 – 14:23 น.
เลดี้บั๊ค,พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน,เค้กมะพร้าวอ่อน,ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน,เลดี้บั๊ค คมชัดลึก
เปิดอ่าน 5,689 ครั้ง

ภายใต้นิยามขนมรสชาติอร่อย ไม่ทำลายสุขภาพ และปลอดภัยจากสารกันบูด

สวรรค์ของคนชอบกินของหวาน คือการได้ลิ้มรสชาติของจานโปรดที่ไม่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น แต่ยังต้องรู้สึกว่าปลอดภัยจากสารปรุงแต่งต่างๆ อีกด้วย และนี่เองคือจุดเริ่มต้นของแบรนด์ขนม(ไม่)หวานมาก ร้าน “เลดี้บั๊ค”

 

ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์

ในห้องขนาดเล็กกะทัดรัด ซึ่งปักหลักอยู่บริเวณชั้นจี โซนสวีท อเวนิว ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยหนุ่มผู้หลงใหลในรสชาติขนมหวาน “เต้” ชาญณรงค์ พรดิลกรัตน์ เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาว่า จากความที่เป็นคนชอบกินขนมโดยเฉพาะขนมที่ทำจากมะพร้าวอ่อน ไม่ว่าจะเป็น พุดดิ้งมะพร้าว หรือเค้กมะพร้าว แต่ไปกินที่ไหนก็เจอแต่รสหวานจัดบ้าง ไม่หอมบ้าง มะพร้าวปลอมบ้าง ใส่สารกันบูดบ้าง เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วรู้สึกมีอาการชาบริเวณริมฝีปาก สรุปว่า ชิมทุกแห่งไม่ถูกใจสักแห่ง จึงเกิดไอเดียว่าอยากลองทำกินเอง โดยสูตรก็เริ่มจากเปิดหาในกูเกิลแล้วลองผิดลองถูกไปเรื่อย เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจตัวเองและคนรอบข้างแล้ว ก็มาต่อยอดเป็นธุรกิจเล็กๆ เพราะอยากให้ผู้บริโภคได้รับประทานขนมอร่อยและปลอดภัยจากสารกันบูด จึงเริ่มลงมืออย่างจริงจังมากขึ้น เช่น การคัดสรรวัตถุดิบสำคัญอย่าง “มะพร้าว” ก็เสาะหาไปทั่ว ไล่ตั้งแต่สามพราน ราชบุรี จนไปถึงอัมพวา ขณะเดียวกัน “วุ้น” ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบหลักนั้นก็ลองมาหลายยี่ห้อกว่าจะลงตัว

พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน…จุดเริ่มต้นความหวานละมุน

เมื่อวัตถุดิบพร้อมอุปกรณ์พร้อม “เต้” ชาญณรงค์ เล่าว่า “พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน” ผลิตภัณฑ์ของหวานอันดับแรกของเลดี้บั๊ค ก็มา โดยเริ่มจากการคัดสรรมะพร้าวน้ำหอมเนื้ออ่อนๆ นำน้ำมะพร้าวสดๆ มาทำเป็นเนื้อพุดดิ้งที่นุ่มนวลและรสชาติที่กลมกล่อม หวานมัน พร้อมนำน้ำมะพร้าวอีกส่วนหนึ่งมาผสมกับนมสด และปรุงรสหวานเล็กน้อย ผสมสูตรลับสุดพิเศษของร้าน พร้อมใส่เนื้อมะพร้าวที่คัดแต่ส่วนที่มีความอ่อน เพื่อให้ลงตัวกับเนื้อพุดดิ้งที่มีความนุ่มเมื่อตัก และละลายในปากเมื่อรับประทาน และเพราะไม่ใช้สารกันบูดพุดดิ้งมะพร้าวอ่อนจึงอยู่ในอุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส นาน 14 วันเท่านั้น…เมื่อลองรับประทานก็สัมผัสได้ถึงความสดชื่นหวานน้อยและหอมละมุนลิ้นอย่างที่เจ้าของการันตี

น้ำมะพร้าวปั่น

ด้วยเสียงตอบรับจากลูกค้าเข้ามาเป็นจำนวนมาก บวกกับวัตถุดิบบางส่วนจากมะพร้าวที่เหลือจากการทำพุดดิ้ง เป็นไอเดียให้หนุ่มเจ้าของร้านขนมหวานรสละมุนต่อยอดสินค้าไปอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งนั่นก็คือ “น้ำมะพร้าวปั่น” คัดน้ำมะพร้าวที่มีความหอม สด ใหม่ มาปั่นรวมกับเนื้อมะพร้าว และปรุงรสด้วยนมผงสูตรพิเศษของร้านเพื่อให้กลมกล่อม สดชื่น และสำคัญคือเน้นหวานน้อยเพื่อให้ตรงใจกลุ่มรักสุขภาพตามคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน

นอกจากนี้ยังมี “ไอศกรีมมะพร้าวอ่อน” คัดสรรไอศกรีมรสมันจากกะทิ หอมกลิ่นมะพร้าวและหวานน้อย โดยเพิ่มรสสัมผัสด้วยการนำเนื้อมะพร้าวนุ่มๆ ท็อปปิ้งลงบนไอศกรีม นอกจากนี้ยังมีทางเลือกให้ลูกค้าได้เพิ่มความอร่อยตามใจชอบด้วยเครื่องปรุงพิเศษ เช่น แปะก๊วย พุทราจีน ลูกชิด…เมื่อรับประทานร่วมกับไอศกรีมคือความลงตัว

เค้กมะพร้าวอ่อน สดใหม่ทุกวัน 

หากยกให้ “พุดดิ้งมะพร้าวอ่อน” เป็นพระเอกของเลดี้บั๊ค นางเอกในซีรีส์นี้เห็นทีจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก “เค้กมะพร้าวอ่อน” โดยเจ้าของร้านเผยถึงที่มาของสูตรความอร่อยแบบคร่าวๆ ว่าประทับใจรสชาติเค้กมะพร้าวของร้านแห่งหนึ่งในชุมชนบ้านยาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากการเดินทางไปทำงานเมื่อสองปีก่อน พอตัดสินใจว่าจะเปิดร้าน จึงเพียรขอสูตรจากพี่เจ้าของร้านแห่งนี้อยู่หลายครั้ง ซึ่งสุดท้ายก็ได้มาตามความตั้งใจ และแน่นอนว่า  “มะพร้าวน้ำหอมเนื้ออ่อน” ยังคงทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบหลัก โดยเคล็ดลับความอร่อยคือเนื้อของมะพร้าวต้องนุ่มในภาษาทางการค้า เรียกกันว่า ความหนาของเนื้ออยู่ในระดับชั้นครึ่ง เมื่อได้เนื้อมะพร้าวตามมาตรฐานนี้แล้วจึงนำมาต้มกับน้ำมะพร้าวและนมสด ก่อนปรุงรสไม่หวานมากตามแบบฉบับเลดีบั๊ค เพื่อเตรียมสำหรับใช้เป็นมะพร้าวโรยหน้าเค้ก ส่วนเนื้อเค้กเน้นความนุ่มนวลตามแบบชิฟฟ่อน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชั้น เพื่อบรรจงทาเนื้อครีมและเนื้อมะพร้าวลงไปในชั้นแรกก่อนปิดท้ายด้วยการทาครีมสดคลุมทั้งก้อนและโรยหน้าด้วยมะพร้าวอ่อนอีกครั้งบนหน้าเค้ก อีกหนึ่งความพิเศษของเค้กมะพร้าวอ่อน คือเน้นทำเค้กเป็นก้อนขนาดพอดีเฉพาะ 1 ก้อนต่อ 1 คน และเนื่องจากวัตถุดิบเป็นของสด แม้ว่าเค้กจะสามารถอยู่ได้ในตู้เย็นถึง 5 วัน แต่แนะนำให้รับประทานภายใน 3 วันเพื่อจะได้สัมผัสรสชาติตามมาตรฐานของร้าน…หากต้องการเพิ่มรสชาติความอร่อย เห็นว่าควรหาเครื่องดื่มร้อนจิบไปพลางตักเค้กใส่ปากไปพลาง

ข้าวเหนียวมะม่วง ความฟินระดับไซส์ L

นอกจากนี้ที่ร้านยังเอาใจสายหวานแบบจัดหนัก โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ ซึ่งชื่นชอบการรับประทานผลไม้ของเมืองไทยด้วย “ข้าวเหนียวมะม่วง” คัดสรรมะม่วงน้ำดอกไม้เนื้อดี ลูกขนาดใหญ่รสชาติหอมหวาน มารับประทานกับข้าวเหนียวมูนที่นุ่มนวล ราดด้วยกะทิหอมๆ และกรุบกรอบกับเม็ดถั่วเหลืองคั่วโรยหน้า…สำหรับจานนี้ทางร้านมีบริการ 3 ขนาด ได้แก่ S M L ว่ากันไปตามความจุของกระเพาะแต่ละคนได้เลยจ้า

ข้าวเหนียวมะม่วง-ไอศกรีมกระทิ

          หรือจะเพิ่มความพิเศษด้วยการเพิ่มไอศกรีมมะพร้าวอ่อนสูตรพิเศษของเลดี้บั๊คในเมนู “ข้าวเหนียวมะม่วง-ไอศกรีม กระทิ” ก็ได้ความฟินไปอีกแบบกับอีกหนึ่งทางเลือกความหวานมัน รวมถึง “น้ำมะม่วงปั่น” ไม่เพียงรสชาติหอมหวานชื่นใจ ลูกค้ายังได้รับประทานเนื้อมะม่วงเต็มปากเต็มคำซึ่งท็อปปิ้งอยู่บนเกล็ดน้ำแข็งสีเหลืองนวลอีกด้วย

น้ำมะม่วงปั่น เต็มคำมะม่วงสดชิ้นโต

โรสอัมเบอร์

และเนื่องจากเจ้าของร้านเป็นพนักงานใน “บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด” จึงปิ๊งไอเดียนำเอาน้ำผลไม้ต่างๆ ซึ่งมาเป็นเบสในการทำน้ำปั่นรสชาติต่างๆ อาทิ “พิงค์เลดี้” จากน้ำฝรั่งและน้ำลิ้นจี่ผสมกับน้ำผึ้ง, “โรสอัมเบอร์” จากน้ำมัลเบอร์รี่ น้ำมะเขือเทศ และน้ำกระเจี๊ยบ, “ซัมเมอร์ดีไลท์” จากน้ำมะม่วง และน้ำเสาวรส เป็นต้น…

  บอกอีกที เลดี้บั๊ค เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-21.30 น. ที่ชั้นจี โซนสวีทอเวนิว ศูนย์การค้าสยามพารากอน หรืออีกช่องทาง ID Line : @8Ladybug8

ชวนสัมผัสความละมุนของไข่เค็มลาวา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/372862?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ชวนสัมผัสความละมุนของไข่เค็มลาวา

วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 – 12:00 น.
ห้องอาหารซุยเรน,ห้องอาหารเดอะสแควร์,คริสปี้ ครีม,ไข่เค็มลาวา ฟิล ริง โดนัท,ซาลาเปาไส้กะเพราหมูสับ,ร้านติ่น ไท่ ฟง,ห้องอาหารริบรูม แอนด์ บาร์,ห้องอาหารจีน ดิเอมเพรส,เนื้อออสเตรเลีย,ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน,ไทย แกสโตรโนมี,ไทย แกสโตรโนมี  คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,733 ครั้ง

ความเข้มข้น กลมกล่อม หอมมัน อร่อยกันตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย

  ** ห้องอาหารซุยเรน โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ ชวนคนรักอาหารญี่ปุ่นมาลิ้มลองความอร่อยเต็มอิ่มกับ บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น ที่คัดสรรจากวัตถุดิบชั้นดี อาทิ ซูชิ ซาซิมิ เทปันยากิ เนื้อ กุ้ง ปลาแซลมอน กุ้งเทมปุระ และเมนูอื่นๆ ให้เลือกอิ่มอร่อยอีกมากมาย เพียงท่านละ 766 บาทสุทธิ ทุกวันจันทร์–วันศุกร์ เวลา 11.30–14.00 น. วันนี้–30 มิถุนายนนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2558-7888 ต่อ 10314

  ** ห้องอาหารเดอะสแควร์ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต ร่วมกับร้าน “บาวาร์ชิ” จัดเทศกาล “อาหารอินเดีย” พร้อมเสิร์ฟ อาทิ แกงกะหรี่เนื้อแกะ แกงผักโขมกับชีส ไก่ย่างเคี่ยวในซอสแกงกะหรี่ มันฝรั่งและดอกกะหล่ำบดใส่เครื่องเทศ ฯลฯ รวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ พิเศษมา 4 จ่ายเพียง 3 เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 10–23 มิถุนายนนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2131-1111

 ** คริสปี้ ครีม ชวนสัมผัสความละมุนของไข่เค็มลาวาที่สอดไส้อยู่ในโดนัทเนื้อนุ่ม จนกลายเป็นความเข้มข้น กลมกล่อม หอมมันของ “ไข่เค็มลาวา ฟิล ริง โดนัท” ให้อร่อยกันตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย เพียงชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซตราคา 296 บาท พร้อมเพิ่มความสุขให้มากขึ้นด้วยเครื่องดื่มรสละมุนจากซอสไข่เค็มอย่าง “คาราเมล มัคคิอาโต้ ไข่เค็มลาวา” วันนี้-30 มิถุนายนนี้ ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทั้ง 34 สาขา

 ** ร้านติ่น ไท่ ฟง เชิญชิมเมนูใหม่ “ซาลาเปาไส้กะเพราหมูสับ” ผสมผสานความอร่อยลงตัวระหว่างรสชาติเผ็ดจัดจ้านแบบไทยๆ ของผัดกะเพรา กับรสชาติกลมกล่อม หอมนุ่มของซาลาเปาในแบบไต้หวัน ครบเครื่องด้วยส่วนผสมของหมูสับ พริกสด ใบกะเพรา และกระเทียม พร้อมเสิร์ฟ 3 ลูกในราคา 117 บาท ที่ร้านติ่น ไท่ ฟง ทุกสาขา วันนี้ถึง 30 มิถุนายนนี้เท่านั้น

** เปิดประสบการณ์พิเศษในค่ำคืนแห่งไวน์จิบไวน์ชั้นนำของแคลิฟอร์เนีย จาก “Robert Mondavi Winery” คู่กับอาหารค่ำ 5 คอร์สสุดหรู ในราคาท่านละ 3,500 บาท ที่ ห้องอาหารริบรูม แอนด์ บาร์ สเต๊กเฮ้าส์ ชั้น 31 โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ อาทิ หน่อไม้ฝรั่งขาวจากประเทศฝรั่งเศส เสิร์ฟคู่หอยแมลงภู่และกุ้งเกรย์ชริมจากทะเลเหนือ, ราวิโอลี่ไส้นกกระทาปลอดสารพิษและตับห่านราดซอสเนยสูตรพิเศษ, หมึกยัดไส้หางวัวตุ๋น เสิร์ฟในสไตล์บาริกูล คู่กับอาร์ติโช้ตและเห็ดแชมปิญอง เป็นต้น พิเศษเพียง 3,200 บาท เมื่อซื้อบัตรล่วงหน้าภายในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-2254-0404 ต่อ 7777

 ** ห้องอาหารจีน ดิเอมเพรส โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง  เชิญชิม เนื้อออสเตรเลียระดับพรีเมียม  นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย ชิ้นเนื้อมีความนุ่มและได้รสสัมผัสจากไขมันแทรกนิดๆ นำมาปรุงแต่งในสไตล์อาหารจีนต้นตำรับ ส่งตรงสู่โต๊ะอาหารของคุณ ด้วยเมนูที่หลากหลาย อาทิ เนื้อออสเตรเลียผัดพริกไทยดำ เนื้อออสเตรเลียนุ่มละมุน ผัดพริกไทยดำ รสเข้มข้น อร่อยร้อนแรงและหอมเครื่องเทศนานาชนิด เนื้อออสเตรเลียผัดซอสพริกฮ่องกง เนื้อออสเตรเลียนุ่มชุ่มฉ่ำ ผัดซอสพริกฮ่องกง รสจัดจ้าน พร้อมผักเคียง ผสมผสานกันอย่างลงตัว  เนื้อออสเตรเลียผัดน้ำมันหอยก้านคะน้า  เนื้อออสเตรเลีย เนื้อนุ่มละลายในปาก ผัดน้ำมันหอย เพิ่มกลิ่นหอม รสกลมกล่อม  เพิ่มความกรุบกรอบจากก้านคะน้า เป็นต้น ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำตลอดเดือนมิถุนายนนี้ สำรองที่นั่งล่วงหน้าโทร.0-2281-3088 ต่อ 147

 ** ห้องอาหารสระบัว บาย กิน กิน โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ จัดงาน “ไทย แกสโตรโนมี ซีรีส์ 2” รวบรวบสุดยอดเชฟมิชลินสตาร์แห่งวงการอาหารไทย นำโดยเชฟเอียน กิตติชัย มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดครีเอทีฟที่เหล่าบรรดานักชิมทั่วประเทศไม่ควรพลาด เมนูไฮไลท์ประกอบด้วย “ยำปลาแฮลิบัต” ที่ใช้เทคนิคการปรุงแบบเซวิเช่ ราดด้วยน้ำยำเสาวรสตำมือ “ซุปต้มยำกุ้งมังกรภูเก็ตร่วมสมัย” เครื่องสมุนไพรผสมเข้ากับรสชาติของซุปได้เป็นอย่างดี “ขาปูอลาสก้า เสิร์ฟพร้อมโฟมแกงเหลืองน้ำยาใต้ และหัวไชเท้าดอง เป็นต้น เมนู 6 คอร์ส ราคาท่านละ 5,800 บาท รวมเครื่องดื่มไวน์จับคู่กับอาหาร ค่ำวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายนนี้  สอบถามหรือสำรองที่นั่งโทร.0-2162-9000 หรืออีเมล srabua.siambangkok@kempinski.com

อาหารสะท้อนวิถีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/372842?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

อาหารสะท้อนวิถีชีวิต

วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 – 20:00 น.
อาหารสะท้อนวิถีชีวิต,ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์,Trend Watch Expo 2019,เทรนด์อาหารโลก,เทรนด์อาหารโลก คมชัดลึก
เปิดอ่าน 3,647 ครั้ง

ทั้งยังเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีอีกด้วย

“เพราะอาหารมีความเป็นพลวัต” เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของอาหารที่เกิดขึ้นจากการสร้างสรรค์ ดัดแปลง หรือปรับปรุงให้มีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นกับอาหารเสมอ จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้อาหารไม่ได้เป็นเพียงแค่ 1 ในปัจจัยสี่ของการดำรงชีวิตเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งยังเป็นตัวแทนของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีอีกด้วย

เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงสม่ำเสมอของวัฒนธรรมอาหาร คือ ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค สิ่งนี้เองที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการจัดงาน “Trend Watch Expo 2019 โดยยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์” เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารได้มาร่วมกันหาแรงบันดาลใจและไอเดียการสร้างสรรค์อาหารที่ได้พัฒนาจากเทรนด์โลก เพื่อนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจอาหารของตัวเองต่อไปได้

จากการศึกษาเรื่องเทรนด์อาหารของสถาบันต่างๆ ทั่วโลก พบว่ากระแสของเทรนด์อาหารโลกนั้นเป็นไปในแนวทางที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องของกระแสของการดูแลสุขภาพที่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของอาหารหรือการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเกิดพฤติกรรมการเอาใจใส่และดูแลร่างกายในแง่มุมอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย หรือการบำบัดจิตใจก็มาด้วยกัน ผลการวิจัยของ Edelman พบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปี 2019 ที่มีผลต่อเทรนด์อาหารนี้ แบ่งออกเป็น 4 หมวดหลักๆ ได้แก่
  1.โภชนาการ และสุขภาพดี ไม่ใช่แค่ต้องการควบคุมอาหาร แต่ผู้คนยังมีการมองหาวิถีการกินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงจากธรรมชาติและโฮลิสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนวัตกรรมได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการบริโภคให้ถูกต้องตั้งแต่ DNA เพื่อนำมาปรับใช้กับโภชนาการแบบเฉพาะเจาะจงในแต่ละบุคคล

 2.การผสมผสานวัตถุดิบให้เกิดรสชาติใหม่ๆ ความต้องการที่จะสัมผัสรสชาติอาหารที่แปลกใหม่ของผู้บริโภค ส่งผลให้เกิดนวัตกรรมที่จะจับคู่วัตถุดิบต่างๆ เข้าด้วยกัน เช่น การนำเอาไข่แดงเค็มมาใส่ในเมนูอาหาร หรือการผสมชาให้มีความหลากหลายจากรูปแบบการดื่มแบบดั้งเดิม ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีเมนูอาหารที่ผสมเอาสิ่งที่เราไม่คาดคิดเข้าไว้ด้วยกันเกิดขึ้นใหม่อยู่เสมอ
3.ความยั่งยืนจากศูนย์กลาง ผู้คนเริ่มตระหนักและลดการใช้พลาสติก หันมาเลือกใช้วัสดุธรรมชาติทดแทน ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคอย่างยั่งยืนมากขึ้น

และ 4.อาหารปรับรูปแบบสังคม ผู้บริโภคใส่ใจกับแหล่งที่มาของอาหาร จากการศึกษาพบว่าพวกเขาเลือกซื้อสินค้าจากท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และต้องการบริโภคสินค้าที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นผู้บริโภคก็ยังให้ความสนใจกับองค์กรที่มีจริยธรรมและธรรมาภิบาล ยินดีที่จะใช้จ่ายในร้านอาหารที่ให้สวัสดิการที่ดีแก่พนักงาน เลี่ยงการใช้บริการร้านอาหารที่ใช้แรงงานผิดกฎหมายอีกด้วย
ผู้ประกอบการร้านอาหารที่ต้องการแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อนำต่อยอดและพัฒนาให้เข้ากับร้านอาหารของตัวเอง พบกันได้ในงาน Trend Watch Expo 2019 วันที่ 5 มิถุนายนนี้ เวลา 13.00-16.00 น. โรงแรมเอส 31 ถนนสุขุมวิท ลงทะเบียนฟรีที่ https://rebrand.ly/UFStrendwatchexpo (สงวนสิทธิ์ร่วมงานเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น) ประกาศผลทางเฟซบุ๊ก : มือโปรความอร่อย ในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้

“ไก่ผัดสไตล์ฮ่องกง” กับ 3 สเต็ปความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/372702?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ไก่ผัดสไตล์ฮ่องกง” กับ 3 สเต็ปความอร่อย

วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 – 06:00 น.
อาหาร,ไก่ผัดแห้งซอสเสฉวน,อานัม ชิกเก้น พอต,แพร แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ,ฮ่องกง,ชาบู,ผัดก่อนต้ม,หมาล่า,ยำไข่เยี่ยวม้าซอสเสฉวน,ข้อไก่ทอด,สาเก,วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม,อร่อย,เสฉวน,ซุปใส
เปิดอ่าน 3,791 ครั้ง

ฮอตพอตหม้อไก่ผัดแห้งเสฉวนสูตรต้นตำรับจากฮ่องกง ความอร่อยที่มาพร้อมความสนุกสนานในการรับประทาน

รสชาติโดนใจของอาหารสุดฮอต “ไก่ผัดแห้งซอสเสฉวน” ของร้านดัง “อานัม ชิกเก้น พอต” (AH NAM Chicken Pot) บนเกาะฮ่องกงที่มีโอกาสบินไปชิมอยู่บ่อยครั้ง จุดประกายให้สาวไฮเปอร์ “แพร” แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดฟู้ด โปรเจ็กต์ (ประเทศไทย) อยากหอบหิ้วกลับมาเสิร์ฟให้คนไทยได้ลิ้มลองบ้าง สำคัญว่าคุณสามีหุ้นส่วนชีวิตก็ไฟเขียวเพราะติดใจในรสชาติไม่แพ้กัน ลงแรงศึกษาความเป็นไปได้อยู่แรมปีก่อนจะตัดสินใจลงขันกับหุ้นส่วนอีก 2 คนซื้อลิขสิทธิ์มาเปิดร้านในเมืองไทย เลือกที่มั่นชั้น 2 ศูนย์การค้าเจ อเวนิว ทองหล่อ ปักหมุดจุดเช็กอินความอร่อยใหม่ ถือเป็นสาขาแรกในต่างประเทศของอานัมฯ เลยก็ว่าได้

แพรพรรณ ธรรมวัฒนะ และ “เอิง” ดร.คณาพจน์ โจมฤทธิ์ หุ้นส่วนร้าน

จุดเด่นของฮอตพอตหม้อไก่ผัดแห้งเสฉวนสูตรต้นตำรับจากฮ่องกง เห็นจะเป็นความอร่อยที่มาพร้อมความสนุกสนานในการรับประทาน แบบเดิมๆ ฮ่องกงสไตล์คือผัดไก่ใส่ซอสอย่างเดียวก็ว่าแซบแล้ว แต่พอมาอยู่เมืองไทยเจ้าของร้านไอเดียเก๋คิดค้นให้สามารถกินได้ถึง 3 ขั้นตอน เริ่มจาก ‘ผัดก่อนต้ม’ ทางร้านจะเสิร์ฟไก่ผัดแห้งซอสเฉสวนมาในหม้อหรือกระทะพร้อมเติมเส้นไข่หนึบๆ ที่ทำจากไข่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ผสมแป้งแค่ 20 เปอร์เซ็นต์ เปิดไฟให้ร้อนแล้วลงมือผัดให้ลูกค้าถึงโต๊ะหรือลูกค้าจะผัดเองก็ได้ คลุกเคล้าจนได้ที่จะได้ไก่ผัดซอสเฉสวนรสชาติเข้มข้นแซมความเผ็ดซ่าๆ ที่ลิ้น เพราะใส่เครื่องเทศและสมุนไพรจีนสารพัดกว่า 20 อย่าง ที่แน่ๆ คือ “หมาล่า” เครื่องปรุงอินเทรนด์เวลานี้ เรื่องกลิ่นไม่ต้องเดาหอมตลบอบอวล ทั้งพริกไทยเสฉวน, กระวาน, โปยกั๊ก และอบเชย เตะจมูกอย่างแรงจนอดใจไม่ไหว ใครชอบอารมณ์ประมาณนี้น่าจะถูกใจ

“แพร” ชวนชิมความอร่อยใหม่สไตล์ฮ่องกง

      “สาวแพร” หุ้นส่วนร้านคนสวยบอกว่า เนื้อไก่ที่เป็นวัตถุดิบหลัก จริงๆ แล้วคนฮ่องกงชอบกินแบบติดกระดูก คีบแล้วเคี้ยวเลาะกระดูกกันมันปากเชียวละ แต่คนไทยคงไม่คุ้นเคยเลยต้องปรับสูตรกันเล็กน้อยอำนวยความสะดวกด้วยการเลาะเอาแต่เนื้อส่วนสะโพกแล้วหมักให้นุ่มด้วยซอสสูตรลับ รับรองว่าไม่เหมือนใครแน่นอนเพราะนำเข้าจากฮ่องกง 100 เปอร์เซ็นต์ ก๊อบปี้ยากมาก นอกจากนี้ยังมีซีฟู้ด กุ้ง หมึก หอย ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบไก่ด้วย

สเต็ปแรกไก่ผัดแห้งซอสเสฉวนร้อนๆ

สเต็ป 2 ชาบูสูตรเด็ด

​​​​​​​

  หลังจากลิ้มรสไก่ผัดซอสเสฉวนร้อนๆ จากหม้อผัดจนหนำใจแล้ว ขั้นตอนถัดมาเราจะแปลงหม้อร้อนให้เป็น “ชาบู” โดยเติมน้ำซุปใสที่ทางร้านการันตีว่ารสหวานกลมกล่อมจากการเคี่ยวกระดูกล้วนๆ ปราศจากผงชูรสชัวร์ เลยได้หม้อฮอตพอตสูตรพิเศษที่เข้มข้นจากซอสผัดก่อนหน้านี้เข้ากับซุปใหม่ที่เติมลงไป ขั้นตอนนี้ถ้ายังไม่อิ่มก็สามารถเลือกชุดเนื้อริบอาย หรือชุดหมูมาจิ้มจุ่มกันต่อได้เลย ชาบูร้อนๆ ใส่เนื้อใส่ผักแล้วจุ่มน้ำจิ้มใสๆ เติมพริกกับกระเทียมตามใจชอบเผื่ออยากตัดเลี่ยน เพิ่มความอร่อยอีกนิดกับฟองเต้าหู้ที่จิ้มจุ่มลงในหม้อชาบูร้อนๆ แค่ 4 วินาทีก็อร่อยลิ้น

หมูนุ่มฉ่ำน้ำจิ้ม

   หลังจากลิ้มรสไก่ผัดซอสเสฉวนร้อนๆ จากหม้อผัดจนหนำใจแล้ว ขั้นตอนถัดมาเราจะแปลงหม้อร้อนให้เป็น “ชาบู” โดยเติมน้ำซุปใสที่ทางร้านการันตีว่ารสหวานกลมกล่อมจากการเคี่ยวกระดูกล้วนๆ ปราศจากผงชูรสชัวร์ เลยได้หม้อฮอตพอตสูตรพิเศษที่เข้มข้นจากซอสผัดก่อนหน้านี้เข้ากับซุปใหม่ที่เติมลงไป ขั้นตอนนี้ถ้ายังไม่อิ่มก็สามารถเลือกชุดเนื้อริบอาย หรือชุดหมูมาจิ้มจุ่มกันต่อได้เลย ชาบูร้อนๆ ใส่เนื้อใส่ผักแล้วจุ่มน้ำจิ้มใสๆ เติมพริกกับกระเทียมตามใจชอบเผื่ออยากตัดเลี่ยน เพิ่มความอร่อยอีกนิดกับฟองเต้าหู้ที่จิ้มจุ่มลงในหม้อชาบูร้อนๆ แค่ 4 วินาทีก็อร่อยลิ้น

สเต็ป 3 ผัดข้าวได้ที่โรยสาหร่ายกรอบ

     ช่วยกันคีบชาบูพร้อมตักซุปซดให้คล่องคอจนน้ำในหม้อเริ่มพร่อง สนุกกันต่อกับสเต็ปสุดท้ายสั่งข้าวสวยถ้วยใหญ่เทลงไปในหม้อซุปขลุกขลิกผัดต่อจนข้าวเข้ากับซุปและส่วนประกอบอื่นๆ เข้ากันเป็น “ข้าวต้มขลุกขลิก” คล้ายๆ รีซอตโต คราวนี้ล่ะไม่อิ่มจนแน่นท้องก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว คือตั้งแต่สเต็ปแรกจนถึงตอนนี้ใช้เวลาคร่าวๆ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ถ้ามีเวลาก็อยากให้กินครบทุกสเต็ปจะได้อร่อยครบรส แต่ถ้าเวลาน้อยซอยบ้านแคบอยากข้ามขั้นตอนก็ตามสะดวก จะเลือกกินแค่ไก่ผัดซอสอย่างเดียวหรือชาบูเพียวๆ ก็ไม่ว่ากัน เพราะแต่ละชุดราคาแยกกันอยู่แล้วเลือกสั่งได้เลย

ยำไข่เยี่ยวม้าซอสเสฉวน

ข้อไก่ทอด

     แต่ยังไงก็อย่าลืมเผื่อพื้นที่ในกระเพาะสำหรับจำพวกของกินเล่นด้วยนะ ถึงจะมีไม่เยอะแต่ก็ไม่ธรรมดาอย่าง “ยำไข่ เยี่ยวม้าซอสเสฉวน” ซอสสูตรพิเศษนี้ช่วยดับกลิ่นไข่เยี่ยวม้าที่บางคนไม่โปรดให้สามารถละเลียดลงคอง่ายๆ ชนิดไม่พะอืดพะอม หรือจะเป็น “ข้อไก่ทอด” โรยผงไข่เค็มที่วัยรุ่นกำลังฮิตด้วยนะ เป็นกับข้าวก็อร่อย กับแกล้มก็เข้ากั๊นเข้ากัน ยังมียำแตงกวา, เนื้อชุบแป้งทอด, หนังไก่ทอด รวมถึงผัดผักน้ำมันหอยด้วยนะ

วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม

สไปรท์บ๊วย

     ส่วนของหวานล้างคาวต้องนี่เลย ขนมรังผึ้ง หรือ “วาฟเฟิลฮ่องกงไข่เค็ม” ไข่เค็มอีกแล้ว หอมนุ่มหวานน้อย เด็ดแค่ไหนต้องลอง เสิร์ฟพร้อม “ชานมต้นตำรับ” จากฮ่องกง หรือเลือกเติมความซาบซ่าอีกนิดกับ “สไปรท์บ๊วย” แต่ถ้าอยากแก้เลี่ยนและความมันให้อยู่หมัดล่ะก็ กระซิบเบาๆ “สาเก” ของร้านนี้ไม่เบานะ สั่งมาจิบพร้อมกับนั่งต่อยาวๆ ในบรรยากาศที่เจ้าของร้านเอ่ยปากเองว่า “เจ๊กแต่เท่” ก็เข้าท่าไม่น้อย…

ครัวกานดา ไก่บ้านสูตรแลน แกงไตปลา สเต๊กกุ้งทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/372217?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ครัวกานดา ไก่บ้านสูตรแลน แกงไตปลา สเต๊กกุ้งทะเล

วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 – 10:11 น.
ตำนานแผ่นดิน
เปิดอ่าน 3,394 ครั้ง

คอลัมน์ – ตำนานแผ่นดิน โดย – อ.ไชยแสง กิระชัยวณิชย์

                      หลวงปู่ทวด เส้นทางธุดงค์ บ้านเขาแก้ว ลานสกา

           ขณะที่กำลังก่อสร้างพระบรมสารีริกธาตุ นครศรีธรรมราช พญานาคตนหนึ่งอยากจะร่วมสร้างพระบรมสารีริกธาตุ จึงนำพระธาตุแก้วจากใต้บาดาล ขึ้นไปไว้บนยอดไม้แนวเขา ลานสกา พระธาตุแก้วส่งประกายสว่างไสวไปทั่วหุบเขา ทำให้นายพรานเห็นลูกแก้วใสลอยอยู่บนยอดไม้สูง จึงปีนขึ้นไปเอา แล้วนำไปทูลเกล้าฯถวาย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ปทุมวงศ์

            พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช พร้อมกับก่อสร้างพระมหาเจดีย์ ได้อัญเชิญพระธาตุแก้ว ขึ้นประดิษฐานบนยอดพระมหาเจดีย์ ร่วมกับพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ชาวนครศรีธรรมราช เรียกแนวเขาที่นายพรานค้นพบพระธาตุแก้วว่า เขาแก้ว อ.ลานสกา เป็นแนวช่องเขาที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาแต่โบราณ

            เมื่อครั้งที่ หลวงปู่ทวดเดินธุดงค์พร้อมด้วยเด็กผมแกละ จากวัดพะโคะ อ.สทิงพระ จ.สงขลา เดิมเป็นพื้นที่อยู่ในเขตนครศรีธรรมราช ไปลงเรือที่สิชลเพื่อเดินทางไปเมืองหลวง กรุงศรีอยุธยา หลวงปู่ทวด พาเด็กผมแกละเดินทางช่องเขาแก้ว เป็นแนวป่าทึบเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ อากาศจึงเย็นสบายเหมาะแก่การธุดงค์ หลวงปู่ทวดได้แผ่บุญกุศลให้วิญญาณทั้งหลายในป่า

            เมื่อหลวงปู่ทวดพาเด็กผมแกละธุดงค์ผ่านเขาแก้ว ไปถึงบ้านฉลอง สิชล เด็กผมแกละเดินผ่านป่าเขาแก้ว ได้รับพิษไข้ป่าจนเสียชีวิตลง หลวงปู่ทวด จึงให้เด็กผมแกละอยู่เฝ้าสมบัติโบราณที่บ้านฉลองตั้งแต่นั้นมา ต่อมาเด็กผมแกละปรากฏร่างให้ชาวบ้านฉลองเห็น ช่วยชาวบ้านตามหาวัวควายที่หายไป จนมีการสร้างวัดให้เป็นที่ประดิษฐานวิญญาณเด็กผมแกละคือ วัดเจดีย์

            บ้านเขาแก้วจึงเป็นพื้นที่ห่างไกลจากเมืองนครศรีธรรมราช ในอดีตเต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย และเป็นที่ซ่องสุมกลุ่มผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภาคใต้ เมื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ใช้นโยบาย 66/23 รับผกค.ภาคใต้ กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย บ้านเขาแก้วกลายเป็นชุมชนใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีอากาศดีที่สุดในประเทศไทย ตามประกาศกรมควบคุมมลพิษ

                    ครัวกานดา ไก่บ้านสูตรแลน แกงไตปลา สเต๊กกุ้งทะเล

             กานดา ถาวรวงศ์ แม่ครัวใหญ่ขับรถพาผมออกจากเมืองนครศรีธรรมราช ใช้เส้นทาง 4015 ถนนลานสกา-จันดี ถึงอำเภอลานสกา ผ่านช่องเขาแก้ว จุดที่ลมใต้พัดผ่านป่าใหญ่ ทำให้อากาศเมืองนี้ดีที่สุดในประเทศไทย ตามการวัดค่าของกรมควบคุมมลพิษ ผ่านโรงพยาบาลลานสกาไปอีก 2.5 กม. ไปทางถนนนครศรีธรรมราช-จันดี เส้นทางที่ได้รับการพัฒนาเป็นถนนลาดยางกว้าง

             สมเด็จพระเอกาทศรถ พระราชทานสมณศักดิ์ให้ หลวงปู่ทวด เป็นสมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์ เดินทางไปเข้าเฝ้าฯ ที่กรุงศรีอยุธยา หลวงปู่ทวดพาเด็กผมแกละ ธุดงค์จากวัดพะโคะ ผ่านช่องเขาแก้วไปลงเรือที่อำเภอสิชล แต่เด็กผมแกละเสียชีวิตระหว่างการเดินทาง หลวงปู่ทวดจึงให้วิญญาณเด็กผมแกละ คอยช่วยเหลือชาวบ้านอยู่ที่วัดเจดีย์

             บ้านเขาแก้ว อ.ลานสกา จึงเป็นเส้นทางบุญตั้งแต่นั้นมา กานดา ถาวรวงศ์ นำที่ดินติดถนนนครศรีธรรมราช-จันดี มาสร้างร้านอาหารด้วยไม้ใหญ่ ทำอาหารชาวลานสกาแท้ๆ ให้กิน เมื่อครั้งที่เป็นป่าใหญ่ ลานสกาเต็มไปด้วยสัตว์ป่า โดยเฉพาะแลน หรือ ตะกวด อยู่ตามพุ่มไม้ใหญ่ ชาวลานสกาจับตะกวดมาชำแหละ เอาเนื้อมาผัดกับพริกคั่วกลิ้ง ให้เครื่องเทศกลบกลิ่นคาว

              คั่วกลิ้งไก่บ้านสูตรแลน เมื่อมีการอนุรักษ์ตะกวดหรือแลน ชาวลานสกาจึงเปลี่ยนมาใช้เนื้อไก่บ้าน เอามาผัดพริกคั่วกลิ้ง ใส่ตะไคร้ใบมะกรูด เม็ดพริกไทยสด ขมิ้น พริกสด หั่นข่าชิ้นบางๆ ลงไปผัดด้วย ให้กลิ่นเครื่องเทศ ความเผ็ดพริกคั่วกลิ้งเมืองใต้ อบให้เนื้อไก่บ้านเผ็ดหอมอร่อย ถูกปากชาวใต้ยิ่งนัก คั่วกลิ้งไก่บ้านสูตรแลน กินกับข้าวสวยร้อนๆ ลดความเผ็ดแต่อร่อยสุดยอด

               ด้วงคั่วพริกเกลือ กุ๊กนัย หนุ่มชาวใต้เอาด้วงมะพร้าวตัวอวบ ต้มล้างคาวออกให้หมด แล้วนำด้วงไปผัดกับพริกขี้หนูสวน เกลือจากอำเภอหัวไทร ด้วงตัวอวบใหญ่เนื้อมัน เคล้ากับรสเค็มจากเกลือทะเล ได้ความเผ็ดจากพริกขี้หนูสด แกงเหลืองปลากระบอกยอดมะพร้าว ใช้ปลากระบอกจากปากพนัง แกงกับยอดมะพร้าวที่มีเต็มสวนลานสกา รสแซบอร่อยจี๊ดถึงใจจริงๆ

            ไข่เจียวกุ้งทะเล กานดา ถาวรวงศ์ พาผมไปตลาดนัดคูขวาง เลือกซื้อกุ้งสดจากทะเลทุกเช้า เอากุ้งมาสับกับสันนอกหมูหยาบๆ ทำไข่เจียวกุ้งหมูสับ กินกับแกงใต้ทุกชนิดอร่อยเหลือล้ำจริงๆ แกงส้มปลาสำลีมังคุดคัด ใช้ปลาสำลีทะเลอ่าวไทย เนื้อหนาแน่นนุ่มละเอียด ใส่พริกแกงส้มเมืองใต้รสเผ็ด ดับร้อนด้วยมังคุดคัดของลานสกา รสเปรี้ยวอมหวานช่วยลดความเผ็ดลงได้เยอะ

                แกงบอนอ่อนเนื้อขนุน กานดา ถาวรวงศ์ ใช้ผักปลูกตามพื้นบ้านลานสกา เด็ดใบตำลึงฝักทอง บวบ ฟักทอง บอนอ่อน ขึ้นตามริมคลอง เอามาแกงกับกุ้งทะเลสดๆ ใส่เนื้อขนุนอ่อน แกงแบบเมืองใต้แท้ๆ กินกับส้มตำมังคุดคัด ใช้เนื้อมังคุดคัดล้วนๆ ตำรสแซบหวานอมเปรี้ยวแบบอีสาน แต่ได้รสอร่อยแบบเมืองใต้ มีให้กินเฉพาะที่ครัวกานดาเท่านั้น

               กุ้งซอสมะขาม ใช้กุ้งแชบ๊วยทะเลทอดให้กรอบทั้งเปลือก ผัดซอสมะขามออกรสเปรี้ยวนำหวานนิดๆ ราดบนกุ้งทอดโรยด้วยหอมเจียวกรอบๆ กินได้ตั้งแต่หางถึงหัวกุ้ง ปลากะพงทอดน้ำปลา ใช้ปลากะพงทะเลเนื้อแน่น ดีกว่าปลากะพงเลี้ยงในกระชัง ทอดให้ปลาเหลืองกรอบทั้งตัว ราดด้วยน้ำปลาปรุงรส ลดความเค็มเพิ่มความหวานรสปรุงพิเศษ

              ครัวกานดา มีกุ๊กสุทินทำหน้าที่ครัวอาหารฝรั่ง สำหรับชาวใต้ที่ชอบสเต๊ก อาหารอิตาลี กุ๊กสุทินทำสเต๊กกุ้งเนื้อเซอร์ลอย ใช้กุ้งแชบ๊วยทะเลตัวใหญ่ ย่างพร้อมเนื้อวัวชั้นดีจากออสเตรเลียให้เนื้อสุกเล็กน้อย กินคู่กับมันฝรั่งบดผัดเนย ราดซอสเกรวี่ให้ฉ่ำ โรยด้วยใบโอริกาโนให้หอม กุ๊กสุทินยังมีอาหารฝรั่งอร่อยๆ ให้สั่งกินอีกหลายจาน ผัดสปาเก็ตตี้กุ้งสดก็อร่อย

              ครัวกานดา อยู่บนเส้นทางธุดงค์ของหลวงปู่ทวด ถนนนครศรีธรรมราช-จันดี ช่องเขาแก้ว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ธรรมชาติสวยงามมากๆ โทร.0-7541-9199, 08-1476-6629, 08-1476-6629

 ครัวลอยฟ้า            ไข่เจียวกุ้งหมูสับ

              แกงเผ็ดใต้รสเผ็ดจัด ต้องดับความเผ็ดร้อนด้วยไข่เจียว กุ๊กนัยจึงทำไข่เจียวกุ้งหมูสับ มาให้กินกับแกงเหลือง แกงส้ม คั่วกลิ้งรสจัด

 เครื่องปรุง

1.กุ้งแชบ๊วยตัวใหญ่ 3 ตัว

2.หมูสันนอก 1 ขีด

3.ไข่ไก่ 3 ฟอง

4.น้ำปลาทิพรส 2 ช้อนชา

5.พริกไทยป่นตรามือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

1.สับหมูกับกุ้งรวมกันใส่พริกไทยหยาบเล็กน้อยหมักไว้ 10 นาที

2.ตอกไข่ใส่ชามใส่หมูกุ้งสับใส่พริกไทยน้ำปลาตีให้เข้ากัน

3.ทอดไข่เจียวบนกระทะร้อนปานกลางให้สุกนอกนุ่มใน

ไข่เจียวกุ้งหมูสับ กินกับแกงเหลือง แกงส้ม คั่วกลิ้งเมืองใต้ ช่วยลดความเผ็ดร้อนของพริกแกงใต้ ทำให้อาหารเมืองใต้อร่อยยิ่งขึ้นที่ ครัวกานดา ต.เขาแก้ว อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช

ส่งตรงความสดจากทะเลออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/371966?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

ส่งตรงความสดจากทะเลออสเตรเลีย

วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 – 15:00 น.
อาหารเดอะคาเฟ่,มณเฑียร ริเวอร์ไซด์,นิมมานบาร์ แอนด์ กริล,แคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่,รจีนหลิว,คอนราด,เจด การ์เด้น,พันวาเฮ้าส์,เคปพันวา,เบนิฮานา,อนันตรา ริเวอร์ไซด์,เท็นเท็นสุกี,เดอะทวิน ทาวเวอร์,มิลลี่ มอลลี่,จิม ทอมป์สัน คาเฟ่,James Cheese
เปิดอ่าน 3,335 ครั้ง

“เทศกาลหอยเป๋าฮื้อ”  ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ปรุงสไตล์เทปันยากิ

         

          ** James Cheese ร้านอาหารดังจากเกาหลี ชวนอิ่มสุดคุ้มเพียงแสดงบัตรพนักงานลดทันที 20 เปอร์เซ็นต์ สำหรับอาหารและเครื่องดื่มราคาปกติ กับหลากหลายความอร่อย อาทิ ข้าวผัดกิมจิกระทะร้อน ข้าวหน้าแกงกะหรี่ไก่ ข้าวแซลมอนไข่ออนเซ็น ซี่โครงหมูย่าง เนื้อนุ่มจากออสเตรเลีย เป็นต้น ที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า วันนี้–30 มิถุนายนนี้

แซบนัว พรีเมียม เบียร์ ฟังกี้ หมอลำ

          ** งาน “แซบนัว พรีเมียม เบียร์ ฟังกี้ หมอลำ” ณ จิม ทอมป์สัน คาเฟ่ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 อิ่มอร่อยกับเมนูอีสานบาร์บีคิวรสแซบ พร้อมด้วยเบียร์หลากหลาย พบ 2 ดีเจชื่อดัง Maft Sai และ Kanehbos ที่จะมาผลัดกันมอบเสียงเพลงในสไตล์ “ฟังกี้ หมอลำ” ในวันศุกร์ที่ 24 และวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคมนี้ เวลา 17.00-22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติม www.jimthompsonrestaurant.com

 White Asparagus with Coppa

        ** ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 ชวนชิมเมนูพิเศษรับลมร้อนในสไตล์อิตาเลียนแท้ ที่ร้านแกลเลอเรีย มิลาโน “White Asparagus with Coppa” หน่อไม้ฝรั่งสีขาวจากฝรั่งเศสย่างด้วยไฟอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมคอปป้าแฮมและเห็ดมอเรล พร้อมผักตามฤดูกาล ท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสไลด์อีกที เสนอในราคา 850 บาทเท่านั้น พร้อมอีกหลากหลายอาหารอิตาเลียนตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ สอบถามโทร.0-2663-4988

สุกียากีต้นตำรับ

          ** เท็นเท็นสุกี โรงแรมเดอะทวิน ทาวเวอร์ ชวนชิม “สุกียากีต้นตำรับ” อร่อยที่น้ำจิ้มสูตรโบราณ พร้อมเครื่องเคียงสดใหม่ทุกวัน ทั้งหมูนุ่ม สาหร่ายห่อกุ้ง ปลาทรงเครื่อง เกี๊ยวกุ้ง ปลาหมึกยัดไส้ ฯลฯ พร้อมมอบส่วนลด 28 เปอร์เซ็นต์ ฉลองก้าวสู่ปีที่ 28 ของโรงแรม ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ตั้งแต่วันนี้-31 พฤษภาคม สอบถามเพิ่มเติมโทร.0-2216-9555

เทศกาลหอยเป๋าฮื้อ

          ** ห้องอาหารเบนิฮานา โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ รีสอร์ท เปิดโปรโมชั่นเมนูพรีเมียม “เทศกาลหอยเป๋าฮื้อ” ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ ส่งตรงความสดจากทะเลออสเตรเลียมาให้ลิ้มลองเคล้าความสนุกสนานสไตล์เทปันยากิ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ วันจันทร์-ศุกร์ รวมถึงมื้อสายวันเสาร์ เพียง 2,800 บาทต่อชุด ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2562 สำรองที่นั่งโทร.0-2476-0022 ต่อ 1416

เซตเมนูดินเนอร์ภาคกลาง

          ** ห้องอาหารพันวาเฮ้าส์ โรงแรมเคปพันวา ภูเก็ต เชิญลิ้มลองชุดอาหารไทยเลื่องชื่อตำรับพันวาเฮ้าส์ กับความอร่อย 2 สไตล์ ที่ชูรสชาติเด็ดจัดจ้านสไตล์ภูเก็ต หรือเลือกสีสันความอร่อยลงตัวสไตล์เมืองกรุงในราคาชุดละ 1,400 บาทต่อท่าน เริ่มต้นความอร่อยด้วยอาหารเรียกน้ำย่อยที่มีให้เลือกระหว่างยำวุ้นเส้นหรือยำผลไม้ตามด้วยชุดอาหารไทยจานหลักซึ่งมีให้เลือกระหว่างเซตเมนูดินเนอร์ภาคกลาง (BKK Platter: ต้มยำทะเล แกงเผ็ดเป็ดย่าง ยำผักบุ้งกรอบไก่และกุ้ง ไก่ห่อใบเตยและทอดมันกุ้ง เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย) หรือเซตเมนูดินเนอร์ภาคใต้ (Southern Platter: ปูผัดผงกะหรี่ กุ้งทอดซอสมะขาม แกงส้มปลากับยอดมะพร้าวอ่อน น้ำพริกกุ้งเสียบเสิร์ฟพร้อมผักปลาทอดตะไคร้และข้าวสวย) ตบท้ายด้วยเมนูขนมหวานซึ่งคุณเลือกได้ตามใจชอบ 1 เมนู ทั้งเชอร์เบทมะขาม บัวลอยหรือไอศกรีมพร้อมเลือกเครื่องดื่ม 1 รายการจากเมนูน้ำสมุนไพรหรือชาไทยใส่นม  เปิดให้บริการทุกมื้อค่ำ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 18.30-23.00 น. ถึง 31 ตุลาคมนี้ สำรองที่นั่งโทร.0-7639-1123 หรือ http://www.capecollection.com

ปลากะพงเจี๋ยนกระเทียมโทน

          ** ห้องอาหารจีน เจด การ์เด้น โรงแรมมณเฑียรกรุงเทพฯ ถนนสุรวงศ์ นำเสนอเมนูปลาเลิศรสที่คุณไม่ควรพลาด เมนู “ปลากะพงเจี๋ยนกระเทียมโทน” คัดสรรปลากะพงคุณภาพเนื้อแน่นสดใหม่ บรรจงปรุงรสอย่างพิถีพิถันสูตรเด็ดจากเชฟมือทอง เชิญมาพิสูจน์ความอร่อยได้ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้  สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งโทร.0-2233-7060 ต่อ 5112

ซุปเนื้อปลาและไข่เยี่ยวม้าผักชี 

        ** ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ห้องอาหารจีนหลิว โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ นำเสนอ 2 เมนูสุขภาพคลายร้อน โดยใช้ผักชีเป็นวัตถุดิบหลัก   ผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจึงเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาใช้ประกอบอาหารต่างๆ เพื่อทำให้อาหารมีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจีน แถมยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายประการ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี และวิตามินเค และยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง จึงเป็นพืชที่มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์  เชฟแอนดี้ ฟุง เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารรังสรรค์เมนูอาหารจีนที่ใช้ผักชีเป็นวัตถุดิบหลัก  ได้แก่ ซุปเนื้อปลาและไข่เยี่ยวม้าผักชี ราคา 480 บาท และ ฮะเก๋ากุ้งโรยไข่กุ้งและผักชีราคา 160 บาท   เปิดให้บริการทุกวันเวลา 11.30-14.30 น. สำหรับมื้อกลางวัน และเวลา 18.00-22.30 น. สำหรับมื้อเย็น สำรองที่นั่งโทร.0-2690-9999 หรือเว็บไซต์ http://www.relishbangkok.com/liu

ดินเนอร์บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น 

          ** ห้องอาหารนิมมานบาร์ แอนด์ กริล โรงแรมแคนทารี ฮิลส์ เชียงใหม่ ชวนลิ้มลองความอร่อยเต็มอิ่มจากดินเนอร์บุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิ ซาชิมิ เทมปุระ เทริยากิ อุด้ง และอีกหลากหลายเมนูที่พร้อมเสิร์ฟสุดยอดรสชาติจากแดนดินอาทิตย์อุทัยแบบไม่อั้น เพื่อเอาอกเอาใจสาวกอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ตั้งแต่วันที่ 28-30 พฤษภาคม เวลา 18.00-22.00 น. ราคาท่านละ 690 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ลดครึ่งราคาสำรองที่นั่งโทร.0-5322-2111 หรือ http://www.kantarycollection.com

 ปลาแซลมอนทอดซอสครีมหญ้าฝรั่น 

          ** เมนูเด็ดของห้องอาหารเดอะคาเฟ่ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ สำหรับเดือนนี้ที่ไม่ควรพลาด คือ ปลาแซลมอนทอดซอสครีมหญ้าฝรั่น เสิร์ฟพร้อมผักโขมผัดพริกกระเทียมสับและข้าวไรซ์เบอร์รี่ ปลาแซลมอนเกรดพรีเมียมทอด ราดด้วยซอสรสชาติเปรี้ยวนิดๆ รับประทานคู่กับข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ เป็นความอร่อยลงตัวที่ไม่ควรพลาด เปิดบริการทุกวันตลอด 24 ชม. สำรองที่นั่ง โทร.0-2292-2999 ต่อ 3210

เสิร์ฟเมนูพิเศษช่วงต้นฤดูร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/371953?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เสิร์ฟเมนูพิเศษช่วงต้นฤดูร้อน

วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 – 07:00 น.
ห้องอาหารยามาซาโตะ,ดิ โอกุระ เพรสทีจ,มิชลิน เพลท,มิชลิน ไกด์,ต้นฤดูร้อน,เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ,ไคเซกิ
เปิดอ่าน 2,853 ครั้ง

คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี ปรุงเป็นเมนูเด็ดช่วงต้นฤดูร้อนของญี่ปุ่น

ห้องอาหารยามาซาโตะ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ห้องอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับ ‘มิชลิน เพลท’ ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 จากคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักระดับโลก ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย เชิญทุกท่านมาลิ้มลองอาหารจานพิเศษที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบที่ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานในช่วงต้นฤดูร้อน จัดเป็นอาหารชุดพิเศษ ให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ระหว่างวันที่ 1-23 มิถุนายนนี้เท่านั้น

อาหารชุดมื้อค่ำ“ไคเซกิ”

การคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่นมารังสรรค์เป็นเมนูพิเศษต่างๆ ถือเป็นสิ่งที่ เชฟชิเงรุ ฮางิวาระ หัวหน้าพ่อครัวประจำห้องอาหารยามาซาโตะ ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก เพราะนอกจากลูกค้าจะได้รับประทานอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ตรงตามฤดูกาลแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับรสชาติที่อร่อยที่สุดของวัตถุดิบนั้นๆ อีกด้วย ซึ่งในช่วงต้นฤดูร้อนของประเทศญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานปลาไหล เพราะปลาไหลนั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 และวิตามินบี ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานและโปรตีนเพิ่มขึ้น พร้อมต่อสู้กับอากาศอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน เชฟฮางิวาระ จึงนำปลาไหลและวัตถุดิบอื่นๆ อีกหลายชนิดที่มีรสชาติดีในช่วงต้นฤดูร้อนมารังสรรค์เป็นอาหารชุดพิเศษ โดยอาหารชุดมื้อกลางวัน มีเมนูที่ไม่ควรพลาด อาทิ ปลาไหลตุ๋นเสิร์ฟพร้อมกับกุ้งและเห็ดราดซอสครีมงา ซุปลูกชิ้นหอยเชลล์ใส่เห็ดชิเมจิ ปลาดิบชั้นดี 3 ชนิด ประกอบด้วย ปลาทูน่า ปลาหมึกญี่ปุ่น ปลาซาร์ดีน และเมนูแนะนำ ปลามูนฟิชย่างราดซอสมันฝรั่งหวาน ตามด้วย ข้าวสวยญี่ปุ่นคลุกเคล้ากับเนื้อปู เสิร์ฟกับซุปมิโซะร้อนๆ ส่วนขนมหวานให้บริการ พุดดิ้งมะม่วงราดซอสชาเขียวและถั่วแดง พร้อมกับผลไม้สดตามฤดูกาล

ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด

เทมปุระปูหิมะ ปลาไหล และผักต่างๆ

เส้นหมี่น้ำญี่ปุ่นหน้าปลาไหล​​​​​​​

พุดดิ้งมะม่วงราดซอสชาเขียวและถั่วแดง-ผลไม้สดตามฤดูกาล​​​​​​​

ส่วนอาหารชุดมื้อค่ำ “ไคเซกิ” มีอาหารพิเศษ อาทิ มะเขือม่วงย่างเสิร์ฟกับหอยเชลล์ กุ้ง และเห็ดไมทาเกะนึ่งสาเกราดด้วยซอสหอยเม่น ซุปใสใส่ลูกชิ้นเนื้อปูขนญี่ปุ่น ปลาดิบชั้นดี 4 ชนิด ได้แก่ ปลาทูน่า ปลาหางเหลือง กุ้งหวานญี่ปุ่น และปลาซาร์ดีน ปลาแมคเคอเรลย่างราดซอสมิโซะกับมะเขือเทศ รับประทานคู่กับเบคอนห่อข้าวโพดอ่อนและผลแบล็คเคอร์แรนท์อบแห้ง เทมปุระปูหิมะ ปลาไหล และผักต่างๆ เส้นหมี่น้ำญี่ปุ่นหน้าปลาไหล พุดดิ้งมะม่วงราดซอสชาเขียวและถั่วแดง ให้บริการพร้อมกับผลไม้สดตามฤดูกาล เป็นต้น

“ซีพีเอส คอฟฟี่” เติมเต็มไลฟ์สไตล์วิถี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/371934?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

“ซีพีเอส คอฟฟี่” เติมเต็มไลฟ์สไตล์วิถี

วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 – 15:16 น.
ซีพีเอสคอฟฟี่,ซีพีเอส คอฟฟี่ สาขาเทอร์มินอล 21,กาแฟและแฟชั่น,คอชากาแฟสายแฟชั่น,ซีพีเอส คอฟฟี่ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 2,986 ครั้ง

ร้านคาเฟ่เพื่อคอชากาแฟสายแฟชั่น

ในวิถีการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ทุกวันนี้มิได้มี “แฟชั่น” เป็นดัชนีชี้วัดความเป็นไลฟ์สไตล์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่ยังมีวิถีการ “กิน-ดื่ม” รวมเข้าไปด้วย ล่าสุด “CPS CHAPS” แบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสุดชิคสัญชาติไทย ได้ขยับขยายธุรกิจจากแฟชั่นสู่การเปิดร้านคาเฟ่ให้คอชากาแฟสายแฟชั่นได้มาเช็กอินกันที่ “ซีพีเอส คอฟฟี่” (CPS Coffee) ในบรรยากาศและคอนเซ็ปต์การตกแต่งร้านที่คงความเท่และโมเดิร์น โดดเด่นด้วยโทนสีดำและสีคอปเปอร์หรูหรา โดยมี “ซีพีเอส บาริสต้า” ที่ชำนาญเรื่องกาแฟเป็นผู้สรรค์สร้างเมนูกาแฟสูตรพิเศษจากเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคัดสรรตามมาตรฐานระดับโลกมาคั่วแบบพิเศษเป็นสูตรใหม่ที่มีเฉพาะซีพีเอส คอฟฟี่ เท่านั้น

การตกแต่งคงความเท่และโมเดิร์น โดดเด่นด้วยโทนสีดำและสีคอปเปอร์หรูหรา

ดิจิทัลเมนู

ซีพีเอส คอฟฟี่ สาขาศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อยู่ติดกับประตูทางเข้าศูนย์บริเวณทางเชื่อมรถไฟฟ้าบีทีเอส ด้วยทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม สะดวกสบายในการเดินทางที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้น นอกจากนี้ยังมีหนุ่มสาวออฟฟิศในละแวกอโศกอีกจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ รวมถึงเหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่รักการดื่มกาแฟและตระเวนไปดื่มกาแฟตามร้านต่างๆ

อเมริกาโน่-ลาเต้

ทันทีที่ผลักประตูกระจกเข้าสู่คาเฟ่แห่งนี้จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟซึ่งผ่านการคั่วแบบพิเศษเป็นสูตรใหม่เฉพาะของร้าน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ภายใต้ชื่อ Copper Stout ให้รสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษเน้นใช้สำหรับเครื่องดื่มกาแฟใส่นม เช่น คาปูชิโน่, มอคค่า, ลาเต้ รวมถึงรายการกาแฟซิกเนเจอร์อย่าง คาราเมล เดอร์ตี้ ซึ่งนำแก้วตกแต่งด้วยคาราเมล ไซรัป และเทนมสดแช่เย็นลงไปและนำแก้วนี้ไปจ่อกับกาแฟร้อนๆ จากเครื่องทำกาแฟ ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกมาเป็นชั้นๆ ในแก้วจึงเป็นที่มาของชื่อ เดอร์ตี้…หากลูกค้าไม่ชอบรับประทานหวาน สามารถสั่งแบบธรรมดาได้ และ Amber Ale มีกลิ่นหอมและมีรสของผลไม้เมืองร้อน เหมาะสำหรับกาแฟดำ เช่น อเมริกาโน่ หรือ เอสเปรสโซ่ เป็นต้น… ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกค้าสามารถระบุได้ว่าจะเลือกเมล็ดกาแฟชนิดใดให้ตรงกับรสนิยมของตัวเอง

ไทยทีแอนด์โกโก้

สำหรับลูกค้าที่ไม่ถนัดกาแฟยังมีเครื่องดื่มชาให้เป็นทางเลือก สำคัญคือมีให้เลือกทั้ง ชาแดง ชาเขียว  ชาขาว รวมถึงเครื่องดื่มโกโก้ ซึ่งแน่นอนว่ามีให้เลือกทั้งแบบใส่นม ไม่ใส่นม แบบร้อน และแบบเย็น แต่ถ้วยซิกเนเจอร์ต้องยกให้แก่ “ไทยทีแอนด์โกโก้” ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของร้านผ่านทางสีออกมาในรูปแบบเครื่องดื่ม…ในส่วนของครื่องดื่มแก้วนี้ให้กลิ่นหอมหวานและรสชาติที่หวานกำลังพอดี นอกจากนี้ยังมี มัทฉะ ลาเต้ และ แบล็กโกโก้…เน้นเข้มข้นหวานน้อย

มัทฉะ ลาเต้แบล็กโกโก้

กรีนที บีไฮฟ์-ไวท์ ที เลมอนเนด-ชาย โรเซ่

ส่วนลูกค้าผู้ที่ไม่ถนัดเครื่องดื่มผสมนม ทางร้านมีรายการในกลุ่ม “ไอซ์ที” อย่าง “ชาย โรเซ่”  ชาดำอบกับเครื่องเทศและซินาม่อน สกัดเย็น 8 ชั่วโมง และแต่งรสด้วยโรสไซรัปที่ให้ความหอมหวาน ให้ทั้งความสดชื่นและมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศ “ไวท์ ที เลมอนเนด” ชาขาวที่อบกับเอลเดอร์ฟลาวเวอร์และพีช สกัดเย็นนานถึง 12 ชั่วโมง เพราะให้กลิ่นหอมของชาออกมาให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้นใส่น้ำมะนาวและมะนาวสดลงไปเพื่อความสดชื่น เป็นเครื่องดื่มที่คลายร้อนยามบ่ายได้เป็นอย่างดี และ “กรีนที บีไฮฟ์” ชาเขียวสกัดเย็นนานถึง 8 ชั่วโมงผสมกับทับทิมและเอลเดอร์เบอร์รี่ ทางร้านเพิ่มวานิลลาไซรัปลงไปเพื่อให้รสชาติที่หอมหวานและกลมกล่อม…ในวันที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อนจัดได้ดื่มสักแก้วก็ชื่นใจไม่น้อย

คุกกี้แบบนุ่มหลากรสชาติ

ในเช็กชั่นของอาหาร แม้ว่าทางร้านเน้นอยู่เพียงสองรายการหลักคือ คุกกี้แบบนุ่ม มีให้เลือก 5 รสชาติ ได้แก่ รสชาเขียว, รสถั่ว, รสช็อกโกแลต ลาวา, รสดาร์ก ช็อกโกแลต วัลโรน่า และ รสราสเบอร์รี่ เรด เวลเวท มาช่วยเพิ่มความฟินไปพร้อมๆ กับเครื่องดื่มเมนูต่างๆ และ ครัวซองต์ ซึ่งแอบเพิ่มความหลากหลายรสชาติแถมครอบคลุมไปถึงแบบคาวและแบบหวานให้บริการ อาทิ ครัวซองค์รสบัตเตอร์, รสอัลมอนด์ และ รสช็อกโกแลตคอนเฟิร์มว่าใหม่สดจากเตาอบทุกวัน

แซลมอนแซนด์วิชครัวซองต์

กะเพราครัวซองต์

           นอกจากนี้ยังมี “แซนด์วิชครัวซองค์รูปแบบใหม่” อย่าง แซลมอน แซนด์วิชครัวซองต์ ผักสลัดสดๆ ปลาแซลมอนเนื้อแน่นและครีมซอสชุ่มฉ่ำแทรกตัวอยู่ในครัวซองต์เนื้อนุ่ม…“ฟีชเลิฟเวอร์” ขอบอกต้องมาเจอกันสักครั้ง กะเพราครัวซองต์ จะบอกว่าคุณสามารถลืมข้าวกะเพราหมูสับโปะไข่ดาวได้ไม่ยาก…หากได้ลิ้มรสกะเพราครัวซองต์จานนี้ และ เอ้กสลัดแซนด์วิชครัวซองต์…จานนี้ให้คะแนนกลางๆ เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีเพราะเป็นจานที่เน้นสุขภาพในรายที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ…ทางร้านจัดเสิร์ฟตลอดตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลยนะรู้ยัง???

เอ้กสลัดแซนด์วิชครัวซองต์

และตรงตามคอนเซ็ปต์คนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ดังนั้นภาชนะบ้างส่วน เช่น แก้วและหลอดพลาสติก ที่ใช้ในร้านล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ รวมถึงกระดาษเช็ดปากผลิตจากวัตถุดิบรีไซเคิล นอกจากนี้รายการอาหารต่างๆ ยังนำเสนอในรูปแบบของเปเปอร์ลิสต์เมนู ซึ่งลูกค้าสามารถดูรายการเครื่องดื่มที่ดิสเพลย์ในรูปแบบดิจิทัล แพลตฟอร์ม บนจอไอแพด ที่ติดตั้งอยู่บนคอฟฟี่บาร์ ทั้งนี้ทั้งนั้น บาริสต้าของร้านต่างมีความรู้และเชี่ยวชาญเรื่องกาแฟและเครื่องดื่มชนิดต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลกับพนักงานได้อย่างครบถ้วน
  ซีพีเอส คอฟฟี่ สาขาเทอร์มินอล 21 เปิดบริการตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่สัญจรบริเวณนั้นอย่างพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยว จันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-22.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-22.00 น.

เปิดครัวชวนชิมเมนูสุดพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/371230?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

เปิดครัวชวนชิมเมนูสุดพิเศษ

วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 – 05:00 น.
เอ็ม คูลินารี เอ็กซ์พีเรียนเซส,เอ็ม คูลินารี่ สเปซ,เชฟตาม,เชฟป้อม,เชฟอาร์ต,เชฟแทน,เชฟชาลี,เชฟก้อง,เชฟปริญญ์,เชฟกิ๊ก,เชฟบิลลี่,เชฟแรนดี้
เปิดอ่าน 2,698 ครั้ง

ร่วมสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษจาก 13 เชฟชื่อดัง และร้านอาหารไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ 3 คอนเซ็ปต์

ตอกย้ำความเป็น เดอะ ไดนิ่ง เอ็กซ์ทรอดิแนร์ อรธิรา ภาคสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ จัดงาน “เอ็ม คูลินารี เอ็กซ์พีเรียนเซส” ชวนลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารสุดพิเศษจาก 13 เชฟชื่อดัง และร้านอาหารไทยสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ 3 คอนเซ็ปต์ เซเลเบรชั่น, ออเธนติก และ คอลลาเบรชั่น  โดยรังสรรค์อาหารสไตล์ไฟน์ไดนิ่ง ทั้งอาหารไทย จีน อิตาเลียน ญี่ปุ่น เม็กซิกัน ให้ได้ลิ้มลองเมนูสุดพิเศษที่ครีเอทีฟมาเอาใจนักชิมเพื่องานนี้เท่านั้น เปิดรอบเฉพาะวันพฤหัสบดี–วันอาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 9-26 พฤษภาคมนี้ ที่ เอ็ม คูลินารี่ สเปซ ชั้น 9 อาคารเดอะฮีลิกซ์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

“เชฟตาม” ชุดารี เทพาคา เจ้าของรางวัลท็อปเชฟไทยแลนด์คนแรก 

“เชฟอาร์ต” ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์

ภายใต้ความพิเศษของงานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก 13 เชฟชื่อดัง เปิดให้บริการกว่า 20 รอบ โดยแบ่งเป็น 3 คอนเซ็ปต์หลัก เริ่มจากวันที่ 9-12 พฤษภาคม กับธีม “เซเลเบรชั่น” เปรียบเสมือนเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งความสุขได้เริ่มขึ้น ได้บรรดาเชฟฝีมือฉกาจอย่าง “เชฟตาม” ชุดารี ดีกรีท็อปเชฟไทยแลนด์, “เชฟป้อม” ธนรักษ์ เชฟกระทะเหล็กอาหารจีน, “เชฟอาร์ต” ศุภมงคล เชฟเทเบิลคนแรกของประเทศไทย และเชฟชาลี กาเดอร์ เชฟผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของร้านอาหารชื่อดังมากมาย

“เชฟก้อง” ก้องวุฒิ แห่งร้าน โลคัส เนทีฟ ฟู้ด แลป

          วันที่ 16-19 พฤษภาคม ธีม “ออเธนติก” เน้นความเป็นไทยแท้จากร้านอาหารไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักชิม การันตีจากชื่อลุงเหมียวแห่ง เรือนจรุง นำทีมแม่ๆ มาลงครัวใจกลางเมือง, สำรับสำหรับไทย จากเชฟปริญญ์ เชฟผู้รังสรรค์อาหารไทยโบราณให้เข้าถึงง่าย และ โลคัส เนทีฟ ฟู้ด แลป จาก “เชฟก้อง” ก้องวุฒิ เชฟเทเบิลล้านนาฟิวชั่นชื่อดังจากเชียงราย

 “เชฟแทน” ภากร โกสิยพงษ์

ตัวอย่างอาหารเลิศรส

          ปิดท้ายวันที่ 23-26 พฤษภาคม ด้วยธีม “คอลลาบอเรชั่น” จากเชฟรุ่นใหม่มากฝีมือ สูตรผสมผสานอาหารต่างสัญชาติให้เป็นเมนูสุดพิเศษสไตล์โมเดิร์น อาทิ “เชฟแทน” ภากร โกสิยพงษ์ เชฟรุ่นใหม่แห่งร้านดัง, เชฟชาลี กาเดอร์ และ “เชฟกิ๊ก” กมล สองเซียน อาหารจีน ปะทะ อาหารอีสาน, เชฟแรนดี้ นพประภา และ เชฟบิลลี่ เบาติสต้า อาหารญี่ปุ่น ปะทะ อาหารเม็กซิกัน รังสรรค์เมนูใหม่ที่ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ

กินหรูอยู่ชิค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/371238?utm_source=category&utm_medium=internal_referral

กินหรูอยู่ชิค

วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 – 14:54 น.
ร้านแกลเลอเรีย มิลาโน,เกียว โรล เอ็น,แมงโก้ อะ โคโค่ อันมิทสึ,ห้องอาหารคิซาระ,สลัดเต้าหู้ทอดผักชี,พิซซ่าทุเรียน,ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่,ทุเรียนซอสมะเขือเทศ,ห้องอาหารนานาชาติเดอะคาเฟ่,บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด,บ้านนวล,โรงแรมเคป กูดู,ดินเนอร์อาหารไทย,สไตล์บ้านนวล คมชัดลึก อาหาร
เปิดอ่าน 2,613 ครั้ง

ดินเนอร์อาหารไทยเสน่ห์ปลายจวักเอกลักษณ์สไตล์บ้านนวลพร้อมห้องพัก

โปรโมชั่นอาหารจานอร่อยประจำเดือนพฤษภาคม มาแล้วจ้า โดยเฉพาะอาหารไทยสไตล์ “บ้านนวล” จัดว่าเด็ดเพราะคราวนี้ไปจัดแคมเปญร่วมกับเคป กูดู เกาะยาวน้อย จังหวัดพังงา

** ห้องอาหารคิซาระ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ได้รังสรรค์เมนู สลัดเต้าหู้ทอดผักชี เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัด 5 แบบ เพื่อให้คนรักอาหารญี่ปุ่นได้ลิ้มลอง เพราะผักชี หรือไชนีสพาร์สลีย์ มีรสชาติที่เข้ากันได้ดีกับอาหารหลากหลายรสชาติ สามารถชูรสได้ดี เมื่อนำสลัดผักชีมาช่วยชูรสชาติของเต้าหู้ทอดแสนอร่อย กรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยน้ำจิ้มสไตล์ญี่ปุ่นที่เสิร์ฟมาให้เลือกถึง 5 อย่าง ทำให้ผู้ที่ได้ลิ้มลองเมนูจานนี้ต้องกลับมาลองชิมอีกครั้งอย่างแน่นอน พร้อมเสิร์ฟตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ราคา 320++ บาท

 ** ห้องอาหารนานาชาติเดอะคาเฟ่ โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ เอาใจคนรักอาหารทะเลด้วย “บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด” กุ้งแม่น้ำเผา ปูม้า ปลาหมึก ปลาทะเล หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยแครง ฯลฯ พิเศษ! “เทศกาลอาหารญี่ปุ่น” อิ่มไม่อั้นไปกับหลากหลายเมนู แบบไม่จำกัดเวลา นอกจากนั้นยังมีติ่มซำ พิซซ่าสไตล์โฮมเมด มุมข้าวต้มบุฟเฟ่ต์ เค้ก ไอศกรีมและของหวานอย่างไทย เหลือท่านละ 675 บาทสุทธิ รวมเครื่องดื่ม (จากปกติ 1,350 บาท) ให้บริการทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.30 น. ตั้งแต่วันที่ 1-31 พฤษภาคม 2562 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาโทร.0-2262-1234

 ** โรงแรมเคป กูดู เกาะยาวน้อย ควงแขนชวน “บ้านนวล” จากสามเสน กรุงเทพฯ สู่ “บ้านอยู่เย็น” เกาะยาวน้อย จ.พังงา จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดกับ “ดินเนอร์อาหารไทยเสน่ห์ปลายจวักเอกลักษณ์สไตล์บ้านนวล” พร้อมห้องพักในราคาเริ่มต้น 11,320 บาท (สุทธิ) สำหรับห้องพักดีลักซ์/คืน (สำหรับ 2 ท่าน) 1 มื้อ สปาร์กลิงไวน์ และค็อกเทล (ท่านละ 1 แก้ว) รวมทั้งบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าของโรงแรม ในวันที่ 17-19 พฤษภาคม 2562 เพียง 3 วันเท่านั้น *ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 07-6592-600

** ฟรุต คอร์ท โรงแรมใบหยก ขอแนะนำเมนูเด็ดเอาใจคนรักทุเรียน กับ “พิซซ่าทุเรียน” พิซซ่าบางกรอบสไตล์อิตาเลียน กับเนื้อทุเรียนหมอนทองผลไม้สุดฮิตของคนไทย มีให้เลือก 2 แบบ 2 สไตล์ “ทุเรียนครีมซอส” โรยหน้าด้วยเนื้อทุเรียนสุกหอมรสหวานพร้อมกับมอสซาเรล่าชีส หรือ “ทุเรียนซอสมะเขือเทศ” โรยหน้าด้วยเนื้อทุเรียนกรอบ ห่าม กำลังกิน อบพร้อมซอสมะเขือเทศก็อร่อยแบบคลาสสิก เสิร์ฟร้อนๆ ให้บริการคุณในรูปแบบบุฟเฟ่ต์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2656-3939

 ** เกียว โรล เอ็น เปิดสำรับใหม่ หวานละมุนแบบไทยๆ กับเมนู ‘Sweet Siam’ มาพร้อม 6 เมนูพิเศษ อาทิ แมงโก้ อะ โคโค่ อันมิทสึ, แมงโก้ แพชชั่น คากิโกริ, ขนมไทย โรล ที่ผสานความอร่อยครั้งแรกของขนมหวานตำรับไทยในรูปแบบโรลเค้ก ไอศกรีม ของหวานรวมมิตรกลิ่นอายญี่ปุ่น และเครื่องดื่มสดชื่นรับฤดูร้อน ตั้งแต่ 25 เมษายน ถึง 16 มิถุนายน 2562 ที่ Kyo Roll En ทุกสาขา หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.facebook.com/KyoRollEn

** ศูนย์การค้ามิลลี่ มอลลี่ สุขุมวิท 20 ชวนชิมเมนูพิเศษรับลมร้อนในสไตล์อิตาลีแท้ ที่ ร้านแกลเลอเรีย มิลาโน จากสุดยอดเชฟระดับ มิชลินสตาร์ 2 ดาว “เชฟโรแลนด์ ชัวร์เลอร์” ที่มารังสรรค์เมนู “White Asparagus with Coppa” นำหน่อไม้ฝรั่งสีขาวส่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส มาย่างด้วยไฟอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมคอปป้าแฮมและเห็ดมอเรล พร้อมผักตามฤดูกาล ท็อปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสไลด์อีกที ในราคา 850 ++ บาท ตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ได้  ในช่วงเวลาตั้งแต่ 11.30–14.00 น. และเวลา 17.30-23.00 น. สำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2663-4988