จับตายุทธศาสตร์ “ประยุทธ์-ประวิตร” ลงพื้นที่ลุยน้ำท่วม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484566

20 ก.ย. 2564

จับตาพุธนี้ นายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์”และรองนายกฯ “พล.อ.ประวิตร” ลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมคนละจังหวัดเพชรบุรี-อยุธยา หรือนี่คือ.. หนึ่งในยุทธศาสตร์ ชิงพื้นที่เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าก่อน ยุบสภา

ระยะนี้จะเห็น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่มากขึ้นหลังถูกโจมตีว่าเป็นนายกฯแต่ทำงานเอาแต่ work from home

เริ่มจากเมื่อ12 ก.ย.ที่ผ่านมา “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯรัฐมนตรี​และ​ รมว.​กลาโหม​ ลงพื้นที่ตรวจราชการ ที่ จ.สมุทรปราการ

โดยได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์  อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ซึ่งดูแล ส.ส.ภาคกลางของพรรคพลังประชารัฐ เดินทางตามมาด้วยและมี ส.ส.จังหวัดสมุทรปราการถึง 5 คน มาคอยต้อนรับ

ทั้งนี้เมื่อนายกฯเดินทางมาถึงยังได้ถามหา  น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายก อบจ.สมุทรปราการด้วย เมื่อ น.ส.นันทิดา แสดงตัว นายกฯ ก็บอกให้ดูแลประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่สมุทรปราการ 

จากนั้นมีการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 

จากนั้น 17 ก.ย.”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกฯ พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox ที่บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง)จังหวัดชลบุรี พร้อมประกาศเดินหน้าพลิกโฉมประเทศ

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง 

และที่ต้องจับตามองคือ กำหนดการลงพื้นที่ของ”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในวันช่วงบ่ายพุธที่ 22 กันยายน 2564 นี้

นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์  กล่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ 

จากนั้น นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. นำเสนอภาพรวมการเตรียมการรับมือฤดูฝน ปี 2564 และแผนบรรเทาอุทกภัยจังหวัดเพชรบุรี

ก่อนที่กรมชลประทาน นำเสนอแนวทางการจัดการและเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากปี 2564 และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชน ก่อนออกเดินทางดูงานประตูระบายน้ำปลายคลองระบายน้ำ D9 ต.หนองขนาน อ.เมือง จ.เพชรบุรี พร้อมรับฟังการบรรยายการระบายน้ำก่อนลงทะเล จากกรมชลประทานก่อนที่นายกฯ ออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

ขณะเดียวกันพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีกำหนดการลงพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามความพร้อมของการบริหารจัดการน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำของลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา 

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด นายภานุ แย้มศรี นำเสนอภาพรวมการบริหารจัดการน้ำรับน้ำหลากตามมาตรการ กอนช. และแผนแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบในลุ่มน้ำเจ้าพระยา นำเสนอแนวทางการจัดการและเตรียมพื้นที่รับน้ำหลากในพื้นที่ลุ่มต่ำ

และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นำเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือประชาชน จากนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวมอบนโยบายและออกเดินทางไปดูงานบริหารจัดการที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล เพื่อรับน้ำหลากเข้าพื้นที่ พร้อมดูสภาพพื้นที่ประตูระบายน้ำปากคลองบางบาล และพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน

สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกแบ่งเป็น 4 เขตการเลือกตั้ง ซึ่ง 3 เขตเป็นพื้นที่ของพรรคเพื่อไทย และอีก 1 เขตเป็นพื้นที่ของพรรคภูมิใจไทย   โดยไม่มี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ เลย

มีนายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส. พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคภูมิใจไทย  นายนพ ชีวานันท์  ส.ส. พระนครศรีอยุธยาเขต 2  พรรคเพื่อไทย  

นายวิทยาบุรณศิริ ส.ส. พระนครศรีอยุธยา เขต 3 พรรคเพื่อไทย และนายจิรทัศ ไกรเดชา ส.สพระนครศรีอยุธยา เขต 4 พรรคเพื่อไทย 

เป็นที่น่าสังเกตได้ว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและพลเอกประวิตร เริ่มมีความถี่มากยิ่งขึ้น

จึงน่าจับตามองว่าการลงพื้นที่จะเป็นการหาฐานเสียง เก็บคะแนนนิยมเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองที่แยบยลได้หลายด้าน ทั้งผลงานรัฐบาล สร้างฐานเสียง ชิงพื้นที่หรือไม่ 

แม้ว่าจะมีเสียงยืนยันมาโดยตลอดว่า เป็นการตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจ หรือลงไปรับฟังการแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมในฐานะรัฐบาลก็ตาม  

รัฐบาลเตรียมขยายเพดาน “กู้เงิน” โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484520

20 ก.ย. 2564

นายกฯเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน ขยับเพดาน “กู้เงิน” เกิน 60% ของ GDP ลุ้นก่อหนี้ ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้หรือไม่

คนไทยเข้าสู่ภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวจริงหรือไม่ มีข้อเท็จจริง เป็นตัวเลขสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ สิ้นปี ซึ่งจะอยู่ในช่วง 88-90% และยังมีความเป็นไปได้ที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนภายในปี 2564 อาจปรับเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ได้อีก หากผลของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด มีความรุนแรงและต่อเนื่องจนทำให้ GDP ลดต่ำลงกว่าที่คาดการไว้ยิ่งรัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ อาศัยแค่การล็อกดาวน์ไปเรื่อยๆ เมื่อตัวเลขยังไม่ลด ยิ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมขยายเพดาน "กู้เงิน" โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจรัฐบาลเตรียมขยายเพดาน “กู้เงิน” โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจ


การเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินและการคลังของของนายกรัฐมนตรี เตรียมพิจารณาข้อเสนอกระทรวงการคลังชงขยับเพดานหนี้สาธารณะขึ้นชั่วคราวจาก 60% เป็น 70% รองรับการตั้งขาดดุลงบประมาณ การกู้เงินเพิ่มเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจตามความจำเป็นในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวจึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

พลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว

-“โหวตวาระ3” หักปากกาเซียน แก้ไข รธน. เลือกตั้งบัตร2ใบผ่านฉลุย

รัฐบาลเตรียมขยายเพดาน "กู้เงิน" โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจรัฐบาลเตรียมขยายเพดาน “กู้เงิน” โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจ

เป้าหมายหลักของการกู้เงินเพิ่มของรัฐบาลอาจไม่ใช่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด แต่เป็นการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณประจำปี 2565 เพื่อให้หน่วยงานราชการมีเงินที่จะใช้จ่ายตามงบประมาณปี 2565 คำถามคือเราจำเป็นต้องใช้เงินและกู้เงินมากขนาดนั้นหรือไม่ เพราะจะสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชน

พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 มีเป้าหมายให้รัฐบาลต้องรักษาวินัยทางการคลังตามหลักการรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องรักษาวินัยตาม พ.ร.บ.นี้อย่างเคร่งครัดและไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง
 

รัฐบาลเตรียมขยายเพดาน "กู้เงิน" โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจรัฐบาลเตรียมขยายเพดาน “กู้เงิน” โปะงบประมาณขาดดุล ลุ้นฟื้นเศรษฐกิจ

พิชัย นริพทะพันธ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ ระบุว่าตามยุทธศาสตร์ชาติเศรษฐกิจไทยจะต้องขยายตัวปีละ 5% ไปอีก 20 ปี ประเทศไทยถึงจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงได้ แต่ 7 ปีที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์บริหารเศรษฐกิจของไทยขยายตัวเฉลี่ยได้เพียง 2% เท่านั้น และ 2 ปีที่ผ่านมาที่มีการนำยุทธศาสตร์ชาติมาเริ่มใช้ พลเอกประยุทธ์กลับบริหารเศรษฐกิจติดลบถึง -3.8 % ด้วยซ้ำ ถ้าขยายตัวในระดับนี้อีก 50 ปี ไทยก็เป็นประเทศรายได้สูง ตามที่พลเอกประยุทธ์ออกมาระบุ 
การกู้เงินมาเยียวยานั้นไม่ใช่ทางออกการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะยาว มาตรการแจกเงินต้องใช้ไปพร้อมกับการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่าย แต่เมื่อยังมีการล็อกดาวน์ กิจกรรมต่างๆหลายอย่างหยุดชะงัก  เมื่อการออกไปจับจ่ายใช้สอยยาก เงินกู้ที่ถูกนำมาใช้ในการเยียวยา นอกจากจะเพิ่มหนี้แล้ว ก็ยังไม่ได้แก้ปัญหา เว้นแต่จะเปิดประเทศได้ตามกำหนดในเดือนตุลา 

จับตา “พล.อ.วิชญ์” น้องรักบิ๊กป้อม ถือธง พปชร. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484424

19 ก.ย. 2564

พปชร.ยุคสมานแผล จับตา “พล.อ.วิชญ์” มือประสานสิบทิศ บิ๊กป้อมอาจดันเป็นหัวหน้าพรรค ถือธงนำทัพลุยเลือกตั้ง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

นับแต่ “พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา” ได้รับตำแหน่งประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ก็มีเสียงสะท้อนมากมาย ทั้งจากคนการเมือง และคนสายกีฬา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พล.อ.วิชญ์” เป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ช่วยงานด้านกีฬา มาหลายปีแล้ว ถึงคราวจำเป็น “บิ๊กป้อม” ต้องการมือทำงานการเมืองมาแทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็นึกเห็นแต่ บิ๊กน้อย-พล.อ.วิชญ์เท่านั้น

เนื่องจาก “พล.อ.วิชญ์” เป็นนักประสานงาน รู้จักมักคุ้นกับคนทุกวงการ และในอนาคต “บิ๊กป้อม” อาจต้องดัน “บิ๊กน้อย” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทนตัวเองก็ได้

4 ปีที่แล้ว พล.อ.ประวิตร ได้รับตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคไทย และ พล.อ.วิชญ์ ก็ถูกดึงมาเป็นผู้ประสานงานในฐานะผู้ช่วยเหรัญญิก

เย็นวันที่ 16 ก.ย.2564 พล.อ.ประวิตร ไปร่วมงานศพบิดาของ ภริม พูลเจริญ ส.ส.สมุทรปราการ ระหว่างเดินทางกลับฝนตกริน พล.อ.ประวิตร เดินลื่นแต่นายทหารคนสนิทประคองไว้ทัน จึงไม่ได้เสียหลักล้ม

วันที่ 17 ก.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เสร็จภารกิจที่ จ.ชลบุรี ได้เดินทางเข้าไปเยี่ยมดูอาการบิ๊กป้อม ที่มูลนิธิป่าบ้านรอยต่อฯ และใช้เวลาพูดคุยกัน พร้อมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน

นอกจาก พี่น้อง 2 ป. ก็มี พล.อ.วิชญ์ ร่วมวงสนทนาด้วย ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.วิชญ์ ได้พบปะกัน หลังมีการแต่งตั้งประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐคนใหม่

‘สนามม้าการเมือง’

หลายคนอาจคิดว่า “พล.อ.วิชญ์” เป็นมือใหม่ในแวดวงการเมือง จริงๆแล้ว อดีตนายทหาร ตท.11 คนนี้ คลุกคลีอยู่กับการเมืองไทยมานาน ผ่านราชตฤณมัยสมาคม หรือสนามม้านางเลิ้ง

ใครก็รู้ว่า สนามม้านางเลิ้ง เป็นแหล่งชุมนุมจอมยุทธ์การเมือง สมัย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ โลดแล่นอยู่ในยุทธจักร สนามม้าแห่งนี้เปรียบเสมือนวอร์รูมของ เสธ.หนั่น

ปี 2545 “เสธ.อ้าย” พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ในฐานะเลขาธิการกิตติมศักดิ์ และประธานอำนวยการแข่งขันม้า มีอำนาจคุมสนามม้านางเลิ้งเต็มตัว ได้ดึงตัว พล.อ.วิชญ์ มาเป็นกรรมการประชาสัมพันธ์

จะเห็นได้ว่า พล.อ.วิชญ์ อยู่ในสนามม้านางเลิ้งมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาช่วง “บิ๊กป้อม” เป็นประธานโอลิมปิค ดังนั้น พล.อ.วิญช์ จึงได้สัมผัสกับจอมยุทธ์การเมืองมากหน้า ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ มาจนถึงยุค คสช.

รวมถึง พล.อ.วิชญ์ ยังมีเครือข่ายสายกีฬา ซึ่งเกี่ยวพันกับสายการเมือง ก่อนหน้านั้น ปลายปีนี้ มีข่าวว่า บิ๊กป้อมอาจวางมือจากโอลิมปิคไทย และมอบให้บิ๊กน้อยเป็นประธานโอลิมปิคแทน

บังเอิญสถานการณ์เปลี่ยน พล.อ.วิชญ์ถูกดึงเข้ามาสนามการเมืองกระทันหัน ในภารกิจเร่งด่วนสานใจนักเลือกตั้งให้เป็นหนึ่งเดียว

‘สลายก๊วน’

หลังการเปิดตัวต่อหน้า ส.ส.พลังประชารัฐ “พล.อ.วิชญ์” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเป็นครั้งแรกว่าต้องการมาช่วย พล.อ.ประวิตร เพราะว่าเป็นพี่ที่รัก และขาดคนทำงานที่เป็นคนที่มองตารู้ใจและไม่ได้หวังตำแหน่งอะไรในอนาคต

พล.อ.วิชญ์ ยังบอกว่า ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่ง เพื่อตีกันพล.อ.ประยุทธ์ ตรงกันข้ามมาช่วยทั้ง พล.อ.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ ทำงาน ประสานกับ ส.ส.พลังประชารัฐกับฝ่ายการเมือง

โดยส่วนตัว พล.อ.วิชญ์ ยอมรับว่า ไม่สันทัดเรื่องการเมือง และกำลังร่างยุทธศาสตร์พรรค โดยตั้งคณะทำงานขึ้นอยู่โดยมีเป้าหมายคือ การทำให้ ส.ส.ในพรรค รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่แบ่งเป็นกลุ่มก๊วน

ด้านหนึ่ง การเข้ามานั่งประธานยุทธศาสตร์พรรคของบิ๊กน้อย ก็เป็นการหย่าศึก ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับกลุ่ม 4 ส. (สมศักดิ์ สุริยะ สุชาติ สันติ) เพราะบิ๊กป้อมรู้ดีว่า ร.อ.ธรรมนัส มิอาจพูดคุยกับกลุ่มคู่รักคู่แค้นได้เหมือนดังเก่า

ด้วยเหตุนี้ บิ๊กป้อมจึงหาตัวละครที่เข้าทำหน้าที่เชื่อมประสานทุกกลุ่มก๊วนในพลังประชารัฐ และพล.อ.วิชญ์ เหมาะที่จะรับตำแหน่งมือประสานสิบทิศ

อนาคต พล.อ.วิชญ์ อาจขยับเป็นผู้นำพรรคหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับช่วงจังหวะเวลา หากบิ๊กป้อมเห็นว่า พลังประชารัฐต้องมีแม่ทัพลุยหาเสียงเต็มตัว ก็อาจใช้บริการบิ๊กน้อย

ซินแสเข่ง ผ่าดวง 3 นายพล “บิ๊กน้อย” มีดวงราชา ชะตาแข็งโป๊ก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484418

19 ก.ย. 2564

รอยร้าวพลังประชารัฐยากสมาน ปมแตกแยก ชี้เหตุดวง ฮวงจุ้ยที่ตั้งพรรคพปชร.ไม่ดี ทำให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยก ร้าวลึกถึง 3ป. ประยุทธ์ บิ๊กป๊อก และ บิ๊กป้อม สุดยอด “บิ๊กน้อย” มีดวงราชา เป็นดาวอิทธิฤทธิ์มั่นคงในตำแหน่งดวงแข็งโป๊ก รับดวงปี65

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย เจาะลึกวิกฤติ ปมขัดแย้งหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจล้มรัฐบาลลุงตู่ เหตุฟ้าผ่าปลดสอง รมต.ช่วย เหรัญญิก และ เลขาธิการพรรค พี่ใหญ่ บิ๊กป้อม เครียดเพราะอยู่ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หวานอมขมกลืนส่งผลให้ 3ป.มีผลกระทบเป็นรอยร้าวแทรกซ้อนวุ่นวาย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง

ประกอบกับที่ทำการพรรคพลังประชารัฐที่ไม่มั่นคง สร้างจุดสร้างความแตกแยก หากจะล้มบิ๊กตู่ต้องตัดกำลังสำคัญ 3ป.ให้แตกก่อน มิฉนั้นสายเลือดข้นยากที่จะหลุดได้ ด้วยเหตุนี้ผู้นำพรรคจึงตกอยู่ในภาวะสับสน 

เมื่อบิ๊กป้อมนัดประชุมพรรค ที่รัฐสภา เปิดตัว ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เกิด พฤหัสที่ 19 ตุลาคม 2493 ตกดวงผู้นำสูงสุด ตกเลข 19 นั่งเก้าอี้สามขามาเกิด มีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน มีความเป็นผู้นำสูง 

บิ๊กน้อย  พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา บิ๊กน้อย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

ดาวเกตุถือเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ ดาวเป็นประธาน ดาวบุญฤทธิ์ ดาวผู้ดี ได้รับการอุปถัมภ์จากผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจ และดาวอาทิตย์ส่งผลให้อิทธิพลเหนือผู้อื่น ส่งเสริมให้มีอนาคตกับความยิ่งใหญ่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

แต่ต้องเตือนให้รอบครอบในการทำงาน ดาวคู่บารมีดวงเมืองเสริมดวงชะตา ตกดวงราชาเสริมทั้งวันเดือนและปีเกิด ตกดวงครบรอบปีเดียวกับดวงเมืองแต่ต่างรอบอายุ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หากอนาคตได้รับตำแหน่งสืบทอดของการเป็นผู้นำจะสร้างความมั่นคงมากในปี 2565 ดวงเมืองประเทศไทยเปลี่ยน หากคนที่จะมาบริหารบ้านเมืองรับผิดชอบ ถ้าผู้นำไม่มีอำนาจ บารมี ก็ยากที่จะนำพาประเทศประสพความสำเร็จได้ ในยุคโลกาภิวัฒน์

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่ม ถึงดวงของ บิ๊กตู่ พล อ. ประยุทธ จันทร์โอชา กับความเปลี่ยนแปลงจากเดือนตุลาคม ส่งเสริมเพิ่มอำนาจ ในตำแหน่งดวงผู้นำที่มั่นคงมากขึ้น แต่อาจจะมีผล กระทบในช่วงระหว่างปลายปี ระหว่างเดือนธันวาคม และ มกราคม ที่จะมีมรสุมเข้ามาอีกครั้ง 

แต่เป็นเพียงมรสุมจากภายนอกที่ทำให้ต้องหงุดหงิดกับการให้ร้ายป้ายสียุแหย่สร้างความแตกแยก และผงาดขึ้นอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ เพราะมีดาวศุภฤกษ์โคจรเสริม ประกบดวงราชาเข้ากุมดวงชะตากับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตให้มั่นคงมากขึ้นในปี 2565

เอาไม่อยู่ “พลังประชารัฐ” ร้อยซุ้มพันก๊ก รออวสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/blogs/scoop/484333

18 ก.ย. 2564

ผลข้างเคียง “พลังประชารัฐ” ป่วยไข้ไม่จบ ส.ส.ร้อยซุ้มพันก๊กป่วน แถม”2 ป.”ร้าวลึก ซ้ำเติมเอกภาพพรรค คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ธรรมนัสเอฟเฟกต์ยังไม่จบ “พลังประชารัฐ” กลายเป็นพรรคอมโรค ส.ส.ส่วนใหญ่ออกอาการถอดใจ แถมมีส่วนให้เกิด “สภาล่ม” ถึงสองหนซ้อน 

แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค จะสั่งให้ยุบก๊วนก๊ก สร้าง “พลังประชารัฐ” ให้เป็นหนึ่งเดียว แต่ก็ยังเห็นรอยปริร้าวภายในพรรค

นับแต่วันก่อตั้ง “พลังประชารัฐ” ก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจ ไม่ต่างจากพรรคสหประชาไทย หรือพรรคสามัคคีธรรม มาถึงวันนี้ พลังประชารัฐ กำลังเข้าสู่โหมดพลังประชาเละ

วันที่ 17 ก.ย.2564 ที่ประชุมรัฐสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ การศึกษาแห่งชาติ เป็นกฎหมายปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่ง ส.ว.บางส่วน และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ก็อยู่ในห้องประชุม แต่ไม่แสดงตัว สุดท้ายสภาล่ม

ว่ากันว่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐบางคน ใส่เกียร์ว่าง เล่นเกมใต้ดินเขย่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

อ่านข่าวที่น่าสนใจ

“ซุ้มประวิตร”

พลันที่ “บิ๊กป้อม” ประมุข “พลังประชารัฐ” ประกาศไม่ปรับโครงสร้างพรรค และยังให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อยู่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค ตามมาด้วยการตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ความอึมครึมก็ตามมา

วันนี้ของ “ธรรมนัส” ก็ไม่เหมือนเดิม จากที่เคยคุยว่า มี ส.ส.พลังประชารัฐ อยู่ในมือมากกว่า 40 คน แต่พอหัวโขนรัฐมนตรีหลุด ก็เหลือ ส.ส.ที่ยังเดินตาม 11 คน แยกเป็น ส.ส.เหนือ 7คน และ ส.ส.อีสาน 4 คน

วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานวิปรัฐบาล มี ส.ส.เขตในครอบครัวอีก 4 คน รวมเป็น 5 คน ซึ่งวิรัช กำลังเผชิญวิบากเรื่องสนามฟุตซอล อาจถึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.

ส.ส.ภาคใต้ 14 คน ส่วนใหญ่เป็น “ส.ส.นกแล” ไม่มีเอกภาพ ไม่มีผู้ดูแลเป็นเรื่องเป็นราว มักถูกดึงไปซุ้มโน้นซุ้มนี้ ล่าสุด “บิ๊กป้อม” เรียกเข้าพบที่บ้านป่ารอยต่อฯ เพื่อเคลียร์ปัญหาคาใจ

นอกจากนี้ ส.ส.ภาคกลาง ประมาณ 7-8 คนที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายจังหวัด ก็จะมาขึ้นตรงกับบ้านป่ารอยต่อ 

“ซุ้มประยุทธ์”

วันที่ “พลังประชารัฐ” เผชิญวิกฤตการเมืองในพรรค กลุ่มก๊วนที่ไม่เอา “ธรรมนัส” ได้ไหลรวมไปหนุนหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

อย่างเช่นกลุ่ม “มังกรน้ำเค็ม” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ผนึกกำลังกลุ่มเมืองมะขามหวานของ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ออกแรงดึง ส.ส.นกแลประมาณ 20 กว่าคน ให้มาอยู่ข้างนายกรัฐมนตรี

“เสี่ยเฮ้ง” อาจมี ส.ส.ในสังกัดไม่มาก แต่ก็อาศัยการทำงานจริงจัง เข้าตา พล.อ.ประยุทธ์ และช่วงหลัง จะสังเกตเห็นเสี่ยเฮ้ง กลายเป็นเงานายกฯ

กลุ่มสามมิตร นำโดยสมศักดิ์ เทพสุทิน, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย มีกำลังอยู่ในมือประมาณ 14-15 คน รวมกับกลุ่มกำแพงเพชรของ วราเทพ รัตนากร

ด้วยความเก๋าของสมศักดิ์ จึงเก็บอาการได้ ในวันที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค สมศักดิ์ผู้เจบจบเรื่องการย้ายพรรค ย่อมรู้ดีว่า อนาคตของสามมิตร จะไปทางไหน

กลุ่มเมืองสิงห์ นำโดย ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็รวบรวม ส.ส.ภาคกลาง และ ส.ส.กทม. ไว้ในมือได้จำนวนหนึ่ง 

กลุ่มเหนือตอนล่าง ของ หิมาลัย ผิวพรรณ มี ส.ส.นครสวรรค์ ,พิษณุโลก และพิจิตร 3 คน ซึ่งเดิมทีคนเข้าใจว่า ส.ส.กลุ่มนี้อยู่กับธรรมนัส แต่จริงๆแล้ว หิมาลัยนั้นยืนข้างนายกฯ 

กลุ่มตะวันตก ได้แก่ ส.ส.กาญจนบุรี 4 คนคือ พล.อ.สมชาย วิษณุวงศ์,สมเกียรติ วอนเพียร, ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ และอัฏฐพล โพธพิพิธ ก็ถูกดึงมาอยู่ฝั่งทำเนียบรัฐบาล

ส่วนกลุ่มบ้านใหญ่ อย่างสมุทรปราการ, ชลบุรี, ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ไม่ได้ไปสังกัดซุ้มใหญ่ ต่างมีอิสระในการเคลื่อนไหว แต่ในวิกฤตพลังประชารัฐครั้งที่แล้ว กลุ่ม ส.ส.บ้านใหญ่ เลือกข้าง พล.อ.ประยุทธ์

พลังประชารัฐในวันที่ “2 ป.” ไม่แนบแน่นเหมือนเก่า ส.ส.จึงรู้สึกเคว้งคว้าง และบางกลุ่มได้เตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว หากยุบสภา พลังประชารัฐ ก็มีสภาพไม่ต่างจากผึ้งแตกรัง

ป.ป.ช. ไต่สวน ”อนุพงษ์-สุริยะ-ทักษิณ” เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484307

18 ก.ย. 2564

อาจมองว่า ป.ป.ช. ตั้งเรื่องสอบทั้ง “พล.อ.อนุพงษ์-ทักษิณ- สุริยะ” เป็นเรื่องปกติธรรมดา ตามวงรอบของการร้องเรียนก็ใช่ แต่สำหรับคอการเมืองแล้ว มองว่าเรื่องนี้ ไม่ธรรมดา

หลังมรสุมการเมืองที่ถาโถมเข้าใส่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯผ่านพ้นไปและการที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้เอาคืนด้วยการปลด 2 รัฐมนตรีข้างกาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกจากตำแหน่งทำท่าว่าสงครามยังไม่จบ เพราะล่าสุด ป.ป.ช.ตั้งคณะทำงานไต่สวนนักการเมืองระดับบิ๊กอีกหลายคน 

จะว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.เป็นไปตามวงรอบและคำร้องที่มีการร้องขึ้นมาก็ใช่เพราะ ป.ป.ช.มีหน้าที่ในการผดุงความยุติธรรมป้องกันไม่ให้นักการเมืองหน้าไหนมาทำการทุจริตประพฤติมิชอบอยู่แล้ว 

แต่การการสัประยุทธ์ของคนในแวดวงการเมือง นับจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจจบลงด้วยข้อสงสัยและความหวาดระแวงต่าง ๆ นานา

ในส่วนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่รอดจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน แต่กลับถูกตรวจสอบจากศาลปกครองกลางด้วยการสั่งให้ ป.ป.ช.เปิดเผยผลสอบสวนกรณีนาฬิกาหรู 

ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้สื่อข่าวสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ยื่นฟ้อง ป.ป.ช.ต่อศาลปกครองกลาง กรณีไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 

โดยศาลปกครองกลาง ได้พิพากษาให้ ป.ป.ช.ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร ให้กับสำนักข่าวแห่งนี้

ซึ่งก่อนหน้านี้  ป.ป.ช. ชี้แจงต่อศาลปกครองกลางว่า หากมีการเปิดผลการสอบสวนทั้งหมดจะไปประทบบุคคลอื่นอาจไม่สามารถเปิดเผยได้

เรื่องนี้ป.ป.ช. ยังสามารถอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองกลางไปยังศาลปกครองสูงสุดได้

ขณะที่ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ขึ้นมาไต่สวน”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทยและพวกรวม6 คนที่ไปอนุมัติให้บริษัทลูกในเครือเครื่องดื่มชื่อดัง ใช้พื้นที่เพิ่มเติมในการขยายโรงงานที่อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น  

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ซึ่งชุมชุมร้องคัดค้านการใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นป่าชุมชนตามกฎหมายที่ให้ชาวบ้านได้ใช้สิทธิร่วมกัน

ประกอบกับการอนุมัติดังกล่าวที่มีรายงานว่าได้ทำรายงานสำรวจประชาพิจารณ์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว แต่กลับมีข้อเท็จจริงที่แย้งกันว่ายังไม่ได้ทำ ซึ่งหากเป็นไปตามนี้อาจเข้าข่ายทำรายงานเท็จ 

และเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเพราะคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่มีมติให้ตั้งองค์คณะไต่สวน ไม่ใช่แค่ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณา และกรณีนี้ตั้ง สุภา ปิยะจิตติ มือปราบตงฉินของ ป.ป.ช.เป็นประธานตรวจสอบเลย 

มีข่าวก่อนหน้านี้ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ที่อิงกับพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี มีปากเสียงกับ “พล.อ.ประวิตร” กรณีแต่งตั้งปลัดมหาดไทย

และกรณีมีข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ต้องการเก้าอี้ รมว. มหาดไทย  

เป็นปัญหาในครม.ที่ “พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประวิตร” พี่น้อง3 ป.จะต้องตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร จะแก้ปัญหากันอย่างไร

ขณะเดียวกัน “พล.อ.ประวิตร” ก็ต้องการกระชับอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ ด้วยการประกาศไม่ลาออก ประสานเสียงกับ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่ง “พล.อ.ประวิตร” ประกาศว่าในพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีก๊วน ขอให้สลายก๊วน  

อาจแปลได้ว่า “พล.อ.ประวิตร” ยึดอำนาจพปชร.มาไว้ที่ตนเองและยังมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นมือขวาในตำแหน่งเลขาธิการพรรค

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจมีหลายกลุ่มที่แตกแยก อาทิ สามมิตร ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มนายสันติ พร้อมพัฒน์ พล.อ.ประวิตร ก็เลยยึดเก้าอี้ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคของนายสมศักดิ์ แกนนำสามมิตร มาให้กับ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นที่เรียบร้อย 

ต่อมา ป.ป.ช.มีมติไต่สวน “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯกรณีจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทยที่เป็นต้นเหตุของการทำให้การบินไทยขาดทุนแทบล้มละลาย พ่วงสอบ “นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำสามมิตรที่เป็น รมว.คมนาคม ในขณะนั้นด้วย  
 

อาจจะมองว่า ป.ป.ช. ตั้งเรื่องสอบทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ นายทักษิณ และนายสุริยะ ตามวงรอบของการร้องเรียน เป็นเรื่องปกติก็ใช่ แต่สำหรับ คอการเมือง แล้วมองว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาแน่นอน

พลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484282

18 ก.ย. 2564

พี่ใหญ่สยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนประยุทธ์ อยู่ยาว ใช้ทุกองคาภยพ เร่งอุดรอยร้าว ในพรรคพลังประชารัฐ ไร้วี่แววยุบสภาในระยะเวลาอันใกล้นี้

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ทุกครั้ง ที่ลงพื้นที่ผมได้สัมผัสใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และข้าราชการที่เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศร่วมกัน สังเกตเห็นแววตาที่มีความหวังของทุกคน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยมิตรไมตรี ยิ่งทำให้มีกำลังใจในการทำงานเพื่อคนไทยทุกคนต่อไปนี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อความในเฟสบุ๊คที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี สื่อสารกับประชาชนหลังลงพื้นที่factory sandbox ที่ชลบุรี เมื่อวานนี้ ท่ามกลางกระแสข่าว นายกฯใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ว่างลงสองเก้าอี้  ชูโรง หาแรงสนับสนุนช่วงโค้งสุดท้ายทางการเมือง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว

“ธรรมนัส” อยู่ยาว ประชุมพลังประชารัฐพรุ่งนี้ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

อย่าประมาท “3ป” สิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นความจริง

เราได้เห็นบทบาทพี่ใหญ่ของพลเอกประวิตร จากการดำรงอยู่ของร้อยเอกธรรมนัส และนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ในพรรคพลังประชารัฐ หลังจากพลเอกประยุทธ์ ไม่ยอมรับคำขอขมา ช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยการใช้อำนาจปลดออกจากเก้าอี้รัฐมนตรี บางคนคาดหวังถึงขั้นไม่มีที่ยืนในพรรค แต่พี่ใหญ่ก็ทำให้การคาดการณ์ของหลายฝ่ายกลับตาลปัตร ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรคพลังประชารัฐจึงจัดอยู่ในจังหวะซิทคอม ใช้ทุกองคาพยภ สยบความเคลื่อนไหวภายในพรรค
ประเดิมจากการมอบตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคปลอบใจ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำสามมิตรที่ผิดหวังมาหลายครั้ง หรือแม้กระทั่ง การตั้งองค์คณะไต่สวน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วงปี44-47 ร่วมมือกับทักษิณ ชินวัตร จัดซื้อเครื่องบินการบินไทย10 ลำมูลค่ากว่าห้าหมื่นล้านก็ยังมีคำถามว่าอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของพลเอกประวิตรหรือไม่ เมื่อ ปปช.ซึ่งถูกศาลปกครองสั่งให้เปิดเผยผลสอบนาฬิกาหรูยังยืนกระต่ายขาเดียวว่าเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดไม่ได้  

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ปิดสมัยประชุมรัฐสภา รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ก็มีเวลาหายใจหายคอ มีเวลามากพอจะเขย่า เพื่อสยบทุกความเคลื่อนไหว ที่เป็นคลื่นใต้น้ำ 20 กันยา มีข่าวว่าจะมีการพิจารณาขยับเพดานเงินกู้เป็น70% ของจีดีพี เตรียมการไว้ตั้งแต่ยังไม่ใช้งบประมาณปี2565 หมายความว่าเงินไม่พอใช้  นี่เป็นส่วนหนึ่งที่คาร์ม็อบ ในโอกาสครบรอบ15ปีรัฐประหาร นำมาเป็นหัวข้อในการขับเคลื่อน นอกเหนือจากการเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งดังอยู่ในโลกออนไลน์

พลังประชารัฐสยบ "คลื่นใต้น้ำ" หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาวพลังประชารัฐสยบ “คลื่นใต้น้ำ” หนุนรัฐบาลประยุทธ์ อยู่ยาว

ไม่มีสัญญาณใดๆจะมาซึ่งการยุบสภา ตามที่อดีตนายกฯทักษิณ คาดการว่าจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ ทุกความหวังที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะมาจากเงินกู้ หรือ การก่อหนี้ ในภาวะที่ประชาชนกำลังจะจมน้ำตาย อย่างดีก็ทำได้แค่ฝืนยิ้ม

ม็อบ “ดินแดง” ยืดเยื้อ คนการเมือง เปิดเกมมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484224

17 ก.ย. 2564

สมรภูมิ “ดินแดง” ยืดเยื้อ ชาวบ้านเดือดร้อน คนการเมือง 3 พรรค 1 กลุ่ม เปิดเกมมวลชน ปูทางสู่สังเวียนเลือกตั้งท้องถิ่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบ “ดินแดง” ยืดเยื้อมาร่วมเดือน สถานการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมอิสระกับตำรวจ คฝ.ยังไม่มีทีท่าจะยุติลงโดยเร็ววัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านโดยรอบสมรภูมิ “ดินแดง” ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ส ได้เดินทางไป สน.ดินแดง เรียกร้องให้ตำรวจหามาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อคืนความสงบ

แทบทุกคืน “ดินแดง” ระงมเสียงพลุ ประทัดยักษ์ กระสุนยาง และควันแก๊สน้ำตา กระทบการดำรงชีวิตช่วงกลางคืน ชาวบ้านไม่สามารถนอนหลับพักผ่อนได้

กรณีเหตุปะทะกันที่ “ดินแดง” ไม่ได้มีแค่มติการเมืองนอกสภา เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมอิสระต้องการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯ หากแต่ยังมีเรื่อง “การเมืองในพื้นที่” ของอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของบางพรรคการเมือง

เช้าวันที่ 17 ก.ย.2564 ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand โดยดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ ทางช่อง 9 ได้เปิด

โอกาสให้ “อรพินทร์ เพชรทัต” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ได้ชี้แจงกรณีกรรมการชุมชนดินแดง พาดพิงว่า ตามหาตัวเธอไม่เจอ เพราะอยากให้เข้ามาดูแลความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งอรพินทร์ ได้แจกแจงว่า เธอก็มีตัวแทนอยู่ในพื้นที่ แต่ก็ไม่มีใครแจ้งข่าวมา

ครอบครัวของอรพินทร์ ทำงานการเมืองในเขตดินแดง มายาวนานกว่า 20 ปี ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล หากชาวบ้านเดือดร้อน ก็พร้อมจะช่วยเหลือทุกคน

ก่อนหน้านี้ ทางรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ได้สัมภาษณ์ประสงค์ หอมสนั่น กรรมการชุมชนดินแดง ที่ออกมาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ลดความรุนแรงในการใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ในการควบคุมสถานการณ์ชุมนุม ใกล้พื้นที่ชุมชนพักอาศัย

จริงๆแล้ว มีตัวละครการเมืองอีกคนหนึ่งที่กรรมการชุมชนดินแดงไม่ได้พูดถึง คือ “อดิศร โพธิ์อ่าน” อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอดิศร ได้ออกมาส่งเสียงให้ทางการดูแลชาวแฟลตดินแดงมาแต่แรกๆ

‘เสียงคนดินแดง’

สถานการณ์ที่ “ดินแดง” เริ่มเปลี่ยน เมื่อประชาชนในย่านแฟลตดินแดง ได้แสดงออกถึงความไม่พอใจในการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุม

อดิศร โพธิ์อ่าน อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตห้วยขวาง-ดินแดง ได้เคลื่อนไหวผ่านเพจอดิศร โพธิ์อ่าน ดินแดง ห้วยขวาง เมื่อ 14 ก.ย.2564

“เรื่องเด็กดินแดงถูกไล่ฟัน ไล่ยิง จนตกสะพาน ถ้าเรื่องนี้ไม่เดิน ระวัง เด็กดินเเดง จะขยับแล้วจะรู้จัก คนดินแดง เป็นยังไง”

16 ก.ย.2564 อดิศรยังโพสต์อีกว่า “ผม และ เปาบุ้นจิ้น ดินแดง ลงพื้นที่ แฟลตดินแดง 1 และดินแดง 2 เล่าให้ชาวบ้านฟังว่า เด็กบ้านเรา ถูกบุคคลไม่ทราบฝ่าย ทำร้าย ไล่ยิง และไล่ฟัน จนบาดเจ็บสาหัส และไม่มีเงินค่าผ่าตัดในส่วนเกิน”

เด็กดินแดงคนนั้นชื่อ “ชนชิต” เหยื่อจากการกระทำของผู้ชุมนุมบางกลุ่ม กำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ

“อดิศร” เป็นลูกชายคนโตของทนง โพธิ์อ่าน อดีตประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ที่ถูกบังคับให้สูญหายสมัยรัฐบาลทหาร รสช. ลงสนาม ส.ส.ครั้งแรก ได้กว่า 2.5 หมื่นคะแนน ถือว่าไม่ธรรมดาเลย

ลูกชายผู้นำสหภาพแรงงานฯ เหยื่ออำนาจเผด็จการ ยังขอเสนอตัวรับใช้พี่น้องชาวดินแดง-ห้วยขวางในการเลือกตั้งสมัยหน้า แต่ยังไม่ระบุว่า จะสังกัดพรรคไหน

‘บ้านใหญ่ดินแดง’

จะว่าไปแล้ว การเมืองที่ “ดินแดง” ก็เป็นการต่อสู้ระหว่าง 3 พรรค กับ 1 กลุ่ม เนื่องจากอดิศร โพธิ์อ่าน ไม่ได้ติดป้ายพรรคก้าวไกลเหมือนเก่า และบอกคนดินแดงว่า หากได้พรรคใหม่แล้วจะแจ้งให้ทราบ

ผลการเลือกตั้งทั่วไป 2562 ที่เขต 5 (ห้วยขวางและดินแดง) ปรากฏว่า ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เพื่อไทย ได้ 27,897 คะแนน ,อรพินทร์ เพชรทัต พลังประชารัฐ 27,667 คะแนน, อดิศร โพธิ์อ่าน อนาคตใหม่ 25,484 คะแนน และธนา ชีรวินิจ ประชาธิปัตย์ 18,711 คะแนน

ประเดิมชัย อดีต ส.ก.เขตห้วยขวาง ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก แต่ ธนา ชีรวินิจ อดีต ส.ส.กทม.หลายสมัย สอบตก

ที่น่าสนใจคือ ตระกูล “เพชรทัต” ถือว่าเป็นเจ้าถิ่นดินแดงตัวจริง ทั้ง ชูพงษ์ เพชรทัต และ อนงค์ เพชรทัต ก็เคยเป็น ส.ก.เขตดินแดง มาแต่ยุคพรรคไทยรักไทยจนถึงพรรคเพื่อไทย ส่วนลูกสาว อรพินทร์ ได้เป็นประธานสมาชิกสภาเขตดินแดง (ส.ข.) พรรคเพื่อไทย สมัยที่แล้ว

เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ตระกูล “เพชรทัต” ย้ายมาพรรคพลังประชารัฐ แต่แพ้ประเดิมชัยแบบฉิวเฉียด หลังเลือกตั้ง อรพินทร์ ได้เป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. (พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง) และเมื่อปี 2564 อรพินทร์ ย้ายไปรับตำแหน่งเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง)

เวลานี้ อรพินทร์ และทีมงานตระกูลเพชรทัต ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ก.ทั้งเขตดินแดง และห้วยขวาง เรียบร้อยแล้ว โดยอนงค์ และลูกสาว-อรพินทร์ ได้ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านช่วงโควิดทุกวัน

15 ปี 19 กันยา “ทักษิณ” เล่าเรื่องคนซื่อบื้อ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484184

17 ก.ย. 2564

ปลุกผี 19 กันยา “ทักษิณ” เล่าความพ่ายแพ้ของคนซื่อบื้อ แตะชนชั้นนำเอาใจม็อบสามนิ้ว จุดกระแสคาร์ม็อบชนรถถัง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใกล้ถึงวันครบรอบ 15 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 “ทักษิณ ชินวัตร” ได้ใช้พื้นที่คลับเฮาส์ของกลุ่มแคร์ เล่าความหลังให้คนรุ่นใหมฟัง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ทักษิณ” เล่าเบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยา ไม่รู้กี่ครั้งกี่หน นับแต่เขาไปลี้ภัยอยู่ต่างแดน บางครั้งให้สัมภาษณ์สื่อไทยและสื่อเทศ บางคราวก็เล่าผ่านเวทีชุมนุมใหญ่ของ นปช.

ปีนี้ กลุ่มแคร์ ได้ให้ “ทักษิณ” เล่าเรื่อง 19 กันยา เวอร์ชั่นประวัติศาสตร์จากปากพี่โทนี่ ประสานกับคาร์ม็อบ ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

เนื่องจากทีมงานกลุ่มแคร์ มองว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดในห้วงการรัฐประหาร 2549 พอจำความได้ก็เห็นแต่ความแตกแยกเสื้อเหลือง-เสื้อแดง จึงให้อยากเด็กๆ ได้ฟังเรื่องเล่าจากปาก “ทักษิณ” บ้าง

อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันเยาวชนคนรุ่นใหม่ รับรู้เรื่องรัฐประหาร 19 กันยา ที่ก้าวข้ามคณะนายทหาร และผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญไปแล้ว พวกเขามอง “โทนี่” หรือทักษิณ เป็นตัวละคร ที่ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้อยวลี “สู้ไป กราบไป” เหมือนฝันร้ายที่คอยหลอกหลอน “ทักษิณ” ดังนั้น กลุ่มแคร์ที่หวังจะรีแบรนด์โทนี่ ให้เป็นความหวังของเยาวชน Gen X Gen Z ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

‘คนซื่อบื้อ’

คืนวันอังคารที่ 14 ก.ย.2564 “ทักษิณ” ได้เล่าเรื่องลึกๆ ทั้งก่อนและหลังรัฐประหาร พยายามจะแตะ “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” แต่ก็ไม่กล้าพูดทั้งหมด

“ทักษิณ” ทำได้แค่เล่าความเป็นพระเอกของตัวเองว่า “ตอนนั้นพอโดนปฏิวัติแล้ว ก็เลยบินกลับไม่ได้ เพราะเครื่องบินการบินไทยถูกล็อคไว้โดย คปค. ถ้าผมบินกลับมาสนุกแน่ สรุปผมไปลงลอนดอน หลังจากนั้นผมเคยถาม พล.อ.สนธิเล่นๆ ว่าถ้าผมอยู่ ท่านกล้าปฏิวัติมั้ย เขาบอกไม่กล้า เพราะเขารู้ว่าผมเป็นคนกล้าคอมมานด์ ผมเป็นคนไม่กลัวตาย แต่ผมเป็นนักเลงพอ จบเป็นจบ”

เดือน ก.ย.2549 ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น มีภารกิจเดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ด้วยความไม่ประมาท เขาได้เขียนประกาศภาวะฉุกเฉิน ลงนามไว้เรียบร้อย โดยมอบให้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ถือไว้คนละฉบับ

“คนของผม 2 คน ไปตามหารัฐมนตรีกลาโหม(พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา) วันนั้นรัฐมนตรีกลาโหมของผมถูกพาไปซ่อนที่ไหนก็ไม่รู้ 2 คนนี้ก็ไม่กล้าตัดสินใจ ก็เลยช้าไป ไปประกาศได้ครึ่งเดียว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ถูกจี้ เขาก็ปิดทีวีช่อง 9 เลยไม่ได้อ่าน ทำให้เราประกาศภาวะฉุกเฉินไม่ทัน”

เนื้อหาคำประกาศภาวะฉุกเฉินคือ สั่งย้าย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นหัวหน้าผู้ปฏิบัติตามประกาศภาวะฉุกเฉิน

พล.อ.เรืองโรจน์ พร้อม “หมอมิ้ง” และ “รองชิดชัย” พยายามจะตั้งกองบัญชาการต่อต้านคณะปฏิวัติที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ แต่ถูกกำลังทหารจากพลร่มป่าหวาย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้าจับกุม

ต่อมา พล.อ.เรืองโรจน์ เข้ารายงานตัวต่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ที่กองทัพบก ซึ่งภายหลัง พล.อ.เรืองโรจน์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา คปค.

ทักษิณยอมรับว่าเป็นคนซื่อบื้อ ที่แต่งตั้ง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เป็น ผบ.สส.

‘ลับลวงพราง’

ผ่านมา 15 ปี “ทักษิณ” ทำได้แค่บอกกับคนรุ่นใหม่ว่า ตัวเองซื่อบื้อ ไม่ทันเกมอำนาจของชนชั้นนำ ทั้งที่มีอำนาจเต็มมือ แต่ก็ปล่อยให้ฝ่ายจารีตก่อการยึดอำนาจได้สำเร็จ

จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของทักษิณคือ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ เตรียมทหารรุ่นที่ 5 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ. และอดีต ผบ.สส.

ก่อนฤดูโยกย้ายปลายปี 2548 พล.อ.ชัยสิทธิ์ เกษียณอายุ ผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.เรืองโรจน์ เข้าดำรงตำแหน่ง ผบ.สส. ขณะที่คู่แข่งได้แก่ พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ รอง ผบ.สส.ขณะนั้น แต่สุดท้าย พล.อ.เรืองโรจน์ ได้เป็น ผบ.สส.

ช่วงรัฐประหาร 2534 พล.อ.เรืองโรจน์ เป็นนายทหารเสนาธิการประจำตัวของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ผบ.สส.สมัยนั้น เรียกว่าเป็นนายคนสนิท “บิ๊กจ๊อด”

อีกด้านหนึ่ง คืนวันนั้น (19 ก.ย.2549) ทายาท “บิ๊กจ๊อด”อย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. ยังเป็นนายทหารระดับคุมกำลัง ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) “บิ๊กแดง” ได้ปล่อยวลีเด็ดไปถึงนายทหารฝ่ายทักษิณว่า “ผมอยู่กับพี่บัง” (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ทำให้ขบวนการต้านรัฐประหารต้องจบเกม

เรื่องเล่าของคนแพ้ ยังคงจะได้เล่ากันอีกหลายครั้ง ตราบใดที่ “ทักษิณ” ยังไม่ได้กลับบ้าน และพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

พลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/484147

17 ก.ย. 2564

เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองเต็มตัวเสียที สำหรับพลเอก “ประยุทธ์” จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังเริ่มลงพื้นที่ ที่มีปัญหา แต่ยังถูกจับตา เข้าหาสมัครพรรคพวกทางการเมือง

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

หลังจากพูดเป็นนัยให้ผู้ว่าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับฟังเสียงสะท้อน จากส.ส. เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่พลเอกประยุทธ์ ก็เริ่มเดินหน้า ลดช่องว่างระหว่าง ส.ส.กับนายกรัฐมนตรี ด้วยการลงพื้นที่ ติดต่อกัน เริ่มจากสมุทรปราการ ที่กำลังเผชิญกับวิกฤติน้ำมีนายกฯตู่ สะใภ้ตระกูลอัศวเหมเป็นคนดูแล   ตรวจเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท มีอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนกำกับหรือแม้แต่การ ตรวจโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดวันนี้ ที่ชลบุรี   มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สุชาติ ชมกลิ่น เป็นคนดูแล

หลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ ที่ร้อยเอก ธรรมนัส ยังอยู่ร่วมหัวจมท้าย ชนิดพลิกความคาดหมายของหลายสำนัก โดยมีลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักพลเอกประวิตร รับหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์พรรค ปรากฏการณ์นี้ ถูกณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคาร์ม็อบเปรียบเทียบว่า เสมือนฤาษีโคบุตร ได้หัวใจทศกัณฐ์คืนมาอยู่ในกำมือ  พลเอกประวิตรผู้เป็นดั่งอาจารย์ของพลเอกประยุทธ  
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

การปรากฏตัวในที่ประชุม ส.ส.พรรค พปชร.ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ถูกมองจาก สมชัย ศรีสุทธิยากร ผอ.ศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา ม.รังสิตว่าเป็นอาฟเตอร์ช็อกของฝั่งพลเอกประยุทธ์ หลังลงดาบสังหารแต่ไม่สามารถขับธรรมนัสและนฤมล พ้นจากตำแหน่งในพรรค ยิ่งมีการปรากฏตัวในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ของอดีตคู่แข่งชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในอดีต อย่างพลเอกวิชญ์ ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์ว่า รู้จักร้อยเอกธรรมนัส มาตั้งแต่ยังทำงานให้เสธ.ไอซ์  มองยังไงก็ไม่ต่างจากการจัดไลน์ในกองทัพของพลเอกประวิตร

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

เป็นที่รู้กันว่า ภายในพรรคพลังประชารัฐ
กลุ่มร้อยเอกธรรมนัส ไม่ค่อยกินเส้นก็สามมิตร ขณะที่ซุ้มมังกรน้ำเค็มของสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ถือเป็น
ดาวรุ่งในพรรค นอกจากบ้านใหญ่ที่ต้องพึ่งบารมีนายกรัฐมนตรี กลุ่มที่ผิดหวังมาสองครั้งสองครา อย่างสามมิตรใยจะไม่ใช่กลุ่มที่พลเอกประยุทธ์ อยากคบหา สามมิตรเคยพลาดเก้าอี้เลขาฯและว่ากันว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน จองตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคไว้   
ก้าวย่างของพลเอกประยุทธ์ อาจเป็นการชิมลางสู่ตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ  แต่การเดินบนเส้นทางการเมืองนับจากนี้ไป มีราคาที่ต้องจ่ายรออยู่

พลเอก "ประยุทธ์" เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้วพลเอก “ประยุทธ์” เข้าสู่วงโคจรทางการเมืองแล้ว