‘โอเคเนวิน’เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445136

‘โอเคเนวิน’เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย 3 ตุลาคม 2563 – 17:11 น.

62 ปี เนวิน อดีต ส.ส.ค่ายสีส้ม อวยพรวันเกิดผ่านบทเพลง “เนวินผู้นำบุรีรัมย์เจริญ”

++
    วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค.2563 เป็นอีกวันหนึ่งที่นักการเมืองค่ายสีน้ำเงิน ทั้ง ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส. จะต้องไปบุรีรัมย์ เพราะวันเกิดครบรอบ 62 ปี ของ “เนวิน ชิดชอบ” 
    แอดมิน เพจลุงเนวิน แจ้งข่าวว่า “วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. สิบโมงเช้าถึงเที่ยง เราจะชวนกันไปหาลุงเนวิน ที่ ลานสนามหญ้าหน้าปราสาทสายฟ้า Buriram castle มาร่วมกันทำบุญวันคล้ายวันเกิดลุงเนวิน ไม่ต้องมีดอกไม้ติดมือ ไม่ต้องถือของขวัญติดมา มาแต่ตัวกับหัวใจที่จะทำบุญร่วมกัน ทุกบาททุกสตางค์ บริจาคให้โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เอาไปซื้อเครื่องมือแพทย์ ช่วยเหลือ รักษาประชาชนชาวบุรีรัมย์”

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

++
เปิดตัวซิงเกิลใหม่
++
    แอดมินเพจลุงเนวิน ยังเผยแพร่เพลง “เนวิน ชิดชอบ” ผลงานคำร้อง/ทำนอง โดย “สำลี รักสุทธี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
    “โอเคเนวิน ชิดชอบ
คือคำตอบของคนทำงาน
ชีวิตความคิดอุดมการณ์
เพื่อลูกหลานมีการงานทำ
ล้านหยดเหงื่อเพื่อพัฒนา
เพื่อประชาที่หาเช้ากินค่ำ
สร้างรายได้ให้คนบุรีรัมย์
ไม่ตกต่ำหรือตำน้ำกิน
* เนวิน เนวิน ชิดชอบ 
คือคำตอบของคนรักถิ่น
งานประจักษ์คนรักแผ่นดิน
ต่างชาติบินถึงถิ่นบุรีรัมย์
** บุรีรัมย์ตำน้ำกินยินอยู่
เนวินกู้ให้รุ่งเรืองจากเมืองต่ำ
ฟื้นเศรษฐกิจจากคิดแล้วทำ
สร้างบุรีรัมย์เป็นเมืองนำเจริญ
เนวินผู้นำบุรีรัมย์เจริญ 
เนวินผู้นำบุรีรัมย์เจริญ…”
  

 ตั้งแต่ เนวิน ชิดชอบ เล่นการเมือง จนกระทั่งวางมือไปอยู่ในธุรกิจลูกหนัง เพลงนี้ก็น่าจะเป็นเพลงประจำตัวเพลงแรกในชีวิตเขา

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

++
ส.ส.ส้มเก่า
++
    ถ้ายังจำกันได้ ตอนที่พรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ มี ส.ส. 9 คน ได้เลือกที่จะไปอยู่พรรคภูมิใจไทย แทนที่จะเลือกพรรคก้าวไกล
    หนึ่งในนั้นคือ“สำลี รักสุทธี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากมหาสารคาม ซึ่งพลพรรคพรรคอนาคตใหม่ เป็นเดือดเป็นแค้นมาก ถึงกับยกพลไปประท้วงกรณีสำลี “ทรยศอุดมการณ์” 

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

   ส.ส.สำลี นักแต่งเพลงประจำค่ายสีน้ำเงิน


    “สำลี” เป็นครูผู้สอนระดับประถมศึกษา 40 กว่าปี มีผลงานการศึกษาวิจัยปฏิบัติจริงในห้องเรียน จัดทำสื่อนวัตกรรมแก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้จนได้ผลจริง ได้จัดอบรมสัมมนาครูตามภูมิภาคต่างๆ เป็นที่ยอมรับของเพื่อนครูทั่วประเทศ 
    ปี 2557 สำลีเกษียณอายุราชการ ที่โรงเรียนบ้านวังจานโนนสำราญ ต.นาข่า อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

                      ผลงานของ ส.ส.สำลี  

'โอเคเนวิน'เพลงจากใจส.ส.ส้มแหกค่าย

             นี่ก็ผลงาน ส.ส.สำลี 


    เมื่อพรรคอนาคตใหม่ เปิดรับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ สำลีก็มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเสนอตัวลงสมัคร ส.ส. แกนนำพรรคสีส้มจึงวางตัวสำลีไว้ในบัญชีรายชื่อ
    วันนี้ สำลี ทำหน้าที่ผู้แทนชาวบ้านในสีเสื้อภูมิใจไทย และแต่งเพลง “เนวิน ชิดชอบ” ที่จะดังกระหึ่มปราสาทสายฟ้าในวันอาทิตย์นี้

เกมชิงบัลลังก์ “อธิการบดี มร.” ใครจะคว้าชัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445133

เกมชิงบัลลังก์ “อธิการบดี มร.” ใครจะคว้าชัย

เกมชิงบัลลังก์ "อธิการบดี มร." ใครจะคว้าชัย3 ตุลาคม 2563 – 16:30 น.

การเลือกตั้งของที่นี่จะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์เพราะเปรียบเสมือนเป็นสนามเลือกตั้งใหญ่กลายๆ เนื่องจากมีความร้อนแรงไม่แพ้สนามเลือกตั้งใหญ่เลยทีเดียวเเละเวทีนี้โดนเชื่อมโยงกับเวทีการเมืองใหญ่ไปด้วยเเม้ความจริงอาจมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างเเต่ไม่ใช่ทั้งหมด

ตอนนี้กกต.เเละกระทรวงมหาดไทยคุยกันรู้เรื่องเเล้วว่ากลางเดือนธันวาคมนี้จะมีหนึ่งการเลือกตั้งท้องถิ่นเเละจ่อใกล้คลอดกำหนดวันเลือกตั้งท้องถิ่นเเล้ว 

เเปลความว่าสถานะของรัฐบาลน่าจะยืดไปอีกระยะเเละจะเป็นการวัดเรตติ้งกลายๆว่าพรรคใดในสนามท้องถิ่นจะมีคะเเนนนิยมเพียงใดที่จะมีผลต่อสนามใหญ่ในวันข้างหน้า

เเละเร็วๆนี้หนึ่งสนามเลือกตั้งภายในองค์กรการศึกษาที่เข้มข้นไม่เเพ้สนามใดๆเเละสื่อหลากเเขนงมักให้ความสำคัญไม่มากก็น้อยนั้นคือการเลือกตั้งที่รั้วน้ำเงิน-ทอง

“ตลาดวิชา “คือหนี่งในนิยามของ“รามคำเเหง ” ( มร. )มหาวิทยาลัยเเห่งนี้ก่อตั้งมา48ปีผลิตบุคลากรไปรับใช้สังคมมากมาย เเละตำเเหน่งอธิการบดีคือคนที่กุมบังเหียนในการกำหนดทิศทางการศึกษาของนักศึกษามร.
 

โดยอธิการบดี มร.นั้นจะผ่านการหยั่งเสียงสรรหาให้มาดำรงตำเเหน่งจากบุคลากร มร.กว่าสองเเสนคนที่มีบัตร มร.ไปใช้สิทธิเศษ(จากมร.หัวหมากและสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติยี่สิบสามแห่งทั่วประเทศ ) 

 วันที่10,18ต.ค.2563(เลือกตั้งล่วงหน้าส่วนภูมิภาคและส่วนกลาง) และวันที่20 ต.ค. 2563 (เลือกตั้งจริง)เวลา 09.00-16.30น.)

ที่ผ่านมาการเลือกตั้งของที่นี่จะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์เพราะเปรียบเสมือนเป็นสนามเลือกตั้งใหญ่กลายๆ เนื่องจากมีความร้อนแรงไม่แพ้สนามเลือกตั้งใหญ่เลยทีเดียวเเละเวทีนี้โดนเชื่อมโยงกับเวทีการเมืองใหญ่ไปด้วยเเม้ความจริงอาจมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างตามวิถีประชาธิปไตยเเต่มันไม่ใช่เสียทั้งหมด เพราะอธิการบดีต้องเป็นกลางเเต่ให้สิทธิทุกคนในการเเสดงความเห็นที่ไม่ขัดเเละไม่ผิดกฎหมายเเละจารีตประเพณีการปกครองของไทย

การรีวิวศึกชิงธงอธิการบดี มร. คราวนี้มีผู้สมัครสามคนคือ เบอร์1 ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ,เบอร์2 ผศ.ดร.สถาพร สระมาลีย์ และเบอร์3 รศ.ดร.ปรัชญา พุ่มนาเสียว จับยามสามตาเบื้องต้นใครคือตัวเต็งที่จะคว้าชัย…

เบอร์ 1  เคยเป็นข้าราชการกระทรวงแรงงานมาก่อน ตอนที่เข้ารั้วมร.นั้นเคยทำหน้าที่คณบดีบัณฑิตวิทยาลัยและอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ นโยบายที่ใช้หาเสียงอาทิ พัฒนาระบบการเรียนการสอนเพื่อให้รามคำแหงเป็นมหาวิทยาลัยที่ทันสมัยอย่างแท้จริง  ,จัดระบบ Shuttle Bus ในมหาวิทยาลัย , ยกระดับงานอนามัยเป็ศูนย์สุขภาพชุมชน, ให้ทุนอาจารย์ศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศทุกปีการศึกษา  ,สร้าง RU IT Academic Platform สำหรับการเรียนการสอนให้เท่าทันโลกยุคใหม่ , สนับสนุนบุคลากรให้ศึกษาในระดับที่สูงขึ้นและสามารถปรับวุฒิการศึกษาได้ตามความเป็นจริงเเละเป็นธรรม ,เพิ่มจำนวนและขยายเวลาปิด/เปิดห้องอ่านหนังสือ(โดยเฉพาะโซนด้านหลังราม) , “ห้องน้ำสวย ห้องน้ำสะอาด” เปิดบริการตลอด 7 วัน/สัปดาห์, สร้างรายได้ให้นักศึกษาโดยการฝึกอาชีพเสริม ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, จัดสัปดาห์นัดพบแรงงาน

ส่วนเบอร์2นั้น มาจากคณะนิติศาตร์   
เน้นหาเสียงด้านรายได้และสิทธิที่เสียไปของอาจารย์และสายสนับสนุน เช่น พลิกโฉมมหาวิทยาลัย สร้างความเป็นเลิศ ,กระจายงานกระจายรายได้ของบุคลากร ,การสร้างสวัสดิการเป็นรายได้นอกจากเงินเดือน  พร้อมเรียกคืนสิทธิจ่ายเต็ม เงินเดือนของพนักงานสายอาจารย์  ,คืนสิทธิ์ค่าคุมสอบ ปรับค่าคุมสอบให้กลับมาเช่นเดิม ,การคืนสิทธิการเรียนภาษาจ่ายคืน 5,000 บาท และภาษาที่ 2 จะได้เพิ่มอีก 5,000 บาท,จัดทำวารสารและบทความทางวิชาการของทุกคณะ ,จัดระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ , คืนสิทธิจ่ายเต็มเงินเดือนพนักงานสายอาจารย์1.7  ให้เป็นไปตามมติครม. ,จัดตั้งคลินิกวิชาการ ,ลูกจ้างมหาวิทยาลัยเมื่อเกษียณรับบำเหน็จห้าเท่าของเงินเดือน ,จัดทำระบบประกันเต็มรูปแบบ สร้างบันไดเลื่อนและสกายวอล์กเชื่อมอาคารเรียน รวมทั้งดูแลงบการจัดกิจกรรมของนักศึกษา

เบอร์3 มาจากคณะรัฐศาสตร์  มีกระแสข่าวสะพัดในรั้วรามว่า เป็นสายตรงของรังสรรค์ เเสงสุข อดีตอธิการบดีและเบอร์3ออกตัวแคมเปญเด่นๆที่ใช้หาเสียงว่า จะนำรามคำแหงสู่มหาวิทยาลัยแห่งนวัตกรรม ,จัดระบบบริหารหลักสูตรนอกระบบ, สร้างเครือข่ายพันธมิตรนอกมหาวิทยาลัย, จัดระบบสวัสดิการสินเชื่อด้านต่างๆให้บุคลากร ,คืนงบกิจกรรมให้อศมร. เจ็ดล้านบาทต่อปี,สร้างลานกิจกรรมนักศึกษา, อบรมบัณฑิตก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน, จัดทำตำราอี-บุ๊ค จัดระบบออนไลน์ใหม่    

เมื่อทั้งสามชีวิตเเสดงวิสัยทัศน์เเละเดินสายหาเสียงกันเยี่ยงนี้เเปลความเบื้องต้นว่าคงไม่มีใครยอมใครเป็นเเน่เเท้ แต่จากการเช็กกระแสนิยมเบื้องต้นนั้น 

ตอนนี้พบว่าชาวรามสนใจเบอร์1มากที่สุดเพราะนโยบายจับต้องได้และยกระดับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้สมฐานะตลาดวิชาแห่งโลก 4.0 แม้ว่าเบอร์1ยังมีการบ้านอีกหลายข้อที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อชนะใจ”ลูกพ่อขุน” 

ขณะที่ เบอร์2 หาเสียงโดยอาศัยความเจนสนามเเละยังอ้างว่าพร้อมเปลี่ยนรามเเบบพลิกฝ่ามือ ด้วยการใช้เงินสะสมของ มร.ที่มีหลากหลายเพื่อยกระดับ มร.ให้ดีกว่าเดิม เเต่มีเสียงวิจารณ์ว่านโยบายที่หาเสียงนั้นทำได้ยากนัก

ส่วนเบอร์3 นั้น ชูหลายเเนวทางที่ใช้ยกระดับมหาวิทยาลัยแห่งนี้  ข้อมูลเบื้องต้นออกมาว่าน่าจะเหนื่อยหนัก…หากเบอร์3หวังยิ้มออกในตอนท้าย

เเต่ยังเหลือเวลาอีกหลายวันก่อนเข้าสู่เวลาหย่อนบัตร ดังนั้นรอดูว่า…”ชาวราม”จะเลือกใคร?

เพราะว่าการหาเเต้มที่นี่เข้มข้นไม่น้อยหน้าสนามเลือกตั้งอื่นๆในเมืองไทยเลย

รู้จัก’เก้งเผือก’พระราชทาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445127

รู้จัก’เก้งเผือก’พระราชทาน

รู้จัก'เก้งเผือก'พระราชทาน3 ตุลาคม 2563 – 15:25 น.

ประเด็นการหายไปของเก้งเผือกสายพันธุ์พระราชทานที่สวนสัตว์ สงขลา นั้นเป็นเรื่องลุกลามเมื่อ ผอ.องค์การสวนสัตว์ ได้ถูกยิงจนเสียชีวิต และคนสังหาร ยิงตัวเองตายตามในเวลาต่อมา  ส่วนด้านของข้อมูลเก้งเผือกพระราชทานของสวนสัตว์สงขลามี 3 รุ่น ขณะนี้เหลือเพียงตัวเดียว

ตามข้อมูลที่มีการบันทึกไว้ เปิดเผยว่า ‘เก้งเผือก’ ซึ่งเป็นสัตว์เผือกโดยสมบูรณ์ มีลักษณะเหมือนเก้งทั่วไป แต่มีสีขนทั้งตัวสีขาวล้วน และนัยน์ตาสีแดง

‘เก้งเผือก’นั้นมีการเพาะเลี้ยงที่สวนสัตว์ดุสิต เป็นเก้งที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงได้รับการถวายมาจากชาวบ้านที่จับได้ในป่า เก้งเผือกดังกล่าวมีชื่อว่า “เพชร”

ต่อมา”เพชร”ได้แพร่ขยายพันธุ์และออกลูกหลาน มาจนถึงมีด้วยกันถึง 6 ตัว โดยลูกเก้งเผือกตัวที่ 6 ที่เกิดมาชื่อ “ไข่มุก”เป็นลูกเก้งเผือกเพศเมียตัวแรกของสวนสัตว์ดุสิตซึ่งเกิดจากพ่อเก้งเผือกชื่อ”ธูป”และแม่เก้งแดงธรรมดา

ในขณะที่ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2555 ลูกเก้งเผือกที่เกิดจาก “พุด” ซึ่งเป็นเก้งเผือกตัวผู้ที่เป็นลูกหลานของเพชร กับเก้งตัวเมียธรรมดา ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ หลังจากเกิดได้ไม่นานก็ล้มตายลง ปัจจุบันทั้งในประเทศไทยและสวนสัตว์ต่าง ๆ มีเก้งเผือกจำนวนไม่เกิน 9 ตัว ทั่วโลก

สำหรับลูกเก้งเผือก ของสวนสัตว์ จังหวัดสงขลา ที่เป็นประเด็นพูดถึงกันนั้น เป็นลูกเก้งเผือก ที่สวนสัตว์สงขลา ประสบความสำเร็จเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ จากเก้งที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเมื่อช่วงเดือน ก.พ.2563 ได้หายไปจากสวนสัตว์อย่างไร้ร่องรอย 

ขณะที่จากการสอบสวนภายใน พบว่า ลูกเก้งเผือก น่าจะถูกขโมยไปจากส่วนจัดแสดง แต่เบื้องต้น นายเฉลิมวุฒิ เกษตรสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลาชี้แจงว่า ลูกเก้งเผือก ไม่ได้หาย แต่ถูกงูเหลือมกินเข้าไป มีรูปถ่ายหลักฐานยืนยันได้ สัตวแพทย์พิสูจน์แล้ว

เก้งเผือกพระราชทาน สวนสัตว์สงขลา มี 3 รุ่น ตัวแรก คือคุณเทียน ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งคุณเทียนเสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว รุ่นที่ 2 คือคุณมูมู่ เป็นเพศผู้ และรุ่นที่ 3 คือคุณภูมิ และคุณภาค

ปัจจุบันสวนสัตว์สงขลา เหลือเพียงคุณมูมู่ เพียงตัวเดียวส่วนคุณภูมิ หายไปจากส่วนจัดแสดงเมื่อเดือน ก.พ.และคุณภาค หายไปเมื่อเดือนก.ย. แต่มีหลักฐานชัดเจนว่า ถูกงูเหลือมกิน

‘ฉลอง’ เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445120

‘ฉลอง’ เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว

'ฉลอง' เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว 3 ตุลาคม 2563 – 14:08 น.

ระเบิดศึก อบจ.นนท์ คนกันเอง “ฉลอง” เปิดหน้าชนกลุ่มผึ้งหลวง สายเพื่อไทย

++
    ออกเดินหาเสียงมาหลายเดือนแล้ว สำหรับนักการเมืองรุ่นเก๋า “ฉลอง เรี่ยวแรง” ในนามทีมพลังนนท์ ผู้อาสา “เปลี่ยนนนทบุรี”
    อาณาจักร “อบจ.นนทบุรี” บริหารโดยกลุ่มผึ้งหลวง และ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี มา 3 สมัยแล้ว โดยการสนับสนุนของ ส.ส.นนทบุรี สายไทยรักไทย หรือเพื่อไทย 
    เลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี สมัยที่แล้ว ฉลองก็หนุนกลุ่มผึ้งหลวง และ “นายกฯ ธงชัย” แต่วันนี้ ฉลองย้ายค่ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จึงขอลงเล่นสนามท้องถิ่นเอง
    นาทีนี้ กลุ่มพลังนนท์ ไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรีแชมป์เก่า เพราะได้สปอนเซอร์รายใหญ่อย่าง “บ้านป่ารอยต่อฯ” ก็หมดห่วง  

++
ฉลองคนเดิม
++
    ฉลอง เรี่ยวแรง เป็นชาว ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี โดยกำเนิด และเริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นสมาชิกสภาเทศบาลนนทบุรี 
    สมัยที่เป็น ส.ส.นนทบุรี 3 สมัย พื้นที่การเมืองของเขาจะอยู่แถวรอบนอกอย่าง อ.ไทรน้อย ,อ.บางใหญ่ และ อ.บางบัวทอง 
    เมื่อฉลองทิ้งพรรคเพื่อไทย มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้รับผิดชอบ 3 เขตเลือกตั้งคือ เขต 1 ,เขต 2 และเขต 3 โดยฉลอง และเจริญ ภรรยา เลือกสนาม อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นสนามใหม่ในการเลือกตั้งระดับของฉลอง

'ฉลอง' เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว

 
    เขต 1 เจริญ เรี่ยวแรง ต้องเจอแชมป์เก่า-นิทัศน์ ศรีนนท์ พรรคเพื่อไทย ที่มี พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี และสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ให้การสนับสนุน 
    ผลปรากฏว่า เจริญ เรี่ยวแรง เฉือนชนะนิทัศน์ ศรีนนท์ แค่หลักพัน ส่วนเขต 2 ฉลอง เรี่ยวแรง พ่ายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี แบบได้ลุ้น 
    แม้จะสอบตก ฉลองก็ได้รับแต่งตั้งเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่ง ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และเป็นเงาข้างกายภรรยา-เจริญ เรี่ยวแรง เข้าสภาฯ เป็นประจำ
    ในสายคนนนทบุรี ฉลองยังเป็นคนเดิม เพิ่มเติมคือ สายตรงบ้านลุงป้อม 

'ฉลอง' เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว

                  เจริญ เรี่ยวแรง ส.ส.นนทบุรี เขต 1

++
กลุ่มผึ้งหลวง
++
    พลันที่ฉลองเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี ก็ทำให้แชมป์เก่าค่ายผึ้งหลวง (เพื่อไทย นนทบุรี) ต้องขยับปรับเกมสู้กับคนกันเอง
    แถมคณะก้าวหน้า ได้ประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี มาร่วมปีแล้ว ถือว่าเป็นศึกหนักของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี

'ฉลอง' เจ้าเก่า เขย่าเมืองนนท์ ท้าชนเพื่อแม้ว

                      ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี หัวหน้ากลุ่มผึ้งหลวง 
    

สมัยที่แล้ว ฉลองหนุน พ.ต.ท.ธงชัย โดยส่งน้องชาย “ศรีชาติ เรี่ยวแรง” ไปเป็น รอง นายก อบจ.นนทบุรี แต่วันนี้ แยกทางกันเดิน

นนท์ไม่หมู ดู ‘ทอน’ ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445112

นนท์ไม่หมู ดู ‘ทอน’ ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน

นนท์ไม่หมู ดู 'ทอน' ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน3 ตุลาคม 2563 – 12:10 น.

แฉธนาธร ปล่อย “เด็กก้าวหน้า” เมืองนนท์ควักทุนเอง แถมใช้ปลุกแดงร่วมม็อบปลดแอก คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    สนามท้องถิ่นนนทบุรี เป็นสมรภูมิแห่งความหวังของคณะก้าวหน้า เพราะตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ได้ประกาศให้ จ.นนทบุรี และ จ.บึงกาฬ เป็นโมเดลท้องถิ่นนำร่องทั้งประเทศ  

 ล่าสุด “วสุ ผันเงิน” นักการเมืองท้องถิ่นคนดังแห่งนนทบุรี ได้โพสต์เฟซบุ๊คตั้งคำถามว่า ทำไมผู้สมัคร ส.อบจ.นนทบุรี 36 เขต ในนามคณะก้าวหน้า ต้องควักทุนส่วนตัว
 “เด็กๆว่าที่นักการเมืองหน้าใหม่ของนนทบุรี เค้าน้อยใจมาก เค้าเดินหาเสียง ทำกิจกรรม ในนามท่านมาเป็นปีๆ นำเสนอนโยบายท่านให้ชาวเมืองนนท์ได้รับรู้..ออกอาการตระหนี่ ขี้เหนียว ซะแล้ว แบบนี้ลูกทีม ส.จ.เผ่นหมดแน่ๆครับ”  

 วสุ ผันเงิน ยังบอกว่า “เด็กเมืองนนท์มันไม่มีใครธรรมดาๆหรอกครับท่าน ขึ้นชื่อว่า (ทุเรียน) จะลูกใหญ่ รึลูกเล็ก หนามมันย่อมคมเสมอ” พร้อมกับติดแฮทแท็ก “#อาตี๋เอ๊ย ถ้าเอ็งประสบการณ์น้อย อย่ามาทะลึ่งสอยทุเรียน”

++
ดีเบตจำแลง
++
    วสุ ผันเงิน เคยเป็น ส.อบจ.นนทบุรี เขต อ.บางใหญ่ ก่อนจะมาเป็นนายก อบต.บ้านใหม่ และลาออกมาสมัคร ส.ส.
    เมื่อเลือกตั้งปี 2562 วสุ ผันเงิน ได้ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 นนทบุรี ในสังกัดพรรคเสรีรวมไทย ซึ่งวสุเองได้เป็นกำลังสำคัญให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มาแต่ปลายปี 2561
    กลางปี 2562 “วสุ” มาเป็นกองเชียร์นักธุรกิจหนุ่ม-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ที่เสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี ในนามพรรคอนาคตใหม่ 
    เวลานั้น ธนาธร และทีมงาน ประโคมข่าว “ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย” เมื่อคู่ชิงตำแหน่งว่าที่ผู้สมัคร นายก อบจ.นนทบุรี จะได้ดีเบตกัน ก่อนให้สมาชิกพรรคเมืองนนท์ลงคะแนนทางออนไลน์
    คู่ชิงที่ว่านั้นคือ  ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 นนทบุรี พรรคอนาคตใหม่ และ พิชเยนทร์ หงส์ภักดี
    ก่อนถึงวันดีเบต เกิดข่าวรั่วว่า มีการเปลี่ยนกติกากะทันหัน ทีมของวสุ จึงขอยกเลิกการดีเบต เพราะรู้แล้วว่า ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ เป็นบุคคลที่ธนาธรเลือกไว้แล้ว 
    ธนาธรได้เรียกวสุ และพิชเยนทร์ หงส์ภักดี ไปเคลียร์ที่ตึกไทยซัมมิท วสุอ้างว่า ธนาธรยกมือไหว้ขอโทษตัวเขา พร้อมขอร้องให้ทีมวสุขึ้นดีเบต แต่ทีมพิชเยนทร์ก็โบกมือลา
    “เราหมดศรัทธาจริงๆ เราตั้งใจมาช่วยพรรคทำงาน แต่คุณแค่อนาคตเก่า พรรคมีหลงจู๊ตั้งธง สั่งการแค่นั้น”  วสุ ผันเงิน พูดถึงธนาธรในวันนั้น

นนท์ไม่หมู ดู 'ทอน' ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน

                       ธนาธร เลือกไพบูลย์ เป็นตัวแทน

++
ปลุกแดงเมืองนนท์
++
    ลึกๆ ที่ ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ได้รับการคัดเลือกจากธนาธร ลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี เพราะตัวเขามีเครือข่าย “เสื้อแดงนนทบุรี” ให้การสนับสนุน
    แกนนำแดงนนท์ “ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” ร่วมกับเครือข่ายคนรุ่นใหม่ พรรคอนาคตใหม่ สนับสนุน ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ มาตั้งแต่เป็นผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 4 และร่วมกันฟอร์มทีมนายก อบจ.นนทบุรี
    วันนี้ “ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ได้ปลุกคนเสื้อแดงเมืองนนท์ให้เข้าร่วมขบวนการปลดแอกโดยจัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” อยู่หลายครั้ง

นนท์ไม่หมู ดู 'ทอน' ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน

                       ชินวัตร แดงเมืองนนท์ มาเป็นทีมงานของไพบูลย์ 


    อย่างการชุมนุม 19 ก.ย.2563 ที่ท้องสนามหลวง ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ได้จัดการเคลื่อนทัพทางเรือ จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ เหมือนสมัย นปช.จัดทัพเรือเสื้อแดงมาชุมนุมที่ราชดำเนิน

นนท์ไม่หมู ดู 'ทอน' ออก อาตี๋ริสอยทุเรียน

                   แดงเมืองนนท์ นั่งเรือมาร่วมม็อบ 19 ก.ย.


    คณะก้าวหน้า นนทบุรี ที่แปรสภาพมาจาก “แดงเมืองนนท์” จึงเป็นกำลังหลักให้ม็อบปลดแอก  

ไม่ลืมแม้ว วัดใจ ‘แดง’ เข้ากรุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445066

ไม่ลืมแม้ว วัดใจ ‘แดง’ เข้ากรุง

ไม่ลืมแม้ว วัดใจ 'แดง' เข้ากรุง2 ตุลาคม 2563 – 19:49 น.

ปรากฏการณ์ “อ้อกราบ” สะเทือนพลังเสื้อแดง รวมถึงเที่ยวปันสุข แยกสลายสาย อสม.สีแดง

++
    กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) ประกาศนัดชุมนุมใหญ่ 14 ต.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งเป็นการนัดหมายล่วงหน้าของ อานนท์ นำภา ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2563
    คนเสื้อแดงยังเป็นเป้าหมายในการระดมคนเข้าร่วมการชุมนุมของแกนนำ DRG แต่ปรากฏการณ์ “คุณหญิงอ้อ” สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งขบวนการคนเสื้อแดง 
    เสื้อแดงในภาคชนบท ดูนิ่งและคอยฟัง ส.ส.พรรคเพื่อไทยเท่านั้น ต่างจากเสื้อแดงในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่กระโจนเข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่ 19 ก.ย.2563

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2563 “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” นักเคลื่อนไหวเสื้อแดง ได้จัดรายการคุยกับฟอร์ด ทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค Thai News Update โดยเขาพยายามชี้ให้เห็นว่า คนเสื้อแดง ไม่มีสังกัด ไม่มีแกนนำ หากมีใจรักประชาธิปไตยให้เข้ามาร่วมชุมนุมกันเยอะๆ
    ยกตัวอย่างแดงภาคตะวันออก ฟอร์ดแจ้งข่าวว่า “เช้าวันที่ 14 ต.ค. จะมีขบวนแรลลี่คนเสื้อแดงจากพัทยาไปสมทบม็อบนักศึกษาในกรุงเทพ ใครมีมอเตอร์ไซค์ฮาเล่ย์ รถกระบะ รถโมบายติดเครื่องเสียงเตรียมตัวติดธงแดงและบอกต่อครับ”
    ฟอร์ดพยายามอธิบายว่า คนเสื้อแดงไม่ลืมทักษิณ แต่ตอนนี้ขอสู้ร่วมกับนักศึกษาก่อน

ไม่ลืมแม้ว วัดใจ 'แดง' เข้ากรุง

ฟอร์ด ยังหวังพลังแดง ข้ามทักษิณ

++
แดงเที่ยวปันสุข
++
    ช่วง 2-3 เดือนมานี้ ในชนบท โครงการเที่ยวปันสุข เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบล (รพ.สต.) โดยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เที่ยวในประเทศ 2 วัน 1 คืน คนละไม่เกิน 2,000 บาท ใช้กรอบวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 2,400 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากชาวบ้านมาก

     ไม่ลืมแม้ว วัดใจ 'แดง' เข้ากรุง
    แม้แต่ ส.ส.เพื่อไทย ภาคอีสาน ยังกระโดดเกาะขบวนเที่ยวปันสุข อย่าง “วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์” ส.ส.อุบลราชธานี เขต 1 ทายาทของเกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้สนับสนุนมวลชนในพื้นที่ไปร่วมโครงการเที่ยวปันสุ              ไม่ลืมแม้ว วัดใจ 'แดง' เข้ากรุง

เที่ยวปันสุข ที่ ส.ส.เพื่อไทย ร่วมด้วย 

ส.ส.เพื่อไทยอีกหลายจังหวัด ก็ขอมีเอี่ยวกับเที่ยวปันสุข เนื่องจาก อสม.คือ หัวคะแนนของ ส.ส.โดยส่วนใหญ่

 จะว่าไปแล้ว อสม.กว่าร้อยละ 80 ในภาคเหนือ และภาคอีสาน ล้วนเข้าร่วมขบวนการ นปช.แดงทั้งแผ่นดินมาก่อนทั้งสิ้น

ไม่หลบ “หน่อย” ไม่ถอยหลัง “ชัชชาติ” บินเดี่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445029

ไม่หลบ “หน่อย” ไม่ถอยหลัง “ชัชชาติ” บินเดี่ยว

ไม่หลบ "หน่อย" ไม่ถอยหลัง "ชัชชาติ" บินเดี่ยว2 ตุลาคม 2563 – 14:00 น.1k

ไม่หลบ “หน่อย” ไม่ถอยหลัง “ชัชชาติ” บินเดี่ยว ศึกชิงเมืองหลวง “ชัชชาติ”บินเดี่ยว อาจมีปัญหา หาก “คุณหญิงหน่อย” ส่งคนตัดคะแนน แถมก้าวไกลก็ไม่หลบ

++
ปลายปี 2563 มีการเลือกตั้งท้องถิ่นแน่นอน คงเริ่มที่สนาม อบจ. ก่อน ส่วนสมรภูมิเลือกตั้งเมืองหลวง น่าจะเป็นสนามสุดท้าย

มีข้อมูลจากกลุ่ม Better Bangkok พบว่า ประชากรในกรุงเทพฯ 10 ล้านคน แต่มีชื่อตามสำมะโนครัว 5.6 ล้านคน มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4.5 ล้านคน และการเลือกตั้งสภาผู้แทนฯ เมื่อ 24 มีนาคม 2562  มีผู้มาใช้สิทธิ์ 3.5 ล้านคน     

พรรคอนาคตใหม่ (พรรคก้าวไกล) ได้ 804,272 เสียง, พรรคพลังประชารัฐ 791,893 เสียง ,พรรคเพื่อไทย 604,699 เสียง,พรรคประชาธิปัตย์ 474,820 เสียง และพรรคอื่นๆ 

++
ชัชชาติบินเดี่ยว
++
พลันที่พรรคเพื่อไทย ได้เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ก็มีข่าวว่า “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” จะกลับคืนพรรคเพื่อไทย และเป็นว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม.ของพรรคเพื่อไทย    

ล่าสุด “ชัชชาติ” แถลงผ่านสื่อโซเชียลว่า “ข่าวที่ออกมาว่าผมจะกลับไปทำงานการเมืองกับพรรค หรือหลีกทางให้ผู้สมัครบางท่านนั้น ไม่เป็นความจริงนะครับ ตอนนี้ผมยังลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาของชุมชนต่างๆในนามอิสระ อย่างต่อเนื่องครับ”    

รายงานข่าวจากเพื่อไทยระบุว่า “คนแดนไกล” และ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เห็นด้วยกับการตัดสินใจของชัชชาติ ที่ลงสนาม กทม. โดยไม่สังกัดพรรค และเป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย ทั้งในเรื่องผลงานที่ชัชชาติทำไว้ และเขายังเป็นนักกลยุทธ์ที่เชี่ยวชาญ    

อีกด้านหนึ่ง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ทางพรรคยังมอบให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ให้เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาคนลงสมัครผู้ว่า กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)     

ประเด็นนี้แหละ อาจสร้างปัญหาให้กับ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” เพราะหาก “คุณหญิงหน่อย” สรรหาผู้สมัคร “ดี เด่น ดัง” ได้ และเสนอให้พรรคพิจารณา “เฮียพงษ์” จะกล้าส่งไปตัดคะแนนชัชชาติหรือไม่?

++
เบียดก้าวไกล
++
ก่อนหน้านี้ กลุ่มแคร์ มีความเห็นว่า พรรคเพื่อไทย ไม่ควรจะส่งใครลงแข่งชิงผู้ว่า กทม. เพื่อไปตัดคะแนนกันเอง ควรจะหนุนชัชชาติ  สิทธิพันธุ์ แต่เพียงผู้เดียว

นับแต่ “ชัชชาติ” เปิดตัวที่ลานกิจกรรมชุมชนโรงหมู คลองเตย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2562 ชัชชาติ พร้อมกลุ่ม Better Bangkok ได้ตะลุยพื้นที่ทั่วเมืองหลวง เพื่อรับรู้ปัญหาและความต้องการของชุมชน ทั้งในเชิงคุณภาพชีวิตและด้านกายภาพ    

ทีม Better Bangkok มี DATA ที่สมบูรณ์ ทำให้ทีมชัชชาติ รู้ว่าการเขย่าตัวเลขเพื่อให้รู้ว่าใครเป็นฐานเสียงใคร    

ปัจจุบัน กลุ่ม Gen-Z (เกิดปี 2540-2555) อายุ 7-22 ปี ประมาณ 1 ล้านคน   แต่จะแบ่งเป็นคนที่อายุ 18-22 ปี ประมาณ 350,000 คน คิดเป็นประมาณ 8% ของประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้ง    

ทีมงานของชัชชาติ ประเมินว่า ตัวเลข 8% เป็นเสียงที่ “ชัชชาติ” ต้องดึงมาให้ได้     

อย่างไรก็ตาม การที่พรรคก้าวไกล แถลงว่า จะส่งผู้สมัครผู้ว่า กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) ซึ่งทีมงานของชัชชาติมองว่า ตัวเลข 8% อาจถูกพรรคก้าวไกลแบ่งไป

เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/445011

เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน

เฮือกสุดท้าย "ป๋าเหนาะ" เดียวดายใต้เงาชิน2 ตุลาคม 2563 – 11:50 น.3.9k

ติดตามข่าวสารผ่าน ‘คมชัดลึก’ Line Official

เฮือกสุดท้าย “ป๋าเหนาะ” เดียวดายใต้เงาชิน พรรคเพื่อชิน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง “หญิงอ้อ” อุ้มป๋าเหนาะ หวังปักธงเพื่อไทยที่สระแก้ว สมัยหน้า

++
เห็นรายชื่อ 24 คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ชุดใหม่ ก็ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น และเป็นไปตามยุทธศาสตร์ “ปรองดองทุกกลุ่มก๊วน” ของ “คุณหญิงอ้อ”

อ่านข่าว…  เพื่อแม้วใหม่ “หญิงอ้อ” คิด “เฮียพงษ์” ทำ

เฮือกสุดท้าย "ป๋าเหนาะ" เดียวดายใต้เงาชิน

เหลือ 2 พ่อลูก เสนาะ-สรวงศ์ เทียนทอง

ยกตัวอย่างกรรมการบริหารพรรค 4 คน ที่เป็นตัวแทนภาค ก็ยังใส่ชื่อ “เสี่ยบอย” สรวงศ์ เทียนทอง เข้าไป เพื่อให้เกียรติผู้อาวุโสแห่งสระแก้ว    

“ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง ในวันนี้ เหมือนคนไร้บารมี บรรดาสมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็นในอดีต ก็แยกตัวไปสร้างรวงรังของตัวเอง    

เจ้าพ่อวังน้ำเย็นยังวาดฝันจะให้ “เสี่ยบอย” ลูกชายคนโตกลับไปเป็น ส.ส.สระแก้วอีกครั้ง

เฮือกสุดท้าย "ป๋าเหนาะ" เดียวดายใต้เงาชิน

ขวัญเรือน เทียนทอง คุมเมืองสระแก้วแทนเสนาะ

++
หัวอกผู้เฒ่า
++ 
การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 เป็นสิ่งที่ “เสนาะ เทียนทอง” ฝังแค้นในหัวอก เพราะทีมผู้สมัคร ส.ส.ของป๋าเหนาะ พ่ายเรียบ และพ่ายยกจังหวัดในรอบ 40 ปี     

เนื่องจากหลานรัก “ฐานิสร์-ตรีนุช” แยกตัวไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ป๋าเหนาะจึงทุ่มสรรรพกำลังไปที่เขต3 (อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.ตาพระยา และอ.วัฒนานคร) หวังให้ “บอย” สรวงศ์ เทียนทอง เข้าสภาฯให้ได้    

เหมือนฟ้าไม่เป็นใจ “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนนวรรณ์ จำกัด รับเหมาก่อสร้าง สายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ เอาชนะลูกชายป๋าเหนาะไปได้    

หากมีการยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่ ป๋าเหนาะก็หวังที่จะล้างแค้น พาเสี่ยบอยเข้าสภาฯอีกสมัย 

เฮือกสุดท้าย "ป๋าเหนาะ" เดียวดายใต้เงาชิน

ฐานิสร์ เทียนทอง

++
สายบ้านป่ารอยต่อฯ
++
หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มีการจัดโครงสร้างพรรคระดับภาคใหม่ โดยมีการแต่งตั้ง 10 หัวหน้าภาค ซึ่งครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อเตรียมการรองรับการเลือกตั้งใหญ่และเลือกตั้งท้องถิ่น    

ที่น่าสนใจ ภาค 2 (ภาคตะวันออก) “บิ๊กป้อม” มอบให้ “เสี่ยหนึ่ง” ฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 เป็นหัวหน้าภาคบูรพา    

รองหัวหน้าภาคคือ สถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 และเลขาภาค ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส. ฉะเชิงเทรา เขต 2    

ทุกวันนี้ การเมืองสระแก้วอยู่ในกำมือ  “ขวัญเรือน เทียนทอง” มารดาของ “ฐานิสร์-ตรีนุช”     

น่าจับตา เลือกตั้งนายก อบจ.สระแก้ว ”นายกคิงส์” หรือ “ทรงยศ เทียนทอง” ลูกชายวิทยา เทียนทอง เป็นนายก อบจ.สระแก้ว มา 4-5 สมัยแล้ว ยังจะรักษาแชมป์ต่อไปได้หรือไม่?
 

เฮือกสุดท้าย "ป๋าเหนาะ" เดียวดายใต้เงาชิน

ตรีนุช เทียนทอง

ปล่อยกลไกตลาดทำงาน…..รางวัลที่คนเลี้ยงหมูควรได้รับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/444958

ปล่อยกลไกตลาดทำงาน…..รางวัลที่คนเลี้ยงหมูควรได้รับ

ปล่อยกลไกตลาดทำงาน.....รางวัลที่คนเลี้ยงหมูควรได้รับ

ปล่อยกลไกตลาดทำงาน…..รางวัลที่คนเลี้ยงหมูควรได้รับ ผู้เขียน บรรจบ สุขชาวไทย นักวิชาการด้านปศุสัตว์ : banchob_suk@yahoo.com

           ข่าวการแจกเนื้อหมูให้พนักงาน ของบริษัทแห่งหนึ่งในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ทางตอนใต้ของจีน สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ จากแนวคิดของนายจ้าง ที่ว่าพนักงานในบริษัทน่าจะอยากได้เนื้อหมูไปทำอาหารกินมากกว่า เพราะปัญหาราคาเนื้อหมูในจีนที่ค่อนข้างแพง

           เรื่องนี้สะท้อนภาวะราคาหมูในจีนได้อย่างชัดเจนว่า คนจีนต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมากเพื่อแลกกับการได้บริโภคเนื้อหมูที่อยู่ในภาวะขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงก่อนหน้านี้ที่ราคาหมูจีนพุ่งขึ้นไปหลายเท่าตัว จากปัญหาการขาดแคลนปริมาณสุกรในประเทศ ที่ได้รับความเสียหายจาก ในสุกร ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 ทำให้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียต่างเผชิญหน้ากับราคาหมูที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

           ขณะที่ประเทศไทยราคาอยู่ที่ 79-80 บาทต่อกิโลกรัม หรือมีราคาถูกว่าจีนถึง 1 เท่าตัว ราคาหมูไทยที่ถูกที่สุดในภูมิภาคนี้ เกิดจากความสามารถของเกษตรกรไทยที่ยังร่วมกันปกป้องอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรไทยจากโรค ASF มาอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นประเทศเดียวที่ยังคงสถานะปลอดโรคนี้ มานานกว่า 2 ปี

           แต่เกษตรกรไทยกลับถูกดึงรั้งให้ต้องยอมรับภาวะราคาที่ไม่อาจขยับขยายได้ ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งๆที่ต้นทุนที่เกษตรกรต้องแบกรับ ทั้งเรื่องของการป้องกัน ASF ที่ยังคงย้ำไม่ให้การ์ดตก และยังต้องเพิ่มการป้องกัน PRRS ขึ้นมาอีก จนต้องมีต้นทุนการป้องกันทั้งสองโรคนี้สูงถึง 200 บาทต่อตัวเข้าไปแล้ว แต่ก็ยังต้องขายหมูในราคาเดิม เพื่อเป็นการดูแลปากท้องผู้บริโภค ทั้งที่ในความเป็นจริงผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายทั้งการทานไก่ ปลา ไข่ และอาหารโปรตีนอื่นทดแทน        

        ที่สำคัญคงลืมไปแล้วว่าคนเลี้ยงหมู ไม่ใช่เพียงผู้ผลิตหมู แต่ยังอยู่ในฐานะผู้บริโภคเช่นเดียวกัน วันนี้พวกเขาต้องหาทางแก้ปัญหาภาระขาดทุนสะสมที่แบกรับมาตลอดไม่ต่ำกว่า 3 ปี ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานใด ต้องหาทางช่วยเหลือกันเองเพื่อประคองอาชีพเดียวเอาไว้ แล้ววันนี้ยังต้องมีภาระต้นทุนที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องเพิ่มขึ้นอีก หากความอดทนขาดผึงจนเกษตรกรตัดสินใจเลิกเลี้ยงหมูไป สิ่งที่จะตามมาคือปริมาณหมูที่จะลดลงซ้ำเติมภาวะที่เป็นอยู่จากโรคเพิร์ส

           ถึงวันนั้นก็คงจำต้องยอมรับ อย่างที่ชาวจีน ชาวเวียดนาม และอีกหลายประเทศต่างต้องยอมรับกับราคาจากภาวะขาดแคลนหมู

‘ทอน’ ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/444924

‘ทอน’ ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร

'ทอน' ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร1 ตุลาคม 2563 – 16:53 น.

ศึกท้องถิ่นแอ่งสกลนคร “ธนาธร” ดันลูก ส.ส.ลายคราม เดินกลยุทธ์ถอดเสื้อแดง สวมเสื้อส้ม

++
    การเลือกตั้งนายก อบจ.สกลนคร เมื่อปลายปี 2555 มีผู้สมัครนายก อบจ. 2 คน ต่างแย่งชิงฐานคะแนน “คนเสื้อแดง” คือ ชูพงษ์ คำจวง กลุ่มเพื่อไทยสกลนคร และ ศักดิ์ระพี พรหมชาติ กลุ่มเพื่อนจตุพร (นปช.สกลนคร) 
    ผลปรากฏว่า ชูพงษ์ ได้ 125,102 คะแนน และศักดิ์ระพี ได้ 75,000 คะแนน ตัดคะแนนกันเอง ส่งผลให้ ชัยมงคล ไชยรบ อดีต นายกฯ อบจ.สกลนคร ได้ 134,459 คะแนน คว้าเก้าอี้นายก อบจ.ไปอีกสมัย
    การเลือกตั้งนายก อบจ.สกลนคร ที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้ ก็คล้ายฉายหนังม้วนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนสี จากแดงฟัดแดง เป็นแดงฟัดส้ม

++
ทายาท “อุฬารกุล”
++
    “เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่บ้านเรา” เป็นหัวข้อการแสดงวิสัยทัศน์ พัฒนาสกลนคร โดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ศูนย์ประสานงาน คณะก้าวหน้า สกลนคร ถ.อุฬารกุล อ.เมือง จ.สกลนคร
    การเดินทางมาแอ่งสกลนครของ “ธนาธร” ในครั้งนี้ ก็เหมือนการคิกออฟหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.สกลนคร ซึ่งตัวแทนของคณะก้าวหน้า ได้ “เสี่ยหนุ่ม” ณรงค์เดช อุฬารกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสกลนคร

'ทอน' ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร

                       ณรงค์เดช อุฬารกุล คณะก้าวหน้าสกลนคร 


    เสี่ยหนุ่มเป็นทายาทของ เฉลิมชัย อุฬารกุล อดีต ส.ส.สกลนคร 5 สมัย ที่เคยสังกัดพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย 
    หลังรัฐประหาร 2549 เสี่ยเฉลิมชัย พาลูกชาย 2 คน คือ ทำเนียบ อุฬารกุล และณรงค์เดช อุฬารกุล ไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงหลบไปพักใหญ่
    เลือกตั้งครั้งที่แล้ว เสี่ยเฉลิม หวนคืนสังเวียน ลงสมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 2 ในสีเสื้อพรรคเพื่อชาติ หวังจะชิงคะแนนเสียงจากคนเสื้อแดง แต่ก็พ่ายแชมป์เก่า ค่ายเพื่อไทย
    จังหวะที่ธนาธร เดินหน้าลุยเลือกตั้งท้องถิ่น เสี่ยเฉลิมชัย จึงดันลูกชาย-ณรงค์เดช ไปสวมเสื้อสีส้ม 
    ทีมงานเสื้อแดงสกลนครจำนวนหนึ่ง ถอดเสื้อตัวเก่า หันมาสวมเสื้อสีส้ม ด้วยเชื่อมั่นในกระแสคนรุ่นใหม่ 

'ทอน' ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร

                                ธนาธร ลุยสกลนคร 

++
แดงจางหรือยัง?
++
    สกลนคร มี ส.ส. 6 คน ล้วนก็สังกัดพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย,นิยม เวชกามา,พัฒนา สัพโส, อนุรักษ์ บุญศล,สกุณา สาระนันท์ (ลูกสาวเสรี สาระนันท์) และ เกษม อุประ 
    ที่ผ่านมา ส.ส.ค่ายทักษิณ ไม่ค่อยเป็นเอกภาพในศึกเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างเมื่อปี 2555 มี ส.ส.สกลนคร หลายคนแอบไปหนุนช่วยฝ่ายตรงข้าม แลกกับผลประโยชน์ใน อบจ.  

 สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น “ชูพงษ์ คำจวง” อดีตผู้สมัครนายก อบจ.สกลนคร หนที่แล้ว ยังเดินสายหาเสียงในนาม “กลุ่มเพื่อไทยสกลนคร” 
    ชูพงษ์ เคยเป็น ส.อบจ.สกลนคร เขต อ.พรรณานิคม และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบัวสว่าง อ.พรรณานิคม 

'ทอน' ไม่ถอย ส้มฟัดแดง แย่งแอ่งสกลนคร

                           ชูพงษ์ คำจวง เพื่อไทยสกลนคร 
   

ทุกวันนี้ ชูพงษ์ ชูคำขวัญ “เปลี่ยนสกลนคร” พร้อมไอเดียแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรากหญ้า “นอนบ้านมั่งคั่ง นอนนาแก้จน” 
     ต้องรอดูว่า พรรคเพื่อไทยจะเอายังไง และจะช่วยชูพงษ์เต็มที่มั้ย