ทัวร์อะไร ถ้าไม่ใช่ทัวร์ปันสุข #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทัวร์อะไร ถ้าไม่ใช่ทัวร์ปันสุข

ทัวร์อะไร ถ้าไม่ใช่ทัวร์ปันสุข27 กันยายน 2563 – 21:00 น.

ทัวร์อะไร ถ้าไม่ใช่ทัวร์ปันสุข หาคำตอบจากบทวิเคราะห์ของ ชัยวัฒน์ ปานนิล

        เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 26 กันยายน 2563 มีการนำเสนอข่าว ทัวร์ปันสุข ของ อสม. อ.จตุรพักตรพิมาน เดินทางไปเที่ยวตามโครงการเที่ยวปันสุขของรัฐบาล ที่ให้กำลังใจ อสม.ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถพ่วงกลางสี่แยก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 7 ราย บาดเจ็บ 22 ราย

        จากการสอบสวนบุคคลในสถานที่เกิดเหตุ ให้การว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. ต.น้ำใส อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวได้เช่าเหมารถบัส 4 คัน ไปเที่ยวจังหวัดทางภาคตะวันออก ตามโครงการเที่ยวปันสุขของรัฐบาล ในขณะกำลังมุ่งหน้าไปทาง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จึงมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ในแนวทางเดียวกัน

        ต่อมา มีการออกมาชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนในพื้นที่ ต.น้ำใส ว่า การจัดทัวร์ในครั้งนี้ไม่ใช่ ทัวร์ปันสุข ของ อสม. แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นโครงการอะไร ผู้ที่ถูกชักชวนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ มีโทรศัพท์ที่สามารถลงแอปไลน์ได้ ลงทะเบียนโดยการสแกนใบหน้า และจะเช็คอินอีกครั้งเมื่อถึงปลายทาง โดยแจ้งว่า มีงบรายหัวๆละ 3,000 บาท หักเป็นค่าใช้จ่าย 2,000 บาท และอีก 1,000 บาท เป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในระหว่างเดินทาง โดยจ่ายตอนออกเดินทาง 500 บาท และจ่ายเมื่อถึงที่หมายอีก 500 บาท

        โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งกล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยใดเป็นคนจัด หรือเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐ ที่ชัดเจนหรือไม่อย่างไร โดยมีการชักชวนกันไปโดยมีคนประสานผ่าน ผู้ใหญ่บ้านและ เจ้าหน้าที่ อบต.ประสานมา       

        ซึ่งสอดคล้องกับการชี้แจง ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ว่า คณะ อสม. ต.น้ำใส ได้เดินทางไปเที่ยวปันสุข แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13-15 กันยายน 2563 ที่่ผ่านมา โดยเดินทางไปที่จังหวัดระยอง และเดินทางกลับเป็นที่เรียบร้อยไม่มีการเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด ส่วนการเดินทางไปกับทัวร์ครั้งนี้ เป็นการจัดเที่ยวกันเองของชาวบ้าน ต.น้ำใส ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเที่ยวปันสุข เดินทางโดยรถทัวร์ 4 คัน คันที่ประสบอุบัติเหตุ มี 40 คน เป็นประชาชนทั่วไป 31 คน เป็น อสม. ต.น้ำใส 9 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 7 คน เป็นคนรถ 3 และผู้โดยสาร 4 ไม่มี อสม.เสียชีวิต

        ทั้งนี้ได้ตรวจสอบขั้นตอนการลงทะเบียนของ ทัวร์ปันสุข แล้วปรากฏว่า ทางบริษัทนำเที่ยวจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง และจะมีการโอนเงินผ่านแอปเป๋าตุงเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการนำเงินสดมาแจกให้กับชาวบ้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการ เป็นที่น่าสังเกตและตดตามว่า ทัวร์ดังกล่าวที่ ต.น้ำใส คือทัวร์อะไร จากที่แหล่งข่าวแจ้ง มีการจัดเที่ยวมาระยะหนึ่งแล้ว สัปดาห์ละ 3-4 คันรถ หากคิดรายหัว ๆ ละ 3,500 บาท ก็ตะมีเงินสะพัดที่ ต.น้ำใสสัปดาห์ละเกือบ 1 ล้านบาท ทำไม่มีใครคิดจะตรวจสอบกันบ้างหรือไร

อะไรคือความจริง.. พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้มีแต่’อนาคตใหม่’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อะไรคือความจริง.. พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้มีแต่’อนาคตใหม่’

อะไรคือความจริง.. พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้มีแต่'อนาคตใหม่'27 กันยายน 2563 – 20:07 น.

กกต.ชี้ว่า 31 พรรคการเมืองกู้เงินไม่ผิด แต่พรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเพราะกู้เงิน”ธนาธร”  จึงมีเสียงวิจารณ์และพูดเชิงประชดประชันว่า”พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้.มีแต่”อนาคตใหม่”แต่ความเป็นจริงคืออะไร เป็นการพูดความจริงไม่หมดหรือไม่

 กรณี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นชอบตามที่สำนักงานเสนอให้มีการยุติเรื่องตรวจสอบกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ขอให้ตรวจสอบว่า พรรคการเมืองจำนวน 31 พรรคการเมือง มีการกู้ยืมเงินมาใช้ในกิจการของพรรคการเมือง เป็นการกระทำหรือนิติกรรมที่ขัดหรือแย้งต่อ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษยุบพรรค เช่นเดียวกับที่มีการยุบ”พรรคอนาคตใหม่” หรือไม่

ทั้งนี้ จากผลการตรวจสอบงบการเงินทั้ง 31 พรรคการเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2560 – 2562 ของ กกต.พบว่า ทุกพรรคมีการกู้ยืนเงินหรือยืมเงินทดรองจ่ายดังกล่าว จากหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคฯ ไม่เกิน 10 ล้านบาท/คน/พรรค/ปี 

ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เคยวินิจฉัยไว้ในคดียุบพรรคอนาคตใหม่ จึงถือว่าการกู้ยืมเงินดังกล่าวของทั้ง 31 พรรค ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย

 “ปิยบุตร แสงกนกกุล” อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ชี้ว่า กกต.วินิจฉัยโดยไม่ได้ใช้บรรทัดฐานเท่าเทียมกัน 

 หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าพรรคการเมืองกู้เงินไม่ผิด ก็ไม่ผิดกันทั้งหมดทุกพรรคการเมือง รวมทั้งพรรคอนาคตใหม่ 

 ทั้งนี้ในความเห็นของ”ปิยบุตร” ซึ่งเคยเป็นมือกฎหมายคนสำคัญของพรรคอนาคตใหม่ บอกว่าตนเองยืนยันมาโดยตลอดว่า กฎหมายปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติใดห้ามมิให้พรรคการเมืองกู้เงินและพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน หากจะห้ามพรรคการเมืองกระทำการใดก็ต้องมีกฎหมายเขียนเอาไว้ หากกฎหมายไม่ได้ห้ามอย่างชัดแจ้ง แสดงว่าเป็นเสรีภาพของพรรคการเมืองที่สามารถเลือกที่จะกระทำการใดก็ได้ 

ดังนั้นตามความเห็นของ” ปิยบุตร”ทุกพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้และจะกู้เงินเท่าไหร่ก็ได้  

และชี้ว่า แต่ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญ พยายามจะอธิบายเรื่องการกู้เงินและการกำหนดอัตราดอกเบี้ยว่าเป็น “การให้ประโยชน์อื่นใด”

จึงอยู่ภายใต้ข้อจำกัดห้ามให้และรับจากบุคคลเกิน10 ล้านบาทตาม ม. 66 วรรคสอง พ.ร.ป.พรรคการเมือง  พ.ศ.2560 ที่ระบุว่า พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดซึ่งมีมูลค่าเกิน 10ล้านบาทต่อปีมิได้ 
 
“ผมเห็นว่าทุกพรรคการเมืองที่กู้เงินไม่ถือว่ามีความผิดเลย กกต. ไม่ควรวินิจฉัยอย่างนี้ แต่ควรต้องวินิจฉัยว่า ไม่ว่าจะเป็น31 พรรคการเมืองหรือพรรคอนาคตใหม่ไม่มีความผิดเลยทั้งนั้นและถ้าหากเห็นว่าการกู้เงินเป็นปัญหา ในอนาคตก็ต้องไปแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง เพื่อระบุให้ชัดว่าไม่ให้พรรคการเมืองกู้เงินหรือถ้าจะให้กู้ ต้องระบุเลยว่ากู้ได้ไม่เกินเท่าไหร่ไม่ใช่ว่ากฎหมายคลุมเครือแบบนี้ แล้วตีความเอาโทษเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่เอาโทษ “

และหลังจาก กกต. มีคำวินิจฉัยออกมาว่า 31 พรรคการเมืองกู้เงินไม่ผิด แต่พรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเพราะกู้เงิน”ธนาธร” จึงมีเสียงวิจารณ์และพูดเชิงประชดประชันว่า “พรรคการเมืองกู้เงินไม่ได้ มีแต่พรรคอนาคตใหม่”

แต่ในความเป็นจริงคืออะไร  เป็นการพูดความจริงไม่หมดหรือไม่  

เพราะหากพิจารณาดูจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก็จะเห็นว่า การกู้เงินของ”อนาคตใหม่”มีความผิดปกติอยู่หลายประการ จนน่าสงสัยว่ามีการกู้เงินกันจริงหรือไม่หรือว่าเป็นแค่ “นิติกรรมอำพราง”

-งบการเงินของพรรคอนาคตใหม่ปี 2561 มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้เพียง 1.4 ล้านบาท คือมีหนี้แค่ 1 ล้านกว่าบาท แต่เพราะเหตุใดถึงทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธรถึง 191 ล้านบาท

-การชำระหนี้ครั้งแรกในวันที่ 4 มกราคม 2562 คืนเงินสดจำนวน 14 ล้านบาทหลังทำสัญญากู้เงินเพียง 2 วัน จึงผิดปกติ

-สัญญากู้เงินฉบับที่ 2 รับเงินเพียง  2.7 ล้านบาท จากที่ทำเรื่องกู้ 30 ล้าน  

-มีอัตราดอกเบี้ยและเบี้ยปรับที่ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า คิดดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำมากร้อยละ 2 เท่านั้น

-ให้กู้เงินใหม่ทั้งที่มีเงินกู้เดิมค้างอยู่ ไม่เป็นไปตามปกติการค้าและปกติวิสัยของการให้กู้ยืมเงิน

-ศาลรัฐธรรมนูญ จึงเห็นว่าการทำสัญญาเงินกู้ดังกล่าวมีพฤติการณ์ในการเอื้อประโยชน์ ช่วยเหลือ”พรรคอนาคตใหม่”เป็นกรณีพิเศษ ไม่เป็นปกติในทางการค้าและไม่เป็นไปตามปกติวิสัยในการให้กู้เงิน และการชำระหนี้เงินกู้ยืมและการคิดดอกเบี้ย ก็ไม่เป็นไปตามปกติทางการค้า

– จึงถือเป็นการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคอนาคตใหม่และเมื่อรวมเงินกู้ยืมจำนวน 191.2ล้านบาท กับเงินที่นายธนาธรบริจาคให้กับพรรคเมื่อปี 62 จำนวน 8.5ล้านบาท ย่อมชัดแจ้งว่าเป็นกรณีการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 66 วรรคสองของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง  พ.ศ. 2560

-จากข้อเท็จจริงพฤติการณ์เห็นว่าการที่นายธนาธรให้เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ เข้าข่ายเป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด และการที่นายธนาธรซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค ให้พรรคกู้ยืมเงินจำนวนมาก กรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ควรที่จะรู้ว่าการเป็นหนี้จำนวนมากต่อบุคคลใด ย่อมก่อให้เกิดการครอบงำ ชี้นำโดยบุคคลที่เป็นเจ้าหนี้ โดยอาศัยอำนาจแห่งหนี้นั้น มาเป็นผู้บงการ ครอบงำพรรคแต่เพียงผู้เดียวหรือกลุ่มเดียว อันส่งผลให้พรรคการเมืองเป็นธุรกิจการเมือง

-การกู้ยืมเงินของพรรคอนาคตใหม่ จึงมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเข้าข่ายการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นตามมาตรา 66 เมื่อการรับบริจาคดังกล่าวต้องห้ามตามมาตรา 66 จึงเป็นการรับบริจาคเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มามิชอบด้วยกฎหมายตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 72  อันเป็นเหตุให้สั่งยุบพรรคอนาคตใหม่และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในช่วงที่มีการทำสัญญากู้เงินเป็นเวลา 10 ปีได้

สรุป ก็คือ การกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ มีลักษณะผิดปกติไปจากการกู้เงินตามปกติและการกู้เงินดังกล่าวอาจทำให้เกิดการเข้าครอบงำพรรคได้ ในขณะที่ 31 พรรคการเมืองที่รอดจากการถูกยุบพรรค สัญญากู้เงิน เป็นไปตามปกติทั่วไป และไม่มีพรรคการเมืองใดแม้แต่พรรคการเมืองเดียวกู้เงินถึง 10ล้านบาทในขณะที่พรรคอนาคตใหม่ทำสัญญากู้เงินจากนายธนาธร เกิน 10 ล้านบาท

นี่คือ ความต่างระหว่าง 31 พรรคการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ 

โควิดหลบไป’เลือกตั้งพม่า’ มาก่อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โควิดหลบไป’เลือกตั้งพม่า’ มาก่อน

โควิดหลบไป'เลือกตั้งพม่า' มาก่อน27 กันยายน 2563 – 17:35 น.

ประชาธิปไตยต้องมาก่อน แม้โควิดระบาดระลอก 2 ผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น แต่ กกต.เมียนมา ก็ไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง

       ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นทุกวัน ตัวเลขล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 26 ก.ย.2563 เมียนมา มีผู้ป่วยโควิดเพิ่ม 880 ราย สรุปมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรวมทั้งหมด 9,991 ราย

       ดังที่ทราบ เมียนมากำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไป ในวันที่ 8 พ.ย.2563 และระหว่างนี้ อยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็มียอดผู้ป่วยสูงขึ้น

       พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) แกนนำพรรคฝ่ายค้าน ได้ส่งจดหมายเรียกร้องถึง กกต.เมียนมา ขอให้เลื่อนการเลือกตั้ง 8 พ.ย.นี้ออกไปก่อน เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ยังรุนแรง

       ด้าน อู เมียว ญุ้น โฆษกพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เปิดเผยว่า ทุกคนเห็นอยู่ว่ารัฐบาลกำลังพยายามทำเต็มที่เพื่อควบคุมโรคโควิด-19 จึงควรจัดการเลือกตั้งตามกำหนด

       นอกจากนี้ การเลื่อนเลือกตั้งโดยที่ยังไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างไร ยิ่งทำให้เกิดปัญหาตามมา รวมถึงวิกฤติการเมืองที่จะซ้ำเติมปัญหาสาธารณสุขและเศรษฐกิจในขณะนี้

       สำหรับพรรคการเมืองกลุ่มชาติพันธุ์หลายพรรคแสดงความกังวลเช่นกันว่า จะเกิดความไม่แน่นอนหากเลื่อนเลือกตั้งออกไป โรคโควิด-19 จะอยู่กับทุกคนต่อไปจนกว่าจะมีวัคซีน หากไม่จัดการเลือกตั้งก่อนที่รัฐสภาชุดปัจจุบันจะหมดวาระในวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า อาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้      

        อู มิ้น ไหน่ กกต.เมียนมา กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่มีแผนที่จะเลื่อนการเลือกตั้งด้วยเหตุผลของโควิด-19 การเลือกตั้งจะยังคงเดินหน้าต่อไป คณะกรรมการการเลือกตั้งจะจัดการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จำนวนหน่วยเลือกตั้งจะปรับเพิ่มจำนวนขึ้นจาก 40,000 หน่วย เป็น 50,000 หน่วย เพื่อเลี่ยงความแออัด

       ส่วนเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะสวมอุปกรณ์ป้องกัน และผู้ใช้สิทธิจะต้องล้างมือก่อนลงคะแนนเสียง ดังนั้นไม่มีอะไรที่ต้องกังวล 

‘อ้อ’ โมเดล สู่พรรคครอบครัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘อ้อ’ โมเดล สู่พรรคครอบครัว

'อ้อ' โมเดล สู่พรรคครอบครัว27 กันยายน 2563 – 15:35 น.

เพื่อไทยยุคคุณหญิงอ้อ เน้นเอกภาพ ผู้นำพรรค “สมพงษ์” จะกลับมาอีกครั้ง

        ได้ฤกษ์ผ่าตัดเพื่อไทย ต้นเดือน ต.ค.2563 หลังรักษาการหัวหน้าพรรค เรียกประชุมรักษาการคณะกรรมการบริหารพรรค ในวันที่ 28 ก.ย.2563 เพื่อกำหนดการประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่

        อ่านข่าว : ‘หน่อย’ ลา ‘อ้อ’ ปิดฉากเพื่อแม้ว

       สื่อเกือบทุกสำนักวิเคราะห์ตรงกัน การปรับองค์กรเพื่อไทยครั้งนี้ โดยการคุมบังเหียนของ “คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร”

      ที่พรรคเพื่อไทย ต้องปรับโครงสร้างใหม่ ประกอบด้วย

      1.ความเป็นเอกภาพ เพราะก่อนหน้านั้น คล้าย “พรรค 2 หัว” หรือพรรคอกแตก คือ กลุ่มสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ กับกลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

      2.ความเป็นไทยรักไทย แม้ในอดีต พรรคไทยรักไทยจะมี 20-30 มุ้ง แต่ก็รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ดังนั้น โครงสร้างพรรคเพื่อไทย หลังผ่าตัดใหม่ อาจมีหลายกลุ่มก๊วน แต่ผู้มีอำนาจตัวจริง ก็มีหนึ่งคือ “คุณหญิงอ้อ”

      3.เล็กแต่จิ๋ว โครงสร้างกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ “จำนวน”จะไม่มาก แต่กระจายตัวบุคคลไปสู่ทุกภูมิภาค

      4.คุณหญิงพจมาน จะเข้ามานำทัพ และเป็นผู้ประสานงานด้วยตัวเอง โดยจะไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น

  เหนืออื่นใด “คุณหญิงอ้อ” ต้องการรวบรวมนักการเมืองที่แตกออกไปทั้งหมดให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อให้การบริหารงานเป็นเอกภาพ

      ++

      สมพงษ์หัวหน้าพรรค

      ++

      สำหรับหัวหน้าพรรค ก็คาดหมายว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ จะได้รับเลือกกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง

      เนื่องจาก “สมพงษ์” อาวุโสที่สุด มีบารมี ประนีประนอม และมีคอนเนกชั่นกว้างขวาง

      ถ้าสมพงษ์เป็นหัวหน้าพรรค “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำกลุ่มแคร์ ก็จะกลับมา พร้อมกับ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล

      มินับได้รับการสนับสนุนจาก “คุณหญิงอ้อ” และเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้มากบารมีสายเหนือ

      อย่างไรก็ตาม ส.ส.อีสานส่วนหนึ่ง พยายามผลักดัน สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นหัวหน้าหน้าพรรคเพื่อไทย

      ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย มีจำนวนเยอะก็จริง แต่ก็มีหลายก๊วนหลายก๊ก และบางกลุ่มยังภักดีต่อ “เจ๊แดง”

ไผปั่น ‘สุทิน’ เจ้าพ่อรำวง นำธงเพื่อไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไผปั่น ‘สุทิน’ เจ้าพ่อรำวง นำธงเพื่อไทย

ไผปั่น 'สุทิน'  เจ้าพ่อรำวง  นำธงเพื่อไทย27 กันยายน 2563 – 11:55 น.

ผ่าตัดใหญ่เพื่อไทย สัญญาณแรงจาก “เฉลิม” ชื่อ “สุทิน คลังแสง” จะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่จริงหรือ… คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

        สร้างกระแสหรือไม่? เมื่อแอดมินเพจ “สุทิน คลังแสง” แชร์ข่าวออนไลน์ กรณี ส.ส.อีสานทวงขอมีบทบาทนำพรรค ดันสุทิน คลังแสง ขึ้นแทนสมพงษ์ มาแปะหน้าฟีดข่าว

             อ่านข่าว : ‘หน่อย’ ลา ‘อ้อ’ ปิดฉากเพื่อแม้ว

        ต้นตอของข่าวดัน “สุทิน คลังแสง” ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ น่าจะมาจากแข่งขันกอล์ฟฮักแพง ครั้งที่ 8 วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย.2563 สนามกอล์ฟเขื่อนอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

        กอล์ฟฮักแพงนั้น สุทินในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นเจ้าภาพใหญ่ จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ รอบนี้คือ “68 ฝน ขุนพลประชาธิปไตย” ฉลองวันเกิด “อดิศร เพียงเกษ” ซึ่งมี ส.ส.อีสาน และเหนือ มาตีกอล์ฟมากหน้า

ไผปั่น 'สุทิน'  เจ้าพ่อรำวง  นำธงเพื่อไทย

        เกมกีฬาแค่บังหน้า แต่วงสนทนาหลังเกม ก็หนีไม่พ้นเรื่องปรับโครงการสร้างพรรคเพื่อไทย เพราะตัวปัญหาคือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

        ++

        ป๋าเหลิมหนุน

        ++

        เหตุที่ ส.ส.อีสาน สาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เห็นว่า สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม มีความเหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะมีประสบการณ์การเมือง มีบุคลิกประนีประนอม ประสานงานได้ทุกฝ่าย   ​​​​ 

        ด้าน สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ให้สัมภาษณ์สื่อว่า การลาออกของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ไม่ใช่การส่งสัญญานแพแตก เป็นการปรับโครงสร้างพรรคเท่านั้น

       สุทินยังบอกว่า การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น มีผลกระทบต่อตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภา แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ เพราะช่วงนี้ปิดสมัยประชุมสภาฯ หากกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เลือกหัวหน้าสมพงษ์กลับมา ก็คงเป็นผู้นำฝ่ายค้านเช่นเดิม

        สุทินไม่ปฏิเสธข่าว ส.ส.อีสานดันขึ้นหัวหน้าพรรค แสดงว่า เขาพร้อมแล้วจะชิงกับสมพงษ์ อมรวิวัฒน์

        ++

        เจ้าพ่อรำวง

        ++

        สุทิน คลังแสง อดีตครูบ้านนอก ชาว อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม จบปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยมคธ อินเดีย ปี 2544 ก้าวเข้าสู่พรรคไทยรักไทย ลงสมัคร ส.ส.มหาสารคาม ก็ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

        นับแต่ปีนั้นมา สุทินสังกัดพรรคในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร มาโดยตลอด เป็น ส.ส.ขวัญใจชาวบ้าน ไม่เคยสอบตก

        สุทินทำธุรกิจด้านการศึกษา เปิดวิทยาลัยเทคโนโลยีเอเชียแปซิฟิก ตั้งอยู่ที่ ต.กู่ทอง อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม

        สุทินสนับสนุนเด็กๆ ให้ทำกิจกรรมเล่นดนตรี และตั้งคณะรำวงชื่อ “สวรรค์บ้านนา” จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วมหาสารคาม และเจ้าภาพที่มาว่าจ้าง จะระบุว่า ต้องมี ส.ส.สุทินไปร้องเพลงด้วย

ไผปั่น 'สุทิน'  เจ้าพ่อรำวง  นำธงเพื่อไทย

        นอกจากนี้ สุทินยังเปิดค่ายมวยในโรงเรียนอาชีวะชื่อค่าย “คลังแสงสารคาม” ทำมานานแล้ว

        คนเมืองมหาสารคามรู้จักสุทินดี ในฐานะเจ้าพ่อรำวงสวรรค์บ้านนา

‘เฮียพงษ์’สายตรงเจ๊แดง ลาออกล้างไพ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เฮียพงษ์’สายตรงเจ๊แดง ลาออกล้างไพ่

'เฮียพงษ์'สายตรงเจ๊แดง ลาออกล้างไพ่26 กันยายน 2563 – 15:23 น.

ผ่าตัดใหญ่ “เฮียพงษ์” ลาออกล้างไพ่ สายสุดโต่งถอยไป สาย “เจ๊ใหญ่” มาแล้ว

++
    ชัดเจนจากปากของ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ว่าจะลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่า พรรคเพื่อไทย ได้เวลาเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่
    เมื่อเดือน มิ.ย.2562  สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แทน พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ 
    21 ส.ค.2562 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ห้องประชุมริมแม่น้ำเจ้าพระยา รัฐสภา เกียกกาย

++
มือประสานสิบทิศ
++
    การที่ “เฮียพงษ์” สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ใครก็ทราบว่า คนแดนไกลเคาะชื่อนี้ เพราะต้องการลดโทนสี จากแดงเข้มให้เป็นหลากสี  
    “เฮียพงษ์” เป็นนักการเมืองอาวุโส รู้จัก ส.ส.เยอะ โดยเฉพาะนักการเมือง “กลุ่ม 16” 
    พ.ศ.นี้ นักการเมืองกลุ่ม 16 ยังกระจายอยู่ในพรรคการเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย, พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย
    ที่สำคัญ สุชาติ ตันเจริญ, สนธยา คุณปลื้ม, วิทยา คุณปลื้ม และวราเทพ รัตนากร อดีตดาวรุ่งกลุ่ม 16 ยืนอยู่ในปีกพรรคพลังประชารัฐ มินับฟากภูมิใจไทย สรอรรถ กลิ่นประทุม และเนวิน ชิดชอบ ก็เคารพนับถือสมพงษ์อยู่เหมือนเดิม
    ดังนั้น การที่ “คนแดนไกล” เลือกสมพงษ์ ผู้คร่ำหวอดการเมืองไทยมายาวนาน และมากด้วยคอนเนกชั่น มาประคองพรรคเพื่อไทยให้อยู่รอดปลอดภัยนั่นเอง

++
สายตรงเจ๊แดง
++ 
        ปลายปี 2561 สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รับใบสั่งให้นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อธรรม บังเอิญนายใหญ่ปรับแผนใหม่ให้เหลือสองพรรคพี่น้อง “เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ” สมพงษ์ จึงกลับเพื่อไทย
    พรรคเพื่อธรรมนั้น “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ส่งคนสนิทไปจัดตั้งพรรคไว้แต่ปี 2556 
    “เฮียพงษ์” เป็นกำลังสำคัญของ ส.ส.เชียงใหม่ ในช่วงการเลือกตั้งปี 2550 และปี 2554 จึงได้ความไว้วางใจจากเจ๊แดง ให้ดูแลพื้นที่เชียงใหม่ในการเลือกตั้งปี 2562
    ทักษิณและเจ๊แดง ทราบดีว่า ในสถานการณ์เพื่อไทยต้อง “หมอบ” ผู้ที่จะเป็นหัวหน้าพรรคได้เหมาะสมที่สุด ก็หนีไม่พ้น “เฮียพงษ์” 
  

 ท่ามกลางสถานการณ์ร้อนแรงของการเมืองท้องถนน คนแดนไกลไม่ต้องการให้พรรคเพื่อไทย ไปติดกับดักมรณะ ด้วยแนวคิดสุดโต่งของแกนนำพรรคบางกลุ่ม
    ทางที่ดีคือ การผ่าตัดพรรคใหม่ ให้กลุ่มสุดโต่งแยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่ ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้น จะอยู่ในกำมือของสายตรงเจ๊แดงอีกเหมือนเดิม

3 ก๊กทักษิณ ชิงฐาน ‘ธนาธร’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

3 ก๊กทักษิณ ชิงฐาน ‘ธนาธร’

 3 ก๊กทักษิณ ชิงฐาน 'ธนาธร'26 กันยายน 2563 – 14:48 น.

ศึกในฝ่ายประชาธิปไตย “ก๊กธนาธร” เผชิญ “3 ก๊ก” สายแม้ว ชิงลูกค้าหน้าใหม่จากม็อบปลดแอก

++
    ปฏิเสธไม่ได้ว่า เพื่อไทยในยามนี้ กลายเป็น “พรรคอกแตก” และมีการแยกตัวออกตั้งกลุ่มการเมืองใหม่แล้ว 3 กลุ่ม
    ที่น่าสนใจ กลุ่มการเมืองที่แยกตัวออกจากค่ายทักษิณ ชินวัตร ต่างมีมุ่งไปหากลุ่มลูกค้าหน้าใหม่คือ นักเรียน นักศึกษา และคนชั้นกลาง ซึ่งเป็นฐานเดียวกันกับพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า 
    เดิมทีฐานเสียงของ “พรรคทักษิณ” เป็นคนรากหญ้า คนเสื้อแดง ซึ่งมาถึงวันนี้ ฐานเสียงในชนบทของเพื่อไทย ได้ถูกพรรคพลังประชารัฐแย่งชิงไปส่วนหนึ่ง
    พูดง่ายๆ ทักษิณห่างหายจากเมืองไทยไปนาน แบรนด์ทักษิณ เริ่มไม่ขลังเหมือนเก่า จากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พิสูจน์ว่า แบรนด์ทักษิณยังขายได้เฉพาะอีสานตอนเหนือ และเหนือตอนบน 
    ขณะเดียวในเขตหัวเมือง และกรุงเทพมหานคร พรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล ได้รับความนิยมอย่างมาก หลายเขตเลือกตั้ง ผู้สมัครโนเนมของพรรคสีส้มเอาชนะอดีต ส.ส.ค่ายเพื่อแม้วได้
    ด้วยเหตุนี้ คนในเครือข่ายชินวัตร จึงแตกตัวออกไปสร้างแบรนด์ใหม่ และในชั่วโมงนี้ มีอยู่ 3 ก๊ก

++
กลุ่มแคร์
++
    เดือน พ.ค.2563 “กลุ่มแคร์” (CARE) เปิดตัวเป็นทางเลือกใหม่ของการเมืองไทย นำโดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย ,นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
    การขับเคลื่อนกลุ่มแคร์ ยังดูเรียบๆ เงียบๆ เปรียบเทียบกับช่วงเปิดตัวของคลื่นลูกใหม่อย่างธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ไม่ได้ ซึ่งฝ่ายหลัง มีความสด-ใหม่มากกว่า
    ภูมิธรรม ไม่แน่ใจว่า กลุ่มแคร์จะแปรเป็นพรรคการเมืองหรือไม่? เพราะยังมีเวลาคิดอ่านอีกสักพัก

++
พรรคฉายแสง
++
    “จาตุรนต์ ฉายแสง” เป็นคนแรกๆที่ประกาศชัดว่าจะตั้งพรรคใหม่ ที่ไม่พรรคสาขาของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคไทยรักษาชาติ 2 ไม่ใช่พรรคคนเดือนตุลา  
    เลือกตั้งปี 2562 จาตุรนต์ลาออกจากเพื่อไทย มาเป็นแม่ทัพพรรคไทยรักษาชาติ แต่เมื่อพรรคถูกยุบ จาตุรนต์ก็ไม่หวนคืนเพื่อไทย เพราะศรศิลป์ไม่กินกันกับคุณหญิงสุดารัตน์ 
    ในที่สุด จาตุรนต์ จึงตัดสินใจร่วมกับเพื่อนนักการเมืองบางกลุ่ม เตรียมก่อการตั้งพรรคการเมือง ที่สลัดภาพ “เพื่อแม้ว” หวังเอาใจคนเจน Y เจน Z

++
พรรคเมืองหลวง
++
    สองสามเดือนก่อน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เดินไปสำนักข่าวใหญ่ย่านประชาชื่น เพื่อเคลียร์ทุกข่าวความขัดแย้งในเพื่อไทย แถมข่าวลือดีลร่วมรัฐบาลแห่งชาติดังกระหึ่ม
    “คุณหญิงหน่อย” วาดฝันจะปรับขบวนพรรคเพื่อไทย ให้พ้นจากเงาทักษิณ เพราะประเมินสถานการณ์วันข้างหน้า เพื่อไทยจะเจอคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างพรรคก้าวไกล 
    ขบวนการม็อบปลดแอกกระตุกให้ “คุณหญิงหน่อย” ต้องคิดหนัก เพราะท่วงท่าทางการเมืองตระกูล “ชินวัตร” ดูคล้ายจะสวนทางกับอุดมการณ์ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่กำลังวิ่งตามพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า
    คุณหญิงหน่อยจึงถอดหัวโขนประธานยุทธศาสตร์พรรค และเตรียมการไปสร้างรวงรังใหม่ แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนที่คิด 

‘หน่อย’ ลา ‘อ้อ’ ปิดฉากเพื่อแม้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘หน่อย’ ลา ‘อ้อ’ ปิดฉากเพื่อแม้ว

'หน่อย' ลา 'อ้อ' ปิดฉากเพื่อแม้ว26 กันยายน 2563 – 11:36 น.

เพื่อไทยปรับใหม่ ไม่ประชาธิปไตยจ๋า เชิญ “เจ๊หน่อย” ไปสร้างรังใหม่ ไม่พึ่งแบรนด์แม้ว คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลังเจ้าแม่ลาดปลาเค้า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย  
    มิทันข้ามคืน ทายาทบ้านริมคลอง “วัน อยู่บำรุง” ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เพื่อไทยเตรียมผ่าตัดใหญ่”
    แถม ส.ส.วัน ยังไปเมนท์ในใต้โพสต์ ตอบโต้ผู้มาแสดงความคิดเห็นว่า “ผมไม่เคยว่าคุณหญิงเป็นแผลนะ!!!ผมบอกว่าผ่าตัดก็เพราะคุณหญิงลาออกเลยต้องหาผู้นำใหม่ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือป่าว” 
    คำว่า “ผ่าตัดใหญ่” อาจจะหมายถึง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ลาออกจากหัวหน้าพรรค เปิดทางให้เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 
    เชื่อกันว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย สายเจ๊หน่อย คงทะยอยลาออกตามไปในเร็วๆนี้ 

++
สายคุณหญิง
++
    ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย 2 ขั้ว ดำรงอยู่มาตั้งแต่ ”สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค โดยขั้วหัวหน้าพรรค มีคีย์แมนคนสำคัญคือ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” เป็นเสนาธิการหลังม่าน
    คนเพื่อไทยทั้งพรรครู้ดีว่า “เฉลิม” กับ “คุณหญิงหน่อย” เหมือนขมิ้นกับปูน ต่างฝ่ายต่างชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา 
    ว่ากันว่า แกนนำเพื่อไทย ปีกสมพงษ์ และเฉลิม ได้รับสัญญาณประนีประนอม มาจากคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร จึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดคุณหญิงหน่อย ที่พยายามพาพรรคเพื่อไทยไปเดินตามพรรคก้าวไกล 
    ด้านหนึ่ง ส.ส.เพื่อไทย สายอีสาน และสายเหนือ ส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบบทบาทการนำของคุณหญิงหน่อย ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค 
    ส.ส.อาวุโสกลุ่มหนึ่ง จึงต่อสายไปยังอดีตคนเพื่อไทย ที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ พูดคุยกันเรื่องการทำงานมวลชนในพื้นที่
    พูดง่ายๆ เพื่อไทยผ่าตัดใหญ่ คัดเอากรรมการบริหารพรรคสายตรง “นายใหญ่-นายหญิง” ไม่ต้องทำตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า

++
ก้าวข้ามแม้ว
++
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ ส.ส.กรุงเทพฯ ต่างมองไปถึงอนาคตในสนามเลือกตั้ง กระแสความตื่นตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยดูเคลื่อนตัวช้าไม่ทันการณ์ ทำให้พรรคก้าวไกล เก็บเกี่ยวดอกผลเกมการเมืองบนท้องถนนไปได้เต็มๆ 
    สถานการณ์วันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ จึงได้แสดงออกถึงการเป็น “เพื่อไทย” ที่ไม่มีทักษิณ 
    นัยว่า คุณหญิงหน่อยได้มอบให้ อุดมเดช รัตนเสถียร ได้จัดเตรียมพรรคใหม่ไว้แล้ว ซึ่ง โภคิน พลกุล ,พงศ์เทพ เทพกาญจนา และกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ขอลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์พรรคก็มาเป็นแกนหลักให้พรรคใหม่นี้   

  พรรคใหม่แบบคุณหญิงหน่อย จึงจะต่อกรกับพรรคก้าวไกลได้ เพราะแบรนด์ “ทักษิณ” ไม่ได้อยู่ในสายตาคนรุ่นใหม่ 

รู้จัก’ชินวัตร’ แดงห้าวขาลุยปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้จัก’ชินวัตร’ แดงห้าวขาลุยปลดแอก

รู้จัก'ชินวัตร' แดงห้าวขาลุยปลดแอก25 กันยายน 2563 – 17:00 น.

เปิดปูม “ชินวัตร” แดงเมืองนนท์ คนขาลุย รับบทหน่วยจรยุทธ์ “ม็อบปลดแอก” ตุลาเดือดแน่

        บรรยากาศความตรึงเครียดทางการเมือง นับวันจะทวีขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงเดือน ต.ค.-พ.ย.2563

      อ่านข่าว : เตรียมรับข้อหา “ศรีสุวรรณ” ชี้กลุ่มปลดแอกชุมนุมหน้ารัฐสภาละเมิดกฎหมาย 10 ข้อ


         ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่โรงพักเมืองนนทบุรี การเผชิญหน้ากันระหว่าง “กลุ่มไทยภักดี” กับ “เครือข่ายคนรุ่นใหม่ นนทบุรี”

         ช่วงบ่าย วันที่ 25 ก.ย.2563 กลุ่มไทยภักดี แจ้งข่าวว่า ฝ่ายกฎหมายกลุ่มไทยภักดี จะเดินทางไป สภ.นนทบุรี แจ้งความเอาผิด “วอยซ์ทีวี” ตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่ถ่ายทอดสดการชุมนุมของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ท้องสนามหลวง

         วันและเวลาเดียวกัน เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นัดชุมนุมหน้าโรงพักนนทบุรี เพื่อให้กำลังใจช่องวอยซ์ทีวี และยื่นหนังสือถึงตำรวจเมืองนนท์ ไม่ให้ดำเนินคดีกับวอยซ์ทีวี

         ++

         ชินวัตรคือใคร?

         ++

         ที่น่าสนใจสำหรับฝ่ายที่ออกมาต้านกลุ่มไทยภักดีนั้น นำทีมโดย “ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี

         ก่อนหน้านี้ ชินวัตร ในนามแกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” อยู่หลายครั้ง

         ในการชุมนุม 19 ก.ย.2563 ที่ท้องสนามหลวง “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ได้จัดการเคลื่อนทัพทางเรือ จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ เหมือนสมัย นปช.จัดทัพเรือเสื้อแดงมาชุมนุมที่ราชดำเนิน

รู้จัก'ชินวัตร' แดงห้าวขาลุยปลดแอก

            สมัยที่ “ชินวัตร” หาเสียงช่วยพรรคอนาคตใหม่นนทบุรี

         เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2563 “ชินวัตร” ได้นำเรือหางยาวจอดลอยลำกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านหลังอาคารรัฐสภา สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวและกดดัน ส.ว.ที่กำลังประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ       

         ++

         แดงสายห้าว

         ++

         “ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” ชื่อนี้ฝ่ายความมั่นคงนนทบุรี รู้จักเขาดีตั้งแต่การชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง ปี 2553 เพราะเมืองนนท์ เป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ นปช. ไม่แพ้ปากน้ำ และปทุมธานี

รู้จัก'ชินวัตร' แดงห้าวขาลุยปลดแอก

                  ชินวัตร ในม็อบ 19 กันยา

         ปีนั้น ชินวัตร ยังเป็นวัยรุ่น ได้นำทีมบุกยึดสถานีไทยคม ถ.ติวานนท์ มาแล้ว เรียกว่า วีรกรรมห้าวเป้งของ “ไบรท์ ชินวัตร” มีเยอะสมัยนั้น

         ปี 2554-2556 ชินวัตร เริ่มจัดรายการวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง และเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่จัดการชุมนุมคู่ขนานกับกลุ่ม กปปส.

         ปีที่แล้ว ชินวัตร เข้าร่วมกับเครือข่ายคนรุ่นใหม่ พรรคอนาคตใหม่ และสนับสนุน ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ มาตั้งแต่เป็นผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 4 และร่วมกันฟอร์มทีมนายก อบจ.นนทบุรี

         หลังพรรคอนาคตใหม่ ถูกยุบ ชินวัตร ประกาศลงสมัคร ส.อบจ.นนทบุรี โดยไม่สังกัดกลุ่มใด แต่ไพบูลย์ยังจะลงสมัคร นายก อบจ.นนทบุรี สังกัดคณะก้าวหน้า

         ชั่วโมงนี้ ชินวัตรกลายเป็นผู้ปฏิบัติงานสายลุย ของคณะประชาชนปลดแอก สวมวิญญาณ “แดงห้าว” ปี 2553 อีกครั้ง

ธิดาฟันธง อิทธิพล ‘แม้ว’ ลด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธิดาฟันธง อิทธิพล ‘แม้ว’ ลด

ธิดาฟันธง  อิทธิพล 'แม้ว' ลด25 กันยายน 2563 – 13:55 น.

“ธิดา” เชื่อคนเสื้อแดง จะก้าวข้าม “ทักษิณ” จับมือนักศึกษา เปลี่ยนประเทศไทย

       ยิ่งนับวันแกนนำ นปช. 2 ปีก จะเดินไปบนเส้นขนาน ถ้าติดตามความคิดความเห็นของ “จตุพร พรหมพันธุ์” และ “ธิดา ถาวรเศรษฐ” ในสถานการณ์การเมืองห้วงเวลานี้

                   อ่านข่าว : จบแบบไหน ตุลาอาถรรพ์

     “จตุพร” ลดดีกรีความร้อนแรงลงเยอะ พยายามวิจารณ์ขบวนการนักศึกษา โดยยึดประสบการณ์ของตัวเองเป็นหลัก จึงมีปฏิกิริยาเชิงลบจากคนเสื้อแดงบางกลุ่ม

       ตรงข้าม “ธิดา” กลับเชิดชูบทบาทนักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่เต็มที่ และเป็นความหวังของฝ่ายประชาธิปไตย

       ธิดาปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการเคลื่อนไหวของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หรือคณะประชาชนปลดแอก

       ++

       ก้าวข้ามแม้ว

       ++

     ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. มองว่า คนเสื้อแดงได้ก้าวข้าม นปช. หรือแม้ทักษิณ ชินวัตร ไปแล้ว

       “หรือคุณทักษิณอยู่ต่างประเทศนานแล้ว ในความเป็นจริง โดยอิทธิพลก็จะลดลง ถ้าคุณคิดว่าจะเป็นอำนวยประโยชน์ให้กับประชาชนอาจจะลดลง”

       วันนี้ นปช.ไม่ได้ขับเคลื่อนมานานแล้ว แต่คนเสื้อแดง ก็เดินด้วยตัวพวกเขาเอง เป็นผู้นำเองได้

       “ไม่มีเหตุผลที่ว่า ถ้าไม่มีณัฐวุฒิแล้ว คนเสื้อแดงจะไม่มา ดิฉันว่าหลายคนเข้าใจผิดนะ ปัญญาชนจำนวนหนึ่งเข้าใจผิด คิดว่าไม่มีคุณทักษิณ คนก็จะไม่ต่อสู้ คิดว่าถ้าจะไม่มีแกนนำเดิม จะเป็นสามเกลอหรือเป็นองค์กรเรียกโดย นปช. ประชาชนจะไม่ต่อสู้ เข้าใจผิด”     

       ++

       คนตุลาตกขบวน

       ++     

         ธิดาวิจารณ์ “คนเดือนตุลา” เป็นพวกล้าหลัง “…ทราบมั้ยว่าพวกที่ตามเขาช้าหน่อยก็คือคนชั้นกลางและปัญญาชนในรุ่นประมาณหลัง 14 ตุลา 16 ชนชั้นกลางกับปัญญาชนที่ไปเคลิ้มกับแกนนำพันธมิตร ทั้งฝ่ายซ้าย ฝ่ายกลางอะไรก็ไปร่วมขบวนพันธมิตรหมด รวมทั้งเอ็นจีโอด้วย กลับยังไม่ทัน แต่ตอนนี้กลับมาเป็นจำนวนมาก”

       “มีแต่ปัญญาชน ชนชั้นกลาง รุ่นหลัง 14 ตุลา ระวังตกรถนะ มาไม่ทันนะ ดิฉันเห็นรีบวิ่งกลับมาเป็นแถวเลย คนที่เคยเป็นแกนนำพันธมิตรก็กลับมาเยอะแยะเลย กลับมาสนับสนุนการต่อสู้ของประชาชนเที่ยวนี้..”