‘เจียม’ มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เจียม’ มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด

'เจียม' มองศึกท้องถนน มีข้อจำกัด21 กันยายน 2563 – 19:00 น.

“สมศักดิ์ เจียมฯ” หวังพรรคการเมืองรับไม้ต่อ “ปฏิรูปสถาบัน” เพราะการเมืองท้องถนน มีข้อจำกัด

       ข้อเสนอแบบพังเพดานของ “ม็อบ 19 กันยา” เชื่อว่า คนเสื้อแดงจำนวนหนึ่ง ต้องนึกถึง “กลุ่มวิทยุใต้ดิน” ฝั่งลาว ซึ่งมีความคึกคักมาก ช่วงปี 2559-2560

    อ่านข่าว : ‘ หมอวรงค์ ‘ งง ม็อบประกาศชัยชนะอะไร

     สาเหตุที่กลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว ได้รับความสนใจ เพราะมีเสรีในการจัดรายการวิทยุระดับหนึ่ง และช่วงแรกๆ เหมือนปล่อยผี ต่างจากในกัมพูชา สมเด็จฮุนเซน ค่อนข้างเข้มงวด

       “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” นักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส จัดว่าเป็นแฟนพันธุ์ “วิทยุใต้ดิน” สมศักดิ์ฟังทั้งก๊วนเมืองลาว ไปจนถึงก๊วนสะใภ้เสียงชาวบ้านที่อยู่ในยุโรป หรือที่รู้จักกันในนาม “เหลืองใต้ดิน”

       ++

       การเมืองท้องถนน

       ++

       ล่าสุด หลังม็อบ 19 กันยา “สมศักดิ์ เจียมฯ” ขวัญใจของเยาวชนปลดแอก ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “ผู้ที่ติดตามวิทยุใต้ดินอย่างสม่ำเสมอ คงพอทราบว่า ในวงการใต้ดินนั้น มีกระแสที่ปฏิเสธการเมืองอย่างเป็นทางการอยู่ และให้ความสำคัญกับการเมืองบนท้องถนน”

       ประเด็นนี้ สมศักดิ์เคยมีวิวาทะกับ “ลุงสนามหลวง” หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ที่ปลุกระดมให้คนไทยลุกขึ้นก่อการแบบอนาธิปไตย ขับไล่เบื้องสูง

       สมศักดิ์ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดสุดโต่ง เขามองว่า กลุ่มวิทยุใต้ดินในลาว เป็นพวกสุ่มเสี่ยง พวกเพ้อฝัน

       “อันที่จริง ไม่มีหลักตายตัวว่า อะไรจะเป็นจุดชี้ขาด แต่แนวโน้มทั่วไปของโลกสมัยใหม่ จำเป็นต้องยอมรับว่า การเมืองแบบทางการ การต่อสู้ของพรรคการเมือง มีแนวโน้มจะเป็นจุดหลัก และแม้จะเหนื่อยยากเพียงใด การเมืองบนท้องถนนก็ยังมีข้อจำกัด (อาจจะยกเว้นนานปีทีหน นานมากๆ)..”     

       สมศักดิ์ยังหวังที่จะเห็นพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย นำ 10 ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไปเคลื่อนไหวในช่วงการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

       ++

       สุนัยโชว์

       ++

       หลังจากสิ้นวิทยุใต้ดินในลาว “สุนัย จุลพงศธร” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ผันตัวเองมาทีวีออนไลน์ผ่านยูทูบชื่อ Sunai TV และ Sunai FC

       ช่วงนี้ วิทยุใต้ดินของสุนัย มาแรงสุดๆ แต่แนวคิดเขาก็ยังไม่ใช่แบบโกตี๋ ลุงสนามหลวง และสุรชัย แซ่ด่าน

       “โกตี๋” มีความชัดเจนการเรื่องการต่อสู้ด้วยความรุนแรง และปฏิเสธแนวทางรัฐสภา ส่วนกลุ่มลุงสนามหลวง หรือกลุ่มสหพันธรัฐไท ก็หนุนการเคลื่อนไหวนอกสภา

       พลันที่กลุ่มเพนกวิน และมิตรสหาย ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ บรรดาวิทยุใต้ดินในต่างประเทศ กลับมาคึกคักอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาคม ซิดนีย์ ที่ออสเตรเลีย, ไฟเย็น จากฝรั่งเศส ,เพียงดิน รักไทย จากสหรัฐ ฯลฯ

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง21 กันยายน 2563 – 11:10 น.

“เสื้อแดง” แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง เก็บตกม็อบเพนกวิน คนเสื้อแดงสายนักเลือกตั้ง ฉวยโอกาสปั่นอีเวนท์หาเสียง เครื่องเคียงม็อบเด็ก

++
ยังโจษขานกันไม่หาย สำหรับม็อบคณะราษฎร 2563 ที่ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะประเด็นพิธีกรรมวางหมุดใหม่    

ที่เป็นสีสันหรือเครื่องเคียงม็อบสายรุ้ง-เพนกวิน ก็คือ “คนเสื้อแดง” ที่เข้าร่วมการชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อแดงมาเป็นกลุ่มเล็กๆ ทั้งจากในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด    

ส่วนที่มาเป็นกลุ่มก้อน ประกาศตัวตนชัดเจน ก็ต้องยกให้ “แดงลำลูกกา” และ “แดงเมืองนนท์”

อ่านข่าว…  “แดง” มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

อ่านข่าว… ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

สมชาติ นาคบรรจง แถลงข่าวก่อน 19 กันยา

++
แดงค่ายบิ๊กแจ๊ส
++
บ่ายวันที่ 19 ก.ย.2563 บริเวณเจดีย์ขาว ชายขอบสนามหลวง ด้านสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นที่นัดรวมพลของคนเสื้อแดง และมีรถกระบะติดเครื่องขยายเสียง พร้อมปักธงแดงปลิวไสว จอดอยู่หลายคัน     

คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ เคลื่อนทัพออกจากคลองสี่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เช้า โดยการนำของ ศรรัก ทองชัย อดีตแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) หรือวิทยุคนเสื้อแดง 

อย่างที่รู้กัน กลุ่มนักจัดรายการวิทยุคนเสื้อแดงเมืองปทุมธานี ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อยู่ที่ตลาดมหาลาภ ถนนตัดใหม่ลำลูกกา คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ศรรัก ทองชัย

รวมดาวดังครบ ทั้งสมชาติ นาคบรรจง, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน โดยพวกเขาได้ทำทีวีออนไลน์สถานี SCTV 

เหนืออื่นใด แกนนำวิทยุคนเสื้อแดงที่แปลงร่างเป็นคนทำสื่อดิจิตอล ประกาศจุนยืนหนุน “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี

ภารกิจของพวกเขา ใช้กระบอกเสียง SCTV อุ้ม “บิ๊กแจ๊ส” เข้าทำเนียบ อบจ.ปทุมธานี ให้ได้ 

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ทำกิจกรรมที่สนามหลวง

++
แดงสายส้มเมืองนนท์
++
อีกสีสันหนึ่งในการชุมนุม 19 กันยา คือ การเคลื่อนขบวนมวลชนทางเรือ จากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ นำโดย “ไบรท์” ชินวัตร จันทร์กระจ่าง แกนนำเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรม “รวมพลคนนนทบุรีไล่เผด็จการ” 

ชินวัตร จันทร์กระจ่าง ชื่อนี้ฝ่ายความมั่นคงนนทบุรี รู้จักเขาดีอย่างยิ่งตั้งแต่ปี 2553 ชินวัตร ในนามเครือข่ายเสื้อแดงเมืองนนท์ และกลุ่มวิทยุชุมชนคนเสื้อแดง

เมื่อมาถึงท้องสนามหลวง ชินวัตรก็ตรงมาขึ้นเวทีย่อยของแดงลำลูกกา เพราะพวกเขารู้จักกันดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2556 ชินวัตรก็เป็นแกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) คนหนึ่ง

"เสื้อแดง" แปลงร่าง ปั่นอีเวนท์สนามหลวง

ชินวัตร สมัยเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

สองปีมานี้ ชินวัตร เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ นนทบุรี และสนับสนุน ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี สังกัดคณะก้าวหน้า

ส่วนตัวชินวัตรเอง จะลงสมัคร ส.อบจ.นนทบุรี เขต 9 โดยอิสระ ไม่สังกัดคณะก้าวหน้า 

ระหว่างที่รอการเลือกตั้งท้องถิ่น ชินวัตรจึงกระโจนมาเป็นแกนนำแฟลชม็อบเมืองนนท์ เพราะคุ้นเคยกับน้องๆ อย่างเพนกวิน มาแต่สมัยม็อบคนอยากเลือกตั้ง

‘กวิ้น’ คิดไงเปิดเพลง ‘น้าหงา’ผิดวิกหรือเปล่า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘กวิ้น’ คิดไงเปิดเพลง ‘น้าหงา’ผิดวิกหรือเปล่า

'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า20 กันยายน 2563 – 18:45 น.

เพนกวินฉลองชัย เปิดเพลง “น้าหงา” ลั่น สงสัยร้องเพลงผิดวิก เพราะ “เซิ้งอีสาน” เพลงด่ามะกัน

        ตอนสายของวันอาทิตย์ 20 ก.ย.2563 “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ประกาศยุติการชุมนุม “ทวงคืนอำนาจราษฎร” บนหลังคารถกระจายเสียง

       หลังจากนั้น รถบัญชาการหันหัวกลับเข้าสนามหลวง พร้อมกับเปิดเพลง “เซิ้งอีสาน” ฉลองชัยอย่างสนุกสนาน

       “โอ้ ฮะโอ ฮะโอ้ ฮะโอ แดนอีสานกำลังเดือดฮ้อน

       มันเป็นย้อนพวกเจ้านายมัน มันกวดขัน ตั้งแต่เรื่องการปราบ

       มันกำหราบชาวไร่ชาวนา มันตั้งข้อหา ให้เป็นคอมมิวนิสต์ เอาคนบ่ผิดมันก็จับไปขัง มันชังไผมันก็เอาไปฆ่า..”

       เสียงเพลงเซิ้งอีสานบนรถบัญชาการของเพนกวินเช้าวันนั้น เป็นเพลงต้นฉบับของวงคาราวาน ร้องโดย สุรชัย จันทิมาธร หรือ “หงา คาราวาน”

       ++

       บทเพลงไล่ฐานทัพ

       ++

       เพลง “เซิ้งอีสาน” อยู่ในอัลบั้มเพลงชุด “อเมริกันอันตราย” ที่วงคาราวาน บันทึกเสียงปี 2518 ซึ่งเวลานั้น ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) กำลังเคลื่อนไหวขับไล่ฐานทัพอเมริกา วงคาราวานจึงนำเพลงนี้มาบันทึกเสียง

       “มันหลอกลวงพวกเฮาพี่น้อง มันยกย่องอเมริกา ให้มันมาจัดตั้งฐานทัพ มันตั้งไนต์คลับ เต็มบ้านเต็มเมือง ไทยเฮาเปลืองทั้งข้าวทั้งน้ำ..”

       เบื้องหลังเพลงเซิ้งอีสาน ผู้ประพันธ์คือ มหาอุทัย คนใกล้ไขแสง สุกใส อดีต ส.ส.นครพนม ต้องการสะท้อนภาพสังคมอีสาน ยุคที่สหรัฐอเมริกา มาจัดตั้งฐานทัพในไทย และสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหาร ปราบปราบประชาชนในเขตชนบท โดยเฉพาะภาคอีสาน

       ถ้าเปรียบเทียบกับการต่อสู้ของขบวนการนักศึกษาที่ชูคำขวัญ”พังเพดาน” ในวันนี้ ดูเพลงเซิ้งอีสาน จะเป็นเพลงที่ผิดวิกผิดเวลา

       ++

       ไหนว่าไม่เอาเพื่อชีวิต

       ++

       ย้อนไปเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ระหว่างวันที่ 21-27 มิ.ย. 2516 มีการชุมนุมใหญ่ของนักศึกษา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประท้วงอธิการบดีรามคำแหง ลบชื่อนักศึกษา 9 คน     

         การชุมนุมครั้งกระโน้น ได้ก่อให้เกิดเพลง “สู้ไม่ถอย” ปลุกใจให้ลุกขึ้นสู้เผด็จการ แต่สำหรับการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก หรือกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ ปรากฎว่า ไม่มีเสียงเพลงเพื่อชีวิต เพลงสู้ไม่ถอย และกระทั่งเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา      

        ตรงกันข้าม คนรุ่นใหม่ร้องเพลง “Do you hear the people sing” แสดงพลังของประชาชน มีวง Rap Against Dictatorship (RAD) เจ้าของเพลงประเทศกูมี ,แอมมี่ The Bottom Blues และวงสามัญชน

   
       แม้แต่ “หนูหริ่ง” สมบัติ งามบุญอนงค์ พ่อยกม็อบเด็ก ยังพูดว่า “ปีนี้เพลงที่เล่นอยู่บนเวทีไม่มีเพลงเพื่อชีวิต ไม่ต้องไปร้อง หงา คาราวาน แต่ก่อนถ้าคุณจะมีม็อบ ต้องเชิญพวกนี้มา แต่พูดตรงๆ นะ ผมไม่คิดถึงเลย เปลี่ยนยุคไปเลย เอาต์ไปแล้ว”

       หนูหริ่งหรือ บก.ลายจุด บอกเพื่อชีวิตมันเอาต์ไปแล้ว แต่เพนกวิน และมิตรสหาย ร้องเพลงน้าหงากันสนุกสนาน ดูย้อนแย้งกันยังไงพิกล

'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า
'กวิ้น' คิดไงเปิดเพลง 'น้าหงา'ผิดวิกหรือเปล่า

เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ "พ.ต.อ.รุ่งโรจน์"อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง20 กันยายน 2563 – 18:24 น.

 เปิด 10 ข้อต่อสู้ “พ.ต.อ.รุ่งโรจน์  พุทธิยาวัฒน์”อดีตรักษาการ ผอ.อคส. จัดซื้อถุงมือยาง แต่ต้องรอพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไปว่าฟังขึ้นหรือไม่ 

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งย้าย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์  อดีตรักษาการผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า(อคส.) มาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี หลังมีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีว่ามีผู้นำเงินของ อคส.หลายพันล้านบาทไปลงทุนในธุรกิจถุงมือยางช่วงที่พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ทำหน้าที่รักษาการแทนผู้อำนวยการ อคส. จนอาจเข้าข่ายพัวพันการทุจริต

และ ผอ.อคส.คนปัจจุบัน ได้ยื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับ พ.ต.อ. รุ่งโรจน์ รวมทั้งยื่นเรื่องให้ ป.ป.ง.
ตรวจสอบเส้นทางเงินและจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินคดีด้วยนั้น

ในเรื่องนี้ พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ ได้เตรียมประเด็นสู้ไว้ดังนี้ 

 1.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ตามกฎหมาย

 2.แม้ว่า พ.ร.ก.จัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498 มาตรา 26 โดยกฎหมายดังกล่าวให้ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ให้อำนาจ ผอ.อคส. จัดซื้อจัดจ้างได้ในวงเงินไม่เกิน 25 ล้านบาท(สัญญาซื้อขายถุงมือยางจำนวนเงินทั้งหมด 112,500 ล้านบาท วางเงินมัดจำไปแล้ว 2,000ล้านบาท) แต่เมื่อข้อบังคับ อคส. ดังกล่าวไม่ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเท่ากับว่าไม่ต้องปฏิบัติก็ได้

 3.ไม่ได้มีการทุจริต

 4.ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินและขาดทุนของ อคส. ในช่วง 5 ปีติดต่อกันที่มีกว่า 11,000 ล้านบาทโดยการซื้อขายถุงมือยางครั้งนี้เป็นโอกาสที่ อคส.จะทำกำไรได้มาก

 5.ก่อนดำเนินการได้ประชุมคณะทำงานด้านการลงทุนของ อคส.และเห็นตรงกันว่าจะซื้อขายถุงมือยาง เพราะเป็นโอกาสที่จะทำกำไร ล้างขาดทุนสะสมขององค์การได้

 6. ได้ทำหนังสือเวียนขอมติจากบอร์ดแล้ว 

 7. สาเหตุที่ไม่รอให้ผ่านการพิจารณาของบอร์ด อคส.เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนและเห็นว่าเป็นโอกาสทำกำไรของ อคส.

 8.บริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด ที่ อคส. ทำสัญญาซื้อถุงมือยางด้วยให้วางเงินมัดจำแค่ 2% หรือ 2,000 ล้านบาท น้อยกว่าบริษัทอื่นที่ให้วางมัดจำถึง 50% ซึ่ง อคส. มีเงินไม่มากพอ

9. ถุงมือยางของบริษัท การ์เดียน โกลฟส์ จำกัด ได้มาตรฐาน มีคุณภาพ

10.สัญญาซื้อขายถูกต้องตามมาตรฐาน

แต่ข้อต่อสู้ของ พ.ต.อ. รุ่งโรจน์  จะฟังขึ้นหรือไม่แค่ไหนเพียงไร ก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมพิสูจน์กันต่อไป

ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบเลิกเร็ว ‘ถอดใจหรือหักมุม’

ม็อบเลิกเร็ว 'ถอดใจหรือหักมุม'20 กันยายน 2563 – 17:59 น.

‘ม็อบเพนกวิน-รุ้ง’ มาเร็วเคลมเร็ว ยุติม็อบชนิดกองเชียร์อารมณ์ค้าง แกนนำถอดใจ หรือลดความสุ่มเสี่ยง 

++
    การประกาศชัยชนะยกแรกของ“เพนกวิน” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังจาก “รุ้ง” เดินไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้กองเชียร์บางส่วนออกอาการงงๆ 
  “สมชัย ศรีสุทธิยากร”ยังโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.2563
    “1.ผู้ชุมนุมในช่วงเช้า น่าจะอยู่ที่ไม่เกินหมื่นคน เป็นกลุ่มที่ยืนหยัดค้างคืน ถือเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่สามารถเป็นภาพที่สวยงามมีพลัง แบบ 14 ตุลา 2516  ทั้งนี้เพราะเงื่อนไขจำกัดหลายประการ
    2.การประกาศบนเวทีของผู้นำการชุมนุม ที่เปลี่ยนเส้นทางจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังที่ใหม่ที่ไม่ได้ชี้แจงชัดเจน  เป็นนาทีที่สุ่มเสี่ยงและน่าเป็นห่วงที่สุด..” 
    ปฏิกิริยาการยุติการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ยังเป็นข้อถกเถียงในสื่อโซเชียล 
    บางเสียงว่า แกนนำม็อบหักมุม ไม่เสี่ยงแตกหัก แสดงความมีวุฒิภาวะของแกนนำม็อบ
    ความต่างระหว่าง “มีอาการถอดใจ” กับ “มีวุฒิภาวะ” ก็อยู่กับมุมมองของกองเชียร์แต่ละฝ่าย 

++
มวลชนไม่ตามเป้า
++
 นับแต่มีนัดหมายชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะปักหลักพักค้าง และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล
 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ คาดการณ์จะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 2 แสนคน โดยเลือกท้องสนามหลวง เป็นสถานที่ปักหลักพักค้าง ส่วนสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์เป็นเป้าหลอก
 เอาเข้าจริง “จำนวน” มวลชนช่วงเวลาพีกสุดประมาณ 4 ทุ่ม ก็ไม่ถึง 5 หมื่นคน แม้จะประกาศบนเวทีว่า เต็มสนามหลวง แต่ของจริงก็แค่ครึ่งสนามหลวงแบบหลวมๆ 
 เนื่องจากไม่มี “มวลชนจัดตั้ง” เหมือนตอนม็อบเสื้อแดง จึงทำให้มวลชนเหลือถึงรุ่งเช้าแค่หลักหมื่น การจะไปตามเป้าหมายเดิม คงไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องถอย
++
ฝ่ายรัฐตั้งรับแข็งแกร่ง
++
 ฝ่ายความมั่นคง ไม่เชื่อว่า ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จะไปทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่สำคัญใกล้เคียง จึงวางแนวป้องกันไว้ที่จุดแรกที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และจุดที่ 2 คือสะพานมัฆวานรังสรรค์ 
 รอบทำเนียบรัฐบาล 4 ด้าน มีแนวตั้งรับแท่งแบริเออร์ แท่งซีเมนต์ และลวดหนาม 
  เหนืออื่นใด หน่วยข่าวความมั่นคงรู้แผนที่จะไปวางหมุด “คณะราษฎรใหม่” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จึงให้ ส.ว.คนหนึ่งปูดข่าวนี้ 
  แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เลยตัดสินใจฝังหมุดคณะราษฎรใหม่ กลางท้องสนามหลวงแทน
 กลางดึกคืนวันเสาร์ ตำรวจนครบาลคงได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จึงนำรถเมล์มาวางแนวป้องกันถนนราชดำเนินใน ฝั่งศาลฎีกาเพราะเส้นทางนี้จะไปทำเนียบองคมนตรีได้ 
 เมื่อเจอแนวต้านที่แข็งแกร่ง “เพนกวิน” และสหาย จึงปรับแผนไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี และส่ง “รุ้ง” ไปยื่นหนังสือข้อร้องเรียนแทน
++
ม็อบหักมุม
++
 อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่เชียร์ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก็มองว่า การเปลี่ยนแผนไม่ไปทำเนียบรัฐบาล คือ แกนนำม็อบได้สร้าง”เซอร์ไพรส์” โดยปักหมุดสนามหลวง และไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี โดยไม่เคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล
  แสดงถึง “วุฒิภาวะ” ของแกนนำม็อบวัย 18-19 ปี พวกเขามีความสุขุมรอบคอบ ไม่ได้มุทะลุ แกนนำม็อบเด็กคิดถึงการปกป้องมวลชนมากกว่าและคิดยาวกว่า
 สรุปว่า แกนนำม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประเมินมวลชนสูงเกินจริง และขาดประสบการณ์ในสถานการณ์ “ม็อบเผชิญหน้า” จึงต้องพลิกเกมเล่นใหม่ 

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง “นิทานหลอกเด็ก”

เรื่องเล่าในอดีต บางครั้งเป็นได้เพียง "นิทานหลอกเด็ก"20 กันยายน 2563 – 15:10 น.

ภาพจำในอดีต วิถีชนบทแต่ละหมู่บ้าน ผู้สูงวัยถูกล้อมวงด้วยเด็กๆ เพื่อฟังนิทาน เมื่อวันเวลาผ่าน ยุคสมัยเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็ว เรื่องเล่าในอดีตบางครั้งก็เป็นได้เพียง นิทานหลอกเด็ก บทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

         ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ คุณยายเป็นนักเล่านิทานประจำหมู่บ้าน มีเด็กหลายคนมาล้อมวงคอยฟังนิทานจากคุณยาย ทุกคนจะเงียบกริบและตั้งใจฟังอย่างสนุกสนาน นิทานเป็นความบันเทิงเดียวที่เด็กๆ จะได้รับในยุคนั้น ก่อนที่เทคโนโลยีจะมาแยกระยะห่างระหว่างบุคคลออกไปจนหมดสิ้น

       โลกปัจจุบันเปลี่ยนไป ข่าวสารสามารถเข้าถึงทุกคนได้อย่างรวดเร็ว ไม่จำกัดสถานที่และเวลา การที่คนเราได้รับรู้อะไรเพียงบางส่วน อาจทำให้เข้าใจว่าตนเองรู้แจ้ง ทำให้เกิดความมั่นใจในองค์ความรู้ของตนเอง ที่ได้มาโดยปราศจากประสบการณ์หรือไม่เคยได้สัมผัสกับความเป็นจริงเลย อาจทำให้บุคคลนั้น ยิ่งมั่นใจในความรู้ของตนเองและแสดงออกถึงอาการที่แข็งกราว มั่นใจในตนเอง ทั้งที่มีความรู้เพียงครึ่งๆ กลางๆ อาจบอกได้ว่า เป็นการหลงผิดก็เป็นได้

      ส่วน โลกของนิทาน(หลอกเด็ก) สมัยผมฟังนิทาน ส่วนหนึ่งเพื่อความบันเทิงและรับคำสอนจากผู้ใหญ่สอนเราผ่านนิทานว่า โลกนี้มี ธรรมะกับอธรรม มีฝ่ายพระเอกกับฝ่ายผู้ร้าย บางคนเกิดมาเพื่อยิ้มละไมเป็นคนดีไปตลอดชีวิต บางคนเกิดมาเพื่อแยกเขี้ยวยิงฟันเป็นคนร้ายไม่ได้เลิก

        และเด็กทุกคนก็ควรตัดสินใจเลือกอยู่ข้างพระเอก ถ้าไม่ได้เป็นพระเอกอย่างน้อยเป็นลูกน้องพระเอกก็ยังดี ทุกอย่างถูกกำหนดเช่นนั้น แต่อย่างไรผู้ใหญ่ก็ไม่ลืมที่จะเล่าเรื่องผีเป็นเรื่องสุดท้าย เพื่อให้เราเข้านอนด้วยความกลัวและหลับไปอย่างเร็ว จนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่

          เป็นอันว่า ในหมู่มนุษย์ของเราอันเป็นสัตว์ครองโลก จัดว่าฉลาดที่สุดแล้ว (เท่าที่ทราบ ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่) มีสมองมากที่สุดแล้ว ตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ปล่อยให้เด็กเห็นโลกตามที่มันเป็น

        ซึ่งเด็กแต่ละคนควรจะโตขึ้นมา ด้วยวิธีแยกแยะของตัวเอง ว่าสิ่งใดควรฝังใจ ฝังจำ ยึดมั่นเป็นคุณงามความดีกันแน่ ทำอย่างไร เราจะให้เด็กเห็นความจริง คนๆ หนึ่งไม่ได้อยู่ข้างดีหรือข้างร้ายมาแต่เกิด ทุกคนมีที่มาที่ไป ทุกคนเผลอทำชั่วบ้าง มีแก่ใจทำดีบ้าง เด็กๆ สามารถโตขึ้นมาแบบทันเหตุการณ์ไม่ตกข่าว ขณะเดียวกันก็เข้าใจว่าข่าวสารไม่ได้น่าเสพไปทั้งหมด หลายเรื่องไม่ต้องรู้ก็ได้ 

        ย้อนกลับมาที่ การศึกษาของประเทศไทย ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นการจัดการศึกษา โดย มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกใน ความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

        มีความรู้และทักษะพื้นฐาน รวมทั้ง เจตคติ ที่จำเป็นต่อ การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต บนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ

        หรือว่าสิ่งที่เราเห็นเป็นผลจากการจัดการศึกษาที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย จนคนที่ออกแบบการศึกษายังรับมันไม่ได้ หรือเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของข่าวสารเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น       

          การได้รับองค์ความรู้ที่ไม่สมบูรณ์ โดยปราศจากประสบการณ์จริง ถ้าเป็นผลไม้ที่ยังไม่สุกก็รีบเด็ดมารับประทาน จึงไม่อร่อยอย่างที่คาดหวัง แม้จะเป็นไปในรูปแบบไหนก็ดีผลที่ได้รับก็ยังคงเป็นความเสียหายของบ้านเมือง อยากฝากให้ทุกคนลองไตร่ตรองดู

       แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมย้อนคิดถึงอดีต เพราะ มีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองท่านหนึ่งออกมาเล่า “นิทานหลอกเด็ก” ผ่านสื่อหลายช่องทางกระจายไปทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นนิทานก่อนนอน เรื่องผี น่าจะเป็นการกล่อมให้เด็กนอน

‘อานนท์’บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ ‘แดง 112’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘อานนท์’บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ ‘แดง 112’

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'20 กันยายน 2563 – 14:45 น.

ทนายอานนท์ เล่นเกมเสี่ยงสุดๆ วัดใจฝ่ายถืออำนาจ ท้าพิสูจน์พลังขวาพิฆาตซ้าย… คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

          ภารกิจปักหมุดคณะราษฎร 2563 ผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุร้าย แต่คำปราศรัยของ “อานนท์ นำภา” ในเวทีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่บริเวณสนามหลวง คงสร้างความปวดหัวให้ฝ่ายความมั่นคงอยู่ไม่น้อย

       อ่านข่าว : ‘ศรีสุวรรณ’ โพสต์ปักหมุดคณะราษฏร2563  ให้มันจบที่ ‘เรือนจำ’

         จริงๆแล้ว การปราศรัยของอานนท์ในช่วงหลังๆ ก็วนอยู่กับเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ เพียงแต่คืนวันเสาร์กลางทุ่งพระเมรุ อานนท์ได้ขยายเรื่อง 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบัน แบบตรงๆ ไม่มีอ้อมค้อม

         แม้ตัวทนายอานนท์ จะย้ำว่า การปราศรัยของเขาอยู่ภายใต้กรอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อยากเห็นบ้านเมืองอยู่ภายใต้ระบอบนี้ ไม่ได้คิดเป็นอื่นเลย

         แต่ประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ไม่ได้คิดแบบนั้น สำรวจปฏิกิริยาในทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊คอีกฟากฝั่งหนึ่ง ล้วนแสดงความไม่พอใจทนายอานนท์ อารมณ์ประมาณขวาพิฆาตซ้าย เมื่อ 44 ปีที่แล้ว 

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

        ++

         ทนายลาบก้อย

         ++

         ความเป็นแกนนำมวลชนแบบอานนท์ นำภา อาจแตกต่างจากแกนนำ นปช. หรือแกนนำพันธมิตรฯ อานนท์ ไม่เคร่งครัดเรื่องชีวทรรศน์ เป็นคนชอบกินลาบก้อย และร้องหมอลำตามร้านเหล้า

         “มีท่อน้ำเลี้ยงจากสวิส 20,000 บาท แบ่งให้เยาวชนที่มาจากร้อยเอ็ด 10,000 บาท ที่เหลือ 10,000 บาท คืนนี้เป็นค่าอาหารหลังเวทีครับ ทนายอานนท์จะทำลาบก้อย ซอยจุ๊ ให้กิน”

         สเตตัสในเฟซบุ๊คทนายอานนท์ เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.2563 ไม่ต่างจากที่เขาให้สัมภาษณ์เวบ The Isaander ว่า “กินลาบมันมีความเป็นเพื่อนเป็นชุมชน..มีกินลาบกินข้าวกัน แล้วก็ใช้ทำกิจกรรมกัน กินลาบต้านรัฐประหาร กินลาบก็จะพ่วงด้วยเรื่องอื่น”

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

ทนายอานนท์ นำภา

         ปีที่มีรัฐประหาร 19 กันยา อานนท์เรียนกฎหมายที่รามคำแหง วันหนึ่ง “หนูหริ่ง” สมบัติ บุญงามอนงค์ ตั้ง “เครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร” อานนท์ก็ไปอ่านบทกวี บนเวทีต้านเผด็จการที่ท้องสนามหลวง

         สมัยโน้น สนามหลวงคือ แหล่งรวมพลคนไม่เอาสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นชูชีพ ชีวสุทธิ์(ลุงสนามหลวง), สุรชัย แซ่ด่าน, ดา ตอร์ปิโด, ไม้หนึ่ง ก.กุนที ฯลฯ

         แนวคิดพังเพดานหรือทะลุเพดาน แบบเพนกวิน หรือทนายอานนท์ในวันนี้ ก็มีเชื้อไฟมาจากเวทีม็อบเล็กๆ กลางสนามหลวง เมื่อปี 2550 

       ++

         รับช่วงภารกิจ “แดง 112”

         ++

         ปี 2552 อานนท์ จบการศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจบเนติบัณฑิต

         หลังการสลายการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 อานนท์รับทำคดีทางการเมือง โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้แก่คนเสื้อแดงจำนวนมาก

         นอกจากนี้ “ทนายน้อย” หรือทนายอานนท์ ยังรับว่าความคดี 112 ให้คนเสื้อแดง จึงได้ใกล้ชิด อาจารย์หวาน -สุดา รังกุพันธ์ และไม้หนึ่ง ก. กุนที แกนนำกลุ่มปฎิญญาหน้าศาล ที่มีความคิดอุดมการณ์แบบ “แดงปีกซ้าย”

         กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล พยายามรวบรวมรายชื่อขอแก้ไข ม.112 ระดมคนเสื้อแดงปีกฮาร์ดคอร์ หาบกล่องรายชื่อไปยื่นสภาฯ แต่ร่างแก้ไข ม.112 ก็ถูก ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถีบทิ้งไม่ไยดี

         ต่างจากเที่ยวนี้ 10 ข้อเสนอของเพนกวิน หรือหนึ่งความฝันของอานนท์ มีพรรคก้าวไกล เป็นทัพหน้าในสภา ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์

'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'
'อานนท์'บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ 'แดง 112'

‘แดง’มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘แดง’มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน19 กันยายน 2563 – 18:38 น.

มาตามนัด คนเสื้อแดงหลั่งไหล เข้าร่วมม็อบ 19 กันยา ไม่สนแกนนำ นปช.

++
    เป็นไปตามที่กลุ่มแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุมประเมินไว้ว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมที่ท้องสนามหลวงประมาณ 1 แสนคน
    ที่แน่ๆ คือ คนเสื้อแดงจำนวนมากเดินทางมาถึงสนามหลวง ตั้งแต่เช้าวันที่ 19 ก.ย.2563
  

 นพ.พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล แกนนำคนเสื้อแดงภาคตะวันตก และแดงราชบุรี โพสต์เฟซบุ๊คว่า “วันแห่งพันธกิจร่วมกันของฝ่ายประชาธิปไตยทุกคน สำหรับคนเสื้อแดง หากเป็นคนเสื้อแดง และถึงวันนี้ ก็เป็นแดงสีไม่ตก และอยู่ในสถานะที่มีความพร้อมทั้งกำลังและเวลาที่จะออกไปร่วมชุมนุมได้ ต้องออกไปร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ออก”

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

                                  ธงแดง ที่มีรูป เสธ.แดง              

หมอพงษ์ศักดิ์บอกว่า “วันที่ 19 กันยายน นี้ ปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลพวงจากการเคลื่อนไหว ที่ต่อเนื่องมาตลอดของ คนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ นปก. นปช. และ มวลชนคนเสื้อแดง”                           
++
แดงปริมณฑล
++
    จากการสังเกตการณ์ของทีมผู้สื่อข่าวพบว่า คนเสื้อแดงที่มาร่วมเป็นกองหนุน “ม็อบนักศึกษา” ส่วนใหญ่เป็นคนเสื้อแดงกรุงเทพฯ และปริมณฑล 
    1.กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดย ไก่ บิ๊กแมน และเหล่าแม่ยกเสื้อแดง 
    2.กลุ่มเส้นทางสีแดง ของ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง ที่เคยร่วมกิจกรรมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในอดีต
    3.กลุ่มแดงเมืองนนท์ หรือกลุ่มเมืองนนท์ไม่ทน กลุ่มนี้เดินทางมาโดยเรือโดยสารจากท่าน้ำนนท์ ถึงท่าพระจันทร์ พร้อมกับเพนกวิน 
    4.กลุ่มแดงลำลูกกา นำโดย ศรรัก ทองชัย และสมชาติ นาคบรรจง
    5.กลุ่มแดงตะวันตก มาจากนครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี
    5.กลุ่ม นปช.ภาคเหนือ มาจากเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา อุตรดิตถ์ และเชียงราย 

                                            'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน
                                            กลุ่มแดงลำลูกกา

'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน

                      สถานี UDD NEWS ของ นปช.สาย ธิดา ถาวรเศรษฐ์

มีข้อน่าสังเกตว่า กลุ่มแดงอีสาน มาน้อยกว่าที่คาด อาจเป็นเพราะพายุโนอึลพัดผ่าน ชาวบ้านยังห่วงเรื่องน้ำท่วมบ้าน                            'แดง'มาแล้ว ทัพหนุน ม็อบเพนกวิน
                         สมบัติ ทองย้อย การ์ดเสื้อแดง 

 การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงนั้น ไม่ได้ขึ้นต่อการนำของแกนนำ นปช. พวกเขาประกาศ “หนูเป็นกองหน้า ป้าเป็นกองหนุน” มานานแล้ว

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม”

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

19 กันยายน 2563 – 16:50 น.

ตุลาเดือด “ม็อบสายรุ้ง” ส่งต่อ “ม็อบสายโรม” ม็อบ 19 กันยา แค่ซ้อมจริงหรือ แกนนำม็อบประชาชนปลดแอก เตรียมรับไม้ต่อเดือนตุลาคม

++
เริ่มแล้ว ม็อบเบิ้ม-เบิ้ม 19 กันยา ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายหน่วยข่าวความมั่นคงประเมินว่า ไม่ใช่การชุมนุมครั้งสุดท้าย สอดรับกับ “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ผ่านหน้าเฟซบุ๊กว่า 

อ่านข่าว…   “ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

อานนท์ นำภา

“วันที่ 19-20 ก.ย. เป็นการซักซ้อม เรียนรู้สะสมกำลังและประสบการณ์สำหรับคณะผู้จัดที่ยังค่อนข้างใหม่ ส่วนงานจริงน่าจะเป็นกลาง-ปลายเดือนตุลาคม แต่ถ้าฝ่ายรัฐกดดัน ปิดกั้น ใช้มาตรการแข็งกร้าว งานซักซ้อมนี้ก็อาจกลายเป็นงานจริงไปเลยก็ได้”     

ดังที่เราทราบว่า ภาพรวมการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในยุครัฐบาลประยุทธ์ มี 2 ขบวนคือ

“คณะประชาชนปลดแอก” ที่ชู 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน

“แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” ที่พังเพดานการเรียกร้องไปสู่ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

จริงๆแล้ว แกนนำทั้งสองขบวนนี้ ก็คนกลุ่มเดียวกัน เพียงแต่แบ่งบทการแสดง ไม่ได้ขัดแย้งกัน

คิวม็อบ 19 กันยา เป็นเรื่องของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 

ส่วนคิวต่อไป เป็นหน้าที่ของคณะประชาชนปลดแอก ที่รอรับไม้ต่อจากแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ สายเพนกวิน สายรุ้ง
++
ม็อบปลดแอก
++
การชุมนุมมวลชนขนาดใหญ่ครั้งแรก นับแต่รัฐประหาร 2557 จัดการโดย “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2563 เป็นก้าวแรก ก่อนที่ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” จะรับไม้ต่อ     

ตัวละครหลักของคณะประชาชนปลดแอกคือ  “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี อดีตสภานิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นเดียวกับเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตประธานสภานิสิต นิสิตคณะรัฐศาสตร์     

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

เพื่อน ส.ส.โรม อยู่เบื้องข้างม็อบปลดแอก

ปี 2561 ฟอร์ด ทัตเทพ สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และเข้าร่วมเครือข่ายคนรุ่นใหม่ หรือ NGN Revive ของพรรค ในฐานะเครือข่ายคนรุ่นใหม่กรุงเทพฯ     

นอกจากฟอร์ด ก็ยังมี “อั๋ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์โฆษก สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) , ณัฐชนน ไพโรจน์ อดีตประธานพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์ และแกนนำแฟลชม็อบ เป็นองค์การนำประชาชนปลดแอก    

“อานนท์ นำภา” ไม่ใช่คณะนำ แต่ก็คล้ายกับเสนาธิการของคณะประชาชนปลดแอก 

++
เพื่อนโรม
++
ภาพเปิดแกนนำประชาชนปลดแอก ก็คือเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่วงในนักกิจกรรมต่างรู้ดีว่า  “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” ของ “โรม” รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นกองหนุนให้แก่รุ่นน้อง    

แฟลชม็อบ “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย เพื่อขับไล่จอมวายร้าย และปกป้องประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2563 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จัดโดยกลุ่มเพื่อน ส.ส.โรม    

ตุลาเดือด "ม็อบสายรุ้ง" ส่งต่อ "ม็อบสายโรม"

รุ้ง ปนัสยา

อานนท์ นำภา ได้จุดไฟม็อบด้วยเรื่อง “สถาบันพระมหากษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ” อันเป็นที่มาของ 1 ความฝันของคณะประชาชนปลดแอก    

“ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว แม่ทัพกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย  ร่วมกับ “ปอ” กรกช แสงเย็นพันธ์ และ “ธนพล พันธุ์งาม” สองนักกิจกรรมในนาม “กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์” ที่เคยเคลื่อนไหวคัดค้าน คสช. ร่วมกับขบวนการประชาธิปไตยใหม่    

ผ่านจากม็อบ 19 กันยา หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ก็คงได้พบกับม็อบเบิ้มๆ จากคณะเพื่อน ส.ส.โรม ในช่วงเดือน ต.ค.นี้

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 19 กันยายน 2563 – 13:20 น.

“ธนาธร” ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  รอมา 14 ปี “ธนาธร” สานต่อภารกิจต้านเผด็จการปี 2549 หนุน “ม็อบเพนกวิน” พังระบอบกินคน คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม นัดหมายการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 19 ก.ย.2563 เพราะเป็นวันครบรอบ 14 ปี แห่งการก่อรัฐประหาร 19 กันยา 

อ่านข่าว…  คนหน้าเดิม กับม็อบ 19 กันยา 
    

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา 

ธนาธร เข้าร่วมชุมนุมต้านรัฐประหาร 19 กันยา เมื่อปี 2549

แฟนเพจคณะก้าวหน้า โดยธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้โพสต์ว่า “14 ปี ระบอบกินคน เริ่มมาตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาจนรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน”    

แกนนำคณะก้าวหน้า ทั้งธนาธร ปิยบุตร และช่อ พรรณิการ์ ยังปลุกเร้าให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมให้เยอะๆ

“พอกันที 14 ปีของระบอบกินคน สูบเลือดสูบเนื้อประชาชน ทำลายทุกอย่างเพื่อให้คนไม่มีคนไม่กี่ตระกูลได้ครองอำนาจ”

จริงๆ แล้ว ธนาธร และผองเพื่อน ได้ลุกขึ้นต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยา หลังการยึดอำนาจไม่ถึง 2 เดือน

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  เครือข่าย 19 กันยาฯ ชุมนุมท้องสนามหลวง

++
กลุ่มพังเพดาน
++
ดังที่ทราบกัน “กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ” เป็นมวลชนกลุ่มแรกๆ ที่ออกมาชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหาร 2549 ที่ท้องสนามหลวง    

แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ มาจากบอร์ดราชดำเนิน เวบพันทิป ที่รวมตัวกันในนาม “คนรักทักษิณ” และจากเวทีการชุมนุมของกลุ่มแท็กซี่-คาราวานคนจน ที่สวนจตุจักร     

ตอนหลัง มีการจัดตั้งกลุ่ม นปก. แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ฯ บางส่วน จึงแยกตัวออกไปรวมตัวเป็น “สภาประชาชนต้านเผด็จการ” โดยมี สุรชัย แซ่ด่าน ,“ดา ตอร์ปิโด” และสมยศ พฤกษาเกษมสุข  เป็นแกนนำ    

กลุ่มสภาประชาชนฯ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่พยายามพังเพดานการต่อสู้ ไม่หยุดแค่ต้านเผด็จการทหาร แต่ทะลุไปที่ระบอบอำมาตยาธิปไตย    

สิ่งที่กลุ่มสภาประชาชนฯ พูด ก็คือ เนื้อหา 10 ข้อเสนอของเพนกวิน และสหายนั่นเอง 

"ธนาธร" ก้าวแรก รอยอดีต 19 กันยา  ธนาธร ปลุกเร้าผู้คนให้เข้าร่วมชุมนุมที่ธรรมศาสตร์

++
เพื่อนธนาธร
++
ก่อนที่จะก่อเกิดกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เมื่อปลายปี 2549 “เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร” เป็นการรวมตัวของนักศึกษา นักกิจกรรม กลุ่มเล็กๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจ    

เครือข่ายนี้ มีนักวิชาการ และอดีตนักกิจกรรม สนนท.รวมกลุ่มกันขึ้นมา โดย “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และผองเพื่อน รวมถึง “ชัยธวัช ตุลาธน” เลขาธิการพรรคก้าวไกล เข้าร่วมด้วย     

วันที่ 18 มี.ค.2550 เครือข่าย 19 กันยาฯ ระดมมวลชนได้ประมาณ 2,000 คน จัดการชุมนุมและเดินขบวนในโอกาสครบรอบ 6 เดือนการรัฐประหาร โดยเดินขบวนไปบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์    

ถัดมา วันที่ 18 พ.ค.2550 “คนเดือนตุลา” กลุ่มหนึ่งสุมหัวคิดออกแบบองค์กรร่วมชื่อ “แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร” (นปตร.) พร้อมกับนัด 22 กลุ่ม มาประชุมกันที่ธรรมศาสตร์    

องค์กร นปตร. ตั้งได้ไม่กี่วัน เกิดความขัดแย้งขึ้นในหมู่ผู้ประสานงานและผู้ปฏิบัติงาน เนื่องจากส่วนหนึ่งต้องการไปร่วมกับกลุ่มนักการเมืองสายทักษิณ “ธนาธร” และเพื่อน จึงนำเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร ไปจัดกิจกรรมทางวิชาการแทน    

ธนาธร รอเวลาฟ้าสีทองมาถึง 14 ปี พวกเขาจึงหวังที่จะให้ “ระบอบกินคน” จบที่คนรุ่นนี้