“น้ำมันดอกทานตะวัน” หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472800

“น้ำมันดอกทานตะวัน”หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

3 กรกฎาคม 2564 – 16:12 น.

น้ำมันพืชที่ใช้ปรุงอาหาร  ในปัจจุบัน มีแหล่งที่มาของของการผลิต อาทิจาก ปาล์ม , รำข้าว,มะกอก,ถั่วเหลือง ,ถั่วลิสง  รวมไปถึงน้ำมันจาก”ดอกทานตะวัน”  หรือ “น้ำมันดอกทานตะวัน”

“น้ำมันดอกทานตะวัน” ทำมาจากธรรมชาติ โดยผ่านกระบวนการสกัดจากเมล็ดทานตะวัน  ได้รับการรับรองว่า เป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เพราะน้ำมันดอกทานตะวัน อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างมาก เช่น วิตามินอี โอเมก้า 6 และกรดโอเลอิก (Oleic acid) ที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ จึงทำให้การนำมาปรุงอาหารแต่ละครั้งนั้น   ได้รับคุณประโยชน์ได้ดีกว่าการใช้น้ำมันพืช 

ประโยชน์ของ“ น้ำมันดอกทานตะวัน” ที่มีการศึกษาพบว่า เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน  น้ำมันดอกทานตะวัน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมสร้างการทำงานของเยื่อหุ้มเซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อดักจับ และกำจัดแบคทีเรีย ไวรัส ที่แทรกซ้อนเข้ามาสู่ร่างกาย อีกทั้งโปรตีนในน้ำมันดอกทานตะวัน ยังสามารถช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเอนไซม์ต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายภูมิคุ้มกันของคุณได้ในเวลาเดียวกัน

ปรับปรุงระบบการย่อยอาหาร “น้ำมันดอกทานตะวัน”ดีต่อระบบย่อยอาหาร  เพราะว่า มวลของน้ำมันดอกทานตะวัน ค่อนข้างมีความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา ไม่รู้สึกหนักท้องจนเกินไป เมื่อรับประทานจึงทำให้เกิดการดูดซึม และเกิดการย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น อีกทั้งน้ำมันดอกทานตะวันยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่อาจช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี  

เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย  การรับประทานอาหารจนอิ่ม หรือแน่นท้อง สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคืออาการง่วงนอนในทันที นั่นอาจเป็นเพราะว่ามีการบริโภคอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากจนเกินไป จนทำให้เกิดอาการ  เซื่องซึม  แต่ถ้าหากเปลี่ยนไปเป็นการรับประอาหารที่ประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันเหล่านี้จะเข้าไปเติมพลังโดยการปล่อย ไกลโคเจน (Glycogen) เข้าสู่กระแสเลือด เพื่อนำไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน จะทำให้รู้สึกสดชื่น  สิ่งนี้มีอยู่ในน้ำมันดอกทานตะวัน 

"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

 น้ำมันดอกทานตะวัน  ยังดีต่อการบำรุงผิวพรรณ  วิตามินเอ และวิตามินอีในน้ำมันดอกทานตะวัน มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูเซลล์ผิวที่ได้รับความเสียหายจากอนุมูลอิสระ พร้อมทั้งยังสามารถกำจัดแบคทีเรียต่าง ๆ บนผิวหนังได้ดีอีกด้วย เนื่องจากน้ำมันดอกทานตะวันมีมวลน้ำมันที่ค่อนข้างเบาบาง จึงไม่ก่อให้เกิดความเหนียวเหนอะหนะ และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ให้ความอ่อนโยนแก่ผิว เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะผิวแพ้ง่าย

ส่งเสริมสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง  “น้ำมันดอกทานตะวัน” คุณสมบัติน้ำมันชนิดนี้มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่สามารถเข้าไปปรับปรุง หรือรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลในร่างกายได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ห่างไกลจากความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ที่อาจเป็นผลอันตรายต่อสุขภาพ  ตามคำแนะนำของสถาบันโภชนาการแห่งชาติ (NIN) ระบุไว้ว่า การที่จะได้รับประโยชน์จากน้ำมันดอกทานตะวัน  ควรบริโภคเพียงแค่ 20% ของแคลอรี่ต่อวัน หรือในปริมาณ 5 ช้อนชาต่อวัน

ไม่ควรบริโภคมากเกินไปกว่านี้ เพราะมิเช่นนั้นอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางสุขภาพเพิ่มเติมได้  จากการศึกษาในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพจัดอยู่ในเกณฑ์ดีจำนวน 15 คน พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยไขมันไม่อิ่มตัวอย่าง น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นเวลา 10 สัปดาห์ มีอัตราของระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ลดลงกว่าเดิม เมื่อเทียบกับผู้ที่รับประทานอาหารประเภทของไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่เท่ากัน

ส่วนใหญ่แล้วการนำน้ำมันดอกทานตะวันมาใช้เพื่อรับประทาน หรือใช้เพื่อทาบริเวณผิวหนังโดยตรง ย่อมให้ความปลอดภัย ยกเว้นเสียแต่ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้พืช หรือเกสรดอกไม้ในวงศ์ตระกูลดอกทานตะวัน เช่น ดอกดาวเรือง ดอกเดซี่ ดอกเบญจมาศ รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำคือ โรคเบาหวาน  เพราะอาจเป็นการเพิ่มอินซูลิน และระดับน้ำตาลในเลือดให้สูงขึ้น ที่สำคัญยังอาจเพิ่มโอกาสให้หลอดเลือดแดงมีการแข็งตัว เพิ่มได้ในผู้ป่วย ที่ประสบกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2

  ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://hellokhunmor.com/

"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ
"น้ำมันดอกทานตะวัน"หนึ่งทางเลือกของการใส่ใจสุขภาพ

ขอขอบคุณภาพจาก https://pixabay.com/th

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ “แอปเปิ้ล” มีมากกว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472792

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ “แอปเปิ้ล” มีมากกว่าที่คิด

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด 3 กรกฎาคม 2564 – 15:15 น.

นอกจากเวลารับประทานจะมีรสชาติที่อร่อยแล้ว รู้หรือไม่ว่าผลไม้ “แอปเปิ้ล” เป็นผลไม้ที่ช่วยในเรื่องของการป้องกัน รักษาโรคได้ดีอีกด้วย เรียกว่าอุดมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกายของเราเป็นอย่างมาก

“แอปเปิ้ล” แต่ละชนิด แต่ละสีจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป อาทิ  “แอปเปิ้ลสีแดง” จะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระเยอะที่สุด เหมาะแก่การช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย , “แอปเปิ้ลสีเขียว” จะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลน้อย เป็นต้น

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด

นอกจากนี้ “แอปเปิ้ล” ยังมีประโยชน์มากมายที่สามารถป้องกันโรคหลายๆโรคได้ดี ถึง 12 โรคด้วยกันดังนี้

1.ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้

2.ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการชะลอวัย

3.ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ช่วยลดความอยากอาหารลง

4.ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด

6.ช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

7.ช่วยลดความดันโลหิต

8.ช่วยบำรุงหัวใจ

9.ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

10.ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง

11.ช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก

12.ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด เแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำในปริมาณสูงที่จะช่วยลดระดับน้ำตาล เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวาน

รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด
รู้หรือไม่ ประโยชน์ของ "แอปเปิ้ล" มีมากกว่าที่คิด

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472788

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

3 กรกฎาคม 2564 – 14:33 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้จะพามาแนะนำดอกไม้มงคลที่นำไปใช้บูชาพระเพื่อเสริมสิริมงคลต่อชีวิต เชื่อว่าหลายคนอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างเพราะทุกบ้านที่นับถือศาสนาพุทธก็จะต้องสวดมนต์ไหว้พระกันเป็นประจำอยู่แล้ว

ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนาและเมื่อมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องดวงชะตาเป็นจำนวนมาก หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าดอกไม้ที่เลือกนำไปใช้ไหว้บูชาพระนั้นแต่ละดอกจะมีความหมายแตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะรู้แค่ว่าใช้ดอกบัว ดอกกล้วยไม้ หรือ ดอกดาวเรืองไหว้พระ แต่จริงๆแล้วมีมากกว่านั้น ครั้งนี้คมชัดลึกออนไลน์ขอพาแนะนำ ดอกไม้มงคลที่นำไปไหว้พระเเล้วจะทำให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า  

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

เริ่มกันที่ดอกไม้ที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง  “ดอกบัว” ความหมายมงคลของมันก็คือ ชีวิตพบเจอแต่ความสำเร็จสมหวังตั้งใจ และดอกบัวนั้นก็มีอีกหนึ่งความหมายคือหมายถึงความศรัทธา ดอกบัวตูมเหมือนกับการพนมมือไหว้ แทนตัวผู้ไหว้นั่นเอง

ต่อมาคือ “ดอกมะลิ” นอกจากจะมีกลิ่นหอมแล้วยังมีความหมายมงคลว่า ชีวิตพบเจอความสุขกายสบายใจ คนในบ้านอยู่เย็นเป็นสุข เรื่องร้อนใจจะคลี่คลาย

ส่วน “ดอกเข็ม” ไม่ได้ใช้แค่ไหว้ครูเท่านั้นแต่ยังมีความหมายมงคล เมื่อนำมาไหว้แล้วเชื่อว่าจะเกิดสมาธิความคิดฉลาด มีไหวพริบสติปัญญาที่ดี

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

สำหรับ “ดอกพุด” มีความหมายมงคล คือ ชีวิตก้าวหน้าหน้าที่การงานมั่นคงสุขภาพอุดมสมบูรณ์พูนสุข
และที่เห็กันบ่อยๆนำมาร้อยพวงมาลัย คือ “ดอกรัก” ความหมายมงคล คือ ชีวิตจะเจอแต่ความรักดีๆ เปี่ยมไปด้วยความหวังดีผู้อื่นจะรักใคร่มีเมตตา 

ทางด้าน “ดอกกุหลาบ” ไม่ใช่เพียงแค่ให้กันในวันวาเลนไทน์แต่ยังมีความหมายมงคลแฝงอยู่  คือ ถ้านำไปไหว้พระแล้ว ชีวิตจะมีเสน่ห์ เป็นที่รักของคนรอบข้าง เป็นที่ไว้วางใจ เสริมศิริมงคลเรื่องความรัก

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง

นอกจากนั้นยังมี “ดอกแก้ว” นำไปไหว้พระจะทำให้ชีวิตจะไร้อุปสรรคพบเจอแต่เรื่องดีๆ มีความสบายใจจิตใจแจ่มใส

ส่วน “ดอกดาวเรือง” สีเหลืองอร่าม ความหมายมงคลก็ตามชื่อจะทำให้ชีวิตจะพบเจอแต่ความรุ่งเรือง ธุรกิจการค้ารุ่งเรืองมีเงินมีทองไม่ขัดสน

ปิดท้ายที่ “ดอกกล้วยไม้” มีความหมายมงคลว่า ชีวิตพบเจอแต่ความสำเร็จ ทำการสิ่งใดพบแต่ความราบรื่น

แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง
แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง
แนะนำดอกไม้บูชาพระเสริมสิริมงคล ยิ่งไหว้ยิ่งเฮง


ขอบคุณข้อมูลจาก อ.เมธี 456 ดูดวงไพ่ยิปซี

เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ “เดอะคอนติเนนทัล จีที วี 8 มูลินเนอร์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472776

เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ “เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์”

3 กรกฎาคม 2564 – 13:08 น.

บอกเลยว่าหากใครชื่อชอบความสปอร์ตต้องถูกใจ “เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8” อย่างแน่นอนเรียกว่าเป็นการเอาใจคนรุ่นใหม่ สะท้อนไลฟ์สไตล์แบบสปอร์ต และบ่งบอกความเป็นตัวตนอย่างชัดเจนผ่านมุมมองภาพถ่ายที่แสดงถึงสีสันและความหรูหรา

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจไม่น้อยกับการถ่ายทอดผ่านงานโปรดักชั่นภาพถ่ายในมุมมองใหม่ของ “เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8” ที่เน้นสีสันพร้อมกับเรือยอร์ชหรูที่จอดเรียงรายอยู่บนพื้นหลัง เสมือนได้สัมผัสบรรยากาศแสงสีในยามราตรีไปกับอัครยนตรกรรมสปอร์ตสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ในแบบของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยสีสัน 

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

มาทำความรู้จัก อัครยนตรกรรมสปอร์ตคันนี้ให้มากขึ้นต้องบอกว่า  เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์ (Bentley Continental GT V8 Mulliner) มีความพิเศษที่มาพร้อมกับ Mulliner Driving Specification การตกแต่งพิเศษแบบเฉพาะตัว ยกระดับความหรูหราโดยแผนก Mulliner (มูลินเนอร์) แผนกโคชบิลเดอร์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

โดยตัวรถมาพร้อมกับล้อมูลินเนอร์อัลลอยด์สีเงินปัดเงาแบบใหม่ ขนาด 22 นิ้ว คงเอกลักษณ์ความเป็นเบนท์ลีย์ด้วยการตกแต่งภายในที่เผยโฉมให้เห็นถึงลวดลายการปักเย็บในรูปแบบเพชรซ้อนเพชร กระจังหน้าประดับด้วยขอบและแกนกลางโครเมียมสุดหรู สัญลักษณ์รูปตัว “B” สีดำบริเวณฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหลัง และล้อแม็กทั้ง 4 ล้อ จัดเต็มความหรูหราด้วยไฟหน้าและไฟท้ายแบบเมทริกซ์ LED ผลิตจากคริสตัลแท้

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

พร้อมสัมผัสความเร้าใจในการขับขี่ที่มากขึ้นด้วยพวงมาลัย 3 ก้านสไตล์สปอร์ต ผนวกกับอีกหนึ่งความประณีตและใส่ใจในรายละเอียดของเบนท์ลีย์กับการสลัก “Handbuilt in Crewe, England” บริเวณกาบบันได (Treadplate) และสัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำกับหน้าจอแสดงผล Bentley Rotating Display

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

สำหรับระบบความปลอดภัย เบนท์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที วี8 (Bentley Continental GT V8) มาพร้อมกับระบบ Night Vision เทคโนโลยีอินฟาเรดที่ใช้ในตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้ารถในเวลากลางคืน เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"
 เอาใจสายสปอร์ตเบนท์ลีย์ "เดอะคอนติเนนทัล จีที วี8 มูลินเนอร์"

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472723

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

3 กรกฎาคม 2564 – 12:52 น.

ระวังตกงาน เผย “10 อาชีพที่กำลังจะหายไป” ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

ด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและฉลาดมากขึ้นทุกวัน จนเริ่มสามารถทดแทนแรงงานในอาชีพต่าง ๆ กันได้แล้ว โดยเว็บไซต์ inc.com ก็ได้เปิดเผยข้อมูลถึงบางอาชีพที่ต่อไปอาจไม่จำเป็นต้องใช้มนุษย์อีก และเตรียมจะหายไปในอีก 20 ปีข้างหน้านี้ จะมีอาชีพไหนบ้าง มาดูกัน 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

1. แคชเชียร์ > เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติ 

แม้แต่ในตอนนี้ เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติก็ได้เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะซูเปอร์มาร์เกตในต่างประเทศ อย่างเช่น Amazon Go ที่ตอนนี้แทบไม่ต้องมีพนักงานแคชเชียร์เลยสักคนเดียว ขณะที่ในไทยก็เริ่มมีบางแห่งนำเข้ามาใช้ให้เห็นบ้างแล้ว 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

2. คนส่งหนังสือพิมพ์ > E-Book

คนทุกวันนี้อ่านข่าวในรูปแบบกระดาษกันน้อยลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะข่าวจากหนังสือพิมพ์ เพราะหันไปเสพสื่อในช่องทางอื่นแทน อาทิ Social Media, เว็บไซต์ หรือ E-Book ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สวนทางกับบริการส่งหนังสือพิมพ์ที่น้อยลงไปมาก

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

3. เอเย่นต์ท่องเที่ยว > เว็บไซต์ท่องเที่ยว

ปัจจุบันเราสามารถเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก และค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองง่ายขึ้นผ่านเว็บไซต์หรือแอปฯ ต่าง ๆ ทำให้แทบจะไม่ต้องพึ่งเอเย่นต์ท่องเที่ยวกันแล้ว 

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

4. บริการเรียกรถแท็กซี่ > แอปฯ เรียกรถออนไลน์

อาชีพคนบริการเรียกรถแท็กซี่คงจะหายไปในอีกไม่ช้า และถูกแทนที่ด้วยแอปฯ เรียกรถต่าง ๆ อย่าง Uber หรือ Grab ที่กำลังได้รับความนิยม ด้วยบริการที่สะดวกรวดเร็วกว่ามาก  

5. คนขับรถแท็กซี่ > รถยนต์ไร้คนขับ

เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับที่ใช้ AI เข้ามาทำงานแทน ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ นวัตกรรมดังกล่าวคงจะเก่งจนสามารถเทียบคนจริง ๆ ได้แน่ ๆ ซึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ คงหนีไม่พ้นกลุ่มคนขับรถแท็กซี่  

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

6. นักข่าว > เทคโนโลยี AI

ปัจจุบันมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้สามารถดึง Big Data มาแปลงเป็นบทความ หรือข่าวสารได้แล้ว โดยไม่ต้องพึ่งนักข่าวเลย แถม AI ที่ว่านี้ยังสามารถพัฒนาความสามารถตัวเองขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นไปได้ว่าในอีกไม่นานอาจจะสามารถทดแทนนักข่าวจริง ๆ ก็เป็นได้

7. ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย > ผู้ใช้งานทั่วไป 

เราจะเสียเงินจำนวนมากเพื่อจ้างผู้เชี่ยวชาญโซเชียลมีเดียไปทำไม เมื่อทุกวันนี้ทุกคนก็ใช้งานโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้อีกไม่นานทักษะด้านโซเชียลมีเดียจะกลายเป็นอะไรที่ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ใช่ทักษะเฉพาะทางอีกต่อไป

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

8. พนักงานขายทางโทรศัพท์ > หุ่นยนต์

อาชีพนี้คงไม่ได้หายไปซะทีเดียว แต่จะเปลี่ยนจากพนักงานที่เป็นคนเป็น ๆ มาใช้หุ่นยนต์แทน ซึ่งประหยัดกว่า เพราะไม่ต้องมาคอยอบรมพนักงานใหม่บ่อย ๆ ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะโดนลูกค้าเหวี่ยงมาขนาดไหน หุ่นยนต์ก็สามารถรองรับอารมณ์ได้เป็นอย่างดี  

9. พนักงานสายผลิต > หุ่นยนต์

จะเห็นว่าตามโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เริ่มหันมาใช้หุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ซึ่งตอนนี้ในบางอุตสาหกรรม หุ่นยนต์ก็แทบจะทดแทนแรงงานมนุษย์ได้ทั้งหมดแล้วก็มี และเชื่อว่าในอนาคต หากเทคโนโลยียังพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบนี้ หุ่นยนต์คงจะสามารถทดแทนมนุษย์ได้มากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน

ระวังตกงาน เผย "10 อาชีพที่กำลังจะหายไป" ในอีกข้างหน้าเร็วๆนี้

10. กรรมการผู้ตัดสิน > เทคโนโลยี VAR

บ่อยครั้งที่การแข่งขันกีฬาต่าง ๆ มักจะมีดราม่าเกิดขึ้น จากผลตัดสินของกรรมการที่ดูไม่เป็นธรรม ทำให้เริ่มมีการนำเทคโนโลยีอย่าง VAR ที่เป็นระบบบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ต่าง ๆ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อมีการทำผิดกติกาเข้ามาช่วยให้กรรมการทำงานง่ายขึ้น ซึ่งก็ไม่แน่ว่าหากเทคโนโลยีตัวนี้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไปเราอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งกรรมการที่เป็นคนเป็น ๆ อีกแล้วก็ได้

          แบบนี้หลายคนคงต้องรีบปรับตัวกันให้ไวแล้ว เพราะแม้ว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายง่ายขึ้น แต่เห็นไหมว่าอีกด้าน ก็อาจทำให้บางอาชีพหายไป จากการโดนเทคโนโลยีทดแทนได้เหมือนกัน 

เผยเทคนิค “คนอ้วน” เบิร์นไขมัน และ 4 ข้อง่ายๆสำหรับผู้ที่ตั้งใจ “ลดน้ำหนัก” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472774

เผยเทคนิค “คนอ้วน” เบิร์นไขมัน และ 4 ข้อง่ายๆสำหรับผู้ที่ตั้งใจ “ลดน้ำหนัก”

3 กรกฎาคม 2564 – 12:42 น.

เผยเทคนิค “คนอ้วน” ควรออกกำลังกายอย่างไรดี และ 4 ข้อปฏิบัติง่ายๆสำหรับผู้ที่ตั้งใจ “ลดน้ำหนัก”

โรคอ้วน” คือความผิดปกติจากการมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เนื่องจากร่างกายมีภาวะไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ มากเกินกว่าปกติ สาเหตุสําคัญของโรคอ้วนเกิดจากการใช้พลังงานน้อยกว่าที่ได้รับจากการรับประทานอาหาร พลังงานที่ได้จึงมากเกินความต้องการในแต่ละวัน ทําให้ร่างกายเก็บสะสมพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และนํามาซึ่งสาเหตุของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น ไขมันพอกตับ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคข้อเสื่อม

การออกกําลังกายสําหรับคนอ้วน คือ การออกกําลังกายแบบแอโรบิก เป็นการออกกําลังกายที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สามารถเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้น ในช่วงเริ่มต้น ความถี่ และระยะเวลาการออกกําลังกายสําคัญมากกว่าความหนัก โดยควรออกกําลังกายอย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ระยะเวลาอย่างน้อย 30 นาที

สำหรับคนที่อ้วนมาก หรือไม่เคยออกกําลังกายมาก่อน สภาพร่างกายยังไม่พร้อม อาจแบ่งการออกกําลังกายเป็นช่วงสั้น ๆ 3 ช่วง ช่วงละ 10 นาที การปรับโปรแกรมการออกกําลังกายให้ทําแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลาก่อน เมื่อร่างกายเกิดความเคยชินจึงค่อยเพิ่มความหนัก

คนอ้วนที่มีน้ำหนักตัวมาก ขณะออกกำลังกายข้อต่อต้องรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น จึงมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บทางระบบข้อต่อและกล้ามเนื้อได้ ในการออกกำลังกายควรเลือกในประเภทที่ไม่มีแรงกระแทกที่รุนแรง เช่น การเดิน การปั่นจักรยาน การเต้นลีลาศ เป็นต้น

นอกจากนี้การออกกำลังกายในน้ำ เช่น เดินในน้ำ วิ่งในน้ำ หรือว่ายน้ำ ก็นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับ “คนอ้วน” เพราะน้ำจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวไว้ ลดแรงกระแทกที่ข้อต่อ จึงช่วยป้องกันการเกิดการบาดเจ็บได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่ตั้งใจ “ลดความอ้วน

-ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน ควรควบคุมอาหาร ลดแป้ง น้ำตาล ควรเน้นผักและผลไม้ให้มากขึ้น

-นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 7-8 ชั่วโมง หรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน

-ดื่มน้ำสะอาดให้ครบ 8 แก้วต่อวัน

-ลด หรือ งด เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาล หรือแอลกอฮอล์สูง

เนื่องจาก “คนอ้วน” มักจะเสี่ยงต่อการมีโรค หรือภาวะที่เป็นข้อห้ามในการออกกําลังกาย จึงควรพบแพทย์เพื่อประเมินสุขภาพก่อนเริ่มโปรแกรมการออกกําลังกาย และก่อนการออกกําลังกาย ควรอบอุ่นร่างกายก่อนประมาณ 5 นาที เป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อม เพื่อป้องกันและลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นจากการออกกําลังกาย

เมื่อจะเลิกออกกําลังกายไม่ควรหยุดออกกําลังกายทันทีทันใด จะต้องค่อย ๆ ลดการออกกําลังกายทีละน้อย ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพร่างกายให้เข้าสู่ภาวะปกติ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ป้องกันอาการผิดปกติ จากการคั่งของเลือดบริเวณกล้ามเนื้อ

การออกกําลังกายเป็นปัจจัยสําคัญในการเพิ่มการใช้พลังงานที่เก็บสะสม ช่วยเพิ่มการเผาผลาญไขมันส่วนเกิน จึงเป็นวิธีการที่ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ แต่ต้องทำควบคู่กับการจำกัดอาหาร จึงจะเห็นผลได้ชัดเจน และที่สำคัญต้องปรับพฤติกรรมให้กินอาหารที่พอเหมาะ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ

ข้อมูลจาก วารสารสุขภาพ สำนักอนามัย

5 ทริคง่าย ๆ “ย้อมผมเอง” ให้ปัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472769

5 ทริคง่าย ๆ “ย้อมผมเอง” ให้ปัง

3 กรกฎาคม 2564 – 11:48 น.

5 ทริคง่าย ๆ “ย้อมผมเอง” ยังไงให้ปังอย่างมืออาชีพ

ฮัลโหล ทุกคน ส่องกระจกเห็นผมตัวเองแล้ว อยากจะย้อมผม สร้างความสดใสให้กับตัวเองกันแล้วใช่ไหม แต่ติดว่าไม่อยากออกจากบ้าน ไปร้านทำผม โดยเฉพาะช่วงนี้ที่เชื้อโควิด-19 ยังระบาด ทำให้ไม่อยากจะออกจากบ้านกันเลย แต่ไม่เป็นไร วันนี้เรามีทริคง่าย ๆ สำหรับการย้อมผมเอง  มาแนะนำให้มือใหม่หัดย้อมผม ลองทำตามกันได้

5 ทริคง่าย ๆ  "ย้อมผมเอง" ให้ปัง

เริ่มจาก ข้อแรก  ต้องเตรียมผมตัวเองให้แห้งสนิท แต่ถ้าเป็นการย้อมผมที่เป็นแบบ แชมพูสระปิดผมหงอก การลงสีย้อมตอนผมหมาดนั้นสามารถทำได้ แต่ถ้าเป็นการย้อมสีผมแฟชั่นชิคๆ การลงสีผมในขณะที่ผมเปียก ตัวยาย้อมผมอาจจะดูดความชื้นและส่งผลให้สีจางลงกว่าปกติ สีติดยาก และอาจไม่ได้สีตามที่ต้องการ

 2. แบ่งผมเป็นช่อ ๆ  ข้อนี้สำหรับสาว ๆ ที่ผมยาว แต่ถ้าผมสั้น หรือคุณผู้ชาย ก็ลองเล็งๆ ว่า จะแบ่งผมอย่างไรได้บ้าง เพื่อความสะดวกในการย้อม และทำให้สีผมกระจายทั่ว  สีผมที่ออกมาจะได้สม่ำเสมอ 

5 ทริคง่าย ๆ  "ย้อมผมเอง" ให้ปัง

3.  เตรียมน้ำยา ควรเตรียมยาย้อมผม ในปริมาณมากพอกับผมของเรา  สามารถ ทาน้ำยาย้อมผมทั่วทั้งศรีษะในครั้งเดียว  เพราะถ้าน้ำยาไม่พอแล้วมาผสมใหม่ อาจจะได้สีที่ไม่เหมือนครั้งแรก และ ก่อนที่จะย้อมผม ควรทาวาสลีน หรือเบบี้ออย ในส่วนที่เราคิดว่าจะโดนครีมย้อมผม อันนี้ป้องกันไม่ให้สีติดส่วนอื่นได้

4. ไม่ลงน้ำยาย้อมผม ให้ชิดโคนผมจนถูกหนังศีรษะ และเมื่อลงยาย้อมผมเรียบร้อยแล้ว ให้หาหมวก หรือ ผ้า มาคลุมผม เพราะจะช่วยให้สีกระจายได้ทั่วและที่ บริเวณหนังศรีษะจะมีความร้อน ช่วยเร่งปฏิกิริยาเคมีให้สีติดง่ายขึ้น

5 ทริคง่าย ๆ  "ย้อมผมเอง" ให้ปัง

5. ควรทิ้งระยะเวลาให้เหมาะสม ประมาณ 30 – 35 นาที  หรือคอยเช็กสีผมว่าได้สีเป็นที่พอใจรึยัง ถ้ายังก็สามารถต่อเวลาได้อีกนิดหน่อย แต่ไม่ควรเกิน 45 นาที แต่ทางที่ดี ก่อนลงมือย้อมผม ควรอ่านคำแนะนำข้างกล่องของผลิตภัณฑ์ แต่ละยี่ห้อให้ละเอียดก่อน

5 ทริคง่าย ๆ  "ย้อมผมเอง" ให้ปัง

แถมอีกนิด สำหรับเทคนิคในการล้างผม ก่อนอื่นเลย ให้เอาน้ำรดที่เส้นผมเล็กน้อย จากนั้น ก็ค่อย ๆ นวด ประมาณ  10 นาที แล้วก็ค่อยล้างน้ำยาย้อมผมออก จนกระทั่งน้ำที่ล้างเป็นสีใส  แล้วค่อยสระผม และที่สำคัญ ควรเตรียมน้ำยาล้างเคมี และขั้นตอนสุดท้ายคือใช้ครีมนวดผม

เป็นอย่างไรกันบ้างสาวๆ 5 ขั้นตอนง่าย ๆ ของการย้อมผมเอง แถมไม่ต้องเสียเงินเข้าร้านทำผมแพง ๆ แต่ขอแนะนำไว้ก่อนลากันไป ไม่ควรที่จะย้อมผม หรือเปลี่ยนสีผมบ่อย ๆ เพราะสารเคมีพวกนี้ อาจทำให้ผมเสีย ผมพัง ไม่ปังได้นะ

5 คุณประโยชน์ “ดื่มน้ำชา” เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472750

5 คุณประโยชน์ “ดื่มน้ำชา” เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่

3 กรกฎาคม 2564 – 05:41 น.

5 คุณประโยชน์ “ดื่มน้ำชา” เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่ ป้องกันเส้นเลือดหัวใจตีบตับ

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หากไม่ได้ไปไหน หรือแม้แต่จะพักผ่อนอยู่กับครอบครัวที่บ้าน ก็สามารถหากิจกรรมผ่อนคลายทำได้ ยิ่งช่วงนี้ด้วยแล้ว การหาอะไรทำแบบห่างๆ ชุมชน หรือผู้คนมากหน้าหลายตา ถือว่าปลอดภัยมากที่สุด 

5 คุณประโยชน์ "ดื่มน้ำชา" เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่

“ดื่มน้ำชา”

เชื่อเถอะ.! การอยู่บ้านไม่ได้ทำให้คุณเหงาแน่ เริ่มจากเช้าวันเสาร์ ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์ กิจกรรมมีให้ทำนั้น..เชื่อว่ามากโข ไม่ว่าจะเป็นซักผ้า ตากที่นอน หมอน มุ้ง กวาดบ้าน ถูบ้าน แค่นี้ก็หมดเวลาไปแล้ว 1 วัน และระหว่างวันหากหยุดพักสักนิด ลองต้มน้ำให้เดือด แล้วชงน้ำชา “ดื่มน้ำชา” จิบแก้กระหาย ก็สามารถผ่อนคลายได้เช่นกัน  

ดังนั้น ในวันนี้ จึงอยากจะมาคุยเรื่องการดื่มน้ำชากันครับ คุณเชื่อไม่หรือไม่ว่า การ “ดื่มน้ำชา”นั้น มีมานานกว่า 4,700 ปีแล้ว ต้นตำรับในการดื่มน้ำชา แน่นอนละครับ คงหนีไม่พ้นวัฒนธรรมอันเก่าแก่จากประเทศจีน

5 คุณประโยชน์ "ดื่มน้ำชา" เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่

โดยตำนานของจีน เล่าว่า เมื่อสมัยหนึ่งได้เกิดโรคระบาดในตำบลหนึ่งของจีน ทำให้ชาวบ้านต่างพากันล้มตายกันจำนวนมาก “เกี้ยอุย ซินแส” พบว่าสาเหตุของการเกิดโรคระบาดดังกล่าว เกิดจากผู้คนต่างพากันดื่มน้ำสกปรก จึงแนะนำให้ชาวบ้านต้มน้ำดื่ม   

แต่การจะทำให้ชาวบ้านเชื่อนั้น “เกี้ยอุย ซินแส”  จึงต้องเสาะแสวงหาใบไม้ เพื่อนำมาอังไฟให้หอมและใส่ลงไปในน้ำต้ม กระทั่งไปพบว่า มีพืชชนิดหนึ่งที่ให้กลิ่นหอมมากเป็นพิเศษ มีรสฝาดเล็กน้อย อีกทั้งยังสามารถแก้อาการท้องร่วงได้ด้วย ดังนั้น จึงได้นำเจ้าพืชชนิดนี้ มาเผยแพร่ให้กับชาวบ้าน ซึ่งพืชที่ให้กลิ่นหอมนั้นก็คือ “ต้นชา” 

การ“ดื่มน้ำชา”นั้น นอกจากจะช่วยดับกระหาย แก้ง่วง ได้ด้วยแล้ว นักวิจัยยังพบว่า สามารถแก้ได้อีกสารพัดโรค ไม่ว่าจะเป็นการต้านอนุมูลอิสสระที่เกิดขึ้นภายในเซลของร่างกาย ยังช่วยต้านอาการอักเสบ ป้องกันตับจากสารพิษ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ และอื่นๆอีกมากมาย  

5 คุณประโยชน์ "ดื่มน้ำชา" เพื่อสุขภาพ ต้านมะเร็ง ชะลอความแก่

เพราะองค์ประกอบสำคัญในใบชาอย่างแทนนิน หรือ ทีโพลีฟีนอล ซึ่งนักวิจัยค้นพบว่า หากดื่มเป็นประจำ เจ้าสารพวกนี้ก็จะมีฤทธิ์ต้านโรคภัยได้สารพัด ซึ่งการดื่มชานอกจากจะช่วยให้สดชื่น เพราะในใบชามีสารโพลีฟีนอล กรดอะมิโน และคาร์โบไฮเดรต เมื่อสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยา จะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกายได้

ผู้ที่นิยมดื่มน้ำชาร้อนๆ สารสำคัญที่เป็นประโยชน์คือ Catechins (คาเทคชินส์)  จะถูกความร้อนของน้ำทำลายไปเกือบหมด ทำให้เหลือแต่ความหอมและรสชาติ ถ้าต้องการให้ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ และยังนิยมดื่มชาร้อน ๆ ควรดื่มน้ำชาที่เข้มข้น ซึ่งจะทำให้มีปริมาณสารคาเทคชินส์ที่เข้มข้น แม้สารเหล่านี้จะสลายตัวไปบางส่วนเมื่อถูกน้ำร้อน  แต่จะยังคงมีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ และสามารถให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้

ประโยชน์ของการดื่มน้ำชา 

1.ช่วยขับสารพิษ-ชะลอความแก่

2.ช่วยสลายไขมัน ลดระดับคอเลสเตอรอล

3.มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค ต้านจุลชีพ ลดอักเสบ สมานแผล

4.มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ลดมะเร็งกระเพาะอาหาร 

5. ป้องกันเส้นเลือดหัวใจตีบตับ

หากต้องการดื่ม เพื่อสรรพคุณทางยา ขอแนะนำนะครับ ว่าควร “ดื่มน้ำชา” ทุกวัน วันละ 10 ถ้วยขึ้นไป จึงจะมีผล ซึ่งการดื่มชาหนึ่งถ้วยก่อนอาหารประมาณยี่สิบนาที จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่ม ความอยากอาหารลดลง

ขอบคุณข้อมูลและความรู้จาก / มหัศจรรย์ใบชา , โอชาซามะ

“แห้ว” กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472746

“แห้ว” กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง

3 กรกฎาคม 2564 – 03:27 น.

“แห้ว” เป็นผลไม้ที่น่าสงสารที่ชอบนำไปเปรียบกับความไม่สมหวัง หลายครั้ง หากอะไรไม่ได้ดั่งใจก็จะโดนล้อกันไปว่ากินแห้วนั่นเอง

ถ้ามองกันทางอาหารและโภชนาการ “แห้ว” (Water chestnut) ถูกจัดให้อยู่ในพืชตระกูลไซเปอราซี

"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง

ต้น “แห้ว” จึงมีหน้าตาคล้ายกับต้นหอม อายุของแห้วไม่ยืนยาว เพราะเป็นพีชปีเดียวที่ขึ้นในน้ำเหมือนกับต้นข้าว 

ส่วนถิ่นกำเนิดของแห้วมาจากประเทศจีนตอนใต้ บางทฤษฎีก็จัดอยู่ในกลุ่มผัก บ้างก็จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ และแม้ว่าแห้วจะเป็นพืชหัว มีแป้งเป็นองค์ประกอบหลัก แต่ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายไม่น้อยเลย

ประโยชน์ของแห้ว ได้แก่

– มีเส้นใยอาหารสูง เข้าไปขัดขวางการดูดซึมไขมันและคอเลสเตอรอล ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง และยังช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย บรรเทาอาการท้องผูก ริดสีดวง

– เป็นได้ทั้งผักและผลไม้ที่กินง่าย เพราะรสชาติไม่จัดมาก มีความกรอบทน กรอบนาน ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่ถูกใจ สามารถนไปผัด ทอด เคี่ยว ต้ม หรือแช่ในน้ำเชื่อม จนกลายเป็นผลไม้กระป๋องก็ยังได้

– ตามตำราแพทย์แผนไทยโบราณ เชื่อว่าแห้วเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น จะช่วยแก้ร้อนใน และสำหรับเด็ก ๆ ที่มักจะรู้สึกคลื่นไส้ เนื่องจากอาหารไม่ย่อย และเด็กที่ไม่ค่อยชอบกินข้าวโดยอ้างว่าไม่หิว ลองต้มน้ำแห้วให้ดื่ม จะช่วยบรรเทาอาการและช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้

"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง

เมนูแนะนำได้แก่ แห้วผัดไก่ต้นกระเทียม ซึ่งเป็นเมนูง่าย ๆ สามารถเปลี่ยนชนิดเนื้อสัตว์ หรือเพิ่มวัตถุดิบอื่นลงไปได้ตามใจชอบ สำหรับแห้ว สามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบสดและแบบกระป๋องหากต้องการความสะดวกมากขึ้น

"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง
"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง
"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง
"แห้ว" กินแล้วดี กินแล้วสมหวัง

ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

“ดร.อิกนาทซ์” คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ “ล้างมือ” ช่วยชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472705

“ดร.อิกนาทซ์” คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ “ล้างมือ” ช่วยชีวิต

2 กรกฎาคม 2564 – 17:32 น.

ก่อนที่จะมีการรณรงค์ให้มีการ “ล้างมือ” อย่างเคร่งครัดในสถานการณ์โควิดเวลานี้ รู้หรือไม่ว่า ในปลายศตวรรษที่ 18 การทำความสะอาดมือ เป็นเรื่องที่แม้แต่วงการแพทย์เองยังมองข้าม แต่”ดร.อิกนาทซ์” ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้นำ “ทำหัตถการปลอดเชื้อ” ช่วยชีวิตคนมานับไม่ถ้วน

หลังจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากภาวะติดเชื้อหลังคลอดหรือไข้หลังคลอด ในช่วง ค.ศ.1847  “ดร.อิกนาทซ์ ฟิลลิพ เซ็มเมิลไวส์” นายแพทย์ชาวฮังการีเชื้อสายเยอรมัน ได้ค้นพบว่า มีวิธีที่สามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ หากทีมแพทย์ในหน่วยตรวจสูติศาสตร์ได้ “ล้างมือ” เพื่อฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

สำหรับที่มาที่ไปของการค้นพบนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ “ดร.อิกนาทซ์” เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยเวียนนา และเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำแผนกสูตินรีเวช ในโรงพยาบาลเวียนนา ซึ่งที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ได้แบ่งหอผู้ป่วยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งมีผดุงครรภ์เป็นผู้ดูแล และอีกส่วนมีแพทย์เป็นผู้รับผิดชอบผ่าคลอด ซึ่งส่วนที่มีทีมแพทย์ดูแล กลับปรากฏว่ามีคุณแม่หลังคลอดเสียชีวิตมากกว่าหลายเท่าตัวจนน่าตกใจมาก

จากการเฝ้าสังเกตและพยายามหาสาเหตุ ถึงอัตราการตายที่แตกต่างของหอผู้ป่วย 2 ส่วนนี้ ทำให้ “ดร.อิกนาทซ์” พอจะรู้ต้นสายปลายเหตุว่าบรรดาคุณแม่ที่เสียชีวิต มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อหลังคลอด ที่มีแนวโน้มว่าได้รับเชื้อโรคจาก “ศพ”!

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะในสมัยนั้น บรรดาแพทย์และนักศึกษาแพทย์ จะทำการชันสูตรศพด้วยมือเปล่า ไม่มีถุงมือป้องกันสิ่งสกปรกใดๆ รวมทั้งเชื้อโรคที่มาจากร่างผู้ตายด้วย

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

ดังนั้น เมื่อนายแพทย์ทั้งหลายต้องไปปฏิบัติหน้าที่ต่อในห้องทำคลอด โดยเพียงแค่การเช็ดมือธรรมดา และไม่มีการล้างมือ หรือทำความสะอาดอย่างจริงจัง จึงเท่ากันเป็นการนำเชื้อโรคไปสู่คุณแม่หลังคลอดแบบไม่รู้ตัว

จากข้อสันนิษฐานนี้ “ดร.อิกนาทซ์” จึงตั้งกฎและรณรงค์ให้แพทย์ทุกคนล้างมือให้สะอาดที่สุด หลังออกจากห้องผ่าศพ โดยต้องมีการแช่ในน้ำยาคลอรีน รวมทั้งล้างอุปกรณ์และทำความสะอาดเสื้อผ้าของแพทย์ให้มั่นใจว่าสะอาดปลอดภัยที่สุด ก่อนเริ่มทำคลอดทุกครั้ง

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

ทั้งนี้ ผลปรากฏออกมาตรงตามที่คุณหมอได้คาดการณ์ไว้ เพราะอัตราการตายของแม่หลังคลอดลดลงอย่างมาก เหลือไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำ

ซึ่งถือเป็นการค้นพบ ‘เชื้อโรค’ เป็นครั้งแรก พร้อมวิธีป้องกัน ที่สามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมายและเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์การแพทย์ครั้งใหญ่จนต้องจารึกไว้  

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

“ดร.อิกนาทซ์” จึงได้ชื่อว่าเป็นสูตินรีแพทย์ผู้ปฏิวัติการทำคลอด และสร้างมาตรฐานการล้างมือไปทั่วโลก

น่าเสียดายที่คุณหมอเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 47 ปี (มีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1818-1865) แต่วงการแพทย์ทั่วโลก ได้จดจำคุณหมอผู้บัญญัติการ “ล้างมือ” ไว้ตลอดกาล

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

และในช่วงที่โควิด-19 ระบาดแรกๆ “กูเกิล ดูเดิล” (Google Doodle) ได้จัดทำภาพการ์ตูน “ดร.อิกนาทซ์” พร้อมสอนวิธีการล้างมือให้สะอาด เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19 ในเบื้องต้น เผยแพร่สู่สาธารณะอีกด้วย   

"ดร.อิกนาทซ์" คุณหมอสูฯ ผู้ค้นพบการ "ล้างมือ" ช่วยชีวิต

ขอขอบคุณภาพประกอบ : photo: http://www.med-obr.info

FORRÁS: WIKIMEDIA COMMONS