รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว

รู้เรื่อง.."ยาเสียสาว" กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว30 มิถุนายน 2563 – 14:43 น.

รู้เรื่อง..”ยาเสียสาว” กับกรมการแพทย์เตือนภัยนักเที่ยว โดยเฉพาะผู้หญิงพึงระมัดระวัง ไม่เสพยาขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มหรืออาหารจากคนแปลกหน้า

เมื่อวันที่  30 มิถุนายน  2563 นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในปัจจุบันข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม การล่วงละเมิดทางเพศ มักจะพบว่ามีการกล่าวถึง “ยาเสียสาว” ซึ่งยาเสียสาวที่กล่าวถึงนั้น คือ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อวัตถุประสงค์ในการก่ออาชญากรรม คุกคามทางเพศหรือการมอมยาผู้อื่น

โดยมักจะใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กลุ่มยานอนหลับ หรือยาระงับประสาท เช่น ยามิดาโซแลม (Midazolam) ยาอัลปราโซแลม (Alprazolam) ยาฟลูไนตราซีแปม (Flunitrazepam) สาร GHB (gamma-hydroxybutyrate) และ ยาเค หรือ เคตามีน (Ketamine) ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหล่านี้มีคุณสมบัติที่ทำให้ผู้ประสงค์ร้ายมักจะนิยมนำไปใช้ คือ ออกฤทธิ์เร็วหลังจากการใช้ไม่เกิน 30 นาที ละลายได้ดีในน้ำ

 “ง่ายต่อการผสมในเครื่องดื่ม เกิดอาการเคลิ้มสุขคล้ายการดื่มแอลกอฮอลล์ ทำให้มึนงง ง่วงซึม ไม่มีสติ หรือสลบได้ และทำให้ผู้ถูกวางยาสูญเสียความทรงจำไปชั่วขณะ ไม่สามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ วัตถุออกฤทธิ์ต่อ จิตประสาทเหล่านี้อันตรายมาก มีฤทธิ์กดการหายใจ และเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่ใช้ภายใต้คำสั่งจากแพทย์ ” นายแพทย์มานัส กล่าว 

ทั้งนี้ หากมีการใช้ในปริมาณมากร่วมกับยานอนหลับซึ่งออกฤทธิ์ทำให้หลับเร็ว หรือใช้ร่วมกับสารเสพติดอื่นๆ หรือผสมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้ผู้ถูกวางยาเสียชีวิตได้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวเสริมว่า การรวมกลุ่มเพื่อดื่มสังสรรค์ และมีการใช้ยาเสพติดร่วมด้วย เป็นเรื่องที่อันตรายมาก ยาเสพติดทุกประเภทส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกายของผู้เสพ ยิ่งมีการใช้ร่วมกันหลายชนิดก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต

“แนะกลุ่มนักเที่ยวโดยเฉพาะสุภาพสตรีที่นิยมดื่มสังสรรค์ ให้ระมัดระวังตัวเอง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี หลีกเลี่ยงการเสพยาและสารเสพติดในขณะสังสรรค์ ไม่รับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า” ผอ. สบยช.กล่าว

ผอ.สบยช. กล่าวอีกว่า รวมถึงไม่เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีได้ผสมสิ่งใดลงในเครื่องดื่มและนำมาให้ดื่ม สังเกตตัวเองหรือคนใกล้ชิดหากพบอาการผิดปกติ เช่น คลื่นไส้อาเจียน มึนงง เดินเซ หายใจลำบาก มีอาการคล้ายเมาสุราแม้ไม่ได้ดื่มหรือดื่มไปเพียงเล็กน้อย ต้องรีบพาตัวเองหรือคนใกล้ชิดออกจากสถานที่ดังกล่าว และรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้หากประสบปัญหาเกี่ยวกับ ยาและสารเสพติด สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.pmindat.go.th

อ่านต่อที่ https://bit.ly/2BSQf3a

CR : กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เข้าโรงตึ๊ง30 มิถุนายน 2563 – 13:03 น.

พิษโควิด ผู้ปกครองไร้เงิน ซื้อชุดนักเรียนลูกหลาน แห่ขนของเก่าโบราณ เช่น ขนหม้อน้ำมนต์พูกสายสิน ที่กรวดน้ำ พานโบราณ และเตาแก๊ส เข้าโรงรับจำนำ หาเงินให้ลูกใส่เปิดเทอม 1 ก.ค.นี้

วันที่ 30 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยิ่งใกล้การเปิดเทอมอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ค. 2563 นี้ หลังจากที่ปัญหาโควิด-19 ระบาดจนเข้าสู่สภาวะปกติ แต่พิษเศรษฐกิจโรคโควิด-19 ยังทิ้งความบอบช้ำแก่ประชาชนชาวสตูล และคนยากจน ในพื้นที่จำเป็นต้องหยิบเอาของเก่าแก่โบราณ ถ้วยชามโลหะทองเหลืองเข้าโรงรับจำนำในตัวเมืองสตูลแล้ว ซึ่งวันนี้ไปดูบรรยากาศที่สถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) ตำบลพิมาน อำเภอเมือง จังหวัดสตูลไปดูบรรยากาศประชาชน ต่างพาบุตรหลานเข้าโรงรับจำนำเพื่อนำสิ่งของมีค่า เช่น ทอง สร้อยคอ กำไล และเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกหลายๆ อย่างมาจำนำเปลี่ยนเป็นเงินเพื่อไปซื้อชุดนักเรียน รองเท้า กระเป๋า อุปกรณ์การเรียนของใหม่ๆให้กับลูกหลานก่อนวันเปิดเทอม 1 ก.ค. 2563 นี้

ด้านนายอานัส บารา ผู้จัดการสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) บอกว่า เมื่อวานนี้มีครอบครัวใหญ่ที่นำเตาแก๊สปิกนิกาจำนำไว้ เพื่อต้องการเอาเงินไปซื้อชุดนักเรียน จำนำได้เพียงแค่ 400 บาท ก็ยอม เพราะไม่มีเงินจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ๆ ให้ลูก และก็มีการนำเอาโลหะทองเหลือง เช่นหม้อน้ำมนต์ที่พูกสายสินดูเก่าแก่น่ากลัว และที่กรวดน้ำที่เป็นโลหะทองเหลือง พานโบราณ ที่ชั่งน้าหนักโบราณเช่นกัน ของที่เป็นโบราณหลายชิ้นยกใส่ลังเข้าโรงรับจำนำเพื่อแลกเงิน ก็มี แม้ว่าจะได้ราคาน้อยเพียง 2,000 บาทก็ยอมจำนำ ขอให้ได้เงินเอาไปซื้อเสื้อผ้าชุดนักเรียนใหม่ๆให้ลูกหลานใส่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายอานัส บารา ผู้จัดการสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) กล่าวอีกว่า ได้พูดคุยสอบถามคนที่เอาของโบราณมาจำนำบอกว่า ช่วงที่ผ่านมาโควิดกระทบมากายการเงินขัดสน จำเป็นต้องเอาสิ่งของโบราณเก่าแก่มาจำนำหาเงินให้ลูกหลาน ก็อยากให้ลูกหลานๆ มีเสื้อผ้าอุปกรณ์การเรียนใหม่ๆ กับเขาบ้าง และอีกอย่างของโบราณ เช่นหม้อน้ำมนต์ดูน่ากลัว เราก็ต้องรับเพราะประชาชนเดือดร้อน สำหรับสถานนุบาลเทศบาลเมืองสตูล (โรงรับจำนำ) นี้เตรียมเงินกองกลาง 70 ล้านบาทเพื่อใช้รองรับประชาชนที่เข้ามาเอาของมาจำนำ ซึ่งทางผู้บริหารเองตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชน ก็เปิดรับสิ่งของอื่นๆที่คิดว่าตั้งได้ราคาก็เชิญนำมาช่วยกัน

เอนก ขันทสิกรรม ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกจังหวัดสตูล

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020″ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020″

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"30 มิถุนายน 2563 – 09:00 น.

ห้ามพลาด “เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020”

ด้วยจังหวัดศรีสะเกษ ได้กำหนดจัดงาน“เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020” วันที่ 26 มิถุนายน 2563 ถึง วันที่ 5 กรกฎาคม 2563  ณ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ อำเภอเมืองศรีสะเกษ  จังหวัดศรีสะเกษ  และจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดในอีสานใต้ที่มีชายแดนติดประเทศกัมพูชา โดยมีเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวเขตแดนทั้งนี้ตามลักษณะทางธรณีวิทยาเทือกเขาพนมดงรักเป็นแนวภูเขาไฟที่มอดดับแล้วแต่ทำให้พื้นที่ตามแนวเทือกเขาได้รับผลดี เป็นพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากจะปลูกพืชผักและผลไม้ท้องถิ่นแล้ว เกษตรกรยังบุกเบิก นำผลไม้ และพืชผักต่างถิ่น เช่น ทุเรียน ,เงาะ ,มังคุด, สะตอ ฯลฯ มาปลูกในจังหวัดศรีสะเกษเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว โดยพบว่าให้ผลผลิตคุณภาพดีออกสู่ตลาดมาอย่างต่อเนื่องโดยมีความต้องการของตลาดเป็นอย่างสูง และ ยังสามารถส่งเสริมสวนทุเรียนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ 

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางสาวธมลวรรณ  เจริญวงศ์พิสิฐ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสุรินทร์ กล่าวว่า ททท.สำนักงานสุรินทร์ ดูแลภาคการท่องเที่ยวทั้งจังหวัดสุรินทร์และศรีสะเกษ  ประชาสัมพันธ์และเชิญชวนนักท่องเที่ยว  ทั้งไทยและต่างประเทศมาเที่ยวชมงานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ในหลากหลายมิติ ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีคุณลักษณะพิเศษ เนื้อนุ่ม กรอบนอก นุ่มใน ละมุนลิ้นกลิ่นไม่ฉุนมากทุเรียนภูเขาไฟสามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารที่หลากหลาย (More Gastronomy) อาทิ ทุเรียนกรอบเฟรนฟรายทุเรียนภูเขาไฟ สมูตตี้ทุเรียนภูเขาไฟ  
    

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ได้เดินทางมาด้วยตนเองก็ไม่ต้องกังวล ททท.สำนักงานสุรินทร์ ได้มีมาตรการ ซ่อม สร้าง ฟื้นฟู ช่วยเหลือ  ผู้ประกอบการสวนผลไม้ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ  ซึ่งได้นำเสนอวิธีการสั่งซื้อทุเรียนภูเขาไฟเดลิเวอรี่ สดจากสวน ส่งตรงถึงหน้าบ้านผ่านทางออนไลน์ที่ http://www.lavadurian.com การสั่งออนไลน์มีทั้งเจ้าของสวนส่งเอง และจากสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ  มีทั้งแบบ ปลีก และส่ง  โดยมีบริการจัดส่งทาง Kerry Express Thailand  หรือผ่านทางบริษัทไปรษณีย์ไทย 
 

ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"
ห้ามพลาด..เทศกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ & มหกรรมยางพาราและนวัตกรรม 2020"

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน30 มิถุนายน 2563 – 08:44 น.

ภรรยาคนไข้ วอนผู้ใจบุญบริจาคซื้อเครื่องช่วยหายใจ ให้สามีไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่บ้าน เชิญร่วมสมทบทุน เพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ ราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้กลับบ้าน

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์รายหนึ่งโพสต์ในเฟซบุ๊กว่า “คุณวรดร เป็นคนไข้ที่เราดูแลมาตั้งแต่ มกราคม 2563 อยู่ที่ตึกศัลยกรรมกระดูกชาย รพ.เพชรบูรณ์ อยากเชิญชวนทุกท่าน ร่วม สมทบทุนคนละเล็กละน้อยเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจ ราคาสี่แสนห้าหมื่นบาท เพื่อต่อลมหายใจ ให้คุณ วรดร สุขใส ผู้ประสบอุบัติเหตุ จนทำให้ เส้นประสาทไขสันหลังไม่ทำงาน ส่งผลให้ หายใจไม่ได้ตลอดชีวิต แต่สมองยังรับรู้ดีทุกอย่าง ขณะนี้นอนใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ที่ รพ. เพชรบูรณ์และไม่มีอนาคตว่า จะได้กลับบ้าน เพราะยังไม่มีเครื่องช่วยหายใจ เขาอยากกลับไปนอนหายใจกับเครื่องที่บ้าน เราต้องช่วยกัน โดย รวมสมทบทุนบริจาค เข้า บัญชี เงินบริจาค รพ. เพชรบูรณ์ ตามที่แจ้งไว้ เมื่อได้ครบจำนวน ทาง รพ. จะปิดรับ บริจาคและจะแจ้งให้ทราบ อีกทีนะคะท่านที่บริจาค 1,000 บาทขึ้นไป ถ้าต้องการใบอนุโมทนาบัตร ให้ส่งหลักฐานการโอนไปที่ ID line :nisacholnurse นะครับ มาช่วยกันครับ เขาจะเป็นคนแรกของเพชรบูรณ์ ที่มีการต่อลมหายใจที่บ้าน แบบครบวงจร เพื่อให้คุณ วรดร มีลมหายใจอยู่ต่อไป ภาพที่ลงทั้งหมด ได้รับอนุญาตจากคนไข้และภรรยาของคนไข้ ตามลายลักษณ์อักษรที่แนบมาแล้วครับ ปล.ท่านที่บริจาคแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทได้เลยคะ เพื่อเป็นหลักฐานทางการเงิน รบกวนจริงๆ คะ” จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนายวรดร สุกใส อายุ 39 ปี นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงผู้ป่วยและต้องเจาะที่บริเวณลำคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจ โดยมี น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาคอยดูแลอย่าไม่ห่าง

นายแพทย์โกศล โลเกศเสถียร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าพร้อมกับเปิดเผยว่าคนไข้ประสบอุบัติเหตุกระโดดน้ำแล้วหัวไปกระแทกพื้นสมองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย กระดูกสันหลังระดับคอได้รับบาดเจ็บค่อนข้างสูงส่งผลให้แขนและขาทั้งสองข้างอ่อนแรง อีกทั้งเมื่อแรกรับคนไข้มีภาวะหัวใจหยุดเต้นจึงได้ใช้ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจจนคนไข้มีสัญญาณชีพกลับคืนมา แต่เส้นประสาทที่ควบคุมกระบังลมได้รับความเสียหายจึงทำให้คนไข้ไม่สามารถหายใจเองได้ จึงต้องทำการเจาะคอเพื่อช่วยหายใจ ขณะนี้ได้ดำเนินการรักษาตามอาการควบคู่ไปกับการทำกายภาพบำบัด  แต่ทั้งนี้คนไข้จะต้องใช้เครื่องหายใจไปตลอดชีวิต ความหวังสุดท้ายของคนไข้คืออยากกลับไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน

น.ส.วัฒนา ศรีพุทธา อายุ 42 ปี ภรรยาของคนไข้เปิดเผยว่าหลังจากที่สามีประสบอุบัติเหตุตนจะต้องเทียวเดินทางจากบ้านมาดูแลสามีที่โรงพยาบาลทุกวันระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร โดยก่อนหน้านั้นต้องลางานเป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน หากได้รับเครื่องช่วยหายใจไปนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้านก็จะสามารถแบ่งเบาภาระได้ แต่ทั้งนี้ตนและครอบครัวไม่มีความสามารถที่จะซื้อเครื่องดังกล่าวเนื่องจากมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงอยากจะบอกบุญมายังผู้ใจบุญขอรับบริจาคเพื่อนำไปซื้อเครื่องช่วยหายใจให้สามีนำไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่บ้าน ก็จะทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพจิตที่ดี ญาติ ๆ ก็สามารถช่วยกันดูแลได้อย่างใกล้ชิด ถือเป็นการอยู่กับครอบครัวในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งหากไม่ได้ใช้เครื่องนี้แล้ว ก็จะนำเครื่องดังกล่าวมาไว้ที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์เผื่อมีผู้ป่วยรายอื่น ๆ จะต้องใช้ในการรักษาต่อไปติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้าน น.ส.นงลักษณ์ ลีกีรติกุล หัวหน้าหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกชาย เปิดเผยว่าเมื่อก่อนคนไข้มีความเครียดมากเนื่องจากจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและจะต้องนอนโรงพยาบาลตลอดชีวิต แต่ขณะนี้คนไข้มีกำลังใจและสุขภาพจิตที่เข้มแข็งหลังจากทราบว่านายแพทย์เพียรศักดิ์ แซ่หว่อง กุมารแพทย์ด้านระบบทางเดินหายใจในเด็ก กลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้ซึ่งมีความเชียวชาญและทำโครงการจัดหาเครื่องช่วยหายใจให้ผู้ป่วยไปหายใจที่บ้าน ได้ทราบเรื่องราวและได้ให้การช่วยเหลือระดับหนึ่ง โดยการขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญเพื่อซื้อเครื่องช่วยหายใจมูลค่าสี่แสนห้าหมื่นบาท ขณะนี้มีผู้บริจาคมาแล้วประมาณ 1.6 แสนบาท ยังคงเหลือประมาณ 2.9 แสนบาท โดยสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 614–0–76611–7 ชื่อบัญชีเงินบริจาคของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เมื่อโอนแล้วรบกวนส่งสลิปมาที่  line id:nisacholnurse หรือ แชทเฟสบุคชื่อ Nisa Nicha Wasan และหากท่านใดบริจาคตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปสามารถขอใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตรเพื่อนำไปประกอบในการลดหย่อนภาษีได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สุดเจ๋ง หนุ่มชาวนาสุโขทัย จบ กศน.ประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัวสร้างเสร็จใน 15 วัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดเจ๋ง หนุ่มชาวนาสุโขทัย จบ กศน.ประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัวสร้างเสร็จใน 15 วัน

30 มิถุนายน 2563 – 08:44 น.

สุดเจ๋ง หนุ่มชาวนาสุโขทัย จบ กศน.ประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าวัวสร้างเสร็จใน 15 วัน ทั้งที่ไม่ได้เรียนจบช่างใดๆ มาก่อน แต่อาศัยครูพักลักจำ และดูตัวอย่างวีดีโอจากยูทูปแล้วลงมือทำทันที

29 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 9 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มีหนุ่มชาวนาสามารถประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าสำเร็จเป็นคันแรกใน จ.สุโขทัย โดยใช้เวลาทำแค่ 15 วัน ทั้งที่ไม่ได้เรียนจบช่างใดๆ มาก่อน แต่อาศัยครูพักลักจำ และดูตัวอย่างวีดีโอจากยูทูปแล้วลงมือทำทันที

นายไตรภูมิ งามขำ อายุ 44 ปี เกษตรกรเจ้าของรถเกี่ยวหญ้าคันดังกล่าว บอกว่า เนื่องจากที่บ้านเลี้ยงวัวเยอะ ตอนนี้ร่างกายก็เริ่มแย่ ตัดหญ้าให้วัวกินด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายบ่าเหมือนเมื่อก่อนไม่ไหวแล้ว มันเหนื่อย เลยคิดจะสร้างรถเกี่ยวหญ้าให้วัวขึ้นมาทุ่นแรง เพราะเห็นรถเกี่ยวข้าวแล้วก็น่าจะทำได้

จึงไปปรึกษากับนายศรัทธา ปานดำ หรือช่างอ๊อฟ ว่าพอทำได้ไหม เขาบอกทำได้ก็เลยลองทำดู โดยออกแบบขึ้นโครงใหม่ทั้งหมด ดัดแปลงใส่พวงมาลัย ล้อรถปิคอัพ เครื่องยนต์รถไถนา 120 แรง พร้อมติดตั้งระบบขับเคลื่อน ท่อส่งหญ้า และย่อส่วนฟันรถเกี่ยวให้เล็กลงมา ใช้ทุนไป 65,000 บาท (ไม่รวมค่าแรง) 15 วันก็เสร็จ นับเป็นคันแรกของสุโขทัยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“รถเกี่ยวหญ้าคันนี้ใช้งานได้จริง ลองใช้มานาน 3 เดือนแล้ว ปกติดี ไม่มีปัญหา แถมประหยัดเวลากว่า 2 เท่า ไม่เปลืองแรง คันนี้ถือเป็นต้นแบบ ต่อไปจะพัฒนาเป็นระบบไฮดรอลิค ใช้เครื่องยนต์ 2 สูบ สตาร์ทมือ เพื่อความสะดวกสบายมากขึ้น” นายไตรภูมิ กล่าว

นายศรัทธา ปานดำ หรือช่างอ๊อฟ อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า มีอาชีพหลักทำนา อาชีพเสริมคือรับซ่อมรถไถ ต่อรถอีแต๋น ทำเครื่องปั่นไฟ ฯลฯ เรียนจบ ม.6 กศน. เคยทำงานเป็นลูกจ้างในอู่ซ่อมรถไถมาก่อน เลยอาศัยครูพักลักจำ รวมทั้งดูยูทูป พัฒนาความรู้เรื่อยมา จึงสามารถประดิษฐ์รถเกี่ยวหญ้าคันดังกล่าวได้ สนใจสอบถาม โทร. 090-3314962

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 30 มิถุนายน 2563 – 08:30 น.

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ  คอลัมน์ ตำนานแผ่นดิน โดย… อ.ไชยแสง กิระชัยวนิช 

50 ปีก่อน ต้องลงเรือที่ท่าน้ำปากคลองตลาด นั่งเรือแจวข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าคลองภาษีเจริญถึงวัดปากน้ำ ไปร่วมทำบุญเลี้ยงพระเพล กราบสักการะหลวงพ่อวัดปากน้ำ นั่งทำสมาธิศึกษาวิชชาธรรมกาย ตามคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระภิกษุสงฆ์ที่สอนวิธีนั่งวิปัสสานะกรรมฐาน ทางลัดที่จะเข้าถึงสมาธิจิตรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องเข้าบวช-ธุดงค์ตามป่าเขาให้เสียเวลา
 

วิชชาธรรมกาย ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนเข้าร่วมทำบุญที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มากเป็นพิเศษ ใครไม่มีเวลาไปนั่งทำสมาธิที่วัด จะขอรูปถ่ายหลวงพ่อสดใส่กรอบตั้งบูชาในบ้าน ให้หลวงพ่อสดหันหน้าออกทางหน้าร้าน ได้บุญบารมีหลวงพ่อสด ทำให้ค้าขายดีขึ้นจึงติดรูปหลวงพ่อวัดปากน้ำกันแทบทุกร้าน มีเวลาว่างชาวจีนจะไปทำบุญเลี้ยงพระเพลที่ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

วิศิษฏ์ ลิ้มประนะ ผู้บริหารพริกไทยตรามือ 

แม่พานั่งรถ รสพ.สาย 4  จากตลาดคลองเตย ผ่านตลาดพลูไปสุดปากทางเข้าวัดปากน้ำ หน้าฝนต้องเดินย่ำน้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาจากคลองภาษีเจริญ ขึ้นไปกราบร่างหลวงพ่อสด บนหอสังเวชนีย์มงคลเทพนิรมิต จนได้พบกับ หลวงพ่อศุลี เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา พระที่ได้เรียนวิชชาธรรมกายกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่
 

กวยจั๊บเฮียเคี้ยง ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ้แก้ว วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 
ทำบุญเลี้ยงพระเพลเสร็จเข้าไปกราบ พระพุทธมหามงคล พระประธานโบสถ์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อรำลึกถึงพุทธสถานที่ หลวงพ่อสด นั่งทำสมาธิจิตจนสำเร็จวิชชาธรรมกาย ภายในพระอุโบสถแห่งนี้ แล้วขึ้นไปกราบร่างหลวงพ่อสดบรรจุในหีบทอง บนหอสังเวชนีย์มงคลเทพนิรมิต ขอพวงมาลัยดอกมะลิสดจากพานหน้าหีบหลวงพ่อสด เอาไปบูชาที่บ้าน
 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

เฮียเคี้ยง กวยจั๊บยาพริกไทยตรามือติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

กวยจั๊บเฮียเคี้ยง วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขับรถออกจากวัดไปจอดไว้ใต้แท๊งค์น้ำประปาปากทางเข้าวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สั่งเฮียเคี้ยงทำกวยจั๊บเครื่องในหมูให้กิน กวยจั๊บน้ำข้นสูตรของอดีตเซลล์แมนขายส่งยาย่านเยาวราช ได้สูตรต้มน้ำพะโล้เครื่องในหมู ย่างหมูกรอบจากร้านเก่าแก่ที่เยาวราช เอามาทำกวยจั๊บน้ำข้นขายที่บ้าน ปากทางเข้าวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
 

35 ปี กวยจั๊บเฮียเคี้ยง ได้บุญบารมี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ชาวพุทธที่นั่งรถเมล์ ขับรถมาทำบุญเลี้ยงพระเพลที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ถ้าไม่กินข้าวที่วัดปากน้ำทำไว้จัดเลี้ยง ก็จะเดินออกมากินกวยจั๊บน้ำข้นเฮียเคี้ยง แล้วซื้อใส่ถุงกลับไปฝากคนที่บ้าน ให้ได้กินกวยจั๊บน้ำข้นสูตรโบราณใส่เครื่องเทศยาจีน หอมกลิ่นอบเชยโป๊ยกั๊กในน้ำพะโล้
 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง

กวยจั๊บเฮียเคี้ยง มีเครื่องในหมูต้มน้ำพะโล้ ตับ ปอด ไส้หมู หนังหมู เต้าหู้ ไข่พะโล้ หั่นชิ้นหนาๆ ไม่มีกลิ่นคาวนุ่มกำลังดี เส้นกวยจั๊บม้วนเป็นหลอดเหนียวหนึบเคี้ยวกรุบๆอร่อยเต็มปาก น้ำพะโล้ต้มด้วยวิธีโบราณ เฮียเคี้ยงต้องขับรถไปซื้อ อบเชย โป๊ยกั๊ก ชวนเจีย(พริกหอม) ที่ร้านง่วนสูน เยาราช เอามาต้มกับกระดูกสันหลังหมู(เอียเล้ง) รากผักชี กระเทียม พริกไทยเม็ดตรามือ 
 

เคี่ยวจนกลิ่นเครื่องเทศหอมฟุ้งไปทั่วปากทางเข้าวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ราดน้ำพะโล้ลงบนเส้นกวยจั๊บ ใส่เครื่องในหมู หมูกรอบ เต้าหู้ ไข่พะโล้ให้เต็มชามๆละ 40-50 บาท กินกันเต็มอิ่มให้พุงกาง เฮียเคี้ยงเล่าให้ฟังว่า พ่อแม่พาลูกๆมากินกวยจั๊บน้ำข้น เด็กๆจะชอบมากเพราะกลิ่นหอมเครื่องเทศจีนที่ใส่ลงไปต้มทำน้ำพะโล้ ไม่เผ็ดมากแต่หอมติดจมูก
 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

น้องตุ๊ก ลูกสาวเฮียเคี้ยง ทำหน้าที่ยกกวยจั๊บเสริฟให้ลูกค้ากินตามโต๊ะ และออกไปกับพ่อแม่เอากวยจั๊บไปเลี้ยงตามงานต่างๆ ที่ลูกค้าสั่งเหมาไปเลี้ยงพระเพลตามวัดทั่วกรุงเทพ เลี้ยงขึ้นบ้านใหม่ เลี้ยงฉลองตำแหน่ง เลี้ยงงานสังสรรบริษัทห้างร้านทุกแห่ง เจ้แก้ว ภรรยาเฮียเคี้ยงจะพาลูกสาวไปช่วยจัดงานทุกครั้ง ฝึกให้เด็กรุ่นใหม่เข้าใจงาน เตรียมรับมรดกที่พ่อแม่สร้างไว้
 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

ก๋วยเตี๋ยวหลอดทรงเครื่อง เจ้แก้ว ใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวหลอดใส่กุ้งฝอยแห้ง ต้มน้ำพะโล้ใส่เต้าหู้เหลือง ปลาหมึก หมูสามชั้น เคี่ยวจนน้ำพะโล้ซึมเข้าไปในเนื้อเต้าหู้ ราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวหลอด ใส่ถั่วงอกลวก กุ้งแห้งทอด กุนเชียงทอด หมูสามชั้นย่างกรอบๆ โรยด้วยต้นหอมสับแค่นี้ก็อร่อยแล้ว แต่ผมจะซื้อกลับบ้าน เติมซอสมะเขือเทศลงไปแค่นี้ก็อร่อยสุดยอด

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 

กวยจั๊บเฮียเคี้ยง ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ้แก้ว ขายทุกวันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น หยุดทุกวันพุธ โทร.08-9982-1165, 02-467-2302  
 

ครัวลอยฟ้า กวยจั๊บพริกไทยตรามือ
 

เฮียเคี้ยง ชี้แจงว่า กวยจั๊บน้ำข้นต้มให้อร่อย ต้องใช้เครื่องเทศที่ซื้อจากร้าน ง่วนสูน พริกไทยตรามือ ตรอกอิสรานุภาพ(เล่งบ๊วยเอี้ย) เยาวราช เครื่องในหมู ต้มกับอบเชยโป๊ยกั๊กชวนเจียพริกไทยตรามือใหม่ๆ จะได้น้ำพะโล้กลิ่นหอมมาก
 

หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 


เครื่องปรุง น้ำซุปกวยจั๊บน้ำข้น
1.กระดูกหมู(เอียเล้ง)     3  ก.ก.
2.อบเชย-โป๊ยกั๊ก-พริกไทยเม็ดตรามือ   1  ถ้วย
3.รากผักชี-กระเทียม อย่างละ    5  ต้น-หัว
4.ซีอิ๊วดำหวาน      1  ช้อนโต๊ะ
5.ซีอิ๊วขาว      1  ทัพพี
6.น้ำตาลกรวด      3  ช้อนชา
 

วิธีทำ
1.ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงหม้อแล้วเติมน้ำให้ท่วม
2.ต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ 2 ชั่วโมง จนได้น้ำซุปหอมหวานนิดๆ


ตักน้ำพะโล้ราดลงเส้นกวยจั๊บ จะได้กวยจั๊บน้ำข้นสูตรโบราณอร่อยรสเลิศ ไปกินได้ที่ร้าน กวยจั๊บเฮียเคี้ยง ปากทางเข้าวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

ตร.เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบ New normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตร.เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบ New normal

ตร.เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบ New normal29 มิถุนายน 2563 – 17:56 น.

ตร.เชียงใหม่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบ New normal

วันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมพระพุทธประทานยศบารมี ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ตำรวจภูธรภาค 5 จัดประชุมเตรียมความพร้อมเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในห้วงการเปิดภาคเรียนของสถานศึกษา ประจำปี 2563 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 เป็นประธานการประชุม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้อำนวยการสถานศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมความพร้อมและแก้ไขปัญหาการจราจรเปิดภาคเรียนในแบบ New normal ในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยพล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5  มอบหมายให้ พล.ต.ต. พิเชษฐ จีระนันตสิน ผบก.ภ.จว. เชียงใหม่ พ.ต.อ.ไพศาล นันตา รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ (รับผิดชอบงานจราจร) และ พ.ต.อ.ฐาปนพงศ์ ชัยรังษี  ผู้กำกับกลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ ได้สั่งการให้ กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และสถานีตำรวจพื้นที่เขตติดต่อเมืองปฏิบัติหน้าที่งานจราจร ชุดเคลื่อนที่เร็ว และอาสาจราจร จำนวนกว่า 400 นาย พร้อมรถยก และอุปกรณ์เครื่องมือ พร้อมแก้ไขปัญหา และอำนวยความสะดวกการจราจร โดยประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคืนพื้นผิวจราจรจุดก่อสร้างและหาแนวทางในการแก้ปัญหาการจราจรร่วมกันในช่วงเปิดภาคเรียนนี้ ในส่วนพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยเฉพาะโครงการ “9 เส้นทางหลักเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่” ในพื้นที่เขตติดต่อเมือง ที่มีสภาพปัญหาจราจรปริมาณรถเกิดขึ้นเฉพาะในเขตของ อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีโรงเรียนในระดับ และในสังกัดต่างๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 75 แห่ง โดยมีโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 2,000 คนขึ้นไป มีทั้งหมด 8 โรงเรียน ตั้งอยู่ใน 3 เส้นทางหลัก คือ ถนนมหิดล ถนนเจริญประเทศ และถนนแก้วนวรัฐ โดยเส้นทางทั้ง 3 เส้นนั้น เจ้าหน้าที่ได้วางแผนในการปฏิบัติดังนี้

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ถนนแก้วนวรัฐ ได้มีการเพิ่มพื้นผิวการจราจร บนถนนแก้วนวรัฐในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้า (เวลาประมาณ 06.30 – 07.30 น.) โดยการวางกรวยยางแบ่งทิศทางการเดินรถ ขาเข้า 3 ช่องทาง ขาออก 1 ช่องทาง ตั้งแต่แยกศาลเด็ก ถึงแยกโรงเรียนปรินส์ฯ ถนนเจริญประเทศ ได้กำหนดมีการเดินรถทางเดียว เริ่มจาก สะพานเม็งรายทิศตะวันตก ถึง สามแยกเจดีย์ ในเวลา 06.00 น. – 09.00 น. และ 15.00 น. – 18.00 น. ของทุกวันที่โรงเรียนเปิดทำการ ถนนมหิดล เนื่องจากเป็นถนนสายหลักมีเกาะกลาง จึงไม่มีการปรับเปลี่ยนกายภาพของถนน ได้มีการประชุมหารือ กับทางโรงเรียนในเส้นทาง (รร.มงฟอร์ตและวารี) เพื่อจัดทำระบบการจราจรภายในโรงเรียน ที่จอดรถ และจัดเจ้าหน้าที่ (รปภ.) ช่วยอำนวยความสะดวกพื้นที่ภายใน และด้านหน้าโรงเรียน ร่วมกับ จนท.ตำรวจจราจร และอาสาสมัครฯ ที่มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรประจำจุดดังกล่าวทางกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ ยังได้ร่วมกับสถานศึกษา วางแผนการจัดระบบจราจร ร่วมประชุมผู้ปกครองแบบ Online Homeroom โดยเน้นผู้ปกครอง นักเรียนใหม่ ซึ่งยังไม่คุ้นชินกับเส้นทาง และการรับ-ส่ง ให้มีความพร้อม และวางแผนการเดินทางเพื่อให้ใช้เวลาในการรับ-ส่งน้อยที่สุด วางแผนการเดินทาง ได้แก่ เส้นทางเข้า-ออก,จุดรับ-ส่ง, จุดนัดหมาย เตรียมสิ่งของให้พร้อมก่อนลงจากรถ ได้แก่ กระเป๋านักเรียนและสิ่งของต่างๆ,เงินสำหรับไปโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาจราจร สำหรับ“มาตรการ 5 เตรียม 1 เสริม” 1.เตรียมแผน การจัดระบบการจราจรร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ 2.เตรียมกำลังพล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สถานีตำรวจ 9 เส้นทางหลัก ในการแก้ไขปัญหาการจราจร 3.เตรียมอุปกรณ์ เช่น ป้าย เครื่องหมายจราจร แผงกั้น กรวยยาง เสื้อกันฝน รองเท้าบู๊ท อุปกรณ์วิทยุสื่อสาร 4.เตรียมเตรียมถนน โดยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรับปรุงแก้ไขในเส้นทางหลัก และ การคืนพื้นผิวการจราจร จุดก่อสร้าง 5.เตรียม

ประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆ เพื่อให้ประชาชนรับทราบ และ แก้ไขปัญหาการจราจรร่วมกัน 6.เสริม smart city โดยการใช้เทคโนโลยี จากกล้อง CCTV อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และ แอปพลิเคชั่น Google map ในการตรวจสอบสภาพการจราจรการขอคืนพื้นผิวจราจร จุดที่มีการก่อสร้างพื้นผิวจราจร 7 จุด มีการก่อสร้างสายส่งเคเบิ้ลใต้ดิน ถ.เชียงใหม่-ลำปาง หน้า ร.พ.ลานนา.การก่อสร้างทางแยกแม่กวง ถ.เชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด3.การก่อสร้างสะพานข้ามแยกท่ารั้ว ถ.วงแหวน รอบ .การปรับปรุงพื้นผิวถนน ถ.เชียงใหม่-ลำปาง คู่ขนานด้านนอก ตั้งแต่แยกหนองประทีป ถึงสะพานดอนจั่น 5.การก่อสร้าง ถ.เชียงใหม่-ลำปาง ตั้งแต่เขตติดต่อแยกถึงสะพานดอนจั่น 6.การก่อสร้างทางแยกต้นเกว๋น ถ.คันคลองชลประทาน 7.การทาสี-ตีเส้น และปรับปรุงทางเท้า ถ.มหิดล  การให้ความสำคัญเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ จอดรถกีดขวางหรือฝ่าฝืนกฎหมาย, ขับขี่ ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, การข้ามถนนของคนเดินเท้า นอกจากนั้นแล้วยังได้ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น เทศบาล, แขวงการทางฯ สำรวจความพร้อมของสภาพพื้นผิวการจราจร จุดที่มีน้ำท่วมขัง, สัญญาณไฟ, จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์แนะนำเส้นทาง รวมถึง การขอคืนพื้นผิวการจราจร จากการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อนเปิดภาคเรียน พร้อมทั้งแนะนำให้ผู้ปกครองที่นำส่งบุตรหลานในเส้นทางดังกล่าว ติดตามข่าวสารข้อมูลจากสื่อทุกช่องทาง เช่น เฟซบุ๊ค,ไลน์ ,วิทยุกระจายเสียง เพื่อรายงานสภาพการจราจร,แจ้งข้อมูลอุบัติเหตุ แนะนำการใช้เส้นทางรวมถึง ทางลัด-ทางเลี่ยง ติดตามข่าวสารสภาพการจราจร จากเพจ เฟซบุ๊ค กลุ่มงานจราจร ภ.จว.เชียงใหม่ และแอปพลิเคชั่น ขอความช่วยเหลือ หรือรับแจ้งปัญหาการจราจร ห้องศูนย์วิทยุจราจรเชียงใหม่ 053-235595 หรือ 191 เพื่อลดปัญหาการจราจรร่วมกัน.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ จัดกิจกรรมวิ่งข้ามคืน มอบเงิน 3 แสนบาท รพ.ระยอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ จัดกิจกรรมวิ่งข้ามคืน มอบเงิน 3 แสนบาท รพ.ระยอง

เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ จัดกิจกรรมวิ่งข้ามคืน มอบเงิน 3 แสนบาท รพ.ระยอง29 มิถุนายน 2563 – 13:05 น.

เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ จัดกิจกรรมวิ่งข้ามคืน เพื่อนำเงินรายได้ทั้งหมดจากการเปิดรับบริจาคตลอดเส้นทางการวิ่งผ่าน มอบให้ รพ.ระยอง

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 29 มิ.ย. 2563 นายวรเชรษฐ์ เอมเปีย หรือ เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ และคณะได้จัดกิจกรรมวิ่งสายบุญ “วิ่งข้ามคืน” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อนำเงินรายได้ทั้งหมดจากการเปิดรับบริจาคตลอดเส้นทางการวิ่งผ่าน มอบให้ รพ.ระยอง ไว้จัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ โดยเริ่มสตาร์ท ตั้งแต่เวลา 18.00 น.วานนี้ (28 มิ.ย.) ที่บริเวณหน้าเทสโก้โลตัส สาขาบ้านเขาคันทรง ต.มาบปู อ.บ่อวิน จ.ชลบุรี วิ่งผ่าน อ.ปลวกแดง อ.บ้านค่าย อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ตลอดเส้นทางมีประชาชนให้กำลังใจ และร่วมบริจาคเงินสนับสนุนจำนวนมาก ก่อนคณะวิ่งของ เชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ จะถึง รพ.ระยอง ในเวลา 09.00 น.วันนี้ (29 มิ.ย.) มีนายแพทย์ ไชสิทธิ์ ผอ.รพ.ระยอง นำแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ รพ.ระยอง ให้การต้อนรับ  ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยเชรษฐ์ สไมล์บัฟฟาโล่ ได้มอบเงินบริจาค จำนวน 361,479.54 บาท ให้กับนายแพทย์ไชยสิทธิ์ เทพชาตรี ผอ.รพ.ระยอง ตัวแทนรับมอบ

อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง

สีสันทะเลหมอก “ควนบังหนูด” จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ของสงขลา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สีสันทะเลหมอก “ควนบังหนูด” จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ของสงขลา

29 มิถุนายน 2563 – 11:03 น.

สีสันทะเลหมอก “ควนบังหนูด” จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ของสงขลา ซึ่งสวยงามมาก ตั้งอยู่บนเนินเขาในพื้นที่บ้านหน้าควน หมู่ 2 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นทะเลหมอกที่ยังเป็นธรรมชาติมากที่สุดในช่วงเช้าของทุกวันจะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปชมความสวยงาม

ที่จ.สงขลา ขณะนี้ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ซึ่งเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่ง ทะเลหมอกแห่งนี้มีชื่อว่า “ควนบังหนูด ชมวิวแลเลหมอก” ตั้งอยู่บนเนินเขาในพื้นที่บ้านหน้าควน หมู่ 2 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อยู่ห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่ประมาณ 20 กิโลเมตร

จุดเด่นของทะเลหมอก “ควนบังหนูด” คือความสวยงามของวิวทิวทัศน์ทะเลหมอกที่ทอดยาวสลับกับเนินเขาเล็กๆและแสงอาทิตย์ในยามเช้า และบางวันหมอกจะอยู่ใกล้แค่เอื้อมจนแทบจะสัมผัสได้ด้วยมือ

ที่สำคัญการเดินทางง่ายมากเพราะเป็นเนินเขาที่อยู่ไม่สูงมากนัก สามารถเดินขึ้นไปได้เพราะไม่ชันมาก หรือจะปั่นจักรยาน ขับรถจักรยานยนต์ขึ้นไปได้เลย หรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อก็ขึ้นไปได้ ในช่วงเช้าของทุกวันจะมีผู้คนขึ้นไปชมทะเลหมอกควนบังหนูดพร้อมๆ กับดูดวงอาทิตย์ขึ้นซึ่งเป็นช่วงที่สวยที่สุด และเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาได้ประมาณ 1 เดือน  ซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติแบบดิบๆ นักท่องเที่ยวหลายคนจึงนิยมที่จะไปต้มกาแฟกินกันบนควนบังหนูดพร้อมๆกับชุมวิวทะเลหมอกซึ่งได้บรรยากาศมากติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับการเดินทางไปชมทะเลหมอกที่ “ควนบังหนูด” ให้ใช้เส้นทางหาดใหญ่-รัตภูมิ สายเก่า จะสะดวกและง่ายที่สุด หากมาจาก อ.หาดใหญ่ ระยะทางราว 20 กิโลเมตร ทางเข้าให้สังเกต สภ.ทุ่งตำเสาและอบต.ฉลุง ซึ่งอยู่ซ้ายมือ ขับเลยมาราว 100 เมตรเลี้ยวซ้ายเข้าไปได้เลยมุ่งตรงตามถนนลาดยางเข้าไปยังพื้นที่หมู่ 2 บ้านหน้าควน

นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสงขลา

คึกคัก นักท่องเที่ยวและคอหวย แห่ขอโชคลาภเจ้าปู่ มุจลินทร์ นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คึกคัก นักท่องเที่ยวและคอหวย แห่ขอโชคลาภเจ้าปู่ มุจลินทร์ นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทอง

29 มิถุนายน 2563 – 08:58 น.

นักท่องเที่ยวและคอหวย แห่ขอโชคลาภเจ้าปู่ มุจลินทร์ นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์”แห่งวัดภูตะเภาทอง

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 เวลา 12.00 น. ที่วัดภูตะเภาทอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มีนักท่องเที่ยว และคอหวยจำนวนมาก พากันทยอยเดินทางมาชมสถานที่วัดแห่งนี้ หลังจากทางวัดเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยทางเข้า มีจุดคัดกรองตามมาตรการความปลอดภัยจากเชื้อไวรัส โควิด 19 ก่อนเข้าไปชมความสวยงามของก้อนหินในรูปร่างต่างๆ ขอโชคลาภ ความรัก หน้าที่การงาน สุขภาพ รวมทั้งการสะเดาะเคราะห์  ด้วยการคลานรอดท้องหินเรือสำเภาทองก้อนใหญ่มหึมา หยอดเหรียญเงินลงหลุมสะดือเรือ เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัยจากสิ่งเลวร้าย มนต์ดำ หรือสิ่งอัปมงคล

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ต่อด้วยการอธิษฐานฝากเงินทำบุญ ใส่ไว้บริเวณด้านหน้าหินหัวเรือสำเภาทอง ที่มีรอยฝ่ามือแดง คนยุคโบราณ อายุราว 2,500 ปี กราบสักการะองค์หลวงพ่อหินหยกให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง  ขอพรจากองค์เจ้าปู่ ”มุจลินทร์นาคาราช” ที่ประดิษฐ์สถานอยู่รอบสระโบกขรณี ทำบุญด้วยการโยนเงินเหรียญขึ้นหินกะยอง เพื่อให้มีโชคลาภ และสมหวังในความรักมั่นคงดุจดั่งหิน ขึ้นไปชมวิว 180 องศาบนหินถ้ำฤาษี จับก้อนหินมาวางต่อกันเป็นชั้นเป็นขั้น เพื่อให้เจริญในหน้าที่การงาน ก่อนเดินไปขอโชคลาภส่องเลขเด็ดจาก “เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์” ซึ่งเป็นตอต้นตะเคียนขนาดมหึมาอายุนับพันปีที่ ตั้งทะมึนอยู่ข้างก้อนหินภายในบริเวณวัด และเคยให้โชคลาภแก่ผู้ที่มาขอถูกรางวัลกันทุกงวด ก่อนนำชุดไทยมาแก้บนกันจำนวนมาก   

โดยในวันนี้คอหวยส่วนมากจะเห็นเลข 4 เป็นหลัก บางคนส่องเห็นเลข 541 14 41 15 51 42 87 78  แล้วแต่สายตาของใครจะส่องหรือมองเห็นตัวเลขอะไร เพราะเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลห้ามกันไม่ได้ และเป็นวันหยุดช่วงโค้งสุดท้ายของคอหวย และตรงกับวันพระหรือวันศีลด้วย ก่อนที่จะประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาลในช่วงบ่ายวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ ซึ่งแม่ค้าลอตเตอรี่บริเวณลานจอดรถหน้าวัด จำนวน 6 แผง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่างวดนี้ขายดีมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวและคอหวย เดินทางมาทำบุญ ขอโชคลาภที่วัดจำนวนมาก หลังจากสถานการ์เชื้อไวรัสโควิด 19 เริ่มดีขึ้น และมีการผ่อนคลาย ในสถานที่ต่างๆ เปิดให้ประชาชน ได้เดินทางเข้ามาได้ดังกล่าว

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว ภูมิภาค  จ.อุดรธานี คมชัดลึก 

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435440/35985/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435440/35986/news