เตรียมวางแผนเที่ยว 8 อุทยาน กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พร้อมเปิด 1 ก.ค.นี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เตรียมวางแผนเที่ยว 8 อุทยาน กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พร้อมเปิด 1 ก.ค.นี้

เตรียมวางแผนเที่ยว 8 อุทยาน กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี พร้อมเปิด 1 ก.ค.นี้  23 มิถุนายน 2563 – 19:35 น.

เปิดแน่… อุทยานฯ 8 แห่ง 3 จังหวัด ดีเดย์ เปิด 1ก.ค. 2563 แบบ New Normal ใครกลัวคิวเต็มรีบจองก่อน ใช้แอพลิเคชั่น” Que Q “

วันที่ 23 มิ.ย.2563 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เปิดเผยว่า ได้เข้าร่วมประชุม Video Conference โดยมีนาย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม  นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช  รวมทั้งผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์  กรมอุทยานฯ ทั่วประเทศ

นายวราวุธ ฯได้ให้นโยบายกับทุกสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ของกรมอุทยานฯ ให้เตรียมความพร้อม ในการเปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนเข้าชม และท่องเที่ยวตามธรรมชาติแบบ New Normal โดยเว้นระยะห่าง ใช้ระบบคัดกรอง และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวโดยใช้แอพพลิเคชั่น”ไทยชนะ” โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทำการจองล่วงหน้า โดยใช้แอพลิเคชั่น” Que Q ” พร้อมกันในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563  

ทั้งนี้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2563 นี้ทุกอุทยานแห่งชาติ จะเชิญชวนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และ ประชาชน ในท้องถิ่น มาร่วมทดสอบดูความพร้อม ในการเปิดการท่องท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ ในรูปแบบ New Normal ก่อนการเปิดจริง สำหรับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) มี 8 อุทยานแห่งชาติ ที่เปิดการท่องเที่ยว ยกเว้นอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เพียงแห่งเดียว ที่จะเปิดการท่องเที่ยวในเดือน พฤศจิกายน2563

สำหรับอุทยานฯที่จะเปิดทั้งหมด อยู่ในพื้นที่รวม 3 จังหวัดมี กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี  โดยจังหวัดกาญจนบุรี มี 6 แห่ง ประกอบด้วย  อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มีน้ำตกเอราวัณ มี 7 ชั้น น้ำใสแจ๋วดังมุกมรกต อุทยานแห่งชาติไทรโยค มีน้ำตกไทรโยคใหญ่ สูงถึง 8 เมตร ไหลลงมาเป็นม่านละอองน้ำ พร่างพรายตา อย่างสวยงาม อุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำตกห้วยขมิ้น อันลือชื่อ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม มีจุดชมวิวป้อมปี่ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยที่สุดในจังหวัดกาญจน์ และน้ำตกเกริงกระเวีย ที่ชวนน่าหลงไหล  อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ มีเนินกูดดอย  เนินช้างเผือก  น้ำตกจ็อกกระดิ่น อันสวยงามลืมไม่ลง อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ มี น้ำตกหน้าผา และถ้ำธารลอด สิ่งมหัศจรรย์เขาหินปูนยุบตัว เป็นสะพานธรรมชาติขนาดมหึมา  ส่วนที่จังหวัดราชบุรี มี 1 แห่ง อุทยานแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน พบเรื่องแปลกแต่จริงที่ น้ำพุร้อนโป่งกระทิง เพียงเราปรบมือ ฉับพลันจะมีพรายน้ำและฟองอากาศผุดขึ้นมา จังหวัดสุพรรณบุรี มี 1 แห่ง อุทยานแห่งชาติพุเตย  ชมทะเลหมอกบนยอดเขาเทวดา ที่สูงถึง 1,123 เมตรจากระดับน้ำทะเล  ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตทุกคนต้องขึ้นไปสัมผัส ทุกแห่งพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวให้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ อันสวยงาม ในรูปแบบ New Normal ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นี้ ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วุฒิเดช ก้อนทองคำ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กาญจนบุรี

พะเยาแล้งจัด นาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ วอนภาครัฐช่วยหลือเร่งด่วน!! #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พะเยาแล้งจัด นาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ วอนภาครัฐช่วยหลือเร่งด่วน!!

พะเยาแล้งจัด นาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ วอนภาครัฐช่วยหลือเร่งด่วน!!23 มิถุนายน 2563 – 17:47 น.

พะเยาแล้งจัด นาข้าวเสียหายนับหมื่นไร่ วอนภาครัฐช่วยหลือเร่งด่วน!! เบื้องต้นชาวนาอยากได้พันธ์ข้าวมาก่อนเป็นอันดับแรก

ช่วงบ่าย วันนี้ (23 มิ.ย.2563) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณ ทุ่งลอ บ้านป่าแดง ม.11 ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา หลังจากทราบว่าชาวนาประสบปัญหาภัยแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วง ทำให้ข้าวที่ปลูกไว้กำลังยืนต้นตายเสียหายเป็นจำนวนเกือบหมื่นไร่  นายต่วนกฤต  จันทนะ ประธานอาสาสมัครกระทรวงเกษตรฯ พะเยา (อกม.พะเยา) กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาฝนขาดช่วงมากว่า 1 เดือน ทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้ในนาของตนเองพร้อมชาวนาคนอื่นๆเกือบ 200 คน ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากต้นข้าวในทุ่งลอ ที่มีเนื้อที่กว่า 2 หมื่นไร่  กินพื้นที่ 2 อำเภอ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลน้ำแวน, ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำ และตำบลทุ่งรวงทอง อ.จุน ส่วนในพื้นที่ตำบลน้ำแวน มีชาวนาที่ได้ลงทะเบียนไว้กับทาง อบต.น้ำแวน มีกว่า 1 หมื่นไร่ ดังนั้นจึงเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งกินพื้นทีมากกว่าที่อื่น จึงได้รวมตัวกันมาวิงวอนและขอความช่วยเหลือชี้แนะจากทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาอย่างไรบ้าง และในขณะนี้พันธ์ข้าวที่ใช้ปลูกก็ไม่มีเหลือ เบื้องต้นชาวนาอยากได้พันธ์ข้าวมาก่อนเป็นอันดับแรก

ด้าน นางวิลาสินี ใจด้วง รักษาการ หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตร จังหวัดพะเยา กล่าวว่า ความช่วยเหลือเบื้องต้นในขณะนี้ จะต้องสำรวจจำนวนเกษตรกรและพื้นที่ที่ประสบภัยทั้งหมดว่ามีเท่าไหร่ โดยให้ทางผู้นำหมู่บ้านรวบรวมรายชื่อ ส่งไปยัง อบต.ในพื้นที่ , สำนักงานเกษตรอำเภอ และส่งหนังสือรายงานให้นายอำเภอในท้องที่รับทราบ เพื่อดำเนินการประชุมปรึกษาหารือ แล้วรายงานต่อไปยัง สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจังหวัด ให้รับทราบพร้อมรายงานไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบ เมื่อได้หลักฐานข้อเท็จจริงแล้วจึงจะประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ (ภัยแล้ง)ได้ และจะทำการช่วยเหลือต่อไป

ในขณะที่ชาวนารับฟังเจ้าหน้าที่ได้อธิบายชี้แจงปัญหาดังกล่าว ได้มีโทรศัพท์สายตรงมาจาก นายวิสุทธิ์ ไชยณรุน ส.ส. เขต 2  เปิดลำโพงพูดคุยกับชาวนา กล่าวว่า “ตนเองรับทราบถึงความเดือดร้อนของชาวนาแล้ว ตนเองจะได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไปพูดคุยกันในที่ประชุม ครม.จะที่ถึงนี้และตนเองจะให้มีการเร่งรัดการจัดทำฝนหลวง พร้อมจะสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัย (ภัยแล้ง) และให้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายโดยด่วน อีกทั้งจะเรียกร้องให้รัฐบาลชดเชย ดอกเบี้ย ธกส.ให้กับเกษตรกรชาวนาอีกด้วย” ชาวนาที่ได้ยินดังนั้นต่างพากันปรบมือโห่ร้องแสดงความดีใจก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินทางกลับ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

พลาดแล้วป้า ฮาทั้งตลาด ผ้าปิดตา คว้ามาเป็นแมส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลาดแล้วป้า ฮาทั้งตลาด ผ้าปิดตา คว้ามาเป็นแมส

พลาดแล้วป้า ฮาทั้งตลาด ผ้าปิดตา คว้ามาเป็นแมส23 มิถุนายน 2563 – 16:18 น.

พลาดแล้วป้า ฮาทั้งตลาด ผ้าปิดตา คว้ามาเป็นแมส ความน่ารักปนฮาครูใช้ผ้าปิดตาสีดำสวมแทนแมส หลังออกจากบ้านในช่วงโควิด 19 ต้องสวมใส่หน้ากาผ้าอนามัยทุกครั้ง ด้วยความคล้ายทำให้หยิบผิดผ่านจุดคัดกรองเจ้าหน้าที่พบเห็นทักทายจึงรู้ทำให้ฮากันทั้งตลาด

วันที่ 23 มิ.ย. 2563 พบความน่ารัก ความฮา ของครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ที่เดินผ่านจุดคัดกลองบริเวณตลาดสดเทศบาล 2 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง โดยการใช้ผ้าปิดตาสีดำสำหรับเวลานอน สวมแทนแมสผ้าสีดำมาด้วยความมั่นใจ หลังออกจากบ้านในช่วงโควิด-19 ต้องสวมใส่หน้ากาผ้าอนามัยทุกครั้ง ด้วยความคล้ายทำให้หยิบผิด และสวมใส่ผิดมาแบบไม่รู้ตัว และเมื่อเดินผ่านจุดคัดกรอง ที่ต้องสแกน คิวอาร์โค้ดไทยชนะ หรือลงลายมือชื่อ ที่บริเวณจุดคัดกลอง ทางเจ้าหน้าที่พบเห็นทักทายเมื่อเห็นว่าหน้ากากอนามัยนั้นแปลกตาจึงถามคุณครูดู จึงรู้ว่าสวมใส่ผิดชนิดกันมา เรียกว่าทำให้ฮาแบบหน้ารักกันไปกันทั้งตลาด

ด้านนางสาว พูรดา รัตนประสาทพร เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองอ่างทอง ที่อยู่บริเวณจุดคัดกรองเล่าให้ฟังว่าขณะที่กำลังทำการตรวจวัดไข้และเชิญให้ลงสแกน คิวอาร์โค้ดไทยชนะ หรือลงลายมือชื่อ พบเห็นคุณครูโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง สวมใสหน้ากากอนามัยสีดำแบบแปลกตาจึงได้ทักคุณครูไปทำให้รู้ว่า สวมใส่มาผิดมาซึ่งไปหยิบผ้าปิดตาสีดำที่ใช้สวมใส่เวลานอนมาปิดจมูกและปากก่อนออกจากบ้านแทนแมสสีดำ

ทำเรียกเสียงฮาแบบน่ารักของผู้พบเห็นไปทั้งตลาด และยังได้เจอเพื่อนครูโรงเรียนเดียวกันด้วย ที่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาล2 แล้วจับมือทักทายกัน แต่เมื่อเพื่อนครูรุ่นพี่หันมามองแมสที่สวมใส่มา พบว่าสวมผ้าปิดตาสีดำสำหรับนอนแทนแมสสีดำ ทำให้ครูเขินอาย และฮาแบบหน้ารัก ของคุณครูก่อนเดินทางกลับบ้านต่อไป

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

พระและโยมฝันตรงกัน ก่อนพบตะเคียน 9 ต้น ในบ่อทรายเก่า เตรียมอัญเชิญแต่ต้องสะดุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พระและโยมฝันตรงกัน ก่อนพบตะเคียน 9 ต้น ในบ่อทรายเก่า เตรียมอัญเชิญแต่ต้องสะดุด

พระและโยมฝันตรงกัน ก่อนพบตะเคียน 9 ต้น ในบ่อทรายเก่า เตรียมอัญเชิญแต่ต้องสะดุด23 มิถุนายน 2563 – 14:51 น.

ฮือฮาพบตะเคียน 9 ต้นในบ่อทรายเก่า พระสงฆ์จากจังหวัดอุทัยธานี และชาวบ้านในจังหวัดอ่างทอง ฝันตรงกันจึงมาตามฝันที่บ่อทรายเก่า เพื่ออัญเชิญแต่ต้องยุติกลางคันเนื่องจากเจ้าของสถานที่ไม่อนุญาต

วันที่ 23 มิ.ย. 63 ฮือฮา พบต้นตะเคียนขนาดใหญ่ จำนวน 9 ต้น ที่บริเวณบ่อทรายเก่ากลางทุ่งนาบริเวณหมู่ที่ 9 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมีชาวบ้านนักเสี่ยงดวง  ที่ทราบข่าวต่างเดินทางมาดูการอัญเชิญ แม่ตะเคียน 9 ต้น ขึ้นจากบ่อทรายเก่า กันอย่างคึกคัก แต่ต้องมีการยุติการอัญเชิญกลางคันเนื่องจากเจ้าของสถานที่ไม่อนุญาต

ด้าน พระมหาสามารถ อธิปัญโย พระสำนักสงฆ์หลวงพ่อสดถ้ำพุหวาย ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เล่าให้ฟังว่า ได้นิมิเห็นหญิงสาวอยู่ภายในบ่อทรายเก่า จำนวน 9 คน จึงได้เดินทางมามาตรวจดูพบว่ามีต้นตะเคียนขนาดใหญ่อยู่จำนวน 9 ต้น เพื่อนำไปขอโชคลาภที่สำนักสงฆ์จำนวน 1 ต้น และบังเอิญได้พบกับทาง นายไพโรจน์ พัฒสาตร์ อายุ 40 ปี ที่เดินทางมาอัญเชิญแม่ตะเคียนที่บ่อทรายแห่งนี้เช่นกัน และเมื่อได้คุยกันจึงทำให้ทราบว่า เกิดจากความฝันที่คล้ายกันและเดินทางพบกันที่สถานที่แห่งนี้

ด้าน นายไพโรจน์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองก็ฝันว่ามีหญิงสาวอยู่ในบ่อทรายเก่า แห่งหนึ่ง จำนวน 9 คน คาดว่าเป็นแม่ตะเคียน จึงได้เดินทางมาดู ตามฝันพบว่าที่บ่อทรายเก่า พบว่ามีต้นตะเคียนขนาดใหญ่ จำนวน 9 ต้น อยู่ในบ่อทรายเก่าจริงอย่างในฝัน จึงเตรียมการอัญเชิญขึ้นจากบ่อทราย แต่ต้องยุติไป เนื่องเจ้าเจ้าของสถานที่ไม่อนุญาต

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา23 มิถุนายน 2563 – 13:27 น.

“ยายต้อย”ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกต้นไม้จนต้องพิการ ทำให้ครอบครัวอยู่อย่างลำบาก อาศัยเงินจากผู้พิการ ส่งหลานหลานหนังสือ

สภาพบ้านพักเลขที่ 99 หมู่ที่ 22 บ้านคุ้มกลาง ตำบลหัวขวาง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ที่มีสองพี่น้อง คือ เด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี และเด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี พร้อมทั้งนางจำปี บุญมาธรรม อายุ 54 ปี หรือยายต้อย ซึ่งเป็นยายแท้ๆ ของเด็กทั้งสองคน โดยยายต้อยพิการเป็นผู้ป่วยติดเตียง

โดยยายต้อย ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ตนประกอบอาชีพปลูกผักสวนครัวขาย แต่โชคร้ายเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากต้นมะกล่ำต้น หรือ ผักอีหล่ำ ขณะกำลังเก็บผักให้หลานทั้งสองขายเพื่อนำเงินไปโรงเรียน  ทำให้ต้องกลายเป็นผู้พิการ  โดยก่อนที่จะพิการตนได้ทำมาหากินเลี้ยงดูหลานสาว 2 คน และมีเงินจากลูกสาวที่ทำงานในโรงงานที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2 คน ส่งมาช่วยเหลือประมาณเดือนละ 1,000 บาท แต่หลังจากที่ต้องประสบอุบัติเหตุทำมาหากินไม่ได้ จึงได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะหลานก็ยังเล็กและต้องเรียนหนังสือ จึงมีเพียงเงินคนพิการเดือนละ 800 บาท และเงินจากลูกสาวที่ทำงานอยู่สมุทรปราการส่งมาให้ประมาณเดือนละ 1,000 บาท

ผู้ใจบุญบริจาคช่วยเหลือได้ที่ เลขที่บัญชี 410-0-05774-1 ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี นางจำปี บุญมาธรรม

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา
"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

ในการส่งเสียเลี้ยงดูหลาน แต่ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา ลูกสาวก็มาเจอปัญหาโควิด 19 ทำให้ไม่ได้ทำงานจึงขาดรายได้ ไม่มีเงินส่งมาให้ลูก ๆ  ซึ่งการใช้ชีวิตตอนนี้ ก็มีพี่สาวคือนางปรานี ดวงอ่อนนาม หรือยายตุ่น อายุ 63 ปี ที่คอยดูแลส่งข้าวส่งน้ำ และหลานสาวทั้ง 2 คน ช่วยดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำ ในช่วงที่ปิดเทอม  โดยปัจจุบันเด็กหญิงเอ (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/6 และ เด็กหญิงบี (นามสมมุติ) อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/6 โดยเด็กทั้งสองเรียนอยู่ที่โรงเรียนศรีโกสุมวิทยามิตรภาพที่ 209 

"ยายต้อย"ผู้พิการติดเตียงเลี้ยงหลาน 2คน รายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องส่งหลานเรียน วอนเมตตา

พิเชษฐ์ ยากรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.มหาสารคาม

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น23 มิถุนายน 2563 – 13:17 น.

วังน้ำเขียวฝนตกหนักน้ำฝนไหลทะลักเข้าพื้นที่เกษตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำสันกำแพงมีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ 23 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก  นายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว ว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 ที่ผ่านมา ที่บ้านวังไผ่ทอง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว ถนนทางหลวงชนบท (3052) หลังจากมีฝนตกหนักหลายชั่วโมง  ซึ่งเกิดจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยตอนบน ทำให้เกิดฝนตกลงมาในหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา 

รวมทั้งในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลเชี่ยวกราดลงสู่ลำธาร ก่อนไหลทะลักลงลำห้วยและบึงน้ำในชุมชนรอบ ๆ เขาใหญ่ไปยังพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน ในขณะที่บริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง ต.วังหมี ฝนที่ตกหนักในพื้น ส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลลงมาเติมในอ่างเก็บน้ำเพิ่มปริมาณมากขึ้น  ซึ้งก่อนหน้านี้ฝนทิ้งช่วงจนมีสันดอนดินโผล่หลายเเห่ง 

ซึ่งฝนที่ตกลงมานั้นเป็นผลดีให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพงแห่งนี้ เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาว อ.วังน้ำเขียว และยังเป็นแหล่งน้ำต้นสายของอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ซึ่งถือว่าเป็นอ่างเก็บน้ำสำคัญ 1 ใน 5 ของ จ.นครราชสีมาด้วย

ขอบคุณ  ภาพ/ข้อมูล  นาย พงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว 

ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครราชสีมา

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ”

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก"พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ"23 มิถุนายน 2563 – 11:28 น.

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก”พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” ส่งต่อให้ลูกศิษย์นำไปบูชา ค้าขายร่ำรวยหลังโควิด19

รวมพลเกจิสายวิปัสสนา ภาวนา เมตตา มหานิยม นั่งปรก“พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” ส่งต่อให้ลูกศิษย์นำไปบูชา ค้าขายร่ำรวยหลังโควิด19 ใครพบใครเห็นเป็นรักใคร่ เมตตา หวังนำรายได้สร้างกุฎิสงฆ์ วัดลุมพุก

วันที่ 23 มิถุนายน 2563 ที่ วัดประชาอุทิศ ( บ้านลุมพุก ) ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร พระครูบุญวัตร โสภณ เจ้าอาวาสวัดประชาอุทิศ เจ้าคณะตำบลลุมพุก ( ธ.ลุมพุก ) อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ร่วมกับ พันตำรวจโท จัตุรัส บุญยัง สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.หัวตะพาน, คุณภูวเดช วโรทัยทศวร นางนิตยา เสงี่ยมศักดิ์ อดีต รองประธานสภาเทศบาลคำเขื่อนแก้ว นายชัยวัตน์ เสงี่ยมศักดิ์ กต.ตร.สภ.คำเขื่อนแก้ว ญาติโยม ลูกศิษย์ ที่ต้องการจะหารายได้มาสร้างกุฎิสงฆ์ให้กับทางวัด จึงได้ดำเนินการจัดทำพระผง จากว่าน 108 ชนิด เปิดตำนานขุนแผนแดนยโส เมืองยศสุนทร อันหมายถึงความเจริญ รุ่งเรือง แห่งการงาน ตำแหน่งหน้าที่ การเงินบ่ขาดเขิน สร้างตามตำราโบราณ ตามแบบบุรพาจารย์ มวลสารอาถรรพณ์ จากว่านมหาเสน่ห์108 และผงพุทธคุณ ที่ครูบาอาจารย์ได้สิทธิ์เสกอธิฐานจัดมอบให้ รวมไปถึงน้ำมันว่านเสน่ห์ต่างๆ แร่ธาตุเพชรพลอยนิลเสก ผสมผงมวลสารตามฤกษ์วันเวลาที่เป็นมงคล มหาเสน่ห์ มหาระลวย คนรักใคร่นิยมชมชอบ กินบ่บก จกบ่เกลี้ยง มารวมกันอยู่ใน “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ”   

โดยมี พระอาจารย์อดิศักดิ์ จารุวัณโณ จากวัดหนองมงคล อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเจ้าพิธี นำคณะสงฆ์เกจิอาจารย์ นั่งปรกอธิฐานจิต ภายในพระอุโบสถของวัดประชาอุทิศ ในวันสำคัญยิ่ง ที่จะนำมาซึ่งความอุดมสมบูรณ์ ลาภ ยศ สรรเสริญ บารมี มีคนรักใคร่เมตตา ซึ่งก่อนหน้าที่จะนำ “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” มาเข้าพิธีนั่งปรกในครั้งนี้ ได้อัญเชิญตระเวนไปให้เกจิอาจารย์ในหลายพื้นที่ หลายองค์ได้อธิฐานจิตต่อ “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” มาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็น หลวงปู่ท่านเขียน ปุญกาโม, หลวงปู่แสง ญาณาโร, หลวงปู่ หนูเพชร ปัญญาวุโร, หลวงปู่อัศวิน วรรญาโณ, พระมหาประดับ ประริญญาโน ( หลวงตาเณรคำ ), หลวงปู่ขาว พุทธรักชิโต ครูบาอาจารย์ท่านได้ร่วมอธิฐานจิตให้มาแล้ว ต่างก็มั่นใจว่า “พระขุนแผนพรายรุ่งเรืองเมืองยศ” จะเป็นที่เคารพ นับถือ มีไว้ในครอบครองของตน และรายได้จะนำไปร่วมสร้างกุฎิสงฆ์ให้กับทางวัดประชาอุทิศ ที่บ้านลุมพุก คำเขื่อนแก้ว สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร 098-242-2561 หรือ 090-181-1730

นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ศรีสะเกษ

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63

"ข้าวพระร่วง-ดงไทย" คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 6323 มิถุนายน 2563 – 11:27 น.

“ข้าวพระร่วง-ดงไทย” คว้าที่ 1 แปลงใหญ่ดีเด่นระดับจังหวัดสุโขทัย ปี 63 เตรียมส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตภาคเหนือต่อไป

23 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย ร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จังหวัดสุโขทัย ดำเนินการคัดเลือกแปลงใหญ่ดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2563 โดยในปีนี้มีแปลงใหญ่ส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือก จำนวน 3 แปลง ได้แก่ 1) แปลงใหญ่ข้าว ต.บ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ 2) แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก และ 3) แปลงใหญ่ เมล็ดพันธุ์ข้าวบ้านแปลงกุ ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ

ผลการคัดเลือกปรากฏว่า แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ของจังหวัด ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้แปลงใหญ่เมล็ดพันธุ์ข้าวพระร่วง-ดงไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 คือ กลุ่มมีการบริหารจัดการที่ดี สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในเรื่องการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน โดยเตรียมส่งผลงานเข้ารับการคัดเลือกในระดับเขตภาคเหนือต่อไป

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก 23 มิถุนายน 2563 – 10:00 น.

สาวโรงงาน ใช้พื้นที่ข้างบ้านปลูกอินทผาลัม จากรายได้เสริมมาเป็นรายได้หลัก โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านจำนวน 3ไร่ปลูกอินทผาลัม กว่า 100 ต้น

วันที่ 22 มิ.ย. 2563  ผู้สื่อข่าวรายงาน เรื่องราวดีดีของสาวโรงงาน ที่ได้ปลูกอินทผาลัม สายพันธุ์บาฮี ที่นิยมกินผลสด พืชเศรษฐกิจ เสริมรายได้ให้ครอบครัว โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้านจำนวน 3ไร่ปลูกอินทผาลัม กว่า 100 ต้น ที่บริเวณ อินทผาลัมบ้านสวนสุขใจ  หมู่ที่ 3 ตำบลจำปาหล่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง แบบชีวภาพ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี อิทผาลัมให้ดอกออกผล เก็บผลผลิตขายในราคากิโลกรัมละ  800 – 1000 บาท สร้างรายได้อย่างงาม  4 – 5 แสนบาทต่อปี  และในช่วงนี้ได้ลดราคามาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 500 บาท  เป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ที่ได้รับผลกระทบช่วงโควิด 19    

ด้าน นาง มณเทียน พรมแก้ว อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 56/1ม.3จำปาหล่อ  เล่าให้ฟังว่า ทำงานอยู่โรงงานแห่งหนึ่ง มานานหลายปี ได้ใช้พื้นที่ว่างเปล่าข้างบ้าน จำนวน3งานปลูก อินทผาลัม กว่า 100 ต้น โดยใช้การปลูกแบบชีวภาพ ไร้สารเคมี

เมื่อเวลาผ่านไปนาน5ปี  เริ่มออกผลผลิตที่หวานกรอบ เก็บไปขายสร้างรายได้ให้ครอบครัวอย่างงาม ถึงปีละ 4-5แสนบาทเลยทีเดียว โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงานในการดูแล  และยังมีการเปิดสวนให้สำหรับผู้สนใจมาท่องเที่ยว พร้อมชิมอินทผาลัมสด และผลิตภัณฑ์จากอินทผาลัม ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ตลอดวัน ส่วนวันจันทร์-วันศุกร์ จะเปิดให้ชิมได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โทรสอบถาม 086-1248442  นางมณเทียน พรมแก้ว  

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก23 มิถุนายน 2563 – 08:55 น.

เจ้าของห้องเช่าผงะ เมื่อเจอของฝาก ตัวเป็นๆ ยาว1.5 เมตร จากผู้เช่าหลังย้ายออก จนท.กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม รับแจ้งให้มาจับจระเข้ในบ่อปูนใกล้ห้องเช่า หลังผู้เช่าย้ายออกแต่ทิ้งจระเข้ไว้สันนิษฐานว่าผู้เช่าห้องเดิมคงเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงครามได้รับแจ้งจากนายเนี่ยม รวมพล อายุ 70 ปี เจ้าของห้องเช่าในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม  ขอให้มาจับจระเข้ อยู่ในบ่อปูนใกล้ห้องเช่าของตนที่ผู้เช่าย้ายออกไปแล้วไปตรวจสอบด้านหน้าเป็นห้องเช่าปกติทั่วไป แต่พอไปด้านในพบมีการก่ออิฐต่อเติมเป็นบ่อขนาดกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาว 4 เมตร สูงกว่า 1 เมตร มีกระเบื้องลอนคู่บางไว้ด้านบนทำเป็นหลังคา พอเปิดกระเบื้องออกมาเจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เจอจระเข้ขนาดตัวยาวประมาณ 1.5  เมตร เพศเมีย อายุประมาณ 2 ปี เจ้าหน้าที่พยายามใช้ผ้าคลุมปิดหัวจระเข้ไม่ให้มองเห็น แต่จระเข้มีอาการดุร้าย และอ้าปากตลอด เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง แต่โชคดีเจ้าหน้าที่มีประสบการณ์ในการจับจระเข้ จึงใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถใช้ผ้าคลุมหัวจระเข้ และใช้เหล็กค้ำจับจระเข้มัดปาก ใช้ผ้ามัด ส่งมอบให้นายสามารถ คึ้มสูง เจ้าพนักงานประมงปฏิบัติงาน กรมประมงรับไปดูแลต่อไป นายนเรศร์ นวมนาคะ 33 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรมสมุทรสงคราม กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจึงรีบไปดูก็พบว่ามีจระเข้อยู่ในบ่อจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการจับมอบให้เจ้าหน้าที่ดูแล

นายเนี่ยม รวมพล อายุ 70 ปี เจ้าของห้องเช่า กล่าวว่า ห้องเช่านี้เดิมมีผู้เช่าเป็นชายรายหนึ่งมาเช่าอยู่ กระทั่งตนไปธุระที่จังหวัดร้อยเอ็ด และเจอพิษโควิด 19 จึงไม่สามารถกลับมาดูแลห้องเช่าได้ ต้องอยู่จังหวัดร้อยเอ็ดนาน 3 เดือน เมื่อพ้นวิกฤติตนกลับมาจังหวัดสมุทรสงคราม พบว่าผู้เช่าห้องนี้ได้ย้ายออกไปแล้ว และมีผู้เช่ารายอื่นมาบอกว่าในบ่อปูนนี้เปิดไฟส่องสว่างไว้กว่า 10 วันแล้ว จึงเข้าไปตรวจสอบก็พบจระเข้ ตนได้แจ้งไปยังผู้เช่าเดิมถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ยอมมาจับจระเข้ไป จึงแจ้งตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงครามและ ขอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาจับไปที เพราะเก็บไว้ก็เป็นอันตรายต่อเด็กๆ และผู้เช่าห้อง จากการตรวจสอบเบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้เช่าห้องเดิมคงเลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆน่ารักพอโตไม่รู้จะเอาไปไหนกลัวความผิดจึงย้ายออกไปก็เป็นได้

นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสมุทรสงคราม