สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471662

สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์

24 มิถุนายน 2564 – 17:21 น.

ต้องบอกว่าใครที่เป็นสายเขียวอินเลิฟสมุนไพรเตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าพุ่งตรงดินแดนปลูก-ผลิตกัญชาครบวงจร เพลาเพลิน บุรีรัมย์ เพราะว่า1 ก.ค.นี้ทางเพลาเพลิน เปิดพื้นที่ใหม่บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์ และมั่นใจได้ปลอดภัยจากโควิด-19

ต้องบอกว่า เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แลนด์มาร์กแห่ง จ.บุรีรัมย์ ศูนย์กลางการพัฒนาสมุนไพรเพื่อชุมชนได้ประกาศการเตรียมพร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยว 1 กรกฎาคม 2564 ตอกย้ำความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวด้วยมาตรฐานป้องกันโควิด-19 นอกเหนือจากกระบวนการมาตรฐานที่ทำเป็นประจำ เช่น การวัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่ บริการแอลกอฮอลล้างมือตามจุดต่าง ๆ แล้ว ที่ เพ ลา เพลิน ยังได้นำเครื่อง UVC  อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสในอากาศได้ถึง 99.99% มาใช้ฆ่าเชื้อโรคในห้องพัก และบริเวณต่าง ๆ ภายในเพ ลา เพลิน พร้อมชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกับ Arokaya Wellness Sala ศูนย์สุขภาพองค์รวมเพื่อบริการนักท่องเที่ยว

สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์

ที่บอกว่าสายเขียวต้องไม่พลาดมาที่ เพลาเพลิน บุรีรัมย์ เพราะที่นี้ เป็นโมเดลปลูกกัญชาด้วยมาตรฐานการปลูกแบบ “เมดิคัล เกรด (Medical Grade)” เป็นต้นแบบการผลิตและเป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมทั้งช่วยในเรื่องของการชำกิ่งหรือโคลนนิ่งต้นกัญชา รวมไปถึงการทำระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง “กัญชา-กัญชงเพื่อการแพทย์” นับว่าเป็นเวลาปีกว่าแล้วที่ต้นกัญชาของ “วิสาหกิจชุมชน เพ ลา เพลิน” ออกดอกออกผลในฟาร์มปลูกระบบปิดที่ได้มาตรฐาน และสามารถเก็บเกี่ยวตัวช่อดอกอย่างต่อเนื่องส่งขายให้กับโรงพยาบาลคูเมือง ซึ่งเป็นโรงผลิตยาสมุนไพรที่ได้รับมาตรฐานจาก GMP แห่งเดียวใน จ.บุรีรัมย์ อีกด้วย 

สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์

นับว่าเป็นการสร้างความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดในการผลักดัน “กัญชาทางการแพทย์” โดยสามารถพัฒนาต่อยอด สกัดเป็นยาน้ำมันกัญชาเพื่อการแพทย์ซึ่งปัจจุบันเริ่มกระจายให้กับคลินิกและสาธารณสุขจังหวัดได้ใช้รักษาผู้ป่วยโรคลมชัก โรคมะเร็ง และอีกหลากหลายโรค ตามแผน “บุรีรัมย์โมเดล” สู่เมืองหลวงของกัญชา เพื่อการแพทย์ของประเทศ ทั้งนี้ยังเตรียมเปิดบริการใหม่ ๆ ด้านสินค้าอุปโภค-บริโภคที่มีส่วนผสมจากกัญชา และด้านเวลเนส เพื่อให้ เพ ลา เพลินเป็นที่พักของคนรักสุขภาพ อีกด้วย

สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์

เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท ภายในพื้นที่กว่า 400 ไร่ มีบริการโรงแรม 75 ห้อง 75 สไตล์ ตกแต่งไม่ซ้ำกันภายใต้ธีม The Naturalist, กิจกรรมกลางแจ้งแสนสนุก, ห้องประชุม สัมมนา จัดเลี้ยง, อุทยานไม้ดอก, ห้องอาหารเพลาภิรมย์, โรงหนังกลางนา ฉายหนังเก่าในความทรงจำ, แวะซื้อของฝากได้ที่ Joy Shopping Place และเปิดให้บริการพื้นที่ใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรก AROKAYA Wellness Sala (เอกายาสหคลินิก) ให้บริการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนโดยคุณหมอตัวจริง พร้อมแหล่งช้อปปิ้งทันสมัย Cann & Coop จำหน่ายสินค้าอุปโภคที่มีส่วนผสมสารสกัดสำคัญจากกัญชา ปิดท้ายที่ คาเฟ่ แลดาว คาเฟ่รูปแบบใหม่พร้อมเสิร์ฟเมนูเบเกอรี่และเครื่องดื่มจากส่วนผสมของกัญชาในปริมาณที่ปลอดภัย มอบความสดชื่น ผ่อนคลายให้กับนักเดินทางทุกคน มาที่นี่ ครบ จบในที่เดียว

สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์
สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์
สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์
สายเขียวเตรียมตัวให้พร้อม 1 ก.ค. นี้ บุกดินแดนกัญชา เพลาเพลิน บุรีรัมย์

สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 08 7798 1039 http://www.playlaploen.com Facebook: @PlayLaPloen และ LINE Official Account: @Playlaploen

เคล็ดลับดีๆ ช่วง “ฝน” ตกบ่อย 5 STEP ช่วยขับรถได้อย่างปลอดภัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471654

เคล็ดลับดีๆ ช่วง “ฝน” ตกบ่อย 5 STEP ช่วยขับรถได้อย่างปลอดภัย

24 มิถุนายน 2564 – 16:20 น.

มีเคล็ดลับดีๆ มาบอก ช่วง “ฝน” ตกบ่อย กับ 5 STEP ช่วยขับรถได้อย่างปลอดภัย

ช่วงนี้ “ฝน” ตกบ่อย นอกจากเรื่องสุขภาพที่ต้องดูแลแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการขับขี่รถเวลาที่ฝนตก ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ วันนี้ มีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนขับรถได้อย่างปลอดภัยกับ 5 STEP ขับรถปลอดภัยเวลาเจอฝน เริ่มกันด้วย 1. เช็กรถให้พร้อม : ช่วงหน้าฝนต้องเตรียมสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรกที่จะช่วยให้เราขับขี่ได้อย่างปลอดภัย โดยควรเช็กระบบไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่างๆ สภาพของยางปัดน้ำฝน ความพร้อมของยาง และดอกยาง แรงดันลมยาง รวมถึงระบบเบรก

ฝน, ฝนตก, ฝนตกหนัก, ขับรถ, ปลอดภัย

2. ไม่ขับเร็วเกินไป : เนื่องจากเมื่อ “ฝน” ตกสภาพถนนที่เปียกหากใช้ความเร็วเกินไป ก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน ควรใช้ความเร็วรถให้เหมาะกับสภาพถนน และการมองเห็น นอกจากนี้ ควรขับโดยทิ้งระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ เพื่อลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุ

ฝน, ฝนตก, ฝนตกหนัก, ขับรถ, ปลอดภัย

3. อย่าเหยียบเบรกกะทันหัน : หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกกะทันหัน เพราะสภาพการยึดเกาะของยางกับถนน จะลดน้อยลงในช่วงฝนตก ซึ่งในช่วง 5 นาทีแรกที่ฝนเริ่มตกใหม่ๆ ต้องเพิ่มความระวังให้มากเป็นพิเศษ เพราะถนนจะลื่นมากกว่าปกติ

ฝน, ฝนตก, ฝนตกหนัก, ขับรถ, ปลอดภัย

4. ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน : ขณะขับรถในช่วงฝนตกหนัก ไม่ควรเปิดไฟฉุกเฉิน เพราะอาจจะทำให้รถคันอื่นสับสน รวมถึงทำให้ไม่สามารถใช้ไฟเลี้ยวได้ ทำให้อันตรายเวลาเปลี่ยนเลน แนะนำให้เปิดไฟหน้า หรือไฟตัดหมอก

ฝน, ฝนตก, ฝนตกหนัก, ขับรถ, ปลอดภัย

5. ขับลุยน้ำท่วมต้องปิดแอร์ : ถ้าฝนตกหนักมากจนมองไม่เห็นทางข้างหน้าในระยะ 10 เมตรได้ชัดเจน แนะนำให้หาที่จอดรถรอจนฝนเบาลงแล้วค่อยเดินทางต่อ เพื่อความปลอดภัย รวมถึง เมื่อต้องขับลุยพื้นที่น้ำท่วม ต้องปิดแอร์ และใช้เกียร์ต่ำ (เกียร์ L หรือ เกียร์ 1) เพื่อไม่ให้รอบเครื่องยนต์ต่ำเกินไป น้ำอาจจะย้อนเข้าท่อไอเสียได้ และทำให้รถดับ

ฝน, ฝนตก, ฝนตกหนัก, ขับรถ, ปลอดภัย

ข้อมูล : OR Happy Life

ภัยจาก “ตะเกียบ” ที่ควรรู้ เชื้อรา และสารฟอกขาว สารก่อมะเร็ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471634

ภัยจาก “ตะเกียบ” ที่ควรรู้ เชื้อรา และสารฟอกขาว สารก่อมะเร็ง

24 มิถุนายน 2564 – 14:35 น.

ภัยจาก “ตะเกียบ” ที่ควรรู้ เชื้อรา และสารฟอกขาว สารก่อมะเร็ง

เชื่อว่าหลายๆ ท่าน อาจเคยใช้ตะเกียบที่ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งปัจจุบันมักจะถูกซีน หรือถูกห่อหุ้มด้วยพลาสติกมาเป็นอย่างดี แต่หลายๆ ท่านอาจเคยพบเห็น “ตะเกียบ” ในขณะที่ฉีกออกมาจากห่อพลาสติก และมีเศษผง หรือมีจุดเล็กๆ สีดำ หรือตะเกียบนั้น มีสีขาวจนเกินไป

ภัยจาก "ตะเกียบ" ที่ควรรู้ เชื้อรา และสารฟอกขาว สารก่อมะเร็ง

โดยเฉพาะ “ตะเกียบ”สีขาว ที่ดูแล้วน่าใช้เป็นเครื่องมือในการรับประทาน จากข้อมูลพบว่า ตะเกียบเหล่านี้ มักจะมีสารฟอกขาวอยู่ด้วย  เพราะเจ้าสารชนิดนี้จะช่วยเข้าไปกัดให้เนื้อไม้ ให้มีสีขาว ทำให้ผู้บริโภคที่มักใช้ตะเกียบ ดูแล้วน่ารับประทานกับอาหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยว  ข้าวต้ม หรือใช้คีบผัดผักชนิดต่างๆ

ภัยจาก "ตะเกียบ" ที่ควรรู้ เชื้อรา และสารฟอกขาว สารก่อมะเร็ง

ซึ่งเจ้าสารฟอกขาวนี้จะมี “ซัลเฟอร์ไดออกไซด์” รวมอยู่ด้วย และเมื่ออยู่ในอุณภูมิที่สูงๆ หรือถูกความร้อน สารเหล่านี้จะเปลี่ยนเป็น “ซัลฟูริค” ก็จะละลายออกมาจาก “ตะเกียบ” สุดท้ายก็จะเข้าไปปะปนอยู่กับอาหารที่เราๆ รับประทานเข้าไป ซึ่งเมื่อผู้บริโภคบาง ที่มีโรคประจำตัว อาทิ หอบหืด  หรือร่างกายมีอาการแพ้ อยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ก็จะทำให้เกิดปฎิกิริยาแพ้ขึ้นมาทันที 

ส่วน “ตะเกียบ” ที่ทำมาจากไม้ชนิดต่างๆ รวมทั้งไม้ไผ่ หากใช้ไปเป็นระยะเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดเชื้อราได้ โดยเฉพาะเมื่อทำการล้าง “ตะเกียบ”แล้วเกิดความชื้น บางครั้งอาจมองเห็นเป็นจุดดำเล็กๆ

ทั้งนี้ จากรายงานยังพบด้วยว่า  เมื่อนำตะเกียบที่มีจุดดำเหล่านี้ ไปทดลองหาเชื้อ ก็พบว่า มีเชื้อราสะสมอยู่หลายชนิด เช่น Penicillium, Aspergillus และ Alternaria ดังนั้น ควรล้าง “ตะเกียบ” ให้สะอาด และล้างน้ำเปล่าหลายๆครั้ง พร้อมกับตากแดดให้แห้ง อย่าให้เกิดความชื้นสะสม เป็นอันขาด

นอกจากนี้ การแช่ “ตะเกียบ” ในน้ำส้มสายชู ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่สามารถลดเชื้อได้ หรือบ้านใด ร้านค้าใด มีความจำเป็นต้องใช้ “ตะเกียบแบบไม้” ก็ควรเปลี่ยนตะเกียบใหม่ทุกๆ 3-6 เดือน ซึ่งก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก / ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “วังประกายแก้ว” วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471635

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “วังประกายแก้ว” วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี

24 มิถุนายน 2564 – 14:27 น.

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “วังประกายแก้ว” วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี

วังประกายแก้ว แลนด์มาร์คพญานาคแห่งใหม่ นี้ ตั้งอยู่ที่บ้านดอนสวรรค์ หมู่ 9 ตำบลเพ็ญ ถนนเพ็ญ – สินเจริญ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี รูปปั้นมีความสูงราว 16.40 เมตร ยาว 70.70 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.20 เมตร งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 3 ล้านบาท ประติมากรรมพญานาคนี้ เป็นรูปปั้นปู่ศรีสุทโธ จะสีเขียว ส่วนย่าศรีปทุมาจะสีทอง ใช้เวลาก่อสร้าง 9 เดือน ตั้งแต่ตุลาคม 6253 ถึง มิถุนายน 2564 ซึ่งมีความสวยงามมาก

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี
เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี

ด้านนายฤกษ์พิเชษฐ์ แก่นดี น้องชายนางสาวน้อย ภูพรหมมี เจ้าของความคิดสร้างแลนด์มาร์ค วังประกายแก้ว เปิดเผยว่า เดิมที่ทางบ้านประกอบอาชีพค้าขายวัสดุก่อสร้าง ก่อนจะมาเป็นแลนด์มาร์คพญานาค พี่สาวมีความเชื่อและศรัทราในพญานาคมานาน เคยไปขอพรกับพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมที่คำชะโนดมาก็หลายครั้งว่าหาประสบความสำเร็จด้านการงานอาชีพ อายุ 50 ปี จะสร้างรูปปั้นให้ ตอนแรกก็ไม่คิดสร้างที่รูปปั้นนี้ แต่จะไปสร้างที่วัด

จากนั้นพี่สาวฝันว่ามีพญานาค 7 ตน มาเล่นน้ำที่บ่อน้ำที่คิดว่าจะทำเป็นบ่อตกปลา ต่อมาตนเองและพี่สาวขับรถท่องเที่ยวหาดูรูปปั้นพญานาคหลายที่แต่ก็ไม่ถูกใจ พอไปดูที่ภูมโนรมย์ จ.มุกดาหาร เห็นแล้วชื่นชอบสวยงามถูกใจ จึงประสานงานติดต่อหาช่างที่สร้างไปสร้างรูปปั้นที่อุดรธานี โดยให้ออกแบบตามความฝัน “ซึ่งพี่สาวบอกช่างว่าอยากได้พญานาคคล้ายคนทำมือรูปหัวใจแบบเกาหลี” ทั้งนี้ก่อนสร้างมีเรื่องแปลกเกิดขึ้น คือ คันดินด้านหนึ่งขาดออกน้ำที่มีจำนวนมากก็ไหลออก เมื่อช่างมาถึงช่วงสายก็บอกว่าเอาจุดนี้เพราะกลางบ่อน้ำมีดอนและรอบด้วยน้ำ ประติมากรรมพญานาคนี้ตั้งอยู่ที่บ้านดอนสวรรค์ หมู่ 9 ตำบลเพ็ญ ถนนเพ็ญ – สินเจริญ อำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี
เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี

โดยวังประกายแก้วมีพื้นที่นี้มีทั้งหมด 70 ไร่ แบ่งพื้นที่ใช้สอยทำเป็นแลนด์มาร์ค 15 ไร่ แบ่งเป็นร้านกาแฟลานจอดรถ และสร้างแลนด์มาร์ครูปปั้น หลังเปิดให้ประชาชนนักท่องเที่ยวเข้าชมมีคนมากราบไหว้ขอพรตามความเชื่อก็ประสบความสำเร็จ บางคนก็โชคดีถูกหวยซึ่งเท่าที่รู้องค์ปู่ย่าให้โชคคนแถวนี้มีแล้ว 3 งวด

เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี
เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี
เปิดแลนด์มาร์คแห่งใหม่ "วังประกายแก้ว" วังพญานาคแห่งใหม่ จ.อุดรธานี

ขอบคุณที่มา..Peeranut P.

เช็กก่อนซื้อ เผยทริคเลือก “มอยส์เจอร์ไรเซอร์” อย่างไรให้เหมาะกับ “ผิวหน้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471600

เช็กก่อนซื้อ เผยทริคเลือก “มอยส์เจอร์ไรเซอร์” อย่างไรให้เหมาะกับ “ผิวหน้า”

24 มิถุนายน 2564 – 14:00 น.

เช็กก่อนซื้อ เผยทริคเลือก “มอยส์เจอร์ไรเซอร์” อย่างไร ให้เหมาะกับ “ผิวหน้า” ของคุณ

สำหรับคนที่มีปัญหา “ผิวแห้ง” มักจะเกิดริ้วรอยได้ง่าย และสิ่งที่ผิวแห้งต้องการมากที่สุดก็คือ “น้ำ” ตัวหลักสำคัญที่จะช่วยให้ผิวนุ่มเนียนและคงความยืดหยุ่นของผิวไว้ การทาครีมหรือโลชั่นเคลือบผิวที่เรียกว่า “มอยส์เจอร์ไรเซอร์” (Moisturizer) จะช่วยให้สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้ แต่เราจะเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพผิว

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ (Moisturizer) คือตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว มีหลายรูป เช่น ครีม เจล โลชั่น เป็นต้น การทำงานคือเคลือบผิวเอาไว้เพื่อลดการสูญเสียน้ำของผิว เพราะเมื่อมีการสูญเสียน้ำของผิวที่น้อยลง ผิวก็จะมีความชุ่มชื้นมากขึ้น ทำให้ผิวดูแข็งแรง เต่งตึง ผิวเรียบเนียน ลดริ้วรอย ดูสุขภาพดี มอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีจึงควรมีคุณสมบัติ ดูดซึมได้ดี ออกฤทธิ์เร็ว และอยู่บนผิวหนังได้นานโดยไม่ต้องทาซ้ำหลายรอบ

การหาสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนังเป็นการดูแลผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสารเพิ่มความชุ่มชื้นนี้ สามารถให้ความชุ่มชื้นได้นาน 2-6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเพิ่มความชุ่มชื้น สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีคุณสมบัติ Occlusives ช่วยเคลือบผิว มอยเจอร์ไรเซอร์ชนิดนี้จะช่วยเคลือบผิวด้วยการสร้างฟิล์มบางๆเคลือบที่ชั้นบนสุดของผิวและกันน้ำได้ ชะลอการสูญเสียน้ำทางผิวหนัง โดยกลุ่มที่มีคุณสมบัตินี้ ได้แก่ ไขคาร์นอบา เป็นไขที่ได้จากใบของปาล์มคาร์นอบา น้ำมันมะกอก Petrolatum ซิลิโคน ลาโนลิน และกลุ่ม Intercellular lipid bilayers (เลียนแบบโครงสร้างระหว่างเซลล์ผิวหนัง) เช่น ซาราไมค์ กรดไขมัน

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีคุณสมบัติ Emoillients ทำให้ผิวนุ่ม เป็นสารไขมันที่ดูดซึมได้ ช่วยให้ผิวนุ่มและประสานผิวตกสะเก็ด หรือเซลล์ผิวที่ตาย ลดการสูญเสียน้ำทางผิวหนัง โดยกลุ่มสารนี้ประกอบด้วย เชียบัตเตอร์ สควาเรน คอลลาเจน ไอโซโพรพิล และปามิเตท

มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีคุณสมบัติ Humectants ช่วยผิวฉ่ำน้ำ เป็นสารที่ดูดซับน้ำจากชั้นลึกของหนังกำพร้าให้ขึ้นถึงชั้นบน ให้ความชุ่มชื้นที่พบได้ในผิวหนังชั้นนอกสุดหรือที่เรียกว่าชั้นผิวหนังกำพร้าให้ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากเชื้อโรค การขาดน้ำ หรือสารเคมี โดยกลุ่มสารที่มีคุณสมบัตินี้ เช่น กลีเซอรีน กรดอัลฟาไฮดรอกซี กรดไฮยาลูรอนิก ซอร์บิทอล และยูเรีย

แล้วเราควรเลือกมอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างไร

ผิวหน้ามันเป็นสิวง่าย อาจเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีความมันน้อย เนื้อบางเบา หรือเนื้อครีมประเภทที่แห้งเร็ว ซึมเข้าสู่ผิวง่าย แนะนำให้ใช้จะเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ฐานน้ำ (Water-based moisturizer) ที่อาจอยู่ในรูปแบบโลชั่นเหลว

ผิวหน้าแห้ง ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ประเภทเนื้อครีมที่อาจจะมีความเข้มข้นมากกว่ามอยเจอร์ไรเซอร์ของผิวประเภทอื่นเล็กน้อยในการคงความชุ่มชื้นบนผิวหน้า ช่วยในการกักเก็บและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น โดยแนะนำให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ฐานน้ำมัน (Oil-based moisturizer) ที่ประกอบไปด้วยน้ำมันสำหรับบำรุงผิวเป็นส่วนประกอบ เพื่อให้น้ำมันเคลือบผิวไม่ให้ความชื้นจากผิวระเหยออกไป

ผิวหน้าปกติธรรมดา สามารถเลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ทั้งฐานน้ำ (Water-based moisturizer) ในรูปแบบโลชั่น เพื่อที่จะได้รู้สึกแห้งเร็ว เบาสบายผิว ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะจนเกินไป หรือหากต้องการความชุ่มชื้นมากๆ ก็สามารถใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่เป็นฐานน้ำมันได้ (Oil-based moisturizer) แต่เวลาที่ใช้อาจปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ

ผิวหน้าผสม เลือกใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำกับน้ำมันในอัตราส่วนเท่ากัน ทำให้ผิวรับส่วนผสมทั้งสองอย่างอย่างเท่ากัน จึงช่วยให้ผิวคงสมดุลของน้ำไว้ในผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่แห้งหรือมันจนเกินไป

ทั้งนี้ควรทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หลังทำความสะอาดผิว เนื่องจากเป็นช่วงที่สารจะซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดี ควรทาให้ทั่วผิวหนังที่ต้องการเคลือบ โดยใช้นิ้วมือคลึงเบาๆให้เนื้อครีมกระจายออกทั่วผิวหนัง


ข้อมูล พญ.ศิเรมอร ทองสิมา ศูนย์ผิวหนังและความงาม

“ลิซ่า BLACKPINK” สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471629

“ลิซ่า BLACKPINK” สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign

24 มิถุนายน 2564 – 13:56 น.

“ลิซ่า BLACKPINK” สาวไทยระดับโลกตัวจริง ประกบสาวๆระดับโลก Zendaya, Lily Aldridge และ Vittoria Ceretti ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign

หลังจากแบรนด์จิวเวลรี่สุดหรูระดับโลกอย่าง BVLGARI ได้เผยโฉมคอลเล็กชั่นเครื่องประดับชั้นสูงล่าสุด “Magnifica” ผ่านแฟชั่นโชว์ที่ถ่ายทำในกรุงโรมไปแล้ว ล่าสุดก็ได้เปิดตัวแบรนด์แคมเปญโฆษณาล่าสุดที่ใช้ชื่อว่า Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign 

โดยมี 4 สาวชื่อดังระดับโลก นำทีมโดยซูเปอร์โมเดลสาว Lily Aldridge, นักแสดงสาวดาวรุ่งสุดฮอต Zendaya, ท็อปโมเดลแห่งอิตาลี Vittoria Ceretti และไอดอลสาวชาวไทยจากวง BLACKPINK อย่าง ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ซึ่งทั้ง 4 สาวนี้ล้วนเป็นตัวแทนหญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และไม่เคยย่อท้อ

"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign

จากแรงบันดาลใจของความฝันอันหาญกล้า ฝันไกลและฝันอันยิ่งใหญ่ ที่พร้อมจะสานฝันนั้นด้วยความสุขและความสนุก คือแนวคิดของ แมกนิฟิกา 2021 บุลการี แบรนด์ แคมเปญ (Magnifica 2021 Bulgari Brand Campaign) ด้วยพรสวรรค์อันหลากหลายที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่ง Generation Z ที่เปี่ยมด้วยพลัง 

นักแสดงสาว Zendaya ได้ร่วมเป็นดาวเด่นใน BVLGARI Brand Campaign เป็นครั้งที่สองแล้วสำหรับเธอ โดยถ่ายทอดถึงสัญลักษณ์แห่งความเข้มแข็ง เปี่ยมด้วยพลังอำนาจและเปิดกว้างเพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ 

ส่วนซูเปอร์โมเดลสาว Lily Aldridge ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว BVLGARI เป็นปีที่หกแล้วในวันนี้ และยังคงสร้างความหลงใหลให้กับผู้ชมทั่วโลกของเธอเสมอ ด้วยพลังแห่งชีวิตที่ไม่มีใครเสมอเหมือน เช่นเดียวกับเสน่ห์อันเย้ายวนใจและเปี่ยมไปด้วยพลังด้านบวกของเธอ 

ถัดมาที่แฟชั่นไอคอนและสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปผู้สร้างปรากฏการณ์อันโด่งดังระดับโลกอย่าง “ลิซ่า BLACKPINK” กับสาวไทยหนึ่งเดียวของวง ลิซ่า ได้เลือกสวมใส่บุลการีในแบบของเธอเอง และสร้างให้ทุกๆ ภาพถ่ายของแคมเปญนี้กลายเป็นเวทีที่พร้อมจุดประกายแสงสว่างอันเจิดจ้าโดยการปรากฏตัวอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะของเธอ ซึ่งแคมเปญนี้ถือเป็นผลงานชิ้นแรกของเธอในฐานะโกลบอลแอมบาสซาเดอร์ของ BVLGARI อีกด้วย

"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign

และปิดท้ายกันที่ท็อปโมเดลสาวอย่าง Vittoria Ceretti ที่เปลี่ยนภาพแห่งจินตนาการของกรุงโรมไปสู่รันเวย์ใหม่ล่าสุดสำหรับเธอ พร้อมกับเสน่ห์แห่งความงดงามล้ำเลิศและลึกลับน่าค้นหา

ทั้ง 4 สาวตัวแทนของ BVLGARI ได้สวมผลงานออกแบบอันเป็นตำนานสูงสุดของแบรนด์ถ่ายทอดในแบรนด์แคมเปญนี้ ไม่ว่าจะเป็น Serpenti อันแสนเปี่ยมเสน่ห์ ตลอดจนถึง Divas’ Dream อันสง่างาม และเครื่องประดับอัญมณีFiorever ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่นเดียวกับผลงานสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง (High Jewellery) อันล้ำเลิศผ่านภาพถ่ายเหนือจริงที่ถ่ายทอดโดยผู้กำกับและช่างภาพชาวสเปน Txema Yeste ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญในการจับภาพอันเข้มแข็งและเป็นธรรมชาติด้วยหลากหลายมิติของเหล่าตัวละครและคาแรกเตอร์ของเขา

"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign
"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign
"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign
"ลิซ่า BLACKPINK" สาวไทยระดับโลกตัวจริง ใน Magnifica 2021 Bvlgari Brand Campaign

The Ambulantito “บ้านเคลื่อนที่” กับการขับเคลื่อนทางสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471620

The Ambulantito “บ้านเคลื่อนที่” กับการขับเคลื่อนทางสังคม

24 มิถุนายน 2564 – 13:11 น.

Natura Futura Arquitectura บริษัทออกแบบจากประเทศเอกวาดอร์ได้สร้างสรรค์ผลงาน “บ้านเคลื่อนที่ทรงเอเฟรม” เพื่อสะท้อนปัญหาทางสังคมและจุดประกายความรับผิดชอบของคนในสังคมต่อกลุ่มคนไร้บ้านและผู้ที่ขาดโอกาสในกลุ่มประเทศลาติน อเมริกา

บ้านเคลื่อนที่ทรงเอเฟรมหรือ The Ambulantitoถือเป็นก้าวแรกใน การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมผ่านงานออกแบบโดยบ้านหลังนี้ถูกออกแบบให้มีฟังก์ชันที่สามารถเป็นได้ทั้งที่พักและร้านขายของชำเคลื่อนที่ให้แก่ผู้ยากไร้

The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม
The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม

ส่วนของการออกแบบนั้นได้ถอดแนวคิดมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไร้บ้านกลุ่มนี้ที่มีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาจึงมีการติดล้อไว้ใต้ตัวบ้านให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวก

The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม
The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม

รวมถึงบานพับทรงเอที่มีการออกแบบให้สามารถเปิด-ปิดได้เพื่อให้สามารถปรับใช้ เป็นร้านขายของชำและใช้บังสายตาเพื่อความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งานตามที่ต่าง ๆ ที่พวกเขาพักค้างแรม

The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม
The Ambulantito "บ้านเคลื่อนที่" กับการขับเคลื่อนทางสังคม

แหล่งที่มา http://www.yankodesign.com https://bit.ly/3zT1OB7

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471619

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

24 มิถุนายน 2564 – 13:08 น.

สุขภาพร่างกายเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ให้ห่างไกลจากโรคร้ายอย่าง “มะเร็ง” ซึ่งถ้าทุกคนสามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็จะเป็นผลดีกับตัวเอง

โดยอาหารที่มีความเสี่ยงสูง หากรับประทานเข้าไปแล้วก็จะทำให้เกิดโรค “มะเร็ง” ตามมาได้ ซึ่งอาหารที่ทุกคนควรเลี่ยงถ้ารักตัวเอง มีอยู่ 7 อย่างด้วยกันที่ก่อมะเร็งอย่างดี ควรหลีกเลี่ยง

อาหารที่มีสารก่อ “มะเร็ง”

1. “อาหารหมักดอง” อาหารที่ไม่ใช่ของสดต้องผ่านกระบวนการ หรือ ใส่เคมีบางอย่างเพื่อให้อาหารนั้นมีอายุอยู่นาน มีโซเดียมสูงหากรับประทานบ่อยๆ มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็ง

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

2. “อาการปิ้งย่าง” การทานอาหารปิ้งย่างที่สุกจนเกินไป หรือ เกิดการไหม้เกรียม หากรับประทานอาหารปิ้งย่างบ่อยๆ จะเป็นการสะสมไฮโดรคาร์บอนเข้าไปในร่างกาย ซึ่งสารนี้คือสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

3. “อาหารทอดที่ใช้น้ำมันซ้ำ” การนำน้ำมันที่มีการใช้งาน มาทำอาหารซ้ำๆ หรือ น้ำมันที่เสื่อมสภาพ ล้วนแล้วมีแต่อันตราย เพราะนอกจากทำให้ไขมันในเลือดสูง ยังทำให้ก่อเป็นมะเร็งได้

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

4. “อาหารที่มีไขมันสูง” ยิ่งรับประทานเข้าไปสะสมมากๆ ไขมันที่ไม่ดีนี้จะกลายเป็นคอเลสเตอรอลที่เข้าไปทำลายระบบร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆรวน เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็ง

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

5. “เนื้อแดง” ส่วนมากเนื้อแดงจะผ่านการฉีดสารกันบูด เพื่อช่วยยืดอายุของอาหาร สารนี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้

6. “สารทดแทนความหวาน” เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นมะเร็งไม่รู้ตัว เพราะมีสารเคมีชนิดหนึ่งที่หากร่างกายสะสมมากๆ และไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกาย ก็จะกลายเป็นสารที่ก่อมะเร็งได้

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

7. “อาหารสำเร็จรูป” เป็นสารที่พึ่งพาสารกันบูด เพื่อให้อาหารมีอายุอยู่นาน และ เป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง เป็นอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หากรับประทานบ่อยๆยิ่งสะสม กลายเป็นมะเร็งได้ 

เรื่องน่ารู้ 7 อาหารอันตราย ที่มีสารก่อมะเร็งควรหลีกเลี่ยง

อาหาร 7 อย่างนี้ เป็นตัวก่อมะเร็งอย่างดี ถ้าใครที่ไม่อยากเป็นโรคนี้ และ สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงด่วน     

(ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันแห่งชาติ , โรงพยาบาลเปาโล)

เช็กอาการ “โรคซึมเศร้า” ช่วงวิกฤติ โควิด-19 สาเหตุปัจจัยเสี่ยงการรักษาป้องกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471570

เช็กอาการ “โรคซึมเศร้า” ช่วงวิกฤติ โควิด-19 สาเหตุปัจจัยเสี่ยงการรักษาป้องกัน

24 มิถุนายน 2564 – 13:00 น.

ช่วงวิกฤติ โควิด-19 ระบาดหนัก เช็กอาการ “โรคซึมเศร้า” สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง การรักษา และป้องกัน

เกาะติดสถานการณ์วิกฤติการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โรคโควิด-19 (COVID-19) ระลอกใหม่ ในประเทศ ที่ตัวเลขยังคงพุ่งสูงมีผู้ติดเชื้อ โควิด-19 รายวันจำนวนหลักพันต่อเนื่องโดยยังไม่มีทีท่าจะลดน้อยลง ขณะที่เตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลรัฐ ทุกระดับสี ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทุกแห่งศักยภาพในการรรับเกือบเต็มที่จะรับผู้ป่วยรายใหม่แล้ว ส่งผลให้หลายคนเกิดความเครียด รู้สึกผิดหวัง หรือมีอารมณ์เศร้าหมอง ที่เพียงแค่ต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคในการประกอบอาชีพไม่สามารถดำเนินไปได้ตามปกติ แล้วยังต้องมากังวลหากป่วยแล้วจะมีที่รับรักษาหรือไม่ ซึ่งถ้าความเครียด ความเศร้า เหล่านี้ดำเนินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนๆ นั้นกำลังเป็น โรคซึมเศร้า มาดูกันว่า สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง อาการ การรักษา และการป้องกันนั้นเป็นอย่างไร

สาเหตุของโรคซึมเศร้า

ปัจจัยใหญ่ๆ ที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า  ได้แก่

– พันธุกรรมหรือพื้นฐานดั้งเดิม มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้า หรือมีลักษณะนิสัยเป็นคนอ่อนไหวง่าย คิดมาก มองโลกในแง่ลบ รวมถึงการมีสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล

– สภาพแวดล้อมตั้งแต่เด็กจนโต เช่น การเลี้ยงดูของพ่อแม่ อิทธิพลจากคนใกล้ชิดรอบข้าง

โรคซึมเศร้าอาจเกิดจากการมีปัจจัยมากระตุ้นที่ทำให้เกิดความเครียดขึ้นมาก่อน หรืออาจเกิดขึ้นโดยไม่มีปัจจัยมากระตุ้น แต่กรณีนี้เกิดขึ้นได้น้อย

ปัจจัยเสี่ยงในการเป็นโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าทำให้เกิดปัจจัยเสี่ยงตามมามากมาย ตั้งแต่โรคทางกาย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคไทรอยด์ โรคภูมิแพ้ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคสมองเสื่อม และโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้ายังมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าคนปกติ เสียชีวิตจากสารเสพติด หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย

ประเภทของโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ

1. โรคซึมเศร้าแบบขั้วเดียว คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้าอย่างเดียว

2. โรคซึมเศร้าแบบสองขั้ว หรือที่เรียกว่า ไบโพลาร์ ผู้ป่วยมีอาการอารมณ์ขึ้นลงมากกว่าคนทั่วไปจนเกิดผลเสีย

อาการของโรคซึมเศร้า

หากคุณสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคซึมเศร้า ให้สังเกตอาการดังต่อไปนี้ หากมีอย่างน้อย 5 อย่างหรือมากกว่าติดต่อกันอย่างน้อย 14 วันและมีอาการเหล่านี้อยู่เกือบทั้งวัน ถือว่าเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้า

1. มีอารมณ์ซึมเศร้า (เด็กหรือวัยรุ่นอาจมีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย)

2. เบื่อ หมดความสนใจหรือความสุขในการทำกิจกรรมต่างๆ

3. นอนไม่หลับ หรือหลับๆ ตื่นๆ หรือหลับมาก

4. เหนื่อยง่ายหรือไม่ค่อยมีแรง

5. เบื่ออาหารหรือกินมากเกินไป

6. รู้สึกไร้ค่า รู้สึกไม่ดีกับตัวเอง

7. ไม่มีสมาธิหรือลังเลใจไปหมด

8. พูดช้า ทำอะไรช้าลงหรือกระวนกระวาย ไม่อยู่นิ่ง

9. มีความคิดอยากตาย คิดทำร้ายตัวเอง

การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า

นอกจากจะดูว่าผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวข้างต้นอย่างน้อย 5 ข้อเป็นเวลาติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 14 วันแล้ว แพทย์ยังต้องสอบถามรายละเอียดของอาการและเรื่องราวจากผู้ป่วยหรือบางครั้งจากญาติใกล้ชิดร่วมด้วย เพื่อให้เข้าใจผู้ป่วยและแน่ใจว่าผู้ป่วยไม่ได้เป็นโรคทางจิตเวชอื่นๆที่คล้ายคลึงกับโรคซึมเศร้า รวมถึงสอบถามประวัติความเจ็บป่วยอื่นๆเพื่อดูว่าเป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้าหรือไม่

การรักษาโรคซึมเศร้า

การรักษาหลัก คือ การพูดคุยให้คำปรึกษา การทำจิตบำบัด รวมถึงการใช้ยาในกลุ่มแก้ซึมเศร้าหากมีความจำเป็น โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่รักษาได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอาการดีขึ้นจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติและยิ่งมารับการรักษาเร็วเท่าไรอาการก็จะดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้รักษายากยิ่งขึ้น

ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยยาแก้โรคซึมเศร้า

ปัจจุบันยารักษาโรคซึมเศร้าเป็นยาที่ถือว่าปลอดภัย ไม่ค่อยมีผลข้างเคียง ผู้ป่วยบางคนกลัวผลข้างเคียงจนไม่กล้ากินยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ เพราะกลัวว่าจะติดยาหรือกลัวว่ายาทำให้มีอาการมึนงงไปหมด ความจริงแล้วยาแก้ซึมเศร้าไม่มีการติดยาและไม่ทำให้เกิดอาการมึนงงอย่างที่เข้าใจกัน

การป้องกัน

การป้องกันโรคซึมเศร้าทำได้โดยปฏิบัติหลักสุขศึกษา คือ

1. อาหาร ให้กินอาหารครบ 5 หมู่ หากขาดสารอาหารบางอย่างไปจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้ามากขึ้น เช่น โอเมก้า 3 วิตามิน อี ซี ดี ทองแดง ธาตุเหล็ก

2. การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสัปดาห์ละอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องกัน 30 – 40 นาที เป็นการออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็วก็ได้

3. การพักผ่อน นอนหลับให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องกาย ให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงหรือยังเพลียอยู่

4. การทำสมาธิ (Mindfulness) เพื่อผ่อนคลายจิตใจ มีงานวิจัยมากมายพบว่าการทำสมาธิช่วยให้สมองผ่อนคลาย ลดความเครียดได้

5. การฝึกคิดบวก ป้อนความคิดทางบวกให้กับตัวเองอยู่เสมอเพื่อสร้างให้จิตใจมีความเข้มแข็ง เอาชนะอุปสรรคในชีวิตได้

โรคซึมเศร้า, โควิด-19

ข้อมูล : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

ไอเดียจัดห้อง “เรียนออนไลน์” ให้น่าเรียน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471567

ไอเดียจัดห้อง “เรียนออนไลน์” ให้น่าเรียน

24 มิถุนายน 2564 – 08:30 น.

มาจัดห้อง “เรียนออนไลน์” ให้น่าเรียนกันเถอะ แชร์ไอเดียสร้างสรรค์ เพิ่มแรงบันดาลใจ ให้คะแนนปังๆ ในยุคโควิด

เปิดเทอมมาได้ 1 สัปดาห์ หลายโรงเรียนเจอทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ต้องล้มแผน On-site กลับไป On-line ที่บ้านใครบ้านมันอีกครั้ง

ซึ่งการ “เรียนออนไลน์” ต่อเนื่องยาวนาน หลายคนอาจเบื่อมุมห้องในบ้านแบบเดิม ก็สามารถลุกขึ้นตกแต่งมุมเรียนออนไลน์ซะใหม่ เพิ่มแรงจูงใจในการเรียนไม่มากก็น้อย

ไอเดียแต่งมุมบ้าน จัดห้อง “เรียนออนไลน์” ให้น่าเรียนกันเลย

1.  “มุมตามความฝัน” เพิ่มแรงบันดาลในการเรียนออนไลน์ ด้วยการแต่งมุมที่นั่งเรียนในแบบอาชีพที่โตขึ้นอยากจะเป็นหรือคณะที่อยากเข้าเรียน ก็เป็นไอเดียตรงจุดเพื่อประสบความสำเร็จในการเรียน เช่นตกแต่งหาซื้ออุปกรณ์เครื่องเขียนให้เป็นห้องแลปนักวิทยาศาสตร์อนาคตไกล หรือห้องวิศวกรคนเก่ง ห้องนักโฆษณาครีเอทีฟมือทอง เลือกตามสไตล์ที่ชอบฝันถึงเลย

ไอเดียจัดห้อง "เรียนออนไลน์" ให้น่าเรียน

2. “เมนนี้ที่รัก” วัยเรียนหลายคนที่ชื่นชอบศิลปินไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลี ญี่ปุ่น ที่ใช้ศัพท์เฉพาะเรียกศิลปินขวัญใจว่า “เมน”  ก็อาจแปะรูปเมนสุดที่รัก ในมุมที่สามารถหันไปมองขอกำลังใจเรียนออนไลน์ได้ เพราะศิลปินหลายคนที่มีแฟนคลับในวัยเรียน ก็จะคอยเป็นกำลังใจ คอยบอกให้ตั้งใจเรียนเสมอๆ ยิ่งเรียนออนไลน์ที่มีความเครียดเข้ามามาก หลายคนบ่นว่างานเยอะกว่าตอนไปเรียนที่โรงเรียน แถมไ่ม่ได้เล่นกับเพื่อนๆ นานแล้ว บางทีการมีรูป “เมน” อยู่ใกล้ๆ ก็น่าจะช่วยให้ตั้งใจเรียนได้คะแนนดีๆ พอรู้สึกท้อแค่ได้เห็นหน้า ก็ทำให้มีกำลังใจฮึดสู้ทำการบ้านส่งครูทันเวลาแน่

ไอเดียจัดห้อง "เรียนออนไลน์" ให้น่าเรียน

(ภาพจาก FB : BLACKPINK)

3. “ห้องเรียนเที่ยวทิพย์” ตอนนี้หลายคนต้องอยากไปเที่ยวจริงๆ หลายสถานที่แน่ๆ เลย แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราไปไหนไม่ได้มาก เดินทางไปต่างประเทศยิ่งไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นเพื่อแก้อาการคิดถึงก็เที่ยวทิพย์แทนแล้วกัน อาจลองเปลี่ยน Background เป็นรูปสถานที่ที่อยากไปเที่ยว หลังหมดโควิด วางหมอนหนุนหลัง โต๊ะ เก้าอี้ให้ได้บรรยากาศใกล้เคียงกับสถานที่นั้นๆ ก็น่าจะช่วยให้ตั้งใจเรียนออนไลน์มากขึ้นได้

ไอเดียจัดห้อง "เรียนออนไลน์" ให้น่าเรียน