เตือนภัย สาวอยาก “หน้ามีกระ” ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471189

เตือนภัย สาวอยาก “หน้ามีกระ” ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ

20 มิถุนายน 2564 – 15:55 น.

สาวๆ ที่อยากให้ “หน้ามีกระ” จะได้อวดผิวฉ่ำแดดแบบเก๋ๆ แต่ไปลองทำตามทริกประหลาดๆ ระวังจากสวยกลายเป็นสยองเสียโฉม ใช้เงินเท่าไหร่ก็ช่วยให้ผิวกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้

ในโซเชียลมีเดียมักจะมีเทรนด์ความงามต่างๆ ให้อ่านให้แชร์กันมากมาย ล่าสุดมีเทรนด์แต่งหน้าแบบให้ ”หน้ามีกระ” เป็นลุคอวดผิวฉ่ำแดดแบบเก๋ๆ แต่บางทริคที่บอกให้เราทำตาม ก็เป็นทริกแปลกๆ ที่ไม่ควรลองทำตาม ไม่งั้นอาจเกิดอันตราย แบบที่สาวรายนี้เจอมากับตัว

เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ

โดยล่าสุดเว็บไซต์เดลี่สตาร์ เผยว่า ทิลลี วิตฟิลด์ สาวชาวออสเตรเลียวัย 21 ปี ที่ก่อนหน้านี้เธอเป็นที่รู้จักจากรายการ Big Brother เรียลลิตี้โชว์ทางโทรทัศน์ แต่ตอนนี้เธอกลับมาโด่งดังเป็นประเด็นให้ถูกพูดถึงอีกครั้งในสื่อออนไลน์ หลังจากเธอออกมาเผยผลลัพธ์จากการทดลองทำ “หน้ามีกระ” ของปลอมบนใบหน้า

ซึ่ง ทิลลี เผยว่า เธอไปลองทำตามทริกความงามนี้ที่ถูกแชร์บนแอปฯ สุดฮิตอย่าง TikTok โดยการใช้เข็มเย็บผ้าและน้ำหมึกสีน้ำตาลสำหรับสักที่สั่งซื้อมา ทิ่มจุดๆ ลงไปบนผิวหน้าของเธอ ซึ่งคำแนะนำบอกเธอว่า มันจะดูเป็นกระปลอม ซึ่งสามารถติดอยู่ได้นานถึง 6 เดือน

แต่ผลที่ออกมา ทำให้ทิลลีต้องช็อกและเสียใจที่สุด เพราะหน้าและแก้มของเธอ กลายเป็นรอยแผลไหม้แดง มีอาการบวมและแพ้หนัก จนเธอสูญเสียการมองเห็นไปชั่วคราว ต้องไปโรงพยาบาล เธอบอกว่า ตอนที่ทำไม่รู้สึกเจ็บเลย เธอเลยทำต่อไม่หยุด แต่เพิ่งมารู้ทีหลังว่า หมึกที่เธอใช้ มีสารตะกั่วสูงในระดับอันตรายและเป็นพิษ

เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ

ทิลลีพยายามหาทางรักษา ให้แพทย์ผิวหนังแก้ไขรอยแผลเป็นอันเจ็บปวดของเธอ โดยเสียเงินไปแล้วประมาณ 8,500 ปอนด์ หรือราว 370,000 บาท แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ใบหน้าของเธอที่เสียโฉมกลับมาเป็นปกติได้เหมือนเดิม

ทิลลี ยอมรับว่าตัวเองโง่เขลา และเหตุผลที่เธอตัดสินใจนำภาพและเรื่องราวของเธอมาโพสต์แชร์ทางอินสตาแกรม ก็เพื่อต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ต่อสาวๆ ที่อยากจะสวยตามเทรนด์เช่นเดียวกับเธอ ขอร้องว่า อย่าทำตามเด็ดขาด

เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ
เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ
เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ
เตือนภัย สาวอยาก "หน้ามีกระ" ผิวดูฉ่ำแดดเก๋ๆ ระวังหน้าพัง หากทำตามวิธีผิดๆ

เรื่อง “ประจำเดือน” ปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิงไขข้อข้องใจมาบ่อยมาห่างปกติมั้ย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471183

เรื่อง “ประจำเดือน” ปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิงไขข้อข้องใจมาบ่อยมาห่างปกติมั้ย

20 มิถุนายน 2564 – 13:45 น.

ปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิง ไขข้อสงสัยเรื่อง “ประจำเดือน” มาบ่อย มาห่างแค่ไหน ถือว่าปกติ แล้ววัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดตอนไหน

ปัญหาสุขภาพ วันนี้ เรามาว่าด้วยเรื่อง “ประจำเดือน” ผศ. พญ. อรวิน วัลลิภากร สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ ภาควิชาสูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ไขข้อสงสัยเรื่องประจำเดือน

มาบ่อย มาห่างแค่ไหน ถือว่าปกติ?

“จริงๆ แล้วรอบเดือนของสาวๆ เราก็มีระยะเวลาตั้งแต่ 24 – 38 วันนะคะ ถ้าเกิดว่าอยู่ใน 24 – 38 วัน ถือว่าเป็นระยะห่าง ระหว่างประจำเดือนที่ปกติ ซึ่งเรานับจาก วันแรกของประจำเดือนครั้งนี้ กับครั้งที่แล้วนะคะ ถ้าสาวๆ คนไหนมีประจำเดือนที่มาถี่กว่านี้ เช่น บางคนมา 15 วันมาที ก็คือ มาเดือนละ 2 รอบ หรือว่ามาห่างเกินไป ก็คือสัก 40 วัน เดือนครึ่ง 2 เดือน 3 เดือน มา 1 ครั้ง ถือว่า เป็นลักษณะประจำเดือนที่มาผิดปกติ”

ประจำเดือน, มะเร็งปากมดลูก, วัคซีน

สาเหตุของการที่ทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติบ่อยๆ

“หลักๆ เลยของผู้หญิงเรา ก็มักจะเกิดจากปัญหาไข่ไม่ตก ซึ่งอันดับแรกเลย ก็อาจจะมีภาวะเครียด ช่วงนี้ก็เรื่องงาน เรื่องโควิด-19 หรือน้องๆ บางคน ช่วงใกล้สอบก็ประจำเดือนไม่มา อันดับที่ 2 ก็คือ ต้องไปดูว่าฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของรังไข่เรา มันมีผิดปกติไหม ง่ายๆ ที่เจอบ่อยๆ ก็คือ ฮอร์โมนไทรอยด์ , ฮอร์โมนต่อมใต้สมอง หรือ ฮอร์โมนน้ำนม หรืออีกภาวะนึง ก็คือ ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรังในผู้หญิง เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ PCOS พบได้บ่อยในคนไข้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ”

ผศ. พญ. อรวิน บอกว่า สำหรับคนไข้ที่ “ประจำเดือน” มาบ่อยๆ อันนี้อาจจะต้องดูว่าเลือดที่ออกใช่ประจำเดือนไหม อาจจะเป็นพวกปากมดลูกอักเสบหรือเปล่า มดลูกอักเสบ หรือ ใช้ฮอร์โมนคุมกำเนิดแบบไม่สม่ำเสมอ เช่น กินยาคุมกำเนิด แล้วลืมกินบางวัน ก็จะส่งผลให้มีเลือดออกกะปริบกะปรอยระหว่างรอบเดือนได้ ซึ่งบางคนเข้าใจว่าเลือดออกแค่ครึ่งผืน ก็ถือว่าเป็นประจำเดือนแล้ว แต่อันนี้บางที อาจจะเป็นลักษณะเลือกออกผิดปกติได้

“สำหรับสาวๆ ทุกคนนะคะ การที่เรามีประจำเดือน ก็จะเป็นตัวนึง ที่ง่ายๆ ที่บ่งบอกถึงสุขภาพ ในการเจริญพันธุ์ของเรา หมอแนะนำง่ายๆ เลย ผู้หญิงทุกคนที่เริ่มมีประจำเดือนแล้วนะโดยเฉพาะน้องๆ วัยรุ่น แนะนำให้จดประจำเดือน อันนี้จะเป็นอันแรกเลย ที่ช่วยให้เราตรวจสุขภาพตัวเองได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง และสำหรับสาวๆ ที่มีเพศสัมพันธ์แล้วนะคะ ก็แนะนำให้เข้ามาตรวจสุขภาพนะคะ ตรวจภายใน ตรวจมะเร็งปากมดลูกนะคะ สัก 1 – 3 ปี ต่อครั้งนะคะ”

ประจำเดือน, มะเร็งปากมดลูก, วัคซีน

วัคซีนมะเร็งปากมดลูกต้องฉีดตอนไหน?

“สำหรับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกนะคะ ก็ขอเพิ่มเติมข้อมูลก่อน ในปัจจุบัน ก็มีให้เลือก 3 ชนิด ด้วยกัน ชนิด 2 สายพันธุ์ 4 สายพันธุ์ แล้วก็มีล่าสุดก็คือ 9 สายพันธุ์ นะคะ ซึ่งพอสายพันธุ์เยอะๆ มากขึ้น ก็คือ เราก็สามารถควบคุมชนิดของตัวก่อโรค ก็คือ HPV ไวรัสได้มากขึ้น ก็คือ ลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปากมดลูกได้มากขึ้น นั่นเอง” ผศ. พญ. อรวิน กล่าวและว่า จริงๆ เราก็มีคำแนะนำให้ฉีดตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธุ์ ก็คือ เหมือนผู้ที่มีภูมิคุ้มกันสูงๆ เวลาเราฉีดวัคซีนเข้าไป ภูมิคุ้มกันเขาจะสูงขึ้น เราก็แนะนำให้ฉีดในวัยรุ่นนะคะ ตั้งแต่ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ของประเทศไทยเราก็มีคำแนะนำ ให้ฉีด 9 – 15 ปี นะคะ แต่ถ้าเกิดสาวๆ คนไหนเลยมาแล้วสามารถฉีดได้มั้ย ก็แนะนำให้ฉีดได้ แม้ว่ามีเพศสัมพันธ์แล้วก็สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งปากมดลูกเช่นเดียวกัน ป้องกันการติดเชื้อ HPV เช่นเดียวกัน

“ถ้าในเด็ก 9 – 15 ปี แนะนำฉีด 2 โดส นะคะ ห่างกัน 6 เดือน แต่ถ้าเกิดว่าผู้หญิงที่อายุเกิน 15 ปี ขึ้นไปแล้ว ก็แนะนำฉีดเป็น 3 โดส ระยะห่างก็จะประมาณ 0 1 6 เดือน แล้วแต่ชนิดของยี่ห้อ”

ข้อมูล : RAMA CHANNEL

เผยทริคดีๆ วิธีสร้าง “ผิว” เนียนใส ไร้ปัญหาสิว-ฝ้า-ริ้วรอยกวนใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471159

เผยทริคดีๆ วิธีสร้าง “ผิว” เนียนใส ไร้ปัญหาสิว-ฝ้า-ริ้วรอยกวนใจ

20 มิถุนายน 2564 – 12:35 น.

เผยทริคดีๆ 8 วิธีสร้าง “ผิว” เนียนใส ไร้ปัญหาสิว-ฝ้า-ริ้วรอย มากวนใจ

ว่ากันด้วยเรื่องความสวยความงามของสาวๆ การที่ได้มีผิวหน้านวลเนียนสดใสล้วนเป็นสิ่งที่หลายคนต่างปรารถนา แต่ทุกคนย่อมมีปัญหาผิวมากวนใจไม่มากก็น้อย ทั้งสิวเอย ฝ้าเอย วันนี้แอดเลยจะมาแนะนำเคล็ดลับการดูแลผิวของเราให้ใส ไร้สิวฝ้า ดังนี้

วิธีที่ 1 ล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล ไขมัน และขี้ไคลออกจากผิวหนัง เวลาล้างหน้าให้ล้างเบาๆ แล้วซับน้ำให้แห้งด้วยผ้าขนหนูสะอาด อย่าใช้ผ้าขนหนูถูหน้าแรงๆเพราะจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น ไม่ควรใช้แปรง ฟองน้ำ หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถูมาขัดถูใบหน้า เพราะทำให้ใบหน้าระคายเคืองและกระตุ้นให้สิวกำเริบมากขึ้น

วิธีที่ 2 หากเป็นสิวน้อยอาจทายาเองได้ ผู้ที่มีปัญหาสิวเพียงเล็กน้อย เช่น สิวหัวดำ หัวขาว หรือสิวอักเสบเพียงเล็กน้อย อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้โดยละเอียด หากใช้ครีมทารักษาสิวแล้วเกิดอาการผิวแห้งหรือระคายเคืองควรรีบปรึกษาแพทย์ ต้องระวังยาที่โฆษณาว่ารักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้มักผสมสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนตามมามากมาย กรณีที่สิวอักเสบมาก จัดเป็นโรคผิวหนัง จำเป็นต้องได้รับยาภายใต้การดูแลของแพทย์ และยากินรักษา สิวบางตัวอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้

วิธีที่ 3 พิจารณาให้ดีก่อนใช้เครื่องสำอาง ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีผลต่อการทำงานของผิวหนัง ต้องไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน ควรเลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้น ที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิดสิว ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะเกินไป เครื่องสำอางที่มีราคาแพงที่สุดอาจไม่ใช่เครื่องสำอางที่ดีที่สุด หรือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

วิธีที่ 4 ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออกด้วยตนเอง การบีบแกะสิวออกจะทำให้เกิดการอักเสบลุกลาม และเกิดแผลเป็นได้มาก แพทย์อาจพิจารณากดสิวอุดตันหัวดำออกให้ในกรณีที่จำเป็น ส่วนในกรณีที่มีสิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในสิวอาจทำให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับกรณีเร่งด่วน เช่น จะเข้าพิธีแต่งงานในวันรุ่งขึ้น แต่วิธีนี้ก็อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ ส่วนการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนนั้น หากใช้บ่อยครั้งเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคืองและเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้นได้

เผยทริคดีๆ วิธีสร้าง "ผิว" เนียนใส ไร้ปัญหาสิว-ฝ้า-ริ้วรอยกวนใจ

วิธีที่ 5 หลีกไกลรอยเหี่ยวย่นโดยขจัดสาเหตุ รอยเหี่ยวย่นบนผิวหน้าของคนเราแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์ รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง ผู้ที่มีแต่ความเครียดชอบหน้านิ่วคิ้วขมวดหรือเลิกหน้าผาก จะเกิดร่องย่นได้ตามหัวคิ้วและหน้าผาก ครีมบำรุงผิวที่อ้างว่าลบรอยเหี่ยวต่างๆจึงไม่เป็นจริง เพราะเครื่องสำอางเหล่านี้ออกฤทธิ์เพียงแค่ชั้นนอกสุดคือชั้นขี้ไคล แต่ส่วนที่เสียไปคือส่วนชั้นหนังแท้ ทั้งนี้การป้องกันรอยเหี่ยวย่นคือ การมีอารมณ์แจ่มใส อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นจากอารมณ์ หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดเพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด และทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้น

วิธีที่ 6 รักษาฝ้าและกระ โดยการเลี่ยงแดด ยังไม่มีวิธีใดที่รักษาฝ้าให้หายขาดและไม่เกิดขึ้นใหม่ได้อีก จึงไม่ควรเสียเงินและเวลาให้กับการรักษาฝ้าและกระจนเกินไป วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันรักษาฝ้าและกระ คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 08.00-17.00 น. เพราะรังสีในแสงแดดนอกจากทำให้ฝ้าและกระเข้มขึ้น ยังทำให้ผิวเหี่ยวแก่และเกิดมะเร็งผิวหนังได้

วิธีที่ 7 พักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์ การทำงานหนักโดยไม่พักผ่อนเลย หรือเอาแต่เล่นโดยไม่ทำงานให้เป็นแก่นสารต่างมีผลเสียต่อสุขภาพ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อผลเสียต่อผิวเราได้ การสูบบุหรี่นอกจากจะมีผลต่อสุขภาพร่างกายทั่วไปแล้ว ยังทำให้ใบหน้าแก่ก่อนวัยไปนับ 20 ปี เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว เซลล์ผิวหนังจึงขาดสารอาหาร เกิดริ้วรอยเหี่ยวแก่ขึ้น นอกจากนั้นการดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวน์ ตลอดจนยาเสพติดในทุกรูปแบบต่างก่อปัญหาแก่ผิวทั้งสิ้น จึงควรดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ นอนวันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง กินอาหารให้ครบทุกหมู่และดื่มน้ำให้เพียงพอ

วิธีที่ 8 อยากมีผิวสวยต้องไม่เครียด อารมณ์กับสุขภาพผิวถือเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันแนบแน่น ความเครียดทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นลมพิษ ผมร่วง หรือสิวกำเริบขึ้นได้ บางรายเวลาเครียดมากจะแกะสิวเล่นทำให้ใบหน้าเกิดแผลเป็นและยิ่งเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก วิธีหลีกเลี่ยงความเครียดมีหลายวิธี เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ เล่นโยคะ นวด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ย่อมทำให้จิตใจเบิกบาน เมื่อมีสุขภาพจิตดีแล้ว สุขภาพผิวก็จะดีตามไปด้วย

เผยทริคดีๆ วิธีสร้าง "ผิว" เนียนใส ไร้ปัญหาสิว-ฝ้า-ริ้วรอยกวนใจ

ที่มา มูลนิธิหมอชาวบ้าน

ปรากฏการณ์ “จักจั่น Brood X” ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471166

ปรากฏการณ์ “จักจั่น Brood X” ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

20 มิถุนายน 2564 – 12:09 น.

“จักจั่น Brood X” เป็นสายพันธุ์หนึ่งของจักจั่นที่ใช้เวลาในการฝังตัวอยู่ใต้ดินนานถึง 17 ปี จักจั่นชนิดนี้ดวงตาสีแดง ลำตัวสีดำ ปีกสีส้ม นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าขนลุกสำหรับคนที่กลัวแมลง

เสียงที่ดังอึกทึกจากจักจั่นนับพันล้านตัว ซึ่งแต่ละตัวส่งเสียงดัง 104 เดซิเบลเมื่อมันประสานเสียงกัน เหมือนเราได้อยู่ในงานคอนเสิรท์ใหญ่ ๆ งานหนึ่งเลยทีเดียว 

ปรากฏการณ์ "จักจั่น Brood X" ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา
ปรากฏการณ์ "จักจั่น Brood X" ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

จักจั่น Brood X ใช้เวลาฝังตัวเองอยู่ใต้ดินนานกว่า จักจั่นชนิดอื่นที่ปกติจะโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินทุกปี อย่างที่พวกเราได้เห็นและได้ยินเสียง แต่สำหรับเจ้า  Brood X นั้นยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ว่าเป็นเพราะเหตุใดถึงใช้เวลาในการฝังตัวนานขนาดนั้น แต่จากการสันนิษฐานจากนักวิจัย เชื่อกันว่าเป็นการปรับตัวของจักจั่น Brood X ให้รอดพ้นจากสัตว์กินแมลง จนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทำให้ จักจั่น Brood X ปรับตัวจากสัตว์กินแมลงให้อยู่ใต้ดินนานขึ้น และอยู่บนพื้นดินในระยะเวลาสั้น ๆ 

ช่วงเวลาที่จักจั่น Brood X โผล่จากพื้นดินจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน แต่ก็จะมีหลงเหลือมาถึงเดือนกรกฎาคมบ้าง เพราะการขึ้นจากใต้ดินพวกมันไม่ได้ขึ้นมาพร้อมกัน ดังนั้นช่วงเวลาบนพื้นดินจะสั้นโดยจะมีอายุขัยแค่สี่ถึงหกสัปดาห์ และจะหมดไปในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม

ปรากฏการณ์ "จักจั่น Brood X" ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา
ปรากฏการณ์ "จักจั่น Brood X" ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

จักจั่น Brood X ไม่เป็นอันตรายต่อคน เพียงแต่มันจะสร้างความรำคาญให้เท่านั้น และแน่นอนที่สุดคือเสียงที่ดังของมัน เมื่อสิ้นอายุขัย มันจะทิ้งเปลือกที่พวกมันลอกคราบทิ้งไว้ และกลิ่นเหม็นจากซากของพวกมัน 

ปรากฏการณ์ "จักจั่น Brood X" ที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา

การโผล่ขึ้นมาของจักจั่น อาจจะสร้างความรำคาญ แต่อย่างน้อยในแง่มุมของธรรมชาติ มันบอกได้ว่าผืนดินแห่งนั้นยังมีป่าไม้ และธรรมชาติที่สมบูรณ์อยู่ เป็นการตอกย้ำให้มนุษย์ได้รู้ว่าเราต้องอยู่กับธรรมชาติ และต้องอยู่กับมันให้ได้โดยไม่ต้องทำลายมัน

ขอบคุณภาพถ่ายจากคุณธีรยุทธ์ ตันบุญเอก

ประโยชน์ด้านความงามของ “น้ำมันมะพร้าว” ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471152

ประโยชน์ด้านความงามของ “น้ำมันมะพร้าว” ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน

20 มิถุนายน 2564 – 10:47 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้จะพาคุณผู้อ่านมารู้จักคุณประโยชน์ด้านความงามของ “น้ำมันมะพร้าว” ไอเท็มเด็ดที่สาวๆในยุคนี้ควรมีติดบ้านรวมถึงหนุ่มๆที่รักสุขภาพก็สามารถกินและใช้ได้ด้วย

ช่วงนี้ต้องบอกเลยว่าเทรนด์สุขภาพกำลังมาแรง ด้วยสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นควันบวกกับโรคระบาดอย่างโควิด19 ทำให้ทุกคนต้องหันมาดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น และต้องเลือกไอเท็มที่สามารถกินและใช้แล้วมีสุขภาพดี โดยเฉพาะหญิงสาวที่รักสวยรักงามไม่ควรพลาดในการซื้อ “น้ำมันมะพร้าว” เอาไว้ติดบ้าน

ประโยชน์ด้านความงามของ "น้ำมันมะพร้าว" ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน

หลายคนอาจสงสัยว่า “น้ำมันมะพร้าว” คืออะไร  “น้ำมันมะพร้าว” หรือ “Coconut Oil” คือ น้ำมันที่ได้จากเนื้อของมะพร้าว ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีองค์ประกอบหลักคือ กรดไขมันอิ่มตัวเกิน 90% ซึ่งกรดไขมันเหล่านี้มีโมเลกุลปานกลางที่เป็นประโยชน์กับร่างกายคือ กรดลอริก เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่เผาผลาญได้ดีจึงไม่เก็บสะสมไว้ในร่างกาย ร่างกายจะดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว และเมื่อนำไปแช่เย็นจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง

ส่วนเรื่องของประโยชน์ของ “น้ำมันมะพร้าว” บอกเลยว่ามีมากมายโดยเฉพาะใช้ด้านความสวยความงามสามารถใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้าดังนี้

1. ใช้หมักผมให้นุ่มลื่นมีน้ำหนัก  ก่อนสระผมแนะนำให้หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าวเอาไว้ประมาณ 15-20 นาที จะช่วยลดผมแตกปลาย นุ่มลื่นและดกดำ

2. เพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิวกาย  เหมาะสำหรับสาวๆผิวแห้ง หากได้ใช้น้ำมันมะพร้าวจะเติมความชุ่มชื้นได้อย่างดีและยาวนานสามารถใช้แทนครีมบำรุงผิวกายปกติได้ 

3. ใช้ลบเครื่องสำอาง  สาวคนไหนที่รักการแต่งหน้าและรู้สึกว่าล้างเครื่องสำอางออกยากแนะนำให้ใช้น้ำมันมะพร้าวหยดลงสำลีเช็ดออกก่อนล้างด้วยโฟม รับรองสะอาดและถนอมผิวไปในตัว  

4. ป้องกันผิวไหม้จากแสงแดด  สามารถชะโลมน้ำมันมะพร้าวบำรุงผิวที่ออกไปเจอแดดเผาจนไหม้ได้ เพราะน้ำมันมะพร้าวจะมีเกราะป้องกันความหมองคล้ำที่เกิดจากแสงแดดได้ 

ประโยชน์ด้านความงามของ "น้ำมันมะพร้าว" ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน

5. ลดอาการผิวแห้งลอก  เหมาะสำหรับสาวๆที่มีผิวแห้งมากๆน้ำมันมะพร้าวจะช่วยลดอาการผิวแห้งลอกได้ หากผสมกับน้ำผึ้งหรือนมก็ใช้พอกหน้าบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไม่เป็นขุยได้

6. ลดน้ำหนัก  เพราะน้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ที่สามารถช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอล บำรุงให้หัวใจแข็งแรงและป้องกันโรคหัวใจ เร่งอัตราการเผาผลาญและช่วยไม่ให้เกิดไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงมักนิยมนำมาใช้ในการประกอบอาหารแทนน้ำมันที่ได้จากสัตว์นั่นเอง 

สำหรับวิธีรับประทาน “น้ำมันมะพร้าว” นั้นไม่ยากทุกคนสามารถใช้แทนน้ำมันพืชในการประกอบอาหาร หรือ รับประทานเป็นอาหารเสริมก็ได้ เพราะปัจจุบันมีทั้งแบบน้ำมันบรรจุขวด รวมถึงแบบเม็ดบรรจุแคปซูล แต่ระวังอย่ากินมาเกินจำเป็นนะจ๊ะ สาวๆรับไปหาไอเท็มเด็ดตัวนี้ติดบ้านไว้นะจ๊ะ

ประโยชน์ด้านความงามของ "น้ำมันมะพร้าว" ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน
ประโยชน์ด้านความงามของ "น้ำมันมะพร้าว" ไอเท็มเด็ดที่ควรมีติดบ้าน

ขอบคุณข้อมูลจาก : VOGUEBEAUTY

ขอบคุณภาพ : IG: @nicolaward25 / @mimixn

ว่ากันด้วยเรื่อง “หูด” คืออะไร เมื่อวันนี้เป็นแล้วควรทำอย่างไร เรามีคำตอบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471154

ว่ากันด้วยเรื่อง “หูด” คืออะไร เมื่อวันนี้เป็นแล้วควรทำอย่างไร เรามีคำตอบ

20 มิถุนายน 2564 – 09:41 น.

วันนี้ว่ากันด้วยเรื่อง “หูด” รู้จัก เข้าใจโรค รักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ ลดการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ตามร่างกาย รวมทั้งการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้

อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ วันนี้เรามาว่ากันด้วยเรื่อง “หูด” ซึ่งหลายคนอาจเคยเป็นแล้วหาย เป็นๆ หายๆ และอาจไม่รู้ว่าเป็นอะไร ที่สำคัญ “หูด” แพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ตามร่างกาย รวมทั้งการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้จัก “หูด” เพื่อจะได้ไปพบแพทย์ รักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ

“หูด” คืออะไร

เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus) ซึ่งจะทำให้ผิวหนังหนาตัวหรือแข็งตัวขึ้น หูดเป็นโรคที่สามารถติดต่อได้โดยการสัมผัส โดยหูดสามารถเกิดได้ตามผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย มักจะเกิดขึ้นที่มือ เท้า ข้อศอก เข่า

“หูด” มีหลายลักษณะ เช่น

1. หูดธรรมดา

2. หูดผิวเรียบ

3. หูดฝ่ามือ ฝ่าเท้า

4. หูดที่อวัยวะเพศ

5. หูดที่เป็นติ่งเนื้อแข็งยื่นจากผิวหนัง

“หูด” อาจจะสามารถหายได้เอง แต่กว่าจะหายอาจจะเกิดการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นๆ ตามร่างกาย รวมทั้งการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้น เมื่อเป็นหูดควรไปพบแพทย์ ควรรักษาตั้งแต่มีอาการเริ่มต้น

การรักษาหูด

ใช้กรดซาลิซิลิค ความเข้มข้น 10 – 15% ทาบนเม็ดหูดวันละ 2 – 3 ครั้ง แต่ต้องระวังอย่าให้ถูกผิวหนังปกติรอบๆ หูด เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ซึ่งการรักษาจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือบางรายอาจนานหลายเดือน จึงไม่ควรหาซื้อยามาใช้เอง เพราะอาจเกิดอันตรายได้

หูด, กรดซาลิซิลิค, เชื้อไวรัสเอชพีวี

ข้อมูล : FDA Thai

“บราวนี่หน้ากรอบ” โฮมเมด สูตรทำง่าย ขายได้กำไรดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471122

“บราวนี่หน้ากรอบ” โฮมเมด สูตรทำง่าย ขายได้กำไรดี

20 มิถุนายน 2564 – 09:30 น.

แจกสูตรทำ “บราวนี่หน้ากรอบ” ขนมโฮมเมดขวัญใจทุกวัย วิธีทำง่าย ขายได้กำไรดี การันตีรสชาติอร่อยจนฟิน

วันหยุดอยู่บ้าน เบื่อๆ ลุกมาทำขนมกินเองดีกว่า ฝึกฝีมือไม่นาน รสชาติคงดี หันทำขาย กำไรดี “บราวนี่หน้ากรอบ” โรยด้วยอัลมอนด์ไม่หวงเครื่อง การันตีรสชาติอร่อยจนฟิน

ถ้าพร้อมลงมือทำแล้ว…ไปดูส่วนผสมก่อนเลยว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง

"บราวนี่หน้ากรอบ" โฮมเมด สูตรทำง่าย ขายได้กำไรดี

ส่วนผสม “บราวนี่หน้ากรอบ” มีดังนี้

– แป้งตราว่าว 161 กรัม

– โกโก้ 82 กรัม

– เนยสดละลาย 187 กรัม

– น้ำตาล 384 กรัม

– ไข่ไก่ (เบอร์ 1) 4 ฟอง

– อัลมอนด์ 20 – 30 กรัม

– เกลือ 1 ช้อนชา

– วนิลา 1 ช้อนโต๊ะ

ได้ของครบแล้วไปเริ่มทำกันเลย

– ขั้นตอนแรก เริ่มจากใช้ตะแกรงร่อนแป้ง เทแป้งตราว่าว โกโก้ เกลือ รวมกันแล้วร่อน 2 รอบ

– ตีเนยกับน้ำตาล โดยใช้เครื่องผสมอาหารแบบมือถือ ตีในระดับเบอร์ 1 เป็นเวลา 2 นาที

– ใส่ไข่ไก่ทีละฟองลงในส่วนผสมเนยกับน้ำตาล ใช้เครื่องตีเปิดเบอร์ 6 (ความเร็วสุด) ประมาณ 10 นาที

– ใส่วนิลาลงไปแล้วใช้เครื่องตีในระดับเบอร์ 1 เป็นเวลา 2 นาที 

– จากนั้นปิดเครื่องตี แล้วใช้หัวตะกร้อของเครื่อง คนตัดฟองอากาศอีกเล็กน้อย

– แล้วค่อยๆใส่ส่วนผสมแป้งที่ร่อนไว้แล้วทีละครึ่ง โดยใช้ไม้พายค่อยๆตะล่อมให้เข้ากัน

– เทใส่พิมพ์เกลี่ยหน้าให้เรียบ แล้วแต่งหน้าด้วยอัลมอนด์ปริมาณตามชอบ

– ขั้นตอนสุดท้ายนำไปใส่เตาอบ ใช้ไฟบน-ล่าง 175 องศา ประมาณ 25 นาที

เสร็จแล้วนำออกจากเตาอบมาพักไว้ หากทำกินเองที่บ้านสามารถเติมความฟินด้วยการตักไอศกรีมมาวางข้างบราวนี่หอมๆ แล้วโรยอัลมอนด์เพิ่มตามชอบพร้อมเสิร์ฟ 

ส่วนใครทำขาย เมื่อเอาบราวนี่ออกจากเตาอบแล้วให้พักจนหายร้อนแล้วตัดแบ่งเป็นชิ้นแพ็คใส่ถุงพลาสติกใสสำหรับห่อขนม ตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์น่ารักๆ สักหน่อยก็พร้อมขาย

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” ยอดนิยม ต้องลอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471142

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน”ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ”ยอดนิยม ต้องลอง

20 มิถุนายน 2564 – 09:09 น.

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน”ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ”ยอดนิยม ต้องลอง

สำหรับใครที่ชอบทานก๋วยเตี๋ยวเนื้อแต่เบื่อกับการสั่งเป็นชามๆ อยากทานแบบจุใจต้องนี่เลย 9 ร้านก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟที่เสิร์ฟมาเป็นหม้อๆ ทานได้แบบจุใจแน่นอน แถมยังมีเมนูทีเด็ดอย่าง เนื้อเปื่อย เกาเหลา หรือลวกจิ้มก็มี บอกเลยใครที่ได้ไปต้องมีย้อนกลับไปทานรอบ 2 แน่นอน และที่สำคัญแต่ละร้านส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ นี่เองจ้า ว่าแต่จะมีร้านไหนถูกใจใครบ้างนะไปดูกัน 

I am เตี๋ยวเรือ เป็นอีกร้านหนึ่งที่เน้นขายก๋วยเตี๋ยวเรือแบบใหม่ในรูปแบบของหม้อไฟอยู่ที่ราคาเซ็ทละ 399 บาท ทานได้ 4-7 คน ภายในเซ็ทที่ได้มาก็จะประกอบไปด้วยลูกชิ้น หมูสด หมูตุ๋น กากหมู ตับ และที่ขาดไม่ได้คือเส้นที่มีมาให้ถึง 10 ก้อนด้วยกัน ซึ่งร้านก็มีอยู่ 2 สาขาที่สาขาแฮปปี้แลนด์ และสาขาอุดมสุขบางนา ร้านเปิดบริการทุกวันยกเว้นหยุดวันพุธของทุกสัปดาห์

I am เตี๋ยวเรือ ตั้งอยู่ที่ ถนนแฮปปี้แลนด์สาย 2 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 เบอร์ติดต่อ099 235 2905 เวลา เปิด-ปิด เปิดให้บริการ 10:30 – 19:00 น.

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นายซ้งรสเยี่ยม ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นายซ้งรสเยี่ยม เปิดบริการตามปกติ ทุกวัน 09.00-20.00 น.ราคาไม่แรงแต่คุณภาพเกินราคา แบบนี้ใครๆ ก็ชอบเนอะ! ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านนี้มีหมดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้น เนื้อสด ตับ เปื่อย เอ็น ไส้ ม้าม และริ้ว ชอบแบบไหนเป็นพิเศษกระซิบบอกแม่ค้าได้ไม่ต้องเกรงใจ ราคาเริ่มต้นของร้านนี้อยู่ที่ 50 บาทเท่านั้น ถูกและอิ่มมีอยู่จริง แต่ถ้าไม่ชอบกินเส้นก็สั่งเกาเหลาราคา 60 บาท แต่ถ้ามากันหลายๆ คนแล้วอยากทานเนื้อกับน้ำซุปร้อนๆ ด้วยละก็ ต้องสั่งหม้อไฟเนื้อตุ๋น ชุดเล็กราคา 200 บาท ชุดใหญ่ราคา 350 บาท รับรองทานหมดเกลี้ยงทั้งเนื้อ และน้ำซุปแน่นอน

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ นายซ้งรสเยี่ยม  ตั้งอยู่ 620 ซอยหทัยราษฎร์ 50 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510 เบอร์ติดต่อ086-196-1047 เวลา เปิด-ปิดเปิดบริการทุกวัน 09.00-20.00 น.

 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นนายส่วน อยากกินส่วนไหนร้านนี้มีหมด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสด เนื้อตุ๋น ลูกชิ้น เอ็นแก้ว ม้าม หัวใจ ไส้ ขอบกระด้ง และริ้ว แถมสั่งเป็นอย่างๆ ก็ได้ในราคาชามละ 40 บาทเท่านั้น ถูกเนอะแต่รับรองว่าอร่อย แถมยังมีเนื้อน่องลายที่ตุ๋นจนเปื่อยไว้ให้เลือกด้วย และน้ำซุปของร้านนี้ได้รับการการันตีแล้วว่าอร่อยเลิศ หรือจะสั่งเป็นก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา หม้อดิน หม้อไฟหรือเนื้อรวมลวกจิ้มก็จัดไปอย่าให้เหลือค่ะ

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นนายส่วน ตั้งอยู่ที่ ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230 เบอร์ติดต่อ 081-712-3372 เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ 08.00-20.00 น. วันเสาร์-วันอาทิตย์ 07.00-20.00 น.

ร้านราชรสเนื้อตุ๋น  ร้านเนื้อตุ๋นที่ได้รับการการันตีมาหลายรางวัล และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าร้านนี้ละแจ๋วจริง แถมมีทั้งหมูตุ๋น เนื้อตุ๋น และเอ็นตุ๋นให้เลือก อยากสั่งอันไหนพิเศษก็เพิ่มไปเลยอร่อยทุกอย่าง นอกจากนี้ยังมีก๋วยเตี๋ยวเนื้อน่องลายราคา 70 บาท ที่ไม่มีใครเหมือน แต่ถ้ามากันเยอะๆ แนะนำชุดหม้อไฟเนื้อราคา 320 บาท เซตนี้บอกเลยจะทำให้คุณน้ำลายไหลตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งทานเนื้อคู่กับน้ำซุปร้อนๆ ด้วยแล้วฟินมากค่ะ และถ้าใครอยากทานแค่เนื้อตุ๋นทางร้านก็มีขายแยกเป็นกิโลด้วยค่ะ ราคา 1กิโล/380บาท

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ร้านราชรสเนื้อตุ๋น ตั้งอยู่ที่ ซอยลาซาล 79 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260 เบอร์ติดต่อ090-993-4420 เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการทุกวัน: 7.30 – 17.30 น.

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮ้ง ชุน เส็ง  ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นย่านบางเตยที่เปิดมานานกว่า 60 ปี โด่งดังในเรื่องความสด ความเปื่อย และความนุ่มของเนื้อที่อร่อยเพิ่มขึ้นอีกจากน้ำซุปกลิ่นหอมยาจีนอ่อนๆ ค่ะ นอกจากนี้ยังมีเครื่องในให้เลือกเยอะนอกจากเนื้อตุ๋น และลูกชิ้น แล้วยังมีกระเพาะ ไส้ และตับให้เลือกด้วยค่ะ เชื่อว่าอร่อยจริงจนต้องไปซ้ำ! ส่วนใครที่เห็นเมนูหม้อไฟแล้วอยากสั่งก็สั่งได้เลยค่ะ หม้อไฟเนื้อราคา 180 บาท หม้อไฟหมูราคา 150 บาท ถือว่าเป็นเมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาด 

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเฮ้ง ชุน เส็ง ตั้งอยู่ที่ ถนนพระรามที่ 4 แขวง คลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 เบอร์ติดต่อ02-249-2329 เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการทุกวัน: 9.00 – 16.00 น.

ร้านเนื้อตุ๋น เจริญนคร หากคุณเป็นคนทานอะไรง่ายๆ ไม่ต้องการอะไรมากเพียงแค่น้ำซุปที่เข้าเครื่องเข้มข้นทานคู่กับเนื้อตุ๋นที่เปื่อยนุ่มกำลังดี เนื้อตุ๋นชิ้นพอดีคำกับข้าวสวยร้อนๆ เป็นอะไรที่ฟินมากกกกก! รีบแวะมาร้านเนื้อตุ๋น เจริญนครด่วนค่ะ จะได้มาลองก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หม้อไฟเนื้อตุ๋นที่ไม่ว่าโต๊ะไหนเป็นต้องยกซดหมดทั้งหม้อ สั่งแล้วต้องสั่งอีกไม่มีหยุดกับเนื้อตุ๋นของร้านนี้ค่ะ และที่สำคัญซิกเนเจอร์ของร้านคือชื่อเมนูที่แปลกกว่าใครอย่างก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลาที่แบ่งเป็นระดับชั้น ดังนี้ค่ะ ประถมราคา 50 บาท มัธยมราคา 60 บาท มหาลัยราคา 80-100 บาท และปริญญาราคา 130-160 บาท

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ร้านเนื้อตุ๋น เจริญนคร ถนนเจริญนคร แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 เบอร์ติดต่อ02-877-9340 เวลา เปิด-ปิดเปิดบริการทุกวัน 07.30-17.00 น.

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นแม่จำลอง  อีกหนึ่งร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นแม่จำลองที่ได้ออกรายการทีวีหลายครั้งเพราะความอร่อยที่เลื่องชื่อไปไกล! นอกจากจะอร่อยแล้วยังราคาเป็นมิตรกินแล้วได้ตังค์ทอน เริ่มต้นที่ราคา 50-60 บาท จะสั่งเกาเหลาเนื้อตุ๋นกี่จานก็ไม่ต้องคิดนาน อร่อย และคุ้มค่ามีอยู่จริงที่ร้านเนื้อตุ๋นแม่จำลองค่ะ 

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นแม่จำลอง ที่อยู่ซอยลาซาล ถนนลาซาล ซอยสุขุมวิท 105 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร 10260
เบอร์ติดต่อ085-910-6524 เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการทุกวัน: 06.30 – 16.30 น.

ร้านเนื้อตุ๋น-เจ้าเก่าหน้ากรมศุลฯ เห็นแค่หน้าร้านก็อยากเข้าไปกินแล้วกับหม้อตุ๋นใบยักษ์ที่เรียงรายอยู่หน้าร้านชวนให้น้ำลายสอมาก อยากทานแบบอิ่มก็สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น แต่ถ้าอยากกินแบบอิ่มจัดๆ ต้อง “หม้อไฟเนื้อตุ๋น” เลยค่ะ ที่มาพร้อมกับเครื่องใน และลูกชิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูยำ และเมนูลวกจิ้มเพิ่มเข้ามาเอาใจคนชอบเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นยำเนื้อ และยำเครื่องใน กินร้านนี้ร้านเดียวจบ! ราคาหม้อไฟเริ่มต้นที่ 280 บาท ส่วนเมนูอื่นๆ อยู่ที่ราคา 50-60 บาท 

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

ร้านเนื้อตุ๋น-เจ้าเก่าหน้ากรมศุลฯ หมู่ 7 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ บางพลี สมุทรปราการ 10540 เบอร์ติดต่อ083-544-0187เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการทุกวันพฤหัส – วันอังคาร (หยุดทุกวันพุธ) 7.00 – 16.00 น. *เปิดวันพุธหากเป็นวันหยุดราชการ

จัมโบ้ อินเฮ้าส์ ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ    ร้านนี้ดูมีความทันสมัยแต่รับรองได้ว่าอร่อยครบทุกรสชาติ และเนื้อก็เปื่อยจริงจากคอมเม้นท์ของลูกค้าที่ต่างประทับใจในตัวน้ำซุป รสชาติ และคุณภาพของเนื้อ แถมมีเมนูให้เลือกหลากหลายไม่เฉพาะแค่ก๋วยเตี๋ยวหมูหรือก๋วยเตี๋ยวเนื้อเท่านั้น ยังมี  “เนื้อวากิวตุ๋น”  ให้ลอง และยังมีเกาเหลาหม้อไฟหมู และเนื้อในราคาเบาเวอร์แต่อัดแน่นไปด้วยความอร่อย แต่ถ้าอยากทานเนื้อแบบเน้นๆ คู่กับน้ำจิ้มแซ่บๆ ต้องอย่าลืมสั่งลวกจิ้ม นัดเพื่อนแล้วรีบไปเลย

สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง
สายเนื้อไม่ควรพลาด เปิดร้าน"ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ"ยอดนิยม ต้องลอง

จัมโบ้ อินเฮ้าส์ ก๋วยเตี๋ยวหม้อไฟ ตั้งอยู่ที่ ซอยรางน้ำ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร 10530 ประเทศไทย เบอร์ติดต่อ087-564-1744 / 096-103-3393 เวลา เปิด-ปิดเปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์: 9.30 -16.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ขอบคุณข้อมูล ..https://www.ryoiireview.com/

รู้หรือไม่ “กล้วยน้ำว้า” รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก – ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471109

รู้หรือไม่ “กล้วยน้ำว้า” รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก – ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

19 มิถุนายน 2564 – 21:30 น.

รู้หรือไม่ “กล้วยน้ำว้า” รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก – ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

“กล้วยน้ำว้า” ผลไม้ที่คนไทยรู้จัก คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะสามารถหาซื้อง่าย รสชาติอร่อย แถมยังมีสารอาหารครบถ้วน ทั้งคาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ เหล็ก วิตามินครบ ทั้งวิตามินเอ บี อี ซี แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย คลายเครียด สรรพคุณสารพัดประโยชน์แบบนี้  “กล้วยน้ำว้า” ถึงได้เป็นอาหารสำหรับทุกเพศทุกวัย 

 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

เราจะมาความรู้จัก “กล้วยน้ำว้า” ให้มากขึ้นว่าสรรพคุณที่ว่ามามากมายนั้นแท้จริงแล้วถ้ากินกล้วย จะช่วยอะไรได้บ้าง เริ่มจากคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้  ไม่ว่าจะท้องเสีย ท้องผูก ตามตำราหมอยาไทย เชื่อว่า “กล้วยน้ำว้า” เป็นยาเย็น ดังนั้นเมื่อรู้สึกแสบร้อนในกระเพาะอาหาร ให้กิน“กล้วยน้ำว้า”จะช่วยได้  จะกินทั้งในแบบของ“กล้วยน้ำว้า”ดิบตากแห้ง แล้วตำเป็นผงละลายกับน้ร้อนดื่ม  หรือ กินกล้วยสุกกับน้ำผึ้ง หรือจะกินกล้วยสุกแบบธรรมดาก็ได้ 

 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

มีการวิจัย ในการใช้กล้วยรักษาโรคกระเพาะ พบว่า ได้ผลน่าพอใจ เนื่องจากกล้วยไปกระตุ้นให้ผนังกระเพาะสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น เยื่อเมือกนี้จะปิดแผลทำให้แผลหายเร็ว ผู้ที่มีปัญหาแผลในกระเพาะจะมีอาการดีขึ้น กระเพาะแข็งแรงขึ้น โอกาสเป็นแผลก็น้อยลง แต่ไม่ไปลดกรดอันจะไปทำลายกลไกธรรมชาติของร่างกาย จนทำให้เกิดความแปรปรวนของธาตุในร่างกาย ดังนั้น กล้วยน้ำว้า จึงเป็นทั้งยารักษาและป้องกันโรคกระเพาะในเวลาเดียวกัน

 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

“กล้วยน้ำว้า” ยังช่วยคลายเครียด เนื่องจากการที่ กรดอะมิโนทริปโทเฟนที่มีอยู่ในกล้วย ช่วยในการผลิตสาร ซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้เกิดอาการผ่อนคลาย รู้สึกมีความสุข 

สำหรับผู้ที่มีอาการของโรคกระเพาะ  ให้นำ กล้วยน้ำว้าดิบ ฝานเป็นแว่นบางๆ อบ หรือ ตากให้แห้ง จากนั้นนำมาบดเป็นผง รับประทานครั้งละ 1 ช้อนชา ก่อนอาหารวันละ 3 เวลา หรือจะผสมกับน้ำผึ้งด้วยก็ได้ เนื่องจากในกล้วยน้ำว้าดิบ มีสารฝาดสมานที่เรียกว่า แทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย  กล้วยน้ำว้าที่เพิ่งเริ่มสุกเปลือกยังมีสีเขียวอยู่ เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย นอกจากแก้ท้องเสียแล้ว ยังช่วย เพิ่มกากใยในลำไส้อีกด้วย และในกล้วยน้ำว้ายังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้น การใช้กล้วยแก้ท้องเสียเท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมชดเชยกับที่สูญเสียไปเวลามีอาการท้องร่วง

 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน
 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

จากสรรพคุณทางยา ของกล้วยน้ำว้าดิบแล้ว มากันที่ กล้วยสุก  กันบ้าง กล้วยน้ำว้า ที่สุกงอมมีฤทธิ์ช่วยระบาย เนื่องจากมีสารเพคตินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มกากให้กับลำไส้ แต่เนื่องจากกล้วยสุกมีฤทธิ์ระบายไม่มากนัก หากต้องการกินกล้วยเพื่อช่วยในเรื่องของการขับถาย จึงต้องรับประทานเป็นประจำ วันละ 5-6 ลูก ติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน จึงจะเห็นผล และนอกจากนี้แล้ว เคล็ดลับที่อยากจะบอกใครมีปัญหาเรื่องกลิ่นปาก ให้กินกล้วยน้ำว้า 1 ผล ก่อนแปรงฟัน ในช่วงเช้า ช่วยลดกลิ่นปากลงได้  

 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน
 รู้หรือไม่ "กล้วยน้ำว้า" รักษาสารพัดโรค ไม่ว่าจะกินสุก - ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ถึงการกินกล้วยจะมีประโยชน์มากมาย แต่การบริโภคในปริมาณมากก็ส่งผลเสียกับร่างกายได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องระวัง การกินกล้วยน้ำว้า ในปริมาณมาก โดยเฉพาะกล้วยห่าม อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องได้ 

ขอบคุณที่มา : https://www.technologychaoban.com/

หนังสือบันทึกของแผ่นดิน เล่มที่ 6 สมุนไพรท้องไส้ในวิถีอาเซียน โดย เภสัชกรหญิง ดร. สุภาภรณ์ ปิติพร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ไขปัญหา “ดื่มน้ำเยอะ” ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/471090

ไขปัญหา”ดื่มน้ำเยอะ”ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

19 มิถุนายน 2564 – 20:00 น.

หลายคนที่ยังเข้าใจผิดอยู่เกี่ยวกับเรื่องการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายสุขภาพดีนั้น ต้องอ่านทางนี้ เพราะทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วการดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะเกินควรส่งผลต่อร่างกายอย่างมาก

การดูแลสุขภาพอย่างหนึ่ง เรามักจะได้ยินบ่อยมาก ดื่มน้ำเยอะ ๆ สิ ผิวจะได้ดี ผิวจะได้สวยช่วยเรื่องต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า น้ำนั้นสำคัญต่อร่างกายของเราจริง ๆ หากลองสังเกตดูนั้น ช่วงไหนที่เราดื่มน้ำน้อย หน้าตาก็ไม่ค่อยสดใส ปากแห้ง เป็นแผลร้อนใน เจ็บคอ รูปร่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่เมื่อไหร่ที่ดื่มน้ำน้อยก็จะสังเกตได้ทันทีเช่นกันว่าร่างกายของเราจะสื่อสารว่าต้องการน้ำทันที 

คราวนี้สงสัยมั้ยว่าที่ใครต่อใครบอกว่าดื่มน้ำเยอะ ๆ ต้องดื่มอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือปริมาณเท่านี้ เท่านั้นถึงจะดี แต่ทราบไหมว่าถ้าดื่มมากไป ก็ไม่ได้ส่งผลดีเสมอ ฉะนั้นหากเราดื่มน้ำ ในปริมาณที่พอดีกับร่างกายต้องการความเปล่งปลั่งสดชื่นก็จะแสดงมาให้เห็นชัด

วันนี้เราจึงขอนำข้อมูลที่พอดีในการดื่มนำ้บอกนั่นคือการดื่มน้ำตามช่วงเวลาหล่อเลี้ยงไปตลอดทั้งวันไปตลอดตั้งแต่ตื่นจนถึงเข้านอก

ไขปัญหา"ดื่มน้ำเยอะ"ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ช่วง 7.00 น. ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 1 แก้ว นั่นเพราะช่วงเวลานี้ เลือดนั้นจะมีความเข้มข้นสูงและขาดน้ำมาทั้งคืน และเพื่อช่วยกระตุ้นการขับถ่ายช่วงเช้า 
ช่วง 8.00 น. ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 1 แก้ว ให้ดื่มน้ำก่อนรับประทานมื้อเช้าของตัวเอง แต่ไม่ควรดื่มก่อนอาหารในเวลากระชั้นชิด เพราะทำให้น้ำย่อยเจือจาง และทำให้ย่อยอาหารไม่ดี 
ช่วง 9.00 – 11.00 น. ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 2 แก้ว ช่วงนี้ต้องดื่มเยอะ เพราะร่างกายมีของเสีย จึงต้องดื่มไปช่วยกระตุ้นการขับถ่าย 

ช่วง 12.00 น. ให้ประมาณ 1/2 แก้ว ซึ่งให้ดื่มก่อนรับประทานมื้อเที่ยง เช่นเคยอย่างให้เวลากระชั้นชิดเกินไป 
ช่วง 13.00 – 16.00 น. ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 2 แก้ว ช่วงนี้ให้ดื่มน้ำแบบการจิบ ไปเรื่อย ๆ เพื่อหล่อเลี้ยงความชุ่มชื่นให้กับผิว
ช่วง 17.00 – 19.00 น. ให้ประมาณ 1/2 แก้ว ดื่มก่อนรับประทานมื้อเย็น

ช่วง 19.00 –  21.00 น. ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 2 แก้ว  ช่วงนี้ให้ดื่มน้ำแบบการจิบ ไปเรื่อย ๆ เพื่อหล่อเลี้ยงความชุ่มชื่นให้กับผิว
ช่วงก่อนนอน ให้ดื่มน้ำในปริมาณ 1 แก้ว เพื่อช่วยละล้างสิ่งที่ตกค้างในลำไส้ แต่ไม่ควรดื่มใกล้เวลานอน เพราะจะทำให้ปวดปัสสาวะ ระหว่างพักผ่อนกลางคืน 

ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นสามารถปรับให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละคนได้

ไขปัญหา"ดื่มน้ำเยอะ"ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

นอกจากเรื่องของไทม์ไลน์ที่ดีในการดื่มน้ำตามช่วงที่แนะนำไปก่อนหน้านี้แล้ว คำถามหนึ่งที่ถูกให้ความรู้กันบ่อย ๆ คือ “ดื่มน้ำเยอะไป อันตรายหรือไม่ และช่วยลดความอ้วนได้ด้วยจริงหรือ” โดยข้อมูลที่เปิดเผยบอกว่า ” ดื่มน้ำเยอะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะจะทำให้ใตทำงานหนัก ทำให้เซลล์บวมน้ำ อาการต่อมาคือหัวศีรษะ คลื้นไส้ อาเจียน ฉะนั้นปริมาณน้ำที่ดื่ม 8 แก้ว ต่อวันคือพอดีที่สุดแล้ว

ส่วนการดื่มน้ำนั้นสามารถช่วยลดความอ้วนได้จริง เพราะการดื่มน้ำเยอะอย่างวันละ 8 แก้ว จะช่วยลดปริมาณไขมันในร่างกายของเราให้ลงได้ และถ้าดื่มก่อนมื้ออาหาร 1 ชั่วโมงจะช่วยลดความยากอาหารลงได้ด้วย และช่วยให้ระบบการย่อยอาหารนั้นทำงานดียิ่งขึ้นและได้ประสิทธิภาพเต็มที่ แถมช่วยเรื่องป้องกันกรดไหลย้อนได้ด้วย แต่ทั้งนี้ก็ต้องออกกำลัง และรับประทานอาหารที่ดี ควบคู่ไปด้วยถึงจะเห็นผลจริง “

ไขปัญหา"ดื่มน้ำเยอะ"ส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างไรบ้าง