เช็กเลย 10 ข้อดี “นอนเร็ว” กุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470632

เช็กเลย 10 ข้อดี “นอนเร็ว” กุญแจสำคัญของสุขภาพที่ดี

16 มิถุนายน 2564 – 13:00 น.

เผย 10 ข้อดีที่ร่างกายของเราได้รับจากการ “นอนเร็ว” ขณะที่ผลเสียของการนอนดึกจะส่งผลให้ 5 อวัยวะหลักเสื่อมเร็วขึ้น

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ให้ข้อมูลผลเสียของการนอนดึกที่จะส่งผลให้ 5 อวัยวะหลักเสื่อมเร็วขึ้น ได้แก่ สมอง หัวใจ หลอดเลือด ต่อมไร้ท่อ และภูมคุ้มกันร่างกาย ดังนั้นข้อเสียของการนอนดึกจึงส่งผลมหาศาลต่อทั้งร่างกายของเรา แต่ถ้าหากนอนเร็วขึ้นมาได้ก็จะดีมาก ซึ่งนาทีทองที่สำคัญในการนอนหลับคือ ตั้งแต่ 4 ทุ่มเป็นต้นไปจนถึงก่อนเที่ยงคืน โดยจะช่วยให้เรามีสุขภาพดีตามมาดังนี้

1. สมองสร้างเคมีสุข สมองเป็นหัวเรือใหญ่ในการแจกงานให้อวัยวะต่างๆ ไม่เว้นแม้เวลานอนที่ถือเป็นเวลาแจกรางวัลให้ร่างกายโดยมอบ “เคมีนิทรา (เมลาโทนิน)” เคมีสุข (ซีโรโทนิน) และฮอร์โมนเพศ อีกทั้งเคมีบำรุงต่างๆออกมาคุมระบบในตัวเราให้ทำงานราบรื่นพร้อมตื่นมาอย่างสดชื่น แถมยังช่วยเป็นเกราะป้องกันป่วยได้ด้วย โดยสถาบันการนอนหลับแห่งชาติ (National Sleep Foundation) ชี้ว่าการนอนหลับมีผลมหาศาลต่อคุณภาพชีวิตของเรา

2. สร้างเคมีหนุ่มสาว มาจากการนอนหลับอย่างมีคุณภาพคือ หลับไวและหลับสนิทโดยเคมีหนุ่มสาวที่ว่าคือโกร๊ทฮอร์โมนที่จะค่อยลดลงตามวัยและการนอนดึก แต่ถ้าท่านได้นอนเร็วสักราว 4 ทุ่มจะทำให้สมองเต็มที่กับการเป็นโรงงานชั้นดีที่ผลิตโกร๊ทฮอร์โมนธรรมชาติให้ท่านได้

3. ความจำดีขึ้น การศึกษาจากสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) ชี้ว่าคนที่นอนน้อย (ราว 4 ชั่วโมงต่อคืน) ติดกันมีผลต่อความจำ,สมาธิและอุบัติเหตุมาก ด้วยกลไกขณะนอนช่วย จัดระเบียบสมอง (Consolidation) คล้ายอีเมลที่แยกเมลขยะออกไป ให้สังเกตว่าเวลาอดนอนจะมีอาการมึน ความจำมัว ลืมง่าย หรือไม่ก็ลิ้นพันกันเพราะคิดอย่างแต่กลับพูดอีกอย่าง ดังนั้นการได้นอนเต็มอิ่มมีส่วนช่วยให้สมองได้เติมพลังชาร์จแบตพร้อมรับความจำใหม่ๆได้ดีขึ้น

4. คุมความดันโลหิตได้ เพราะในขณะนอนหลับเร็วภายในร่างกายจะเหมือนมีคนแคระมากมายช่วยกันทำงานที่ซับซ้อนอย่างคุมหัวใจและความดันโลหิตให้สงบลงไม่แกว่งขึ้นลงง่ายเหมือนกับตอนตื่น ซึ่งคนแคระที่ว่าคือระบบประสาทอัตโนมัติทั้งหลายและกลไกทางชีววิทยาที่เป็นดั่งฟันเฟืองขนาดจิ๋วทั้งหลาย

5. ร่างกายได้ซ่อมแซม ตัวเราที่สู้ชีวิตในโลกกว้างมาทั้งวันมีนาทีสำคัญที่จะช่วยฟิตเครื่องยนตร์ก็คือตอนนอน สมองได้พักผ่อน กล้ามเนื้อได้คลายตัว หัวใจสงบขึ้น ความดันลด การเข้าอู่นอนก็เหมือนเข้าอู่ซ่อมร่างกายที่สึกหรอไปจากงานหนักทั้งวัน ยิ่งได้นอนเร็วก็เท่ากับได้ตักตวงกำไรสำคัญที่จะทำให้ท่านมีสุขภาพดี คนที่นอนเร็วจะไม่เสี่ยงเจ็บป่วยง่ายจากร่างกายเกินซ่อมด้วย

6. ไม่เสี่ยงอ้วน ชวนให้ไม่เสี่ยงสร้างพุงเกิดโรคอ้วนลงพุงมฤตยูเพราะการนอนเร็วช่วยสกัดอาการหิวดึกและกินดุที่จะตามมา นอกจากนั้นยังมีกลไกดับหิวด้วยการสร้างเคมีดับหิวขึ้นมา ทำให้การนอนเร็วช่วยคุมน้ำหนักตัวได้ดีกว่า เพราะกระตุ้นเตาเผาในร่างกายให้ทำงานได้ดี ช่วยให้ไม่อ้วนง่าย ไม่สร้างเคมีเก็บไขมันมาก

7. มีความสุขง่าย น่าลองอยู่ไม่น้อยว่าดัชนีความสุขของชาติเราอาจสูงขึ้นถ้าเพียงลองนอนให้เร็วขึ้น เพราะเมื่อนอนเร็วก็จะมีโอกาสนอนได้เต็มอิ่มและพอกับร่างกายมากกว่า ทำให้บรรดารางวัลที่ร่างกายสร้างขณะหลับนั้นเราได้รับอย่างเต็มที่ ซึ่งตรงข้ามกับเมื่ออดนอนที่นำไปสู่ความอึมครึมของสุขภาพและสมอง ไม่มีสมาธิ ความจำไม่ดี ขี้หงุดหงิด,ความอดทนน้อยลงและอารมณ์เสียง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ

8. ได้ล้างพิษ ขณะนอนหลับช่วยปรับให้อวัยวะช่วยล้างพิษทำงานได้ดีขึ้น อย่างตับ ไต และ ลำไส้ ซึ่งสังเกตได้ว่าคนที่อดนอนอาจมีปัญหาท้องผูก หน้าตาหม่นหมอง ดูไม่สดชื่นและที่สำคัญคือสุขภาพไม่ดี นั่นเพราะส่วนหนึ่งของพิษมาจากการนอนดึกด้วย โดยเฉพาะสาวๆที่ปวดรอบเดือนบ่อยถ้าค่อยแก้นอนดึกได้จะช่วยคุมเคมีปวดได้มาก

9. ไม่เสี่ยงโรคกำเริบ โรคเก่าที่อาจกำเริบได้ในมนุษย์นอนดึกก็คือ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ความดันสูง เบาหวาน ภูมิแพ้ โรคเครียดซึมเศร้ารวมไปถึงโรคมะเร็ง การนอนดึกทำให้ร่างกายเหนื่อยเพิ่มขึ้น โดยใช่เหตุ คิดง่ายๆ ว่าเหมือนกับเครื่องยนตร์ต้องทำงานเกินเวลาก็จะพาให้โรคที่พกอยู่ตามอวัยวะต่างๆพากันแผลงฤทธิ์ขึ้น

และข้อ 10. ช่วยป้องกันแก่ แค่นอนก็ช่วยเสริมสร้างความหนุ่มสาวและป้องกันความเสื่อมชราที่มาหาได้จากพลังการต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสนิมแก่ที่เกิดในร่างกายตามธรรมชาติในทุกลมหายใจ แต่การได้นอนจะช่วยให้สนิมแก่ทั้งหลายไม่ฮึกเหิมทำร้ายร่างกายก่อนวัยอันควร การชวนกันนอนไวตั้งแต่หัวค่ำช่วยทำให้นาฬิกาแก่ไม่เดินเร็วไป


ที่มา ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ

DIY สเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง ไร้สารเคมีตกค้าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470582

DIY สเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง ไร้สารเคมีตกค้าง

16 มิถุนายน 2564 – 06:30 น.

ทำใช้เองก็ได้ ทำขายก็ดี “สเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง” ผู้ช่วยจำเป็นช่วงหน้าฝน ไอเท็มป้องกันโรคไข้เลือดออก ที่ปลอดภัยไร้สารเคมีตกค้าง

ช่วงหน้าฝนแบบนี้ หลายต่อหลายคนที่แพ้ยุง ลำบากมากเพราะเป็นฤดูกาลที่ประชากรยุงเบิกบานชุกชุมไปทั่ว เพราะเวลาฝนตกลงมา ทำให้เกิดน้ำขังตามมุมต่างๆ ของบ้าน อาคาร สถานที่ได้ง่าย จนกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ ทำให้จำนวนยุงเพิ่มมากขึ้นชนิดที่เราอาจตั้งตัวไม่ทัน

โรคร้ายเป็นอันตรายกับมนุษย์ที่มี “ยุง” เป็นพาหนะ ก็คือ “โรคไข้เลือดออก” (Dengue  Fever) ซึ่งเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ 

อันตรายของโรคไข้เลือดออก มีตั้งแต่ทำให้ร่างกายผิดปกติเจ็บป่วยไข้ แต่บางคนอาจมีอาการรุนแรงมากถึงขั้นเสียชีวิตได้

โดยข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธาณสุข พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 8 มีนาคม ปี 2564 มีคนไทยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกทั่วประเทศแล้ว 1,621 คน เสียชีวิต 1 คน และพบมากในช่วงอายุ 15-24 ปี

กลุ่มเยาวชนป่วยโรคไข้เลือดออกมากกว่ากลุ่มผู้ใหญ่

แน่นอนว่าปัจจุบันมีวิธีไล่ยุงหลากหลายวิธี ทั้งเทคโนโลยีทันสมัยมากมายมาให้เลือกสรร แต่จะดีกว่าไหม ถ้าไล่ยุงได้โดยไม่ทำลายธรรมชาติ เพราะวันนี้มีคำแนะนำดีๆ เรื่องการใช้ “สมุนไพรไทยไล่ยุง” มาฝาก ที่มีวิธีใช้ไม่ยุ่งยากแถมมีข้อดี ที่ไม่มีสารเคมีตกค้างจะเป็นอันตรายอื่นๆ ให้กับเราและโลกด้วย

โดย นายแพทย์ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้ใช้สมุนไพรไทย 6 ชนิด ที่มี “น้ำมันหอมระเหย” ที่ยุงไม่ชอบกลิ่น มาทุบหรือขยี้วางมุมอับที่ยุงชุม ก็จะช่วยทำให้ยุงหลีกห่างไปได้ ซึ่งได้แก่

1. ตะไคร้หอม

2. ยูคาลิปตัส  

3. ผิวมะกรูด

4. ผิวส้ม

5. โหระพา

6. สะระแหน่

และไฮไลต์ที่อยากแนะนำ คือ การทำสเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง ไอเท็มที่ต้องมีในช่วงหน้าฝน ที่นอกจากทำใช้เองได้แล้ว ยังทำแจกเพื่อนฝูงคนที่รัก และสามารถต่อยอดทำขายได้ด้วยเหมาะกับช่วงเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้

…ใครจะไปรู้ว่า “สเปรย์ตะไคร้หอม” อาจมาช่วยทำเงิน สร้างรายได้เสริมก็เป็นได้ ดังนั้นอย่ารอมาจดสูตรลองทำเลยดีกว่า

สูตรสเปรย์ตะไคร้หอมไล่ยุง

1.ตะไคร้หอมหั่นเป็นชิ้นเล็ก ประมาณ 200 กรัม

2.ผิวมะกรูดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ประมาณ 50 กรัม

3. นำตะไคร้หอมกับผิวมะกรูดที่หั่นแล้วมาห่อผ้าขาวบาง  แล้วนำไปใส่โหลแก้วที่มีฝาปิด

4. เทแอลกอฮอล์ (เอทิลแอลกอฮอล์) 1 ลิตร ลงไปในโหลแก้วที่มีห่อผ้าขาวบางตะไคร้หอมและผิวมะกรูดหั่น

5. ใส่การบูร 10 กรัม แล้วปิดฝาโหลแก้วให้แน่น หมักไว้ 7 วัน

***เคล็ดลับคือต้องเขย่าโหลแก้วทุกวัน

6. เมื่อครบ 7 วัน เปิดฝาโหลแก้ว เทน้ำหมักที่ได้แบ่งใส่ขวดสเปรย์ แปะกระดาษข้างขวดเขียน “สเปรย์ตะไคร้หอม” ตกแต่งความสวยงานตามชอบ

อย่างไรก็ตาม แม้เราจะเตรียมไอเท็มป้องกันยุงแล้ว แต่ที่สำคัญต้องกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เพื่อตัดต้นตอตั้งแต่แรกเริ่ม นอนในมุ้ง ทาโลชั่นกันยุง พกสเปรย์ตะไคร้หอมที่เราทำเอง รับรองได้ว่าจะกี่หน้าฝนก็ห่างไกลโรคไข้เลือดออกได้อย่างแน่นอน.

“ช้าง” ส่ง 2 น้องใหม่คว้ารางวัลระดับสากล AIBA Awards 2021 ประเทศออสเตรเลีย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470790

“ช้าง” ส่ง 2 น้องใหม่คว้ารางวัลระดับสากล AIBA Awards 2021 ประเทศออสเตรเลีย  

16 มิถุนายน 2564 – 04:11 น.

หลังเครื่องดื่มตราช้าง ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ช้างที่วางจำหน่ายได้ไม่นาน ก็สามารถเข้าตีตลาดเครื่องดื่มจนได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม กับ “ช้าง โคลด์ บรูว์” และ “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์”

ซึ่งล่าสุด “ช้าง” ยังไปคว้ารางวัลระดับสากลไกลถึงประเทศออสเตรเลียใน Australian International Beer Awards 2021 หรือ AIBA 2021 หนึ่งในการประกวดเบียร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 2,500 แบรนด์ โดยทั้ง “ช้าง โคลด์ บรูว์” และ “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์” สามารถคว้า 2 รางวัลที่ดีที่สุดของเบียร์ที่ส่งเข้าประกวดจากประเทศไทย เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ และสร้างชื่อเสียงให้ประเทศด้วยมาตรฐานระดับสากล

"ช้าง" ส่ง 2 น้องใหม่คว้ารางวัลระดับสากล AIBA Awards 2021 ประเทศออสเตรเลีย  

หลัง “ช้าง โคลด์ บรูว์” สร้างชื่อในตำแหน่งเบียร์ไทยระดับพรีเมียมที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศ ด้วยความโดดเด่นของวัตถุดิบจากมอลต์ 100% ผ่านกระบวนการผลิตพิเศษ กรองที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา (Sub-Zero Filtration Process) ทำให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หอมกลิ่นมอลต์ นุ่ม สดชื่น ดื่มง่าย ถูกใจกลุ่มนักดื่มที่นิยมเบียร์รสนุ่ม หรือผู้ที่ต้องการดื่มในช่วงเวลาที่ต้องการผ่อนคลาย ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ถูกใจนักดื่มไทย “ช้าง โคลด์ บรูว์” ยังสามารถเอาชนะใจผู้ตัดสินจาก AIBA ด้วยการคว้ารางวัลในประเภท Dortmunder (Best European-Style Lager) Category ซึ่งคำชื่นชมจากคณะผู้ตัดสินถือเป็นการตอกย้ำจุดขายของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติและบอดี้(Flavor & Body) ที่มีเอกลักษณ์ จากรสของมอลต์ 100% ที่ชัดเจน น้ำเบียร์กลมกล่อมตรงตามแบบฉบับลาเกอร์เบียร์ดื่มง่ายและให้ความสดชื่น

ในขณะที่ “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์” เครื่องดื่มน้องใหม่ที่เปิดตัวไปได้ไม่นาน แต่สามารถสร้างความฮือฮาในโลกโซเชียล จนเกิดกระแสการตามไปลองของใหม่ได้ตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย ด้วยรสชาติที่ไม่เหมือนใคร กับครั้งแรกของเครื่องดื่มลาเกอร์ผสมกาแฟสกัดเจ้าแรกและเจ้าเดียวของไทย รวมถึงรูปลักษณ์ของ บรรจุภัณฑ์ / กระป๋องที่สวยงามโดนใจสายคราฟท์ ทำให้ “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์” สามารถเติบโตได้ดีสวนทางกับตลาดเบียร์ทางเลือกโดยรวม(Specialty Beer Market) กลายมาเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าจับตามองของแบรนด์ช้าง ซึ่งจากการประกวด AIBA ครั้งนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง คว้ารางวัลเหรียญเงินมาให้คนไทยด้วยเช่นเดียวกัน ในประเภท Other Flavoured Specialty Beer (Best Flavoured Specialty Beer) ซึ่งได้รับคำชมและระดับคะแนนสูงทั้งในเรื่องความหอม (Aroma) รสชาติและบอดี้ (Flavor & Body) และสไตล์ (Style) โดยเฉพาะคุณภาพเชิงเทคนิค (Technical Quality) ยิ่งตอกย้ำว่า “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์” เป็น Innovative Product ที่มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่ว รสชาติที่แปลกใหม่แต่กลมกล่อมของลาเกอร์ ดื่มง่าย ถูกปากผู้ที่มองหาเครื่องดื่มทางเลือกใหม่

การคว้ารางวัลที่ดีที่สุดในบรรดาเบียร์ที่ส่งเข้าประกวดจากประเทศไทย ในเวทีการแข่งขันระดับสากลอย่าง Australian International Beer Awards 2021 หรือ AIBA 2021 ภายใต้เกณฑ์การตัดสินที่เข้มข้นหลายขั้นตอน นับเป็นบทพิสูจน์ให้คำว่า “ละเมียด” ของแบรนด์ช้างได้อย่างชัดเจน ร่วมพิสูจน์มาตรฐานระดับสากลของ “ช้าง โคลด์บรูว์” และ “ช้าง เอสเปรสโซ่ ลาเกอร์” ได้ที่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำทั่วประเทศ

ปัญหา “สายตา” ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470631

ปัญหา “สายตา” ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

15 มิถุนายน 2564 – 22:11 น.

เพราะสายตาเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าเราใช้ “สายตา” แบบไม่มีการบำรุงนั้น ก็อาจทำให้สายตาของเรามีปัญหาได้ มนุษย์เงินเดือน คงเลี่ยงไม่ได้กับการที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์กันทั้งวัน

บางครั้งต้องจ้องหน้าจอถึงดึกๆ แล้วบางคนก็ชอบใช้ “สายตา” กับการเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน พฤติกรรมแบบนี้ไม่ดีต่อสุขภาพดวงตาแน่นอน “สายตา” อาจจะเสื่อมได้

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

และการใช้สายตาทำงานหนักๆ ทุกคนก็ควรที่จะหาอาหารมาบำรุง “สายตา” เพื่อให้เกิดประโยชน์ และ สำหรับอาหารที่จะช่วยได้ในเรื่องการบำรุง “สายตา” มีอยู่ 7 ชนิดด้วยกัน

1. “ไข่”  ไข่แดงเป็นแหล่งของสารอาหารลูทีน และ ซีแซนทีน รวมไปถึง ซิงค์ ด้วย ทั้งหมดนี้ช่วยลดความเสี่ยงของการเสื่อมของจอประสาทตา ทำให้เซลล์ต่างๆ ในดวงตาแข็งแรงอยู่เสมอ

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

2. “อัลมอนด์” อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งผลการวิจัยพบว่า “ช่วยชะลอความเสื่อมของจอประสาทตา แค่ทานวันละหนึ่งฝ่ามือ ก็ได้รับวิตามินอีถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณที่แนะนำต่อวัน

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

3. “ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่”  เป็นแหล่งของวิตามินซีมหาศาล ช่วยบำรุงสายตาโดยตรง ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลาย ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดความเสื่อมของจอประสาทตา และ ลดการเกิดต้อกระจก

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

4. “อะโวคาโด” จะช่วยบำรุงสายตา ป้องกันอาการตาฝ้าฟาง ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพดวงตาที่ร่วงโรยตามวัย

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

5. “ผักใบเขียว” จะช่วยลดความเสื่อมของจอประสาทตา และ การเกิดต้อกระจก

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

6. “ปลา” อุดมไปด้วยกรดไขมัน DHA จะเข้าไปซ่อมแซมดวงตาให้กลับมาสดใส มีน้ำหล่อลื่นเพียงพอ และ ยังช่วยห่างไกลจากโรคตาแห้ง

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

7. “แครอท” ช่วยดูแลสุขภาพดวงตาให้สดใสแข็งแรง ช่วยบำรุงกระจกตา ป้องกันไม่ให้เซลล์ดวงตาถูกทำลายจากแสงแดดและรังสีอันตรายต่างๆ ช่วยส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตา ไม่ให้เสื่อมสภาพ

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

เพียงแค่คุณเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อ “สายตา” ตามเคล็ดลับที่แนะนำไปเพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยดูแล บำรุงสายตาที่อ่อนล้า และ การใช้งานหนักทางสายตาได้ดีเลยทีเดียว

ปัญหา "สายตา" ไม่ควรมองข้าม วิธีบำรุงสายตาที่เกิดประโยชน์

ฉีด “วัคซีน COVID-19” อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470621

ฉีด”วัคซีน COVID-19″ อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

15 มิถุนายน 2564 – 20:10 น.

“ป้องกันไม่ได้ แต่ลดความรุนแรงได้” แนะวิธีสังเกตอาการ ข้อพึงปฏิบัติ พร้อมละเว้นเหตุต้องห้าม ก่อนและหลังฉีด “วัคซีน COVID-19” ให้ปลอดภัยคลายกังวลที่สุด

ช่วงนี้หลายคนเริ่มฉีด “วัคซีน COVID-19” เข็มที่ 2 กันแล้ว แต่ยังมีอีกไม่น้อยที่ยังไม่ได้รับการฉีดครั้งแรกเลย อย่างไรก็ตาม มีเพื่อนๆ ชาวโซเชียล พร้อมใจกันรีวิวอาการหลังฉีด “วัคซีน COVID-19” กันอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพื่อบันทึกประสบการณ์แรกในชีวิต ขณะที่บางคนก็อยากจะเป็นตัวอย่างให้คนที่ยังไม่ได้ฉีด ได้สังเกตตัวเองไปพร้อมๆกันด้วย 

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

อย่างที่ทราบกันดีว่า COVID-19 ไม่สามารถป้องกันได้ แต่การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องฉีดวัคซีน สิ่งที่ต้องรู้คือการเตรียมตัวก่อนฉีดวัคซีน และการสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีดวัคซีน จะได้ไม่รู้สึกกังวลจนเกินไป   

สำหรับอาการข้างเคียงหลังฉีด วัคซีน COVID-19 ส่วนใหญ่ไม่รุนแรง สามารถหายได้เอง แต่ก็ควรเฝ้าระวังหลังจากฉีดไปแล้ว 30 นาทีแรก ถ้ามีอาการแพ้รุนแรง มักจะเกิดอาการภายใน 15 นาที เท่าที่พบ มีตั้งแต่ชนิดไม่รุนแรง เช่น ปวด บวม แดง ร้อน คัน บริเวณที่ฉีด มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย 

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

ส่วนอาการข้างเคียงชนิดรุนแรง เช่น มีไข้สูง ใจสั่น หนาวสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ปวดศีรษะรุนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว กล้ามเนื้ออ่อนแรง มีจุดเลือดออกจำนวนมาก ผื่นขึ้นทั้งตัว ตุ่มน้ำพอง หน้าบวม คอบวม หรือบวมทั่วร่างกาย มีอาการอาเจียนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ท้องเสีย ชัก หมดสติ ปวดข้อ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที หรือถ้ามีอาการภายหลังจากที่กลับบ้านไปแล้ว ให้รีบมาพบแพทย์ หรือโทรมาที่สายด่วน 1669  ได้ตลอดเวลา 

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

นอกจากนี้ มีสิ่งที่ควรรู้ในข้อจำกัดการฉีดวัคซีน COVID-19 ก็คือ ห้ามฉีดในคนอายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามฉีดในคนที่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน แพ้ยา หรือคนที่เคยถ่ายเลือด พลาสมา ผลิตภัณฑ์จากเลือด ส่วนประกอบของเลือด อิมมูโนโกลบูลิน ยาต้านไวรัส หรือแอนติบอดีสำหรับรักษา COVID-19 ภายใน 90 วันที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ยังห้ามฉีดในคนที่ตรวจพบเชื้อ COVID-19 ช่วง 10 วันที่ผ่านมาอีกด้วย แต่สามารถรับวัคซีนหลังติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างน้อย 3 เดือน ส่วนคนที่มีโรคประจำตัวที่อาการยังไม่คงที่ และควบคุมอาการไม่ได้ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบ เหนื่อย ใจสั่น ฯลฯ ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ก่อนฉีดเท่านั้น รวมทั้งคนที่มีอาการเกี่ยวกับสมองหรือระบบประสาทอื่นๆ  คนที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หรือวางแผนตั้งครรภ์ คนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกันต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนฉีดวัคซีน

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

ข้อจำกัดนี้ยังรวมไปถึง คนที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือหยุดยาก เกล็ดเลือดต่ำ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด คนที่มีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือนอนรักษาตัวและออกจากโรงพยาบาลไม่เกิน 14 วัน  หรือกำลังมีอาการป่วย เช่น มีไข้ หนาวสั่น หายใจลำบาก อ่อนเพลียกล้ามเนื้อ เป็นต้น ต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน แต่ถ้าเป็นหวัดเล็กน้อย ไม่มีไข้ สามารถฉีดวัคซีนได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

เนื่อจาก วัคซีน COVID-19 เป็นวัคซีนใหม่ ดังนั้นการฉีดในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากมีอาการผิดปกติหลังการฉีด สามารถเฝ้าระวังเพื่อสังเกตอาการ และให้การช่วยเหลือได้ทันที 
และแม้จะฉีดวัคซีนไปแล้ว ไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด แต่สามารถป้องกันโรครุนแรงได้เกือบทั้งหมด จึงต้องสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และล้างมือให้บ่อย เพื่อป้องกัน COVID-19 ในระยะยาวได้ 

ฉีด"วัคซีน COVID-19" อย่างไร ให้ปลอดภัยที่สุด 

ขอบคุณข้อมูลจาก รศ.พญ.พรรณพิศ สุวรรณกูล 
คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ

เปิดแล้ว “เขาแผงม้า” จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470603

เปิดแล้ว”เขาแผงม้า”จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

15 มิถุนายน 2564 – 17:51 น.

เปิดแล้ว”เขาแผงม้า”จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

เขาแผงม้า” หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย ที่เดินทางมาเยี่ยมชมฝูงกระทิง สัตว์เจ้าถิ่นผู้ครอบครองอาณาเขตแห่งเขาแผงม้า ที่ออกมาหากินบริเวณลานเขาแผงม้า โดยมีแนวรั้วกั้นบริเวณเอาไว้ เพื่อไม่ให้กระทิงหลุดออกมาในเขตชุมชนได้  และมีจุดหน้าผาสูงชัน ที่สามารถมองกระทิงป่าได้อย่างชัดเจน  นอกจากนั้นยังมีกล้องส่องทางไกลให้นักท่องเที่ยวส่องดูกระทิงด้วย 

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

สำหรับกิจกรรมยอดนิยมเมื่อมาเที่ยวเขาแผงม้า นั่นคือ การส่องฝูงกระทิง โดยจุดที่ได้รับความนิยม คือบริเวณจุดสกัดเขาสูง เขาแผงม้า ณ จุดนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นฝูงกระทิงออกมาหากินหญ้าบริเวณทุ่งหญ้ากว้างของเขาแผงม้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบันนี้มีกระทิงป่าอาศัยอยู่จำนวนมากกว่า 300 ตัว ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมานอนกางเต็นท์ ซึมซับบรรยากาศความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหน้าหนาว

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมอุปกรณ์กางเต็นท์ต่าง ๆ มาเอง รวมถึงอุปกรณ์ยังชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจะประกอบอาหารให้ใช้เป็นเตา ไม่อนุญาตให้ก่อกองไฟ เพราะอาจทำความเสียหายให้แก่ผืนหญ้าได้

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

ช่วงเวลาของการเฝ้ารอชมฝูงกระทิง ถือว่าเป็นห้วงเวลาที่เฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ เพราะสนุกกับการมานั่งลุ้นว่า “วันนี้เราจะได้เจอกับสัตว์สี่เท้าเจ้าถิ่นของเขาแผงม้าแห่งนี้เข้าหรือเปล่า” ว่ากันว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชมฝูงกระทิง ควรเป็นช่วงเย็น ๆ ตั้งแต่สีโมงเย็นเป็นต้นไป เพราะเป็นช่วงที่กระทิงออกมาหากิน จริง ๆ เขาแผงม้านักท่องเที่ยวสามารถขึ้นมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้ามาเที่ยวช่วงหน้าฝน อาจจำเป็นต้องเพิ่มความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางขึ้น-ลงเขามายังจุดชมกระทิง ค่อนข้างมีความลาดชัน ถนนลื่น ถ้าเป็นไปได้…ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่มากเป็นพิเศษ

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

เขาแผงม้า ตั้งอยู่ใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เป็นเทือกเขาที่มีลักษณะคล้ายกับแผงคอม้า ถือเป็นจุดชมกระทิงป่าอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ซึ่งนอกจะมีกระทิงให้ชมแล้ว ยังมีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อีกหลายชนิด อาทิ เก้ง กวาง นกนานาพันธุ์ให้ได้ชมกันไม่แพ้ที่เขาใหญ่เลยก็ว่าได้

สำหรับ “กระทิงป่า”มีรูปร่างใหญ่โตล่ำสัน ขนสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ ขาทั้งสีสี่ขาวเหมือนใส่ถุงเท้า มีขนยาว ตัวสีดำหรือดำแกมน้ำตาล เว้นแต่ที่ตรงหน้าผากจะเป็นสีขาวเทา ๆ หรือเหลืองอย่างสีทอง โดยกระทิงจะมีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย และตัวผู้จะมีขนาดใหญ่กว่าตัวเมีย

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

บุคคลทั่วไปที่จะเดินทางไปเที่ยวภายในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า (นอนค้างคืนกางเต็นท์สามารถเดินทางมาติดต่อที่หน้าป้อมได้เลย) แต่ถ้าจะศึกษาเส้นทางธรรมชาติอื่น ๆ นอกเหนือจากนั้น รวมถึงสถานศึกษา หน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานเอกชน จะต้องทำหนังสือขออนุญาตกับเจ้าหน้าที่ก่อนให้เรียบร้อย

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

สำหรับการเดินทาง ออกจากตัวเมืองจังหวัดนคราชสีมาโดยใช้เส้นทางหลวง 304 ปักธงชัย-วังน้ำเขียว ประมาณ 77 กิโลเมตร พอถึงอำเภอวังน้ำเขียวให้มุ่งหน้าเข้าสู่เขาแผงม้า กม.ที่ 83 โดยใช้เส้นทางถนนศาลเจ้าพ่อ-วังหมี จากนั้นตรงไปอีก 7 กิโลเมตร ก็จะเจอเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า แล้วให้เลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ก็จะเจอจุดชมกระทิง (นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ต้องใช้รถส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวเท่านั้น เนื่องจากไม่มีรถโดยสารวิ่งผ่าน)

 “ใครที่อยากสัมผัสกับความสวยงามของธรรมชาติอีกหนึ่งแห่งของไทย เขาแผงม้าน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากจะเดินทางไปง่าย ๆ ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แล้ว เหมาะอย่างยิ่งที่จะเอาไว้เป็นพิกัดสำหรับชาร์จพลังความสุข ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยธรรมชาติอีกด้วย”

เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า
เปิดแล้ว"เขาแผงม้า"จุดชมวิวสกัดเขาสูง เยี่ยมชมกระทิงป่า

ภาพจากเพจกระทิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า

ภาพและข้อมูล : กระทิง เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา)

“สวนสัตว์สุโขทัย” ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470593

“สวนสัตว์สุโขทัย” ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

15 มิถุนายน 2564 – 17:01 น.

“สวนสัตว์สุโขทัย” อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนะนำสำหรับผู้ที่ได้มาเยือนเมืองสุโขทัย และยังเป็นแหล่งสร้างสีสันสร้างรอยยิ้มให้กับคนสุโขทัย 

     สวนสัตว์เล็ก ๆ ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดสุโขทัย แฝงกายอยู่ในสนามบินประจำจังหวัดสุโขทัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวประจำจังหวัดสุโขทัย ที่ถือว่าสร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้กับเด็ก ๆ และครอบครัวคนสุโขทัย รวมไปถึงคนที่มาจากต่างถิ่น ที่ได้มีโอกาสมาเยือนถิ่นกรุงเก่าอย่างสุโขทัย 

     สวนสัตว์สนามบินสุโขทัย แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม เนื่องจากยังไม่ถูกพัฒนาให้เป็นสวนสัตว์แบบเต็มรูปแบบ โดยเริ่มจากมีสัตว์เลี้ยงแปลก ๆ บางบ้างชนิด ซึ่งปรากฎว่าคนที่ได้ไปใช้บริการสนามบินสุโขทัยต้องโฉบเข้าไปดู จนกลายเป็นที่รู้จักของคนในจังหวัด

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

    ต่อมาสนามบินสุโขทัย ได้พัฒนาสวนสัตว์ดังกล่าวให้ได้มาตราฐาน ปรับปรุง เพิ่มเติมสัตว์ จนกลายเป็นสวนสัตว์ที่รู้จักอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน 

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

    การเดินทางไปสวนสัตว์สนามบินสุโขทัยไม่ยาก ถ้ามาจากเมือตัวเมืองสุโขทัย มุ่งหน้าอำเภอสวรรคโลก หรือปักหมุดแผนที่มาได้เลยที่ สนามบินสุโขทัย หรือ สวนสัตว์สนามบินสุโขทัย     เมื่อเข้ามาแล้วภายในสนามบินขับรถตรงตามทางมาจอดที่ลานจอดแสนกว้างขวาง โดยทางเข้าสวนสัตว์อยู่ไม่ไกล อ๋อ อย่าลืมพกร่มกันมาด้วยเนื่องจากสุโขทัยเป็นเมืองร้อน   

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

    สวนสัตว์สนามบินสุโขทัย แบ่งโซนสัตว์ไว้ 5 โซน ดังนี้

    1.โซนสัตว์แอฟริกา
    2.โซนสัตว์ปีก
    3.โซนสัตว์เอ็กโซติก
    4.โซนสัตว์ออสเตรเลีย
    5.โซนสัตว์เอเชีย

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

    ส่วนการเปิดบริการ จะบริการ วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการรถรางพานำเที่ยวด้วย โดยรถรางเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของตัวสนามบินสุโขทัย 

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

    เดินชมเที่ยวครบรอบแล้วหากท้องหิว ภายในสนามบินก็มีร้านที่มาตั้งจำหน่ายเป็นอาหารว่าง ส่วนหากจะทานให้อิ่มมื้อ แนะนำ ร้านครัวสุโข เป็นร้านอาหารพื้นเมืองสุโขทัย อาหารแนะนำ หมั่นโถวทอด กินคู่กับน้ำพริกเผาเข้ากันดี ส่วนเครื่องดื่มทางร้านแนะนำน้ำคลอโรฟิลล์ น้ำสีเขียว ทานแล้วสดชื่น ใครที่มาเที่ยวสวนสัตว์สนามบินสุโขทัย ก็อย่าลืมแวะขากลับได้

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 
"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

     หากใครไม่ถนัดอาหารเมือง ขับรถออกมาจากสนามบินเมื่อถึงทางออกสนามบินมุ่นถนนหลักเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปจะมีร้านผัดไทเล็ก ๆ แต่รสชาติอร่อย อย่างผัดไทยายน้อย และ ร้านคาเฟ่มินิมอล ชื่อร้านจงกล คาเฟ่ตั้งอยู่ติดกัน กาแฟมีให้เลือกหลากหลาย เค้ก ร้านนี้เจ้าของร้านลงมือทำเองทุกขบวนการเรียกว่าอร่อยแน่นอน 

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 
"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

     และยังมีอีกร้านที่เป็นอาหารเส้น อย่าง ก๋วยจั๊บ ชื่อร้าน ก๋วยจั๊บอบเชย ที่เปิดขายก๋วยจั๊บแทบจะเป็นร้านเดียวในละแวกนี้ ร้านนี้มีจุดเด่นที่น้ำซุปที่หอมตัวเครื่องเทศ ตับ กับ หมู นุ่มเข้ากันกำลังดี นอกจากนี้ในร้านยังมีร้านกาแฟเล็ก ตั้งติดกันอย่างร้าน WEE CAFE ร้านกาแฟที่มีใช้เมล็ดกาแฟเป็นเอกลักษณ์ 

"สวนสัตว์สุโขทัย" ความสุขเล็ก ๆ ของคนสุโขทัย 

     สุโขทัย แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็ก หรือ หลายคนเรียกว่าเมืองผ่าน ก็ยังมีแหล่งท่องเที่ยวดี ๆ อีกหลายที่ หากใครได้ผ่านไปลองแวะชมสวนสัตว์สนามบินสุโขทัย แม้ว่าจะไม่ใหญ่โตเหมือนสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียง แต่เชื่อว่าจะสร้างความสุขให้ทุกคนที่เข้าไปเยี่ยมชมได้ 

ขอบคุณภาพเพจเฟซบุ๊ก Sukhothai Airport Zoo

เพจเฟซบุ๊ก ม า นี่ จ ะ ไ ป ไ ห น

“ฮ่องกง” วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470500

“ฮ่องกง” วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

15 มิถุนายน 2564 – 15:15 น.

หากพูดถึง”ฮ่องกง”ถือว่าเป็นเมืองแห่งเอกลักษณ์ที่ผสานรวมความทันสมัยเข้ากับประเพณีอันล้ำค่ารวมถึงวัฒนธรรมที่นักท่องเที่ยวต่างต้องมนต์เสน่ห์ อาหาร การกินและความเป็นอยู่ คมชัดลึกไลฟ์สไตล์จะมาคุณมาสัมผัสอีกแง่มุมหนึ่งของฮ่องกงรับรองว่าไม่เหมือนที่คุณคิดแน่นอน

ฮ่องกง ถือเป็นเมืองแห่งเอกลักษณ์ที่ผสานรวมความทันสมัยเข้ากับประเพณีอันล้ำค่า แม้เมืองแห่งนี้จะมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี การเงิน และความพร้อมสรรพด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการด้านสุขภาพที่ไม่เคยตกยุค แต่ฮ่องกงก็ยังรักษาเสน่ห์ของสิ่งเล็กๆ อย่างอาหาร งานฝีมือ และวัฒนธรรมไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าคุณจะเป็นคนฮ่องกงแท้ๆ แต่ดั้งเดิม นักท่องเที่ยว หรือชาวต่างชาติที่ลงหลักปักฐานอยู่ในเมืองแห่งนี้ คุณก็ย่อมมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นประเพณีโดยแท้ของฮ่องกงติดตราตรึงใจอยู่แน่นอน

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

การได้ไปเยือน ถนนต่ายผ่ายตอง (Dai Pai Dong)  ร้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้มักจะตั้งอยู่ตามตรอกซอกซอยและลานโล่ง โดยกางกันสาดคลุมด้านบน ตั้งโต๊ะเก้าอี้กันง่ายๆ ใต้กันสาด และเสิร์ฟอาหารฮ่องกงสุดคลาสสิกทุกประเภท ตั้งแต่ขนมปังฝรั่งเศสไตล์ฮ่องกง ไปจนถึงน้ำซุปมะเขือเทศเคี่ยวสำหรับทานคู่กับมักกะโรนีที่อร่อยจนวางไม่ลง เชื่อว่าอาหารและการตกแต่งที่เรียบง่ายนี้คือสิ่งที่ทำให้ร้านรวงในฮ่องกงมีความพิเศษและแตกต่างจากร้านอาหารที่คุณอาจพบตามที่ต่างๆ ทั่วโลก  ขอแนะนำให้ทุกคนไปเที่ยวที่ ต่ายผ่ายตอง ถ้าได้ไปแล้ว ต้องอย่าพลาดร้านแซงเฮิ้งหยูน (Sing Heung Yuen) ในย่านเซ็นทรัล (Central) เพราะอาหารและการบริการที่นี่เรียกได้ว่าชั้นยอดเลยทีเดียว  

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

ไม่สามารถห้ามใจที่จะไม่ตกหลุมรักไปกับประเพณีด้านอาหารมากมายในเมืองแห่งนี้ได้เลยสักครั้ง และสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารของฮ่องกงและการใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น อาหารจานพิเศษอย่างหนึ่งก็คือ ขนมเมีย (Wife Cake) ตำนานเกี่ยวกับขนมชิ้นนี้เล่าว่า มีภรรยาที่ยอมขายตัวเองเป็นทาสเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเธอ ผู้เป็นสามีจึงเริ่มขายพายชิ้นเล็กๆ สอดไส้แตงโมหวานและอัลมอนด์ จนกระทั่งได้เงินมาพอที่จะนำไปไถ่ตัวของเธอคืน ลองคิดภาพตามกันดูว่า ขนมที่เบานุ่มเช่นนี้จะอร่อยขนาดไหน 

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

ขนมอบดั้งเดิมสไตล์กวางตุ้งนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านเบเกอรี่ฮ่องกง แต่เราขอแนะนำให้คุณเก็บไว้ทานเป็นของว่างคู่กับน้ำชาร้อนๆ สักแก้ว  Tea Cake ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารขึ้นชื่อของชาวฮากกา (หรือ “จีนแคะ”) พวกเขาตั้งรกรากอยู่ทางตอนใต้ของผืนแผ่นดินจีนมายาวนาน และเผยแผ่วัฒนธรรมอาหารมาถึงฮ่องกง อาหารชนิดนี้เป็นแป้งนึ่งชิ้นเล็กๆ ที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว สอดไส้คาวหรือหวานแล้วนำไปนึ่งบนใบตอง โดยแต่ละชิ้นจะแต้มด้วยถั่วลิสงหรือถั่วแดงอยู่ด้านบน 

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

ขนมแป้งนึ่งมักจะมาในรูปแบบพร้อมทาน และจะเป็นที่นิยมกันในช่วงเทศกาลเช็งเม้ง หรือเทศกาลเก้าคู่ (Double Ninth) แม้ว่าขนมแป้งนึ่งของชาวจีนแคะจะไม่ได้เป็นที่นิยมทานกันทั่วไปเหมือนขนมเมีย แต่คุณก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขนมหวานในไทโอ หรือโรงอาหารในตลาดไทโป และนี่ถือว่าเป็นอีกมุมของฮ่องก่งนอกจากเมืองแห่งการท่องเที่ยวและเทคโนโลยี 

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ




ฮ่องกงมักจะมีความเชื่อมโยงกับอาหารทะเลอยู่เสมอ และส่วนประกอบพื้นฐานในเมนูอาหารมากมาย นับตั้งแต่ข้าวผัดไปจนถึงผัดผักก็คือซอสกะปิรสโอชา แม้ว่าจะเคยเป็นที่นิยมในฮ่องกงอยู่ช่วงหนึ่ง แต่การทำซอสกะปิได้ค่อยๆ สูญไปหลังจากการลากอวนกลายเป็นสิ่งผิดกฎหมายในปี 2556 เนื่องจากทางการต้องการปกป้องทรัพยากรมีค่าทางทะเล ซอสกะปิจึงถือเป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมของฮ่องกงมาตั้งแต่ปี 2557

"ฮ่องกง" วัฒนธรรมเหนือกาลเวลา มนต์เสน่ห์มัดใจต่างชาติ

วันนี้ ยังมีผู้ผลิตท้องถิ่นอีกสองสามรายที่ยังผลิตซอสจากกุ้งเคยที่จับได้จากในท้องถิ่นทั้งหมด และ Sing Lee Shrimp Sauce & Paste Manufacturer ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวอันมีประวัติยาวนานกว่า 80 ปี ถือเป็นหนึ่งในนั้น โดยธุรกิจนี้ตั้งอยู่ในไทโอ  อดีตหมู่บ้านชาวประมงที่โด่งดังในเรื่องบ้านไม้ยกสูง หรือบางครั้งเราก็จะเรียกกันว่าลิตเติลเวนิสแห่งฮ่องกง เรียกว่าฮ่องกงนอกจากเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวและเทคโนโลยีแล้ว นี่คืออีกมุมมองที่คมชัดลึกไลฟ์สไตล์นำมาให้คุณได้เปิดอีกหนึ่งมุมมอง 

โรคร้ายมากมาย ที่เกิดจาก “พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470566

โรคร้ายมากมาย ที่เกิดจาก “พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม”

15 มิถุนายน 2564 – 15:09 น.

วันนี้ คมชัดลึกออนไลน์ จะพาไปดูว่า “พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม” สามารถนำโรคใดเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้เพิ่มเติมอีก

หลังจากนักร้องหนุ่ม “ไอซ์ ศรัณยู” ออกมาเผยว่า เจ้าตัวกำลังป่วยด้วย “โรคกินไม่หยุด” หรือ ไม่สามารถควบคุมการกินได้ ส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ในขณะที่กรณีของ ไอซ์ ผู้ป่วยจะมีพฤติกรรมกินอาหารปริมาณมากโดยที่ไม่หิว มีความยากลำบากในการรับสัมผัสว่าตนหิวหรืออิ่มแล้ว เป็นผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่ก็มีคนจำนวนมาก ที่ไม่ได้ป่วยด้วย “โรคกินไม่หยุด” แบบหนุ่มไอซ์ แต่ก็มี “พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม” และไม่รู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในพฤติกรรมการกินของตัวเองและกำลังสร้างโรคต่างๆแบบไม่รู้ตัวเช่นกัน

โรคร้ายมากมาย ที่เกิดจาก "พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม"

วันนี้ คมชัดลึกออนไลน์ ก็เลยจะพาไปดูกันว่า “พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม” ยังสามารถนำโรคใดเข้ามาสู่ร่างกายของเราได้เพิ่มเติมอีก เราจึงควรรู้ว่ากินอย่างไรที่จะก่อภัยเงียบ กินอย่างไรถึงดีต่อสุขภาพ แล้วควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารอย่างไรจึงจะไม่ทำร้ายร่างกาย

โรคร้ายจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม

1.โรคเบาหวาน

เกิดจากพฤติกรรมการกิน ดังนี้

1. ติดรสหวาน น้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดมากเกินไป เป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน

2. ชอบกินอาหารไขมันสูง หากร่างกายสะสมไขมันส่วนเกินไว้มาก เผาผลาญไม่หมด จะทำให้เซลล์ดื้อต่ออินซูลิน

3. สูบบุหรี่ สารในบุหรี่ทำให้การทำงานของอินซูลินที่ทำหน้าที่ดูดซับน้ำตาลไปใช้ลดลง

4. ดื่มเหล้า-เบียร์ เซลล์ตับอ่อนอาจระคายเคืองจนอักเสบ สร้างอินซูลินได้ลดลง

2.โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ

เกิดจากพฤติกรรมการกิน ดังนี้

1. กินอาหารไขมันสูง ก่อให้เกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด หลอดเลือดจะตีบ ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อย เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กล้ามเนื้อหัวใจอาจตายเฉียบพลันได้

2. ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ  สารในแอลกอฮอล์ทุกชนิดมีผลโดยตรงทำให้ผนังหลอดเลือดบาง  ยิ่งกินเพราะความเครียดจะยิ่งส่งผลให้เส้นเลือดสมองแตกเฉียบพลันได้

3.โรคความดันโลหิตสูง

เกิดจากพฤติกรรมการกิน ดังนี้

1. ชอบกินรสเค็ม รสเค็มเต็มไปด้วยโซเดียม เมื่อเข้าสู่ร่างกาย หากมีความเข้มข้นของโซเดียมในหลอดเลือดมากจะทำให้มีการดูดน้ำกลับเข้าหลอดเลือด เกิดแรงดันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น

2. กินอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นประจำ เช่นมันฝรั่งทอดกรอบ พิซซ่า ไก่ทอด จะทำให้ไขมันเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดจนหนา หัวใจจึงต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือด นำไปสู่โรคความดันโลหิตสูงได้

โรคร้ายมากมาย ที่เกิดจาก "พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม"

4.โรคมะเร็ง

เกิดจากพฤติกรรมการกินดังนี้

1. ปิ้งย่างทุกสัปดาห์ มีเขม่าควันไฟที่ติดกับไขมัน เนื้อสัตว์ หรือในน้ำมันมีสารโพลี-ไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน รวมถึงเครื่องปรุงรสที่อยู่ในเนื้อสัตว์เมื่อถูกความร้อนจะเป็นสารก่อมะเร็งได้ในระยะยาว

2. กินอาหารแปรรูป หรืออาหารกึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง เป็นประจำ ล้วนแต่เป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว เนื่องจากมักมีส่วนประกอบที่ไม่ใช่อาหารตามธรรมชาติ เช่น การเติมสารให้ความหวาน การแต่งกลิ่น หรือรสสังเคราะห์ หรือสารถนอมอาหาร

3. ของทอดน้ำมันซ้ำ เพราะในน้ำมันที่ทอดซ้ำเกิน 2 ครั้ง ก่อให้เกิดลุ่มสารโพลาร์ ส่งผลให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้

5.โรคอ้วนลงพุง

เกิดจากพฤติกรรมการกิน ดังนี้

1. ไม่กินมื้อเช้า ถ้าไม่กินอาหารเช้านั้น น้ำตาลในเลือดจะต่ำลง สมองจึงสั่งให้กินมื้อถัดไปมากขึ้นเป็นการชดเชย  ทำให้อยากกินของหวาน จึงเกิดเป็นไขมันสะสมรอบเอว

2. กินเบเกอรี่เป็นประจำ ไขมัน น้ำตาลและครีมเทียมในเบเกอรี่เป็นไขมันทรานส์ (ไขมันชนิดไม่ดี) ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของไขมันที่พุง ทำให้รอบเอวเกินได้

3. ดื่มเครื่องดื่มรสหวาน เครื่องดื่มรสหวานให้สารอาหารน้อย แถมให้พลังงานสูง ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของน้ำตาลฟรุกโทสที่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว

โรคร้ายมากมาย ที่เกิดจาก "พฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม"

ขอบคุณข้อมูลจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

“อะโวคาโด” สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470565

“อะโวคาโด” สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

15 มิถุนายน 2564 – 14:40 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้เอาใจคนที่ชอบดูแลรักษาสุขภาพโดยเฉพาะคนที่เน้นดูแลตัวเองด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และแน่นอนว่าทุกคนต้องนึกถึงผลไม้ชนิดนี้ นั่นก็คือ “อะโวคาโด” สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

ด้วยยุคที่หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้นทั้งออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ วันนี้มีผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพอย่าง “อะโวคาโด” ที่นิยมรับประทานในช่วงลดน้ำหนัก เป็นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์สารอาหารมากมายที่คนรักสุขภาพไม่ควรพลาด

 "อะโวคาโด" สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

 เชื่อว่า “อะโวคาโด” เป็นผลไม้ที่สาวๆหลายคนชอบรับประทานโดยเฉพาะในช่วงลดน้ำหนักหรือบางคนนำไปใช้บำรุงผม เรียกได้ว่าทั้งกินทั้งใช้ได้หมด สำหรับ “อะโวคาโด” มีถิ่นกำเนิดจากรัฐปวยบลา ประเทศเม็กซิโก ลักษณะของมันคือมีเนื้อมันเป็นเนยเปลือกหนาและเปลือกบาง เนื้อจะออกสีเขียวเหลืองละเอียด รสชาติมันๆ ไม่มีกลิ่นและภายในมีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียว 

สำหรับสายพันธุ์ต่างๆของ”อะโวคาโด”มีมากมาย เช่น  พันธุ์แฮสส์(Hass)  พันธุ์บัคคาเนียร์(Buccanear)  พันธุ์พิงค์เคอร์ตัน(Pinkerton)  พันธุ์บูท7(Booth 7)  พันธุ์บูท8(Booth 8)

ส่วนสรรพคุณของ “อะโวคาโด” นั้นเกินคาดเพราะมีมากมายจริงๆ ฉะนั้นคนรักสุขภาพถึงพลาดที่จะรับประทานอะโวคาโดไม่ได้ ซึ่งประโยชน์ของมันมีดังนี้

1. อะโวคาโดมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย

2. ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ จึงช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้เป็นอย่างดี

3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้

4.  อะโวคาโดช่วยลดน้ำหนัก การรับประทานอะโวคาโดสามารถช่วยลดน้ำหนักตัวและลดระดับไขมันชนิดเลว (LDL) ลงได้อย่างชัดเจน

 "อะโวคาโด" สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

5.  อะโวคาโดเป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของ-  ไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวาย

6. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้

7.  ในผลอะโวคาโดมีวิตามินซีซึ่งช่วยป้องกันหวัดได้

8. อะโวคาโดมีสรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน

9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคปากนกกระจอก

10. อะโวคาโดมีโปรตีนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี

11. ไขมันในอะโวคาโดสามารถช่วยดูดซึมสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งเป็นตัวช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไลโคปีน เบตาแคโรทีน หรือลูทีนในผักผลไม้ต่าง ๆ

12. การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำจะช่วยป้องกันและลดความถี่ของการเกิดโรคเหน็บชาได้

13. อะโวคาโดมีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเหมาะให้ลูกน้อยรับประทานเป็นอาหารเสริม แม้ว่าจะมีแคลอรีสูงแต่ก็อุดมไปด้วย DHA และไขมันดี (HDL) ในปริมาณที่สูงเช่นกัน

14. อะโวคาโด เมนูอะโวคาโดมีโฟเลตสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะจำเป็นสำหรับทารกในครรภ์

15. น้ำมันอะโวคาโดเป็นน้ำมันที่ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีที่สุดหากเทียบกับน้ำมันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด อัลมอนด์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันมะกอก

 "อะโวคาโด" สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

16. น้ำมันอะโวคาโดสามารถนำมาใช้นวดศีรษะเพื่อช่วยเร่งการงอกของเส้นผมได้

17.อะโวคาโด ประโยชน์นิยมรับประทานเป็นผลไม้สด หรือรับประทานร่วมกับไอศกรีม นมข้นหวาน น้ำตาล เค้ก สลัด ฯลฯ

18. เนื้อของอะโวคาโดสามารถนำมาปรุงอาหารแทนเนยได้

19. สามารถนำมาสกัดน้ำมันทำเป็นเครื่องสำอางได้

20. อะโวคาโดสดสามารถใช้บำรุงผิวพรรณและเส้นผมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้ง ซึ่งจะช่วยทำให้คุณมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาได้

 "อะโวคาโด" สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

เรื่องของการรับประทาน”อะโวคาโด” สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบหรือสามารถรับประทานแบบเนื้ออะโวคาโดเพียว ๆก็ได้ บางคนนำไปรับประทานแบบสลัดและทำเป็นเครื่องดื่มเย็นๆปั่นแบบสมูทตี้ก็ได้เช่นกันแล้วแต่จะชอบกันแบบไหน

 "อะโวคาโด" สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดของสายสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก pexels / https://www.pexels.com/th-th/@zorrozombie / https://www.pexels.com/@foodie-factor-162291 /  https://www.pexels.com/th-th/@energepic-com-27411