ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์ “รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470358

ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์ “รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่”

13 มิถุนายน 2564 – 19:54 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้จะพาคุณผู้อ่านมารู้จักกับคาเฟ่แนวสวนบรรยากาศดีๆมีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม แถมยังบริการแบบNew normal ห่างไกลโควิด19 นั่นก็คือที่ “รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่” จ.กาญจนบุรี

เชื่อว่าช่วงโควิด19แพร่ระบาดทำให้หลายคนกลัวที่จะออกไปข้างนอกบ้าน แต่อีกใจคงอยากหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจจิบน้ำหวานๆ กินขนมเค้กนุ่มๆ กับบรรยากาศเย็นๆ ซึ่งคมชัดลึกออนไลน์จะพามารู้จัก “รักษ์กาญจน์การ์เด้น คาเฟ่” จ.กาญจนบุรี

ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"

หากวันไหนคุณผู้อ่านมีโอกาสเดินทางไปที่ จ.กาญจนบุรี อย่าลืมไปแวะจิบชา กาแฟ และอาหารอร่อยๆกันได้ที่“รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่”  สำหรับที่ตั้งของร้าน ตั้งอยู่ ต.ลาดหญ้า อ.เมืองฯ จ.กาญจนบุรี  เมื่อไปถึงร้านรักษ์กาญจน์ฯจะมีพนักงานมารอรับออเดอร์ตั้งแต่หน้าร้าน  ก่อนที่จะให้เราเดินไปเลือกที่นั่งได้ตามใจชอบ ซึ่งที่นั่งของคาเฟ่แห่งนี้มีหลายโซนให้เลือกสรรและแน่นอนว่ามีจุดให้หนุ่มๆสาวๆได้ถ่ายรูปสวยๆด้วย และมีการเว้นระยะห่างทางสังคมตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข

ขณะที่รออาหารมาเสริฟ ก็สามารถเดินเล่นถ่ายภาพตามจุดต่างๆของร้านที่มีลักษณะเป็นสวนชายทุ่งบรรยากาศดีมาก เครื่องดื่มที่อยากแนะนำก็คือน้ำมะพร้าวปั่น รสชาติหอมหวานกำลังดี กินกับเครปเค้กรสสตอเบอร์รี่ รสชาติเปรี้ยวนิดๆหวานหน่อยๆไม่เลี่ยนเกินไป

ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"

นอกจากเครื่องดื่มและเค้กแล้ว ยังมีอาหารหลักอย่างผัดซีอิ๊วกุ้ง ห่อหมก และอีกหลากหลายเมนูให้เลือก ราคาก็ไม่แพงมากคุ้มค่ากับบรรยากาศดีๆที่เราได้สัมผัสแน่นอน จะมาเป็นคู่รักหรือพาครอบครัวมาด้วยก็ได้ สำหรับจ.กาญจนบุรียังมีคาเฟ่ที่เป็นทุ่งนาป่าเขาอีกมากมายหลายร้าน ถ้าหากใครมีโอกาสไปเที่ยวกาญจนบุรีก็สามารถ หาร้านคาเฟ่แนวนี้เช็คอินไปได้ตลอดทางเลยค่ะ

ทางร้านพร้อมรองรับการบริการยุค New Normal ด้วย พื้นที่โปร่งโล่ง สบาย ห่างไกล โควิด19 พื้นที่ไม่แออัดกับผู้คน ที่นั่งห่างกันมากกว่า 5 เมตรเพราะร้านมีพื้นที่กว้าง และห่างไกลจากในเมือง ผู้คนไม่พลุกพล่าน แถมยังปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขฯ อย่างเคร่งครัด ปลอดภัย คลายกังวล ใครอยากไปก็สามารถสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ ร้านเปิดเวลา 9.00-18.00 น. หยุดเฉพาะวันพุธวันเดียวเท่านั้นจ้า

ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"
ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"
ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"
ดื่มนม ชมวิว นั่งชิลล์   "รักษ์กาญจน์ การ์เด้น คาเฟ่"

ตอบทุกข้อสงสัย “บุหรี่ไฟฟ้า” สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470342

ตอบทุกข้อสงสัย “บุหรี่ไฟฟ้า” สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด

13 มิถุนายน 2564 – 17:23 น.

หลังจากรัฐบาลมีการประกาศห้ามการนำเข้าและครอบครอง “บุหรี่ไฟฟ้า” ได้มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย ทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขอรวบรวมข้อสงสัยต่างๆ รวมทั้งพิษภัย จากข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อเพื่อตอบคำถามที่ค้างคาใจ  

หากจะบอกความหมายของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ว่าคืออะไร? มีคำอธิบายสั้นๆ ที่น่าจะเข้าใจได้ว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นอุปกรณ์สูบบุหรี่ชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้กลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำที่ประกอบไปด้วยสารเคมีต่างๆ โดยไม่มีควันจากกระบวนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ปกติทั่วไป ประกอบด้วย แบตเตอรี่  ตัวทำให้เกิดไอและความร้อน (Atomizer) และ น้ำยา

ตอบทุกข้อสงสัย "บุหรี่ไฟฟ้า" สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด

ถ้ากล่าวถึงเฉพาะส่วนของน้ำยาที่จะถูกทำให้เป็นไอและเข้าสู่ร่างกายของผู้สูบ จะประกอบด้วยสารประกอบหลักๆ คือ  นิโคติน ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดหนึ่งที่พบได้ในทั้งบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่ปกติทั่วไป เป็นสารที่ทำให้ร่างกายเสพติดการสูบบุหรี่ โพรไพลีนไกลคอล เป็นส่วนประกอบในสารสำหรับการทำให้เกิดไอ กลีเซอรีน เป็นสารเพิ่มความชื้นที่จะผสมผสานกับสารโพรไพลีนไกลคอล  องค์การอาหารและยา (FDA) ยืนยันถึงความปลอดภัยว่าใช้ได้ทั้งในอาหารและยา แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย เช่นเดียวกันกับโพรไพลีนไกลคอล
อีกส่วนประกอบหนึ่งก็คือ สารแต่งกลิ่นและรส เป็นสารเคมีที่ใช้กับอาหารทั่วๆ ไป ซึ่งมีความปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีกเช่นกันว่า เมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย 

มีคำถามตามมาอีกว่า “บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายหรือไม่?” ข้อนี้แน่นอนว่า สารเคมีชนิดต่าง ๆ ที่พบในน้ำยาสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น นิโคติน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ เพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอด โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ มะเร็งช่องปาก หลอดอาหาร และตับอ่อน นอกจากนี้นิโคตินยังกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งสารนี้ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุของการเป็นโรคเบาหวาน  นิโคตินกระตุ้นให้จำนวนเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ทำให้เส้นเลือดตีบ เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ และหลอดเลือดสมอง สำหรับหญิงตั้งครรภ์นิโคตินส่งผลต่อการพัฒนาของสมองทารกในครรภ์ การได้รับสารนิโคตินในระดับที่สูง (60 mg. ในผู้ใหญ่ และ 6 mg ในเด็กเล็ก) เสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ตอบทุกข้อสงสัย "บุหรี่ไฟฟ้า" สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด

โพรไพลีนไกลคอล และสาร Glycerol/Glycerin 
เมื่อสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอดได้ โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง

นอกจากนี้ยังพบสารประกอบอีกมากมายในไอของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีข้อมูลว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู สารกลุ่ม Formaldehyde และกลุ่ม Benzene เป็นต้น จากการวิจัยยังพบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น โรคหัวใจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ปอด หัวใจ และกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

 มาถึงคำถามยอดฮิตอีกข้อคือ เทียบกับบุหรี่ธรรมดาแล้วบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายมากกว่าหรือน้อยกว่า?
เป็นความจริงที่ว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีกลไกการทำงานที่ไม่มีกระบวนการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ธรรมดา ทำให้ผู้สูบลดความเสี่ยงที่จะได้รับสารที่เป็นอันตรายจากการเผาไหม้บางตัวเช่นน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

ตอบทุกข้อสงสัย "บุหรี่ไฟฟ้า" สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด

แต่จากที่กล่าวมาข้างต้นสารประกอบอื่น ๆ ที่พบในบุหรี่ไฟฟ้าก็ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมีบางงานวิจัยที่ระบุว่า ไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้ามีขนาดอนุภาคที่เล็กกว่าบุหรี่ธรรมดา ทำให้สามารถถูกสูดเข้าไปในปอดส่วนลึกได้มากกว่า อนุภาคที่เล็กนี้จะจับเข้ากับเนื้อเยื่อปอดและดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วและยากที่กลไกธรรมชาติของร่างกายจะขับออกมาได้

บุหรี่ไฟฟ้าเสพติดหรือไม่? อันนี้แน่นอนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารนิโคติน ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ดังนั้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงทำให้ผู้สูบ “ติด” ได้ไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา นอกจากนี้รูปแบบและขั้นตอนในการสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็มีความใกล้เคียงกับการสูบบุหรี่ธรรมดามาก ทำให้ผู้สูบยังคงติดในพฤติกรรมการสูบเหมือนบุหรี่ธรรมดา

ตอบทุกข้อสงสัย "บุหรี่ไฟฟ้า" สินค้าต้องห้าม อันตรายกว่าที่คิด

การสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ช่วยลดการสูบบุหรี่ธรรมดาลงเลย ร้ายไปกว่านั้นยังทำให้อัตราการสูบบุหรี่โดยรวมทั้งธรรมดาและไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะการที่มีนิโคตินเหมือน ๆ กัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเยาวชน การที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่สูบบุหรี่ (ไม่ว่าจะเริ่มจากชนิดไหน) ท้ายที่สุดก็จะมีการแลกเปลี่ยน ทดลองกันภายในกลุ่มจนคุ้นเคยกับทุก ๆ รูปแบบ เพราะเป็นสิ่งที่ทดแทนกันได้ ขณะนี้ในสหรัฐอเมริกาได้มีการประกาศห้ามอย่างเป็นทางการมิให้บริษัทบุหรี่โฆษณาว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยเลิกบุหรี่ธรรมดาได้ เพราะขัดกับข้อมูลจากการวิจัยอย่างชัดเจน

ส่วนคำถามสำคัญอีกข้อ…บุหรี่ไฟฟ้าผิดตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร?

บุคคลที่มีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในความครอบครอง ถือว่ามีความความผิดทั้งผู้นำเข้า ผู้ขาย และผู้ใช้ เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นความผิดซึ่งหน้าสามารถเข้าจับกุมได้  กรณีเป็นผู้นำเข้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าที่นำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีจำหน่ายจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้สูบหรือมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ถือว่ามีความผิดในฐานครอบครองสิ่งที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.จตุภัคร คุณสงค์ ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ  

ย้อนอดีต “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” แนวรบ เมืองวิเศษไชยชาญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470339

ย้อนอดีต “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” แนวรบ เมืองวิเศษไชยชาญ

13 มิถุนายน 2564 – 17:20 น.

ย้อนอดีต ความเป็นมา “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” จังหวัดอ่างทอง จากด่านหน้าแนวรบ สู้ศึกสงครามเมื่อครั้งอดีต จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน

พบกันอีกเช่นเคย กับมุมสบายๆ แบบฟรีสไตล์ อีกเช่นเคย กับการนำเสนอทุกเรื่องราว ในทุกแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาต่างๆ อาหารรสเด็ด หรือสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ที่น่าติดตาม หรือเท่าที่ผู้เขียนได้ผ่านไปพบประสบมา  

ย้อนอดีต "ตลาดศาลเจ้าโรงทอง" แนวรบ เมืองวิเศษไชยชาญ

จะพาไปย้อนประวัติของ “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” จังหวัดอ่างทอง  เพราะถือเป็นอีกแหล่งสถานที่ท่องเที่ยว แห่งหนึ่งในย่านเมืองเก่า แถบภาคกลาง หรือลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา กับประวัติความเป็นมายาวนานนับร้อยปี ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แค่ฟังแล้ว ก็อยากจะเข้าไปสัมผัสประวัติศาสตร์ อันน่าติดตามนี้แล้วละครับ  

ย้อนอดีต "ตลาดศาลเจ้าโรงทอง" แนวรบ เมืองวิเศษไชยชาญ

ย้อนกลับไปในอดีตของ “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” กล่าวขานกันว่า เป็นแขวงเมืองวิเศษไชยชาญ และเป็นเมืองหน้าด่าน เนื่องจากในอดีตช่วงภาวะสงคราม ก็จะเปรียบเสมือนทัพหน้า ภายหลังการสู้รบ ชาวบ้านในพื้นที่เห็นว่า ทำเลที่ตั้งชุมชนไม่เหมาะสม จึงมีการย้ายที่ตั้งเมืองใหม่ จากริมแม่น้ำน้อย มาอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ย้อนอดีต "ตลาดศาลเจ้าโรงทอง" แนวรบ เมืองวิเศษไชยชาญ

กระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาเป็นจังหวัดอ่างทองในปัจจุบัน  ตามคำบอกเล่า ตลาดแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “บ้านไผ่จำศีล” แขวงเมืองวิเศษไชยชาญ จากนั้นในช่วงปี 2420 กลุ่มชาวจีนอพยพที่อพยพย้านถิ่นฐาน เข้ามาทำมาหากิน ได้ก่อสร้างศาลเจ้าเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และเป็นสถานที่ สักการะภายในชุมชน 

ประกอบกับ ชุมชนแห่งนี้มีโรงทำทองรูปพรรณ และมีการค้าขายทองคำกันเป็นจำนวนมาก ทำให้คนสมัยนั้น จึงมักจะเรียกโรงทำทองที่กล่าวถึงนี้ว่า “โรงทอง” ซึ่งเจ้าโรงทำทองยุคนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะตั้งอยู่ระหว่าง 2 ข้างทาง และมักมีผู้คนไปไหว้ศาลเจ้า (ศาลเจ้าพ่อกวนอูในปัจจุบัน) ซึ่งอยู่ติดกับตลาด

กระทั่งวันเวลาล่วงเลยมานาน ทำให้ชาวบ้านที่ไปตลาด เดินผ่านทั้งโรงทำทอง และศาลเจ้า ก็มักจะเรียกกันติดปากว่าไป “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” 

และนี่ ก็คือประวัติความเป็นมาของชื่อ “ตลาดศาลเจ้าโรงทอง” จากแนวรบในอดีต กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวโบราณ พร้อมกับของกินอร่อยๆ อีกมากมาย วันนี้ จึงขอนำเสนอเป็นน้ำจิ้ม เกี่ยวกับชื่อของตลาดแห่งนี้ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาพบอีกครั้ง ในตอนหน้า

รู้หรือไม่ “งีบหลับ” กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470328

รู้หรือไม่ “งีบหลับ” กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย

13 มิถุนายน 2564 – 16:03 น.

ถ้าร่างกายเรียกร้องว่าคุณควรหาเวลาในการ “งีบหลับ” เพื่อทำให้สมองปลอดโปร่งโล่ง สบายสู้กับงานได้ต่อ เพราะคุณรู้หรือไม่วาการ”งีบหลับ” เพียงกี่นาทีส่งผลดีอย่างไร ลองเลือกช่วงเวลาแล้วนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกัน

ช่วงเวลากลางวัน ยิ่งหลังจากที่ได้ทานอาหารเที่ยงไปแล้ว หลายคนคงมีใครเคยเป็นแบบนี้ อยากจะ “งีบหลับ“สักหน่อย น่าจะดี แต่หลายคน ก็พยายามจะฝืนสู้กับความง่วงด้วยการหาวิธีต่างๆมาทำให้ตื่น ไม่ว่าจะเป็นดื่มกาแฟ ลุกมาเดินเปลี่ยนอิริยาบถท่าทาง เพื่อจะได้สลัดเจ้าความง่วงออกไป แต่เชื่อหรือไม่ว่า ถ้าคุณรู้สึกง่วงมาก การได้“งีบหลับ” ถือเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้กลับมาสดชื่นสามารถทำงานต่อกันได้คลอดบ่ายถึงเลิกงาน แต่กระนั้นการ “งีบหลับ” กี่นาทีถึงจะช่วยให้เรารู้สึกดีที่สุด ลองศึกษากันดู และเลือกช่วงเวลา ให้เหมาะสมกับตัวเองกัน 

ก่อนที่เราจะไปความว่า “งีบหลับ” เท่าไหร่ถึงจะดีต่อร่างการ เราควรรู้จักกับระยะการนอนหลับ ที่ช่วยให้การนอนของเราเป็นไปอย่างมีคุณภาพกันก่อน ซึ่งระยะการนอหลับนั้น จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้ 

รู้หรือไม่ "งีบหลับ" กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย

ระยะที่ 1
เป็นระยะที่เปลี่ยนจากการตื่นไปสู่การนอน ในระยะนี้หาถูกปลุกให้ตื่นจะทำให้รู้สึกว่ายังไม่ได้นอน

 ระยะที่ 2 
เป็นเหมือนระยะของการนอนหลับอย่างแท้จริง หรือเป็นช่วงหลับตื้นๆ ที่ยังไม่มีการฝัน จึงทำให้การหลับในระยะนี้สามารถถูกปลุกให้ตื่นได้โดยง่าย

ระยะที่ 3
เป็นช่วงที่หลับลึกลงไป และเป็นระยะที่เริ่มจะปลุกให้ตื่นค่อนข้างยากขึ้น หากถูกปลุกจะทำให้รู้สึกงัวเงีย

ระยะที่ 4 
จะเป็นช่วงที่หลับลึกที่สุดและระยะนี้เป็นระยะที่ปลุกยากที่สุด ซึ่งในระยะนี้เองจะเป็นช่วงที่มีการฝันเกิดขึ้น

รู้หรือไม่ "งีบหลับ" กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย

เมื่อเรารู้แล้วว่าการนอนหลับมีกี่ระยะ ทีนี้เรามาดูว่า ถ้าเราจะ “งีบหลับ” กี่นาทีถึงจะดีที่สุด

1. 10-20 นาที การ “งีบหลับ”ในระยะเวลานี้ จะทำให้ร่างกายตื่นตัวและเพิ่มพลังให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดีในช่วงเวลานี้จะสามารถปลุกให้ตื่นได้ง่าย
2. 30 นาที      หาก “งีบหลับ” ไปแล้วถูกทำให้ตื่นขึ้นมามักจะมีอาการที่ทำให้ร่างกายรู้สึกไม่ประปรี้ประเปร่า
3. 60 นาที      ช่วงนี้การ “งีบหลับ” ในระยะเวลาเกือบ 1 ชม.ถือเป็นการนอนที่จะมีผลต่อการส่งคลื่นสั้นๆต่อสมองอยู่ในระยะหลับลึก ซึ่งจะมีผลต่อความจำดีขึ้น แต่การตื่นของช่วงเวลานี้จะทำให้รู้สึกงัวเงียและตื่นยากกว่าปกติ
4. 90 นาที     ระยะเวลา “งีบหลับ”แบบนี้ เป็นการนอนแบบครบวงจรการหลับ สมองจะได้พักเต็มที่ ทำให้ร่างกายนั้นสดชื่นประปรี้ประเปร่า

รู้หรือไม่ "งีบหลับ" กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย

เมื่อรู้แล้วว่า “งีบหลับ” กี่นาที ถึงจะส่งผลดีต่อร่างกาย ก็เลือกปฏิบัติให้เหมาะกับแต่ละคนกันเอง แต่ที่สำคัญต้องไม่ลืมว่าการนอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลากลางคืนให้เพียงพอนั้นถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายของเราและยังช่วยในเรื่องของสุขภาวะหลายๆด้านอีกด้วย 

รู้หรือไม่ "งีบหลับ" กี่นาทีดีที่สุดสำหรับร่างกาย

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470245

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

13 มิถุนายน 2564 – 15:30 น.

การล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ เป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดี แต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งล้าง ผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ มาดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสทำเพียงแค่ตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญง่ายๆรับรองว่าสุขภาพผิวมือกลับมาเ

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ควรระวังเรื่องการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ รอบตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “มือ” ทำให้เราต้องหมั่นทำความสะอาดมืออยู่ตลอดเวลา เพราะการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์บ่อยๆ เป็นการป้องกันเชื้อโรคที่ดี แต่ผิวก็จะสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งล้างผิวยิ่งแห้งและลอกได้ง่ายกว่าปกติ 

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงนิโลบล เจริญวุฒิ มาแนะแนวทาง  ดูแลสุขภาพผิวมือให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส ว่า “การล้างมือเป็นหนึ่งในมาตราการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่มีประสิทธิภาพ และลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคต่างๆได้ดี จากผลการวิจัยจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่สามารถลดความเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น หวัด หรือไข้หวัดใหญ่ได้

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

การล้างมือเป็นเวลาประมาณ 20 วินาทีด้วยสบู่สามารถทำลายเชื้อไวรัส Covid-19 ได้ เนื่องจากสบู่มีโมเลกุลที่เป็นไขมันซึ่งมีโครงสร้างคล้ายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัส โดยโมเลกุลดังกล่าวจะไปทำการแยกไขมันออกและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสให้แตกออก ทำให้โครงสร้างภายในของไวรัสถูกทำลาย

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

ส่วนการทำความสะอาดมือด้วยแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้น 70-90% โดยปริมาตรในน้ำ (%v/v) สามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ที่เป็นโปรตีนและไขมันของไวรัสให้แตกออก และเข้าไปรบกวนระบบเมตาบอลิซึม (Metabolism) ของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสตายในที่สุด ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้เวลาประมาณ 15 วินาที

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

แต่การล้างมือด้วยสบู่และการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนังชั้นนอกสุด (Stratum corneum) ซึ่งจะถูกปกคลุมด้วยชั้นฟิล์มบางๆ ของน้ำและไขมัน ที่เรียกว่าไฮโดรไลปิด ฟิล์ม (Hydrolipid film) ทำหน้าที่ช่วยทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ปกป้องผิวจากแบคทีเรียและเชื้อโรค การล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์จะทำให้ชั้นฟิล์มของน้ำและไขมันถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้ผิวแห้งกร้านหรือระคายเคืองได้ง่าย เนื่องจากสูญเสียเกราะป้องกันผิวและอาจทำให้เกิดโรคผื่นระคายสัมผัส (Contact Dermatitis) ซึ่งหลังการล้างมือแต่การละครั้งผิวจะสูญเสียความชุ่มชื้นไปถึง 20%* ยิ่งล้างมือบ่อยๆ ผิวจะยิ่งแห้งกร้าน และลอกได้ง่ายกว่าปกติ

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

ดังนั้นหลังจากการล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ควรเพิ่มขั้นตอนการบำรุงและป้องกันผิวมือไม่ให้แห้งกร้าน เนื่องจากผิวบริเวณมือนั้นแทบจะไม่มีต่อมไขมันอยู่เลย หากขาดการดูแลและบำรุงอย่างถูกวิธี อาจทำให้มือแห้งกร้าน  เกิดริ้วรอย และเหี่ยวย่นลงเร็วกว่าปกติ ดังนั้นควรให้ความสำคัญกับการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวมือ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แฮนด์ครีมที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ และมีความอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ร่วมกับการนวดบริหารมือหลังทาแฮนด์ครีม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตด้วย’

ล้างมือบ่อยแห้งลอกง่าย แพทย์แนะวิธีดูแลสุขภาพผิวมือให้กลับมาเนียนนุ่มดั่งเดิม

ขอบคุณข้อมูลขาก ‘ธัญ’ (THANN)

เปิด 5 เมนู “ก่อนนอน” สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470315

เปิด5 เมนู”ก่อนนอน”สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

13 มิถุนายน 2564 – 15:04 น.

เปิด 5 เมนู”ก่อนนอน”สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

หากคุณอยากนอนหลับเต็มอิ่ม ไม่หลับๆ ตื่นๆ หรือลุกขึ้นมาดีดตอนกลางคืน ก่อนนอนอย่าลืมใส่เมนูอาหารเหล่านี้ลงในพจนานุกรมสุขภาพดีของคุณด้วย ยิ่งหลายคนอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะยิ่งนอนน้อยลง หลับยากขึ้น และตื่นกลางดึกบ่อยๆ หากคุณเป็นคนหลับยากอยู่แล้วด้วย จะดีกว่าไหม ถ้ามี 5 เมนูตัวช่วยเหล่านี้ ทำให้การนอนหลับง่ายสบายขึ้นตลอดคืน และไม่สะดุ้งตื่นกลางดึกอีกต่อไป และ “ไม่ควรกินอะไรก่อนนอน 3 ชั่วโมง เพราะจะทำให้ท้องแน่นเกินไปจนนอนไม่หลับ แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้หิวเกินไป เพราะจะทำให้ท้องร้อง และแสบท้องจากน้ำย่อยที่หลั่งออกมาจนขัดขวางการนอนได้”

สำหรับ 5 เมนูก่อนนอน ที่จะทำให้คุณหลับสบายตลอดคืน มีดังต่อไปนี้

1. อาหารประเภทแป้ง

หลายคนคิดว่ากินขนมปังแล้วอ้วน แต่ไม่ใช่กับขนมปังธัญพืช หรือแครกเกอร์ 2-3 แผ่น หากคุณทานคู่กับน้ำชาผสมน้ำผึ้งก่อนนอน มันจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินซึ่งช่วยให้ ‘ทริปโตเฟน’ เข้าสู่สมองได้ดีขึ้น ทริปโตเฟน เป็นกรดอะมิโนธรรมชาติที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ (ต้องได้รับจากอาหารอื่น) สามารถพบมากในไข่ ถั่วเหลือง นมวัว เนื้อสัตว์ โดยกรดอะมิโนจำเป็น ‘ทริปโตเฟน’ นี้สามารถเปลี่ยนเป็นสารเคมีในสมองที่เรียกว่า ‘เซโรโทนิน’ ช่วยควบคุมการนอนหลับ ทำให้คุณหลับง่ายขึ้นได้ 

เปิด5 เมนู"ก่อนนอน"สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

                                       ขนมปังธัญญาพืช

2. นมสด

การดื่มนมอุ่นๆ ชนิดหวานก่อนนอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นเช่นกัน เพราะน้ำตาลในเครื่องดื่มจะช่วยให้เซลล์สมองดูดซึม ‘ทริปโตเฟน’ จากกระแสโลหิต และเปลี่ยนสารตัวนี้ให้เป็น ‘เซโรโทนิน’ ได้ เหมือนกับอาหารประเภทแป้ง ซึ่งจะช่วยให้สมองผ่อนคลาย ช่วยให้การนอนสบายตลอดคืนโดยไม่ตื่นขึ้นกลางดึก

เปิด5 เมนู"ก่อนนอน"สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

                                                        นมสด

3. น้ำผึ้ง

หากเกิดอาการนอนไม่หลับ อย่าเพิ่งนึกถึงยานอนหลับฤทธิ์แรง แต่ให้ลองนมอุ่นๆ หรือชาสมุนไพรผสมน้ำผึ้งหวานเล็กน้อยสักแก้ว ดื่มก่อนนอนจะช่วยทำให้ร่างกาย และสมองรู้สึกผ่อนคลายหลับง่ายมากขึ้นนะ

เปิด5 เมนู"ก่อนนอน"สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

                                                 น้ำผึ้ง

4. ชาสมุนไพร
คาโมไมล์ผสมน้ำผึ้ง และขิง ที่ให้กลิ่นหอมอ่อนๆ อุ่นๆ สักแก้ว (ไลท์บลอสซัม หรือวาเลอเรียนก็ใช้ได้) จะช่วยให้คุณนอนหลับสบายขึ้น ส่วนใครที่ชอบแนวสมุนไพรแนะนำให้รับประทานแกงขี้เหล็ก หรือใบขี้เหล็กแบบแคปซูล เพราะมีการวิจัยยืนยันแล้วว่า มันเป็นอาหารที่ช่วยเรื่องการนอนหลับดีขึ้น ทว่าถ้าคุณไม่ชอบสมุนไพร เครื่องดื่มมอลต์สกัดอุ่นๆ ผสมนมก็ช่วยได้ไม่ต่างกัน 

เปิด5 เมนู"ก่อนนอน"สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

                                              ชาสมุนไพร

5. ผลไม้
ไม่เพียงเชอร์รี่ และน้ำเชอร์รี่ จะเป็นผลไม้ที่มีสาร ‘เซเรโทนิน’ ตามธรรมชาติ ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น และสมองปลอดโปร่งมากขึ้นแล้ว … สับปะรด และผลกล้วย ยังเป็นอีกตัวช่วยสำหรับสาวๆ ที่รักสุขภาพแต่หลับยากเช่นกัน โดยเฉพาะกล้วยอุดมไปด้วยแมกนีเซียมสูงที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำให้คุณรู้สึกสบายตัวมากขึ้นก่อนนอน

อย่างไรก็ดี หากคุณอยากหลับสบาย ก็ควรลดอาหารประเภทไขมัน และรสเผ็ดจัดก่อนนอน เพราะนั่นจะทำให้ท้องอืด หรือรู้สึกเป็นกรดไหลย้อน อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงอาหาร และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนผสม อย่าง กาแฟ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต เพราะมันจะไปกระตุ้นให้คุณไม่รู้สึกง่วง 

เปิด5 เมนู"ก่อนนอน"สุดฟิน หลับสบายตลอดคืน

                                                    เชอร์รี่

ที่มา : women’s Health Thailand

หมดปัญหาเรื่อง “กลิ่นเท้า” ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470312

หมดปัญหาเรื่อง “กลิ่นเท้า” ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

13 มิถุนายน 2564 – 14:45 น.

ถ้าพูดถึงอวัยวะทุกส่วนในร่างกายของคนเรา ทุกๆส่วนนั้นมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมาก ในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ “เท้า” เป็นอวัยวะที่สำคัญมากอีกหนึ่งส่วน แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ค่อยให้ความใส่ใจในการดูแลรักษา จนส่งผลให้บางคนมีปัญหาในเรื่องของ “กลิ่นเท้า”

ซึ่งปัญหาเรื่อง “กลิ่นเท้า” เชื่อว่าหลายคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ถ้าตอนนี้ใครที่กำลังพบกับปัญหาเรื่อง “กลิ่นเท้า” ทำให้ขาดความมั่นใจ จนบางทีไม่กล้าที่จะถอดรองเท้าออก เพราะกลัวกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จะไปรบกวนคนอื่น บอกเลยว่าไม่ต้องกลัวหรือกังวลใจอีกต่อไป  เพราะสาเหตุของการมี “กลิ่นเท้า” รวมถึง วิธีการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นที่เกิดขึ้น ถ้าเรามีวินัยให้กับตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เชื่อว่าทุกคนจะแก้ปัญหาได้  

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

หลายๆคน มักจะถามถึงสาเหตุของการมี “กลิ่นเท้า” ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?
-สาเหตุหลักของการมี “กลิ่นเท้า” เกิดขึ้นมาจากแบคทีเรีย เหงื่อที่ออกบริเวณเท้า ซึ่งบริเวณเท้าจะมีต่อมเหงื่อจำนวนมาก ที่ผลิตเหงื่อออกมาในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึง การใส่รองเท้า ถุงเท้า ที่ไม่สะอาด อับชื้น หรือ ใส่เป็นเวลานาน

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

และ การแก้ปัญหาเมื่อมี “กลิ่นเท้า” สามารถทำได้แบบง่ายๆ 5 วิธี

วิธีที่ 1  “แป้งฝุ่น” การใช้แป้งเด็ก หรือ แป้งโยคี ทาบางๆ ให้ทั่วเท้าก่อนใส่ถุงเท้า รวมถึง ใช้แป้งโรยลงในรองเท้าก็จะช่วยกำจัดกลิ่นเท้าเหม็น และ กลิ่นรองเท้าให้หมดไปได้

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

วิธีที่ 2   “สารส้ม” ที่นอกจากจะมีประโยชน์ช่วยลดกลิ่นตัวกลิ่นเหงื่อ ยังช่วยลดกลิ่นเท้าเหม็นจากเหงื่อได้ หลังจากล้างเท้าจนสะอาดแล้ว ให้นำสารส้มมาถูบริเวณเท้าให้ทั่ว หรือ จะใช้สารส้มกวนผสมน้ำแล้วเอาเท้าลงแช่ไว้ประมาณ 5 นาที จะช่วยลดการเกิดกลิ่นเท้า ลงได้

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

วิธีที่ 3  “เปลือกมะนาว”  นำเปลือกมะนาวที่บีบน้ำออกหมด นำมาถูบริเวณซอกนิ้วเท้า หากรู้สึกว่าเปลือกมะนาวเริ่มแห้งก็สามารถชุบกับน้ำอุ่นๆ ได้ วิธีนี้สามารถช่วยลดกลิ่นเท้า ได้เช่นกัน

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

วิธีที่ 4  “น้ำส้มสายชู”  ลองผสมน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นๆ แช่เท้าลงไปให้ท่วม ประมาณ 5 นาที  จากนั้นใช้แปรงขนนุ่มๆ ขัดให้ทั่วบริเวณซอกนิ้วเท้า เล็บเท้า  ก็จะช่วยลดเรื่องกลิ่นลงได้

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

วิธีที่ 5 “เบกกิ้งโซดา” ใช้แปรงนุ่มๆ ชุบเบกกิ้งโซดาที่ผสมกับน้ำอุ่น จนเป็นเนื้อครีมมาขัดเท้าให้ทั่ว เน้นบริเวณซอกนิ้วเท้าและเล็บเท้าเป็นพิเศษ ขัดวนประมาณ 2 – 3 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสบู่ให้สะอาดแล้วซับเท้าให้แห้ง ก็จช่วยลดเรื่องการมีกลิ่นเท้าลงได้

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

เคล็ดลับดีๆ วิธีง่ายๆ แค่ 5 วิธีเพียงเท่านี้ ก็จะช่วยแก้ปัญหาให้กับคนที่มี “กลิ่นเท้า” ลงได้ และ ยังช่วยให้คุณกลับมามีความมั่นใจ ในการที่จะกล้าถอดรองเท้าเหมือนกับคนอื่นๆได้

หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ
หมดปัญหาเรื่อง "กลิ่นเท้า" ที่ไม่พึงประสงค์กับ 5 วิธีง่ายๆ

(ขอขอบคุณข้อมูล) จาก “คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล” และ “สสส.”  

รู้จักชายหาดบน “เกาะล้าน” เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470300

รู้จักชายหาดบน “เกาะล้าน” เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

13 มิถุนายน 2564 – 13:49 น.

“เกาะล้าน” พัทยา ทะเลสวยใกล้กรุงเทพฯ ประกาศจะเปิดการท่องเที่ยวในวันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นวันแรก หลังจากปิดเกาะไปนานเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค COVID-91

วันนี้คมชัดลึกออนไลน์ ก็เลยจะพาไปรู้จักกับชายหาดต่างๆของ “เกาะล้าน” สำหรับใครที่เตรียมจะไปเที่ยว เพราะ เกาะล้าน มีชายหาดสวยๆน่าไปเที่ยวเล่นน้ำมากมาย

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

ชายหาดบน”เกาะล้าน”

หาดตาแหวน

เป็นชายหาดที่สวยและได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งชาวไทยและเอเชีย ด้วยความที่เป็นหาดที่กว้าง หาดทอดยาวค่อยๆลึกทีละน้อย เม็ดทรายขาวละเอียด พร้อมทั้งยังมีกิจกรรมทางน้ำมากมาย ทำให้หาดนี้(เคย)คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว

หากใครชอบแบบเงียบสงบหน่อย ขอแนะนำหาดอื่นๆซึ่งมีความสวยงามไม่ได้ด้อยกว่ากันมาก หรือให้เลือกมาหาดตาแหวนในช่วงเย็นๆ หน่อยซักหลัง 4 โมงเย็น จะนึกว่าคนละหาดกับช่วงเช้า

หาดตาแหวนเป็นหาดเดียวที่มีท่าเรือ ทำให้การเดินทางสะดวกสุดๆ อาหารการกินก็หาได้ไม่ยาก มีหลายร้านจนเลือกไม่ถูก 

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดสังวาลย์

เป็นชายหาดเล็กๆ ยาวแค่ 150 เมตร แต่น้ำใสน่าเล่นไม่แพ้กัน มีสะพานไม้เชื่อมจากหาดตาแหวนที่ดูเก๋ไก๋ทีเดียว ที่หาดนี้จะมีคนบางตากว่า และมีร้านอาหารริมทะเลที่ดูบรรยากาศดูดีกว่าของหาดตาแหวนเยอะ

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดทองหลาง

เป็นชายหาดเล็กๆ ที่ติดกับหาดตาแหวนเช่นกัน การเดินไปสะดวกกว่าทางหาดสังวาลย์เพราะมีถนนคอนกรีตเชื่อมใครเช่ารถมอเตอร์ไซค์ก็สามารถขับเข้าไปได้ 

ลักษณะของชายหาดจะมีความลึกกว่า 2 หาดที่ผ่านมา ทำให้มีเรือมาจอดใกล้ๆ เพื่อรับส่งนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเหมาะกับกิจกรรมทางน้ำมากกว่าจะลงเล่นน้ำชิลล์ๆ

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดตายาย

หาดเล็กๆ ทางด้านเหนือสุดของเกาะห่างจากหาดตาแหวนประมาณ 2.5 ก.ม. หรือแว้นไปประมาณ 10-15 นาที หาดตายายมีความยาวประมาณ 100 เมตร 

ที่หาดนี้จะมองเห็นเกาะสาก ทำให้ทัศนียภาพดูแปลกตา และยังมีโขดหินใหญ่ๆ ให้ได้โพสท่าสวยๆ เรียกไลค์กัน

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดสนามปืน

หาดนี้อาจเป็นหาดที่ไม่ค่อยอยู่ในเรดาห์ของการท่องเที่ยว เป็นหาดถัดจากหาดตายายมาประมาณ 500 เมตร อยู่เยื้องๆ กับสนามยิงปืน (ที่ออกจะร้างๆ) ชื่อหาดสนามปืน เป็นชายหาดที่ค่อนข้างเงียบและดูสวยด้อยกว่าหาดอื่นๆ 

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดนวล

หาดนวลเป็นชายหาดทางด้านใต้ของเกาะล้านห่างจากหาดตาแหวน 5 กม. หรือแว้นประมาณ 15 นาที ลักษณะหาดทรายสีขาวอมน้ำตาลอ่อนดูนวลตา มีหินปนประปรายไม่ได้มากจนเกินไปนัก หาดนี้มีความเงียบสงบกว่าหาดตาแหวนมีความกว้างประมาณ 250 เมตร เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเงียบๆ คลื่นเบาๆ 

ช่วงริมหาดด้านซ้ายจะมีลิงมาหาอาหาร (จากนักท่องเที่ยว) ใครอยากพาเด็กๆ มาดูลิง ก็ลองมาที่นี่ได้

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดแสม

หาดแสม (สะ-แหม) เป็นหาดที่มียาวและชายหาดกว้างไม่แพ้หาดตาแหวน โดยมีความยาวประมาณ 700 เมตร หาดนี้เป็นอีกหาดที่มีความคึกคักเนื่องด้วยการเดินทางที่สะดวก กิจกรรมทางน้ำครบครัน อีกทั้งยังมีร้านอาหารให้เลือกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกรองๆ จากหาดตาแหวนเลยทีเดียว

หาดแสมห่างจากหาดตาแหวน 2.5 กม. หรือขับรถมอเตอร์ไซค์ประมาณ 10 นาที

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

หาดเทียน

เป็นหาดขนาดย่อมทอดยาวประมาณ 250 เมตร แต่ความสวยงามเรียกน้องๆ หาดตาแหวนเลยทีเดียว หาดเทียนไม่มีทางลงโดยตรง จะต้องเข้าด้านข้างๆ แล้วเดินเลาะสะพานคอนกรีตไปยังชายหาด 

หาดเทียนเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ห่างจากหาดตาแหวน 2.5 กม. และใช้เวลาเดินทาง 10-15 นาที

รู้จักชายหาดบน "เกาะล้าน" เปิดเกาะแล้ว 14 มิถุนายน นี้

เตรียมเช็คอิน “คลองแสนแสบ” สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470273

เตรียมเช็คอิน “คลองแสนแสบ” สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

13 มิถุนายน 2564 – 10:58 น.

คลองแสนแสบ กำลังกลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เมื่อทางกรุงเทพมานครได้วางแผนพัฒนาการให้กลับมาเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยขณะนี้มีบางเขตที่พัฒนาแล้ว สามารถไปเช็คอินเที่ยวชมได้ 

     “คลองแสนแสบ” ชื่อนี้คนกรุงรู้กันดีกว่ามีสภาพอย่างไรในปัจจุบัน หวนย้อนคิดถึงวันคืนในอดีต “คลองแสนแสบ” ถือว่าเป็นได้ดั่งเส้นเลือดฝอยล่อเลี้ยงหัวใจคนชาวกรุงฯ “คลองแสนแสบ” เป็นเส้นทางทั้งการคมนาคม และ การค้า 

     แต่ปัจจุบันกลับกลายมาเป็นคลองที่มีน้ำดำแสนดำ มีขยะมูลฝอยลอยอยู่เต็มดาดเดื่อน ชาวบ้านรุกล้ำพื้นที่ริมคลอง จนนำมาสู่การทิ้งสิ่งปฏิกูลลงคลอง สุดท้ายกลายเป็นแหล่งหมักหมม เป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ ปลาที่เคยแวกว่ายเมื่อครั้งเก่าก่อน ก็ทยอยหายไปจนเหลือไว้แต่แบคทีเรีย      

     ทั้งนี้ล่าสุดทางกรุงเทพมหานคร ได้มีโครงการพัฒนาพื้นที่ “คลองแสนแสบ” คลองสาขา รวมทั้งพื้นที่โดยรอบ โดยครอบคลุมทั้งหมด 21 เขต ประกอบด้วย ราชเทวี ปทุมวัน วัฒนา ห้วยขวาง สวนหลวง วังทองหลาง บางกะปิ บึงกุ่ม สะพานสูง คันนายาว คลองสามวา มีนบุรี หนองจอก ดุสิต ดินแดง จตุจักร บางเขน ลาดพร้าว สายไหม หลักสี่ และดอนเมือง 

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     นี้ถือว่าเป็นโครงการที่ชาวกรุงฯต่างรอคอยกันมาอย่างยาวนานเลยก็ว่าได้ โครงการฟื้นคืนชีวิตให้กับเส้นเลือดฝอยอย่างคลองแสนแสบ ให้กลับมามีสภาพตามที่มันควรจะเป็น เพื่อเติมความสุข ความรื่นรมย์ให้กับคนกรุงฯ ที่ต้องเผชิญกับปัญหามากมายในปัจจุบัน 

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     โครงการนี้ ได้มีการแบ่งมิติของการพัฒนา ออกเป็นหลายด้าน เช่น การจัดการขยะและความเป็นระเบียบเรียบร้อย การดูแลคุณภาพน้ำ และการบำบัดน้ำเสีย มลพิษทางอากาศและเสียงความร่มรื่น สวยงาม 

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     มิติด้านคุณภาพชีวิต ได้แก่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสะดวกสบายในการเดินทาง การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม การควบคุมและแก้ปัญหาการรุกล้ำ 

     มิติด้านสังคม ได้แก่ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ความสัมพันธ์ของชุมชน เป็นสถานที่จัดกิจกรรมและพื้นที่สำหรับคนทุกวันเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการพัฒนาชาวคลองที่ส่งต่อไปยังคนรุ่นต่อไปได้ 

     มิติด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ การสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เส้นทางท่องเที่ยว จุดพักผ่อนหย่อนใจ และเป็นแลนด์มาร์คที่สร้างชื่อเสียง 

     นอกจากจะพัฒนาการคลองแสนแสบแล้ว ทางกรุงเทพมหานครยังได้พัฒนาด้านภูมิทัศน์ ให้ดูทันสมัย พร้อมเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีบางเขตได้เริ่มพัฒนาในจุดนี้แล้วเช่น     

     เขตปทุมวัน ที่ได้ปรับปรุงบริเวณเลียบคลองแสนแสบบริเวณท่าเรือสะพานหัวช้าง โดยนำ street Art เข้าไปเป็นศิลปะบนกำแพง เพื่อเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีร้านการกาแฟบรรยากาศดีริมคลองอีกด้วย 

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     เขตเขตวัฒนา ได้ปรับปรุงทางเดินริมคลองเส้นทางบริเวณท่าเรือสุเหร่าบ้านดอนเพื่อเป็นเส้นทางวิ่งออกกำลังกาย   

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     เขตสวนหลวง ได้ปรับปรุงบริเวณท่าเรือราม 1 สร้างทางเดินเลียบคลองแสนแสบให้เป็นจุดท่องเที่ยวใหม่  

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     คลองตัน-คลองแสนแสบ จุดนี้น่าสนใจที่มีการทาสีราวสะพาน และปลูกไม้ดอกให้มีความสวยงามมีความเป็น Street Art  

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     เขตหนองจอก เป็นอีกหนึ่งจุดที่ควรไปลองถ่ายรูปเช็คอิน เนื่องจากได้มีการพัฒนาปลูกต้นทองอุไรและต้นพุทธรักษา นอกจากนี้ยังมีภาพวาด 3 มิติ บริเวณท่าน้ำริมคลองแสนแสบ

เตรียมเช็คอิน "คลองแสนแสบ" สายน้ำแห่งชีวิต ที่กลับมาทำให้หัวใจคนกรุงชื่นบานอีกครั้ง 

     “คลองแสนแสบ” กำลังกลับมาเป็นสายน้ำแห่งชีวิตให้กับคนกรุงฯ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรที่จะร่วมมือกันช่วนกันรักษาและต่อยอดในสิ่งที่ได้ฟื้นฟู ให้ยังคงอยู่ไปนานเท่านาน ไม่ปล่อยให้”คลองแสนแสบ” กลับไปอยู่ในสภาพไม่น่าดูอีกเลย 

     งานนี้ชาวกรุงฯ เตรียมตัวปักหมุดเขตที่พัฒนาแล้ว เพื่อไปเยี่ยมชม ถ่ายภาพเช็คอิน ชิค ๆ คลู ๆ กันได้ หากใครไปแล้วส่งภาพมาให้ทางคมชัดลึกออนไลน์ได้ชมกันบ้างว่าสวยงามขนาดไหน 

ภัยใกล้ตัว “หมดสติ” ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/470263

ภัยใกล้ตัว”หมดสติ”ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ

13 มิถุนายน 2564 – 09:16 น.

เหตุนักฟุตบอลวัย 29 ปี ทีมชาติเดนมาร์กหมดสติขณะลงแข่งขันฟุตบอล กลายเป็นคำถามที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้วอาการ”หมดสติ”หรือวูบ ขณะออกกำลังกาย มีปัจจัยใดที่เป็นข้อบ่งชี้ถึงที่มาของการเกิดอาการ

การออกกำลังกายและเกิดอาการ“หมดสติ”กลายเป็นภัยใกล้ตัว ที่น่าเป็นห่วงคือบางรายถึงขั้นเสียชีวิต  ในกรณีที่ไม่ได้รับการดูแล  หรือปฐมพยาบาล  “คมชัดลึก” ขอนำเสนอข้อมูล ที่มาจากการศึกษาของ   1412 Cardiology @JarvisChaisiriLancelotWipat1412   ถึงปัจจัยบ่งชี้ การหมดสติระหว่างการออกกำลังกาย  

ภัยใกล้ตัว"หมดสติ"ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ

การ”หมดสติ”  ระหว่างออกกำลังกาย   (exercise-related syncope)  แบ่งออกเป็นสองช่วง 
1)ขณะออกกำลังกาย เช่น กำลังวิ่ง ปั่นจักรยานอยู่ แล้วมีอาการ หมดสติไปเลย 
2) เกิดอาการภายหลังการออกกำลังกาย

กรณีที่ 1 “หมดสติ”ขณะออกกำลังกาย (effort syncope)  ปัจจัยชี้นำประกอบด้วย    ภาวะน้ำตาลต่ำ  ไม่ทานอาหาร  แล้วออกแรงทันที หรือ ออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งผู้ป่วยเบาหวานจะมีโอกาสเป็นได้มากขึ้น โดยเฉพาะหลังกินยาเบาหวานบางกลุ่มที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

อากาศร้อนเกินไป (heat-related syncope)  ภายใต้องค์ประกอบ 1.  Heat Stroke เป็นภาวะที่กลไกควบคุมอุณหภูมิของร่างกายไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิไว้ได้   ภาวะนี้ทำให้อุณหภูมิในร่างกายขึ้นไปสูงเกิน 40 องศา  ส่งให้อวัยวะและเนื่อเยื่อในร่างกายทำงานไม่เป็นปกติ ส่งผลให้ระดับการรู้ตัวลดลงหรือหมดสติไป  สาเหตุเกิดจากการอยู่ในที่ๆมีอากาศร้อนเป็นเวลานาน  อาการนี้เกิดได้ทุกกลุ่มอายุ  วิธีสังเกต คือ  มีอาการซึมลง พูดไม่ชัด เดินไม่ตรง คลื่นไส้   เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ตัวร้อน หมดสติหมดสติไปในที่สุด 
 
2. Heat Syncope  หมดสติ  หลังออกกำลังกายกลางแดด Heat Syncope แตกต่างจาก Heat Stroke  กล่าวคืออุณหภูมิในร่างกายปกติ ระบบควบคุมอุณหภูมิยังทำงานได้ดี แต่เกิดอาการ เพราะความดันต่ำลงฉับพลัน จากปฏิกิริยาตอบสนองที่ผิดปกติของหลอดเลือดส่วนปลาย ต่อความร้อน และการออกกำลังกาย เกิดการขยายตัวฉับพลันทำให้ความดันตกลงไปชั่วคราว  มีผลต่อเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้หมดสติไป 
อาการนี้จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น และฟื้นขึ้นมา

ภัยใกล้ตัว"หมดสติ"ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ

3. Heat Exhaustion  พบในนักกีฬาที่ออกกำลังกายกลางแดดต่อเนื่อง  อุณหภูมิในร่างกายไม่สูงเหมือน Heat Stroke และไม่ถึงกับหมดสติไปเหมือน Heat Syncope  ระดับการรู้ตัวไม่เปลี่ยนแปลง แต่จะรู้สึกหน้ามืด  ถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจจะกลายเป็น Heat Stroke ได้เช่นกัน

ปัจจัยจากการอุดกั้นทางออกของเลือดจากหัวใจห้องล่าง  ทำให้หัวใจบีบเลือดออกไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกายได้ในปริมาณที่จำกัด ขณะพักอาจจะพอ แต่ถ้าต้องการมากกว่านี้ เช่นขณะออกกำลังกายอาจจะไม่พอ แรงต้านทานของหลอดเลือดส่วนปลายที่ลดต่ำลงขณะออกกำลังกาย จะส่งผลลบต่อการทำงานของระบบไหลเวียน  

การอุดกั้นที่ว่านี้พบได้ในหลายๆโรคเช่น ลิ้นหัวใจ  , ผนังกล้ามเนื้อหัวใจหนา จนอุดกั้นทางออกของเลือด, ภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดแดงปอด ซึ่งโรคดังกล่าวอาจจะไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน  ผู้ที่เป็นโรคเหล่านี้บางครั้งอาจมีการทำงานชดเชย ของระบบประสาทอัตโนมัติดี  ทำให้บดบังอาการในขณะออกกำลังไม่หนักมากนัก แต่จะมีอาการหลังหยุดออกแรง เนื่องจากการถอนการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่ชดเชยเอาไว้ 

กรณีแรงดันในหลอดเลือดแดงที่ปอดสูง และความดันในหลอดเลือดปอดที่สูงอยู่แล้ว จะสูงขึ้นมากไปอีกขณะออกกำลังกาย จนทำให้การทำงานของระบบไหลเวียนผิดปกติไป , มีการอุดตันหลอดเลือดหัวใจฉับพลัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณที่ถูกเลี้ยงโดยเส้นเลือด   หยุดทำงานไป การทำงานของหัวใจเสียไป เลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆไม่เพียงพอ 

ภัยใกล้ตัว"หมดสติ"ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ
ภัยใกล้ตัว"หมดสติ"ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ

2.อาการหมดสติที่เกิดหลังออกกำลังกาย    สามารถเกิดขึ้นได้  กับผู้ที่ร่างกายปกติ  ไม่มีโรคประจำตัว  โดยเฉพาะถ้าชีพจรเต้นเร็วมาก หรือ ออกกำลังในระดับสูง  ประกอบการร่างกายขาดน้ำ  พักผ่อนไม่เพียงพอ    การที่หัวใจเต้นแรงและเร็วในขณะที่เลือดในห้องหัวใจค่อนข้างน้อย มีโอกาสกระตุ้นรีเฟลกซ์ชนิดหนึ่งในร่างกายขึ้นมา  ซึ่งมีผลทำให้ชีพจรเต้นช้าลงและความดันโลหิตต่ำ กรณีนี้เทียบได้กับ ขับรถมาเร็วๆแล้วหยุดทันที   จะเกิดการถอนตัวของระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตต่ำฉับพลัน  มีโอกาสที่จะหมดสติได้   แต่ภาวะนี้ได้ไม่พบบ่อยนัก

ส่วนในผู้ที่ปกติที่แข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว  แต่มีภาวะการตอบสนองของหัวใจและหลอดเลือดที่ผิดปกติซ่อนอยู่  กลุ่มนี้อาจจะออกกำลังได้เหมือนปกติ  แต่ถ้า  เครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ  ไม่สบาย  ดื่มน้ำน้อย  ก็อาจเกิดได้ อาการนี้มาจากหลอดเลือดส่วนปลายจะขยายตัวทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำลงฉับพลัน หรือ หัวใตเต้นช้าลง  เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง เกิดอาการวูบ  แต่ไม่ถึงกับหมดสติ

ในคนที่มีโรคลิ้นหัวใจเอออร์ติก หรือลิ้นหัวใจไมตรัลตีบรุนแรง  เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาอุดกั้นทางออกของเลือดจากหัวใจ หรือ มีภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดปอด  หัวใจของคนในกลุ่มนี้ จะสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างจำกัด ทำให้มักจะมีอาการหน้ามืดหรือหมดสติได้ขณะออกแรงหรือกำลังวิ่งอยู่  อย่างไรก็ตามยังมีบางกลุ่มโดยเฉพาะถ้าอายุยังไม่มากนัก ร่างกายอาจชดเชยเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญผ่านทางระบบประสาทอัตโนมัติ ในขณะที่กำลังออกแรง  เมื่อหยุดวิ่งกะทันหัน กลไกชดเชยอันนี้หายไป ก็อาจจะเกิดอาการหน้ามืดได้ทันที และ มักจะเป็นรุนแรงถึงขั้นหมดสติ ในที่สุด  1412 Cardiology @JarvisChaisiriLancelotWipat1412   ระบุ

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการหมดสติ ควรคำนึงถึง การเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการออกกำลังกาย ด้วยการอบอุ่นร่างกาย  ทราบถึงศักยภาพตนเอง ไม่หักโหมจนฝืนร่างกาย  เลือกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม อากาศถ่ายเท ไม่ร้อนอบอ้าว และใช้ระยะเวลาในการออกกำลังกายที่เหมาะสม 

ขณะที่คำแนะนำสำหรับกรณีที่พบผู้มีอาการหมดสติ  คือการให้นอนลง ให้ศีรษะต่ำกว่าตัวเล็กน้อยหรือนอนราบ ขยายเสื้อผ้าให้หลวม ให้อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทปกติ  ไม่ร้อน ให้ผู้ป่วยดมแอมโมเนีย ประคบเย็นตามร่างกาย  ให้ดื่มน้ำเย็น หากอาการไม่ดีขึ้น ให้นำส่งโรงพยาบาล กรณีผู้ป่วยหมดสติและไม่หายใจ ให้ทำการปั๊มหัวใจ และนำตัวส่งโรงพยาบาล

ภัยใกล้ตัว"หมดสติ"ขณะออกกำลังกาย ความเสี่ยงกับทุกช่วงอายุ