หัวใจสีคราม กับพิษแมงกะพรุน งานนี้แค่ “น้ำส้มสายชู” ก็เอาอยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469833

หัวใจสีคราม กับพิษแมงกะพรุน งานนี้แค่ “น้ำส้มสายชู” ก็เอาอยู่

9 มิถุนายน 2564 – 19:20 น.

พลาดไม่ได้ กับวายร้ายเจ้าตัวนิ่ม ภัยใกล้ตัวกับเจ้า “แมงกะพรุนพิษ” ในช่วงมรสุม สุดแสนอันตราย เตือนนักเที่ยวริมหาด ควรพกน้ำส้มสายชู

ใครที่ชื่นชอบทะเล หรือมีหัวใจสีคราม และหลงไหลกับบรรยากาศโล่งๆ โปร่งๆ เย็นสบาย กับการยืนสูดอากาศอันแสนบริสุทธิ์ ให้เต็มปอด แบบสุขอุรา โดยเฉพาะในช่วงที่ถูกกักตัวอยู่กับบ้าน เพราะเจ้าเชื้อร้ายโควิด-19 ที่คอยตามรังควานอยู่ทุกหนแห่ง ยิ่งทำให้หลายๆ คน อยากออกไปสัมผัสกับน้ำทะเลใสๆ แต่สุดท้ายมิวาย ต้องระวังเจ้า “แมงกะพรุนพิษ” ร้ายตามชายหาด

ฉะนั้น ในวันนี้ “มุมสบายๆ” จึงขอนำเสนอเรื่องราวภัยใกล้ตัว ที่มาจากท้องทะเล และที่แน่ๆ ต้องขอเกริ่นนำเอาไว้ก่อนเลยว่า ไม่ใช่ภัยสงครามที่มาจากเรือรบ หรือเรือดำน้ำแห่งผืนทะเล แต่เป็นเจ้าสัตว์ทะเลตัวนิ่มๆ ที่เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ ลอยมาตามกระแสน้ำ และคลื่นลมทะเล จนเต็มชายหาด  

หัวใจสีคราม กับพิษแมงกะพรุน งานนี้แค่ "น้ำส้มสายชู" ก็เอาอยู่

เจ้าสัตว์ตัวนิ่มที่กล่าวถึง ก็คือ “แมงกะพรุน” หลายคนที่ได้ยินชื่อ ก็คงนั่งขนลุก ขนพองไปตามๆกัน โดยเฉพาะเจ้าแมงกะพรุนพิษร้าย ทั้งแมงกะพรุ่นกล่อง แมงกะพรุนไฟ ล้วนแล้วแต่อันตรายทั้งนั้น  

ยิ่งในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี มักจะมีแมงกะพรุนไม่ใช่น้อย ล่องลอยอยู่ในท้องทะเลกลางอ่าวไทย เป็นจำนวนมาก มีทั้งแบบมีพิษ และไม่มีพิษ  ผสมปนเปกันไป  หากผู้ที่ชื่นชอบหาดทรายและผืนน้ำรายใด พลาดท่าไปเจอแจ็คพอต ถูกเจ้าแมงกะพรุนพิษ ก็จะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน และมีรอยไหม้เป็นทางยาว หรือหากรายใดเกิดอาการแพ้มากๆ งานนี้คงต้องหามส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ผู้เชี่ยวรักษาอาการเป็นการด่วน

ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ผู้ที่ชื่นชอบทะเล ชอบว่ายน้ำ และชอบเล่นกีฬาทางทะเล ให้พก หรือหาซื้อน้ำส้มสายชู ติดรถเอาไว้สักขวด เพราะเมื่อไหร่ที่ท่านเกิดไปสัมผัส หรือตกอยู่ในวงล้อมของเจ้าแมงกะพรุนพิษร้ายเหล่านี้เมื่อไหร่ อย่างน้อยก็ยังสามารถใช้ น้ำส้มสายชูที่เตรียมไว้ ลดอาการบาดเจ็บ หรือลดพิษของเจ้าสัตว์ทะเลชนิดนี้ ได้อย่างเหลือเชื่อ“Miss International Queen Myanmar 2020” เสียชีวิตแล้วKomchadluek

สำหรับข้อควรปฎิบัติตาม กรณีถูกพิษแมงกะพรุน ให้รีบปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ด้วยการนำน้ำส้มสายชู มาราดบริเวณที่ถูกพิษ นานสัก 30 วินาที เพื่อลดอาการจากเข็มพิษของแมงกะพรุน และเข็มที่ฝังอยู่นั้น ก็จะหลุดออกมาเอง

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ป่วยพ้นวิกฤต ควรนำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำ และเรียกให้คนช่วย หรือเรียกรถพยาบาล พร้อมกับดูแลผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด ชนิดห้ามคลาดสายตากันเลยที่เดียว เพราะช่วงนี้ผู้ถูกพิษอาจเกิดอาการแพ้จนหมดสติ ดังนั้น จึงควรให้ถูกพิษอยู่นิ่งๆ เพื่อลดการเคลื่อนตัวของเข็มพิษ

หลังจากใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่ถูกพิษแล้ว ช่วงนี้เองห้ามนำมือ หรือผ้า ไปถูที่บริเวณบาดแผล หรือขยี้บริเวณที่ถูกพิษ รวมทั้งห้ามนำน้ำเปล่า หรือแอลกอฮอล์ และน้ำทะเล มาราด เพราะจะทำให้เข็มพิษแตกและทิ่มแทงเข้าไปในผิวหนังเพิ่มเติม สุดท้ายหากผู้ถูกพิษแมงกะพรุนหมดสติ หรือไม่มีชีพจร ให้รีบปั๊มหัวใจเป็นการด่วน  

เผยเทคนิคแต่งหน้าแบบ “ซุปตาร์” แต่งตามง่ายๆยังไงก็สวยปัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469813

เผยเทคนิคแต่งหน้าแบบ “ซุปตาร์” แต่งตามง่ายๆยังไงก็สวยปัง

9 มิถุนายน 2564 – 19:00 น.

อยากสวยแบบ “ซุปตาร์” ตามทางนี้จ้า คมชัดลึกบันเทิงออนไลน์ มาเผยเทคนิคการแต่งหน้าจากช่างหน้าฝีมือขั้นเทพ ป้อม – วินิจ และ ยิม – ปรัชพันธ์ ที่มาสะบัดแปรงให้สองซุปตาร์ แอฟ – ทักษอรและดิว – อริสรา จนสวยฉ่ำใครๆก็แต่งตามได้ง่ายๆรับรองปังเป็นซุปตาร์แน่

ในยุคนี้เชื่อว่าสาวๆทุกคนต้องเสริมความมั่นใจยั่วตาชายโดยการเมคอัพ ระบายสีแต่งแต้มบนใบหน้าไม่มากก็น้อย “คมชัดลึกบันเทิงออนไลน์” มาเผยเทคนิคการแต่งหน้าจากช่างหน้าฝีมือขั้นเทพ  ป้อม – วินิจ และ ยิม – ปรัชพันธ์  โดยมีนางแบบเป็นสองสาวซุปตาร์ระดับตัวท็อป แอฟ – ทักษอรและดิว – อริสรา อยากสวยเหมือนใครเลือกแต่งตามได้เลยจ้า

มาเริ่มกันที่ “แอฟ – ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ที่เปลี่ยนลุคกลายเป็นสาววัยใส นึกว่าน้องปีใหม่โตเป็นสาว ราวกับวัยรุ่นแรกแย้มหวนนึกถึงตอนเข้าวงการใหม่ๆ กันเลยทีเดียว แม้ว่าจะเป็นคุณแม่สายสตรอง ที่ล่วงเข้าสู่วัยเลข 4 กันไปแล้วก็ตาม

สะปัดแปรงโดย “ยิม – ปรัชพันธ์ ประยูรพันธ์”  เมคอัพอาร์ติสผู้เนรมิตแม่แอฟให้กระชากวัยได้ขนาดนี้ ได้แนะเทคนิคการแต่งหน้าให้ดูเยาว์วัยง่ายๆ ไว้ว่า “ให้เลือกใช้แป้ง และรองพื้นที่สีสว่างกว่าผิวจริง 1 เบอร์ จะช่วยทำให้ผิวดูสวยขึ้น ส่วนสีของแก้ม ตา ปากนั้น สีสันสดใสใช้ได้ แต่ให้เลือกใช้สีแต่พอเหมาะ คนทั่วไปมักจะคิดว่า แต่งหน้าให้ดูเด็กให้ใช้สีอ่อน การใช้สีอ่อนบนใบหน้าจริง ๆ แล้วจะทำให้ดูซีด ๆ เหมือนคนป่วยมากกว่า ยิมขอแนะนำว่าให้ใช้สีสันปกติ จะ ได้ช่วยเพิ่มความสดใส ใครอยากหน้าเด็กสดใสเหมือนแม่แอฟ ลองนำเคล็ดลับง่ายๆ ไปทำตามกันดูจ้า ติดตาม ยิม เมคอัพ ได้ที่  IG : yiim_makeup / FB : Pradchaphan Yim

มาต่อกันที่  “ดิว – อริสรา ทองบริสุทธิ์”   กับการแต่งหน้าดับเบิ้ลลุคสวยดูแพงจนแทบจำไม่ได้เลยที่เดียว สะบัดแปรงโดย “ป้อม – วินิจ บุญชัยศรี” เมคอัพอาร์ติสอันดับหนึ่งของเมืองไทย “เป็นการแต่งหน้าที่เน้นให้ดูสวยอินเตอร์ ในทุก ๆลุคจะดูมีอารมณ์ที่แตกต่างกันไป แฝงไปด้วยความสวยหวานสง่างาม ทันสมัย ดูแพงดูหรูหรา  เท่ห์ดูโฉบเฉี่ยว สุดท้ายคือความเปรี้ยวที่อินเทรนตลอด”

โดยในแต่ละลุค ยังแฝงไว้ด้วยความเซ็กซี่และเย้ายวนของผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้ดูมีอายุเกินวัย ยังดูเด็กสมวัยอยู่ ที่ดึงดูดความสนใจของหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ให้เหลียวจนคอแทบหัก ซึ่งผลงานเทคนิคการอัพหน้าให้สวยฉ่ำแบบสายฝอแต่ดูแล้วไม่เบื่อจริงๆ ติดตาม ป้อม วินิจ กันได้ที่ :  Facebook : Pom Vinij  IG : Pom Vinij

‘ตั้ม’ ธีรภัทร ฮาร์ดคอตัวพ่อ “เสื้อบอล” ขอนแก่น เอฟซี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469824

‘ ตั้ม’  ธีรภัทร ฮาร์ดคอตัวพ่อ”เสื้อบอล”ขอนแก่น เอฟซี

9 มิถุนายน 2564 – 18:49 น.

“คมชัดลึก” พาไปทำความรู้จักกับ นักสะสม” เสื้อบอล” จากสโมสรขอนแก่น เอฟซี เจ้าของผลงานการสะสม นับตั้งแต่ปี 2015 จนถึงมาถึงปัจจุบัน ความชื่นชอบ ถึงขั้น สะสมเสื้อบอล ที่เป็นเสื้อของนักเตะในแบบยกทีม

 สำหรับแฟนบอลแล้วสิ่งที่ใกล้ตัวมากที่สุด   อันหมายถึงหมายการแสดงออกถึงความผูกพัน ที่มีให้กับทีมฟุตบอลที่รัก   และเป็นที่นิยมก็คือ  การมี “เสื้อบอล” ไว้ในการครอบครอง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแข่งในแบบชุดเหย้า และชุดเยือน  เสื้อที่สโมสรจัดทำในวาระพิเศษ หรือแต่เสื้อที่ผ่านการใช้งานแล้ว   และได้รับเสื้อตัวนั้นมาจากนักฟุตบอลที่ใส่ลงสนาม  จนเป็นคำศัพท์ที่รับรู้กันในหมู่คนที่ชื่นชอบว่า  ” แมตช์วอน”  ล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่า

การสะสม “เสื้อบอล” มี 2  แบบ คือ  สะสมเสื้อบอลในแบบที่เก็บไว้ไม่นำมาใส่  กับการนำมาใส่ตามแต่โอกาส   สำหรับที่ขอนแก่น  นักสะสมเสื้อบอล ที่น่าจะเข้าข่ายจัดว่าเป็นฮาร์ดคอร์ ต้องยกให้  “ตั้ม” ธีรภัทร แก้วศิริบัณฑิต   วัย 46  ปี    แฟนคลับ สโมสรฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี ( เดอะทีเร็กซ์) ทีมในไทยลีก 2  

” ตั้ม” ธีรภัทร  เริ่มสะสม “เสื้อบอล” ทีมฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2015  เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน คือ  ฤดูกาล 2021  มีเสื้อเฉพาะสโมสรฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี ทั้งชุดแข่ง เหย้า- เยือน  ที่หมายถึง หาซื้อมาเอง  รวมถึงเสื้อที่ได้มาจากนักฟุตบอล  ที่ยินดีมอบให้รวมแล้วมากกว่า 100  ตัว เฉพาะขอนแก่น เอฟซี   

ขณะที่จำนวนเสื้อโดยรวมที่ ” ตั้ม” ธีรภัทร  สะสมจนมาถึงปัจจุบัน มีมากกว่า 800  ตัว  ทั้งเสื้อบอลทีมชาติไทย  เสื้อสโมสรฟุตบอลอื่น ๆ  เพราะการเป็นนักเดินทาง ตามไปเชียร์ทีมฟุตบอลขอนแก่น เอฟซี   รวมถึงการชื่นชอบฟุตบอลอยู่ในสายเลือด  ทำให้เสื้อบอล ที่ “ตั้ม” ธีรภัทร สะสม  มีครอบคลุมไปถึงทุกทีม ตามแต่จังหวะหรือโอกาสจะเอื้ออำนวย  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่  “ตั้ม” ธีรภัทร จะเดินทางจากขอนแก่น มาที่ปทุมธานี  เพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก ในคู่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 

ทำให้ ของฝากที่ได้กลับไปขอนแก่นในบางครั้ง จึงมีทั้งเสื้อทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือ แม้แต่เสื้อแมตช์วอน ที่ได้มาจากนักฟุตบอลบีจี ปทุม ยูไนเต็ด   ในมุมของคนที่ชื่นชอบการสะสมเสื้อบอลแล้ว  นี่คือความสุข   เป็นความสุขทางใจที่ได้รับ   เพราะเสื้อบอล ก็คือสิ่งที่เป็นตัวแทนของสโมสรนั้นๆ  เป็นเหมือนวัตถุทางประวัติศาสตร์ ( ในมุมของแฟนบอล )  จึงเป็นที่มาในการแสวงหาของสะสมประเภทนี้   โดยเฉพาะเสื้อที่ออกมาในรุ่นแรก   เช่นฤดูกาล 2015   เสื้อบอลของทีมขอนแก่น  เอฟซี

ที่  “ตั้ม”ธีรภัทร มีไว้ในความครองครอง ราคาในหมู่นักสะสมแล้ว  ก็แตะหลักพันบาทขึ้นไป    จึงเป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าเสื้อบอล ยิ่งหายาก ยิ่งมีราคาสูง  และเป็นที่ต้องการในหมู่นักสะสมอย่างแท้จริง    ความน่าสนใจในการสะสมของ “ตั้ม” ธีรภัทร   เฉพาะขอนแก่น   เอฟซี  แล้ว นั่นคือความพยายามที่ จะขอเสื้อจากนักฟุตบอลทั้งทีม  เพื่อให้การสะสมเสื้อแมตช์วอน มีประจำฤดูกาล   การเห็นเบอร์ เสื้อ และชื่อนักฟุตบอล อยู่ด้านหลังเสื้อ  ยิ่งสะสมได้จนเกือบครบทุกคน  ยิ่งเป็นความภาคภูมิใจของนักสะสมในการอดทน และใช้เวลาเพื่อให้ได้มา

 จำนวนเสื้อบอล ที่มีอยู่กว่า 800 ตัว ทั้งขอนแก่น  เอฟซี    เสื้อทีมชาติ  ไปจนถึงเสื้อสโมสรอื่นๆ  ที่เก็บสะสมไว้ที่บ้านพักในอำเภอเมือง  จังหวัดขอนแก่น  ในมุมของ  “ตั้ม” ธีรภัทร   เชื่อว่าหากคิดเป็นมูลค่าเงิน ที่จ่ายไปตลอด  16  ปี  น่าจะแตะหลักล้านบาท  ที่เขาจ่ายไป เพื่อให้ได้มา อันรวมไปถึงเป็นค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปยังสนามแข่งขันในแต่ละพื้นที่  

ทั้งหมดที่เกิดขึ้นสำหรับแฟนบอลรายนี้  และแฟนบอลส่วนใหญ่ ที่เป็นนักสะสมเสื้อบอล  คำตอบเดียวที่บอกกับตัวเองได้ นี่คือความสุขอย่างแท้จริง  ความสุขทางใจที่สัมผัสได้  ในฐานะแฟนบอลหรือคนรักบอล ที่มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด การนำเสื้อบอลที่มีอยู่มาใส่ เพื่อไปเชียร์ทีมฟุตบอลที่รัก  หรือนำเสื้อที่เก็บสะสมมาเผยแพร่ให้คอบอลด้วยกัน รับรู้ถึงรสนิยมในการเป็นนักสะสม คือความภูมิใจ    รวมทั้งผู้ชายวัย 46 ปี คนนี้ “ตั้ม” ธีรภัทร แก้วศิริบัณฑิต  จากขอนแก่น เอฟซี 

เรื่องน่ารู้ สำหรับ “ผู้หญิงมีบุตรยาก” ผลงานวิจัยชี้ควรทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469822

เรื่องน่ารู้ สำหรับ “ผู้หญิงมีบุตรยาก” ผลงานวิจัยชี้ควรทำอย่างไร

9 มิถุนายน 2564 – 18:48 น.

ถ้าพูดถึงในยุคสมัยนี้ ปี 2021 หลายๆครอบครัว คงจะมีปัญหาในเรื่องของการมีบุตรยาก ซึ่งเกิดจากในหลายปัจจัย การรับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ตามหลักโภชนาการ และ ได้รับวิตามิน รวมถึง แร่ธาตุที่เพียงพอ “ก่อนการตั้งครรภ์”

ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อโอกาสในการท้องได้ง่ายขึ้น และ ยังส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนที่สมบูรณ์อีกด้วย ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของการมีบุตรยาก ครอบครัวที่มีบุตรยากในวงการบันเทิง ต้องยกให้กับ ครอบครัวของ นักร้อง นักแสดงยุค 90 “เจมส์ เรืองศักดิ์” กับ “ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์” ที่มีลูกแบบธรรมชาติไม่สำเร็จ จนต้องหันมาพึ่งวิธีทางวิทยาศาสตร์  รวมถึง ศึกษาค้นคว้า งานวิจัยเพิ่มเติม จนประสบความสำเร็จในเรื่องของการมีบุตรยาก 

โดย “เจมส์ เรืองศักดิ์ และ “ครูก้อย นัชชา” ได้ทำการศึกษาค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับการมีบุตรยากเพิ่มเติม จากในวารสาร “Clinical Medicine Insight Woman’s Health” เมื่อปี 2019 ได้รวบรวมผลการศึกษา ถึงความสำคัญของ “micronutrients” ซึ่งได้แก่ วิตามิน และ แร่ธาตุที่จำเป็นที่ผู้หญิงวางแผนท้องที่ควรได้รับล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ ช่วยส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์ 5 ประการ ดังนี้ 

1. ส่งผลต่อคุณภาพและการเจริญเติบโตของเซลล์ไข่ (oocyte quality and maturation)

2. การปฏิสนธิ ( fertilization)

3. การฝังตัวของตัวอ่อน (implantation)    

4. การเจริญเติบโตของตัวอ่อน (embryo development)

5. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นศัตรูตัวร้ายของภาวะเจริญพันธุ์

จากการศึกษางานวิจัย พบว่า  วิตามินและแร่ธาตุที่ผู้หญิงวางแผนท้องที่ควรได้รับล่วงหน้าก่อนตั้งครรภ์ ได้แก่

  1. กรดโฟลิก (Folic)

กรดโฟลิกจำเป็นอย่างมากต่อหญิงที่เตรียมตัวตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากความพิการของทารกแต่กำเนิด ได้แก่ หลอดประสาทไม่ปิด , ปากแหว่งเพดานโหว่ , ความผิดปกติของแขนขา , หัวใจพิการแต่กำเนิด , ระบบทางเดินปัสสาวะผิดปกติ , ไม่มีรูทวารหนัก และ กลุ่มอาการดาวน์

2. โคเอ็นไซม์ คิว10 (Coenzyme Q10)

โคเอ็นไซม์คิวเท็น (Coenzyme Q10) จัดเป็นสารจำพวกวิตามิน หรือคล้ายวิตามิน ซึ่งถือเป็นขุมพลังงานสำคัญในชีวิตประจำวัน ที่คอยเติมความสดชื่นแข็งแรงให้แก่เซลล์ เพราะถ้าหากร่างกายขาด Coenzyme Q10 เซลล์ในร่างกายจะหยุดทำงานทันที!! Q10 มีบทบาทสำคัญในกระบวนการแบ่งเซลล์ของตัวอ่อนหลังไข่ถูกปฏิสนธิ และ ยังชะลอการเสื่อมของเซลล์ไข่  

3. น้ำมันปลา (Fish Oil)

น้ำมันปลา เป็นไขมัน หรือ น้ำมันที่สกัดจากเนื้อเยื่อของปลาแซลมอน น้ำมันปลาอุดมไปด้วยกรดไขมัน โอเมก้า-3ในส่วนของการเสริมภาวะเจริญพันธุ์ (fertility) นั้น โอเมก้า 3 ช่วยเพิ่มการสร้าง nitrix oxide ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงอวัยวะสืบพันธุ์ได้ดีขึ้นมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพเซลล์ไข่ โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 35 ขึ้นไปที่เซลล์ไข่เริ่มเสื่อมคุณภาพ ประสิทธิภาพในการทำงานของรังไข่ลดลง ควรทานโอเมก้า 3 ให้เพียงพอ นอกจากนี้โอเมก้า 3 ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มคุณภาพของสเปิร์ม

4. วิตามินและแร่ธาตุรวม (Multivitamin & Minerals)

วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการเสริมภาวะเจริญพันธุ์อีก 20 ชนิด ได้แก่

วิตามิน B รวม ช่วยให้เซลล์ไข่มีคุณภาพ ป้องกันภาวะตกไข่ผิดปกติ ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้เป็นปกติ บำรุงสมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์

วิตามิน C : ให้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ไข่และป้องกันไข่ไม่ให้เกิดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ และจำเป็นต่อการสร้างฮอร์โมนและช่วยให้ไข่ตกอย่างปกติ

วิตามิน D : ลดความเสี่ยงการเป็น PCOS (ภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบ , ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง) และยังมีงานวิจัยชี้ว่า วิตามินดี ช่วยเพิ่มอัตราการฝังตัวของตัวอ่อน โดยสรุปว่า ผู้หญิงที่ได้รับวิตามินดีเสริม มีอัตราการตั้งครรภ์สูงกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้รับวิตามินดีเสริม

วิตามิน E : วิตามินอีเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม ช่วยนำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายทำให้เลือดไหลเวียนดี หากร่างกายขาดวิตามินอีจะส่งผลให้เกิดความเสียหายในการสร้างเซลล์อสุจิและการสร้างเซลล์ไข่ 

วิตามิน K1 : ช่วยในกระบวนการสร้างเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ ช่วยบรรเทาอาการประจำเดือนมามากกว่าปกติ

Inositol: อิโนซิทอล ช่วยให้รังไข่ทำงานเป็นปกติ ส่งผลต่อการผลิตไข่ที่มีคุณภาพ ช่วยแก้ปัญหาไข่ใบเล็ก ช่วยรักษาระดับอินซูลิน เยียวยาและป้องกัน PCOS ลดความเสี่ยงเบาหวาน นอกจากนี้นโนซิทอลยังเป็นตัวช่วยให้ตัวอ่อนพัฒนาอย่างสมบูรณ์

Zinc: ธาตุสังกะสีช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิงทำงานเป็นปกติ ตั้งแต่กระบวนการผลิตเซลล์ไข่ การแบ่งเซลล์ การช่วยให้เซลล์ไข่เจริญเติบโตสมบูรณ์ และสุกพร้อมปฏิสนธิ

Manganese: แมงกานีสช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ทำให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ วงจรการตกไข่เป็นปกติ มีงานวิจัยศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ได้รับแมงกานีสไม่เพียงพอมีความเสี่ยงภาวะไข่ไม่ตกสูงขึ้น

Selenium: ซีลีเนี่ยมช่วยปกป้อง และชะลอความเสื่อมถอยของเซลล์ไข่ โดยทำงานร่วมกับวิตามินอีในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆ และชะลอการแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติ เสริมสร้าง follicular fluid ที่ห่อหุ้มเซลล์ไข่ ทำให้เซลล์ไข่สมบูรณ์ ป้องกันการแท้ง

Iron: ธาตุเหล็กช่วยบำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง มีงานวิจัยศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ได้รับธาตุเหล็กเพียงพอจะลดความเสี่ยงภาวะไข่ไม่ตกได้ถึง 50%

Copper: แร่ธาตุทองแดงเป็นตัวช่วยให้ร่างกายผลิตเอนไซม์และฮอร์โมนอย่างเป็นปกติ ช่วยให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของระบบสืบพันธุ์ ช่วยในเรื่องระบบการเผาผลาญของร่างกายให้เป็นปกติ และกระตุ้นให้ร่างกายใช้ธาตุเหล็กเพื่อสร้างฮีโมโกลบิน

Chromium: โครเมี่ยมช่วยรักษาระดับอินซูลินในร่างกาย ลดภาวะดื้ออินซูลิน ลดฮอร์โมนเพศชายเทศโทสเตอโรน ช่วยเยียวยาและป้องกันภาวะ PCOS

Iodine: ไอโอดีนจะถูกใช้ในการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมการใช้พลังงานของร่างกาย และควบคุมการทำงานต่างๆ ของเซลล์ทุกชนิด โดยเฉพาะ สมอง หัวใจ กล้ามเนื้อและเซลล์สืบพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์ทุกชนิด โดยเฉพาะในช่วงเป็นทารกในครรภ์ (ต่อเซลล์สมอง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน และกระดูก) ช่วยให้ตัวอ่อนเติบโตอย่างเป็นปกติ

Beta Carotene: เบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยบำรุงและปกป้องเซลล์ ข่วยปรับสมดุลฮอร์โมนและป้องกันการแท้งในระยะเริ่มต้น

Kelp Powder: ผงสาหร่ายเคลป์ หรือสาหร่ายทะเลสีน้ำตาล คือสาหร่ายที่มีคุณประโยชน์อย่างมาก อุดมไปด้วยไอโอดีน (Iodine) และวิตามินหลากหลายได้แก่ A, B, E, D และ K มีส่วนช่วยในการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งการทำงานของต่อมไทรอยด์ผิดปกติเป็นสาเหตุหนึ่งของการมีบุตรยาก

ดังนั้นผู้หญิงวางแผนตั้งครรภ์ ควรได้รับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ และได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่เพียงพอ “ก่อนการตั้งครรภ์” โดยเน้นอาหาร 70% วิตามิน 30% “อาหารก็ต้องกิน วิตามินก็ห้ามขาด” บำรุงก่อนเตรียมตั้งครรภ์ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีบุตรยากควรมีการเตรียมความพร้อมในการบำรุงร่างกายให้ดี ก่อนเข้าสู่กระบวนการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการรักษาด้วยการฉีดเชื้ออสุจิเข้าสู่โพรงมดลูก (IUI) หรือการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) ยิ่งบำรุงอย่างถูกต้อง ถูกวิธี และต่อเนื่อง โอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์และเป็นครรภ์ที่สมบูรณ์แข็งแรงก็จะมีมากขึ้นนั่นเอง

ขอขอบคุณที่มาจากข้อมูล “ครูก้อย นัชชา ลอยชูศักดิ์”

“โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” กว่าจะเป็น “พี่ใจ๋” แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469758

“โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” กว่าจะเป็น “พี่ใจ๋” แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2

9 มิถุนายน 2564 – 17:00 น.

พี่ใจ๋ รุ่นพี่ของเต๋ จากซีรีส์ยอดนิยมอย่าง “แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2” ที่รับบทโดยหนุ่ม “โอบ -โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” ก็สร้างผลงานออกมาได้ดีจนถูกพูดถึงย่างมาก ในฝีมืองานแสดงของหนุ่มโอบ 

สำหรับซีรีส์ยอดนิยมถูกใจสายวายจากบ้านนาดาวบางกอกอย่าง “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ที่คว้ารางวัลไปมากมายในงานประกาศรางวัล คมชัดลึก อวอร์ดครั้ง ที่ 17 นั้น อย่างที่ทราบกันดีว่า แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2 ก็สร้างความสนใจและกระทุ้งความรู้สึกของแฟนซีรีส์จนติดกระแสเทรนด์ทวิตเตอร์ไม่ต่างจากภาคแรก ซึ่งหนึ่งตัวละครที่จะมาเขย่าความสัมพันธ์ของพระเอก-นายเอกในเรื่องอย่าง “พี่ใจ๋” รุ่นพี่ของเต๋ ที่รับบทโดย หนุ่ม “โอบ -โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” ก็สร้างผลงานออกมาได้ดี จนถูกพูดถึงย่างมากในฝีมือการแสดงของหนุ่มโอบ 

เราลองมาย้อนดูเส้นทางวงการบันเทิงของนักแสดงหนุ่ม “โอบ -โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์” ที่ใน 10 ปีนี้ เขาสร้างชื่อไว้อย่างไรบ้าง 

2555 : เริ่มเข้าวงการ “หนุ่ม-สาว Pop Da’vance 2012”
2556 : รับบท “แจ๊ค ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น Season 1”

2557 : รับบท “แจ๊ค ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น Season 2” , เพื่อนเฮี้ยน..โรงเรียนหลอน ตอน คืนสีน้ำเงิน
2558 : รับบท “ซัน อาทิตย์”ใน มาลี เพื่อนรัก..พลังพิสดาร , “พิพัฒน์” ใน นางร้ายที่รัก
2559 : รับบท “ไอ่ – อนนต์ “ใน I Hate You, I Love You ,”กานต์” ใน อยู่ที่เรา

2560 : รับบท “ปืน” ใน โปรเจกต์ เอส เดอะซีรีส์ ตอน Spike ,”เจนท์” ใน Secret Seven เธอคนเหงากับเขาทั้งเจ็ด, “สกาย” ใน Love Songs Love Series ตอน เรื่องที่ขอ
2561 : รับบท “ปอนด์” ใน โลกโซเชีย(ล) , Love Songs Love Series To Be Continued ตอน เรื่องที่ขอ

2562 : รับบท”แบงค์” ใน รักไม่ลืม , “โฮชิ” ใน มหัศจรรย์รักข้ามกระดาษ , “โจอี้” ใน เคว้ง
2563 : รับบท “อัง” ใน คลับสะพานฟาย ตอน คู่เวร คู่กรรม , “นภัส”ใน จิตสังหาร
2564 : รับบท “บิลลี่” ใน Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก , และ “ใจ๋”ใน แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2

“โอบ -โอบนิธิ วิวรรธนวรางค์”  หรือ พี่ใจ๋ ใน แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2 นั้น เคยกวาดรางวัลการันตีฝีมือมาแล้วมากมาย

อย่างปีแรก 2558-2560  มีชื่อเข้าชิงในบทนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมจาก ภาพยนตร์เรื่อง “อนธการ” จากเวที รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 24 , รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ครั้งที่ 25 และ คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 13 จากภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ทำเขาได้รับรางวัล การแสดงแห่งปี จาก Bioscope Awards 2015 และ ดาวรุ่งพุ่งแรง(ฝ่ายชาย) จาก Kazz Awards 2017 

ต่อมาปี 2562 – 2563 ภาพยนตร์เรื่องแสงกระสือ ทำให้หนุ่มโอบ คว้ารางวัล คมชัดลึก อวอร์ด ครั้งที่ 16 สาขาภาพยนตร์ – นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และ รางวัลสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ครั้งที่ 10 นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม ได้สำเร็จ 

ซึ่งหากแฟน ๆ ติดตามฝีมือการแสดงของหนุ่มโอบ โอบนิธิ มาตลอดนั้นจะเห็นว่าฝีมือของนักแสดงคนนี้เป็นที่น่าจับตามอง และในซีรีส์แปลรักฉันด้วยใจเธอ ภาค 2 ยิ่งเห็นฝีมือของหนุ่มคนนี้มากขึ้น 

ขอบคุณภาพจาก : @oabnithi

ดื่ม “กาแฟดำ” ยังไงให้ผอมเพรียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469798

ดื่ม “กาแฟดำ” ยังไงให้ผอมเพรียว

9 มิถุนายน 2564 – 15:57 น.

ประโยชน์ของ “กาแฟดำ” มีมากกว่ารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นที่หอมกรุ่น คือช่วยลดน้ำหนัก สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้ผอมเพรียว เพียงแค่รู้จักวิธีการดื่ม และเลือกเวลาที่เหมาะสม

ช่วงนี้สาวๆ ออฟฟิศหลายคน ต้อง Work From Home แต่การทำงานอยู่กับบ้าน ก็ทำให้กินไม่หยุดอยู่เหมือนกัน หลายคนจึงต้องหาตัวช่วย เพื่อจะลดพุงลดน้ำหนัก และ  “กาแฟดำ” ก็เป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยให้คนส่วนใหญ่ผอมเพรียวได้ดังใจนึก      

ในสถานการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกนี้ ทำให้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเปลี่ยนไป ไม่เพียงมนุษย์ออฟฟิศต้องนั่งจุมปุ๊กหน้าคอมพิวเตอร์ที่บ้านเท่านั้น แต่มีไม่น้อยที่ลุกขึ้นมาโชว์สกิลการทำอาหารรัวๆ ให้เห็นตามโซเชียลอยู่บ่อยๆ พลอยทำให้รูปร่างที่เคยผอมบาง กลับเจ้าเนื้อขึ้นมาทันตาเห็น  

แล้วจะทำยังไงถึงจะไม่อ้วนได้ อ๊ะๆ อย่าได้ทุกข์ใจไป จากการค้นคว้าข้อมูล พบว่า มีเครื่องดื่มที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ดี นั่นก็คือ “กาแฟดำ” และเมื่อยิ่งศึกษายิ่งรู้ลึกอีกว่า กาแฟดำนั้นมีประโยชน์มากมายเลยทีเดียว  

ว่ากันเฉพาะ “กาแฟดำ” เพียวๆ ที่ไม่ผสมอะไร กลับอุดมไปด้วยคาเฟอีนที่เข้มข้น ทำให้มีการสูบฉีดของหลอดเลือดมาก และเพิ่มอัตราการเผาผลาญของไขมันด้วย ทั้งยังพรั่งพร้อมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้กระปรี้กระเปร่า และรู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย 

มีคำถามตามมาว่า แล้วจะดื่มกาแฟดำเวลาไหนถึงที่ดีที่สุด? 
ด้วยความที่กาแฟดำ 1 ช้อน มีพลังงานแค่ 4-5 แคลลอรี่เท่านั้น แถมยังมีอานุภาพเข้าไปทำให้ไขมันที่ทานเข้าไปแตกตัวและสลายไป ไม่จับเป็นก้อน การดื่มกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลเป็นประจำก่อนออกกำลังกายตอนเช้า และหลังมื้ออาหารหลัก หรือเลือกที่จะจิบเรื่อยๆ ระหว่างทำงาน แต่รวมแล้วไม่ควรเกินวันละ 3 แก้ว ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม การดื่มแค่กาแฟดำอย่างเดียว อาจยังไม่ทำให้ลดน้ำหนักได้อย่างแท้จริง เพราะข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่าสารที่อยู่ในกาแฟจะช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันเพียงบางส่วนเท่านั้น หากว่าต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย 

ทั้งนี้ ใช่ว่ากาแฟดำ จะมีแต่ผลดีอย่างเดียว เพราะหากดื่มเกินพอดี ร่างกายอาจได้รับคาเฟอีนมากเกินไป อาการที่เกิดกับบางคนคือทำให้นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย เวียนหัว เพราะร่างกายขาดแคลเซียมจากนม จนเกิดเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ในบางรายอาจเป็นโรคความดันโลหิตสูง หากคนนั้นมีโรคความดันอยู่แล้ว แพทย์จึงแนะให้ทานนมเพื่อเพิ่มแคลเซียม และเช็คโรคประจำตัวของแต่ละคนด้วย 

ดื่ม "กาแฟดำ" ยังไงให้ผอมเพรียว

ลองหันมาดื่มกาแฟดำ เพื่อเป้าหมายในการลดน้ำหนักดูนะคะ แรกๆ อาจจะยากสักหน่อยสำหรับใครที่ไม่เคยทาน เพราะความขมของรสชาติกาแฟแท้ แต่ถ้าค่อยๆ ลดน้ำตาลลงเรื่อยๆ จนสามารถดื่มได้โดยที่ไม่ต้องผสมอะไรเลย ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เฉลี่ยวันละประมาณ 30 นาที รับรองว่า ออฟฟิศเปิดให้ทำงานได้เมื่อไหร่ หนุ่มๆ ต้องร้องว้าวเลยทีเดียว  

ส่องความสวย “ดารารุ่นใหญ่” อ่อนกว่าวัยด้วยฝีมือการสะบัดแปรงของ “น้องฉัตร” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469790

ส่องความสวย “ดารารุ่นใหญ่” อ่อนกว่าวัยด้วยฝีมือการสะบัดแปรงของ “น้องฉัตร”

9 มิถุนายน 2564 – 15:30 น.

เชื่อว่าสาวๆส่วนใหญ่จะชอบการแต่งหน้ายิ่งคนที่เริ่มมีอายุแล้วสามารถแต่งหน้าให้ดูอ่อนกว่าวัยได้ยิ่งแฮปปี้แน่นอน ครั้งนี้เราจะพาไปดูฝีมือการสะบัดแปรงของช่างแต่งหน้ามือทอง”น้องฉัตร” หรือ “ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” ที่เนรมิตรดารารุ่นใหญ่ให้กลับมาสวยใสกระชากวัยได้

ถ้าพูดถึงช่างแต่งหน้าที่เนรมิตรความสวยให้กับคนบันเทิงเชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง “น้องฉัตร” หรือ “ฉัตรชัย เพียงอภิชาติ” เพราะฝีมือการสะบัดแปรงของเขานั้นไม่เคยตก ดูได้จากผลงานที่ลงโลกโซเชียลทั้งอินสตาแกรมและเฟซบุ๊กที่น้องฉัตรแปลงโฉมให้ดารารุ่นใหญ่ให้กลับมาสวยใสมาหลายคนแล้ว  ครั้งนี้ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์จะพาไปดูฝีมือการแต่งหน้าของน้องฉัตรที่เนรมิตรให้ดารารุ่นใหญ่ดูสวยใสกระชากวัย

เริ่มกันที่นักแสดงรุ่นใหญ่ “แอน สิเรียม” ที่ดูแลใส่ใจตนเองทั้งรูปร่างและผิวพรรณ เมื่อได้แต่งหน้ากับ “น้องฉัตร” ได้เปลี่ยนลุคสาววัย 50 ปี ออกมาให้เหลืออายุแค่ 30 ปี เป็นลุคที่บอกเลยว่าแซบและเด็กมาก

ต่อกันที่นักแสดงคนสวยถ้าไม่บอกว่าอายุเลข 4 แล้วก็ไม่รู้จริงๆ เพราะเธอมีใบหน้าที่ดูเด็กอยู่เสมอ เมื่อได้รับการแต่งเติมสีสันบนใบหน้าเนรมิตรความงามจาก “น้องฉัตร” ก็ทำให้ “ป๊อก ปิยธิดา” สวยหวานและสวยเซ็กซี่จนน่าค้นหาได้เลย

ส่วนอีกคนที่บอกเลยว่าทำเอาตะลึงกันไปตามๆกันเพราะไม่เคยเห็น “เปิ้ล หัทยา” ที่เป็นสาวห้าวมาเเต่งองค์ทรงเครื่องชุดสีแดงแต่งหน้าจัดเต็มจนเหมือนคนละคนสวยอ่อนวัยออร่าจับมากจ้า

ทางด้านนักแสดงตลกอย่าง “ตั๊ก ศิริพร” คนนี้ต้องบอกว่าเมื่อได้ “น้องฉัตร” แปลงโฉมให้ งานนี้แฟนๆถึงกับอึ้งไปตามๆกัน รวมถึงสามีอย่าง “นุ้ย เชิญยิ้ม” ที่เห็นภรรยาสวยขึ้นผิดหูผิดตา เป็นลุคที่ทำให้ตั๊กดูเผ็ดสวยคมและอินเตอร์มาก

สำหรับพิธีกรมากความสามารถเจ้าของตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี  2543 อย่าง “บุ๋ม ปนัดดา” ที่มาแปลงโฉมกับ“น้องฉัตร”จนคนทักว่าสวยเหมือนสาว “ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก” รวมถึงแต่งในลุคไหนก็ดูสวยกระชากวัยจริงๆ

นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนที่เป็นผลงานการแต่งหน้าเนรมิตรดารารุ่นใหญ่ให้กลับมาสวยใสของ“น้องฉัตร” เพราะความจริงแล้วไม่ว่าจะดารารุ่นเล็กรุ่นใหญ่  “น้องฉัตร” ก็เป็นช่างเบอร์ต้นๆของไทยที่มีเอกลักษณ์ในการแต่งหน้าใครที่ได้แต่งด้วยรับรองว่าสวยแน่นอน ส่วนค่าใช้จ่ายหากคนธรรมดาที่ไม่ใช่ดาราแต่อยากสวยในวันสำคัญ น้องฉัตรก็ตั้งราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 35,000 บาท แต่ถ้าเป็นราคาแต่งหน้าเจ้าสาวจะอยู่ที่ 45,000 บาท แล้วตามความเหมาะสมในงานนั้นๆจ้า

ขอบคุณภาพจากIG  @nongchat

เล่าประวัติศาสตร์ถิ่นเก่า “ตลาดพลู” ก่อนปักหมุดแลนด์มาร์คยืนหนึ่งเรื่องของอร่อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469750

เล่าประวัติศาสตร์ ถิ่นเก่า “ตลาดพลู” ก่อนปักหมุดแลนด์มาร์คยืนหนึ่งเรื่องของอร่อย  

9 มิถุนายน 2564 – 14:40 น.

ไหว้พระขอพรวัดเก่าย่านตลาดพลู ที่ วัดอินทารามวรวิหาร ชมความงดงามของศิลปะไทย ฟังเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชผ่านข้าวของเครื่องใช้และสถาปัตยกรรมภายในวัด

     หลายคนรู้จัก ตลาดพลู เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของกินอร่อย ที่ตอนนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คของกินไปแล้ว ตลาดพลูมีเรื่องราวยาวนาน มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่หลายแง่มุม แต่สำหรับคราวนี้เราจะมาชวนคุณเดินเที่ยววัดย่านตลาดพลู เราจะพาไปชมวัดสำคัญวัดหนึ่ง นั่นคือวัดอินทาราม

     วัดนี้เดิมทีชื่อวัด “บางยี่เรือ” และเป็นวัดประจำรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือพระเจ้ากรุงธนบุรี นั่นเอง ลองหาเวลาว่างมากันนะครับ หลังจากกินของอร่อยร้านดังแถวตลาดพลูเสร็จ จะขับรถหรือเดินเลยมาอีกนิดมุ่งหน้าไปทางแยกบางยี่เรือ ก็จะเห็นวัดสามวัดตั้งเรียงกันอยู่ทางด้านซ้ายมือก็จะมี วัดราชคฤห์ วัดจันทรทรารามวรวิหาร (วัดกลาง) และวัดอินทารามวรวิหาร    

     หากพูดถึงวัดอินทารามวรวิหาร ถ้าไม่ใช่คนพื้นที่น้อยคนนักที่จะรู้จัก ผมเองเป็นคนฝั่งธนบุรีแท้ ๆ ยังมีโอกาสเข้าเที่ยวแวะชมความงามของวัดก็นับครั้งได้ เดิมทีที่นี่เป็นวัดร้าง ไม่ปรากฏว่าผู้ใดสร้าง และสร้างตั้งแต่เมื่อครั้งใด จัดว่าเป็นวัดเล็ก 

     ต่อมาเมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงตั้งกรุงธนเป็นราชธานี และมาพบวัดนี้โดยบังเอิญ เป็นที่ถูกพระราชหฤทัย จึงทรงมาบูรณะปฏิสังขรณ์อย่างเต็มที่ แล้วสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นเอกพิเศษ 

     เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงปราบดาภิเษกแล้วก็บูรณะปฏิสังขรณ์เป็นการใหญ่ และทรงถวายพระเพลิง พระบรมศพพระราชนนี (พระมารดาของพระองค์) ณ วัดอินทาราม ครั้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเสด็จสวรรคตในปี 2325 ก็ได้มีการนำพระศพมาฝั่งไว้ที่วัดอินทารามแห่งนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าเสวยราชสมบัติแล้ว และทรงรับวัดอินทารามไว้เป็พระอารามหลวง 

     จนล่วงมาถึงสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ วัดอินทารามได้ทรุดโทรมเพราะขาดผู้ทำนุบำรุงดูแล ก็ได้มีพระยาศรีสหเทพ (ทองเพ็ง) ต้นตระกูล “ศรีเพ็ญ” มาปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้งเสร็จแล้วทูลเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และให้เป็นอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร จึงได้เรียกว่า “วัดอินทารามวรวิหาร” มาจนถึงปัจจุบัน

     การได้ออกมาเที่ยวชมวัดวาอารามถ้าจะเที่ยวให้สนุกมันต้องมีเรื่องราวประกอบการเดินชม ที่วัดอินทารามแห่งนี้ทำให้ผมได้พบกับพี่จ๊อด ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้วัดพาผมเดินชมและเล่าเรื่องราวประวัติของสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ในวัดได้น่าสนใจมากครับ และถ้าใครได้มีโอกาสมาไหว้พระขอพรที่วัดอินทารามนี้ โชคดีได้เจอพี่จ๊อด บอกได้เลยครับว่าการเที่ยววัดของคุณจะสนุกมายิ่งขึ้น

เครดิต ไตรรัตน์ ทรงเผ่า

ลดน้ำหนักแบบ “IF” ได้ผลจริงหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469773

ลดน้ำหนักแบบ “IF” ได้ผลจริงหรือไม่

9 มิถุนายน 2564 – 13:17 น.

เทรนด์การดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงการหันมาการออกกำลังกายกันมากขึ้น แต่หลายคนยังให้ความสนใจกับควบคุมการทานอาหาร ด้วยวิธีการทานอาหารแบบ “IF” ซึ่งช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า กระแสการดูแลสุขภาพในยุคปัจจุบัน นอกจากการหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้น  ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย หลายคนมีเป้าหมายเพียงเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงเท่านั้น แต่สำหรับสาวๆแล้วเชื่อว่าสาวๆหลายคนน่าจะต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย แต่การออกกำลังกายเพียงพอที่จะทำให้น้ำหนักลดลง แต่จะต้องทำควบคู่ไปกับการคุมอาหารไปด้วย 

วิธีลดน้ำหนักแบบ IF เป็นอีก 1 วิธี ที่น่าจะคุ้นหู กันพอสมควร แต่ IF คืออะไร จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริงหรือ เราจะมาทำความรู้จักในฉบับง่ายๆไปพร้อมๆกัน 

การลดน้ำหนักแบบ IF หรือ Intermitent Fasting คือ วิธีลดน้ำหนักที่คิดค้นโดยทีมแพทย์ เป็นการลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารเป็นช่วงเวลา (Feeding) และปล่อยให้ร่างกายหยุดรับอาหารเป็นช่วงเวลา (Fasting) แต่ทั้งนี้หลังการลดน้ำหนักแบบ ก็มีเงื่อนไขที่สำคัญอยู่ 3 ข้อ คือ  ต้องงดอาหาร 1 มื้อในแต่ละวัน  หลีกเลี่ยงการกินอาหารมื้อดึก  และ กินอาหารตามปกติในช่วงเวลา Feeding 8 ชั่วโมง

สำหรับวิธีการลดทานอาหารแบบ  IF มีด้วยกันหลายวิธีที่ได้รับความนิยม อาทิ 
1.  12/12   ทาน 12 ชม. งด 12 ชม.   สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำ IF น่าจะเริ่มจากวิธีนี้ดีที่สุด เมื่อร่างกายปรับได้แล้วจึงค่อยๆเพิ่มระยะเวลาของการอดมากขึ้น 
2.  8/16     ทาน 8 ชม. งด 16 ชม.    วิธีนี้ได้รับความนิยมมากสำหรับผู้ที่ทำ IF เนื่องจากช่วงเวลาที่อดอาหาร ถือเป็นระยะเวลาที่ร่างกายรับได้ 
3.  5/19    ทาน 5 ชม.  งด 19 ชม.  
4.  ทานอาหารวันละ 1 มื้อ  เลือกงดทานอาหารในมื้อที่เราไม่หิว เช่น มื้อเช้า 
5. งดอาหาร 1วันเต็ม  วิธีนี้อาจทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง 

ส่วน ข้อดี ข้อเสียของการลดน้ำหนัก แบบ IF 

ข้อดี 
ช่วยให้น้ำหนักลดได้จริงเพราะช่วงที่อดอาหาร อินซูลินจะหลั่งออกมาน้อย เพราะร่างกาย มีการดึงเอาไขมันออกมาใช้มากขึ้น เมื่อทำไปนานๆไขมันจะลดลงด้วย , เรายังเลือกทานอาหารได้ตามปกติ , สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ หรือ เพิ่มกล้ามเนื้อ สามารถทำได้ง่ายขึ้น 

ข้อเสีย 
ลดน้ำหนักแบบ IF อาจจะส่งผลให้ฮอร์โมนเพศหญิงผิดปกติซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ , ช่วงแรกของการกินแบบ IF อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย แต่เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้วอาการเล่านั้นก็จะหายไป และ IF ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว  อาทิ ความดันโลหิตต่ำ เบาหวาน เป็นต้น รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ 

จะว่าไปแล้วการทำ  IF เป็นการปรับพฤติกรรมการกินของแต่ละคน ให้สอดคล้องกับหลักความต้องการร่างกายของแต่ละบุคคล  แต่ทั้งนี้การทำ IF ต้องคำนึงถึงสุขภาพเป็นหลัก  

ขอบคุณข้อมูล    https://allwellhealthcare.com/
ขอบคุณภาพ      https://pixabay.com/

หลายคนไม่รู้..”วิธีขับรถลุยน้ำท่วม” อย่างไร ให้ปลอดภัย สบายใจเครื่องไม่ดับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/469682

หลายคนไม่รู้..”วิธีขับรถลุยน้ำท่วม” อย่างไร ให้ปลอดภัย สบายใจเครื่องไม่ดับ

8 มิถุนายน 2564 – 17:11 น.

หลายคนไม่รู้..”วิธีขับรถลุยน้ำท่วม” อย่างไร ให้ปลอดภัย สบายใจเครื่องไม่ดับ

เข้าสู่หน้าฝนทีไร พอมีฝนตกหนักทำให้น้ำระบายออกจากท้องถนนไม่ทันสิ่งที่ตามมาก็คือ “น้ำท่วม” ถ้าหากคุณจำเป็นต้องขับรถเพื่อลุยน้ำท่วมจริงๆ ควรขับอย่างไรให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเครื่องยนต์ดับระหว่างการเดินทาง มีวิธีขับรถลุยน้ำท่วมมาแนะนำกัน

1.สังเกตระดับความของน้ำ

ถ้าหากขับไปแล้วเจอฝนตกหนัก ถนนหนทางเริ่มมีน้ำท่วมขัง ก่อนจะขับรถลุยต่อไปควรประเมินความลึกของระดับน้ำที่ท่วมกันก่อน ระดับที่ปลอดภัยคือ ไม่ควรท่วมเกิน 30 เซนติเมตร   โดยดูจากระดับความสูงของน้ำกับฟุตบาทข้างทาง ฟุตบาทตามปกติจะมีความสูงอยู่ที่ 10-20 เซนติเมตร ถ้าน้ำท่วมเลยระดับฟุตบาทแนะนำให้เลี่ยงเส้นทางนั้นจะปลอดภัยกว่า หรือดูจากระดับน้ำท่วมที่ล้อรถ ถ้าหากท่วมประมาณครึ่งล้อยังพอลุยต่อได้ แต่ถ้าท่วมถึงระดับขอบประตู ไม่แนะนำให้ลุยเพราะน้ำอาจเข้าห้องโดยสารอาจทำให้ระบบไฟช็อตและเครื่องอาจดับได้  

2.เลือกเลนขับเวลาเจอน้ำท่วม

หลีกเลี่ยงเลนที่น้ำท่วมสูง โดยเบี่ยงรถเข้าหาเลนที่มีน้ำระดับต่ำ จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้มากกว่า

3.ชะลอความเร็วก่อนถึงจุดน้ำท่วม

หากจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ขอให้ชะลอความเร็ว เพราะถ้าขับด้วยความเร็วสูง รถอาจเสียการทรงตัวได้ เวลาขับควรใช้ความเร็วต่ำที่สุดและสม่ำเสมอ เลี้ยงรอบให้นิ่งที่สุดประมาณ 1,500-2,000 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา ควรใช้ประมาณเกียร์ 2 ส่วนเกียร์ออโต้ควรใช้เกียร์ L 

4.ปิดแอร์รถยนต์ทันที  เมื่อเจอน้ำท่วม

ปิดแอร์รถจะช่วยลดระดับน้ำที่กระจายเข้าห้องเครื่องได้ถึงครึ่งเลยทีเดียว เพราะพัดลมแอร์จะพัดน้ำเข้าไปในเครื่องทำให้มีโอกาสน็อกได้ และควรระวังขยะที่ลอยมากับน้ำจะเข้าไปติดมอเตอร์พัดลม อาจทำให้ระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์พังได้เช่นกัน

5.ลดความเร็วลงอีก   เมื่อต้องขับรถสวนทางกัน

แรงปะทะจากรถที่สวนมาจะทำให้เกิดคลื่นชนกัน  น้ำจะสูงขึ้นกว่าเดิม  ทำให้น้ำอาจกระฉอกเข้ามาเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายได้

6.รักษาระยะเบรกให้มากกว่าเดิม  2-3  เท่า

เมื่อขับรถลุยน้ำประสิทธิภาพของผ้าเบรกจะลดลง  ทำให้เบรกไม่ค่อยอยู่  เพื่อความปลอดภัยควรรักษาระยะห่างระหว่างรถให้มากกว่าเดิม  2-3  เท่า  จึงจะปลอดภัย  

7.ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที  เมื่อถึงจุดหมาย
ควรจอดรถทิ้งไว้สักครู่   เพื่อให้น้ำที่อาจตกค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสียระเหยออกมาให้หมด

8.ควรย้ำเบรก หรือ  คลัตช์  เพื่อไล่น้ำ 

รถเกียร์ออโต้  ควรย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก  ส่วนรถเกียร์ธรรมดา  ควรย้ำคลัตช์ เพื่อป้องกันคลัตช์ลื่น

9.ถ้าเกิดโชคร้ายเครื่องยนต์ดับ   อย่าสตาร์ทรถใหม่

หารถลาก  หรือ  พยายามเข็นรถให้พ้นจากระดับน้ำที่สูงไปก่อน  โดยระดับน้ำควรสูงไม่เกินครึ่งล้อรถยนต์จึงจะปลอดภัย  เพราะถ้าหากสตาร์ทรถใหม่ตรงบริเวณน้ำท่วมสูง   จะยิ่งทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า  ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น  

เพียงแต่นี้คุณก็สามารถขับรถลุยน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย   ไม่เสี่ยงเจอเครื่องดับกลางทาง   ที่สำคัญ  ถ้าหากยังพบอาการผิดปกติของระบบเครื่องยนต์  ระบบไฟฟ้า  หรือระบบเบรก หลังจากลุยน้ำท่วม   ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ของตัวคุณเอง

ขอบคุณข้อมูล ..กรมการขนส่งทางบก

ภาพ..priceprice.com