ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” ขอเคียงข้าง “อแมนด้า” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467643

ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” ขอเคียงข้าง “อแมนด้า”

22 พฤษภาคม 2564 – 13:20 น.

ไม่ได้มงแต่ได้ใจ “โอลิเวีย คัลโป” MU2012 ขอเคียงข้าง “อแมนด้า” ถึงแม้จะพลาดมง

ลุ้นสุดตัวกับการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2020 ถือเป็นการจัดประกวดขึ้นครั้งที่ 69 ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนนี่คงจะเป็นการประกวดที่ทำให้แฟนนางงามไทย ตื่นเช้ามารวมตัวกันมากที่สุดเพื่อลุ้นและเป็นกำลังใจให้ ตัวแทนสาวไทยอย่าง “อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม” คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส เป็นมงที่ 3 ในรอบ 32 ปี ที่ก็ทำได้ดีที่สุดเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย

แต่อีกหนึ่งคนถูกพูดถึงอีกคนหนึ่งบนเวทีครั้งนี้นั่นคือ “โอลิเวีย คัลโป” Miss Universe 2012 หนึ่งในพิธีกรหลักของการประกวด MU2020 ที่แสดงออกทางสีหน้าหลังทราบว่าสาวงามจากไทยไม่เข้ารอบ บอกเลยว่าความน่ารักของอแมนด้านั้น ก็ทำให้เธอได้ใจ โอลิเวีย คัลโป ไปแล้ว เพราะหลังเวทีแม่ลูกคู่นี้ดูสนิทสนมกันมาก แถมน้องได้แนะนำให้โอลิเวีย คัลโป รู้จักกับน้ำหอมแบรนด์ไทย “มาดามฟิน” นั่นเอง นอกจากความสวยของโอลิเวีย คัลโป เธอยังมีจิตใจที่น่ารักคอยอยู่เคียงข้างอแมนด้าไม่ห่าง

โอลิเวีย คัลโป ได้เผยเคล็ดลับในการสร้างเสน่ห์และความมั่นใจของเธอก่อนจะขึ้นเวทีในฐานะพิธีกรหลักประจำปีนี้ผ่านอินสตาแกรมว่า นอกจากเดรสสีแดงสดจาก Valentino แล้วนั่นคือการฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดจากมาดามฟิน เช่นเดียวกับอแมนด้าที่เพิ่มความมั่นใจก่อนขึ้นเวทีด้วยเช่นกัน

รวมไอเทมสำหรับสายเชฟในช่วงเวลา work from home #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467560

รวมไอเทมสำหรับสายเชฟในช่วงเวลา work from home

21 พฤษภาคม 2564 – 14:13 น.

รวมไอเทมสำหรับสายเชฟในช่วงเวลา work from home

เนื่องจากในสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ไม่สามารถออกไปนอกบ้านได้บ่อยครั้ง หลายคนก็ได้ผันตัวมาเป็น “เชฟ” เนื่องจากการจะใช้บริการเดลิเวอรี่สั่งอาหารทุกมื้อก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง เลยหันมาทำอาหารเองซะเลย ประหยัด แถมภูมิใจด้วยซ้ำ ได้กินอาหารฝีมือตัวเอง แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าไอเทม “สำคัญ” สำหรับเชฟต้องมีอะไรบ้าง คมชัดลึก จึงมาแนะนำไอเทมสำหรับเชฟที่ควรมีติดบ้านไว้

1.หม้อทอดไร้น้ำมัน

เป็นไอเทมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงของการล็อกดาวน์กักตัวอยู่บ้าน หม้อทอดไร้น้ำมัน เหมาะสำหรับคนชอบทำอาหารประเภททอด และรักสุขภาพ เพราะหม้อนี้ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน อาหารที่ทำออกมาจึงไม่อมน้ำมัน 

2. เตาปิ้งย่าง

ในช่วงที่ร้านหมูกระทะจำกัดการนั่งในร้าน หลายคนก็คงอยากผันตัวมาเป็นเชฟ ซื้อเนื้อสัตว์กันมาปิ้งหรือต้มกินกันเอง เตาปิ้งย่างจึงตอบโจทย์คนที่ชอบกินปิ้งย่างได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบาร์บีคิว หรือซีฟู้ดก็ย่างได้หมด สามารถชวนเพื่อนมาปาร์ตี้นอกบ้านได้อีก

3. เครื่องต้มไข่

หลายคนประสบปัญหาการเวลาต้มไข่ จะทำไข่ต้มหรือไข่ลวก ต้องใช้วิธีนั่งจับเวลาเอาเอง หรือไม่ก็เจอปัญหาการแกะไข่ยาก เครื่องต้มไข่ จะช่วยให้ปัญหาหมดไป เพียงแค่ใส่น้ำและใส่ไข่ ไม่ว่าจะเป็นไข่ต้ม ไข่ลวก หรือไข่ออนเซน สามารถเลือกได้หมด

4. เครื่องทำแซนด์วิช

สำหรับอาหารมื้อง่ายๆอย่างมื้อเช้า หลายคนน่าจะชอบทำอาหารที่ไม่ยุ่งยากมากนัก เครื่องทำแซนด์วิชจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการทำให้อาหารมื้อง่ายๆของคุณสมบูรณ์ขึ้นมาได้ ใส่แฮมและผักกาดแก้วเพิ่มไปหน่อยก็อร่อยขึ้นไปอีกแบบ

‘รัฐเปิดใจกว้าง-สื่อรอบคอบ-สังคมละอคติ’ วงเสวนาแนะหนทางคลี่คลายปัญหาลังเลฉีดวัคซีนโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467468

‘รัฐเปิดใจกว้าง-สื่อรอบคอบ-สังคมละอคติ’ วงเสวนาแนะหนทางคลี่คลายปัญหาลังเลฉีดวัคซีนโควิด

20 พฤษภาคม 2564 – 18:25 น.

‘รัฐเปิดใจกว้าง-สื่อรอบคอบ-สังคมละอคติ’ วงเสวนาแนะหนทางคลี่คลายปัญหาลังเลฉีดวัคซีนโควิด

โคแฟค ประเทศไทย (COFACT Thailand) ร่วมกับ UbonConnect จัดเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “รัฐ-สื่อ-สังคม: ใครคือทางออกวิกฤติข่าวสารเรื่องวัคซีน” ช่วงค่ำวันที่ 16 พ.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดย นายกฤตนัน ดิษฐบรรจง ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ “ส่องสื่อ” กล่าวว่า ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้งรัฐและสื่อต่างจากปัญหาทั้งข่าวปลอม (Fake News) และข่าวที่คลาดเคลื่อน (Misinformation) จนบางกรณีสื่อก็ต้องออกมาขอโทษในความผิดพลาด

ซึ่งสถานการณ์แบบนี้อาจต้องใช้คำว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก โดยสื่อมวลชนพยายามท้วงติงรัฐ มีการหารือวิธีการนำเสนอว่าควรเป็นแบบนั้นแบบนี้ ในขณะที่ประเทศอังกฤษ ก็มีแถลงข่าวทุกวันเช่นกัน และเปิดให้สื่อถามเพื่อชี้แจงข้อสงสัย แต่ปัญหาเริ่มต้นที่ตนมองเห็น คือรัฐไม่ได้ชัดเจนเรื่องข้อมูลแต่แรก ด้านหนึ่งรัฐอาจต้องป้องกันตนเอง แต่การไม่ให้สื่อเข้าไปทำข่าว สื่อก็ไม่สามารถตั้งคำถามได้ ทำได้เพียงสรุปข่าวเท่านั้นทั้งที่บางประเด็นฟังแล้วรู้สึกว่ายังไม่ชัดเจน ส่วนฝั่งสื่อเองก็รีบนำเสนอข่าวและต้องพาดหัวให้น่าสนใจ จึงเกิดปัญหาการนำเสนออย่างคลาดเคลื่อน

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการระบาดระลอก 3 สื่อไม่ได้ถูกเชิญไปทำข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล หรือไปได้เฉพาะในวงจำกัด ทำให้สื่อต้องใช้บริการแหล่งข่าวที่เป็นแพทย์ ซึ่งแพทย์บางท่านก็ให้ข้อมูลได้ดี แต่บางท่านก็มีความเชื่อเจือปนมาด้วย ขณะเดียวกัน ทีมงานของ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยังถูกตั้งคำถามเรื่องกรณีการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของวัคซีน 2 ยี่ห้อ โดยนำตัวเลขภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 2 ไปเทียบกับตัวเลขภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาเข็มแรก เรื่องนี้เป็นอีกสาเหตุทำให้คนไม่ค่อยเชื่อมั่น

การไม่ชี้แจงชัดเจนถึงผลกระทบที่ได้รับเกี่ยวกับวัคซีน อย่างผมมีโรคประจำตัว แล้วการมีโรคประจำตัวมันส่งผลแน่นอนกับการฉีดวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นซิโนแวค แอสตราเซเนกา หรือไฟเซอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่ คำถามคือคนที่มีโรคประจำตัวที่เหมือนกันกับผม เขาจะสามารถหาข้อมูลได้จากไหนในเมื่อภาครัฐไม่มีข้อมูล ในเมื่อภาคประชาสังคมก็ให้แต่ Opinion (ความเห็น) ของหมอ ว่าคุณควรที่จะ 1-2-3-4 นู่นนี่นั่น ต้องปรึกษาหมอนะ ซึ่งสุดท้ายด้วยความที่คุณเชื่อว่าฉีดออกไปน่าจะได้ผล แต่ถ้าสมมติเขาฉีดไปแล้วมันมีปัญหาขึ้นมา ปัญหาอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นใน 30 นาทีแรก เขาควรจะทำอย่างไรต่อ อันนี้มันไม่มีข้อมูลจากภาครัฐออกมาเลย” นายกฤตนัน กล่าว

นายเจนพสิษฐ์ ปู่ประเสริฐ ผู้ก่อตั้งกลุ่ม “ยามเฝ้าจอ” ยกตัวอย่างสื่อบางสำนักที่นำเสนอข่าวทั้งแบบสื่อดั้งเดิมคือสถานีโทรทัศน์ และสื่อใหม่คือช่องทางออนไลน์ กรณีนี้น่าสนใจเพราะในขณะที่คนในองค์กรอาจมองว่าทีมข่าวโทรทัศน์กับทีมข่าวออนไลน์อยู่คนละส่วนกัน แต่สุดท้ายเมื่อนำเสนอในนามสำนักข่าวเดียวกัน สื่อจึงไม่อาจที่จะเลี่ยงการพิจารณาประเด็นนี้ไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นด้วยที่สังคมตรวจสอบหรือวิพากษ์วิจารณ์สื่อ แต่ตนไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐฟ้องร้อง ใช้กฎหมายปิดปากผู้นำเสนอข่าว หรือที่เรียกกันว่า SLAPP (Strategic lawsuit against public participation) ดังนั้นความน่าสนใจคือเราจะมีจุดยืนกันอย่างไรเมื่อสื่อผิดพลาดเพื่ออยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ เพราะต้องยอมรับว่าเวลานี้สื่อก็ตกเป็นผู้ร้ายของบางคนเช่นกัน บอกว่าไม่มีเลยยิ่งดี

แต่ถามว่าแล้วเราจะฟังแต่ภาครัฐ หรือให้ประชาชนสื่อสารกันเองจริงๆ หรือ เพราะภาคประชาชนก็ไม่ได้ทรัพยากรพร้อมทั้งกำลังคน เงินทุนและเครื่องมือเท่าองค์กรสำนักข่าว นอกจากนี้ ตนขอตั้งข้อสังเกตกับบทบาทของนักวิชาการบางท่านที่ไปทำงานร่วมกับ ศบค. แต่ก็โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์การทำงานของสื่อโดยอ้างความเป็นนักวิชาการ ว่าจริงอยู่การมี 2 บทบาทสามารถทำได้ แต่ก็หลีกเลี่ยงคำถามที่ตามมาไม่ได้เช่นกันว่าตกลงแล้วท่านกำลังอยู่ในบทบาทใดกันแน่ เรื่องนี้ต้องระมัดระวัง

เรื่องวัคซีน ผมมองอย่างใจกว้างนะว่าเขาไม่ได้ต่อต้านวัคซีน ผมว่าส่วนใหญ่อยากฉีดทั้งนั้น แต่สุดท้ายมันมาจากเรื่องปัญหาของการจัดการ ปัญหาของการจองที่ล่าช้า หรือประสิทธิภาพของวัคซีนที่ถูกถกเถียงกันเป็นวงกว้างจากการนำเสนอของสื่อก็ตามหรือจากการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง มันทำให้ประชาชนก็ไม่แน่ใจว่าวัคซีนที่ตอนนี้มีอยู่แค่ 2 อนาคตมันอาจจะมีเพิ่มเข้ามา เขาจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาฉีดแล้วเขาจะไม่มีปัญหา อันนี้ก็เป็นประเด็นที่จะต้องรับฟังในเสียงของประชาชน มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เหมือนกัน คืออย่างน้อยมันควรเปิดให้มีการถกเถียง อย่าไปมองว่าคนที่เขากลัวยี่ห้อนี้เป็นไม่อยากฉีดเลย ไปตีความแบบนี้ก็ไม่ใช่” นายเจนพสิษฐ์ กล่าว

น.ส.ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉินก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องตรวจสอบ ในทางกลับกันยิ่งเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินยิ่งต้องตรวจสอบ เพราะสภาวะแบบนี้รัฐมีอำนาจมาก แต่ยิ่งมีอำนาจก็ต้องยิ่งมีความรับผิดชอบ และความรับผิดชอบก็มาจากการถูกตรวจสอบ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย ตลอดปีที่ผ่านมา ทั่วโลกมีรายงานสื่อถูกฟ้องทางแพ่งบ้างอาญาบ้าง หรือถูกกลั่นแกล้งต่างๆ นานา แต่ในสถานการณ์แบบนี้ หลายองค์กรพูดตรงกันว่าสื่อต้องมีอิสระในการนำเสนอข่าว

เช่นเดียวกัน ทั่วโลกก็พูดกันว่าจะทำอย่างไรให้คนเชื่อข้อมูลที่รัฐนำเสนอ เรื่องนี้ตนขอถามว่าการนำไม้เรียวหรือยาแรงไปจัดการสื่อ เช่น ใช้กฎหมายอาญา คำถามคือจะทำให้คนหันมาเชื่อรัฐบาลได้จริงหรือยิ่งทำให้คนระแวง เพราะจริงๆ สื่อก็ถูกตรวจสอบจากสังคมอยู่แล้วโดยเฉพาะยุคออนไลน์ในปัจจุบัน มีการใช้แรงกดดันจนสื่อสำนักที่ทำผิดพลาดต้องออกมาขอโทษ แต่การใช้ยาแรงยิ่งทำให้คนสงสัยว่าอยากปกปิดอะไรหรือไม่ แต่สื่อก็ไม่จำเป็นต้องไปตีรัฐอย่างเดียว แต่เป็นการไปชวนพูดคุย เพราะรัฐเองอาจยุ่งกับการควบคุมโรคจนไม่ได้คิดเรื่องการสื่อสาร

พอผ่านไป 1 ปีมันเริ่มมีรายงาน มีงานวิจัยออกมาพูดเรื่องนี้เหมือนกัน มันก็มีข้อสังเกตว่าในหลายประเทศที่กระตุ้นให้คนปฏิบัติตัวถูกต้องในสภาวะโรคระบาดและมีทัศนคติที่ถูกต้องกับการฉีดวัคซีนได้ มันมักจะเป็นประเทศที่พรรคการเมืองต่างๆ หรือขั้วงการเมืองต่างๆ เห็นพ้องต้องกันว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ไม่ได้ถูกทำให้เป็นการเมือง ไมได้เอียงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพือ่ที่เราจะได้รอดไปด้วยกัน” น.ส.ฐิติรัตน์

น.ส.ฐิติรัตน์ ยังยกตัวอย่างกรณีบริษัทผู้พัฒนาวัคซีนโควิด-19 ที่เกรงปัญหาวัคซีนกับการเมืองในสหรัฐฯ ทำให้แม้จะเป็นคู่แข่งเพื่อช่วงชิงตลาด แต่ประเด็นวัคซีนนี้ทุกบริษัทออกแถลงการณ์ร่วมกัน ระบุว่า จะไม่ทำให้วัคซีนกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ท่าทีดังกล่าวยังเป็นการส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาลและนักการเมืองว่าต้องทำให้เกิดฉันทามติเรื่องนี้ให้ได้ ประชาชนพร้อมแล้ว บริษัทผลิตวัคซีนก็พร้อมแล้ว สื่อก็พร้อมทำงาน ดังนั้นรัฐก็ต้องพร้อมที่จะหาทางไปร่วมกัน

นางกุลชาดา ชัยพิพัฒน์ ที่ปรึกษาโคแฟค ประเทศไทย กล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่มีความซับซ้อนและเป็นสถานการณ์ของทั่วทั้งโลกประกอบกับข้อมูลข่าวสารก็ไหลข้ามพรมแดน ทำให้นอกจากสื่อจะต้องรายงานข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบการทำงานของภาครัฐแล้ว ยังต้องตรวจสอบข่าวปลอมที่แทรกเข้ามาด้วย ส้วนกรณีของวัคซีนโควิด-19 เคยมีการสำรวจเมื่อปี 2563 แล้วพบว่า ไทยเป็นอันดับ 4 ของโลกด้านประเทศที่ประชากรพร้อมฉีดวัคซีน ในขณะที่ยังมีชาวโลกราว 1 พันล้านคนไม่อยากฉีดวัคซีน

แต่เมื่อดูลำดับเหตุการณ์ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้แม้แต่ภาครัฐเองก็ไม่ได้เน้นย้ำความสำคัญเรื่องการฉีดวัคซีนเพราะยังไม่มีความพร้อมในการได้มาซึ่งวัคซีน กระทั่งช่วงปลายปี 2563 ซึ่งไทยเผชิญการระบาดระลอก 2 แต่บางประเทศเริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วเริ่มเห็นทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียง สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นข่าวลือ-ข่าวลวง และเมื่อข่าวนั้นเดินทางมาถึงไทยก็ทำให้ผู้คนเริ่มลังเล ตามมาด้วยวัคซีนกลายเป็นประเด็นทางการเมืองเพราะพรรคการเมืองไม่มีความเป็นปึกแผ่นในเรื่องนี้

ถึงกระนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการรวบอำนาจตามกฎหมาย 31 ฉบับมาไว้ที่ตนเองทั้งหมด ก็จะเริ่มเห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจมากขึ้น แต่เมื่อมีข้อมูลออกมาก็กลายเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนจนเกิดปัญหาในการบริหารจัดการ และการพยายามเข้าไปควบคุมข้อมูลท้ายที่สุดย่อมต้องคัดง้างกับสื่อซึ่งก็ต้องรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุไว้ชัดเจนว่าสื่อต้องรายงานข่าวประสิทธิภาพวัคซีนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ข้อมูลตัวเลขไปจนกระทั่งกระบวนการทดสอบหรือวิจัย และต้องรายงานวัคซีนทุกชริด ไม่ใช่เฉพาะชนิดที่กำลังเป็นประเด็นทางการเมือง เช่น กรณีของวัคซีนแอสตราเซเนกากับซิโนแวค แต่สื่อก็อาจมีข้อจำกัดทั้งด้วยข้อมูลข่าวสารที่ไหลเวียนจำนวนมากท่ามกลางการทำงานที่ต้องแข่งกับเวลา ประกอบกับความไม่ชำนาญด้านความรู้เรื่องนี้ ซึ่งก็มีปัญหาแบบเดียวกันในสื่อทั่วโลก

แต่การที่รัฐเลือกใช้วิธีปิดกั้นข้อมูลกลับยิ่งทำให้ประชาชนสงสัยและไม่เชื่อมั่นในรัฐมากขึ้น เรื่องนี้มีผลการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเมื่อ 8 ปีก่อน ที่พบว่ายิ่งปิดกั้นข้อมูลคนก็ยิ่งคิดตลอดเวลาว่าทำไมต้องปิดกั้น ตามด้วยการค้นหาข้อมูลนั้นและมีแนวโน้มที่จะเชื่อ  ทำให้การข้อมูลของรัฐที่มีคุณภาพมีตับเลขถูกลดทอนความน่าเชื่อถือลงไป วิธีแก้คือรัฐควรขอความร่วมมือกับสื่อในการรายงานข่าวเรื่องนี้ โดยภาครัฐต้องให้ข้อมูลที่มีข้อเท็จจริงอ้างอิงจากหลักฐาน (Evidence Base) มากขึ้น

มาถึงสื่อกันเอง Keyword (คำสำคัญ) คือ Collaboration (การทำงานร่วมกัน) ไม่ว่าคุณจะสีไหน อยู่สำนักไหน จะมีความเห็นแตกต่างหรือเป็นคู่แข่งกัน ตอนนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนต้อง Cross Check Information (ตรวจสอบซ้ำข้อมูล) คอยดูว่าแต่ละสื่อลงเรื่องนี้ลงตรงกันไหม ไม่ใช่แข่งเอาข้อมูลออกมาเร็วและข้อมูลผิดพลาดรวมถึงข้อมูลปลอมด้วย มันก็จะไหลเวียนกลับไปได้เร็วขึ้น การแข่งไมได้เป็นผลดีในการสร้าง Ecosystem (ระบบนิเวศ) ที่ดีกับข้อมูลข่าวสารในภาวะนี้เลย ” นางกุลชาดา กล่าว

ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา กล่าวว่า ตอนแรกๆ ที่โรคเริ่มระบาดความอลหม่านไม่มากเท่าตอนนี้ที่มีวัคซีน มาเถียงกันยี่ห้อนั้นยี่ห้อนี้ ซึ่งสิ่งที่ทั้ง 3 ฝ่ายควรทำคือ

1.รัฐต้องสื่อสารให้ชัดเจนตรงไปตรงมา ใจกว้างในการอธิบาย ถ้าอธิบายได้ดีจะสร้างความเข้าใจด้านการประคับประคองสถานการณ์ระหว่างยอดผู้ติดเชื้อกับเศรษฐกิจ และมองว่าการที่รัฐจัดการสื่อด้วยการฟ้องร้องทางกฎหมายถือว่าทำพลาด รัฐควรใช้วิธีชี้แจงข้อเท็จจริง หรืออธิบายความต่างของข้อมูลเพราะไม่ได้มีแค่ชุดเดียว

2.สื่อต้องทำหน้าที่ สถานการณ์แบบนี้สังคมยิ่งต้องมีสื่อ แต่การทำหน้าที่ต้องรอบคอบ รวดเร็วได้แต่ต้องไม่ผิดพลาดจนก่อความเสียหาย สื่ออาจพลาดได้แต่ต้องรีบแก้ไข และ

3.สังคม พอรัฐและสื่อถูกตั้งคำถามว่าเชื่อถือได้แค่ไหน คำถามคือแล้วสังคมจะเชื่อใคร โควิดอาจใจร้าย แต่เรากลับไม่ร่วมมือกัน ไม่ช่วยกัน และทำให้ข้อมูลวัคซีนที่ควรจะเป็นทางออกกลับกลายเป็นการสื่อสารที่ถึงทางตัน เท่ากับเราแพ้โควิด แพ้เพราะอคติในใจ

เรื่องนี้ถอดบทเรียนสั้นๆ ได้เลย มองย้อนไปตั้งแต่ระลอกแรกถึงระลอก 3 หรือระลอก 4 จะตามมา ทั้ง 3 ส่วนยังเล่นบทบาทไม่ค่อยดี และภายใต้บทบาทที่ไม่ค่อยดีมันก็มีผลให้เรารับผลร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดเชื้อหรือผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียใจและน่าเป็นห่วง ฉะนั้นคิดว่า รัฐ-สื่อ-สังคม เป็นทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน” ผศ.ดร.เอื้อจิต กล่าว

อนึ่ง ในการเสวนาครั้งนี้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งโคแฟค ประเทศไทย และอดีตกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยกตัวอย่างประเทศอินโดนีเซีย สื่อมีความเห็นร่วมกันว่าการนำเสนอข่าวผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 หากเป็นผลข้างเคียงระดับเล็กน้อยไม่รุนแรง สื่อก็จะนำเสนอเพียงเล็กน้อยไมพาดหัวข่าวใหญ่โตเช่นกัน

บทเรียนจากอินโดนีเซีย เขาก็เป็นประเทศประชาธิปไตย เขาก็ยืนยันว่าเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบนโยบายรัฐบาลต้องมี แต่เขาก็มียุทธศาสตร์ร่วมกันว่าต้องพาชาติพ้นวิกฤติ เพราะฉะนั้นเขาจะเสนอในเชิงมีจุดยืนด้านวัคซีนในแง่ที่ว่าผลข้างเคียง ผลไม่พึงประสงค์ ถ้ามันเล็กน้อยเขาจะไม่ Highlight (เน้น) ไม่ทำให้ประชาชนกลัว เป็นต้น” น.ส.สุภิญญา กล่าว

GFC มอบหน้ากากอนามัยให้ รพ.ศิริราช รับมือโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467357

GFC มอบหน้ากากอนามัยให้ รพ.ศิริราช รับมือโควิด-19

19 พฤษภาคม 2564 – 18:15 น.

GFC มอบหน้ากากอนามัยให้ รพ.ศิริราช รับมือโควิด-19

GFC (Genesis Fertility Center) ศูนย์รวมบริการทางการแพทย์สำหรับมีบุตรยากแบบครบวงจร ร่วมมอบหน้ากากอนามัยให้ โรงพยาบาลศิริราช ช่วยแพทย์ต้านโควิด-19 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ห้องโถง ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช

รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราชและประธานกรรมการบริหาร ,นายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และตัวแทนพนักงาน บริษัทเจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด เดินทางไปร่วมมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้น ให้กับ รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ในโครงการ “ศิริราชร่วมใจ ต้านภัยโควิด-19” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการทำงานของแพทย์-พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 (Covid-19) ที่กำลังแพร่ระบาดเป็นปัญหาใหญ่ของแทบทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งที่ประเทศไทย

รศ.นพ.พิทักษ์ เลาห์เกริกเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศิริราชและประธานกรรมการบริหาร เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ (GFC) กล่าวว่า วันนี้ทาง GFC ได้นำหน้ากากอนามัยจำนวน 10,000 ชิ้น เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลศิริราช ที่ต้องทำงานหนักในช่วงนี้ กับการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่แพร่ระบาดได้รับผลกระทบกันทุกวงการ ซึ่งทาง GFC ได้ร่วมเดินหน้าช่วยเหลือทางโรงพยาบาลศิริราชเป็นประจำในทุกๆปีอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายกรพัส อัจฉริยมานีกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เจเนซีส เฟอร์ทิลีตี เซ็นเตอร์ จำกัด (GFC) ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเปิดเผยว่า ทางเรามีกิจกรรม โครงการ CSR เพื่อสังคม ในชื่อ GFC CARE&SHARE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเราจะเดินทางไปมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ หรือบริจาคเงินสนับสนุนมูลนิธิต่างๆ ซึ่งในครั้งต่อไปเราจะเดินทางไปช่วยเหลือที่ไหนโปรดติดตามได้ในครั้งต่อไป

“จี๊บ” เตรียมจัดของที่ระลึกสุดพิเศษให้แฟนคลับ ฉลองเพลง “หมายความว่าอะไร” 100 ล้านวิว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467214

“จี๊บ” เตรียมจัดของที่ระลึกสุดพิเศษให้แฟนคลับ ฉลองเพลง “หมายความว่าอะไร” 100 ล้านวิว

18 พฤษภาคม 2564 – 15:40 น.

“จี๊บ เทพอาจ” เตรียมจัดของที่ระลึกสุดพิเศษ 300 ชิ้น มอบแฟนคลับผู้โชคดี ฉลอง 100 ล้านวิว มิวสิควิดีโอเพลง “หมายความว่าอะไร” ของวงมีน

ย้อนกลับไปในตอนที่เปิดตัวมิวสิควิดีโอเพลง “หมายความว่าอะไร” ของวงมีน “ปาล์ม, พัด, โปเต้, กัน” เคยให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งไว้ว่า เราคุยกันว่าอยากมีเพลงที่ดนตรีออกเกาหลีหน่อย เสียงอย่างพี่เต้ร้องเมโลดี้ทางญี่ปุ่นเกาหลีดูเช็ดโด้ดี เป็นเมโลดี้แปลกๆ ที่ยังไม่ค่อยมีกัน เลยเขียนเมโลดี้และโปเต้ก็อัดไกด์มาด้วยภาษาเกาหลี เราก็รู้สึกว่าเพลงมันติดเศร้าแต่ไม่ได้เศร้าขนาดเลิกกัน ผมก็พยายามดีไซน์นำเสนอในสิ่งที่เมโลดี้เล่าเหมือนคนๆนี้กำลังอึดอัดและสงสัยจนพูดขึ้นมาในท่อนฮุคว่า “มันหมายความว่าอะไร” กลายเป็นความรักที่ไม่ชัดเจน เป็นความรู้สึกที่ล้นจนต้องถามออกไป

และหลังจากปล่อยเพลงนี้ออกไปก็สร้างปรากฎการณ์โดนใจคนอักหัก คนอึดอัดในรักทั่วบ้านทั่วเมือง และได้รับการสนับสนุนรับชมมิวสิควิดีโอมาอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้ทะลุ 100 ล้านวิวแล้ว ซีอีโอขวัญใจวัยรุ่น อย่าง จี๊บ เทพอาจ กวินอนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เลิฟอิส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด หรือ LOVEiS Entertainment เลยประกาศฉลองความสำเร็จผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Jeep TK” พร้อมเตรียมจัดของที่ระลึก 300 ชิ้นสุดพิเศษให้กับแฟนคลับวงมีนที่เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นเป็นผู้โชคดีแทนคำขอบคุณ

สามารถติดตามรายละเอียดโอกาสดีๆแบบนี้ และมาร่วมลุ้นว่าของที่ระลึก 300 ชิ้นสุดพิเศษจะเป็นอะไร และทำอย่างไรถึงจะได้ไปครอบครองได้ที่เฟซบุ๊ก “Jeep TK

“ธัญ” แนะเคล็ดลับฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/467160

“ธัญ”แนะเคล็ดลับฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

18 พฤษภาคม 2564 – 08:59 น.

“ธัญ” (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แนะเคล็ดลับการฟื้นูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง 

ในช่วงที่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อลดความเสี่ยงและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากการทำงานที่บ้าน (Work from home) แล้ว ก็มีกิจกรรมที่สามารถทำได้โดยเป็นการรักษาระยะห่างและดีต่อสุขภาพกายและจิตใจ อย่างการเล่น “เซิร์ฟสเก็ต” (Surf skate) กิจกรรมกลางแจ้งที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ถือเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะทั้งการทรงตัว พละกำลัง และสมาธิ ทราบหรือไม่ว่าในระหว่างที่สนุกกับกิจกกรรมกลางแจ้งอยู่นั้น ผิวอาจต้องเผชิญกับความอ่อนล้า แห้งกร้าน หมองคล้ำ ดูไม่สดใส แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง แนะ “วิธีฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีหลังสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้ง” กับผลิตภัณฑ์ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิว  อาทิ จันทมน แย้มพันธุ์, อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ และ ตะวันนา ธารา 

แพทย์หญิงอวิกา รงค์ทอง ผู้เชี่ยวชาญด้านด้านผิวหนังและความงาม ได้แนะเคล็ดลับการฟื้นฟูสภาพผิว หลังเผชิญแสงแดดร้อนจัด ว่า “แสงแดดนั้นจริงๆ แล้วก็มีทั้งประโยชน์และโทษในระดับที่แตกต่างกันไป แต่แน่นอนว่าถ้าต้องเผชิญกับแสงแดดที่ร้อนแรงอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง ความร้อนของแสงแดดนั้นก็สามารถทำร้ายผิวและก่อให้เกิดอาการรุนแรงต่างๆได้ เช่นอาการผิวไหม้แดด (Sunburn) ทำให้ผิวมีสีแดง เจ็บและพุพอง อาการอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่อาจใช้เวลาถึง 5 ชั่วโมงหลังจากนั้น, ผื่นแพ้แดด โดยมีอาการผื่นแดงและคันเกิดขึ้นเนื่องจากการสัมผัสกับแสงแดด, สิวผดที่จะเกิดขึ้นเมื่อรังสียูวีรวมกับส่วนผสมบางอย่างในเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด ก่อให้เกิดการระคายเคืองและการอักเสบของไขมันบริเวณรูขุมขน พบได้ประมาณ 1-2%, ริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ จุดด่างดำ รวมไปถึงโรคผิวหนังที่รุนแรงบางชนิด อย่างเช่น โรคภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) และโรคมะเร็งผิวหนัง 

ระดับความรุนแรงของแสงแดดที่ทำอันตรายต่อผิวสามารถส่งผลกระทบได้ทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยในระยะสั้นนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ 

ระดับแรก ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และเกิดอาการเจ็บปวดหรือแสบผิวเล็กน้อย เมื่อผ่านไป 3-5 วัน ผิวจะลอกตามกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิว และอาการก็จะดีขึ้นตามลำดับได้เอง 

ระดับที่ 2 ผิวมีอาการแสบคัน บวมแดง และรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสัมผัสผิวบริเวณที่เกิดการไหม้แดด ต้องใช้ระยะเวลา 5-7 วัน ในการเฝ้าระวังและฟื้นบำรุงเพื่อให้ผิวกลับมาเป็นปกติ

ระดับที่ 3 ผิวมีอาการปวดแสบปวดร้อนมากกว่าปกติ มีอาการแดง คัน และมีตุ่มน้ำใสๆ เกิดขึ้น ซึ่งในระดับนี้ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ และหาแนวทางการดูแลรักษาผิวไหม้แดดอย่างถูกวิธี ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ ในการฟื้นบำรุงผิวไหม้แดดและหมองคล้ำ 

ส่วนอันตรายต่อผิวในระยะยาวนั้น มักจะพบปัญหาเรื่องริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ สีผิวไม่สม่ำเสมอและเกิดจุดด่างดำ ถ้าในระดับที่มีความรุนแรงมากอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ 

สำหรับคนที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานานจนผิวไหม้แดด สิ่งที่ควรระวัง คือ ไม่ควรแกะ เกา หรือลอกผิวหนัง เนื่องจากผิวมีความเปราะบางและไวต่อการระคายเคือง ในบางกรณีอาจมีตุ่มใส ไม่ควรเกาหรือเจาะตุ่มน้ำออก เนื่องจากอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ควรปล่อยให้ตุ่มยุบหรือแตกเองตามธรรมชาติ หรือปรึกษาแพทย์หากมีอาการที่รุนแรง ควรเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรด AHA เพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหม้ของผิวไปอีก แนะนำให้ใช้ว่านหางจระเข้ชะโลมให้ผิวเย็นก่อน แล้วค่อยทาครีมบำรุงให้ผิวในขั้นตอนต่อไป 

นอกจากนี้การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว ก็สามารถช่วยดูแลและแก้ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นการดูแลผิวแบบล้ำลึก (Deep nourishment) ที่มีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูสภาพผิวที่เสียจากแสงแดดได้ดี ตัวอย่างเช่น สารสกัดจากชิโซะ (Shiso extract) ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้ความชุ่มชื้น ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวจากความแห้งกร้านและการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งยังช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase Inhibitor) ในกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin), สารสกัดอูกอน (Ougon extract) พืชทะเลทรายที่มีคุณสมบัติลดการอักเสบ รวมถึงช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้กลับแลดูสว่างอย่างเป็นธรรมชาติ (De-colorizing action) หรือสารสกัดจากชาขาว (White tea extract) ที่มีสารโพลีฟีนอล ช่วยยับยั้งกระบวนการที่ผิวทำปฎิกิริยากับออกซิเจน (Anti-oxidant) ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เป็นต้น 

นอกเหนือจากการบำรุงผิวจากภายนอกแล้ว สิ่งสำคัญอีกสิ่งคือควรดูแลตัวเองจากภายในควบคู่ไปด้วยคือ ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผัก ผลไม้ ธัญพืช ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และชาเขียว รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด และระบบการทำงานต่างๆ ภายในร่างกาย เพราะการดูแลตัวเองที่ถูกต้องควรจะใส่ใจให้ครบทุกด้าน จึงจะสามารถสร้างความสมบูรณ์แบบได้ในทุกมุมมอง”

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวที่ช่วยคงความชุ่มชื้นมีสุขภาพดีให้แก่ผิว ซึ่งประกอบไปด้วย ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion) ขนาด 100 มล. ราคา 1,200 บาท ผลิตภัณฑ์เติมเต็มความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าสูตรที่พัฒนามาเพื่อแก้ปัญหาผิวขาดน้ำโดยเฉพาะ ซึมซาบเข้าบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน และไม่อุดตันรูขุมขน อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด

อาทิ สารสกัดจากใบชิโซะ (Nano Shiso Extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะ สารสกัดจากต้นไมโรทัมนัส (Myrothamnus Extract) พืชทะเลทรายจากทวีปแอฟริกาใต้ที่ได้รับฉายาต้นไม้คืนชีพเพียงโดนน้ำแค่หยดเดียวก็สามารถฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง อุดมด้วยสารอาร์บูติน (Arbutin) และโพลีฟีนอล (Polyphenol) เสริมความแข็งแรงให้ผิวเพิ่มความชุ่มชื้นได้ยาวนานถึง 48 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันเมล็ดชาออแกนิค (Organic Camellia Seed Oil) อุดมด้วยวิตามิน A, B, D, E, กรดโอเลอิก, โอเมก้า 3,6,9 และโพลีฟีนอล )Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากถั่วอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi Seed Oil) อุดมด้วยโอเมก้า 3,6,9 ปกป้อง และลดการระคายเคืองของผิวจากแสงแดด, เชีย บัตเตอร์ (Shea butter), โจโจ้บา ออยล์ (Jojoba oil), น้ำมันมะกอก (Olive oil), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Algin Extract) และ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ฟื้นฟูและปกป้องผิวจากความแห้งกร้าน บำรุงผิวที่อ่อนล้าได้อย่างอ่อนโยน (*ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มผู้ทดสอบ อายุ 25-45 ปี จำนวน 22 คน โดยวัดผลหลังทาผลิตภัณฑ์ผ่านไป 4 ชั่วโมง)

‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream) ขนาด 40 มล. ราคา 1,500 บาท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว สูตรเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงด้วยคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ เนื้อครีมบางเบาซึมซาบสู่ผิวได้รวดเร็ว ไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์แล้วว่า สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 31.3%* ภายใน 28 วัน ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติจากสารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์, สารสกัดจากโปรตีนถั่วเหลือง (Soy protein) และสารสกัดจากชาดำ (Black tea extract) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้ผิว (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica กับผู้หญิงเอเชีย 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) ขนาด 30 มล. ราคา 2,500 บาท เซรั่มเพื่อการฟื้นฟูสภาพผิว พัฒนามาเพื่อรับมือกับปัญหาริ้วรอยแห่งวัยโดยเฉพาะ สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ 25.5%* และความยืดหยุ่นของผิวเพิ่มขึ้น 13.4%* ภายใน 28 วัน อุดมด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากสารสกัดจากใบบัวบก (Centella extract) เสริมประสิทธิภาพในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจน และโครงข่ายผิว สารสกัดจากปลีกล้วย (Banana flower extract) กระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจน และคืนความยืดหยุ่นสู่ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) เพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และอาการระคายเคืองต่างๆ รวมถึงทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant ทรงประสิทธิภาพ (*ทดสอบด้วยวิธี Skin Replica และ Cutometry measurement กับผู้หญิงเอเชีย 17 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องวันละ 2 ครั้ง (เช้า และก่อนนอน) ทำการทดสอบโดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France))

‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ราคา 1,090 บาท มาส์กหน้าสูตรเข้มข้นที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้สว่างใสอย่างไร้ที่ติ มอบความเปล่งประกาย (Luminosity) สู่ผิวถึง 43%* ด้วยส่วนผสมทรงประสิทธิภาพจากธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดจากผลองุ่น (Grape fruit extract) ปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ, สารสกัดจากรากหม่อน (Mulberry Root extract) ลดเลือนจุดด่างดำและความหมองคล้ำของผิว, สารสกัดจากอูกอน (Ougon extract) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose extract) ปกป้องและรักษาสมดุลความชุ่มชื้นของผิว, สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ลดการอักเสบและอาการระคายเคือง พร้อมคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ (* ทดสอบด้วยวิธี Sensory Evaluation (C.L.B.T) โดย Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France) กับผู้หญิงเอเชีย จำนวน 22 คน โดยใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์)

ด้านเซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมแชร์เคล็ดลับการดูแลและฟื้นฟูผิวตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่สาวยิ้มสวย จันทมน แย้มพันธุ์ เผยว่า “ช่วงนี้มนเองชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตมากค่ะ ถึงขั้นไปลงคอร์สเรียนเล่นเซิร์ฟสเก็ตโดยเฉพาะ แล้วเวลาเรียนส่วนใหญ่จะเป็นตอนช่วงบ่ายโมงถึงบ่ายสามโมง แน่นอนว่าเป็นช่วงที่แดดแรงมากและร้อนมากด้วย ทำให้หลังจากเลิกเรียนแต่ละครั้งก็จะเห็นได้ชัดเลยว่าผิวเราหมองคล้ำลง มีความแห้งกระด้าง ผิวดูไม่สดใสเหมือนเดิม แต่ด้วยความที่เราชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ค่อยกังวลอะไรมากเพราะเรามีวิธีดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือการมาส์กหน้าด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก ถือว่าเป็นการมอบความผ่อนคลายให้กับผิวขั้นตอนแรกของการฟื้นฟูผิว นอกจากตัวมาส์กจะให้ความชุ่มชื้นและยังมอบความเย็นสบายให้ผิวหลังการออกแดดอีกด้วย หลังจากมาส์กเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม แล้วตามด้วย เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม และปิดท้ายด้วย ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น นอกจากจะเน้นเรื่องคืนความชุ่มชื้นให้ผิวแล้ว ยังช่วยเรื่องการลดเรือนริ้วรอย และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหลังจากที่เราไปเผชิญกับแสงแดดมา”

ถัดมาที่สาวแฟชั่นนิสต้า อัชฌา เจริญรัศมีเกียรติ เล่าว่า “ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวทะเลกับครอบครัว กิจกรรมที่ชอบทำก็คือ ว่ายน้ำ และเซิร์ฟสเก็ต ทำให้เราต้องเจอกับแสงแดดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ผิวเราสูญเสียความชุ่มชื้นไปได้ง่าย และแสงแดดก็ทำให้ผิวเราคล้ำขึ้น ด้วยความที่เราเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่แล้ว เราก็ไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับการดูแลและฟื้นฟูสภาพผิวหลังเผชิญกับแสงแดด อย่างการดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อคืนความชุ่มชื้นให้ผิว การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังออกแดด ที่สำคัญคือต้องมีส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอย และคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวอย่างเฟเชียล เซรั่ม และ เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม รวมถึงการใช้มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วนด้วยรีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก นับว่าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้และจำเป็นต้องมีไว้ใช้หลังการออกแดดค่ะ”

ปิดท้ายที่ดีไซน์เนอร์สาว ตะวันนา ธารา กล่าวว่า “เราเป็นคนชอบกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นการทำสวน ปลูกต้นไม้ เล่นกีฬา ยิ่งช่วงนี้ก็จะชอบเล่นเซิร์ฟสเก็ตเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่ได้ทำกิจกรรมก็มักจะใช้เวลานานหลายชั่วโมง ทำให้ต้องเจอกับแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวหมองคล้ำ สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายมาก และยิ่งเราเป็นคนผิวสองสีด้วยก็อาจจะกลับมาขาวค่อนข้างยาก แต่เราก็สามารถดูแลฟื้นฟูให้ผิวสวยสุขภาพดีในแบบเราได้ อย่างทุกครั้งก่อนที่ไปทำกิจกรรมข้างนอกก็จะทาครีมกันแดดไว้เพื่อป้องกันแสงยูวี ใส่หมวกเพื่อป้องกันแสงแดด หลังจากเสร็จกิจกรรมกลางแจ้งก็จะให้ความสำคัญกับการบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิวด้วยเฟเชียล เซรั่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้กับผิว หรือหากวันไหนที่ไม่ค่อยมีเวลา เราก็ใช้มาส์กอย่าง รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก เพื่อเป็นตัวช่วยในการดูแลผิวแบบเร่งด่วน ช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น กระจ่างใส รวมถึงลดอาการผิวไหม้จากแดดด้วยค่ะ”

ฟื้นฟูผิวสวยกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อาทิ ‘ไฮเดรติ้ง อิมัลชั่น’ (Hydrating Emulsion), ‘เอจ อินเวอร์ชั่น เฟซ ครีม’ (Age inversion face cream), ‘เฟเชียล เซรั่ม’ (Facial Serum) และ ‘รีไวทอลไลซิ่ง เฟซ มาส์ก’ (Revitalising face mask) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม งานนี้ “แม่ชม” สุดแฮปปี้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466908

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม งานนี้ “แม่ชม” สุดแฮปปี้

15 พฤษภาคม 2564 – 12:30 น.

เก่งใช่ย่อย “สายฟ้า-พายุ” อวดเบื้องหลังในชุดมาสคอตหยดนม A2 “แม่ชม” สุดแฮปปี้ งานนี้ไม่ต้องเทคเยอะ คอนเฟิร์มพัฒนาการสองแฝดก้าวล้ำไปอีกขั้น

เรียกความสดใสให้กับชาวโซเชียลได้อีกครั้ง เมื่อสองแฝดแสบซ่า “สายฟ้า-พายุ” พรีเซ็นเตอร์ขวัญใจ พาบุกเบื้องหลังกองถ่ายภาพยนตร์โฆษณา เอนฟาโกร เอพลัสทู มายด์โปร ที่เพิ่งจะออนแอร์ไปหมาดๆ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา 
งานนี้สองแฝดต้องรับภารกิจโชว์ฝีมือการแสดงเหนือระดับขึ้นไปอีกขั้นในลุคมาสคอตน้องหยดนม A2 สุดคิวต์ ประกบคุณแม่ชม “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และเพื่อนๆอีกกว่า 20 คน เรียกได้ว่าทั้งแม่และลูกปล่อยของกันเต็มที่ ยิ่งได้ยินเพลงโปรดก็วาดลวดลายออกสเต็ปสู้กล้องแบบไม่มีใครยอมใคร เห็นแล้วน่ารักน่าหยิกคูณสองเลยทีเดียว

แม่ชมเปรยถึงเบื้องหลังของพัฒนาการของเด็กๆกว่าที่สองแฝดจะทำการแสดงได้เป๊ะปังขนาดนี้ ชนิดเทคเดียวผ่าน ว่า ชมคิดว่าลูกเราจะมีพัฒนาการที่ดี พร้อมเรียนรู้ไปกับสิ่งใหม่ๆรอบตัวได้ดี ต้องมาจากพื้นฐานสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและจิตใจที่พร้อมอยู่เสมอ นอกจากให้ความรักและเวลาอย่างเต็มที่แล้วโภชนาการของลูกเป็นสิ่งสำคัญ ถึงตอนนี้พี่แฝดจะทานอาหารทั้ง 3 มื้อแล้ว แต่ชมก็ยังเสริมเขาด้วยนมอย่างต่อเนื่อง โดยเลือกนมสูตรที่มีโปรตีน A2 เพราะจะย่อยง่าย ช่วยให้ลูกสบายท้อง ร่วมด้วยสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูก

ทุกสิ่งที่ชมเลือกให้ลูก ชมเลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เพราะชมเชื่อว่าสิ่งที่มาจากธรรมชาติย่อมดีที่สุดสำหรับลูก ชมเชื่อมั่นในแบรนด์เอนฟาเสมอมา และวันนี้เอนฟาก็มากับนวัตกรรมใหม่ล่าสุด เอนฟาโกร เอพลัสทู มายด์โปร นมสูตรพรีเมี่ยมที่มีโปรตีน A2 โปรตีนคุณภาพจากวัวคัดสรรสายพันธุ์ดั้งเดิมตามธรรมชาติ ที่มีโครงสร้างโปรตีนใกล้เคียงกับโครงสร้างโปรตีนของเบต้าเคซีนพี่พบในนมแม่ ซึ่งย่อยง่าย ช่วยให้ลูกสบายท้อง ร่วมกับ MFGM DHA สารอาหารสำคัญที่พบในนมแม่ นอกจากนี้ยังมี FOS ใยอาหารสุขภาพ เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่รอบด้านของสายฟ้าและพายุ

แม้สองแฝดจะเคยถ่ายหนังโฆษณามาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้ฝีมือพัฒนาไปอีกขั้น แม่ชมเผยเคล็ดลับให้ฟังว่า สิ่งหนึ่งที่ชมไม่เคยมองข้ามเลย คือ เรื่องการย่อยของลูก เมื่อไรที่ลูกไม่สบายท้อง ปวดท้อง ท้องอืด หรือแน่นท้อง เขาก็จะเล่นได้น้อยลง กินได้น้อยลง ขับถ่ายไม่เป็นปกติ จนบางครั้งหงุดหงิดงอแง อารมณ์ไม่ดีตามมา กลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของการเรียนรู้ที่ชมคาดไม่ถึง

“แต่เมื่อเขาสบายท้องก็จะอารมณ์ดีพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวตลอดเวลา นี่แหละจุดเริ่มต้นที่ชมให้ความสำคัญ พอถึงเวลาเข้าฉาก ชมปล่อยให้เขาได้เล่นเต็มที่ เป็นธรรมชาติที่สุดในแบบของเขา ทำให้ชมรู้สึกว่าพี่ๆเติบโตขึ้นมาก อย่างวันนี้ชมรู้เลยว่าพัฒนาการของเขาก้าวล้ำไปอีกขั้น พี่สายพี่ยุเข้าใจในบรีฟงาน เข้ากับเพื่อนๆพี่ๆในกองถ่ายได้ดี และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ทั้งการใส่ชุดมาสคอตหยดนม A2 ที่พี่ๆไม่เคยใส่มาก่อน และกล้าที่จะเข้าใกล้และจับวัวซึ่งเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ยิ่งได้เห็นลูกเติบโตเป็นเด็กที่มีหัวคิดและหัวใจที่ดีแบบนี้ คนเป็นแม่อย่างชมก็ภูมิใจ และตอกย้ำว่าการที่ชมพยายามเลือกสรรแต่สิ่งดีๆให้ลูกมันส่งผลถึงพัฒนาที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่องของลูกในวันนี้จริงๆ”

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466589

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน

12 พฤษภาคม 2564 – 13:51 น.

5 ขนมกินเล่น กินเพลินไม่กลัวอ้วน

สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่แต่ยังติดกินขนมขบเคี้ยว หรือคนที่ชอบกินขนมขบเคี้ยวมากๆ แต่ก็กล้วอ้วน คุณสามารถเลือกซื้อขนมแคลอรี่น้อยๆมากินแทนได้แถมยังอร่อยด้วย ถือคติว่าถ้าเลิกกินไม่ได้ก็เปลี่ยนเมนูขนมให้แคลอรี่น้อยลงก็ยังดี ทาง คมชัดลึก จึงนำขนมกินเล่นแบบสุขภาพดีมาแนะนำ

1. ทาโร่

ทาโร่รสเข้มข้น มีพลังงาน 70 กิโลแคลอรี *4%, น้ำตาล 4 กรัม *6%, ไขมัน 0 กรัม *0%, โซเดียม 410 มิลลิกรัม *21% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ถ้าคิดจะลดความอ้วนแล้วต้องเลือกทาโร่ ปลาเส้นเคี้ยวเพลินแถมยังช่วยให้อิ่มท้อง เน้นโปรตีนแบบไร้ไขมัน กินได้แบบเพลินๆ

 2. เถ้าแก่น้อยสาหร่ายญี่ปุ่น

เถ้าแก่น้อยสาหร่ายญี่ปุ่นรสคลาสสิค มีพลังงาน 340 กิโลแคลอรี *17%, น้ำตาล 0 กรัม *0%, ไขมัน 32 กรัม *49%, โซเดียม 170 มิลลิกรัม *7% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ทำมาจากสาหร่ายคุณภาพเกรดพรีเมียมพันธุ์ AJINSUKE NORI สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ

3. อองเทร่หมูแผ่น

อองเทร่หมูแผ่นรสบาร์บีคิวคลาสสิค มีพลังงาน 60 กิโลแคลอรี *3%, น้ำตาล 7 กรัม *10%, ไขมัน 18 กรัม *34%, โซเดียม 230 มิลลิกรัม *10% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) ไม่ว่าจะกิจกรรมไหนๆ ก็ไม่ต้องกลัวหิว ได้ประโยชน์เต็มๆคำ โปรตีนสูง แคลอรี่ต่ำ แถมยังอร่อยกินได้เรื่อยๆ

4. ซันไบทส์ 

ซันไบทส์รสออริจินัล มีพลังงาน 140 กิโลแคลอรี *54%, คาร์โบไฮเดรต 20 กรัม *7%, โปรตีน 2 กรัม *4%, โซเดียม 160 มิลลิกรัม *7% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) กินได้หลากหลายโอกาส ไมว่าจะเป็นของว่าง หรือช่วงเวลาสนุกๆ อย่างปาร์ตี้ อร่อยดีและมีประโยชน์

5. เบนโตะปลาหมึกบด

เบนโตะปลาหมึกบดรสลาบ มีพลังงาน 60 กิโลแคลอรี *3%, น้ำตาล 3 กรัม *5%, ไขมัน 0 กรัม *0%, โซเดียม 380 มิลลิกรัม *16% (*คิดเป็นร้อยละของปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้ต่อวัน) อร่อยซี๊ด เผ็ด มันส์กันแบบต่อเนื่องทุกคำ

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466162

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ

8 พฤษภาคม 2564 – 15:00 น.

“โอ๊ต” ท้าดวลชวน “เผือก-อาร์ต-แจ๊ส” แบกไก่ไปตีป้อมกับเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ

งานนี้ขิงกันสุดๆ เมื่อ “โอ๊ต ปราโมทย์” ยันตัวเองไม่ใช่ไก่ พร้อมท้าดวลเพื่อนๆคอเกมเมอร์อย่าง “ดีเจเผือก” , “ดีเจอาร์ต” และ “แจ๊ส ชวนชื่น” มาประชันลีลาแบกไก่ในการแข่งขัน “เนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ ตื่นคูณสาม อีสปอร์ต ชาเลนจ์ แบกไก่ไปตีป้อม”

ครั้งแรกที่เหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ชื่อดังรับอาสาเป็นหัวหน้าทีมและเปิดโอกาสให้แฟนๆ หรือผู้เล่นมือใหม่มาสมัครร่วมทีมเป็นไก่ รวม 10 ทีม เพื่อประชันฝีมือในเกม ROV ผ่านทางออนไลน์ที่บ้านไปยาวๆ 3 สัปดาห์ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท งานนี้ทั้งมันส์ทั้งอึด

ขิงกันจัดหนักตั้งแต่ก่อนแข่ง เพราะแฟนๆก็รู้กันดีว่าสี่คนนี้ฝีมือเจ๋งกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะ “โอ๊ต ปราโมทย์” คนนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ออกมาขิงก่อนใครว่า “พี่ก็ไม่ไก่อยู่แล้ว” แถมโพสต์ไอจีรับสมัครเทพ ROV ตีป้อม 4 ตำแหน่งว่า “ไหนใครอยากร่วมทีม ROV ก็กรอกรหัสใต้ห่วงแล้วเลือกทีมโอ๊ต ย้ำๆเลือกทีมโอ๊ตนะ เดี๋ยวพี่แบกเอง” ใครอยากอยู่ทีมพี่โอ๊ตให้รีบจัดด่วน

ทางด้าน “แจ๊ส” มือดีตำแหน่งฟาร์มป่าขาโหด รอซัดทีมคู่ต่อสู้ เจ้าตัวโพสต์ในไอจีรับสมัครสมาชิกในทีมว่า “ตัวจริงพี่ดูตลก ในเกมซัดหมดนะครับ ใครอยากอยู่ทีมพี่ ส่งเลขบัญชี เห้ยย ส่งรหัสเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ มาเลย” ใครชอบขาโหด ยิ่งส่งรหัสมาก ก็ยิ่งมีสิทธิ์มากนะทุกคน แจ๊สแข่งสัปดาห์ที่สองวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 สมัครร่วมทีมได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 6 พฤษภาคม 2564

งานนี้มีมันส์เพราะ ดีเจเผือก ที่ออกมาซุยในวิดีโอโปรโมททัวร์นาเม้นต์ว่า “ทีมโอ๊ตอ่ะ มีแต่ไก่ มาอยู่ทีมเฮียดีกว่า” แถมเรียกคะแนนเสียงจากแฟนๆผ่านไอจีให้มาร่วมทีมว่า “อีกครั้ง กับการลงแข่งขัน E-Sport ใครไก่ เดี๋ยวรู้ ไม่รู้จักแคร์รี่พรสวรรค์ซะแล้ว มาช่วยเฮียตีป้อมหน่อย”

และศึกตีป้อมครั้งนี้จะขาดความมันส์จากดีเจอาร์ตได้ยังไง บอกเลยว่าเป็นเกมเมอร์เหมือนกันอย่าง ดีเจอาร์ต งานนี้ก็ได้ออกมาโพสต์หาลูกทีมทั้งใน FB และ IG แถมโม้ไว้เบาๆ เหมือนกันว่า “ทีมพี่ไม่มีไก่ ใครคิดว่าเล่น ROV เก่ง ยกมือขึ้น กำลังหาลูกทีมอยู่”งานนี้ตื่นคูณสาม อึดคูณสามทั้งทัวร์นาเม้นต์แน่นอน แฟนๆ และเหล่าเกมเมอร์ห้ามพลาด มีถ่ายทอดสด ให้ได้เชียร์ทีมโปรดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเนสกาแฟ https://www.facebook.com/Nescafe.TH/ และยูทูบของเนสกาแฟ และเหล่าโปรเพลเยอร์ ซึ่งจะมีการแจกรางวัลและกิจกรรมต่อเนื่องตลอดการไลฟ์ในวันอาทิตย์ของทุกสัปดาห์

กำหนดการแข่งขัน

สัปดาห์แรก แข่งขันวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ทีมโอ๊ต ปราโมทย์ และ ทีมดีเจอาร์ต 
สมัคร 16 เมษายน 2564 – วันที่ 29 เมษายน 2564 และ ประกาศผล วันที่ 30 เมษายน 2564
สัปดาห์ที่สอง แข่งขันวันที่ 9 พฤษภาคม 2564 ทีมแจ๊ส ชวนชื่น และ ทีมโอ๊ต ปราโมทย์
สมัคร 30 เมษายน 2564 – วันที่ 6 พฤษภาคม 2564 และ ประกาศผล วันที่ 7 พฤษภาคม 2564
สัปดาห์สุดท้าย แข่งขันวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 ทีมโอ๊ต ปราโมทย์ และทีมดีเจเผือก 
สมัคร 7 พฤษภาคม 2564 – วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 และ ประกาศผล วันที่ 14 พฤษภาคม 2564

ใครอยากอยู่ทีมไหนหรือเชียร์ทีมไหน ก็เข้ามาร่วมลุ้นได้ง่ายๆ เพียงซื้อเนสกาแฟ ทริปเปิ้ล เอสเปรสโซ กระป๋องพร้อมดื่ม 1 กระป๋อง และนำรหัสใต้ฝาห่วงกระป๋อง 10 หลักมาลงทะเบียนในช่องทาง LINE Official Account: @NESCAFETH เพื่อลุ้นต่อที่ 1 สมัครแข่งขันกับเหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ ระหว่างวันที่ 16 เมษายน 2564 – 16 พฤษภาคม 2564 เท่านั้น 1 รหัสต่อ 1 สิทธิ์ 

ลุ้นต่อที่ 1 ลุ้นสมัครร่วมแข่งขันกับเหล่าคนดังและโปรเพลเยอร์ 

ลุ้นต่อที่ 2 ลุ้นโหวตเชียร์ ทีมที่ชอบเพื่อชิงของรางวัล เสื้อการแข่งขันดีไซน์สุดคูล 1 ตัว จำนวน 99 รางวัล

ลุ้นต่อที่ 3 ลุ้นรางวัลใหญ่และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท อาทิ โทรศัพท์มือถือ iPhone รุ่น 12 Pro Max , เครื่องเล่นเกม Sony PS 5 (Digital Edition) , เก้าอี้เกมมิ่ง DXRacer X Bacon Time Limited Edition , หูฟังเกมมิ่ง HYPER-X CLOUD FLIGHT S WIRELESS , เครื่องดื่ม NESCAFE Triple Espresso 10 กระป๋อง , บัตรเติมเงิน Garena Shells

และยังสามารถสะสมแต้มคูณสามกับกิจกรรม Line Loyalty Program ใน LINE Official Account: @NESCAFETH เพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย อาทิ สร้อยทอง ทีวี บัตรเติมเงิน

ดูวิธีการสมัครได้ที่ https://www.facebook.com/247857058681/posts/10162942052213682/?d=n 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.nescafe.com/th/th-th/nescafe-triple-espresso-esport-challenge

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/466161

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี

8 พฤษภาคม 2564 – 14:55 น.

จากใจ “คูเปอร์-ปอย” ขอบคุณแฟนคลับ #mypepo อยู่ข้างกันครบ 1 ปี

เรียกได้ว่าเป็นแรงใจในการทำงานของสองหนุ่ม “คูเปอร์-ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา” และ “ปอย-กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช” คู่จิ้นสุดฮอตจากซีรีส์ “My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังว่ะ” , Bitter Sweet Theseries ผลงานจากค่าย ไทร ครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด อย่างมากเลยทีเดียว

ล่าสุดวันนี้ 7 May ครบรอบ 1 ปี #mypepo ของแฟนคลับคูเปอร์ปอย ที่ให้การสนับสนุนทุกผลงานของน้องๆ ซึ่งมีแฟนคลับส่งคำอวยพรมาให้มากมายพร้อม #1yAnniversaryMypepo งานนี้สองหนุ่มคูเปอร์ปอย จึงทำคลิปขอบคุณแฟนๆ และเตรียมมีเซอร์ไพรส์ แต่จะเป็นอะไรต้องติดตาม บอกได้คำเดียวว่า ห้ามพลาด https://youtu.be/gQnjFe64p2s

นอกจากนี้รายการ “เล่าไป เล่ามา” ใน facebook Tri Creation ทุกวันพฤหัสจะมีน้องๆจากซี่รี่ส์ “My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังว่ะ” ผลัดเปลี่ยนกันมาพูดคุยกันตลอด สัปดาห์ไหนใครมาเข้าไปอัพเดทกันได้เลยนะจ๊ะ