“ละมุดแมวส้ม” จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472940

“ละมุดแมวส้ม”จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า

‌5 กรกฎาคม 2564 – 10:55 น.

พิษเศรษฐกิจจากโควิดส่งผลกระทบไปทุกภาคส่วนรวมถึงเจ้า”ละมุดแมวส้ม” เซเลปชื่อดังก็เจอโควิดพ่นพิษแทบกลิ้งเอาพุงเกยหน้าผาก จากนายหัวคุมสวนผลไม้มาดโหด ต้องผันตัวมาเป็นพ่อค้าโถ่…ละมุด

สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศไทยช่วงที่ผ่านมา สถิติกราฟพุ่งขึ้นต่อเนื่อง กระทบต่อทุกภาคส่วนรวมถึงเซเลปแมวส้มเจ้า “ละมุด” ที่ต้องผันตัวออกมาเป็นพ่อค้าจากเดิมเป็นเซเลปเจ้าของสวนผลไม้ไปไหนใครๆก็เรียกนายหัวตอนนี้เจอโควิดพ่นพิษต้องตระเวนขายผักผลไม้ เพื่อดำรงชีพให้ผ่านพ้นไปในแต่ละวัน 

"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า

ซึ่งเรื่องราวความน่ารักชวนคลายเครียดนี้ทางเพจเฟซบุ๊ก “ละมุดแมวส้ม” เป็นคนลงภาพเจ้าแมวส้มกับพร็อพขายผักผลไม้ เพื่อแชร์เรื่องราวความน่ารัก “ละมุด” ที่มาพร้อมกับความแสบ ความฮา จนตอนนี้คนในหมู่บ้านได้ใกล้ชิดต่างต้องตกหลุมรัก

"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า

แต่ต้องบอกว่าเรื่องราวชีวิตของเจ้า “ละมุดแมวส้ม”ก็ผ่านเรื่องราวมาไม่น้อย ละมุดเป็นแมวตัวอ้วนกลมเพศผู้โดยแม่ของเจ้าละมุดจากไปตั้งแต่เจ้าละมุดอายุได้เพียงแค่ 7 วันเท่านั้น หลังจากนั้นคุณยายของเจ้าของละมุดเข้าก็เลยเอามาเลี้ยงนั่นเอง

"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า

-ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก “ละมุดแมวส้ม”

"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า
"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า
"ละมุดแมวส้ม"จากนายหัวคุมสวน เจอโควิดพ่นพิษ ผันตัวมาเป็นพ่อค้า

เมนูสุขภาพ “น้ำพริกธัญพืช” สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เครื่องปรุงไม่มาก วิธีทำก็ง่าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472958

เมนูสุขภาพ “น้ำพริกธัญพืช” สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เครื่องปรุงไม่มาก วิธีทำก็ง่าย

‌5 กรกฎาคม 2564 – 10:04 น.

เปิดเมนูรักสุขภาพ “น้ำพริกธัญพืช” สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในช่วงโรคระบาด เครื่องปรุงไม่มาก แถมวิธีทำก็ง่าย

เมนูวันนี้เราจะชวนมาทำ “น้ำพริกธัญพืช” เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายในช่วงโรคระบาด “โควิด-19” นี้ เครื่องปรุงไม่มาก แถมวิธีทำก็ง่าย ๆ รับรองเลยว่าทำตามนี้อร่อยแน่นอนจ้า

สำหรับ “เครื่องปรุง” ในการทำ “น้ำพริกธัญพืช” มีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลยจ้า

ลูกเดือย 1/4 ถ้วย


ถั่วดำนึ่ง 1/4 ถ้วย


ถั่วเขียวนึ่ง 1/4 ถ้วย


เม็ดบัวนึ่ง 1/4 ถ้วย


พริกขี้หนูแห้งซอย 2 ช้อนกินข้าว


กระเทียมซอย 2 ช้อนกินข้าว


หัวหอมซอย 2 ช้อนกินข้าว


น้ำพริกนรก 1/2 ถ้วย


ส่วน “วิธีทำ” ก็ง่าย ๆ มีไม่กี่ขั้นตอน ดังนี้

1. ทอดพริกขี้หนูแห้ง กระเทียมและหัวหอมให้กรอบ พักไว้

2. ผสมลูกเดือย ถั่วดำ ถั่วเขียว เม็ดบัว และน้ำพริกนรก คลุกเคล้าให้เข้ากัน (ส่วนผสมข้อ 1. ผสมให้เข้ากัน ตักใส่ภาชนะ)

3. เสิร์ฟพร้อมกับผักสดต่าง ๆ และข้าวสวยร้อน ๆ

“น้ำพริกธัญพืช” ให้คุณค่าทางโภชนาการต่อน้ำหนัก 100 กรัม (7 ช้อนกินข้าว) พลังงาน 229 กิโลแคลอรี

เมนูสุขภาพ "น้ำพริกธัญพืช" สร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เครื่องปรุงไม่มาก วิธีทำก็ง่าย

ที่มา กรมอนามัย

“ช่องคลอด” ติดเชื้อรา สาวๆ รู้ได้อย่างไร อาการ สาเหตุ เมื่อไหร่ควรพบแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472939

“ช่องคลอด” ติดเชื้อรา สาว ๆ รู้ได้อย่างไร อาการ สาเหตุ เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

‌5 กรกฎาคม 2564 – 10:00 น.

เชื้อราใน “ช่องคลอด” เป็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตกับบรรดาสาว ๆ ทั้ง รักษายาก เป็นแล้วมักกลับมาเป็นอีก สร้างความรำคาญ เสียบุคลิกภาพ

เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยของการอักเสบใน “ช่องคลอด” โดยผู้หญิง 3 ใน 4 คน เคยติดเชื้อราในช่องคลอดอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต และหลายคนติดเชื้ออย่างน้อยสองครั้ง “เชื้อรา” ใน “ช่องคลอด” เป็นเหมือนศัตรูคู่อาฆาตกับบรรดาสาว ๆ ทั้ง รักษายาก เป็นแล้วมักกลับมาเป็นอีก สร้างความรำคาญ เสียบุคลิกภาพ สาว ๆ จำนวนไม่น้อย ที่มีปัญหาเรื่องอาการคันในที่ ๆ ไม่อยากบอกใคร บางคนก็หน้าบางเกินกว่าจะเดินทางไปหาหมอ หรือเดินไปปรึกษาเภสัชกร ทนนั่งยุกยิกไปอย่างนั้น บอกเลยว่า ไม่ดีแน่

รู้จัก “เชื้อราในช่องคลอด”

ส่วนใหญ่ คือ Candida Albicans และ Candida Grabata เพราะสามารถยึดติดกับเซลล์บุช่องคลอดได้ดี

อาการเป็นยังไง

– คัน ระคายเคือง ทั้ง ปากช่องคลอด และในช่องคลอด

– อวัยวะเพศ มีผื่นแดง บวม

– แสบร้อน ขณะปัสสาวะหรือมีเพศสัมพันธ์

– ตกขาว เป็นสีขาวครีมข้น บ้างเหลว ไม่มีกลิ่น

“เชื้อราในช่องคลอด” เกิดจากอะไร

– ใช้ยาปฏิชีวนะติดต่อกัน เป็นเวลานาน ซึ่งทำลายเชื้อแบคทีเรียดีในช่องคลอด

– ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน ในร่างกายเพิ่มมากขึ้นจากการตั้งครรภ์

– โรคเบาหวาน ที่ไม่ได้ควบคุม

– ระบบภูมิต้านทานต่ำ

ควรพบแพทย์เมื่อไร

– เมื่อติดเชื้อรา เป็นครั้งแรก

– กำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อยารักษาเอง

– ติดเชื้อรามากกว่า 4 ครั้งต่อปี

วิธีป้องกัน “เชื้อราในช่องคลอด”

– รับประทานโยเกิร์ต หรือ พรีไบโอติกส์

– สวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินินหรือผ้าไหม

– สวมกางเกงและกางเกงชั้นในที่ไม่รัด

– หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด

– ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น

– ไม่สวมใส่เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานาน

– ไม่สวมแผ่นอนามัยถ้าไม่จำเป็น

ข้อมูล : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

รู้ทัน ‘ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน’ ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472954

รู้ทัน ‘ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน’ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำหลังฉีดวัคซีน โควิด19

‌5 กรกฎาคม 2564 – 09:15 น.

‘ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน’ร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำหลังฉีดวัคซีน โควิด19 เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งไม่กล้ารับหรือจองวัคซีน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าประชาชนอีกเป็นจำนวนมากไม่กล้ารับหรือจองวัคซีน แม้จะก้าวย่างเข้าสู่ปีที่สองของการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แล้ว

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด19 ยังไม่มีทีท่าจะสิ้นสุดในระยะเวลาอันสั้น วัคซีนป้องกันโรคโควิด19 ถือเป็นความหวังสูงสุดในการหยุดการติดต่อของโรคร้ายนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ออสเตรเลียเสียชีวิตอีก “ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน” หลังฉีด “วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า”

ประเทศไทยได้เริ่มการฉีดวัคซีนโควิด19 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา อย่างไรก็ตามผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนโควิด19 เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.คณิสส์ เสงี่ยมสุนทร ภาควิชาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ขอนำเสนอข้อมูล “ภาวะหลอดเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19” เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและสังเกตอาการตนเอง เพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงภายหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 และหากเกิดอาการ สามารถขอเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

1.ลิ่มเลือดและภาวะการเกิดลิ่มเลือดคืออะไร เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง 

การเกิดลิ่มเลือดเป็นกลไกการตอบสนองของร่างกาย ในภาวะเมื่อเรามีบาดแผลเกิดขึ้น เกล็ดเลือดจะทำหน้าที่รวมกลุ่มกันจนกลายเป็นลิ่มเลือดเพื่อทำให้เลือดหยุด ส่วนสาเหตุการเกิดลิ่มเลือดอุดตันนั้น เกิดจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่

1. ผนังหลอดเลือดผิดปกติ เช่น เกิดบาดแผลจากของมีคม การผ่าตัดทำหัตถการอาจทำให้หลอดเลือดบางส่วนเสียหาย หรือ แม้แต่การเกิดลิ่มเลือดจากภาวะไขมันเกาะผนังเส้นเลือด

2. การไหลเวียนของเลือดผิดปกติ เช่น การไหลเวียนเลือดช้าลง เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวอาจเกิดการอุดตันจนเกิดลิ่มเลือดในที่สุด

3. การแข็งตัวของเกล็ดเลือดผิดปกติ เช่น การขาดสารต้านการแข็งตัวของเลือด (anti-coagulation factors) หรือร่างกายขาดโปรตีนในการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่าย ปกติภาวะลิ่มเลือดอุดตันพบในกลุ่มประชากรสูงวัยมากกว่าในอายุน้อยและส่วนใหญ่จะพบลิ่มเลือดอุดตันในบริเวณขาและปอด

2.ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายหลังฉีดวัคซีนคืออะไร 

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีน หรือ Vaccine-Induced immune Thrombotic Thrombocytopenia (VITT) มีการรายงานครั้งแรกในทวีปยุโรปหลังผู้ป่วยได้รับวัคซีนโควิด-19 และการอุดตันของลิ่มเลือดจะเกิดในตำแหน่งที่พบน้อยกว่าการเกิดลิ่มเลือดด้วยสาเหตุอื่น ๆ เช่น หลอดเลือดดำในสมองหรือในช่องท้อง

นอกจากนั้นยังมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำร่วมด้วย ซึ่งจะคล้ายกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำและหลอดเลือดอุดตันในผู้ป่วยที่ได้รับเฮปาริน (heparin) หรือเรียกว่า heparin-induced thrombocytopenia (HIT) แต่ภาวะ VITT เกิดขึ้นในคนไข้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 ซึ่งไม่มีประวัติการได้รับเฮปาริน

3.ลิ่มเลือดอุดตันหลังการฉีดวัคซีนโควิด-19 มีอาการอย่างไร 

เนื่องจากลิ่มเลือดสามารถเกิดได้ในหลายบริเวณของร่างกาย ดังนั้นอาการที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามอวัยวะที่ลิ่มเลือดไปอุดตัน เช่น ในปอด จะมีอาการเจ็บหน้าอกแปล๊บๆ หายใจไม่อิ่มและเหนื่อยง่าย บริเวณขา จะเกิดอาการขาบวมข้างเดียว ในท้องจะเกิดอาการปวดท้องรุนแรง ส่วนในอวัยวะที่สำคัญต่อชีวิต (vital organs) เช่น เส้นเลือดสมองจะเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรง เมื่อ ไอ จาม จะปวดมากขึ้น และ อาจมีภาวะอ่อนแรง ชาซีกเดียวคล้าย stroke ก็ได้ หากเกิดที่เส้นเลือดหัวใจจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หากไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เสียชีวิตหรือพิการได้

4.วัคซีนโควิด-19 ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้อย่างไร  

ปัจจุบันสาเหตุการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีนโควิด-19 ยังไม่ทราบแน่ชัด แพทย์และผู้เชี่ยวชาญสันนิษฐานว่า เป็นผลจากวัคซีนโควิด-19 ไปเพิ่มการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย และภูมิคุ้มกันดังกล่าวนี้กระตุ้นการทำงานของเกล็ดเลือด เกิดเป็นลิ่มเลือดไปอุดเส้นเลือดในอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนั้นยังทำให้ปริมาณเกล็ดเลือดในร่างกายลดลงเนื่องจากเกล็ดเลือดส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้การสร้างลิ่มเลือดในขึ้นตอนแรก ในผู้ป่วยจะสามารถตรวจพบ anti-platelet factor 4 (anti-PF-4)/ heparin antibody คล้ายกับภาวะ heparin-induced thrombocytopenia (HIT) ซึ่งปัจจุบันไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดตันและเกล็ดเลือดต่ำในผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนชนิดอื่นใด นอกจากพบในผู้ป่วยที่ได้รับวัคซีนโควิด-19

5.ลิ่มเลือดอุดตันหลังจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 พบบ่อยแค่ไหน ท่านใดบ้างที่ต้องระวัง 

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำจากวัคซีน หรือ Vaccine-Induced immune Thrombotic Thrombocytopenia (VITT) เกิดขึ้นได้ในอัตราส่วน 1:125,000 – 1:1,00,000 กล่าวคือ ในผู้รับวัคซีน 1 ล้านคน จะพบภาวะลิ่มเลือดอุดตันจากวัคซีนโควิด-19 จำนวนเฉลี่ย 3.6 คน (ข้อมูลวันที่ 8 มิถุนายน 2564)11 และส่วนใหญ่พบในหญิงที่มีอายุน้อยกว่า 55 ปี ซึ่งอุบัติการถือว่าน้อยมากและประโยชน์จากการฉีดวัคซีนมีมากกว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามข้อมูลในประเทศไทยยังต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันทางสถิติภาวะ VITT กับการได้รับวัคซีนชนิดต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติให้ฉีดในไทย เนื่องจากการฉีดวัคซีนในประเทศพึ่งเริ่มต้นขึ้น

6.ผู้ได้รับวัคซีนโควิด-19 จะสังเกตอาการตัวเองได้อย่างไรว่า มีอาการลิ่มเลือดอุดตัน 

หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นเวลา 30 นาที ผู้ได้รับวัคซีนอาจจะมีไข้ต่ำ ๆ หรือ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย มีผื่นเล็กน้อย อาการเหล่านี้จะหายได้เองภายใน 2-3 วัน ส่วนอาการ ลิ่มเลือดอุดตัน จะเกิดในช่วงเวลา 5-42 วันหลังได้รับวัคซีน11 โดยหากท่านใดมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาชา หรือ อ่อนแรง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตามัว เห็นภาพซ้อน ซัก เหนื่อยง่าย หายใจลำบากหรือติดขัด เจ็บแน่นหน้าอก ขาบวมแดงหรือซีดเย็น ปวดท้องหรือปวดหลังรุนแรง ให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุและรักษาในสถานพยาบาลที่ท่านรักษาตัวเป็นประจำ

7.หากเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ แพทย์จะรักษาเราอย่างไร  

หากผู้ป่วยมีเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับค่าสารบ่งชี้ทางชีวภาพ d-dimer สูงซึ่งจากการสลายของโปรตีนไฟบริน หรือมีเกล็ดเลือดต่ำร่วมกับลิ่มเลือดอุดตันภายใน 5-42 วันหลังฉีดวัดซีนโควิด-19 เนื่องจากการตรวจยืนยันภาวะ VITT ต้องทำในห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อน ระหว่างรอผลวินิจฉัย แพทย์จะให้สารอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (intravenous immunoglobulin, IVIG) และอาจให้ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เช่น methylprednisolone หรือ prednisolone นอกจากนั้นแล้วแพทย์อาจให้ยาต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือดหรืออาจรักษาด้วยวิธีแลกเปลี่ยนพลาสมา

ในภาวะที่การดำเนินชีวิตประจำวันภายใต้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นไปด้วยความยากลำบาก วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เป็นความหวังในการคืนวิถีชีวิตปกติใหม่ของคนในชาติ แม้ว่าวัคซีนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงในผู้รับการฉีดบางราย แต่เนื่องจากผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก และวัคซีนมีประโยชน์ต่อผู้ได้รับมากกว่าในทุกกรณี หากเรารู้เท่าทันผลข้างเคียงที่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้น ตื่นตัว ตระหนักแต่ไม่ตระหนก เฝ้าสังเกตอาการเหล่านี้อยู่เสมอ เราจะอยู่รอดปลอดภัยจากผลข้างเคียงของการได้รับวัคซีนโควิด-19 ได้ เพราะยาและวัคซีนทุกชนิดย่อมมีผลข้างเคียงตามมาเสมอ

ขอบคุณที่มา: ภาควิชาชีวเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า “รถยนต์” ของคุณใกล้พัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472930

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า “รถยนต์”ของคุณใกล้พัง

‌4 กรกฎาคม 2564 – 21:41 น.

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า “รถยนต์”ของคุณใกล้พัง

รถยนต์นับว่าเป็นเครื่องจักรใช้งานประเภทหนึ่ง ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งาน วันนี้ เรามีสัญญาณที่รถกำลังร้องบอกคุณว่า รถของคุณใกล้พังแล้ว และต้องการการบำรุงรักษาโดนด่วน มาฝากคุณผู้อ่านกัน คุณจะได้รีบแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ก่อนที่รถยนต์จะพังซะก่อน

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

ไฟเตือน
คือสัญญาณไฟเตือนบนแผงหน้าปัดรถยนต์ หากมีสัญลักษณ์ไฟเตือนใดเกิดขึ้นมาก็ตาม สงสัยไว้ก่อนเลยว่าอาจจะต้องมีอะไรขัดข้อง และควรจะรีบตรวจสอบทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

พฤติกรรมการขับรถ
พฤติกรรมการขับรถถือว่ามีผลอย่างมากต่ออายุการใช้งานของรถยนต์ เพราะบางคนมีพฤติกรรมการขับรถแบบบ้าระห่ำ กระชากเกียร์ เหยียบคันเร่งราวกับแข่งแรลลี่ ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้สามารถสร้างความเสียหายกับเครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างได้อย่างใหญ่หลวง ซึ่งในระยะสั้น อาจจะไม่ส่งผล แต่หากขับรถแบบนี้เป็นระยะเวลานานสะสม รับรองว่าเครื่องยนต์พังก่อนเวลาอันควรแน่นอน

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

มีร่องรอยของน้ำหยดที่พื้น
หากรถยนต์ของคุณมีร่องรอยของน้ำ หรือน้ำมันหยดลงที่พื้น อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น หม้อน้ำรั่ว น้ำมันเบรกรั่ว หรือแม้กระทั่งน้ำมันรั่ว ซึ่งถือว่าค่อนข้างไม่ปลอดภัย อาจจะทำให้เกิดอันตรายระว่างที่คุณขับรถอยู่ได้นะคะ ควรรีบนำรถเข้าเช็กโดยด่วนเลย

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

สตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ
หากรถของคุณ ต้องใช้เวลาในการสตาร์ทเครื่องนานกว่าปกติ แสดงว่ารถของคุณมีแนวโน้มว่าแบตเตอรี่รถอาจเสื่อม หรือใกล้หมดเต็มทีแล้ว จึงควรรีบนำรถเข้าเช็กนะคะ เพราะถ้ารถไปดับกลางทางแล้วสตาร์ทไม่ติดในที่ไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะในที่เปลี่ยวอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวคุณเองได้ เพราะอาจจะมีมิจฉาชีพอยู่บริเวณนั้น 

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

มีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย
หากรถของคุณมีควันขาวออกมาจากท่อไอเสีย นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเครื่องยนต์เริ่มมีปัญหาแล้วล่ะ ดังนั้นก่อนจะลุกลามไปมากกว่านี้ ควรนำรถเข้าตรวจเช็กโดยด่วน เพราะสัญญาณนี้หมายถึงระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์มีปัญหา โดยเฉพาะปะเก็นที่อยู่ระหว่างเครื่องยนต์ท่อนบนและล่างอาจจะเกิดปริ ทำให้น้ำเล็ดลอดเข้าห้องเผาไหม้ และเผาน้ำจนออกมาเป็นไอน้ำ เห็นเป็นควันสีขาวออกมา ถ้าอาการหนัก น้ำอาจจะปนเข้ากับน้ำมันเครื่อง ท้ายที่สุดทำให้น้ำมันเครื่องเป็นโคลน และทำให้เครื่องยนต์น็อกในที่สุด

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

กลิ่นเหม็นไหม้
หากรถของคุณมีกลิ่นเหม็นไหม้ แสดงว่ารถยนต์ของคุณเกิดความเสียหายแน่นอน อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น เบรกไหม้ สายพานไหม้ ท่อไอเสียปริแตก ลูกสูบไหม้ หรือแม้แต่สายไฟภายในเครื่องยนต์ไหม้ ซึ่งล่วนแต่เป็นอันตรายหากใช้งานรถยนต์ต่อไปโดยไม่แก้ไข ดังนั้น ควรนำเข้าอู่โดยด่วน
 

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

เสียงแปลก ๆ
บางครั้งรถยนต์ของคุณอาจเกิดเสียงแปลก ๆ ที่ไม่คุ้นเคยดังในรถ โดยปกติแล้วเสียงเครื่องยนต์หรือการขับขี่ต่าง ๆ เราจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ถ้าเมื่อใดเราได้ยินเสียงแปลก ๆ เกิดขึ้น ก็ควรหาที่มาของเสียง หนึ่งในกรณีเสียงแปลก ๆ นี้ อาจเกิดจากผ้าเบรกใกล้หมด ซึ่งอันตรายมากหากคุณต้องใช้รถ เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้เลย ควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบโดยด่วน

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

เร่งไม่ขึ้น รถใกล้พัง
แม้จะไม่มีร่องรอยน้ำมันรั่ว แต่หากเกิดอาการรถยนต์เร่งไม่ขึ้น ก็อาจจะถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง กรองอากาศ หรือกรองน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วนะคะ เพราะถ้าปล่อยไว้นานจะยิ่งแย่แน่ๆ

เช็กด่วน..10 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่า "รถยนต์"ของคุณใกล้พัง

รถนุ่มนวลผิดปกติ
หากคุณรู้สึกว่ารถนุ่มนวลผิดปกติ ก็อาจจะเป็นเพราะช่วงล่างเริ่มมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นโช้กเสื่อม ลมยางอ่อน และอื่น ๆ อีกหลายสาเหตุ จึงไม่ควรเสี่ยงขับไปนาน ๆ นะคะ เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับอาการต่าง ๆ ที่เป็นสัญญาณบอกว่ารถของคุณเริ่มจะมีปัญหาขึ้นแล้ว เมื่อรู้อย่างนี้แล้วควรรีบป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ  และควรรีบนำรถยนต์ของคุณเข้าตรวจเช็กสภาพได้แล้ว ..

“ผู้ชายยุค 5G” ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472923

“ผู้ชายยุค 5G” ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

‌4 กรกฎาคม 2564 – 19:56 น.

เป็นผู้ชายเรื่องการบริหารเสน่ห์เป็นอีกสิ่งที่ควรมี เพื่อความปังยิ่งในยุค 5G ยิ่งต้องมีไอเทมไว้ วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับมาฝากหนุ่ม ๆ กันที่จะออกไปไหนควรมีของเหล่านี้ไว้

ในยุค 2021 ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องความสวย ความดูดีไม่ได้จำกัดเพียงแค่สตรีเพศแล้ว แถมยังเปิดกว้างให้หนุ่ม ๆ ที่ชอบการดูแลตัวเอง ได้สัมผัสกับหลากหลายไอเอม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคน แต่ละสภาพผิวด้วย อาทิ เครื่องสำอาง ,คอร์สดูแลผิวพรรณ , โปรแกรมลดหุ่น เป็นต้นเพื่อให้ผู้ยุคนี้ทรงเสน่ห์มากยิ่งขึ้น

วันนี้เราขอหยิบ 5 ไอเทมที่หนุ่ม ๆ สามารถพกพาติดตัว เสริมเสน่ห์แบบง่าย ๆ มาให้ลองนำไปใช้กัน 

1.น้ำหอม : ต้องยอมรับว่าเรื่องกลิ่นกาย เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยสร้างดึงดูดได้เป็นอย่างดี แต่หากประพรม หรือ ฉีดมากไปก็จะส่งผลเสียกันได้ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบกลิ่นของน้ำหอม ฉะนั้นการฉีดแค่พอประมาณนั้นดีที่สุด อย่าลืมว่าผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง

"ผู้ชายยุค 5G" ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

2.ลิปสติก : ผู้ชายบางคนไม่ได้ดื่มน้ำเยอะเท่ากับผู้หญิง ส่งผลให้เกิดอาการปากแห้ง เป็นขุยได้ ลิปมัน ถึงเป็นไอเทมไม่ลับที่ควรมี เพื่อเพิ่มความดูสุขภาพดีของหนุ่มคนนั้น ๆ แถมสมัยนี้ลิปสติก หรือ จะเป็นลิปมันสำหรับผู้ชายก็หาซื้อได้ง่าย อยากได้แบบไหน กลิ่นไหนก็มีหมด ถ้าเจอสถานการณ์ที่จำเป็นต้องเจอศึกแบบด่วน ๆ ก็จะทำให้สัมผัสนั้นพิเศษมากขึ้น

"ผู้ชายยุค 5G" ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

3.แป้ง : จริง ๆ เรื่องแป้งดูเหมือนไม่สำคัญ แต่จริงแล้ว ก็เป็นตัวช่วยที่ดีที่ช่วยให้หนุ่ม ๆ ดูดีมากยิ่งขึ้น นั่นเพราะความมันบนใบหน้าของผู้ชายบางคน มันส่งต่อภาพลักษณ์และบุคคลิกภาพ การมีไอเทมชิ้นนี้ไว้จึงเป็นตัวเสริมเสน่ห์ เป็นอย่างดี ซึ่งคำถามต่อไปแน่นอนว่า ผู้ชายควรใช้แป้งแบบไหนนั้น คำตอบคือแป้งที่เหมาะกับผิว ไม่จำเป็นต้องเป็นแป้งพับเหมือนผู้หญิง แค่แป้งฝุ่นธรรมดาก็ได้ หรือ แค่คุณเดินไปที่บูธเครื่องสำอางบุรุษเพศและให้พนักงานแนะนำก็สบายใจได้เลย ที่เหลือพอทดลองใช้แล้วโดนใจหรือไม่ก็อยู่ที่คุณแล้ว

"ผู้ชายยุค 5G" ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

4.สเปรย์ดับกลิ่นปาก : กลิ่นปากเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะในทุกๆ วัน คนเราจะต้องเจอกับการสนทนากับบุคคลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนรอบข้าง หรือคนที่ไม่สนิท ดังนั้นกลิ่นปากก็เป็นตัวที่สามารถบ่งบอกว่า คนคนนั้นเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีรึเปล่า ใส่ใจตัวเองดีไหม เพราะการมีกลิ่นปากที่หอม สามารถสร้างความประทับใจ และความรู้สึกดีกับคนที่เราสนทนาได้อีกทางนึงด้วย

"ผู้ชายยุค 5G" ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

5.กระเป๋าเงิน : ชิ้นสุดท้าย กระเป๋าเงิน ทำไมพกเพราะสมัยนี้สามารถใช้การโอนแทนในการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้แล้ว อย่างที่กล่าวไปว่าคือไอเทมเพิ่มเสน่ห์สำหรับหนุ่ม ตัวอย่างเมื่อคุณนัดเดททรนข้าวกับคนพิเศษ การเคลื่อนไหวควักเงินในกระเป๋า หรือหยิบบัตรมาจ่าย รวมไปถึงแค่มีประเป๋าเงินตั้งข้าง ก็แสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมที่จะเป็นหนุ่ม ๆ สายเปย์ เพิ่มความเป็นสุภาพบุรุษ น่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น 

"ผู้ชายยุค 5G" ต้องพกไอเทมนี้ไว้เพื่อความปัง 

หากหนุ่ม  ๆ ท่านไหนอยากลงเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง ก็ลองนำไอเดีย 5 ไอเทม ไปปรับใช้ได้ตามเหมาะสม หรือใครที่จะเพิ่มมากกว่า 5 ก็ไม่แปลก ไม่ผิด แต่อย่าเยอะเกินไป

“อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472922

“อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

‌4 กรกฎาคม 2564 – 19:51 น.

ย้อนอดีต พาเที่ยวชม ศึกษาประวัติศาสตร์ “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” ต้นอาณาจักร ก่อนมาเป็นไทยทุกวันนี้ 

     “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” นับเป็นอีกหนึ่งมรดกโลก ที่ องค์การยูเนสโก ได้ประกาศตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2534 ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร และ อุทยานประวัติศาตร์ศรีสัชนาลัย ภายใต้ชื่อว่า “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร”

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” ตั้งอยู่ตำบลเมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัยก็ว่าได้ นักงท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ต่างแวะเวียนกันมาเที่ยวชมอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ปกติก่อนหน้านี้     

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 
"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” เป็นที่นิยมอันดับแรก ๆ ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากมีความสำคัญประวัติศาสตร์ชาติไทย โดย จังหวัดสุโขทัยนั้นเป็นที่ตั้งอาณาจักรแรกของชนชาติไทยเมื่อกว่า 700 ปี ซึ่งคำว่า “สุโขทัย” มาจากคำสองคำคือ “สุข+อุทัย” มีความหมายว่า “รุ่งอรุณแห่งความสุข “

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     จุดท่องเที่ยวสำคัญใน “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” มีหลายจุดด้วยกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถ ปั่นรถจักรยานเช่า ไปรอบ ๆ อุทยานฯ ได้ หรือ จะนั่งรถราง ที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี้ก็ว่าได้ 

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     ภายในอุทยานฯ รายล้อมด้วยกำแพงเมืองเก่า วัดเก่า ที่มีชื่อเสียงอย่าง วัดพระพายหลวง และ วัดศรีชุม  ซึ่งตั้งอยู่ด้านนอกกำแพงเมืองทางทิศเหนือ โดย จุดเด่นของวัดพระพายหลวง คือ เป็นศาสนาสถานที่มีองค์ประธานเป็นพระปรางค์แบบขอม 3 องค์ ปัจจุบันเหลือเพียงพระปรางค์องค์เหนือ

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 
"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

    ส่วน วัดศรีชุม ที่ทุกคนที่มาที่อุทยาน ต้องแวะมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยคำว่า  ศรี มาจากภาษาถิ่นดั้งเดิมว่า สะหลี แปลว่าต้นโพธิ์

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     ซึ่งวัดศรีชุม มีอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ มีอุโมงค์เจาะเป็นช่องลึกเข้าไปในผนัง บนเพดานของอุโมงค์มีภาพจารลายเส้นวาดบอกเล่าเรื่องราวพุทธชาดกด้วยอักษรสุโขทัย

"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 
"อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย" เมือง รุ่งอรุณแห่งความสุข มรดกโลก 

     หากมีโอกาสแวะมา เมือง “รุ่งอรุณแห่งความสุข ” ไม่ควรพลาดที่จะเข้ามาเที่ยวชม ศึกษาประวัติศาสตร์กับ “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” 

“โควิด” มา บอกลา “ขน” กันเถอะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472924

“โควิด” มา บอกลา “ขน” กันเถอะ

‌4 กรกฎาคม 2564 – 19:23 น.

การกำจัดขน หรือ “แว็กซ์ขน” ด้วยตัวเอง ในยุคโควิด-19 ทำเองได้ไม่ยาก ด้วยเทคนิค DIY ที่ราคาไม่แพง หาวัตถุดิบได้ใกล้ๆตัว แถมยังสะดวก ไม่ต้องต่อคิวให้ใครมาทำอีกด้วย

วิธีการ “แว็กซ์ขน” มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแว็กซ์ร้อน, แว็กซ์เย็น และสูตรน้ำตาล หรือ Sugar Wax  ที่ใช้เพียง “น้ำตาล” เป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งทุกวิธีสามารถทำเองได้ที่บ้าน แถมหาอุปกรณ์จากสิ่งรอบตัว รับรองปลอดภัย และไม่เปลืองเงินแน่นอน

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

วันนี้ขอแนะนำวิธีการทำ Sugar Wax ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม และมาแรงมากๆในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า และเจ็บปวดน้อยกว่า เมื่อเทียบกับแว็กซ์ร้อน หรือแว็กซ์เย็น แถม Sugar Wax ยังสามารถใช้กับทุกพื้นที่และทุกสภาพผิว แถมขนที่งอกขึ้นใหม่สีจะจางลง และขนอ่อนลงกว่าเดิมอีกด้วย

ถ้าพร้อมแล้วมาดูส่วนผสมกัน ….เข้าครัวไปหยิบกระปุกน้ำตาลทราย ขอแค่ 2 ถ้วยตวง หรือถ้าไม่มี ก็ใช้น้ำตาลก้อนก็ได้ แต่อาจจะใช้เวลาละลายนานนิดนึง, น้ำมะนาว 1/4 ถ้วย, น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือ 1 ช้อนชา

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

ขั้นตอนการทำนั้นไม่ยากจริงๆ เริ่มนำส่วนผสมทั้งหมดลงในหม้อ เคี่ยวบนไฟร้อนขนาดปานกลาง คนส่วนผสมทั้งหมดให้ละลาย จนเริ่มเดือด และกลายเป็นสีคาราเมลเหมือนน้ำผึ้ง เสร็จแล้วปิดไฟ และตั้งรอให้เย็นลง หรือจะเปลี่ยนภาชนะที่ใส่ก็ได้ 

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

ระหว่างนั้น ให้ทำความสะอาดส่วนที่จะแว็กซ์ และทาแป้งบางๆ (แป้งเด็กก็ได้) เพื่อทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่มีความชื้น จะทำให้แว็กซ์ติดกับขนได้ดี จากนั้นใช้ไม้พายหรือไม้ติมพาแว็กซ์ให้ทั่วผิวที่ต้องการจำกัดขน ไม่ว่าใต้วงแขน หน้าแข้ง หรือหลัง

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

มีข้อควรระวัง ควรทดสอบแว็กซ์ทุกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่ร้อนเกินไป ก่อนที่จะนำไปใช้กับบริเวณผิวที่บอบบาง เพราะถ้าร้อนเกินไปก็อาจเกิดอาการแสบร้อนหรือผิวหนังอักเสบได้ ส่วนวิธีทาแว๊กซ์ ไม่ควรปาดไปมา แต่ควรทาไปในทิศทางเดียวกันกับขน

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

เมื่อปาดแว็กซ์ในบริเวณที่ต้องการแล้ว ให้ใช้ผ้าวางให้แนบไปกับผิวที่ทา หรือใช้มือรีดก็ได้ จากนั้นปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 1 นาที แล้วดึงแนวย้อนรอยขนจนสุด

"โควิด" มา บอกลา "ขน" กันเถอะ

แค่นี้ก็เสร็จแล้ว ลองทำกันดูนะคะ รับรองไม่ยาก ขนหายเกลี้ยง และปลอดภัยหายห่วงแน่นอน

พลังแห่ง “การสัมผัส” ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472917

พลังแห่ง “การสัมผัส” ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด

‌4 กรกฎาคม 2564 – 18:05 น.

ใครจะไปคาดคิดว่า “การสัมผัส” ช่วยผ่อนคลายจิตใจของเราได้

แต่ว่าช่วงนี้ “การสัมผัส” กับผู้อื่นอาจต้องลด เพราะโควิด-19

 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด

แต่ก็ยังมี “การสัมผัส” แบบอื่น ๆ อีก ที่เราสามารถทำได้โดยไม่เป็นอันตราย

1. สัมผัสธรรมชาติ

ลองหาเวลาออกไปสัมผัสธรรมชาติดูบ้าง ไม่ว่าจะสัมผัสดิน ปลูกด้นไม้ เวลาไปเที่ยวลองถอดรองเท้าสัมผัสกับดิน กับทราย กับพื้นหญ้าดูบ้าง จะช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้น หรือการว่ายน้ำในทะเลก็ช่วยได้ 

2. สัมผัสสัตว์เลี้ยง

มีผลวิจัยบอกว่า การสัมผัสสัตว์เลี้ยง ช่วยลดความเครียดได้ สัตว์บางชนิดที่มีขนนุ่ม เช่น แมว มีงานวิจัยชี้ว่า การลูบขนแมว ช่วยลดความเครียดได้ดี 

3. สัมผัสวัสดุที่นุ่ม

การสัมผัสหมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา หรือวัสดุที่ให้สัมผัสนุ่ม จะช่วยให้เราเพลิดเพลิน ทำให้เรารู้สึกสบายกาย สบายใจนอกจากนี้ยังมีรายงานชี้ว่าจะช่วยเราหลับสบายได้อีกด้วย

4. สัมผัสตัวเอง

ให้สัมผัสด้วยการกอดตัวเอง การกอดตัวเองเป็นวิธีส่งความรักไปสู่ร่างกายของเรา ทำให้เรารู้สึกสงบมากขึ้น ใจเย็นลง มองเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยท่ากอดนี้เรียกว่า Butterfly Hug

5. สัมผัสหัวใจของเรา

หากตอนไหนที่เรารู้สึกหงุดหงิด อะไรไม่เป็นดั่งใจ ไม่มีสมาธิ เหงา เครียด ลองเอามือวางบนหัวใจ แล้วตบเบา ๆ ทำจนกว่าเราจะสบายใจ การสื่อสารโดยการสัมผัสแบบนี้ จะทำให้ร่างกายรับรู้ได้ตั้งแต่เรายังเด็ก โดยผ่านแม่ของเรา ที่ทำคล้าย ๆ แบบนี้ เพื่อให้เราผ่อนคลายและสงบลง

 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด
 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด
 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด
 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด
 พลังแห่ง "การสัมผัส" ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้มากกว่าที่คิด

“หมูกรอบ” ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472909

“หมูกรอบ”  ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค

‌4 กรกฎาคม 2564 – 16:51 น.

คะน้าหมูกรอบ,ข้าวหมูกรอบ , ข้าวหมูแดง ,ก๋วยจั๊บ , กระเพราหมูกรอบ  เมนูอาหารพื้นฐานที่มี “หมูกรอบ”เป็นส่วนประกอบ  เพื่อสร้างรสชาด แต่บนความอร่อยนั้นก็มีความเสี่ยงต่อสุขภาพตามมา

กว่าจะมาเป็น “หมูกรอบ”  ต้องผ่านทั้งการต้ม ทอด หรือบางสูตรต้มแล้ว นำไปตากแดดก่อนที่จะนำมาทอดให้เป็นสีเหลืองกรอบ  ขึ้นอยู่กับสูตรของแต่ละที่   ซึ่งวัตถุดิบหลักคือ หมูสามชั้น ที่มีไขมันสูงอยู่แล้ว  และเมื่อถึงขั้นตอนการทอดด้วยน้ำมันก็คือการเพิ่มจำนวนไขมันให้มากขึ้นกว่าเดิม

ส่วนน้ำมันที่ใช้ทอดหมูเพื่อให้เป็น” หมูกรอบ”  ที่นิยมคือการใช้น้ำมันหมู หรือน้ำมันปาล์ม  การทอดแต่ละครั้งจะต้องใช้ปริมาณน้ำมันสูงมาก  จึงเป็นที่มาของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ   และอีกหนึ่งขั้นตอนที่ก็คือวิธีการหมักด้วยเกลือ เพื่อเพิ่มรสชาติเค็ม   แน่นอนว่านี่คือความเสี่ยงต่อโรคไต

ความเสี่ยงจากการรับประทาน “หมูกรอบ”   ได้แก่ โรคอ้วน  เนื่องจากหมูกรอบ ทำมาจากหมูสามชั้น ซึ่งเป็นแหล่งสะสมไขมันสูง อีกทั้งต้องนำไปทอดด้วยน้ำมันที่ให้พลังงานสูง เพื่อให้ได้ความกรอบและสีเหลืองสวยงาม   การรับประทานหมูกรอบ 100 กรัม  ให้พลังงานมากถึง 385-420 แคลอรี  รวมกับไขมันอีก 30 กรัม    และไขมันที่ได้รับคือการสะสมภาระโรคอ้วนให้เกิดขึ้น

โรคกล้ามเนื้อหัวใจเต้นผิดปกติ   ปัจจัยที่ตามมาจากโรคอ้วน  จะส่งให้ระบบของหัวใจของคนอ้วน ทำงานหนักขึ้นกว่าคนร่างกายแข็งแรง การทำงานของหัวใจจะบีบตัวแรงกว่า เพื่อที่จะส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้เพียงพอ  และการทำงานหนักเกินไปของหัวใจ  จะมีผลต่อระกล้ามเนื้อหัวใจในที่สุด

โรคหลอดเลือดหัวใจ  น้ำมันที่ใช้ทอดหมูกรอบ ที่ทำมาจากน้ำมันปาล์มหรือน้ำมันหมู  น้ำมันเหล่านี้จะมีไขมันอิ่มตัวสูง และการรับไขมันอิ่มตัวมากเกินไป จะเป็นการเพิ่มระดับของแอลดีแอล คอเลสเตอรอล ที่จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่าย รวมไปถึงโรคหลอดเลือดในสมองตีบ 

โรคมะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม    หมูกรอบ  ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เพราะน้ำมันที่ผ่านความร้อนสูง และบางร้านใช้น้ำมันเก่าทอดซ้ำๆ จะทำให้เกิดสารพิษในน้ำมันมากขึ้น อาทิ สารอะคริลาไมด์ที่จะพบได้ในอาหารทอด หากสารนี้สะสมในร่างกายมากเกินไป  ก็จะทำให้เกิดโรคมะเร็งทั้งสามชนิด

  "หมูกรอบ"  ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค
  "หมูกรอบ"  ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค

โรคไต   หมูกรอบ  ที่มีความเค็ม   ในขณะที่การบริโภคเกลือที่ดีต่อสุขภาพจะต้องได้รับไม่เกิน 5 กรัมต่อวัน หรือเกลือ 1 ช้อนชา (โซเดียมไม่เกิน 2,300 มิลลิกรัม/วัน) แต่เมนูข้าวหมูกรอบ 1 จาน  จะมีโซเดียมสูงถึง 700 – 1,000 มิลลิกรัม นี่จึงเป็นการบ่งชี้ ถึงความเสี่ยงจากโรคไต

โรคความดันโลหิตสูง   การรับโซเดียมในปริมาณที่สูงมากเกินไปจะทำให้เป็น โรคความดันโลหิตสูงได้ อีกทั้งการได้รับสารพิษที่มีชื่อว่า สารโพลาร์ ซึ่งมาจากขั้นตอนการทอดหมูกรอบด้วย ยิ่งเป็นตัวเร่งให้เผชิญกับโรคนี้ได้ง่ายขึ้น

โรคเบาหวาน   ข้อเท็จจริงที่ต้องตระหนักก็คื  ไม่จำเป็นต้องรับประทานหวาน  ก็สามารถเป็นโรคเบาหวานได้  เพียง ได้รับประทานโซเดียมในปริมาณที่สูงเข้าไป  และการที่เป็นโรคอ้วนอยู่แล้ว ก็ง่ายต่อการเป็นเบาหวานในที่สุด

การรับประทาน “หมูกรอบ” สัปดาห์ละ 1-2 ครั้งในปริมาณที่เหมาะสม    พร้อมกับทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายให้มากขึ้น  เช่น ผักสด ผลไม้ ผักต้ม  ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ    คือการลดความเสี่ยงจากโรคร้ายข้างต้นได้

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก https://www.justbeautyplus.com/

  "หมูกรอบ"  ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค
  "หมูกรอบ"  ความอร่อยกับปัจจัยเสี่ยง 7 โรค