ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 5 สิงหาคม 2563 – 09:41 น.

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” 

มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม โดยความสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บี.กริม, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน), เมืองไทยประกันภัย และมูลนิธิเอสซีจี ขอเชิญชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ รายการ “The Queen Mother Concert” เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  บรรเลงโดยวง Royal Bangkok Symphony Orchestra (RBSO) อำนวยเพลงโดย วานิช โปตะวนิช ศิลปินศิลปาธร ร่วมด้วย อภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวนักเชลโล่มือหนึ่งของไทย หัวหน้ากลุ่มเชลโล่วง RBSO 

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

           
การแสดงครั้งนี้นำเสนองานมาสเตอร์พีซ 3 บทที่ได้รับความนิยมมากคือ เพลงโหมโรง  Prince Igor Overture จากอุปรากรชื่อเดียวกัน ผลงานของ อะเลกซานเดอร์ โบโรดิน นักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม ซึ่งนำเพลงพื้นบ้าน นิทาน และเรื่องราวประวัติศาสตร์ของรัสเซียมาเป็นวัตถุดิบในการประพันธ์ เพลงเอกของรายการคือ เชลโล่คอนแชร์โตหมายเลข 1 ในบันไดเสียง C เมเจอร์ ผลงานของ ฟรานซ์ โยเซฟไฮเดินนักประพันธ์เพลงชาวออสเตรีย ดนตรีของเขาเรียบง่ายแต่ซ่อนตรรกะที่ลุ่มลึกและแฝงอารมณ์ขัน ศิลปินเดี่ยวได้อวดฝีมือและเล่นประชันกับวงได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะช่วงท้ายซึ่งนักเชลโล่บรรเลงเร็วมาก เสมือนกับเชลโล่สองคันบรรเลงโต้ตอบกัน         

เพลงสุดท้าย เป็นผลงานประเภทเพลงชุด (Suite) ชื่อ Pictures at an Exhibition ของโมเดสต์ มูซอร์กสกี นักประพันธ์เพลงแนวรัสเซียชาตินิยม งานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจเมื่อได้ไปชมภาพที่นำออกแสดงโดยศิลปินชาวรัสเซีย ดนตรีบรรยายภาพวาดตามอารมณ์ ความรู้สึกของผู้ประพันธ์ขณะที่เดินชมภาพต่าง ๆ คั่นด้วยทำนองหลักที่แสดงบุคลิกและอารมณ์ของผู้ประพันธ์ หรืออารมณ์ที่คาดหวังในการชมรูปภาพถัดไป        

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

อภิชัย เลี่ยมทอง ศิลปินเดี่ยวเชลโล่  เขาเริ่มเรียนเชลโล่กับ Andrew Heally ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศึกษาต่อที่ Hong Kong Academy of Music and Performing Arts เคยเป็นอาจารย์สอนที่สถาบันแห่งนี้ และเป็นสมาชิกวง Hong Kong Sinfonietta  ต่อมาได้ทุนเรียนกับ Rafael Wallfischที่ Guildhall School of Music ลอนดอน  ปัจจุบันเป็นหัวหน้าหลักสูตรดุริยางค์ศาสตร์บัณฑิตของวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต และเป็นผู้ก่อตั้งวงเชลโล่ “The Cellissimo”          

ชวนชมคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระพันปีหลวง" 

วานิช โปตะวนิช  ผู้อำนวยเพลง ศิลปินศิลปาธรสาขาดนตรี ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากลุ่มทรัมเปตและผู้อำนวยเพลงประจำวง RBSO ผู้อำนวยเพลงประจำวงดุริยางค์ศิลปากร เคยร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตร้าต่างๆ อาทิ Hong Kong Philharmonic Orchestra, Malaysian Philharmonic Orchestraและ Singapore Symphony Orchestra และเป็นอาจารย์สอนให้กับสถาบันดนตรีต่างๆในเมืองไทย        

คอนเสิร์ตจะทำการแสดงวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ราคาบัตร 300, 700, 900, 1200 และ 1500 บาท จองบัตรได้ที่ ThaiTicketmajor – โทร. 02 262 3456 –www.thaiticketmajor.com ลด 50% สำหรับนักเรียน / นักศึกษา   ลด 50% สำหรับผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานมูลนิธิฯ โทร. 02 255 6617-8, 02 255 9191-2   E-mail: rbso@bangkoksymphony.org  และ
http://www.rbsothailand.com

“มาดามแป้ง” สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“มาดามแป้ง” สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย

"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย4 สิงหาคม 2563 – 17:55 น.

“มาดามแป้ง” แห่งค่ายเมืองไทยประกันภัย ร่วมช่วยเหลือชาวเลย หลังประกาศพันธมิตรสนับสนุนเมืองเลย ยูไนเต็ด โดยตั้งครัวมาดาม แจกข้าว 2,000 กล่อง บรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่บ้านสูบ ตำบลน้ำสวย อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งเดินทางไปแถลงข่าวผูกพันธมิตรลูกหนังร่วมเป็นผู้สนับสนุนสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ได้สั่งทีมงานเมืองไทยประกันภัยลุยตั้งครัวมาดาม ช่วยเหลือประชาชนในจังหวัดเลยซึ่งประสบอุทกภัย หลังทราบข่าวฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จนน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้ประชาชนกว่า 200 หลังคาเรือน

โดยมาดามแป้ง กล่าวช่วงหนึ่งในงานแถลงข่าวว่า “แป้งได้มาเป็นพี่น้องกับคนเมืองเลยแล้ว เราก็เหมือนเป็นคนครอบครัวเดียวกัน แป้งจึงขอตั้งครัวมาดามขึ้นทันที ด้วยการมอบข้าวกล่อง 2,000 กล่อง เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนของชาวเลยขณะนี้ แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ก็หวังเป็นกำลังใจพี่น้องชาวเลยทุกคนผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน”

"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย
"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย

ล่าสุด ทีมงานอาสาเมืองไทยประกันภัย ได้ลงพื้นที่แจกอาหารครัวมาดามแก่ชาวเลยทันทีเป็นคืนแรก ร่วมกับสโมสรเมืองเลย ยูไนเต็ด ซึ่งจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง 4 วัน ตามสโลแกนครัวมาดามที่ว่า “ส่งต่อน้ำใจ…คนไทยไม่ทิ้งกัน”

"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย
"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย
"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย
"มาดามแป้ง" สั่งตั้ง #ครัวมาดาม ช่วยน้ำท่วมเมืองเลย

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 4 สิงหาคม 2563 – 14:04 น.

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่  พิเศษสุดกับแคมเปญ “Siam Paragon A Piece of Eternity” พร้อมโปรโมชั่นแห่งปีระหว่างวันที่ 6-19 สิงหาคมศกนี้

ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตอกย้ำความเป็นเวิลด์คลาสเดสติเนชั่น ที่รวบรวมลักซ์ชัวรี่และแบรนด์จิวเวลรี่มากที่สุด รวมทั้งเหล่าร้านเพชร ร้านอัญมณีชั้นนำสุดหรูระดับโลก โดย 23 บูติคจิวเวลรี่และเครื่องประดับเพชรชั้นนำในสยามพารากอนได้บรรจงรังสรรค์เครื่องประดับจิวเวลรี่และอัญมณีมาสเตอร์พีชสุดหรูมาให้คุณเลือกเป็นของขวัญแทนใจที่แสดงถึงความรักอันเป็นนิรันดร์ เพื่อมอบแก่ผู้หญิงที่รักคุณสุดหัวใจในช่วงเทศกาลวันแม่ ณ ชั้น M และ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าสยามพารากอน กล่าวว่า “สยามพารากอน ยังคงตอกย้ำการเป็นศูนย์การค้าระดับโลก โดยร่วมมือกับร้านเพชรและจิวเวลรี่ชั้นนำระดับเวิลด์คลาส รังสรรค์เครื่องประดับเพชรและอัญมณีคอลเลคชั่นพิเศษแห่งปี ให้กับลูกๆ ที่กำลังมองหาของขวัญล้ำค่าแทนใจ เพื่อมอบให้กับคุณแม่ รวมถึงเหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์ ที่กำลังมองหาของขวัญให้ใครสักคนที่สร้างคุณค่าทางจิตใจ ในช่วงโอกาสพิเศษนี้ พร้อมอัดแน่นด้วยแคมเปญพิเศษเพื่อเอาใจเหล่าช้อปเปอร์ตัวจริง อาทิ ช้อป 180,000 บาท ขึ้นไป รับทันที Siam Gift Card มูลค่า 7,000 บาท หรือตั้งแต่ 80,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่า 3,000 บาท (จำกัดจำนวน) ระหว่างวันที่ 6-19 สิงหาคมนี้ และยังมีของรางวัลสำหรับผู้มียอดช้อปสูงสุด อาทิ ห้องพักโรงแรมดัง และ บัตรรับประทานอาหารจากร้านอาหารชั้นนำอีกด้วย” 
สำหรับร้านเพชรและจิวเวลรี่ชั้นนำต่างเนรมิตคอลเลคชั่นสุดพิเศษ ได้แก่ Gems Pavilion รังสรรค์เข็มกลัดเพชรรูปดอกไม้ ตัวเรือนทองคำขาว และเข็มกลัดเพชรรูปดอกไม้ตัวเรือนทองคำขาวประดับไพลิน, Der Mond มาพร้อม CHARMING FANCY NO.3  หนึ่งในเซทเครื่องประดับที่คลาสสิกที่สุด ด้วยความเรียบง่ายของการจัดเรียงเพชรสามรูปทรงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว  และยังมาพร้อมความหมายของเพชรทั้งสามทรง อย่างเพชรหัวใจที่สื่อถึงความรัก เพชรหยดน้ำที่แทนความเข้มแข็งที่เป็นที่พึ่งพาให้กันและกัน และเพชรกลมที่แทนความหมายว่าไม่มีที่สิ้นสุด 
 

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 

Blue River เปิดตัวคอลเลคชั่น Yellow Diamond ฉลองวันแม่ ด้วยการเลือกสรรเพชรน้ำงามทั้ง 2 สีมาสร้างสรรรค์ด้วยดีไซน์ทรงดอกไม้ที่ดูอ่อนหวานแต่แฝงด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ดุจดั่งความรักของแม่ และความล้ำค่าของ Yellow Diamond ที่นับเป็นอัญมณีที่หายาก เปรียบเสมือนตัวแทนของความรักที่ยิ่งใหญ่ , Prima Gems คัดสรรอัญมณีสีแดงสดอย่างทับทิม รูปทรงมาคีมาประดับเป็นตัวเรือนพร้อมเพชรเจียรไนเป็นเข็มกลัดสุดหรู,  S.T.Diamond มาพร้อมต่างหูเพชรห้อยมุก และแหวนมุกแทนความบริสุทธิ์อันล้ำค่า และ P&P Jewelry  รังสรรค์สร้อยคอเพชรรูปหยดน้ำเรียงร้อยเป็นดอกไม้ระยิบระยับเข้าชุดกับต่างหูเพชรแฟนซีรูปหยดน้ำ รูปไข่ Karat ออกแบบแหวนคู่แม่-ลูก เรียงร้อยด้วยเพชรสีขาวและเพชรสีแฟนซี เปรียบดั่งชีวิตที่มีทั้งความบริสุทธิ์และสีสัน
    

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 

ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีบูติคเพชรชั้นนำ อาทิ Bijoux de Louise , Charms, Le Beau, Mikimoto, Nara Jewelry, Pannarai Jewellers, Premiera, Rajdamri Gems, Scintilla Gioielli, Sette, Siam Tiara, Sirinapa Diamond, Sirus Tanya, Tang’s by Chua Lee, Trez Jewelry และ Xavier ที่พร้อมใจกันสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเครื่องประดับเพื่อเป็นของขวัญแห่งความทรงจำในเทศกาลวันแม่

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 


ขอเชิญเลือกสรรของขวัญล้ำค่ามอบแด่คนที่คุณรักในช่วงเวลาพิเศษ ด้วยเครื่องประดับเพชรและ อัญมณีสุดมาสเตอร์พีชนี้ได้ใน แคมเปญ “Siam Paragon A Piece of Eternity” จาก 23 บูติคจิวเวลรี่และเครื่องประดับเพชรชั้นนำ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ เมื่อซื้อเครื่องประดับจากร้านจิวเวลรี่ที่ร่วมรายการตั้งแต่ 80,000 บาทขึ้นไปรับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท จำนวน 50 สิทธิ์  และตั้งแต่ 180,000 ขึ้นไป รับ  SIAM GIFT CARD มูลค่าสูงสุด 7,000 บาท จำนวน 30 สิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีของรางวัลสำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด อาทิ ห้องพักโรงแรมและ บัตรรับประทานอาหารจากร้านค้าชั้นนำในศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามเพิ่มเติม โทร.0-2-610-8000 

สยามพารากอน ชวนมอบของขวัญล้ำค่าแทนรักนิรันดร์ ในเทศกาลวันแม่ 

ฉีกกรอบเดิมๆ “ขายพวงมาลัย” ธุรกิจรุ่ง เน้นออกแบบ-ทำตามออร์เดอร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฉีกกรอบเดิมๆ “ขายพวงมาลัย” ธุรกิจรุ่ง  เน้นออกแบบ-ทำตามออร์เดอร์

ฉีกกรอบเดิมๆ "ขายพวงมาลัย" ธุรกิจรุ่ง  เน้นออกแบบ-ทำตามออร์เดอร์4 สิงหาคม 2563 – 09:38 น.

เอ่ยชื่อ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” หลายคนรู้จักกันดีในเรื่องมาลัยที่วิจิตรงดงาม ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ เหมาะสำหรับนำไปมอบให้กับบุคคลที่รักและเคารพนับถือ ในวาระพิเศษหรือเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคมนี้

การประดิษฐ์มาลัยและดอกไม้ต่างๆ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สูงค่าที่นับวันยิ่งหาผู้สืบทอดได้ยาก แต่หากเอ่ยชื่อ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” หลายคนรู้จักกันดีในเรื่องมาลัยที่วิจิตรงดงาม ใครเห็นเป็นต้องประทับใจ เหมาะสำหรับนำไปมอบให้กับบุคคลที่รักและเคารพนับถือ ในวาระพิเศษหรือเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันแม่ที่กำลังจะมาถึงในเดือนสิงหาคมนี้

ฉีกกรอบเดิมๆ "ขายพวงมาลัย" ธุรกิจรุ่ง  เน้นออกแบบ-ทำตามออร์เดอร์

คุณณิชชฎา ทัศนัย หรือ “เอ้” ทายาทรุ่น 2 ที่เข้ามาดูแลกิจการแทนคุณแม่ เล่าว่า ย้อนกลับไปกว่า 20 ปีก่อน ร้านภาณุมาศ ซึ่งเกิดมาพร้อมๆ กับ “ตลาดดอกไม้” ของตลาดสี่มุมเมือง ยังเป็นเพียงร้านที่ขายวัตถุดิบสำหรับทำพวงมาลัย เนื่องจากตนกับคุณแม่เป็นชาวสวนมะลิจากนครสวรรค์ ปัจจุบัน ภาณุมาศ คือ ร้านจำหน่ายมาลัยคล้องมือ หรือมาลัยข้อพระกรอันเลื่องชื่อ ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร กลายเป็นสัญลักษณ์ของ ภาณุมาศ ขึ้นแท่นเป็นต้นแบบและเป็นผู้นำเทรนด์พวงมาลัยรูปแบบนี้ให้กับร้านอื่นๆ       

“คุณแม่เริ่มจากขายส่งวัตถุดิบดอกไม้ พอวัตถุดิบเหลือก็เอามาทำพวงมาลัย ฝึกจากการร้อยมาลัยพวงเล็กๆ สำหรับไหว้พระ ดูจากคนอื่น หัดทำฝึกฝีมือมาเรื่อยๆ จนสามารถทำเป็นพวงมาลัย ขายได้ในที่สุด”          

สำหรับคุณเอ้ ได้เข้ามาช่วยคุณแม่ตั้งแต่เรียน จนได้เข้ามาช่วยบริหารงานที่ร้านอย่างเต็มตัวหลังเรียนจบเมื่อปี 2548 ซึ่งเธอเล่าวว่า ขณะนั้นโซเชียลมีเดียต่างๆ เริ่มเข้ามามีบทบาท เริ่มจากไฮไฟว์ มาเป็นเฟสบุ๊ก ซึ่งในช่วงแรก เพียงโพสต์กิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่ทำที่ร้านเท่านั้น ยังไม่ได้มีการเปิดขายออนไลน์ แต่พอเพื่อนๆ และคนมาเห็นภาพพวงมาลัยที่โพสต์ ก็เริ่มถาม เริ่มมีการสั่งออร์เดอร์เข้ามา          

จุดนั้นเองกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ การขายออนไลน์ของภาณุมาศ ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่หน้าร้าน แต่ขยายตัวออกไปในวงกว้าง ไปจนถึงลูกค้าในต่างจังหวัดแต่จุดเปลี่ยนสำคัญของภาณุมาศ จริงๆ เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เธอเล่าว่า จากเดิมที่ร้านยังคงขายวัตถุดิบและพวงมาลัยควบคู่กันมาโดยตลอด จนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554  ตอนนั้นชาวสวน ส่งดอกไม้ตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องผ่านที่ร้าน ทำให้ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องมาซื้อวัตถุดิบที่ร้านของเรา ส่งผลให้ร้านต้องปรับตัว หันมาแปรรูปทำพวงมาลัย และเลิกขายวัตถุดิบในที่สุด         

ความเปลี่ยนแปลงนั้นเอง ก็กลายเป็นโอกาสที่เข้ามา ทำให้เธอกับคุณแม่หันมาโฟกัสการทำพวงมาลัยอย่างจริงจัง เมื่อหันมาจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการซื้อพวงมาลัย จากรายได้หลักหมื่น พุ่งทยานขึ้นมาอยู่ที่ 100,000-200,000 บาทต่อเดือน โดยคิดค้น ประดิษฐ์พวงมาลัยในรูปแบบต่างๆ ออกมาตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งไม่จำกัดเพียงแบบสำเร็จรูปตามท้องตลาด โดยเริ่มเสาะหา “ช่าง” เฉพาะทางในด้านต่างๆ คัดฝีมือที่สุดยอดในทุกด้าน เพื่อนำมาทำพวงมาลัยที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตรงนี้ถือว่าเราได้ช่วยกระจายรายได้ให้กับช่างด้วยอีกทาง         

ทุกวันนี้ “พวงมาลัย ภาณุมาศ” เป็นมากกว่าร้านจำหน่ายพวงมาลัยสำหรับไหว้พระ เรามีจุดขายที่ความประณีตและความสร้างสรรค์ เราเอาใจใส่ต่อความต้องการของลูกค้าทุกคน มาลัยเปรียบเสมือนตัวแทนของผู้ให้ส่งต่อความรู้สึกไปยังผู้รับ ผลงานทุกชิ้นเราจึงตั้งใจทำออกมาดีที่สุด จุดนี้ทำให้ ภาณุมาศ เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการบอกต่อ ปากต่อปาก และโด่งดังไปทั่วประเทศจนถึงทุกวันนี้          

“เราครีเอทสิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา มีทีมออกแบบ ทีมช่างเฉพาะทาง พวงมาลัยของเรามีหลากหลาย ตั้งแต่ 5-10 บาท ไปจนถึงหลัก 1,000 บาทขึ้นไป มีทั้งที่ออกแบบขึ้นมาเอง และออกแบบตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งเราสามารถทำได้ทุกรูปแบบ และแบบล่าสุดของทางร้านที่ออกแบบเอง คือ มาลัยพญานาคขนาดคล้องมือที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก”         

ทั้งหมดถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จ ซึ่งยากจะเลียนแบบ และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ คือ การตั้งราคาที่สมเหตุสมผล เป็นสิ่งที่คุณเอ้และคุณแม่ ยึดถือมาโดยตลอด        

“พวงมาลัยที่ขายดีที่สุด คือมาลัยคล้องมือ ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาย่อมเยาหากเทียบกับร้านอื่นที่ขายพวงมาลัยในรูปแบบเดียวกัน เรายึดคติไม่เอากำไรเยอะ อยากให้ลูกค้าได้เข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพ”        

ลูกค้าประจำของมาลัย ภาณุมาศ หลายระดับเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ อาทิ คุณแม่ของพระเอกชื่อดังของไทย, เจ้าของธุรกิจระดับประเทศ อย่างเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับซอสปรุงรส, เจ้าของธุรกิจรีเทลปลอดภาษียักษ์ใหญ่ของไทย เป็นต้น         

ทุกวันนี้ ภาณุมาศ เติบโตอย่างมั่นคง มีลูกค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 50,000 คน โดยคุณเอ้ เล่าว่า ช่วงเวลาขายดีที่สุดของปีคือ ช่วงวันแม่ซึ่งสามารถทำรายได้สูงสุดถึง 2 ล้านบาทภายในวันเดียว
อนาคตของธุรกิจพวงมาลัย ภาณุมาศ นอกจากพัฒนาพวงมาลัยในรูปแบบใหม่ๆ เรายังคิดที่จะต่อยอดทำมาลัยแห้งที่สามารถเก็บไว้ได้นาน มาลัยประดับ พานพุ่ม พุ่มเทียน เทียนแพ บายศรี ไปจนถึงช่อดอกไม้ และพวงหรีด ฯลฯ        

“ทุกอย่างที่เกี่ยวกับดอกไม้ เราตั้งไว้ว่าจะทำให้ได้ทั้งหมด ตั้งเป้าหมายเป็น One Stop Service รวมถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษา และเป็นออร์แกไนเซอร์เรื่องดอกไม้ ที่ครบวงจรทุกด้าน” เจ้าของธุรกิจพวงมาลัยเงินล้าน เผยทิ้งท้าย     

เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จ จากการถ่ายทอดประสบการณ์ เรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้ทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พร้อมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจ เพื่อก้าวไปสู่การเติบโตในอนาคตที่ไม่หยุดยั้ง

สุโขทัยจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุโขทัยจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สุโขทัยจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว1 สิงหาคม 2563 – 20:55 น.

สุโขทัยจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย โดยมีนายสุชาติ  ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธาน นำส่วนราชการ และประชาชนร่วมถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมีนายเนตร  สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงการบริการทางวิชาการอย่างครบถ้วนในคราวเดียวกัน ภายในงานมีกิจกรรมการลงนามถวายพระพร การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การเปิดให้บริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ต่างๆ ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกข้าว คลินิกยางพารา คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย

และคลินิกอื่นๆ ได้แก่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ให้คำปรึกษากองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน สำนักงานเกษตรจังหวัด บริการให้คำปรึกษาการเกษตรและขึ้นทะเบียนเกษตรกร นิทรรศการการป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยชีววิธี กลุ่มอารักขาพืช รวมทั้งนิทรรศการจากศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านอารักขาพืช จ.พิษณุโลก ศูนย์ขยายพันธุ์พืชที่ 6 จังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ยังมีบริการตรวจเลือดให้กับเกษตรกร เพื่อตรวจสารพิษตกค้างในร่างกายจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย

ซึ่งกิจกรรมต่างๆเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ด้วยการให้คำปรึกษา แนะนำ พร้อมวัสดุอุปกรณ์ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ามารับบริการทางการเกษตรได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทุกด้านในคราวเดียวกัน มีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลไกรในและพื้นที่ใกล้เคียงมารับบริการกว่า 300 ราย

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

ดอยอินทนนท์ เปิดวันแรก นทท.คึกคัก ชมธรรมชาติสัมผัสอากาศหนาว พร้อมรอชมพระอาทิตย์ขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ดอยอินทนนท์ เปิดวันแรก นทท.คึกคัก ชมธรรมชาติสัมผัสอากาศหนาว พร้อมรอชมพระอาทิตย์ขึ้น

ดอยอินทนนท์ เปิดวันแรก นทท.คึกคัก ชมธรรมชาติสัมผัสอากาศหนาว พร้อมรอชมพระอาทิตย์ขึ้น1 สิงหาคม 2563 – 20:52 น.

ดอยอินทนนท์ เปิดวันแรก นักท่องเที่ยวคึกคัก ชมธรรมชาติสัมผัสอากาศหนาว ตอนเช้าๆพร้อมรอชมดวงอาทิตย์ขึ้น

วันที่ 1 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดวันแรกที่เปิดให้เข้าชมบนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เดินทางมาชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ ที่เขียวขจีในช่วงฤดูฝนโดยอุณหภูมิบนยอดดอยอินทนนท์ เช้าวันนี้ (1 ส.ค. 63) จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน อุณหภูมิ 12 องศาเซลเซียส ยอดดอย 14 องศา และที่ทำการ 20 องศา

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวมาเป็นครอบครัว และในกลุ่มเพื่อน เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ตอนเช้าๆพร้อมรอชมดวงอาทิตย์ขึ้น ซึ่งในช่วงหน้าฝน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสถึงป่าไม้ที่เขียวขจี ความอุดมสมบูรณ์ของพรรณไม้ต่างๆ ช่วงกรีนซีซั่นอย่างแท้จริง นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจึงนิยมมาเที่ยวในช่วงนี้ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวจะมีธรรมชาติที่มีความสวยงามที่แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ทั้งนี้อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศได้ปิดให้เข้าท่องเที่ยวไปนานกว่า 3 เดือน เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น และในวันนี้ อุทยานแห่งชาติหลายแห่งทั่วประเทศก็ได้เริ่มเปิดบริการให้เข้าท่องเที่ยวกันแล้ว อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์” อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดอย่างเป็นทางการมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาขึ้นมาและผ่านการตรวจคัดกรองอย่างเข้มข้น ทุกด่านที่ผ่าน

นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวว่า ทางอุทยานฯได้เริ่มให้นักท่องเที่ยวได้จองคิวผ่านแอฟพิเคชั่น QueQ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป เบื้องต้นได้จำกัดคนเข้าเที่ยวชมวันละ 1,200 คน โดยขณะนี้ทางอุทยานฯมีความพร้อมในทุกๆด้าน เนื่องด้วยได้ดำเนินการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเพิ่มขึ้น สำหรับการเดินทางเข้ามาในอุทยานฯนั้น จะเริ่มมาตรการเข้มงวดตั้งแต่ด่านแรก มีการตรวจวัดไข้ นักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกท่าน พร้อมเน้นให้นักท่องเที่ยวล้างมือบ่อยๆ ไม่อยู่รวมกันเป็นคณะใหญ่ ยกเว้นเฉพาะกลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มคณะเล็กๆที่มาด้วยกัน มีการเว้นระยะห่าง มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำประจำตามจุดท่องเที่ยวหลักต่างๆ และที่สำคัญต้องสแกนไทยชนะทั้งเข้าและออก” ส่วนเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปานยังคงปิด เพราะอยู่ในช่วงฟื้นฟูธรรมชาติ หากมีการเปิดเดินชมธรรมชาติก็จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

เยือน “บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เยือน “บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 

เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 1 สิงหาคม 2563 – 00:00 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี ได้พามาเยือน “บ้านหนองโขลง ต้องเที่ยว” ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 

นางจิรารัตน์ มีงาม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นทริปท่องเที่ยวชุมชนเชิงเกษตรซึ่งหลังโควิด-19 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเราส่งเสริมกิจกรรมในประเภทนี้และในพื้นที่ของจังหวัดสิงห์บุรีเรามีหลายพื้นที่ที่ทำกิจกรรมประเภทนี้ได้ 

เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 
เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 

วันนี้ขอแนะนำชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรบ้านหนองโขลง ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี  จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดียวกับตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจันซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมโยงท่องเที่ยวมาได้ตรงนี้จะเป็นท่องเที่ยวชุมชนที่ทำโดยชุมชนจริงๆ โดยชาวบ้านนำโดยท่านผู้ใหญ่บ้านแตงโม สละพื้นที่ของท่านในการที่จัดสรรพื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งน้ำ เป็นแหล่งปลูกข้าวมีแลนด์มาร์กเป็นต้นไม้ใหญ่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ด้วยซึ่งชาวบ้านนักถือกันแล้วก็มีต้นไม้ใหญ่อีกต้นทำเป็นแลนด์มาร์กมีเก้าอี้นั่งซึ่งป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยวได้ดี

นอกจากนั้นแล้วกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถทำได้ในที่นี้นั่นก็คือทำแปลงนาสาธิต หรือท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในแปลงนาสาธิตได้ด้วย สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ มีการทำสปาสุ่มไก่ซึ่งสามารถใช้บริการได้มีการสาธิตเลี้ยงไส้เดือนดิน มีปุ๋ยมูลไส้เดือนที่เป็นที่ต้องการ มีการสาธิตทำบ้านดินซึ่งหลังๆ นี้เป็นที่นิยมของเกษตรกร จุดหนึ่งนั่งเรือชมทิวทัศน์มีคลองอยู่ในที่นี้ด้วยเป็นการชื่นชมธรรมชาติดูวิถีชีวิตของชาวบ้าน เป็นที่น่าสนใจจุดเด่นก็คือเรื่องของการผลักดันโดยชุมชนเองของที่ทำมาขายก็เป็นของที่ขายกันเอง

เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 
เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 


กิจกรรมต่างๆ ก็ทำโดยชาวบ้าน อย่างเช่นเด็กๆ นักเรียนวันเสาร์อาทิตย์มารำมาตีกลองยาวต้อนรับนักท่องเที่ยว มาทำอาหารซึ่งอาหารของที่นี่จะมีชาวบ้านมาขาย 2-3 อย่าง แต่ที่เป็นไฮไลต์ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน มีผลิตภัณธ์คือข้าวที่นำมาโม่ทำเอง แล้วก็ไส้ปากหม้อก็คือเราก็ทำโดยผักที่ปลูกในพื้นที


อย่างเช่น ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง แล้วตอนนี้ที่กำลังออกผลผลิตคือถั่วฝักยาวกำลังออกผลอยู่ ก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมรายได้ แล้วก็เป็นการส่งเสริมกิจกรรมในพื้นที่ที่นำมาใช้ แล้วนักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมทุกอย่าง ว่างๆ มีเวลาครึ่งวันกันมาท่องเที่ยวได้ที่บ้านหนองโขลงขอเรียนเชิญค่ะ
      

เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 
เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 

ชุมชน “บ้านหนองโขลง ต้องเที่ยว” แห่งนี้เกิดขึ้นมาเกิดจากความคิดของ ผู้ใหญ่แตงโม-กิตติกานต์ ชื่นกลิ่น ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านหนองโขลง ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี และชาวบ้านรวมตัวกันบนพื้นที่ทั้งหมด 8 ไร่ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงโดยเมื่อปี พ.ศ.2561 ได้มีงบประมาณโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลจำนวนเงินสองแสนบาท ชาวบ้านจึงได้มีการลงมติประชาคมกันว่าเราจะทำอะไร ด้วยพื้นฐานอาชีพส่วนใหญ่คือเกษตรกรมีอาชีพการทำนา จากปกติปีหนึ่งทำนาประมาณ 3 ครั้งต่อปีแต่ตอนนี้เหลือปีละครั้ง ส่งผลให้ทำให้ชาวบ้านไม่มีรายได้ชาวบ้านก็เลยมาปรึกษากับผู้ใหญ่ว่าเราจะทำอย่างไรกันดีเราถึงจะมีรายได้

จึงได้เกิดแนวความคิดใช้ทุ่งนาเป็นจุดขายให้เกิดท่องเที่ยวในเชิงเกษตรโดยใช้กิจกรรมในการทำเกษตรกรรมให้ชาวบ้านให้นักท่องเที่ยวมาดู ได้มีการสร้างสะพานยาวประมาณ 130 เมตร มีซุ้มทั้งหมด 3 ซุ้ม “บ้านหนองโขลง ต้องเที่ยว” จึงได้ดึงเอาวิถีชีวิตชาวบ้านที่มีอยู่ในชุมชน อาทิ ต้นกร่างที่มีอายุ 200 กว่าปี ที่เป็นไฮไลต์ของที่นี่ แล้วก็มีต้นมะขามที่มีอายุ 50 กว่าปี ทำชิงช้าให้นั่งชิลชิล มีที่พักโฮมสเตย์ มีร้านกาแฟ มีการตักบาตรในตอนเช้า และมีกิจกรรมก็คือการดักกุ้งฝอยในนาข้าว มีการเก็บผัก มีการเก็บไข่มาใช้ในการทำอาหารเช้า แล้วก็มีกิจกรรมตามฐานต่างๆ ก็คือ ฐานการเลี้ยงไส้เดือนในการไปทำปุ๋ย ฐานการทำนาที่เป็นไฮไลต์ฐานการย่ำดินในการสร้างบ้านดิน และมีการปลูกผัก มีการทำปุ๋ยหมักมีการเลี้ยงแพะ มีการเลี้ยงหนูนาในแต่ละฐานมีการทำก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ

เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 
เยือน "บ้านหนองโขลง ชุมชนที่สร้างชีวิตภายใต้แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง 

อันนี้เป็นไฮไลต์พิเศษเป็นอาหารที่ชุมชนท้องถิ่นทำขึ้นมาโดยการใช้ข้าวเจ้าจากนาที่ปลอดสารพิษมาโม่ให้เห็นทำเป็นแป้งสดๆ ซึ่งจะนุ่มและอร่อยกว่าเส้นใหญ่อีกไส้ของก๋วยเตี๋ยวปากหม้อก็จะเป็นผักที่เราทำเองปลูกเองโดยปลอดสารพิษเหมาะสำหรับคนที่รักสุขภาพผักสดของเราจะกรอบมาก น้ำซุปของเราหวานอร่อยที่นี่ยังมีฐานแคนตัสอีกต่างหาก มีการเลี้ยงหนูพุก มีการทำไม้มงคล มีการทำกะหรี่ปั๊บมีการทำโดนัทจิ๋ว ซึ่งฐานกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ โดยใช้ปราชญ์เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นทั้งสิ้น

สนใจจะมาท่องเที่ยว ชุมชนบ้านหนองโขลง
เปิดทุกวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 09.00-20.00 น.
หรือจะเข้ามาศึกษาดูงานเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงรับเป็นหมู่คณะทั้งกรุ๊ปเล็กกรุ๊ปใหญ่
และที่สำคัญที่นี่มีเด็กและเยาวชนที่เข้มแข็งมีการแสดงตั้งแต่ฟันดาบ รำมวยไทย
มีการรำบายศรีสู่ขวัญ และการตีกลองยาวประยุกต์ด้วยค่ะ
เด็กที่นี่ส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนส่วนใหญ่จะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวบริจาคให้

“บ้านหนองโขลง ต้องเที่ยว”
หมู่บ้านหมู่ที่ 1 บ้านหนองโขลง ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
สำหรับเรื่องที่พักอย่างเดียวเป็นกรุ๊ปครอบครัวสำหรับครอบครัว
2 ท่าน ราคา 400 บาท
แต่ถ้าที่พักเป็นคณะสำหรับสองท่านพร้อมอาหาร 2 มื้อ ราคา 600 บาท
ส่วนฐานเรียนรู้ฐานละ 600 บาท (ซึ่งจะได้กิจกรรมที่ทำนำกลับบ้านไปด้วยค่ะ)
ติดต่อมาที่ผู้ใหญ่แตงโม โทร. 08-54220991

ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี

เสี่ยงฝันสลาย..แพทย์เตือนชายไทยฉีดสารเพิ่มขนาดเจ้าโลกพึงระวัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เสี่ยงฝันสลาย..แพทย์เตือนชายไทยฉีดสารเพิ่มขนาดเจ้าโลกพึงระวัง

เสี่ยงฝันสลาย..แพทย์เตือนชายไทยฉีดสารเพิ่มขนาดเจ้าโลกพึงระวัง31 กรกฎาคม 2563 – 22:00 น.

กรมการแพทย์  เตือนชายไทยฉีดสารเพิ่มขนาดเจ้าโลก พบมากอายุระหว่าง 20-30 ปี ระวังของเหลวที่ฉีดเข้าไปคือสิ่งแปลกปลอม ส่งผลให้อวัยวะเพศมีรูปร่างบิดเบี้ยว เกิดเป็นก้อนแข็ง หนังหุ้มปลายรูดไม่ลง ฯลฯ อาจติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้ง

วันที่ 31 ก.ค.2563 นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสการโฆษณาชวนเชื่อทางสื่อออนไลน์กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นหนุ่มสาว ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองในเรื่องของเพศสภาพ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดตามมา

ซึ่งจะเห็นได้จากสื่อสังคมออนไลน์เชิญชวนให้ชายหนุ่มที่สนใจเพิ่มขนาดอวัยวะเพศด้วยการฉีดสารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายเพราะมีความเชื่อว่าเวลามีเพศสัมพันธ์จะทำให้เกิดความพึงพอใจแก่ฝ่ายหญิง ทำให้ในแต่ละปีจะมีกลุ่มวัยรุ่นที่เพิ่มขนาดอวัยวะเพศโดยการฉีดสารแปลกปลอมเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก ซึ่งในหลักฐานยืนยันทางการแพทย์ชายไทยจะมีขนาดความยาวของอวัยวะเพศอยู่ที่ 4 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่ได้สัดส่วนอยู่แล้ว

 ดังนั้นจึงควรมีความมั่นใจในมาตรฐานที่เหมาะสม และที่สำคัญอย่าตกเป็นเหยื่อของหมอเถื่อนเพราะอาจทำให้ติดเชื้อรุนแรงจนถึงขั้นต้องตัดทิ้ง และหากคิดว่าขนาดอวัยวะเพศของท่านมีความผิดปกติ ควรมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาแนวทางแก้ไขที่ตรงจุด และหันมาดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารให้ครบหมู่ เน้นผักและผลไม้ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ กระตุ้นความรู้สึกทางอารมณ์ด้วยการทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด จะสามารถช่วยให้มีกิจกรรมทางเพศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ผู้ชายส่วนหนึ่งเป็นกังวลเกี่ยวกับลักษณะและขนาดของอวัยวะเพศตนเองเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความเครียดทางเพศของผู้ชาย และนำไปสู่อาการที่อวัยวะเพศหย่อนประสิทธิภาพในการแข็งตัว ผู้ที่ไปฉีดหรือใส่สารแปลกปลอมเข้าไปในอวัยวะเพศอาจเกิดจากต้องการสร้างความมั่นใจให้ตนเองโดยมีทัศนคติหรือความเข้าใจที่ผิดว่าการให้อวัยวะเพศมีขนาดใหญ่ขึ้นจะทำให้มีสมรรถภาพทางเพศดีหรือมีความตื่นเต้นเร้าใจในการมีเพศสัมพันธ์ 

การฉีดสารแปลกปลอมต่างๆ เพื่อให้อวัยวะเพศมีรูปร่างคล้ายมะระหรือลูกยอเพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มชายไทยอยู่ในขณะนี้ อาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงได้โดยอันตรายในระยะแรกหากสารที่ฉีดเข้าไปไม่สะอาดจะมีการติดเชื้อรุนแรงจนอวัยวะเพศอักเสบเป็นหนอง

ส่วนอันตรายในระยะยาวจะทำให้อวัยวะเพศมีก้อนแข็งผิดรูป มีความลำบากหรือมีความเจ็บปวดเวลามีเพศสัมพันธ์ อาจมีแผลเรื้อรัง และมีบางรายที่ปล่อยไว้นานจนกลายเป็นมะเร็งได้ ผู้ที่ฉีดสารแปลกปลอมเข้าอวัยวะเพศนอกจากเสียเงินในการฉีดแล้วเวลามารับการรักษาในโรงพยาบาลจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเอง เนื่องจากเป็นการรักษาเพื่อผ่าตัดตบแต่งแก้ไขอวัยวะเพศซึ่งสิทธิการรักษาไม่ครอบคลุม

การผ่าตัดตกแต่งแก้ไขจะพยายามทำให้อวัยวะเพศกลับมาใกล้เคียงเดิมให้มากที่สุด โดยตัดเอาก้อนและผิวหนังองคชาติที่ฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปออกและใช้ผิวหนังจากถุงอัณฑะมาคลุมองคชาติแทน

กรณีที่ฉีดสารแปลกปลอมเข้าไปมากจนไม่สามารถใช้ผิวหนังจากถุงอัณฑะได้จะต้องใช้ผิวหนังส่วนอื่นของร่างกายมาคลุมองคชาติแทนซึ่งจะทำให้การทำงานขององคชาติไม่เหมือนเดิม ส่วนผู้ที่มีการติดเชื้อรุนแรงหรือมีแผลเรื้อรังจนลุกลามเป็นมะเร็งอวัยวะเพศ การรักษาอาจถึงขั้นต้องตัดอวัยวะเพศทิ้งในที่สุด

CR: กรมการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี 

เสี่ยงฝันสลาย..แพทย์เตือนชายไทยฉีดสารเพิ่มขนาดเจ้าโลกพึงระวัง

เปิดปูมหญิงเก่ง”ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์” ฝีมือระดับสากล ว่าที่เลขาธิการ กบข. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดปูมหญิงเก่ง”ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์” ฝีมือระดับสากล ว่าที่เลขาธิการ กบข.

เปิดปูมหญิงเก่ง"ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์" ฝีมือระดับสากล ว่าที่เลขาธิการ กบข.31 กรกฎาคม 2563 – 15:35 น.

เปิดปูมหญิงเก่ง”ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์” ฝีมือระดับสากล ว่าที่เลขาธิการ กบข.

      
ผลจากการที่ทุ่มเททำงานหนักและพิสูจน์ฝีมือมานาน ทำให้คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. มีมติเสนอให้ ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์ ดำรงตำแหน่งเป็น เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ( กบข.) คนใหม่ ด้วยมีคุณสมบัติครบถ้วนจากประสบการณ์การทำงานใน กบข. มานานกว่าสิบปีและมีผลงานเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศ และระดับอินเตอร์ ว่าเป็นนักบริหารหญิงแกร่งและเป็นนักยุทธศาสตร์ ผู้อยู่เบื้องหลังการคิดกลยุทธ์และการวางแผนงาน ริเริ่มโครงการใหม่ๆให้กับองค์กรจนประสบความสำเร็จหลากหลายโครงการ

เปิดปูมหญิงเก่ง"ดร.ศรีกัญญา ยาทิพย์" ฝีมือระดับสากล ว่าที่เลขาธิการ กบข.

ก่อนที่จะมาทำงานที่ กบข. เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารระดับสูงหญิงฝีมือดีคนหนึ่งในวงการโฆษณา และยังเป็นนักเขียนหนังสือการตลาดและการสร้างแบรนด์ นักสื่อสารองค์กรด้วย อีกทั้งเป็นตัวแทนของประเทศไทยที่ร่วมงานกับองค์กรระดับโลกอย่างธนาคารโลก OECD UN-PRI เป็นผู้ที่เปิดบทบาทเชื่อมโยงกับสถาบันเหล่านั้นและกองทุนบำนาญระดับโลกให้ กบข.  และยังมีผลงานในระดับสากล ทั้งเป็นผู้จัดและวิทยากรในเวทีระดับโลก อาทิ Global ARC, JP Morgan, MSCI และ Bloomberg เป็นต้น
         

ริเริ่มการจัดงานสัมมนาระดับนานาชาติ ที่ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกด้านการลงทุนการบริหารจัดการกองทุนและผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแลเชิงนโยบาย ร่วมเป็นวิทยากรในหลายงาน อาทิ International Conference on Pensions & Investments Lesson learnt and challenges ahead, ASEAN Institutional Investors Forum และ GPF-Bloomberg Sustainable Investing Forum เป็นต้น
        

เชื่อว่าจากนี้ภายใต้การบริหารงานของ ดร.ศรีกัญญา ว่าที่เลขาธิการ กบข.  คนใหม่ จะพาองค์กรสู่ความสำเร็จแบบยั่งยืน เพื่อให้สมาชิก กบข.ทุกท่านได้รับผลประโยชน์สูงสุด พร้อมนำกบข. เข้าสู่การเป็นกองทุนบำนาญไทยยุคใหม่ที่มีบทบาทสร้างความยั่งยืนและได้รับการชื่นชมจากเวทีนานาชาติมากขึ้นอีกต่อไป…

“ชน ชาติ พันธุ์” สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ชน ชาติ พันธุ์” สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน

"ชน ชาติ พันธุ์" สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน31 กรกฎาคม 2563 – 13:01 น.

“ชน ชาติ พันธุ์” สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง 12 ตอน ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน

สารคดีชุด “ชน ชาติ พันธุ์” โดยจังหวัดนครพนม ร่วมกับจังหวัดสกลนคร และจังหวัดมุกดาหาร ตอบสนองนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้สัมผัสและได้รับประสบการณ์ความมหัศจรรย์ในเมืองไทย ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมและการท่องเที่ยววิถีชีวิตลุ่มน้ำโขง – สุขภาพ  กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (กลุ่มจังหวัดสนุก) ที่มีความโดดเด่นด้านธรรมะ ธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยเฉพาะการมี “ความหลากหลายของวิถีชีวิตชาติพันธุ์” และมุ่งเน้นให้เกิดการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี สามารถสร้างรายได้และกระจายรายได้ ให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง 

"ชน ชาติ พันธุ์" สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน


โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จึงเกิดเป็นสารคดีชุด “ชน ชาติ พันธุ์” ที่จะนำทุกคนร่วมเดินทางตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง 9 ชาติพันธุ์ 2 เชื้อชาติ ผ่านสารคดี 12 ตอน นำทีมย้อนรอยโดย กมล หอมกลิ่น ผู้กำกับ มากความสามารถที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสารคดีมาแล้วอย่างมากมาย พร้อมด้วยนักแสดงหนุ่มหล่อ นิว-ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ต โดยที่มาของคอนเซ็ปต์ “ชน ชาติ พันธุ์” มาจากคำว่า “ชุมชน” แทนคำว่า บ้านหรือ หมู่บ้าน “บ้าน” ที่ในแง่มุมความเข้าใจเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ทางด้านของ สังคม วัฒนธรรม และ ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน เกี่ยวข้องกับความเป็นเครือญาติ  การมีวัฒนธรรมของชนเผ่าเดียวกัน การมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกัน การใช้ทรัพยากรร่วมกัน คำที่สองคือ “เชื้อชาติ” การร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกัน มีลักษณะทางกายภาพเหมือน หรือคล้ายกัน และ “ชาติพันธุ์” การมีวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี ภาษาพูดเดียวกัน และมีความเชื่อว่า สืบเชื้อสายมาจากบรรพบุรุษกลุ่มเดียวกัน 

"ชน ชาติ พันธุ์" สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน

โดยเรื่องราวทั้งหมดในสารคดีจะเล่าผ่านกลุ่มคน 9 ชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทญ้อ ไทอีสาน ไทยแสก ไทโย้ย ไทกวน ไทกะเลิง ไทโส้ ผู้ไท ไทข่า และ 2 เชื้อชาติ ได้แก่ เชื้อชาติเวียดนาม และเชื้อชาติจีน ในมุมมองของการดำเนินชีวิตของแต่ละชาติพันธุ์ในปัจจุบัน  ที่อยู่ผสมผสานกับสังคมอีสานยุคใหม่   หากแต่จะมีการเล่าย้อนสลับเพื่อกลับไปดูที่มาของการอพยพที่แสดงถึงรากเหง้าของแต่ละชาติพันธุ์และเชื้อชาติเพื่อให้เห็นภาพที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นตัวละครแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านภาษาหรือสำเนียงภาษา ประเพณี  การละเล่น  พิธีกรรม  อาหาร  และการแต่งกาย ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละชาติพันธุ์อีกด้วย สารคดีเรื่องนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อสะท้อนให้เห็นอัตลักษณ์  ตัวตน  ของทุกกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ชีวิตและมีความผูกพันธุ์กับพื้นที่ได้อย่างลงตัว ผ่านรอยยิ้มที่มีความสุข และความร่าเริงอย่างมีชีวิตชีวาในวิถีการดำเนินชีวิต  หากแต่คงไว้ซึ่งความภูมิใจในความเป็นชาติพันธุ์เดิม  ซึ่งทั้งหมดนี้จะสะท้อนถึงการเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรมของภาคอีสาน  และนำมาซึ่งความน่าสนใจให้คนข้างนอกหรือผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเห็นมุมมองของภาคอีสาน  และเข้าใจความเป็นอีสานในแง่มุมของความเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางประเพณี  วัฒนธรรม  ผ่านกลุ่มคน 9 ชาติพันธุ์ 2 เชี้อชาติ ให้เห็นภาคอีสานที่ลึกซึ้ง  โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครพนม  จ.สกลนคร  และจ.มุกดาหาร 

"ชน ชาติ พันธุ์" สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน


ซึ่งสารคดีชุดนี้มีทั้งหมด 12 ตอน คือ ตอนที่ 1 ไทญ้อ วิถีกับธรรมชาติ, ตอนที่  2. เยือนถิ่น
ไทอีสาน บ้านผึ่งแดด, ตอนที่ 3 อาจสามารถ ปลาแซบไทยแสก, ตอนที่ 4 กลองเลงไทโย้ย จังหวะวิถีแห่งบ้านอากาศ, ตอนที่ 5 วิถีชนคนเวียดนาม, ตอนที่ 6 ไทกวน ช่างเหล็กกล้า แห่งบ้านนาถ่อน, ตอนที่ 7 วิถีไทกะเลิง แห่งกุดแฮด, ตอนที่ 8 โส้วิถี, ตอนที่ 9 วิถีผู้ไท แห่งบ้านนาบัว, ตอนที่ 10 ไทข่า แห่งโสกแมว, ตอนที่ 11 หนีห่าว ตามรอยศรัทธาลูกหลานเจ้าพ่อหมื่น และตอนที่ 12 ชนชาติพันธุ์ ความต่างที่ลงตัว

"ชน ชาติ พันธุ์" สารคดีตามรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ย้อนรอยเส้นทาง รู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน


จากวิถีชีวิต การหาอยู่หากิน ที่อิงแอบกับสายน้ำผืนป่า ธรรมชาติ สู่วัฒนธรรม 9 ชาติพันธุ์ 2 เชื้อชาติ ร่วมสัมผัสร่องรอยอารยธรรมลุ่มน้ำโขง ความหลากหลายของวิถีชีวิตชาติพันธุ์ที่สวยงาม ผ่านสารคดี “ชน ชาติ พันธุ์” ย้อนรอยเส้นทางรู้กว้างชาติพันธุ์ วารวันโลกเปลี่ยน เพื่อเรียนรู้ เข้าใจ และท่องเที่ยวเชิงประเพณีวัฒนธรรมและวิถีชีวิตลุ่มน้ำโขงไปด้วยกัน ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 06.25 น.ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 และสามารถรับชมย้อนหลังที่ช่องทาง Youtube และในเพจ Facebook สารคดี ชน ชาติ พันธุ์ และในเวปไซต์ http://www.sanukland.com