จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน

จัดว่าฮิต ยังไม่เปิดแต่นทท.ทะลักเที่ยวสกายวอร์คกว่าสี่พันคน26 กรกฎาคม 2563 – 22:39 น.

อ.เชียงคาน จ.เลย   แม้จะยังไม่ประกาศเปิดการท่องเที่ยว  แต่ นทท.ถือเอาช่วงวันหยุดย่าว 4 วัน เดินทางเที่ยวเชียงคานและขึ้นชมสกายวอร์คแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่ป้ายแดงกว่า 4,000  คน/วัน.

วันนี้ 26 ก.ค. 2563  ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า  พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เชียงคาน  มอบหมายให้ สายตรวจ ต.ปากตม/ต.หาดทรายยขาว ดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่สกายวอล์คภูพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ต.ปากตม มีรถบริการรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้น -ลง  จุดคัดกรอง ชุด ชรบ.อำนวยการจราจร นักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากวันหยุดหลายวัน 26-28 ก.ค.2563  นี้

บรรยากาศเต็มไปด้วยความแออัดและการจราจรติดขัด   เนื่องมาจาก นทท.อาศัยช่วงวันหยุดยาว 4 วันเดินทางมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงคาน จ.เลย จุดมุ่งหมายคือถนนชายโขงชุมชนบ้านไม้เก่า ภูทอด แก่งคุดตู่และเลยไปที่ภูลำดวน    อ.ปากชม โดยสร้างโปรแกรมท่องเที่ยวตลอด 4 วันบนเส้นทางการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกันสะดวก รวดเร็วและ  มีความปลอดภัยสูง   ชมทัศนียภาพสองฝั่งแม่น้ำโขง ไทย-สปป.ลาว  แต่ต้องผ่านแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างขึ้นใหม่ล่าสุดของจ.เลย นั่นคือ” สกายวอร์ค”       ณ ภูพระใหญ่ บ้านท่าดีหมี ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย  ริมฝั่งแม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขง  หรือที่เรียกว่า”แม่น้ำสองสี”   การไหลมาบรรจบกันของสองแม่น้ำเหือง-โขง  สกายวอร์คแม้จะสร้างเสร็จเรียบร้อยมาหลายเดือนและผ่านการสอสอบการท่องเที่ยวมาแล้ว 2 ครั้ง ๆ1-3  วัน  แต่ยังไม่สามารุเปิดเป็นทางการได้ เนื่องจากต้องพัฒนา ปรับปรุงอีกเกือบ  10 ประการ  โดยเฉพาะสถานที่จอดรถของ นทท. ห้องน้ำห้องสุขาและร้านค้า อาหาร สินค้าที่ระลึก ถนนที่คับแคบ คาดว่าจะเปิดท่องเที่ยวได้ประมาณเดือน ต.ค.2563

แต่ความต้องการของ นทท.เมื่อเป็นทางผ่านก็ย่อมแวะเข้าไปจนถึงด้านล้างของ”สกายวอร์ค” ที่ห่างเพียง 1 กม. เมื่อยังไม่มีรถยนต์ขนขึ้นเที่ยวก็เดินเท้าขึ้นเอง   ทางอำเภอ  ตำบลและผู้ใหญ่บ้านสุดที่จะห้ามได้  ความแออัดยากลำบากก็ตกอยู่กับคณะกรรมการชมรมการท่องเทียวภูพระใหญ่ ต.ปากตม  จนท.ตำรวจ จราจร อาสาสมัคร อปพร.ตำรวจหมู่บ้านท่าดีหมีต้องบริหารจัดการคัดกรองวัดอุณหภูมิ  งัดไข้ การสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า แจกบัตรคิวแต่ละสี  ขึ้นเที่ยวได้ครั้งละ 50  คนๆละ 15 นาทีเท่านั้น  เว้นระยะห่างอีกด้วย   เปลี่ยนรองเท้าขึ้นเหยียบ เดินบนกระจก     กันตลอดทั้งวัน  เฉลี่ย 4,000  คน/วันในช่วงดังกล่าวนี้  ได้แต่ขอความร่วมมือจาก นทท.ว่า”ขอร้องอย่าโพสอย่าลงไลน์ว่าเปิดแล้ว”    

บุญชู  ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์”

 นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่"มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์"26 กรกฎาคม 2563 – 22:37 น.

วันหยุดยาว นทท.แห่ชมความงามวัดภูตะเภาทอง ขอพรโชคลาภเจ้าปู่”มุจลินทร์นาคราช-เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์”

วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.30 น. ที่วัดภูตะเภาทอง ต.กุดหมากไฟ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นวันที่ 2 ช่วงหยุดยาว 4 วัน มีนักท่องเที่ยวหลายพันคน ทยอยเดินทางมาชมความงามก้อนหินทรายขนาดใหญ่รูปร่างแตกต่างกันไปรอบสถานที่วัดแห่งนี้  ขอโชคลาภ ความรัก หน้าที่การงาน สุขภาพ รวมทั้งการสะเดาะเคราะห์ ด้วยการคลานรอดท้องหินเรือสำเภาทองก้อนใหญ่มหึมา เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตอยู่รอดปลอดภัย จากสิ่งเลวร้าย มนต์ดำ หรือสิ่งอัปมงคล และมีโชคลาภตามความเชื่อ ที่มีรอยฝ่ามือแดง คนยุคโบราณ อายุราว 2,500 ปี ที่บริเวณหัวเรือสำเภาทอง

ต่อด้วยเข้ากราบสักการะขอพร หลวงพ่อหินหยกให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ขอพรจากองค์เจ้าปู่”มุจลินทร์นาคาราช” ที่ประดิษฐ์สถานอยู่รอบสระโบกขรณี ให้สำเร็จในหน้าที่การงาน ความรักและการครองเรือน และอฐิฐานรูปปั้นองค์เจ้าปู่”มุจลินทร์นาคาราช” องค์ที่ 2 อยู่บนประตูทางเข้าสู่เมืองบาดาล หรือขุมทรัพย์ขององค์เจ้าปู่ฯ หลังทำพิธีบวงสรวงแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขึ้นไปถ่ายรูปชมวิว 180 องศา เหนือถ้ำฤาษี ก่อนเดินไปขอโชคลาภส่องเลขเด็ดจาก “เจ้าแม่ตะเคียนทองทิพย์” ซึ่งเป็นตอต้นตะเคียนขนาดมหึมาอายุนับพันปีที่ ตั้งทะมึนอยู่ภายในบริเวณวัด และเคยให้โชคลาภแก่ผู้ที่มาขอถูกรางวัลกันทุกงวด และนำชุดไทย พวงมาลัย รูปปั้นช้าง ม้า มาแก้บนกันจำนวนมาก

โดยในวันนี้นักท่องเที่ยวและคอหวย บางคนใช้แป้งรูป ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพบริเวณที่มีตัวเลขปรากฏขึ้น แล้วแต่สายตาของใครจะส่องหรือมองเห็นตัวเลขอะไร รวมทั้งคนที่มีโชคลาภวาสนาด้วย และต้องเดินทางมาอฐิฐานจิตขอท่านด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นความเชื่อของแต่ละบุคคลห้ามกันไม่ได้ ก่อนเดินไปซื้อเลขที่ตนส่องเห็น ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลที่แผงแม่ค้าลอตเตอรี่ ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นมากนับ 10 แผง โดยแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่างวดนี้ขายดีมาก เพราะมีนักท่องเที่ยวและคอหวย เดินทางมาทำบุญขอโชคลาภที่วัดจำนวนมาก เนื่องจากเจ้าแม่ตะเคียนให้โชคเลขเด็ด 3 ตัวตรงติดต่อกันมา 2 งวดแล้ว

นายกฤษดา  จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.อุดรธานี คมชัดลึก 

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ อช.แม่ปืม

26 กรกฎาคม 2563 – 20:24 น.

อธิบดีกรมอุทยานฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวใหม่ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่อช.แม่ปืม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (26 กรกฎาคม 2563) ที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม อ.แม่ใจ จ.พะเยา นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีฯ, นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติและคณะติดตาม โดยมีนายวุฒิพงษ์ ดงคำฟู หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแม่ปืม นายมงคล แพ่งประสิทธิ์ ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการ อช.แม่ปืมตลอดจนเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ

การมาตรวจเยี่ยมในครั้งนี้เป็นมาตรวจเยี่ยม ติดตามการปฎิบัติงานด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปืม เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงฯ ได้กำหนดเพื่อรองรับการท่องเที่ยววิถีใหม่ ซึ่งกรมอุทยานฯ สนองนโยบายรัฐบาล ย้ำชัดทุกอุทยานเดินหน้าพัฒนาครบทั้ง 4 ด้าน การบริการ ความปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยว และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งนี้เพื่อสร้างเอกลักษณ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวตามมาตรฐานการจัดการอุทยานแห่งชาติและไม่ทำลายระบบนิเวศ ประสานชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างความตระหนักและเกิดความหวงแหนในทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งก่อสร้างในพื้นที่ต้องไม่บดบังทัศนียภาพที่สวยงาม มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับคนพิการและคนชรา ซึ่งอช.แม่ปืมได้เตรียมไว้ให้บริการอย่างพร้อมสรรพแล้ว

โอกาสนี้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะฯ ได้ร่วมกันปลูกต้นรวงผึ้ง อันเป็นต้นไม้มงคลประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่บริเวณอุทยานแห่งชาติแม่ปืมด้วย 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสง26 กรกฎาคม 2563 – 18:16 น.

หยุดยาวนักท่องเที่ยวแน่นวัด แห่ปักหลักจองที่ ชมวัดเรืองแสงของลวดลายบนพื้นรอบอุโบสถ ซึ่งเกิดจากช่างใช้สีชนิดพิเศษทำปฏิกริยากับความเย็นที่มาแทนที่ความร้อน เมื่อตกค่ำอุโบสถก็จะปรากฏเป็นภาพเรืองแสงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่มารอชม

ที่วัดสิรินธรภูพร้าว ต.ช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เป็นวัดตั้งอยู่บนเนินเขาสูงสามารถมองข้ามเข้าไปยังด่านวังเตา เมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป.ลาว มีวิวธรรมชาติทั้งฝั่งไทยและลาวที่สวยงาม จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังด่านสากลไทย ลาว ช่องเม็กแวะกราบนมัสการพระพุทธชินราชและชมความงดงามของปติมากรรมที่ช่างได้สร้างไว้รอบอุโบสถ พร้อมชมทัศนียภาพที่เป็นป่าเขารอบบริเวณวัด

นอกจากสามารถชมทัศนียภาพสวยงามของป่าเขาแล้ว ช่วงเย็นนักท่องเที่ยวกว่า 500 คน ทยอยขึ้นมาปักหลักรอชมปรากฏการณ์เรืองแสงของลวดลายบนพื้นรอบอุโบสถ ซึ่งเกิดจากช่างใช้สีชนิดพิเศษทำปฏิกริยากับความเย็นที่มาแทนที่ความร้อน เมื่อตกค่ำอุโบสถก็จะปรากฏเป็นภาพเรืองแสงเป็นที่ตื่นตาตื่นใจของนักท่องเที่ยวที่มารอชม

โดยนักท่องเที่ยวบางคนก็ใช้แสงไปจากโทรศัพท์มือถือมาเขียนรูปหรือข้อความบนพื้นผิวตามจุดต่างๆของวัด ทำให้ช่วงเทศกาลและวันหยุดต่างๆ จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่จำนวนมาก

ภาพ/ข่าว ทัศดาว  สว่างอารมย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุบลราชธานี

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ26 กรกฎาคม 2563 – 16:52 น.

หลังเกษียณจากอาชีพครู “ครูแอ๊ว” คิดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ไร้เนื้อสัตว์ใหญ่ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ทำกินเองและเลี้ยงเพื่อนครู อร่อยถูกปากจนทุกคนขอให้เปิดร้าน จึงกลายมาเป็น “บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มหลังสุขภาพ”

อ.ศรีอัมพร เฉลิมพร หลังเกษียณครูจากโรงเรียนดัดดรุณี ร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยบ่อยขึ้น จึงคิดสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ทำกินเองเลี้ยงเพื่อนครู อาหารอร่อยไม่มีเนื้อสัตว์ใหญ่ ช่วยให้แข็งแรง ทุกคนขอให้เปิดร้านอาหารเถอะ จะได้อิ่มบุญอร่อยทุกวัน ครูแอ๊วปรึกษาลูกหลานแล้วตัดสินใจ ทำร้านอาหารด้วยผักผลไม้จากสวนแปดริ้ว

เพิ่มบุญ กลายเป็นร้านอาหารสำหรับคนรักสุขภาพทันที ครูแอ๊ว เน้นเรื่องการคัดผักผลไม้สดจากสวน เอามาล้างให้สะอาดปราศจากสารเคมีตกค้าง ไม่ใส่ผงชูรส ใช้น้ำตาลน้อยมาก แทบจะไม่มีไขมันพืชหรือสัตว์ เพิ่มบุญมีกุ้งปลา เนื้ออกไก่ไม่ติดหนัง เนื้อหมูไร้มัน ไม่มีเนื้อวัวเด็ดขาด ผู้ว่าแปดริ้ว ข้าราชการ เจ้าของโรงงาน จึงมาฟอกกระเพาะที่นี่ทุกวัน 

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ก๋วยเตี๋ยวหลอดลุยสวน ใช้เห็ดหอมเห็ดฟางเห็ดนางฟ้า ผัดกับแครอทหมูสับ ห่อแผ่นก๋วยเตี๋ยว แต่งหน้าด้วยปูอัด กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บอร่อย

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ก๋วยเตี๋ยวบก หั่นก๋วยเตี๋ยวใส่มากับเนื้อปลากรายทอด เต้าหู้ ถั่วงอกลวก แตงกวา แครอท กะหล่ำ โหระพาแถมด้วยผักกาดหอม ข้าวโพดต้ม คลุกให้เข้ากันราดด้วยน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานก็อร่อย

                                    บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ     ส้มตำผลไม้ ใช้ผลไม้สดองุ่นแอปเปิ้ลสับปะรด มะม่วงมะเขือเทศฝรั่งโขลกเบาๆ รวนให้เข้ากับน้ำปรุงรส อร่อยไม่แพ้ส้มตำมะละกอกินกับ ข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ ไม่ต้องมีเครื่องปรุงมาก ครูแอ๊วใช้ข้าวพันธุ์ดีผัดน้ำพริกกับเนื้อปลาทอด กินกับไข่เค็มผักลวก ตักส้มตำผลไม้ใส่มากินกับข้าวคลุกน้ำพริกลงเรือ อร่อยจริงๆ

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ
บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ


    ยำตะไคร้ถั่วพู หั่นซอยตะไคร้ถั่วพู ใส่มากับมะม่วงใบมะกรูดซอย หอมแดงขิง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ งาบดถั่วลิสง โปรตีนเกษตรผัดเคล้าให้เข้ากัน ราดน้ำจิ้มสามรสกินแล้วไม่เลี่ยน

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

ข้าวคลุกกะปิหมูหวานใส่มะม่วงเปรี้ยวบางคล้า หอมแดงไข่เจียวพริกขี้หนูสวน

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

   สลัดกุ้งสด(ไก่หรือปูอัด) ครูแอ๊วปรุงน้ำสลัดเอง จึงไม่หวานมันจัด

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ
บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

 เพิ่มบุญอยู่ในเมืองแปดริ้ว ทางเข้าวัดหลวงพ่อโสธร โทร.0-3853-5099, 08-1863-671

ครัวลอยฟ้า    “ข้าวผัดปูม้า”
ฉะเชิงเทรา อยู่ติดกับ ชลบุรี จึงหาอาหารทะเลมาทำอาหารกินง่าย ปูม้าจากชลบุรีแกะเนื้อปู เอามาผัดกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเหลือหลาย 

เครื่องปรุง
    1.ข้าวสวย                      1   หม้อ
    2.เนื้อปูม้า                      1   กิโลกรัม
    3.ต้นหอมหั่นซอย            1    ขีด
    4.แครอทหั่นเต๋า              1    ขีด
    5.พริกไทยป่นตรามือ        1    ช้อนโต๊ะ
    6.ซีอิ๊วขาว                     1    ทัพพี
    7.ซอสหอยนางรม            1   ทัพพี
    8.น้ำตาลทราย                3    ช้อนโต๊ะ
    9.ไข่ไก่                        10   ฟอง
  

 วิธีทำ
    1.ผัดแครอทกับน้ำมันพืชให้สุกหอมจึงตอกไข่ไก่ใส่ลงไปผัด
    2.ใส่น้ำตาลซีอิ๊วซอสหอยนางรมพริกไทยลงผัดจนเข้ากันดี
    3.ใส่เนื้อปูม้าผัดกับเครื่องปรุงทั้งหมดห้ามบี้ให้เนื้อปูเละ
    4.เทข้าวสวยลงผัดรวนให้เข้ากันดีชิมรสให้ถูกใจเติมเครื่องปรุงเพิ่มได้
 

บ้านเพิ่มบุญ เพิ่มพลังสุขภาพ

   ไปกินข้าวผัดปูม้าที่ บ้านเพิ่มบุญ แล้วไปไหว้หลวงพ่อโสธร พระศักดิ์สิทธิ์ของชาวแปดริ้ว ราคาไม่แพงแต่อร่อย

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว

เชียงคาน นทท.คึกคัก รับวันหยุดยาว26 กรกฎาคม 2563 – 15:51 น.

อ.เชียงคาน  จ.เลย  นทท.ใช้ช่วงวันหยุดยาวท่องเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแก่งคุดคู้ ภูทอก และชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงจำนวนมาก

วันที่ 26 ก.ค.2563 ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย มีบรรยากาศคึกคักมาตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. 2563 เนื่องจากเป็นนวันหยุดยาว  4  วัน นักท่องเที่ยวแห่เข้าชมเมืองเชียงคาน ทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทางวัฒนะธรรม วัดที่สำคัญต่างๆ ตักบาตรข้าวเหนียว ภูทอก แก่งคุดคู้ หาดนางคอย ชุมชนบ้านไม้เก่าถนนชายโขงกลางเมืองเชียงคานและบริการรถไฟโบราณของ สภ.เชียงคาน ไว้บริการรอบตัวเมืองเชียงคาน ยังสามารถเชื่อมโยงต่อไปที่ภูลำดวน พญานาค ของ อ.ปากชมได้โดยสะดวกอีกด้วย ที่มีการบริการจัดรถสองแถวนำเที่ยว สามล้อเครื่อง สถานที่ที่กางเต้นท์ พักแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์ไว้พร้อมเพรียง  

นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอเชียงคาน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงคาน สาธารณสุข อ.เชียงคาน เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด. ที่ 246  เจ้าหน้าที่ทหาร ทหารพราน กรมที่ 22 สถานีเรือ นรข.เชียงคาน สมาชิก อส.ร้อย อส.อ.เชียงคานที่ 5 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุด ชรบ. และเจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เชียงคาน ร่วมออก ตรวจจุดคัดกรองและ ให้คำแนะนำแก่ ประกอบการ นักท่องเที่ยว บริเวณถนนคนเดิน(ชายโขง) ชุมชนบ้านไม้เก่า ทั้งนี้ อ.เชียงคาน ได้ผ่อนคลายจากโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เปิดการท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2563 มีบรรยากาศของการท่องเที่ยวค่อย ๆดีขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและช่างต่างชาติมาเที่ยวจำนวนมากหรือประมาณร้อยละ 70 ของจำนวนนักท่องเที่ยวจังหวัดเลย  

อำเภอเชียงคานได้จัดเตรียมสถานที่รองรับรถของนักท่องเที่ยวเพื่อลดการจราจรติดขัดช่วงวันหยุดยาว หรือวันหยุดของสัปดาห์ และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ผู้มาพัก โดยมี จนท. ชรบ. คอยอำนวยความสะดวก เพื่อความเป็นระเบียบและลดความแอร์อัดของถนน จึงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบ ทั้งนี้สถานที่จอดรถ อยู่ที่ ลาดจอดรถ เส้น เชียงคาน-บ้านโพน (ข้างโรงพยาบาลเชียงคาน) ซึ่งในส่วนรถบริการได้ประสานรถสามล้อเครื่องเพื่อรับส่งนักท่องเทียวแล้ว

บุญชู  ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง25 กรกฎาคม 2563 – 22:28 น.

นักท่องเที่ยวแห่ชมทะเลหมอกผามออีแดง

ประชาชน นักท่องเที่ยวนับพัน แห่เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บ้านภูมิชรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เช้านี้มีเมฆหมอกสายงามสมใจ ตื่นตาตื่นใจทุกคนเป็นอันมาก  

วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่ สำนักงานอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชน ได้เดินทางขึ้นไปชมความงามบนหน้าผามออีแดง ที่สามารถมองเห็นทะเลป่า ภูผาหมอก ชมความงามของท้องฟ้า และตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน คือ ลาว เขมร และไทย โดยในช่วงหน้าฝนนี้ หากคืนใดที่มีฝนตกลงมา ในช่วงเช้ามืด จนสายตะวันขึ้น จะมีละอองหมอกจากป่าที่อยู่ด้านล่างของหน้าผามออีแดง ลอยขึ้นมาบนพื้นที่ป่า และมาลอยเกาะกลุ่มใหญ่อยู่เหนือทะเลป่า ล้อมรอบภูเขาสะตาโสม ที่อยู่ด้านหน้าของประเทศไทย ทำให้ดูสวยงามเป็นอันมาก เหมือนได้อยู่บนทิพย์พิมาน บนสรวงสวรรค์ เหมืออยู่ต่างประเทศ ประกอบกับการสัมผัสอากาศที่เย็นพอดี ทำให้เป็นที่นิยมของผู้คนมากมายในช่วงนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ที่มีวันหยุดติดต่อกันในช่วงนี้ จะเดินทางมารอรับตะวันขึ้นก่อนใครใน 3 แผ่นดิน ชมความงามของเมฆหมอกบนหน้าผามออีแดง ชมทะเลป่า ภูผาหมอกกันช่วงเช้า ที่สามารถพาผู้สูงอายุมาเที่ยวได้ เพราะจากที่ลานจอดรถ สามารถเดินบนทางลานปกติเพียง 30 เมตรก็ถึงหน้าผามออีแดง แล้ว

ซึ่งในเช้าของวันนี้ ที่นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาด้วยทั้งด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ แห่มาเข้าคิวซื้อบัตรจากเจ้าหน้าที่อุมยานแห่งชาติ เพียงคนละ 20.-บาท ก็สามารถเดินทางขับรถผ่านขึ้นไปจอดรถยังลานจอดรถทุกชนิด ได้อย่างสะดวกสบาย จากนั้นก็เดินเท้าเพียง 30 เมตร ก็ถึงด้านหน้าผามออีแดง รอชมความงามของตะวันขึ้นก่อนใน 3 แผ่นดิน และวันนี้คนก็ได้รับความตื่นตาตื่นใจ กับเมฆหมอกที่สวยงาม อยู่เบื้องหน้าของทุกคน ต่างใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปความงามส่งต่อไปให้เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาชมได้รับชมเห็นภาพความงามของเมฆหมอกที่อยู่ด้านหน้า และเพียงแค่อึดใจเดียว แสงตะวันก็เริ่มส่องผ่านเมฆหมอกขึ้นมาจากยอดเขาสะตาโสม สวยงามมากๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว ตื่นตากันมาก บนเมฆหมอกมีแสงจากดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวช้าๆ ขึ้นมาเหนือเมฆ ด้านล่างเป็นเมฆหมอกสีขาวปุยสวยงามสุดจริงๆ ประชาชน นักท่องเที่ยว รอจนพระอาทิตย์ขึ้นพ้นเมฆหมอก และสาดแสงเริ่มร้อนนิดๆ ก็พากันเดินขึ้นไปถ่ายรูปยังเสาธงชาติไทย ที่นำลงมาจากปราสาทเขาพระวิหาร เป็นเสาธงแห่งประวัติศาสตร์ที่ทหารไทย ยกมาทั้งเสา โดยไม่ได้ปลดธงออกจากเสานี้ โดยการแบกลงมาทั้งเสา เพื่อมาตั้งบนพื้นแผ่นดินไทย เมื่อครั้งที่ไทยแพ้ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทเขาพระวิหารตกเป็นของกัมพูชา และจากนั้นก็แวะไปชมความงามของภาพแกะสลักนูนต่ำ ของพระพุทธรูป 3 พระองค์ ที่มีอายุกว่าพันปี เดินเที่ยวชมบรรยากาศบนผามออีแดง ก่อนจะเดินทางกลับในช่วงสายๆ เพื่อท่องเที่ยวในวันหยุดต่อไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจ.ศรีสะเกษ

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ขุน” หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน

"ขุน" หนุ่มพิการแขนสู้ชีวิต ไม่ท้อเพื่อคนรอข้างหลัง แม้จะถูกดูแคลน25 กรกฎาคม 2563 – 22:21 น.

หนุ่มแขนพิการไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา ตั้งหน้าทำมาหากินหาเงินส่งเสียบุพการี แม้ถูกดูแคลนให้อับอาย อยากได้งานประจำหวังเป็นหลักประกันของชีวิต

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2563 ภาพชายหนุ่มพิการ ด้วยแขน 2 ข้างที่สั้นกุด หิ้วถุงโดนัทเร่ขายบริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านโรงไม้ขีด ม.2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ช่วงรถรอสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนสี เป็นภาพที่พบเห็นชินตาของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา และช่วยอุดหนุนอยู่บ่อยครั้งด้วยความสงสารเห็นใจ จากการพูดคุยกับชายพิการดังกล่าว ทราบชื่อ นายกฤษณ เจริญพร หรือ “ขุน” อายุ 20 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดสุรินทร์ เล่าถึงที่มาของตนว่า เกิดที่บ้านหนองจิก ต.หนองบัว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เกิดมาก็แขนพิการโดยไม่ทราบสาเหตุ ต้องอยู่อาศัยกับตายายและป้าตั้งแต่เกิด เพราะพ่อแม่หย่าร้าง ซึ่งยายกับป้าก็ได้พาไปรักษาแต่ก็ไม่หาย และช่วยเลี้ยงดูฟูมฟักจนเติบใหญ่ พร้อมส่งเสียเล่าเรียนจนสำเร็จการศึกษา ซึ่งในระหว่างเรียนด้วย ชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก จึงดร็อปเรียนมาหางานทำที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งใน กทม. แต่ด้วยตนมีปมด้อยที่แขน จึงถูกกดดันจากที่ทำงานจนต้องลาออก และหันไปทำงานโรงงานแต่ก็เข้ากันไม่ได้กับแรงงานต่างด้าวด้วยต่างภาษา จึงมุ่งหน้ากลับบ้านเกิดไปเรียนต่อจนสำเร็จการศึกษาในระดับชั้น ปวช.วิศวกรรมโยธา จากวิทยาลัยอาชีวะจุลมณีอุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ

จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อมาหางานทำ แต่ก็ไม่มีแห่งใดอ้าแขนรับด้วยความพิการของตน จึงตัดสินใจมาตายเอาดาบหน้าที่เมืองพัทยา จนมารู้จักกับเจ้าของกิจการ “แฟนฉันโดนัท” หยิบยื่นน้ำใจให้งานทำพร้อมที่อยู่อาศัย ซึ่งตนก็ทำเรื่อยมากว่า 7 เดือนแล้ว โดยแบ่งรายได้บางส่วนส่งให้ตากับยายที่อยู่ทางบ้านที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง

“ขุน” ยังเล่าด้วยเสียงสั่นเครือว่า ด้วยสภาพร่างกายที่มีแขนพิการ ที่ผ่านมาก็ถูกล้อเลียน โดนดูถูกดูแคลน จนได้รับความอับอายในบางครั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อต่อชะตาชีวิต ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเพื่อหาเงินเก็บและส่งเสียทางบ้าน แม้แขนที่พิการทั้งสองข้างจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานอยู่บ้าง ทั้งหอบหิ้วถุงโดนัท หรือทอนเงิน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการวิ่งไปวิ่งมาเพื่อขายของช่วงรถติดไฟแดง แต่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะเมื่อมองรูป ตา-ยาย ที่ตนพกติดกายไว้ตลอด ก็เป็นกำลังใจให้สู้ต่อไป หนุ่มขุนยังบอกอีกว่า ถึงแม้ทำงานได้เงินแต่ก็เป็นงานรายวัน แต่ก็อยากมีงานที่มั่นคงเพื่อเป็นหลักประกันของชีวิตในอนาคต ซึ่งก็มีความสามารถพิเศษในการถ่ายรูปอีกด้วย สำหรับหน่วยงานใดยังขาดแรงงาน สนใจหยิบยื่นโอกาสดี ๆ ให้กับ “ขุน” หนุ่มพิการ

ภาพ/ข่าว อนันต์ สุขวัฒนะ ทิวากร กฤษมณี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค พัทยา จ.ชลบุรี

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท

เงาะเมืองเลย รสชาติดี สร้างรายได้ปีละกว่า ครึ่งล้านบาท25 กรกฎาคม 2563 – 20:18 น.

จ.เลย   เกษตรกรพลิกผืนดินพืชไร่ 6  ไร่มาปลูกเงาะป้อนตลาดสร้างรายได้ปีละ 600,000บาท

จ.เลย   มีสภาพภูมิประเทศที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทั้งภูมิอากาศที่เย็นและหนาวถึงหนาวตัดในหน้าหนาว ภูมิประเทศในสภาพป่า  ภูเขา หุบเขา  จำนวนมาก ความสมบูรณ์ของดินและน้ำที่เอื้อต่อการเกษตรพืชมืองร้อนและพืชเมืองหนาว ไม้ดอก ไม้ผล พืชไร่ พืชสวน แต่ด้วยเหตุหลายพื้นที่ที่ต้องประสบกับภัยธรรมชาติและราคาผลผลิตตำต่ำ เกษตรกรคุ้มกับการลงทุน   ประชาชนหลายพื้นที่ต้องปรับเปลี่ยนการเกษตรของตนเองมาพลิกฟื้นที่ดินมาปลูกไม้ผลป้อนตลาดสร้างรายได้ที่มั่นคง  เช่นเดียวกับ

นายมา  วินากร   อายุ 62  ปี   บ้านภูสวรรค์ หมู่ที่ 4 ต.เสี้ยว อ.เมืองเลย จ.เลย หนึ่งในเกษตรกรกล่าวว่า  เมื่อก่อนตนปลูกพืชไร่แต่ต้องประสบกับปัญหาด้านราคาที่ตำต่ำ ผลผลิตก็ไม่ดีด้วยเหตุจากธรรมชาติความแห้งแล้ง ขาดน้ำ ในปี 2534  ตนและครอบครัวจึงปรับเปลี่ยนจากพืชไร่มาปลูก” เงาะ”  จำนวน 6 ไร่  ปลูก 400  ต้น  เพราะเห็นว่าสภาพดินเมืองเลยเหหมาะสมมากและตลาดยังเปิดกว้าง   อีกอย่าง “เงาะ”   เป็นไม้ผลเมืองร้อนขนาดกลางเหมาะกับทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยทั่วไปเงาะเป็นไม้ผลที่เจริญเติบโตได้ดี ในบริเวณที่มีความชื้นค่อนข้างสูง เงาะในประเทศไทย  ตนใช้เงาะพันธุ์โรงเรียนและพันธุ์สีทอง  ช่วงแรก เริ่มลงมทือขุดหลุมลึก ประมาณ 1 เมตร กว้างและยาวประมาณ 1 เมตร ใส่ปุ๋ยคอกกับเปลือกถั่วรองก้นหลุม ระยะห่างระหว่างแถว ประมาณ 4 เมตร ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดนต่อน้ำท่อพีวีซีขึ้นจากลำห้วยภายในหมู่บ้าน   โดยใช้ปุ๋ยและยากำจัดศัตรูเงาะระบบชีวภาพผลิตขึ้นเองจากมูลไก่ผสมการหมักจากพืช    ศัตรูมีทั้งด้วงเจาะร่องลำต้น  แมลงเจาะผลและใบ  ใช้น้ำหมักชีวภาพ หน่อกล้วย  ฮอร์โมนไข่ป้องกันแมลง ส่วนเคมีใช้เฉพาะช่วยผลยังเล็กเท่านั้น   ใช้กับดักแมลงวันทอง    ด้านสรรพคุณที่ลูกค้านิยมเงาะเมืองเลยคือรสชาติอร่อย  กรอบ ล่อน หวาน ไม่แฉะ  เก็บรักษาได้นานถึง 5 วัน หากไม่แดดและลมโดยใช้ผ้าเปียกคลุมไว้   

นายมา  นากร  กล่าวอีกว่า    ผลผลิตจะออกสู่ตลาดคือช่วยเดือน มิ.ย.-ส.ค.  จะไม่สุกพร้อมกันแต่ละพวงและแต่ละต้น  ตลาดนั้นไม่เป็นห่วงเพราะมีพ่อค้าแม่ค้ามารับถึงสวนในราคาขายส่ง 27 บาท-กก.  หากวางขายหน้าบ้านริมถนนก็ราคา 3 กก/ 100  บาท   หากเป็นมัดๆละ 1 กก.  ผลผลิตเฉลี่ย 8,000 กก./ปี    จึงทำให้มีรายได้จาการขายเงาะอยู่ที่ 5-600,000   บาท/ปี    ปัจจุบันเป็นผลไม้ของดีเมืองเลยของต.เสี้ยวไปแล้ว  เสริมงาน อาชีพที่มั่นคงสร้างรายได้สู่ความเข้มแข็ง

บุญชู  ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม

"ด้วงทอดสมุนไพร"พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม25 กรกฎาคม 2563 – 19:51 น.

“ด้วงทอดสมุนไพร”พร้อมกิน ส่งเสริมการขายทางออนไลน์ ต่อยอดจากการเลี้ยงด้วงสาคูส่งขายเพื่อเป็นรายได้เสริม เสียงตอบรับดีมาก ยังหาเวลาเป็นวิทยากรแนะนำวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงหรือจะมาศึกษาดูงานที่ฟาร์มได้อีกด้วยเพื่อเป็นช่องทางสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับคนที่สนใจ

นายอิสระ เพชรสุทธิ์ เจ้าของกิจการอิสระฟาร์ม อายุ 26 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 10 ต.โคกสะบ้า  อ.นาโยง จ.ตรัง ได้ใช้พื้นที่ว่างหลังบ้านประมาณ 1 ไร่ สร้างโรงเรือนเพาะเลี้ยงด้วงสาคูและตัวแมงหวังพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เพื่อจำหน่าย ชื่อว่าอิสระฟาร์ม โดยปกติที่ผ่านมาไม่มีอาชีพหลัก รับ้างทั่วไป เช่น จะรับเหมาเสิร์ฟอาหารตามงานเลี้ยงต่าง ๆ เป็นพนักเกรฟฟู๊ด  จนวันหนึ่งได้เดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราชเห็นวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสาคูจึงเกิดความสนใจและมองว่าวัตถุดิบในพื้นที่ข้างบ้าน จังหวัดตรังมีต้นสาคูมีมาก จึงได้ทดลองเพาะเลี้ยงเริ่มจากไม่กี่กะละมังก็ประสบผลสำเร็จ จึงขยายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  ปัจจุบันในโรงเรือน มีจำนวนที่เพาะเลี้ยงมีตั้งแต่ 300-500 กะละมัง มีเพาะพันธุ์แมงหวังเพื่อเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จำหน่าย ขายคู่ละ 8 บาท  ส่วนตัวด้วงสาคูขายราคากิโลกรัมละ 200 บาท ราคาขายส่งอยู่ที่ 160-180 บาท หนึ่งกิโลกรัมอยู่ที่ 180-210 ตัว ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่ตลาดมีความต้องการมาก ยอดจำหน่ายต่อวัน ขายสดวันละ  3 กิโลกรัม  ต่อวัน

ส่วนการนำด้วงสาคูมาแปรรูปนั้น เนื่องจากตัวเองเป็นคนชอบกิน จึงนำมาทดลองทำ ลองผิดลองถูกกว่าจะลงตัวได้เมนูนี้ขึ้นมา ปรากฏว่าเสียงตอบจากนักชิมได้เป็นอย่างดี 

วิธีการทำ นำด้วงสาคูมาล้างน้ำให้สะอาด แช่น้ำ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำมาลวกกับน้ำร้อน นำขึ้นไปแช่แข็ง  เมื่อนำมาปรุง วางให้ตัวด้วงคลายความเย็นจากนั้นตัดปากตัวด้วงออกเพื่อป้องกันตัวด้วงปะทุแตกตอนทอดโดยไม่ต้องปรุงแต่งรสชาติแต่อย่างใด  เตรียมพริกแห้ง และใบมะกรูดหั่นหยาบ ตั้งกระทะด้วยไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพอประมาณ(ใช้น้ำมันปาล์มในการใช้ทอดเพื่อทำให้สีของตัวด้วงเหลืองสวย)รอให้น้ำมันร้อน น้ำใบมะกรูดและพริกแห้งลงไปทอดให้กรอบ ตักขึ้นตั้งให้สะเด็ดน้ำมัน ใบมะกรูดจะทำให้น้ำมันมีความหอม จากนั้นนำตัวด้วงลงไปทอด รอให้ตัวด้วงเหลืองสวยตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน  เคล็ดลับ ทอดเร็วเกินไปด้วงจะตัวไม่อ้วน ทอดช้าด้วงตัวจะไหม้สีไม่สวยไม่อ้วนน่ารับประทาน จากนั้นนำมาบรรจุกล่องน้ำหนักอยู่ที่ 3 กรัม ราคา 69 บาท หรือจะสั่งพิเศษกล่องละ 89 บาท มียอดออเดอร์สั่งวันละ 5-10 กล่อง

นายอิสระ กล่าวว่า ตนเองหันมาเพาะเลี้ยงด้วงสาคูได้ 2 -3 ปีแล้ว ผลตอบรับออกมาดีมาก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวบ้านธรรมดาและมาจากสื่อออนไลน์ ทางเฟสบุ๊ค ซึ่งสูตรวิธีการเลี้ยงด้วงตนได้มาจากเพื่อนที่นครศรีธรรมราช ตลาดด้วงสาคูค่อนข้างดีตลาดเปิดกว้าง ซึ่งยอดการผลิตต่อวันอยู่ที่ 4-5 กิโลกรัม มองว่าอนาคตการตลาดสดใสขายได้ราคาดี ขายได้ดีทุกวัน ซึ่งตอนนี้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาดและลูกค้า ทั้งนี้ หากสินค้าไม่พอก็จะไปรับซื้อจากชาวบ้านในชุมชนที่เพาะเลี้ยงอีกด้วย สำหรับลูกค้าที่สั่งด้วงทอดสมุนไพร ต้องสั่งล่วงหน้า สั่งเช้าจะส่งให้เย็น สั่งตอนเย็นจะส่งให้เช้า เนื่องจากโดยปกติแล้วตนเองจะรับงานนอกด้วย อย่างช่วงเวลาว่างก็จะไปเป็นพนักงานเกรฟฟู๊ด หรือรับเหมาเสิร์ฟอาหารตามงานต่าง ๆ และไปเป็นวิทยากรให้คำแนะนำวิธีการเพาะเลี้ยงด้วงสำหรับคนที่สนใจ จึงต้องหาจังหวะเวลา แต่รับรองว่าสามารถบริการทำส่งถึงที่ทุกคนและรับรองถึงความอร่อยสดใหม่ เพราะทำเองทุกขั้นตอน  โดยอนาคตมีโครงการขยายโรงเรือนเพื่อเพาะเลี้ยงด้วงสาคูเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ห่วงเรื่องวัตถุดิบหากต้นสาคูไม่มีสามารถใช้มันสำปะหลังแทนได้  สนใจสามารถติดต่อได้ทาง เฟสบุ๊ค อิสระฟาร์ม  โทร.080-8672590

ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดตรัง