เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472910

เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน

‌4 กรกฎาคม 2564 – 16:33 น.

คมชัดลึกออนไลน์วันนี้เอาใจคนรักบ้านและรักต้นไม้และรวมถึงคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับดวงชะตา ครั้งนี้จะพามาแนะนำ 5 ต้นไม้อัปมงคลบางต้นแค่ได้ยินชื่อก็ไม่น่าปลูกไว้ในรั้วบ้านแล้ว

หลายคนอาจจะเคยสงสัยว่าการห้ามปลูกต้นไม้ที่มีชื่อที่ฟังแล้วจะไม่เป็นมงคลเอาไว้ในบ้าน เป็นเพียงแค่กุศโลบายของคนโบราณหรือเปล่า หรือว่าแต่ละต้นจะมีความอัปมงคลได้อย่างไรทั้งที่ให้ความร่มรื่นเหมือนๆกัน แต่บางคนก็มีความเชื่อเลือกปลูกต้นไม้ที่มีความหมายดีๆเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต  ส่วนใครที่ยังไม่ทราบว่าต้นไม้ที่ตนเองกำลังปลูกอยู่นั้นคือต้นไม้อัปมงคลหรือเปล่า ลองไปสำรวจรอบบ้านดู คมชัดลึกออนไลน์ขอพามาแนะนำ 5 ต้นไม้อัปมงมล ไม่ควรปลูกในรั้วบ้าน ดังนี้จ้า

เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน

1. ต้นมะรุม  มีความเชื่อว่าหากบ้านไหนมีต้นมะรุมอยู่ในบ้าน บ้านนั้นจะมีเรื่องร้าย ๆ เข้ามารุมเร้า ทำให้กลุ้มใจเดือดร้อนวุ่นวายกันไปทั้งบ้าน เพราะว่าชื่อของต้นมะรุมหากมีการลากเสียงยาวๆจะเป็นคำว่า “มารุม”  แต่มองด้วยหลักความจริงเป็นเพราะขนาดของต้นมันมีขนาดใหญ่และสูง อาจมีความเปราะบางถ้าโดนลมตกใส่บ้านได้ และอาจนำพาให้คนในบ้านเจ็บตัวจากอุบัติเหตุได้ 

2. ต้นระกำ แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าไม่ดี ทำให้หดหูใจ เหมือชอกช้ำระกำใจ ถ้าบ้านไหนนำต้นระกำมาปลูกต้นไว้ในรั้วบ้าน อาจทำให้เจ้าของบ้านเกิดความไม่สบายใจแถมต้นของมันมีหนามยาวและคมมากๆ  อาจเกิดอันตรายกับคนในบ้านได้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กๆกำลังซนอาจเป็นอันตรายได้ง่าย จึงไม่นิยมปลูกกัน

 3. ต้นปรง หลายคนคงจะนึกถึงการปลง คือ การละทิ้งทุกอย่าง แต่ความจริงแล้วที่ต้นปรงเป็นต้นไม้อัปมงคลเนื่องจากคนภาคกลางนำใบของต้นปรงไปใช้ประดับตกแต่งหีบศพหรือทำพวงหรีดนั้นเองค่ะ ถ้าปลูกไว้ก็จะเหมือนนำความไม่เป็นมงคลเข้าบ้านแม้ลักษณะของต้นมันจะสวยงามก็ตาม  ถึงแม้สมัยนี้จะนำมาจัดแต่งสวนมากขึ้นแต่ก็ไม่ควรปลูกเพราะต้นมีหนามแหลมคมและกลิ่นของดอกมีอันตรายต่อระบบประสาท

เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน

4 . ต้นเต่าร้าง  มีความเชื่อว่าหากสามีภรรยาคู่ไหนปลูกต้นเต่าร้างไว้ในรั้วบ้าน หรือ รั้วเรือนหอแล้ว อาจทำให้มีเรื่องต้องเลิกรากันไป รวมถึงหมอผีสมัยก่อนใช้ใบเต่าร้างเป็นส่วนประกอบสำคัญในพิธีทางไสยศาสตร์ทำให้ไม่เป็นมงคล แต่หากจะนำต้นเต่าร้างไปใช้ในการจัดสวนก็ควรระวังยางของต้นเต่าร้าง อย่าให้สัมผัสโดนเพราะจะทำให้เกิดผื่นแดง คัน หรืออาจทำให้ถึงขั้นตาบอดได้ เรียกว่าไม่ดีทั้งชื่อและสรรพคุณของต้น

5 . ต้นรัก   ดูเหมือนคนจะชอบชื่อของต้นรักกันเยอะ เพราะดูเป็นมงคลแต่หารู้ไม่ว่ามีสิ่งที่ร้ายแอบซ่อนอยู่เพราะยางของต้นรักเป็นสิ่งที่อันตรายต่อผิวหนัง คนเมื่อก่อนจึงป้องกันการที่จะเกิดอันตรายแก่คนในบ้านด้วยความเชื่อที่ว่า หากปลูกต้นรักไว้ในบ้านจะทำให้คนในบ้านมีแต่ปัญหาวุ่นวายใจที่เกี่ยวข้องกับความรัก ทำให้ไม่สบายใจ มีเรื่องให้ต้องแก้จนหัวหมุน

เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน

เห็นมั้ยล่ะคะว่าต้นไม้แต่ละต้นที่นำมาแนะนำนอกจากชื่อของมันไม่เป็นมงคลแล้ว หลักความจริงทั้งสรรพคุณและขนาดของมันอาจจะส่งผลร้ายกับคนในบ้านด้วย ใครกำลังมองหาต้นไม้มาปลูกก็เลี่ยง 5 ต้นไม้อัปมงคลเหล่านี้ได้เลยจ้า

เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน
เปิดความหมายที่แท้จริง 5 ต้นไม้อัปมงคลที่ไม่ควรปลูกในเขตบ้าน

ขอบคุณข้อมูลจาก : สริดา จันทร์สมบูรณ์

“อาบน้ำ” ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472889

“อาบน้ำ” ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ

‌4 กรกฎาคม 2564 – 14:41 น.

ถ้าพูดถึงกิจวัตรประจำวันในชีวิตของทุกคน คงไม่มีใครที่ไม่ “อาบน้ำ” เพราะการ “อาบน้ำ” ไม่ได้เป็นแค่เพียงการทำความสะอาดร่างกาย แต่การ “อาบน้ำ” ยังเป็นการช่วยผ่อนคลายความเหนื่อย ความเมื่อยล้าตามร่างกาย ช่วยลดความเครียด ให้รู้สึกสดชื่นสบายตัวได้อีกด้วย

แต่หากการ “อาบน้ำ” ถ้า “อาบน้ำ” แบบผิดวิธีก็อาจจะทำให้เสียสุขภาพได้ ดังนั้นข้อควรระวังจากการ “อาบน้ำ” ที่ไม่ถูกวิธี มีผลกระทบต่อสุขภาพ มีอยู่ 7 ข้อดังนี้

"อาบน้ำ" ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ

1.   ก่อน “อาบน้ำ” ควรเตรียมพร้อมร่างกายประมาณ 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพร่างกายให้อบอุ่น เพราะเมื่อร่างกายมากระทบกับน้ำที่เย็น สัมผัสกับผิวจะทำให้ระบบภายในร่างกายเกิดอาการรวน เนื่องจากอุณหภูมิในร่างกายและภายนอกร่างกายเปลี่ยนแปลงฉับพลัน  ส่งผลทำให้เกิดเป็นหวัดได้ง่าย

2.  ไม่ควร “อาบน้ำ” ทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จและอิ่มใหม่ๆ เนื่องมาจากเส้นเลือดฝอยที่อยู่ตามผิวหนังเมื่อถูกน้ำอุ่นจะเกิดการขยายตัว และ เลือดจะกระจายตัวไปสู่ผิวหนังเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อการย่อย และ ระบบการดูดซึม

3.  ไม่ควร “อาบน้ำ” ทันทีหลังจากออกกำลังกายเสร็จ  ควรพักประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายปรับอุณหภูมิ  หากอาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆอาจส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้เลือดหล่อเลี้ยงหัวใจและสมองไม่เพียงพอ  ในบางรายอาจทำให้วูบ เป็นลม หมดสติได้

"อาบน้ำ" ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ

4.  ช่วงเวลาในการ “อาบน้ำ” ก็เป็นสิ่งสำคัญ  ไม่ควรอาบน้ำช่วงเวลาดึก เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศจะเริ่มเย็น อาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายได้ง่าย รวมไปถึง วันที่มีแดดจัด อากาศร้อนจัดอีกเช่นกัน  หากอาบน้ำในวันที่อากาศร้อนจัด อาจทำให้หลอดเลือดขยายตัวอย่างฉับพลัน ส่งผลทำให้หัวใจและสมองขาดเลือด อย่างกระทันหัน จนเกิดอาการวิงเวียนและแน่นหน้าอก และอาจเกิดอันตรายในกรณีที่เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจ , ความดันโลหิตสูง

5. หลังดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควร “อาบน้ำ” ทันที เพราะร่างกายจะเกิดการสูญเสียกลูโคสมากขึ้น ทำให้เกิดอาการวิงเวียน ตาพร่า อ่อนเพลีย หรือ หมดแรง ซึ่งในบางรายหากน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป อาจจะร้ายแรงถึงขั้นทำให้หมดสติ 

6. การ “อาบน้ำ” ที่บ่อยเกินไปจะทำให้ผิวแห้งส่งผลให้เกิดปัญหาที่ตามมาคือ ผิวขาดความชุ่มชื้น  ขาดความหยืดหยุ่น ผิวอาจแห้ง แตกเป็นขุย เกิดริ้วรอยได้ง่าย

7. ไม่ควร “อาบน้ำร้อน” เพราะน้ำที่มีอุณหภูมิสูงมากๆ จะทำให้ผิวชั้นนอกเกิดสภาวะเครียด และ น้ำร้อนก็ยังไปทำลายเซลล์ผิวหนังได้ และ ที่สำคัญไม่ควรอาบน้ำเกิน 15-20 นาที

"อาบน้ำ" ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ
"อาบน้ำ" ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ
"อาบน้ำ" ให้มีสุขภาพที่ดี ควรหลีกเลี่ยง 7 อย่างที่ไม่ควรทำ

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม “เช็กสิทธิพิเศษ” เมื่อจองห้องพัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472844

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม “เช็กสิทธิพิเศษ” เมื่อจองห้องพัก

‌4 กรกฎาคม 2564 – 13:00 น.

จะเที่ยวทั้งที่ก็อย่าลืม “เช็กสิทธิพิเศษ”เพิ่มเติมข้อเสนอพิเศษเมื่อเลือกจองห้องพัก ทั้งเข้าพักระยะสั้นระยะยาว ซึ่ง สิทธิประโยชน์ต่างๆนี้มักจะรวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักด้วยมากที่สุด

หลังจากเปิด เกณฑ์ “Phuket Sandbox” (ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์) โปรเจคนำร่องสู่การเปิดประเทศไปเมื่อวันที่  1 ก.ค. นั้นทำให้หลายคนต่างเตรียมตัวหิ้วกระเป๋าออกไปเที่ยวกันบ้าง แต่เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศมีข้อจำกัดอยู่มาก นักท่องเที่ยวจึงมองหาประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สัมผัสได้ง่าย และมักจะมองหาแพ็คเกจที่มาพร้อมกับบริการด้านการท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากสิทธิประโยชน์ที่ต้องมีในที่พัก

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม "เช็กสิทธิพิเศษ" เมื่อจองห้องพัก

ว่าแต่สิทธิพิเศษเพิ่มเติมในแพ็คเกจที่พักมีอะไรบ้างล่ะงั้นมาเช็กสิทธิพิเศษเพิ่มเติมข้อเสนอพิเศษเมื่อเลือกจองห้องพัก กันดีกว่า

อันดับ 1 คือด้านอาหารและเครื่องดื่ม  เช่นอาหารเช้า และการจิบชายามบ่าย

อันดับ 2 บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น กิจกรรมในหรือนอกสถานที่ อย่างเวิร์คช็อปการทำอาหาร ทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมี

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม "เช็กสิทธิพิเศษ" เมื่อจองห้องพัก

อันดับ 3  บริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมี

อันดับ 4  คือการอัปเกรดห้องพัก และสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพ เช่น บัตรกำนัลสปา

อันดับที่ 5  สิทธิ์การใช้พื้นที่ส่วนกลางของโรงแรมเพราะอาจต้องใช้เวลาอยู่ในที่พักมากขึ้น

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม "เช็กสิทธิพิเศษ" เมื่อจองห้องพัก

สไตล์การเดินทางของนักท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยในตอนนี้คือ เที่ยวทริปสั้น ๆ เลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน และมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก เช่น สิทธิประโยชน์/สิทธิพิเศษที่เพิ่มเติม การเข้าพักในโรงแรมตามธีม และบริการอัปเกรดห้องพัก ด้วยความนิยมของการท่องเที่ยวภายในประเทศ คนไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง สูงเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากชาวไต้หวันและมาเลเซีย

จะเที่ยวทั้งทีอย่าลืม "เช็กสิทธิพิเศษ" เมื่อจองห้องพัก

ขอบคุณข้อมูลจาก อโกด้า

ระวัง “โควิด-19” แล้วอย่าลืมเช็กสุขภาพ 5 “อาการอันตราย” รีบหาหมอด่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472838

ระวัง “โควิด-19” แล้วอย่าลืมเช็กสุขภาพ 5 “อาการอันตราย” รีบหาหมอด่วน

4 กรกฎาคม 2564 – 12:00 น.

ในช่วงนี้ นอกจากต้องระวัง “โควิด-19” แล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพเรื่องอื่นด้วย เช็ก 5 “อาการอันตราย” รีบหาหมอด่วน

เซฟตัวเองอยู่บ้าน อย่าลืมสังเกต “อาการอันตราย” โดยช่วงนี้ “โควิด-19” ระบาดหนัก แนะนำให้กักตัวอยู่ที่บ้าน เพราะว่าการเดินทางจะเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อ อาจทำให้ติดเชื้อไม่รู้ตัว แต่ว่าหากมีอาการบางอาการถ้าเกิดขึ้นมา ควรรีบไปพบแพทย์ด่วน

เช็ก 5 อาการอันตราย

1. เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง
เป็นอาการเจ็บแน่นหน้าอก เจ็บร้าว โดยเฉพาะถ้าเกิดร้าวมาถึงสะบักซ้ายและที่กรามซ้ายเหมือนมีอะไรมากดทับ ถ้ามีอาการเหล่านี้ ควรจะต้องไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพราะว่าการไปโรงพยาบาลที่เร็วจะช่วยผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

2. เป็นลมหมดสติ

ถ้าเกิดพบคนหมดสติ เรียกไม่รู้สึกตัว ควรนำตัวไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

3. แขนขาอ่อนแรงเฉียบพลัน

แขนขาชาอ่อนแรงไปครึ่งซีก เป็นได้ทั้งแขนและขา ไม่สามารถขยับได้ เป็นอาการที่เรานึกถึงเรื่องของอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นเรื่องของโรคหลอดเลือดสมอง ต้องรีบพาตัวไปโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าเกิดพามาที่โรงพยาบาลได้เร็ว จะสามารถรักษาผู้ป่วยได้

4. ไข้สูง หนาวสั่น

ไข้สูง คือ ตัวร้อน บางคนจะมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ถ้าไม่มีที่วัดไข้ แต่รู้สึกอาการตัวร้อนหรืออาการหนาวสั่น ต้องรีบมาโรงพยาบาลโดยด่วน

5. ชัก เกร็ง แขนขากระตุก

เป็นอาการตัวเกร็ง แขนขาเกร็ง บางคนหมดสติ บางคนรู้สึกตัว ถ้ามีอาการชักให้รีบส่งตัวมาที่โรงพยาบาล

ข้อมูล : อ. นพ.ธเนศ แก่นสาร ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472868

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

4 กรกฎาคม 2564 – 09:28 น.

ใครที่เป็นสายปิ้งย่าง ชาบู ช่วงนี้น่าจะคิดถึงหนักมาก เพราะไปนั่งทานที่ร้านไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เรามี 5 ไอเทมหลัก ที่สายปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้านอยากจะกินเมื่อไหร่ ก็ทำได้ทันที

ความสุขง่าย ๆ ช่วงที่ต้องอยู่แต่ในบ้านแบบนี้ หลายคนน่าจะคิดถึงปิ้งย่าง หรือ ชาบู หากมีอุปกรณ์ อย่างเตาปิ้งย่าง เตาย่าง หรือหม้อชาบูไฟฟ้า เท่านี้ ก็ทำให้มีกิจกรรมร่วมกันได้แล้ว แต่บางคนยังคิดไม่ออกว่าอุปกรณ์ที่ควรจะมีไว้ติดบ้านบ้าง วันนี้เรามี 5 ไอเทมเด็ดที่ผู้ที่ชื่นชอบอาหารปิ้งย่าง หรือ ชาบู ต้องมีไว้ติดบ้าน ส่วนจะมีอะไรนั้นติดตามกันได้เลย

1. หม้อชาบู และเตาปิ้งย่างไฟฟ้า

บ้านไหนเป็นสายปาร์ตี้ ควรจะต้องมีติดครัวไว้ ปัจจุบันหม้อชาบู หรือ เตาปิ้งย่างไฟฟ้า มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกทั้งที่ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับปาร์ตี้เล็ก ๆ ภายในครอบครัว  หรือ แบบที่ใช้ได้ทั้งภายนอกบ้าน อย่างเตาปิ้งย่างบาร์บีคิว ก็มีแบบที่สามารถใช้งานได้ทั้ง ปิ้งยาง และ ยังมีหม้อต้มชาบู อีกด้วยถือว่าเป็นไอเทมที่ลงตัวมาก ๆ  

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

แต่หรือบ้านไหนเป็นสายรักษ์โลก เตาปิ้งย่างแบบย่อยสลาย ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะเตาปิ้งทำจากวัสดุที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แถมพกพาง่าย น้ำหนักเบา เชื้อเพลิงก็มีมาพร้อมทั้งถ่านไม้ไผ่ และหินภูเขา

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

สำหรับวิธีการเลือกหม้อชาบู และเตาปิ้งย่างไฟฟ้าให้คุ้มค่านั้น สิ่งแรกเลยเราต้องคำนึงถึงความต้องการใช้งาน ความถี่ในการใช้งาน  แล้วจึงเลือกขนาดและฟังก์ชั่นต่างให้เหมาะสม และที่สำคัญคือ การทำความสะอาด หม้อชาบู และเตาปิ้งย่างไฟฟ้า ต้องนำมาถอดล้าง โดยเฉพาะเตาปิ้ง สามารถใช้วิธีการแช่น้ำอุ่นทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำยาล้างจานจะช่วยให้คราบหลุดออก และประกอบกลับใช้งานได้สะดวกและปลอดภัย

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

ทั้งนี้ มีข้อควรระวัง ที่ต้องขอเตือนสำหรับ หม้อชาบู และเตาปิ้งย่างไฟฟ้า จะต้องหมั่นตรวจสอบระบบไฟอย่างสม่ำเสมอเมื่อใช้งาน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟรั่ว ไฟฟ้าช็อตได้

2. ถังแช่อเนกประสงค์ หรือถังน้ำแข็ง

ถังแช่อเนกประสงค์ หรือถังน้ำแข็ง  เป็นตัวช่วยให้ความสนุกไม่สะดุด เพราะไม่ต้องเดินไปเปิดตู้เย็นในบ้าน เพื่อหยิบเครื่องดื่ม และน้ำแข็งในตู้เย็นบ่อย ๆ  ถังแช่อเนกประสงค์ ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย แล้วแต่ความต้องการใช้ของเราได้เลย แต่ที่สำคัญ ควรเลือกถังแช่ที่เก็บอุณภูมิความเย็นได้นานต่อเนื่องโดยประมาณ 8 ชั่วโมง

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

3. ถังน้ำดื่มแบบมีก๊อก

หลายคนอาจสงสัย เอ๊ะ ก็มีถังแช่อเนกประสงค์แล้ว ทำไมยังต้องมีถังน้ำดื่มอีก อย่าลืมว่าถังสำหรับใส่เครื่องดื่มชนิดต่างๆ จะช่วยให้คุณสะดวกสบายระหว่างทานมากขึ้น  และถ้าตัวถังมีหัวก็อกสำหรับเปิด-ปิดน้ำดื่มด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้สะดวกมากขึ้น ยิ่งบ้านไหนที่มีเด็ก ๆ ก็สามารถกดน้ำดื่มได้เองไม่ต้องรบกวนพ่อ แม่  โดยถังน้ำดื่มที่เลือกควรเป็นถังที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี ปลอดภัยสำหรับตัวเราด้วย 

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

4. ถ่านอัดแท่ง และขี้ไต้

สำหรับบ้านไหนที่มีบริเวณหน้าบ้าน หลังบ้านที่สามารถตั้งเตาปิ้งย่างแบบใช้ถ่านได้ เชื่อว่าจะต้องเคยเจอกับปัญหาการจุดถ่าน ที่ต้องใช้ระยะเวลา แต่ถ้าเลือกใช้ ถ่านอัดแท่ง และขี้ไต้ ก็จะช่วยให้การจุดถ่านเป็นเรื่องง่าย ไร้กลิ่น ไร้ควัน ไม่แตกปะทุเป็นสะเก็ด แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

5. โต๊ะอเนกประสงค์ และ เก้าอี้พับอเนกประสงค์

โต๊ะเอนกประสงค์ และเก้าอี้พับอเนกประสงค์สำหรับนั่งรับประทานของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ต้องน้ำหนักเบา พับเก็บ  สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ๆ  แต่ต้องระวัง เพราะถ้าเป็นโต๊ะ หรือ เก้าอี้ ที่ทำจาก พลาสติก หากใช้ไประยะเวลาหนึ่ง อาจเปราะหักได้ เราจึงควรเลือกพลาสติกชนิดพิเศษ ที่มีความยืดหยุ่นสูง แข็งแรง ทนทาน มีสารป้องกัน UV ทนแดด ทนฝน และความร้อนได้ดี 

5 ไอเทมหลัก ปิ้งย่าง ชาบู ต้องมีติดบ้าน

ครบแล้วสำหรับ 5 ไอเทมเด็ด สำหรับสายปิ้งย่าง ชาบู ถ้ามีเวลาว่าง ก็ลองมองหามาเก็บไว้ หรือ จดลิสต์ไว้ก่อนก็ได้แล้วค่อยออกไปหาซื้อมาติดบ้านกัน 

เที่ยว “บางแสน” ซื้อของฝากจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472862

เที่ยว “บางแสน” ซื้อของฝากจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด

4 กรกฎาคม 2564 – 09:06 น.

เที่ยว “บางแสน” ไม่ใช่มีแค่ทะเล กับหาดทรายขาว แต่มีของฝากรสเลิศจาก “ตลาดหนองมน” ไม่แวะแล้วจะพลาด

พูดถึง “บางแสน” ทุกท่านก็จะนึกถึงชายหาดสวยๆ กับหาดทรายสีขาว ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว เป็นเส้นกันระหว่างน้ำทะเล กับผืนแผ่นดิน และเมื่อกล่าวถึงอาจทำให้หลายๆ คน ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า นี่แหละ คือกิจกรรมของครอบครัวในวันหยุดนี้  

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

หากใครที่เคยที่ไปสัมผัสน้ำทะเล แถวๆ ชายหาด“บางแสน” จังหวัดชลบุรี แล้วไม่แวะชิม “ข้าวหลามหนองมน”  ผมว่าทริปเที่ยวนั้น คงดูไม่สมบูรณ์สักเท่าไหร่

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

เพราะเสน่ห์ของ “บางแสน” ไม่ได้อยู่ที่ผืนน้ำทะเลอันสดใสเพียงแค่นั้น  แต่ยังมีสิ่งละอัน พันละน้อย อีกมากมาย ที่รอให้ทุกท่าน ได้เข้าไปสัมผัส

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลนานาชนิด ที่รอให้ทุกท่านได้เลือกแวะชิม กับเมนูอันหลากหลาย ทั้ง กุ้งเผา ต้มยำกุ้งทั้งน้ำข้นและน้ำใส ปลากะพงทอดน้ำปลา กั้งทอดกระเทียม ปูนึ่ง และปูจ๋า รวมทั้งอาหารทะเล อีกมากมายหลากหลายชนิด  และที่พลาดไม่ได้ ควรแวะชิม “ข้าวหลามหนองมน” รสเลิศ  กันก่อนสักนิดก็คงจะดี..นะครับ  

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

คราวนี้ ลองมาดูประวัติของ “หนองมน” กันซะหน่อย เพราะเป็นชื่อเรียกสถานที่หนึ่งในตำบลแสนสุข จังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากจังหวัดชลบุรี ประมาณ 12 กิโลเมตร โดยประมาณ

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ตลาดหนองมน หรือตลาดแสนสุข ที่มีของฝากมากมาย ไม่ว่าจะเป็นปลาหมึกบดราดพริก ปลาริวกิว กุ้งแห้ง ปลาอินทรีย์เค็ม หอยสามรส ห่อหมกทะเลหอยแมลงภู่ หอยจ้อปู รวมทั้งข้าวหลามหนองมน ที่เรียกได้ว่า เป็นของฝากที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วประเทศเลยก็ว่าได้
 

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

“ข้าวหลามหนองมน” รสชาติหอม หวาน เค็ม มัน ซึ่งถูกเผาอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ อย่างพิถีพิถัน เพื่อจะให้ข้าวเหนียวถั่วดำกลมกลืนอย่างมีรสชาติ พร้อมกับความอร่อย และทำให้ข้าวหลามหนองมน กลายเป็นที่ชื่นชอบ และเป้นของฝากของคนไทย และชาวต่างชาติ มีชื่อเสียงของประเทศเลยก็ว่าได้”

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ย้อนอดีตไปสัก 40 ปี “ข้าวหลามหนองมน” ในสมัยนั้น ยังมีแค่ไส้ถั่วดำ  ต่อมาได้มีการนำไส้ชนิดอื่นๆ เข้าไปเป็นส่วนผสม  และมีการดัดแปลง จนทำให้ “ข้าวหลามหนองมน” ในวันนี้ มีไส้ให้เลือกได้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ไส้กล้วย ไส้เผือก หรือไส้มะพร้าวอ่อน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เพราะได้รับความสนใจ จากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

โดยเฉพาะรสชาติ เพราะนอกจากจะหอมหวนแล้ว ยังมีกลิ่นของมะพร้าวอ่อนๆ ที่โชยออกมา อย่างน่าพิศสมัย เรียกได้ว่า ลองกัดไปเพียงแค่คำแรก ก็แสนจะอร่อยแล้ว   

เที่ยว "บางแสน" ซื้อของฝากจาก "ตลาดหนองมน" ไม่แวะแล้วจะพลาด

ครับ..วันหยุดนี้ หากใครไม่มีแผนจะไปไหน ลองไปแวะชิมของอร่อยๆ กันได้ที่ “หนองมน” นะครับ อ้อ..ลืมไป ช่วงนี้ทางเทศบาลเมืองแสนสุข อาจจะมีการปิดหาดช่วงเย็นของทุกวัน ยังไงก็ลองตรวจสอบกันดูอีกครั้ง นะครับ

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส ‘ออเจ้า’ แต่งชุดไทยเที่ยว “วัดไชยวัฒนาราม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472822

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส ‘ออเจ้า’ แต่งชุดไทยเที่ยว “วัดไชยวัฒนาราม” 

3 กรกฎาคม 2564 – 20:00 น.

จำกันได้ไหมครั้งหนึ่งแฟนละครไทยย้อนยุคอย่าง ‘บุพเพสันนิวาส’ ตามรอยละครแห่งแต่งชุดไทย เที่ยว”วัดไชยวัฒนาราม” จนกลายเป็นกระแสฟีเวอร์ 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ครั้งหนึ่งราวต้นปี 2561 ถูกพูดถึงเหล่าบรรดาแฟนละครชื่อดังอย่าง “บุพเพสันนิวาส” ละครย้อนยุคไปในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีตัวละครเด่นอย่าง ขุนพี่หมื่น ที่แสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ นางเอกคนสวย ราณี แคมเปน รับบทเป็น แม่การะเกด

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     โดยละครเรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นกระแสฟีเวอร์ ทุกคนจะมีภาพจำเกี่ยวกับ “ออเจ้า”        

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ถือว่าเป็นวัดสำคัญในละคร “บุพเพสันนิวาส” เนื่องจากถูกพูดถึงบ่อย จนทำให้แฟนละครต่างเดินทางตามรอยละครมาชม “วัดไชยวัฒนาราม” เป็นจำนวนมาก ทำให้ “วัดไชยวัฒนาราม” กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะร้านเช่าชุดไทย ที่ได้ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัด มีลูกค้าเพิ่ม 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ร้านชุดไทยหน้า “วัดไชยวัฒนาราม” มีให้เลือกหลายร้าน แต่ล่ะร้านมีกลยุทธ์ในการเรียกลูกค้าทั้งจัดโปรโมชัน การประชาสัมพันธ์ในหลากหลายช่องทาง

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ซึ่งราคาเช่าก็ราคาไม่แพงมาก นักท่องเที่ยวจึงมักจะเช่าชุดไทยแต่งหน้า เพื่อไปถ่ายรูปกับ “วัดไชยวัฒนาราม” 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2173 ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านป้อม อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางฝั่งตะวันตกนอกเกาะเมือง เดิมชื่อ “วัดชัยวัฒนาราม”

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “วัดไชยวัฒนาราม” พระเจ้าปราสาททองได้สร้างขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญนี้ให้กับพระราชมารดาของพระองค์ และเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือเขมรด้วย จึงทำให้มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมส่วนหนึ่งมาจากปราสาทนครวัด 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     จุดที่น่าสนใจ “วัดไชยวัฒนาราม” มีพระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ เป็นปรางค์ประธานของวัด ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส  มีลักษณะเป็นปรางค์ทรงจตุรมุข 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     “ระเบียงคต” คือส่วนที่เชื่อมเมรุทั้ง 4 ทิศ เข้าด้วยกัน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ที่เคยลงรักปิดทองจำนวน 120 องค์ 

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     ทั้งนี้ “วัดไชยวัฒนาราม” ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และเป็นหนึ่งในโบราณสถานของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2535

จำได้ไหมครั้งหนึ่งเคยเกิดกระแส 'ออเจ้า' แต่งชุดไทยเที่ยว "วัดไชยวัฒนาราม" 

     สำหรับ “วัดไชยวัฒนาราม” ตั้งอยู่ใน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ในเวลา 08.00–18.00 น. โดยเก็บค่าเข้าชมไม่แพง คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

ขอบคุณภาพ 

มานี่จะไปไหน 

วิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-เทียม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472820

วิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-เทียม”

3 กรกฎาคม 2564 – 19:15 น.

ยิ่งสร้างกระแสความนิยมขึ้นไปอีก เมื่อล่าสุดมีคนเหมาซื้อ “กล้วยใบด่าง” ของชาวสวน จ.เพชรบูรณ์แบบยกกอ แถมให้ราคาสูงเกือบครึ่งล้าน! บูมขนาดนี้ มาดูวิธีสังเกต “กล้วยด่างแท้-กล้วยด่างเทียม” ก่อนที่จะควักกระเป๋าซื้อกันก่อนดีกว่า

“ต้นไม้ใบด่าง” นับวันกระแสความนิยมจะยิ่งสูงขึ้น ว่ากันเฉพาะ “ต้นกล้วยใบด่าง” ที่มีข่าวการรับซื้อและให้ราคาสูงออกมาให้เห็นแทบทุกวัน 

ล่าสุด มีหนุ่มฉะเชิงเทรา เจ้าของฟาร์มนกและร้านเฟอร์นิเจอร์ วัย 40 ปี หอบเงินครึ่งล้าน บุกไปถึงสวน อ.บ้านบึง จ.ชลบุเพื่อซื้อเหมายกกอกล้วยด่าง (8 ต้น) รีบยกขึ้นรถกลับบ้านอย่างสบายใจ เจ้าตัวยอมรับว่าชอบที่ความสวยแปลกตาเป็นทุนเดิม จึงอยากเอาไปประดับที่ร้าน และคิดจะเอาไปเพาะต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มอีก 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ข่าวนี้เรียกร้อยยิ้มให้ทุกฝ่าย เพราะพลอยดีใจกับเจ้าของต้นกล้วยเดิมที่เหมือน “ถูกหวย” แบบทันที ส่วนคนซื้อ ก็ยินดีที่ได้เจอ “ช้างเผือก”  ที่หายาก แต่ด้วยความที่ “กล้วยด่าง” กลายเป็นแหล่งรายได้ที่ทำเงินมหาศาล ทำให้เริ่มมีพ่อค้า-แม่ค้าหัวหมอ ดัดแปลงจำหน่าย “กล้วยด่างเทียม” ต้มตุ๋นนักเล่นหน้าใหม่กันแล้ว  

เมื่อกล้วยด่างมีหลากหลายแบบ เราจึงควรรู้วิธีการแยกแยะ “กล้วยด่างแท้” และ “กล้วยด่างเทียม” เพื่อเป็นพื้นฐานกันหน่อย 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าเจ้า “กล้วยด่าง” ที่มีราคาและทำการซื้อขายกัน คือ กล้วยด่างที่เกิดจากความผิดปกติในระดับพันธุกรรม ที่เกิดการกลายเฉพาะจุด ซึ่งสังเกตเห็นได้จากภายนอกทางใบ ลำต้น และผล  

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ความสม่ำเสมอไม่เท่ากันในจุดต่างๆ ได้กลายเป็นสีสันและลวดลายที่ผิดแปลกไปจากกล้วยปกติ ที่ส่วนใหญ่มักมีสีเขียวทั้งต้น โดยความผิดปกตินี้จะติดตัวต้นกล้วยต้นนั้นไปตลอด แม้ว่าต้นนั้นจะอยู่ในสภาวะสมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่จะไม่กลับไปมีใบเขียวเหมือนต้นกล้วยปกติได้อย่างแน่นอน 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ถ้าสังเกตดีๆ กรณีนี้จะต่างกับ “กล้วยด่างเทียม” ซึ่งต้นด่างเทียมจะเกิดกับต้นที่มีพันธุกรรมของกล้วยแบบปกติ แต่แสดงความผิดปกติออกมาคล้ายต้นกล้วยด่างจนแทบแยกไม่ออก จนกว่าต้นกล้วยต้นนั้นจะเติบโตในสภาวะการดูแลเป็นอย่างดี และอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ก็จะกลับไปมีใบสีเขียวตามเดิมในธรรมชาติ ต้นนี้จึงเป็นด่างไม่แท้!

ทั้งนี้ กล้วยด่างเทียม ยังเกิดขึ้นได้อีกหลายปัจจัย  ทั้งการขาดสารอาหาร ทำให้ใบและลำต้นมีอาการใบเหลืองและสีซีดอ่อน ไม่สม่ำเสมอกัน ยังมี “โรคที่มาจากของเชื้อไวรัส” ก็จะมีอาการด่างเหลือง เป็นดวงทั่วทั้งใบ ส่วนมากจะไม่ออกลูก แถมยังลามไปติดยังต้นอื่นๆอีก และสุดท้ายเกิดจาก “ดินเปรี้ยว” ซึ่งลักษณะใบจะคล้ายกับกล้วยด่างแท้มากๆ ข้อนี้ต้องเช็คประวัติจากแหล่งที่มาให้ชัดเจน  

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

เมื่อรู้วิธีสังเกตแล้ว อาจยังไม่รู้เท่าทันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะกว่าต้นจะโตจนรู้ได้ชัดก็ใช้เวลาโขอยู่ และคนขายก็อาจเชิดหนีไปแล้ว ดังนั้นผู้ซื้อควรตรวจสอบที่มาที่ไปร่วมด้วย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการซื้อกล้วยด่างจากผู้ขายที่ไม่น่าเชื่อถือตามโซเชียล หรือผู้ที่ไปขุดมาจากป่าโดยตรง ถ้าคิดในทางบวก อาจจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างจำแนกแยกแยะได้ยาก

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

อย่างไรก็ตาม เมื่อรักชอบแล้ว ก็ขอให้มีความสุขในการดูแลและเฝ้ามองการเจริญเติบโตของต้นไม้ที่รักกันนะคะ 

วิธีสังเกต "กล้วยด่างแท้-เทียม"

ขอบคุณภาพจาก  เฟซบุ๊ก Samrit Saraphi

เจ๋ง “ชุดนอนกลางทะเล” ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472789

เจ๋ง”ชุดนอนกลางทะเล”ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

3 กรกฎาคม 2564 – 19:00 น.

เป็นทั้งแรงบันดาลใจ เป็นทั้งไอเดียดี ๆ สำหรับชุดท้าแดดของศิลปินสาว ที่มีไอเดียจากโรคแพ้แสงของตัวเอง สู่ชุดสุดเจ๋งนอนโง่ ๆ กลางทะเลก้าวข้ามขีดจำกัดของเธอมาพร้อม 3 คอลเลคชั่นสุดตะลึง

ไอเดียและการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ทำให้โลกนั้นค้นพบ และตกตะลึงกับสิ่งใหม่ ๆ มาหลายต่อหลายครั้ง นำไปสู่การต่อยอดวิวัฒนาการ โดยเฉพาะสิ่งประดิษฐ์ เรื่องราวของศิลปินสาวท่านนี้ ที่ชื่อว่า”SiiGii”ก็เช่นกัน เพราะว่าเธอนั้นเกิดเป็นโรคภูมิแพ้แสงแดด ไม่สามารถอยู่กลางแดดนานๆ ได้ บวกกับปัจจุบันที่พักของเธอนั้นอาศัยอยู่ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

จะเรียกว่าได้ใกล้ชิดกับท้องทะเลแต่ก็ไม่สามารถจะดื่มด่ำได้นานเหมือนหลายคน โรคดังกล่าวของเธอเริ่มออกอาการให้เห็นตั้งแต่ 11 ขวบ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถนอนทอนน่องอาบแดด ท้าแสงยูวี หรือจะเล่นน้ำบทะเลได้นานเหมือนใคร ๆ และนั่นเป็นที่มาของไอเดียเก๋ ของเธอจากฐานะศิลปิน

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

ความฝันหนึ่งของเธอที่ก่อกำเนิดมาจากจุดบกพร่องทางร่างกายคือ “การได้นอนโง่ๆ กลางทะเล” มีภาพสวย ๆ ได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของผืนนำ้อันกว้างใหญ่เหมือนที่หลายคนเล่าขานกัน นำไปสู่วิถีแนวทาง เอาชนะขีดจำกัดของร่างกาย ด้วยการคิดค้นพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ จะช่วยปกป้องตัวเอง จากโรคที่เธอเป็นอยู่ จนได้เกิดมาเป็นคอลเลกชันงานศิลปะในชื่อว่า S.A.D (Sun Allergy Diaries)

ผลงานในคอลเลกชัน S.A.D (Sun Allergy Diaries) นี้มีอยู่ 3 อย่างด้วยกันประกอบด้วย Funbathing as a new me , Floating above limits  และ Delimited Freedom ซึ่งหากสังเกตุดี ๆ แต่ชิ้นที่เด่นที่สุดเห็นจะเป็นชิ้นที่ชื่อผลงานว่า “เหนือข้อจำกัดแห่งการลอยตัว” (Floating Above Limits)

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

SiiGii”เธอเป็นศิลปินชาวสเปน ที่มีผลงานให้เห็นมากมายจากไอเดียของเธอและ S.A.D (Sun Allergy Diaries)  ก็ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานที่ถูกพูดถึงเพราะได้รับแรงบัลดาลใจมาจากตัวเธอเองและโรคของเธอที่เป็นอยู่ นั่นถูกมองว่าเป็นการข้ามผ่านขีดจำกัดของเธอ ทำให้เธอยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น 

เจ๋ง"ชุดนอนกลางทะเล"ไอเดียสู้โรคแพ้แสง ข้ามขีดจำกัด

ในขณะที่เมื่อก่อนเธอไม่สามารถนอนลอยตัวบนทะเล ใต้แสงอาทิตย์ได้เลย เธอจึงพยายามจะเอาชนะมัน ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อค้นหาประสบการณ์ และความหมายของชีวิตจนเป็นไอเดียที่เห็น 

Funbathing as a new me


Floating above limits  

Delimited Freedom

ขอบคุณภาพจาก : @is_siigii

กว่าจะเป็น…หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/472720

กว่าจะเป็น…หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

3 กรกฎาคม 2564 – 16:50 น.

“เป็นหนึ่ง” มันไม่ได้ง่าย แล้วตัวเราเองเนี่ย ไม่ได้มีพื้นฐานครอบครัวที่ร่ำรวย เพราะฉะนั้นเราก็เป็นคนหนึ่งที่ปากกัดตีนถีบ บางช่วงบางตอนจากการพูดคุยในรายการคมในฝัก

รายการคมในฝัก โดยคมชัดลึกออนไลน์รายการน้องใหม่ ที่บอกเล่าเรื่องราวของคนในสังคมทั้งนอกกระแสและในกระแส เพื่อมาบอกเล่าประสบการณ์ในชีวิต ทั้งดีและร้าย เพื่อเป็นแนวทางให้กับคนที่หมดกำลังใจ ให้ต่อสู้ใหม่อีกครั้ง ได้สัมภาษณ์อาจารย์เป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร ซึ่งได้รับเกียรติจากอาจารย์มาเป็นแขกรับเชิญในรายการเป็นท่านแรก

“เราเคยทำงานร้านวัสดุก่อสร้าง แล้วพอวันหนึ่งที่คนขาด เราจะต้องไปแบกปูน เคยยืนอยู่บนเทรลเลอร์พลิกปูน 300 กระสอบ เราเจอเรื่องราวมากมายในชีวิต เรามีชีวิตที่ไม่ได้สวยหรู เราผ่านงาน ผ่านความอดทนมามากมาย สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราผ่านจุดนั้นมาได้เนี่ย เราต้องเรียนรู้ ทุกฉากของชีวิตว่ามันคืออะไร” บางช่วงบางตอน จากการพูดคุยกับอาจารย์เป็นหนึ่ง 

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

อาจารย์เล่าว่า ตัวเองไม่ได้เป็นคนเรียนสูง เพราะเนื่องจากว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเนี่ย เป็นเด็กเกเร เป็นคนที่ไม่ได้มีพื้นฐานการศึกษาที่ดี และเป็นสิ่งที่อาจารย์อยากบอกทุก ๆ คนว่า ถ้ามีโอกาส ถ้ามีจังหวะควรจะเรียนเพราะวันหนึ่งเราจะได้ใช้ประโยชน์จากการศึกษานั้น 

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

อาจารย์เป็นหนึ่ง ถือว่าเป็นคนที่ค่อนข้างโชคดีที่มักได้รับโอกาสจากคนรอบข้างเสมอ ๆ และด้วยความที่ได้รับโอกาสดี ๆ นั้น ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตบางอย่างจนถึงขั้นที่ทำให้อาจารย์ทุกข์ที่สุด ทุกข์เพราะ ความอยากมี อยากได้ อยากเป็น ทะเยอทะยาน กลายเป็นจุดพังของชีวิต

กว่าจะเป็น...หนึ่ง กับซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร

ก่อนจบรายการในวันนั้น อาจารย์เป็นหนึ่งได้ทิ้งท้ายไว้ว่า

“อาจารย์เชื่อว่า มนุษย์เราไม่มีคำว่า ที่สุด ไม่มีคำว่าประสบความสำเร็จ ไม่มีสิ่งต่าง ๆ เพราะคำว่าประสบความสำเร็จ มองว่ามันมีอะไรสิ่งใหม่ ๆ ให้ทำตลอดเวลา จริง ๆ ต้องบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องขวนขวาย แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด เท่านั้นเอง อาจารย์เชื่อว่าเราสะสม ความสำเร็จในแต่ละวัน อาจารย์ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อีกเรื่องหนึ่ง หลายครั้งที่เราประสบความสำเร็จแล้วผ่านมาได้เนี่ย สิ่งนั้นคือ เราแข่งกับตัวเอง เราไม่แข่งกับใคร นั่นคือสิ่งที่ เป็นสูตรผสม ที่ทำให้อาจารย์มีความสุขกับการใช้ชีวิต และประสบความสำเร็จในวันนี้” 

ติดตาม “รายการคมในฝัก” แบบเต็ม ๆ ได้ที่ลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=kFwP4cmwOMA