กาง ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ คุณสมบัติแบบไหนไม่มีสิทธิเป็น ‘เสนาบดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557386

30 ส.ค. 2566

กาง 'รัฐธรรมนูญ 2560' คุณสมบัติแบบไหนไม่มีสิทธิเป็น 'เสนาบดี'

เปิดหน้า ‘รัฐธรรมนูญ 2560’ มาตรา 98 ส่องข้อกำหนด คุณสมบัติ ความเป็น ‘รัฐมนตรี’ แบบไหน ต้องห้าม ไม่มีสิทธิเป็น ‘เสนาบดี’

การฟอร์มทีมรัฐบาล ภายใต้การนำของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จากพรรคเพื่อไทย ดูเหมือนโผ ครม. ที่โผล่ออกมารายวัน จะกลายเป็นประเด็นดราม่า เพราะหน้าตาว่าที่รัฐมนตรีบางคน ถูกครหา มีมลทิน อาจผิดข้อบังคับตามรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดคุณสมบัติ บุคคลที่จะเป็น “รัฐมนตรี” โดยเฉพาะกรณีของ “พิชิต ชื่นบาน” ทนายถุงขนม ที่ถูกวางตัวเป็น ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคยถูกศาลสั่งจำคุก มีสิทธิเป็น “เสนาบดี” ได้หรือไม่

ภาพประกอบรัฐธรรมนูญภาพประกอบรัฐธรรมนูญ

กางรัฐธรรมนูญ 2560

ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 160 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ได้กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรีไว้ 8 ข้อ ได้แก่

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
  4. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
  5. ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
  7. ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
  8. ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง

ขณะที่มาตรา 98 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไว้ดังนี้

  1. ติดยาเสพติดให้โทษ
  2. เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  3. เป็นเจ้าของ หรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใดๆ
  4. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (1) (2) หรือ (4)
  5. อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
  6. ต้องคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
  7. เคยได้รับโทษจำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปี นับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
  8. เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
  9. เคยต้องคำพิพากษา หรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุก เพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
  10. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ หรือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
  11. เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
  12. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่ง หรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
  13. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
  14. เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกภาพสิ้นสุดลงยังไม่เกิน 2 ปี
  15. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
  16. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
  17. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  18. เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม

ประเด็นดังกล่าว เคยเกิดขึ้นกับ นายนครชัย ขุนณรงค์ หรือ ไอซ์ ระยอง อดีต สส.ระยอง เขต 3 พรรคก้าวไกล ที่ถูกโจมตีว่า ขาดคุณสมบัติในการเป็น สส. หรือไม่ เนื่องจากเคยเป็นนักโทษ คดีลักทรัพย์ในพื้นที่ จ.ชลบุรี ปี 2542-2543 ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว โดยศาลลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ไอซ์ ระยอง แสดงความรับผิดชอบ ด้วยการประกาศลาออก ทำให้ต้องมีการเลือกตั้ง สส.ระยอง ใหม่

ส่วนประเด็นของ “พิชิต ชื่นบาน” ศาลฎีกาฯ มีคำสั่งจำคุก 6 เดือน ฐานละเมิดอำนาจศาล หากพิจารณาจากมาตรา 98 (7) จะพบว่า นายพิชิต ถูกคำสั่งจำคุก 6 เดือนเมื่อปี 2551 ปัจจุบันผ่านมากว่า 15 ปีแล้ว ดังนั้น จึงพ้นโทษเกิน 10 ปี นั่นจึงทำให้เขาไม่ติดคุณสมบัติข้อนี้

แต่ก็อาจเป็นประเด็นที่ทำให้ถูกสังคม โดยเฉพาะพรรคก้าวไกล วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นรัฐมนตรี มีมลทิน ไม่ต่างจาก ไอซ์ ระยอง ที่ยังแสดงสปิริต ลาออก แม้ดูจากข้อกำหนด ก็อยู่ในเงื่อนเดียวกัน 

‘ราเมศ’ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ให้พูดความจริง ย้ำทุกคนในพรรค ‘ไม่มีกาฝาก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557384

30 ส.ค. 2566

‘ราเมศ’ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ให้พูดความจริง ย้ำทุกคนในพรรค 'ไม่มีกาฝาก'

‘ราเมศ’ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แย้ง ‘เดชอิศม์’ ป้องชวน ไม่เคยคิดจะขับใครออกจากพรรค ขอให้พูดความจริง ย้ำ ในปชป.ไม่มีกาฝาก ทุกคนมีคุณค่า แต่ทุกคนไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมาย ทำผิดต้องรับโทษ

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ อดีตเลขานุการประธานรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึงกรณีที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง ได้ให้สัมภาษณ์มีบางช่วงบางตอนที่มีการพาดพิงนายชวน หลีกภัยว่า ข้อมูลที่ไม่ตรงความจริง ทำให้ขณะนี้สังคมเกิดความสับสน ถึงสถานการณ์ในพรรค โดยเฉพาะสมาชิกพรรคที่มีความเข้าใจข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง 

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ  อดีตประประธานสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ อดีตประประธานสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนวันเลือกนายกรัฐมนตรีที่ประชุม สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางในการลงมติ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีกันอย่างกว้างขวางจริง แต่ท้ายที่สุดมติที่ประชุมให้ “งดออกเสียง” 

ซึ่งโฆษกที่ประชุม สส. ได้แถลงด้วยตนเอง โดยมีนายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ขอที่ประชุมลงมติ “ไม่เห็นชอบ” ที่ประชุมก็ไม่ขัดข้อง ทั้งหมดคือความจริง

นายเดชดิศม์  ขาวทอง แกนนำ 16 สส. โหวตนายกฯ สวนมติพรรคประชาธิปัตย์นายเดชดิศม์ ขาวทอง แกนนำ 16 สส. โหวตนายกฯ สวนมติพรรคประชาธิปัตย์

“สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นการรับฟังเสียงของทุกภาคส่วนในพรรคจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งเสียงข้างน้อยไม่ได้มีเสียงดังกว่าเสียงข้างมาก และเสียงข้างมากก็ไม่ได้มีเสียงดังกว่าคนอื่นเช่นกัน ทุกคนเท่าเทียมกันแต่ต้องอยู่ในหลักการ กฎเกณฑ์กติกา ข้อบังคับพรรคอย่างเท่าเทียมกัน”

เช่นเดียวกันกับ กรณีที่มีมติให้ร่วมรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรคประชาธิปัตย์ จะดำเนินการตามมติที่ประชุม กรณีนายชวน หลีกภัย มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฏร มีการมาขอร้องให้เป็น โดยนายชวนได้ปฎิเสธ โดยให้ความเห็นว่านายบัญญัติ บรรทัดฐาน ควรจะรับหน้าที่ประธานสภา 

แต่เมื่อมีการพูดคุย ก็ยังมีความต้องการให้นายชวนมาเป็นประธานสภา สุดท้ายนายชวนจึงตอบรับ และในการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้น นายชวนไม่ได้ร่วมลงมติด้วยแต่อย่างใด นี่คือความจริง นายชวนเคยเป็นมาหมดแล้วทั้งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ประธานสภา ไม่ได้มีกิเลสแห่งความต้องการอยากเป็นขนาดนั้น

การที่กล่าวหาว่านายชวนเอาเรื่องอื่นๆ มาโยงใย เพื่อขับไล่นายเดชอิศม์ เพื่อให้คนเกลียดชังและพูดเพื่อให้ตนเองดูดีนั้น ก็คลาดเคลื่อนอีก นายชวนไม่คิดจะขับไล่ใครออกจากพรรค และไม่ได้พูดเพื่อให้มีการเกลียดชัง นายชวนพูดในเรื่องจริง และพร้อมรับผิดชอบทุกคำพูด ไม่มีเหตุผลใดต้องพูดให้ตัวเองดูดี เพราะสังคมทราบถึงการปฏิบัติตนในทางการเมืองมาตลอดชีวิต ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีสติคิดทำสิ่งใดในสิ่งที่ถูกที่ควร
 

ส่วนเรื่องในพรรค คงไม่มีใครอยากได้ยินการด้อยค่าคนว่าเป็นกาฝาก เพราะทุกคนในพรรคมีคุณค่ามีความหมายเหมือนกันหมด ตั้งแต่ รปภ. แม่บ้าน ทุกคนมีคุณค่าและทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งเดียวที่อยากให้ทุกคนมีคือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นเหมือนสังคมทั่วไป ที่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งจะถูกคัดถูกกรองไปเรื่อยๆ สมาชิกพรรคที่ทำผิดกฎหมายติดคุกก็มี ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องรับในสิ่งที่ได้กระทำไป เพราะทุกคนในพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือความถูกต้อง ส่วนเรื่องเลียแข้งเลียขาผู้ใหญ่แล้วได้ดีมีตำแหน่ง ตนไม่ทราบ แต่ถ้าระบุชื่อมาเจ้าตัวน่าจะต้องเป็นผู้ตอบเอง ในส่วนของตนตอบแทนคนอื่นไม่ได้

“พรรคประชาธิปัตย์เกิดจากอุดมการณ์ในทางการเมืองที่ดี ประสบผลสำเร็จ พรรคมีหัวหน้าพรรคที่มีเกียรติยศ มีศักดิ์ศรี ไม่มีด่างพร้อย เป็นนายกรัฐมนตรีมาก็หลายคน เป็นประธานสภามาก็หลายคน ทุกหน้าที่ในทางการเมืองเราเดินไปไหนได้โดยไม่อายใคร เพราะเรามีหลักในการทำงานการเมือง

ความขัดแย้งในพรรคมีมาทุกสมัย ดังนั้นควรมีการพูดคุยกัน หากจะหวังชัยชนะที่เกิดจากการต่อสู้เพื่อชูธงชัยอยู่บนซากปรักหักพัง แล้วจะเหลืออะไร เมื่อพรรคพ่ายแพ้การเลือกตั้ง พวกเราควรตั้งต้นร่วมกันช่วยกันคิดหาวิธีทำให้ดีขึ้น เชื่อว่าในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอน”นายราเมศ กล่าว

‘โรม’ มอง ลาออกหัวหน้าพรรค ย้ายเป็น รมต. ‘ละครอ่ะครับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557376

30 ส.ค. 2566

'โรม' มอง ลาออกหัวหน้าพรรค ย้ายเป็น รมต. 'ละครอ่ะครับ'

‘โรม’ มอง ‘ละคร’ หลัง ‘นพ.ชลน่าน’ เตรียมลาออกหัวหน้าพรรค แต่มีชื่อเป็น รมต. แนะดูต่างประเทศเป็นตัวอย่าง ผู้นำผิดสัญญา ไม่ใช่แค่ลาออก แต่จบเส้นทางการเมือง

หลังนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เตรียมประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเพื่อรับผิดชอบในคำพูดไม่เอาพรรคพลังประชารัฐและพรรครวมไทยสร้างชาติ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ขณะเดียวกันล่าสุดมีชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล มองเป็นการละครถึงกับกล่าวว่า “เดี๋ยวผมลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคแน่นอน ​​​​​​แต่เดี๋ยวผมจะไปเป็นรัฐมนตรี ถ้าเป็นอย่างนั้น ละครอ่ะครับ นี่เป็นวงการบันเทิงหรือวงการการเมืองกันแน่”

นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญเพราะเป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องที่เขาต้องรับผิดชอบต่อประชาชนเอง นักการเมืองพูดอะไรก็ได้ จะทำให้การเมืองถอยหลัง ไม่มีคุณค่า เหมือนเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้กับอำนาจมืดที่จะเข้ามาภายหลังได้ 

ซึ่งการเมืองในต่างประะเทศให้ความสำคัญกับการรักษาสัญญามาก ผู้นำที่รักษาสัญญาไม่ได้ อย่าว่าแต่ลาออกจากตำแหน่งหนึ่งไปรับตำแหน่งรัฐมนตรี แต่อนาคตทางการเมืองควรจะจบ การเมืองไทยควรเป็นเช่นนั้น 

ส่วนจะแปลความหมายใดได้บ้างที่ นพ.ชลน่าน ลาออกจากหัวหน้าพรรค แต่อาจจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยากให้สะเด็ดน้ำก่อน อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทีหลัง แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงประชาชนก็ตัดสินใจได้ ว่าตกลงแล้วเป็นการรักษาสัญญาจริงๆ หรือเป็นการเตรียมการไว้แล้ว 

ส่วนจะลดแรงกดดันหรือไม่ นายรังสิมันต์ ถอนหายใจและบอกว่า ให้ตนประเมินสังคมก็พูดยาก แต่สังคมคงให้น้ำหนักไปกับการรักษาสัญญาในเรื่องของนโยบายที่พรรคเพื่อไทยให้สัญญาไว้ ต่อให้ลาออกอีก 10 คน สุดท้ายถ้ารักษาสัญญาไม่ได้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนจะสมหวังแน่นอน และประชาชนก็คงจะผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ โรมนายรังสิมันต์ โรม

‘อนุทิน’ คว่ำปาก หลังถูกถามคุณสมบัติ ‘ชาดา’ โนคอมเมนต์ ‘เจี๊ยบ’ จี้ตรวจฉี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557363

30 ส.ค. 2566

'อนุทิน' คว่ำปาก หลังถูกถามคุณสมบัติ 'ชาดา' โนคอมเมนต์ 'เจี๊ยบ' จี้ตรวจฉี่

‘อนุทิน’ ถูกจี้ถามปมตรวจสอบคุณสมบัติและเสียภาษี ‘ชาดา’ โนคอมเมนต์ ‘เจี๊ยบ อมรัตน์’ โพสต์ขอให้ตรวจฉี่ รมต.บางคน

ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยิ้มและโบกมือไม่ให้สัมภาษณ์ เมื่อผู้สื่อข่าว สอบถามถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย 

แต่นายอนุทินทำท่า “คว่ำปาก” เมื่อถูกถามกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ร้องเรียนเรื่องการเสียภาษีของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่า เขามีการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่ 

ส่วนที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล โพสต์บอกให้มีการตรวจปัสสาวะรัฐมนตรีบางคนก่อนเข้ารับตำแหน่ง นายอนุทิน กล่าวว่า “โน คอมเมนต์”

ผู้สื่อข่าวถามย่ำอีกครั้งถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่เราตรวจสอบ แต่เป็นสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ตรวจสอบ

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557366

30 ส.ค. 2566

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก จ่อ ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที ขอดูขั้นตอนอีกนิด หลังหารือ ‘สุพัฒนพงษ์’ บอกคุยประเด็นส่งไม้ต่อ

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้การต้อนรับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพื่อหารือถึงการส่งไม้ต่อในการทำงานด้านเศรษฐกิจรวมถึงการจัดทำร่างนโยบายของรัฐบาลเพื่อแถลงต่อรัฐสภา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

จากนั้น เวลา 12.50 น. นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า ได้มีการหารือเรื่องของราคาพลังงาน รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ก็ได้ฝากฝังไว้หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือขั้นตอนในการลดราคาค่าไฟ กับ ค่าน้ำมันดีเซล โดยจะมีประกาศหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกแน่นอน

เมื่อถามย้ำว่า หลังการประชุมครม. นัดแรกจะสามารถลดได้ทันทีแน่นอนใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ทันทีครับทันที ประกาศทันทีและขอดูขั้นตอนนิดหนึ่ง” ก่อนจะย้ำว่าทำงานไม่หยุด เพราะต้องดูนโยบายอื่นๆด้วย และถือว่านายสุพัฒนพงษ์ให้ความกรุณา และยินดีส่งไม้ต่อให้ด้วยความราบรื่น

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

ขณะที่นายสุพัฒนพงษ์  พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการลดราคาพลังงาน ว่าเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับหัวหน้าพรรค เมื่อถามถึง นโยบายหลักที่เสนอต่อพรรคเพื่อไทย ที่จะนำไปเป็นนโยบายร่วมของรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากกว่า ส่วนการพูดคุยอย่างเป็นทางการต้องให้ หัวหน้าพรรค รทสช. มาพูดคุยกันอีกครั้ง

“วันนี้เป็นการมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่า มีอะไรจะส่งไม้ต่อไปถึงรัฐบาลใหม่ได้ การมาหารือวันนี้ เป็นโอกาสที่ดีของรัฐบาลรักษาการ จะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่ามีอะไรจะส่งมอบ หรือส่งต่อความคิดเห็นใด ๆ ไปถึงรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจที่รัฐบาลใหม่ได้ขอรับทราบสิ่งที่รัฐบาลรักษาการ หรือรัฐบาลที่ผ่านมาได้ทำอะไรไว้บ้าง”

ส่วนจะสานต่อเรื่องอะไร จะดัดแปลง หรือทำให้ดีขึ้นก็เป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ว่าจะพิจารณา และในการหารือ นายเศรษฐาก็รับทราบสิ่งต่าง ๆ ของรัฐบาลที่ทำมาแล้ว ถือเป็นการให้ข้อมูลระหว่างกัน เพื่อให้รัฐบาลใหม่สามารถพิจารณานโยบายเดิมที่ทำอยู่แล้วไปพิจารณาต่อได้โดยไม่ต้องไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยข้อคิดเห็นต่าง ๆมีการคุยกันครั้งนี้ก็คงจะมีการไปพิจารณาในรายละเอียดอีกที

เมื่อถามย้ำว่ามีการหารือเกี่ยวกับการจัดทำนโยบาย ร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแถลงต่อรัฐสภา นายสุพัฒนพงษ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแค่บอกว่า ไม่ได้คุยอะไรเป็นพิเศษในลักษณะของการหารือด้านนโยบาย เพราะคงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลใหม่นำข้อมูลต่าง ๆ ไปพิจารณา

ด่วน ‘เศรษฐา’ ประกาศ ประชุมครม.นัดแรก ‘ลดราคาพลังงาน’ ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่าการลดราคาพลังงาน เป็นหนึ่งในนโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง2566 ว่าจะลดค่าไฟฟ้า ลดราคาน้ำมัน และลดราคาพลังงานอื่นๆ ในทันที่มีการประชุมครม.นัดแรกของรัฐบาลใหม่

‘เสรีพิศุทธ์’ ลาออก สส. มีผล 1ก.ย. เลื่อน ‘มังกร’ เป็นสส.แทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557368

30 ส.ค. 2566

'เสรีพิศุทธ์' ลาออก สส. มีผล 1ก.ย. เลื่อน 'มังกร' เป็นสส.แทน

‘เสรีพิศุทธ์’ นัดสื่อฯ แถลงข่าว ปมลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เสรีรวมไทยวันนี้ เลื่อน ‘มังกร’ ว่าที่เลขาธิการพรรค เป็น สส.แทน พบเจ้าตัวเปรยกับคนใกล้ชิดวานนี้ อยากขับเคลื่อนงานพรรค-เตรียมสู้เลือกตั้งรอบหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เตรียมแถลงข่าวที่พรรค ต่อกรณีที่ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง สส.เสรีรวมไทย วันนี้ (30 ส.ค. 2566 ) เวลา 15.00 น. ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ก.ย. 2566 อย่างไรก็ดีการลาออกดังกล่าวนั้นทำให้นายมังกร ยนตร์ตระกูล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 และว่าที่เลขาธิการพรรค จะเลื่อนขึ้นมาเป็น สส.แทน

ทั้งนี้มีรายงานข่าวระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ว่าจะลาออกต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตัดสินใจลาออกดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ 2 วันก่อน ซึ่งพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้แจ้งคนใกล้ชิด รวมถึงประธานสาขาภาคต่างๆ ของพรรค ว่าจะลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อ และให้นายมังกร ทำหน้าที่ในสภาฯ แทนส่วนตนเองนั้นจะลงพื้นที่และเตรียมความพร้อมให้กับพรรคในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า และไม่มีประเด็นน้อยใจที่ไม่ได้รับตำแหน่งใดๆในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย คนใกล้ชิด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ให้สัมภาษณ์ยืนยันในกรณีดังกล่าวและไม่มีประเด็นน้อยใจที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ได้รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลเพื่อไทย อย่างไรก็ตาม แม้การลาออกจะมีผลในอีก 2 วัน แต่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขอลาการประชุมสภาและเตรียมตัวเดินทางไปต่างจังหวัดในวันที่ 31 ส.ค. 2566 นี้แล้ว

'เสรีพิศุทธ์' ลาออก สส. มีผล 1ก.ย. เลื่อน 'มังกร' เป็นสส.แทน

‘สมชัย’ โพสต์แซะ ‘ชลน่าน’ ลาออก แต่ไง ‘อภิสิทธิ์’ ลาออก หล่อกว่าเยอะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557359

30 ส.ค. 2566

'สมชัย' โพสต์แซะ 'ชลน่าน' ลาออก แต่ไง 'อภิสิทธิ์' ลาออก หล่อกว่าเยอะ

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ อดีตกกต. โพสต์แซะ ‘ชลน่าน’ ลาออก ‘หัวหน้า เพื่อไทย’ ไปเป็น รมว.สธ. ทำให้นึกถึง ‘อภิสิทธิ์’ ลาออกจาก ‘หัวหน้า ปชป.’ และไม่รับตำแหน่งใดๆ ดูหล่อกว่าเยอะ

เมื่อคำพูดเป็นนาย กำลังไล่ล่านักการเมืองไทย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ “นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(หน.พท.) ที่เคยปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง 2566 เอาไว้ว่า หากพรรคเพื่อไทยร่วมรัฐบาล กับ พรรค2 ลุง หมายถึง พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) และพรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) แล้ว จะ “ลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย” 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่รมว.สาธารณสุขนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่รมว.สาธารณสุข

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึง กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่า

เป็นบุคคลที่รักษาคำพูด
แต่ลาออกจากหัวหน้าพรรค ไปเป็น รมต.สาธารณสุข

'สมชัย' โพสต์แซะ 'ชลน่าน' ลาออก แต่ไง 'อภิสิทธิ์' ลาออก หล่อกว่าเยอะ

ทำให้ผมนึกถึง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ที่หาเสียงว่าจะไม่ร่วมรัฐบาล พลเอกประยุทธ์
เมื่อพรรคลงมติเข้าร่วมรัฐบาล คุณอภิสิทธิ์ ก็รับผิดชอบ ด้วยการลาออกจาก สส.
และ ไม่รับตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ
หล่อกว่ากันเยอะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

“เศรษฐา” ลั่น ลดค่าไฟ-น้ำมันตั้งแต่ประชุม ครม.นัดแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557354

30 ส.ค. 2566

“เศรษฐา” ลั่น ลดค่าไฟ-น้ำมันตั้งแต่ประชุม ครม.นัดแรก

‘เศรษฐา’ ลั่น ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน ในการประชุม ครม.นัดแรก ‘สุพัฒนพงษ์’ ยัน ‘บิ๊กตู่’ ยินดีส่งมอบงานหวังรัฐบาลใหม่สะสางปัญหาที่ค้างคา

วันที่ 30 ส.ค. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และทีมเศรษฐกิจ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยการหารือร่วมประเด็นการส่งมอบงานจากรัฐบาลชุดเก่า

โดย นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นการส่งมอบงานจากรัฐบาลเก่าให้รัฐบาลใหม่ ยังไม่มีการหารือในเรื่องนโยบายซึ่งเป็นการส่งมอบงานให้ทำงานอย่างราบรื่น และตอนนี้ตนก็ทำงานอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อถามว่า ค่าพลังงานจะสามารถลดราคาตั้งแต่ประชุม ครม.ครั้งแรกเลยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า จะประกาศทันที ขอให้รอนิดหนึ่ง รวมทั้งดูเรื่องนโยบายอื่นๆ ด้วย โดยทาง นายสุพัฒนพงษ์ ยินดีที่จะส่งไม้ต่ออย่างราบรื่น 

ด้านนายสุพัฒนพงษ์ กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้คุยกันในเรื่องการทำงานหลังจากที่นายกฯ ทั้งสองท่านได้พบกันถือว่าเป็นประโยชน์ในการพูดเรื่องนโยบาย 

เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยในเรื่องของพลังงานหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ เผยว่า มีการพูดคุยในเรื่องกระทรวงพลังงานหลังจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการลดราคาพลังงานหลังที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดูแล จะเป็นไปได้หรือไม่ก็ต้องไปคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่

ส่วนมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนนโยบายกันหรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ ย้ำว่า ไม่ได้มาคุยกันในเรื่องนโยบายแต่เป็นการมอบหมายงานให้กัน และต้องการที่จะแก้ไขปัญหาที่ค้างคา เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ 

‘อนุทิน’ มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557352

30 ส.ค. 2566

‘อนุทิน’ มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน

อนุทิน ยัน ไม่เคยเห็น ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ทำสิ่งผิดกฎหมาย มั่นใจ คนอุทัยธานี มองเป็นคนดี รับใช้ประชาชน-เสียสละ แจงแทน น้องเนวิน คุมศธ. เป็น พลตำรวจเอก ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้ว ย้อนตัวเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์หมอแต่คุมสธ.

นายอนุทิน ชาญ​วี​ร​กูล ​หัวหน้า​พรรค​ภูมิใจไทย ถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ทุกอย่างต้องอธิบายด้วยหลักของกฎหมาย ซึ่งพรรคก็ได้ตรวจสอบคุณสมบัติในระดับหนึ่ง และทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก็ตรวจสอบอีกระดับหนึ่ง 

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ท่ามกลางวงล้อมของประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ท่ามกลางวงล้อมของประชาชนที่มาขอความช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ประชาชนก็ตรวจสอบอีก ดังนั้น อะไรที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องเป็นไปตามนั้น เราไม่ทำผิดกฎหมายแน่นอน ความรู้สึกของคนมีทั้งชอบและไม่ชอบ จะเอามาเป็นสาระสำคัญไม่ได้ ต้องดูตามกฎหมาย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์นายชาดา ไทยเศรษฐ์

ส่วนตอนนี้ในโซเชียลมีเดีย มีการวิจารณ์นายชาดา เรื่องของยาเสพติด นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐาน ตนก็ไม่เคยเห็นนายชาดา ทำผิดกฎหมาย หรือทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมใดๆ เวลาอยู่ที่จังหวัดอุทัยธานี นายชาดา ก็ลงพื้นที่พบชาวบ้าน ทำตัวกลมกลืน และต้องไปถามคนอุทัยธานี ว่า นายชาดาเป็นอย่างไร คนมั่นใจว่าคนอุทัยธานี ต้องตอบว่านายชาดาเป็นคนที่ดี รับใช้ประชาชนและเสียสละ

ส่วนที่่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส่งนายตำรวจไปคุมกระทรวงศึกษาธิการ คุมครู นายอนุทิน ย้อนทันทีว่า “พลตำรวจเอกครับ” ผ่านตำแหน่งสำคัญมาแล้ว

เมื่อถามย้ำ ว่า อาจจะไม่มีประสบการณ์ทางด้านของการศึกษา นายอนุทิน ย้อนกลับทันทีว่า “แล้วผมมีประสบการณ์หมอหรือไหมละ”

นโยบายการศึกษา ภท.รวม พท.

ขณะที่เรื่องนโยบายทางการศึกษาจะผลักดันในกรอบของนโยบายพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า รวมกัน เพราะได้มีการประชุมหารือ ซึ่งตนก็ได้ส่งทีมของพรรคภูมิใจไทย ไปร่วมร่างคำแถลงนโยบายของนายกฯแล้ว ซึ่งจะต้องรับฟังนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค 

พูดแล้วต้องทำ ไม่งั้นไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย

ส่วนเรื่อง หนี้ กยศ. นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าได้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือว่าเป็นวาระสำคัญ ที่จะต้องผลักดันให้เป็นรูปธรรม แล้วก็ต้องร่วมมือกับกระทรวงการคลังด้วย ที่ผ่านมาก็ทำสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว แต่ยืนยันว่าทุกอย่างพูดแล้วต้องทำให้ได้ ไม่งั้นไม่ใช่ พรรคภูมิใจไทย

นายอนุทิน มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นคนดี รับใช้ประชาชนนายอนุทิน มั่นใจ คนอุทัยธานี มอง ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นคนดี รับใช้ประชาชน


ส่วนว่าจะไปอำลาตำแหน่งกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เลย ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯก่อน ส่วนพร้อมทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าแล้ว แต่นายเศรษฐา ทวีสิน ว่าจะแต่งตั้งไปอยู่ที่ไหน แต่ไม่ว่าอยู่กระทรวงไหน ตนก็พร้อมทำทุกอย่างให้กับประชาชนทุกคน

ที่ปรึกษา ‘สุทิน คลังแสง’ ล้วนมากประสบการณ์ในแวดวง ‘ทหาร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557353

30 ส.ค. 2566

ที่ปรึกษา 'สุทิน คลังแสง' ล้วนมากประสบการณ์ในแวดวง 'ทหาร'

ถูกปรามาส ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ‘กลาโหม’ แต่ที่ปรึกษา ‘สุทิน คลังแสง’ ล้วนมากประสบการณ์ทาง ‘ทหาร’

ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สุทิน คลังแสง กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เรื่องความเหมาะสมในการทำหน้าที่ จากอดีตครู สู่กระทรวงคชสีห์ จะมีความสามารถพอหรือไม่  แต่หากพลิกดูรายชื่อ ที่ปรึกษา ซึ่งเจ้าตัวบอกผู้สื่อข่าวไว้ ดูแล้วไม่ธรรมดา  เพราะมีทั้งอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและอดีตปลัดกระทรวงฯ และ อดีตแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารอากาศและอดีตแม่ทัพภาค 4

สุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหมสุทิน คลังแสง ว่าที่ รมว.กลาโหม

อย่างพล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเคยรับราชการทหาร สังกัดกองทัพบก เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเพชรบุรี เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นตำแหน่งสุดท้าย

พล.อ.ธรรมรักษ์ เข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของทักษิณ ชินวัตร ถึงปี พ.ศ. 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549

เคยถูกศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้เจ้าพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ต่อมาคดีได้ถูกยกฟ้องเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานใดๆที่แสดงว่าพลเอกธรรมรักษ์มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบและถึงที่สุดแล้ว
 

พล.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นบุคคลที่ ทักษิณ ชินวัตร ในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่นั้น วางตัวจะให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารอากาศ ด้วยเหตุว่าเป็นเพื่อนนักเรียนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารด้วยกันมา แต่ทว่าหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 

มีการปรับเปลี่ยนสายการบังคับบัญชาในกองทัพใหม่ ทำให้นายทหารรุ่นเตรียมทหาร 10 หลายคนต้องหลุดจากตำแหน่งคุมกำลังพล ในส่วนของ พลอากาศเอกสุกำพล ก็ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพอากาศ ในปี พ.ศ. 2550 และปรับเปลี่ยนเป็นจเรทหารทั่วไป ในปี พ.ศ. 2551

เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 กระทั่งเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555 ได้ปรับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเป็นผู้ดำเนินการถอดยศของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนเป็นเหตุให้นำไปสู่การยื่นตรวจสอบคุณสมบัติของนายอภิสิทธิ์ 

พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรีเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 จบ ตท.9 – จปร.20 รุ่นเดียวกับ พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีต ปธ.ที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.สุรพันธ์ พุ่มแก้ว อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทบ. เป็นต้น ในฝั่งตำรวจที่จบ ตท.9 คือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เริ่มต้นชีวิตราชการที่ ร.1 พัน 2 รอ. ก่อนลงไปอยู่ภาคใต้ ตั้งแต่เหตุการณ์ปราบกบฏ 26 มี.ค. 2520 เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 จนเกิดเหตุการณ์ที่ตากใบ ซึ่งในขณะนั้น พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. ยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ชีวิตราชการของ พล.อ.พิศาล ต้องพลิกผันจากเหตุการณ์ตากใบ

โดนเด้งเข้ากรุไม่ได้คุมกำลัง ไปช่วยราชการที่ บก.ทบ. จากนั้นไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในอัตราพลเอก ก่อนเกษียณฯ

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก จบ เตรียมทหาร 14 นายร้อย จปร. รุ่น 25 เริ่มต้นชีวิตราชการ ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ก่อนจะมาเติบโตสายอำนวยการ-ยุทธการเป็นอาจารย์ วิชาข่าวกรอง ร.ร.เสนาธิการทหารบก และข้ามมาเติบโตเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 มีคำสั่งโดนย้ายไปประจำสำนักนายกฯ ก่อนมาเป็น ปธ.คณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม และได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ บทบาทสำคัญช่วงก่อนเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 เขานำผู้นำเหล่าทัพเข้าอวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะเป็น ผบ.ทบ. 21 มี.ค. 2557 ก่อนรัฐประหาร 2 เดือน เพื่อรักษาบรรยากาศ

มีเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร14 เช่นพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตรมช.กลาโหม / ผบ.ทบ.  พล.อ.ธีรชัย นาควานิช อดีตผบ.ทบ.  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และพล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่