‘บิ๊กตู่’ อำลาสื่อทำเนียบ เตรียมพักผ่อน กลับไปเป็นคนธรรมดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557279

29 ส.ค. 2566

'บิ๊กตู่' อำลาสื่อทำเนียบ เตรียมพักผ่อน กลับไปเป็นคนธรรมดา

‘บิ๊กตู่’ อำลาสื่อทำเนียบ รอรัฐบาลใหม่รับไม้ต่อ เผยจะพักผ่อนให้เวลาครอบครัวมากขึ้น พร้อมเดินหน้าอย่างระมัดระวัง รักษาทุกคนที่ร่วมงานมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมครม.เสร็จสิ้นว่า วันนี้ยังต้องดูแลปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐบาลรักษาการ ในส่วนที่ทำได้ตามกฎหมาย
ขอบคุณทุกคน ขอบคุณสื่อมวลชนที่รักทุกคน เราไม่ได้มีอะไรกันอยู่แล้ว เราก็รักกัน หลายปีที่ผ่านมาเข้าใจการทำงานของสื่อ พยายามไม่ก้าวล่วงอยู่แล้ว ขออภัยถ้าหากดุกันสักนิด

ส่วนจะฝากอะไรให้รัฐบาลใหม่หรือไม่ คงไม่ต้องฝาก เป็นมารยาท ต้องปล่อยให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการ มีนายกฯมีครม.ใหม่อยู่แล้ว เป็นเรื่องของมารยาท ผมคิดว่าผมไม่ควรพูดอะไรทั้งสิ้น เมื่อท่านเข้ามาแล้วก็เป็นการดำเนินการของรัฐบาลใหม่ ฝากพวกเราด้วยช่วยกันดูแล และไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง โดยหลังจากนี้จะพักผ่อน ให้เวลาครอบครัวมากขึ้น  
 

เมื่อถามว่า นายกฯได้อะไรจากการทำหน้าที่ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ ผมไม่ได้อะไรหรอก ต้องถามประเทศชาติได้อะไร ผมทำทุกวันก็เพื่อตรงนั้นแหละ ประเทศชาติและประชาชนก็พยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและก็วันหน้าเป็นเรื่องของรัฐบาลต่อไปดำเนินการ 


เมื่อถามว่าอนาคตจะมีรับหน้าที่ที่ใหญ่กว่านี้หรือไม่ ตน ยังไม่รู้ ไม่ทราบอะไรทั้งสิ้น ตนก็เป็นประชาชนพลเมืองไทยธรรมดาไม่มียศอย่าง เจ้ายศเจ้าอย่าง เกียรติยศอะไรต่างๆ ผมก็กลายเป็น คนธรรมดาเหมือนท่านนั่นแหละ ผมก็ตั้งใจมาตลอด 9 ปีที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลาที่ผมต้องพักผ่อนและหยุด ผมก็กลายเป็นประชาชน พลเมืองไทยธรรมดา ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร ไม่ต้องมาเคารพยกย่องผม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อถามว่าถ้ามองย้อนกลับไปเมื่อ 9 ปีที่แล้วมีอะไรที่อยากจะทำใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ ถ้าคิดอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่ ไม่ต้องย้อนกลับไปแล้ว เดินหน้าอย่างเดียวอย่างระมัดระวังในการเดินหน้าว่าจะต้องไม่มีอันตราย เพราะไม่ใช่ตนคนเดียว แต่จะต้องรักษาในส่วนของทุกคนด้วยที่ร่วมงานกันมาให้พวกเขาปลอดภัย ไม่มีอันตรายต่างๆ เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันมา

เมื่อถามถึงความประทับใจในครม.ชุดนี้นั้น คงพูดในภาพรวมมากกว่าเราอยู่กันมารัฐบาลนี้ก็ 4 ปีเต็มๆทุกคนก็ให้ความร่วมมือพูดจาและทักท้วงกันให้เหตุผลซึ่งกันและกันผมก็ยอมรับได้ทั้งหมด นั่นคือความผูกพันในสิ่งที่เราทำร่วมกันมาไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น ตนมีนโยบายอย่างนั้นมาโดยตลอดก็สามารถทำทุกอย่างให้เดินหน้าต่อไปได้มากพอสมควร นั่นคือความตั้งใจของตนและครม.

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตนก็พยายามเดินหน้า แต่คำว่าการเดินหน้าเพื่ออนาคตหมายความว่าไม่ได้อยู่ที่ตนคนเดียว ต้องถ่ายทอดกันต่อไปเรื่อยๆ ไปสู่อนาคตของคนรุ่นใหม่ วันนี้ก็ต้องสร้างกำลังใจกันให้มากยิ่งขึ้นเท่านั้นเอง 

เมื่อถามย้ำถึงการย้อนกลับไปในอดีต นายกฯย้ำกลับว่า ไม่ย้อน ไม่มีเวลาไหนเขาย้อน มันย้อนไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่า ใจหายหรือไม่ นายกฯตอบ ไม่หาย เราพร้อมรับสถานการณ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว บอกแล้วว่าเข้ามาด้วยอะไรและไปด้วยอะไรแค่นั้นเอง และไม่ห่วง เพราะเป็นเรื่องของขั้นตอนดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ นายกฯ ระบุว่า ไม่มีคำตอบเป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมืองตั้ง ครม. พูดอะไรมากไม่ได้และไม่มีการแนะนำอะไรทั้งสิ้น ซึ่งตนยังไม่เห็นโผ เท่าที่ดูก็เห็นเขามาเป็นการส่วนตัว แต่ละคนก็มาบางคนก็ไม่มา รอดูอีกทีนึงตอนโปรดเกล้าฯดีกว่า อย่าเพิ่งไปก้าวล่วงพระราชอำนาจ ส่วนตัวมองหน้าตา ครม.ใหม่เป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบ “ก็ดูหล่อดีทุกคนเนอะ หน้าตา”

'บิ๊กตู่' อำลาสื่อทำเนียบ เตรียมพักผ่อน กลับไปเป็นคนธรรมดา
'บิ๊กตู่' อำลาสื่อทำเนียบ เตรียมพักผ่อน กลับไปเป็นคนธรรมดา

‘ประชาธิปัตย์’ โหวตนายกรัฐมนตรีลามไม่รู้จบ – ขอ พระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นพยาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557283

29 ส.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์'  โหวตนายกรัฐมนตรีลามไม่รู้จบ   - ขอ พระแม่ธรณีบีบมวยผม เป็นพยาน

เรื่องวุ่นภายในพรรคประชาธิปัตย์ 16 สส. พรรค โหวตนายกรัฐมนตรี ยังกลายเป็นวิวาทะระหว่างกันไปมาแบบไม่รู้จบ เดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรค”ประชาธิปัตย์” เหน็บ ขออย่ามองคนอื่นต่ำตัวเองสูง ยืนยันต่อหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีผลประโยชน์

นายเดชอิศม์ ขาวทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า  สส.ทั้ง 16  คน    “ประชาธิปัตย์” ที่กลายเป็นประเด็นเรื่องของการโหวตนายกรัฐมนตรี ให้กับนายเศรษฐา ทวีสิน  เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว สส.พรรคประชาธิปัตย์   พร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และขอให้ดูบทบาทฝ่ายค้านว่าค้านจริงอย่างไร  ขออย่ามองคนอื่นต่ำตัวเองสูง อยากฝากถึงคนในพรรคประชาธิปัตย์ให้ทุกคนมองมาที่พรรค  แบบ 360 องศา โดยเฉพาะเรื่องที่ได้จำนวนสส. ลดลง  เป็นเพราะนโยบายโดนใจประชาชน ตรงต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องปรับต้องแก้ ต้องดูผลการเลือกตั้งในจังหวัดของตัวเอง เขตตัวเอง ต้องดูตัวเองให้ชัด

“ประชาธิปัตย์” ต้องกลับมาเริ่มคิดและนับหนึ่งใหม่ อย่าหลงงมงายกับกาฝาก บางคนอาจจะโดนติดคุกที่มีเรื่องมีคดี อย่าคิดว่าเป็นพรรคอื่นแล้วไม่ชอบ จะเป็นคนชั่วหมด หรือเป็นประชาธิปัตย์ต้องคนดีทั้งหมด เพราะประชาธิปัตย์มีทั้งเคยติดคุก  ความจริงเท่านั้นที่จะพาให้ประชาธิปัตย์เดินไปข้างหน้าถ้าไม่ยอมรับความเป็นจริงยากมากที่ชนะการเลือกตั้งสมัยหน้า

“ข่าวที่ออกว่าผมไปเจรจากับนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ไม่ได้เจอกับนายภูมิธรรมเลย ตั้งแต่เป็นสส.มาจนถึงวันนี้ ไม่มีโอกาสพบนายภูมิธรรมเลย  ส่วนกรณีที่มีสมาชิกพรรคยื่นให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบลงโทษ16สส   ที่โหวตนายเศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะถือว่าขัดต่อมติพรรค ยอมรับได้หมดเพราะ ยืนยันต่อหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม เราไม่มีเงื่อนไขและผลประโยชน์ใด ๆ เลย   หลังจากโหวตแล้วเราไม่ได้ไปพบใครเลยนั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น   ส่วนกังวลหรือไม่หากพรรคจะมีมติออกมาให้ขับ 16สส.   ออกจากพรรค  ไม่กังวลเพราะหลักของประชาธิปไตย เสียงส่วนใหญ่ว่าอย่างไรก็ต้องยอมรับมติ” เขากล่าว 

‘พวงเพ็ชร ชุณละเอียด’ ว่าที่ ‘รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557278

29 ส.ค. 2566

'พวงเพ็ชร ชุณละเอียด' ว่าที่ 'รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี'

จากภูธรสู่นครบาล ‘พวงเพ็ชร ชุณละเอียด’ คนใกล้ชิด ตระกูลชินวัตร ขึ้นสู่เก้าอี้ ‘รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี’

ได้รับการขนานนามว่าเจ้าแม่สายมู และมักถูกเพื่อนๆตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มทำบุญไหว้พระอยู่ตลอด บรรดานักธุรกิจ นักแสดง และนักการเมืองพากันเข้า-ออกบ้าน เพื่อไหว้ขอพร ขอความสำเร็จกับ พระราหู ที่อยู่ที่บ้านองค์ที่ได้ทำพิธีปลุกเสกแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งตั้งใหญ่กลางลานบ้าน อย่างไม่ขาดสาย สำหรับพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรีพวงเพ็ชร ชุณละเอียด ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายรัฐมนตรี

พวงเพ็ชร ชุณละเอียด มีสายสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวชินวัตรมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัย พรรคไทยรักไทย จนมาถึง พรรคเพื่อไทย ช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยในต่างประเทศ ก็เดินทางไปพบ ทักษิณบ่อยครั้ง นับได้ว่าเป็นขุนพลการเมืองที่ครอบครัวชินวัตร ไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง

แจ้งเกิดทางการเมืองครั้งแรก ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัดเลย เขตอำเภอภูเรือ เมื่อปี 2538 ได้รับการเลือกตั้งเป็นสส.สมัยแรกในปี 2539  ในนามพรรคชาติพัฒนา โดยได้ลงเลือกตั้งในทีมเดียวกันกับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก อดีตผู้บัญชาการทหารบก ได้คะแนน 109,880 คะแนน

ปี 2548 ย้ายมาเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เป็น สส.บัญชีรายชื่อ และเป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีและเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง หลังการรัฐประหาร 2549 พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็น 1 ใน 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย (บ้านเลขที่ 111)

ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ตามคำวินิจฉัยในคดียุบพรรคก่อนจะกลับสู่งานการเมืองอีกครั้ง ในปี 2556 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักษาชาติ ในปี 2561 ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ

พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย หลังจากที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และอดีตทีมยุทธศาสตร์บางกลุ่มลาออกจากพรรคเพื่อไทย ได้เป็นประธานโซนที่ 2 ในคณะกรรมการประสานพื้นที่เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ และในการเลือกตั้งซ่อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 9 

สนับสนุนสุรชาติ เทียนทอง จนเอาชนะ สรัลรัศมิ์ เจนจาคะ  เจ้าของพื้นที่เดิมได้ ต่อมาได้เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กวาดเก้าอี้ ส.ก. ได้ 20 ที่นั่ง จากทั้งหมด 50 ที่นั่ง จนบรรดาสื่อมวลชนพากันตั้งฉายา เรียกขานว่า มาดามนครบาล

เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยแต่งตั้งพวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นประธานคณะกรรมการประสานงานการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย พวงเพ็ชร ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ระบบบัญชีรายชื่อ ในลำดับที่ 98

เกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2500 จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจาก โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ และมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิชาเคมีและชีววิทยา จาก North Texas State University ประเทศสหรัฐอเมริกา

ระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จาก Southeastern Oklahoma State University ประเทศสหรัฐอเมริกา และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาภาวะผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชีวิตครอบครัว สมรสกับอัญญฤทธิ์ นิรมร มีบุตรธิดาด้วยกัน 2 คน 

‘สุทิน’ ออกตัว ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ ‘ให้เกียรติกองทัพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557269

29 ส.ค. 2566

‘สุทิน’ ออกตัว ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ 'ให้เกียรติกองทัพ'

‘สุทิน’ หัวเราะถูกเรียก บิ๊กทิน เผย ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ ให้เกียรติกองทัพ ยืนยันจะทำทุกนโยบายเกี่ยวกับทหารที่หาเสียงไว้ ถึงวันนี้ ไม่ติดใจถูกทหารคุมตัวตอนรัฐประหาร แจงคุย บิ๊กทหาร หลายคนในการตั้งทีมงาน เอาไว้แล้ว

สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ผู้ที่ถูกคาดการว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม(รมว.กห.) ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับตำแหน่งนี้หรือไม่ และไม่ได้ตอบคำถามว่ารู้สึกหนักใจที่ต้องไปดูกระทรวงใหญ่หรือไม่ บอกเพียงว่า ขณะนี้ยังไม่อยากพูดอะไร

นายสุทิน ระบุว่า ยังไม่รู้จะอยู่ตำแหน่งใด หากพูดตอนนี้ก็เดาหมด และไม่ได้พูดคุยกันกับนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีภารกิจมากมาย จึงไม่ค่อยมีเวลาคุย

สุทิน คลังแสงสุทิน คลังแสง

เมื่อผู้สื่อข่าวแซวว่า “คลังแสง” แน่นอนหรือไม่ นายสุทิน บอกว่า อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวแซวต่อว่า “บิ๊กทิน” ใช่หรือไม่ นายสุทิน ได้หัวเราะ ก่อนขอตัวขึ้นไปหลังได้รับมอบดอกไม้ยินดีสนับสนุนจากมวลชน

จากนั้นนายสุทิน คลังแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งประวัติของตัวเองให้ตรวจสอบความถูกต้อง หลังจากนั้น นายสุทิน เปิดเผยว่า วันนี้รู้แค่ว่า เป็นหนึ่งใน 35 ชื่อ ที่เป็นรัฐมนตรีได้ ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังไม่มั่นใจ เป็นเพียงข่าว และวันนี้ตนมายื่นเอกสารก็ไม่ได้ระบุตำแหน่ง

‘สุทิน’ ออกตัว ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ 'ให้เกียรติกองทัพ'

เมื่อถามว่า ถ้ามานั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความพร้อมทำงานร่วมกับทหารหรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า พร้อมทำงานทุกกระทรวง และตนมีความตั้งใจดี มีร่างกายแข็งแรง สู้งานได้ ทำงานได้ทุกรูปแบบ

เมื่อถามว่า สิ่งแรกที่จะทำหากได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คือสิ่งใด นายสุทิน บอกว่า ขอให้ได้เป็นก่อนแล้วจะบอก ซึ่งตอนนี้ยังไม่เหมาะที่จะพูด

เมื่อถามว่า นโยบายที่หาเสียงเกี่ยวกับกองทัพไว้ จะผลักดันให้เป็นรูปธรรมอย่างไร นายสุทิน ระบุว่า ทุกนโยบายเราต้องทำได้ ช้าหรือเร็วต้องดูความเป็นจริงและองค์ประกอบ

เมื่อถามว่า ให้ความสบายใจกับคนในกองทัพอย่างไร เพราะถูกมองว่าไม่สันทัดในเรื่องของความมั่นคง นายสุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างเรียนรู้ได้จากคนในกระทรวงกลาโหม และจะมีการตั้งทีมงาน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เล็งใครเอาไว้ ต้องรอให้โปรดเกล้าฯ และให้รู้ชัดเจนว่าเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด แล้วค่อยหาทีมงาน แต่ยอมรับว่ามีอดีตทหารที่พูดคุยด้วย ซึ่งเป็นคนที่รู้จักมักคุ้นกัน แต่ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เพราะทุกคนก็ไม่มั่นใจ

ส่วนที่ถูกมองว่า พรรคเพื่อไทยและกองทัพเป็นฝ่ายตรงข้าม จะมีแรงเสียดทานอะไรหรือไม่ นายสุทิน บอกว่า ทุกคนตั้งใจดีจะนำบ้านเมืองไปสู่ความปรองดอง สามัคคี ก็ต้องปรับท่าทีเข้าหากัน

เมื่อถามว่า จะสามารถถอดสลักรัฐประหาร ดูแลกองทัพไม่ให้ทำเรื่องนี้ได้หรือไม่ นายสุทิน ระบุว่า เราไม่คิดเช่นนั้น และเชื่อว่าทุกคนไม่อยากทำ วันนี้ยังไม่มีใครคิด คนจะทำก็ยังไม่คิด และเชื่อมั่นว่าสถานการณ์จากนี้จนถึงอนาคต ไม่น่าจะมีแล้ว เราเดินผ่านจุดนั้นมาแล้ว

เมื่อถามว่า จะใช้ไม้นวมหรือไม้แข็งในการดูแลกองทัพ นายสุทิน บอกว่า ทุกที่ที่ตนไปทำงาน ตนจะให้เกียรติและยึดความเป็นจริง สิ่งไหนทำได้เร็วก็จะดำเนินการ สิ่งไหนทำไม่ได้มีข้อจำกัดก็เข้าใจกัน และเดินไปพร้อมกัน

เมื่อถามว่า คนในกองทัพไม่เชื่อว่า นายสุทิน จะมาเป็นรัฐมนตรีกลาโหม อยากฝากอะไรถึงทหารหรือไม่ นายสุทิน ยอมรับว่า “ใช่ ถ้าได้เป็นจริงๆ เดี๋ยวจะบอก ทุกวันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นจริงหรือไม่”

เมื่อถามว่า รู้สึกชินหรือยังที่ถูกเรียก บิ๊กทิน นายสุทิน กล่าวว่า ยังตกใจอยู่เลย พร้อมกล่าวทีเล่นทีจริงว่า ถ้าเป็นนามสกุล ผมก็ชนะแล้ว พร้อมย้ำว่าทุกวันนี้เดากันทั้งหมด ยังไม่ชัวร์

เมื่อถามว่า ทหารมีบุคลิกพิเศษ มั่นใจว่าสามารถพูดคุยได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า คุยกันได้คนไทยด้วยกัน ตอนเรียนหนังสืออาจารย์บอกว่าผมเป็นคนมี EQ สูง คุยได้กับทุกคน

เมื่อถามถึงนโยบายการยกเลิกการเกณฑ์ทหารที่เคยหาเสียงไว้ จะปรับมาเป็น สมัครใจ หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน เมื่อครม.ชุดใหม่ออกมาแล้วคงต้องมาคุยเรื่องนโยบายรัฐบาลอีกครั้ง เพราะต้องฟังทุกๆพรรคและปรับให้สอดคล้องกับกองทัพว่าทำได้หรือไม่ หากทำไม่ได้ก็ต้องดูว่าเราจะต้องช่วยหน่วยปฏิบัติเติมเต็ม ประสาน อำนวยความสะดวกอย่างไร ตอนนี้เป็นแค่นโยบายพรรค

เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือกังวล หรือไม่ หากต้องมาคุมกระทรวงกลาโหม นายสุทิน กล่าวว่า ตนไม่หนักใจ และไม่ถือว่าเป็นงานหิน งานทุกกระทรวงตนเคยนั่งคิด ว่าทำได้ เรามีความตั้งใจดีและเรียนรู้ และให้เกียรติ ข้าราชการทุกคนเราก็ไปได้

‘สุทิน’ ออกตัว ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ 'ให้เกียรติกองทัพ'

“ตอนนี้ผมยังไม่รู้ว่าจะได้เป็นจริงหรือไม่ แต่หากได้เป็นจริงก็ไม่แปลกหรอก อาจจะมีพลเรือนมานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั่วโลกก็มี อาจจะเป็นมิติใหม่ของบ้านเมืองเราด้วย และได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ” นายสุทิน กล่าว

‘สุทิน’ ออกตัว ไม่มั่นใจนั่ง ‘รมว.กลาโหม’ แต่ทำงานได้ 'ให้เกียรติกองทัพ'

‘วิษณุ’ การันตี ‘พัชรวาท’ ไม่ขาดคุณสมบัติ ‘นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557267

29 ส.ค. 2566

‘วิษณุ’ การันตี ‘พัชรวาท’ ไม่ขาดคุณสมบัติ 'นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี’ ได้

‘วิษณุ’ ย้ำ คำสั่ง คสช. ยกโทษปลดออกจากราชการให้ ‘พัชรวาท’ เท่ากับไม่เคยมี ไม่ขาดคุณสมบัติ แต่ยังมีคุณสมบัติข้ออื่นต้องไปดู เผย สลค.ใช้เวลาตรวจสอบประวัติไม่นาน ถ้าไม่มีปัญหา แต่ถ้าไม่ผ่าน จะแจ้งนายกฯ ให้ตัดสินใจ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เปิดเผย ถึงกรณีการตรวจสอบสมบัติของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ว่าที่รองนายกฯ และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเคยถูกปลดออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. จากนั้นมีคำสั่ง คสช. ให้ยกโทษปลดออกจากราชการว่า เมื่อมีคำสั่งคสช.ให้เพิกถอนการปลดนั้นแล้ว ก็เท่ากับการปลดนั้นหมดไปโดยไม่เคยมี

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าคุณสมบัติผ่าน ไม่มีปัญหาใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่ทราบ ผมตอบคำถามที่คุณถาม ส่วนข้ออื่นผมไม่รู้ แต่ยังมีอีกเยอะในเรื่องของคุณสมบัติ เมื่อถามย้ำถึงข้อนี้ก็ตอบว่า เคยถูกสั่งให้ปลด แต่ตอนหลังได้มีคำสั่งคสช. ยกเลิก ก็เหมือนว่าคำสั่งปบดไม่เคยมี”

ส่วนรายชื่อ ครม.ใหม่ ที่ออกมามองอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่เห็น แต่ส่วนใหญ่ก็รู้ตามที่สื่อลงข่าว การตรวจคุณสมบัติเขาก็เอารายชื่อที่หนังสือพิมพ์ลงมาตรวจ เพราะไม่สามารถตรวจล่วงหน้าได้โดยไม่สนใจตำแหน่ง และทางพรรคก็ต้องแจ้งมาอีกทีว่าใครตำแหน่งอะไร แล้วใครที่เอาออก เพราะว่าชื่อที่หนังสือพิมพ์ออกมามันมากเกิน ครม.

เมื่อถามว่า สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต้องใช้เวลาตรวจสอบประวัตินานแค่ไหน นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีปัญหาก็ผ่านไปได้เร็ว ถ้ามีปัญหาก็ต้องตรวจสอบลึกหน่อย ซึ่งในอดีตเคยมีตรวจไปแล้วไม่ผ่าน ก็แปลว่าไม่ได้ และแจ้งให้นายกฯ ทราบ ให้นายกฯ ตัดสินใจ

ประชุมครม.นัดสุดท้าย

นายวิษณุ ยังบอกด้วยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้เป็นนัดสุดท้าย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็แจ้งให้ทุกคนทราบ และมีการถ่ายรูปสนุกสนาน ไม่มีความเศร้า มีแต่ดีใจ ไม่มีใครพูดอะไรที่ซึ้งๆ มีหัวเราะ ไม่มีการฝากอะไร เพราะแต่ละคนก็เก่งๆ ทำได้ 

“ทั้งนี้ การบริหารราชการแผ่นดินมันไม่ยาก แต่การบริหารร่วมกันได้โดยไม่เกิดความขัดแย้งเป็นเรื่องยาก ซึ่งก็เชื่อและวางใจว่าภายใต้การนำของนายกฯคนใหม่ เข้ามาด้วยความคิดตั้งแต่ต้นที่จะสลายขั้ว แล้วก็ก้าวข้ามความขัดแย้ง ถ้าตั้งใจแบบนี้ต่อไปก็จะทำงานได้ และทำให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ คือขยัน ซื่อสัตย์ อดทน ละเอียด รอบคอบ โปร่งใส อันนี้เป็นสิ่งที่ผมไม่ได้พูด แต่เป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีตามที่กำหนดไว้ ถ้าทำตามนี้ต่อไป มันก็ราบรื่น”นายวิษณุ กล่าว 

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผย ‘ทักษิณ’ เครียด-อ่อนเพลีย ลั่นไม่มีแผนย้ายไป รพ.เอกชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557258

29 ส.ค. 2566

'อุ๊งอิ๊ง' เผย 'ทักษิณ' เครียด-อ่อนเพลีย ลั่นไม่มีแผนย้ายไป รพ.เอกชน

‘อุ๊งอิ๊ง’ เผย ‘ทักษิณ’ เครียด-อ่อนเพลียไม่สดใสเหมือนก่อน โยนเรื่องอภัยโทษเป็นเรื่องของเจ้าตัว พร้อมแจงเรื่องห้องพักไม่ใช่อภิสิทธิ์ชน

วันที่ 29 ส.ค.  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังจากอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร บิดาของตนเองเดินทางกลับมายังประเทศไทยว่า สำหรับอาการของบิดาในขณะนี้มีอาการอ่อนเพลีย โดยบิดาไม่ได้มีอาการสดชื่นเท่าเดิม แต่ตนเข้าใจว่าเป็นเพราะ 17 ปีไม่ได้อยู่เมืองไทย จึงมีอาการเครียดพอสมควร โดยคืนแรกที่ย้ายมาอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจนั้นก็ทราบพร้อมกับสื่อมวลชน โดยมีอาการเครียดและอ่อนเพลีย

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เมื่อครั้งที่ตนตั้งครรภ์บุตรสาวคนแรก ทางนายทักษิณ ก็เคยเป็นโรคโควิด-19 ต้องพักรักษาวที่ห้องไอซียู 1 เดือน น้ำหนักลดลงไป 10 กิโลกรัม โดยหลังจากนั้นบิดาพยายามออกกำลังกายแน่นอนคนอายุ 74 ปีก็เกี่ยวกับความเครียดด้วย อย่างไรก็ตาม คุณพ่อดีใจได้เจอตน มีความเครียดและเหนื่อยแต่คุณพ่อก็ยังสู้และรู้สึกว่านายทักษิณมีความเปลี่ยนแปลงเยอะ ตนเห็นว่าไม่ใช่เฉพาะคนที่มีอายุ 74 ปีก็ได้ แต่คนที่ต้องอยู่แบบเปลี่ยนที่ และไม่เป็นต้องราชทัณฑ์ก็ได้ การเปลี่ยนแปลงทำให้รู้สึกกับทุกคน ส่วนตัวขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงท่าน ทีมแพทย์ก็เก่ง ประวัติการรักษาตัวเมืองนอกได้ให้แพทย์มาหมดแล้ว ก็ส่งข้อมูลประวัติให้กับทีมแพทย์แล้ว

เมื่อถามถึงการขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบิดานั้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ให้เป็นดุลพินิจบิดาที่จะดำเนินการเอง โดยกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษก็ไม่ได้มีข้อติดขัด แต่ยังเพียงเรื่องเวลาในการร่างจดหมายอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่บิดาที่ต้องทำให้เสร็จไปตามกระบวนการ โดยตนยังไม่ได้เห็นตัวจดหมายดังกล่าวของนายทักษิณ

ส่วนจะย้ายมาโรงพยาบาลเอกชนหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า แพทย์เก่งๆ เยอะมากที่โรงพยาบาลตำรวจพร้อมยืนยันว่าสไม่ได้มีการขอย้ายไปโรงพยาบาลเอกชน ตามที่มีกระสแข่าว ทั้งนี้ครอบครัวก็ยอมรับคุณพ่ออายุเยอะ 

“อิ๊งค์ไม่ได้เสียใจ แต่เป็นห่วงคุณพ่อมากกว่า และคนเป็นห่วงคุณพ่อด้วย ก็ดีใจได้พบท่านเมื่อวานกับวันนี้ คุณพ่อมีอาการเหนื่อยเพลีย แต่ยังคุยกับอิ๊งค์ได้” น.ส.แพทองธาร ระบุ

ส่วนห้องพักที่นายทักษิณ ได้พักที่โรงพยาบาลตำรวจนั้นมีวิวตึกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ห้องเป็นห้องปกติไม่ได้อะไร และมีเครื่องปรับอากาศแล้ว

“ถ้าถามอิ๊งค์ส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องหัวใจ เรื่องปอดเป็นแค่พื้นฐานเดิม ถ้าเป็นอะไรไม่ได้เร็วเท่าหัวใจ แต่ห่วงเรื่องหัวใจที่สุด ถ้าข้อมูลทางการแพทย์ให้ถามคุณหมอ” น.ส.แพทองธาร กล่าว 

น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงการเดินทางมาร่วมประชุมกับพรรคเพื่อไทยวันเดียวกันนี้ว่า ตนมาประชุมพรรคเพื่อไทยเพื่อพูดคุยรื่องซอฟต์พาวเวอร์ที่เคยประกาศไว้ตอนหาเสียง เพื่อมีการแต่งตั้งคณะรัฐมตรีเสร็จสิ้นแล้วจะได้ทำงานได้ทันที ยืนยันต้องทำเต็มที่ 

สุดทน ‘สมาชิก กทม.’ ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส. – ปฏิรูป ‘ประชาธิปัตย์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557254

29 ส.ค. 2566

สุดทน 'สมาชิก กทม.' ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส. - ปฏิรูป 'ประชาธิปัตย์'

สมาชิก กทม. ประชาธิปัตย์ รวมตัวยื่นหนังสื่อเรียกร้อง กก.บห.รักษาการ จี้ขับ 16 สส.พ้นพรรค ย้ำ จุดยืนหนุนเป็นฝ่ายค้าน-ปฏิรูปพรรคใหม่- แก้ข้อบังคับพรรค 1 คนต่อ 1 เสียง

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 สมาชิกกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ รวมตัวยื่นหนังสื่อ ถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และกรรมการบริหารพรรค เพื่อมีมาตรการลงโทษ16 สส.ปชป. ที่โหวตสวนมติพรรค ในการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางสมาชิกรอให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง 

สมาชิก กทม.ปชป. ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส.โหวตสวนมติพรรค และ ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์สมาชิก กทม.ปชป. ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส.โหวตสวนมติพรรค และ ปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์

เพราะขณะนี้พรรคไม่สามารถดำเนินกิจกรรมอะไรได้ คาราคาซัง เลือกตั้งหัวหน้าพรรคไม่ได้ จึงอยากมาเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปพรรคและเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ รวมถึงแก้ข้อบังคับพรรค 1 คนต่อ 1 เสียง

สุดทน 'สมาชิก กทม.' ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส. - ปฏิรูป 'ประชาธิปัตย์'

ทั้งนี้มองว่า หากมีการขับ 16 สส. ออกจากพรรคก็จะเป็นเรื่องดี เพราะยังมีสถานภาพเป็น สส.อยู่ และเชื่อว่า หาก สส.16 คนถูกขับออก จะเป็นเรื่องดีต่อพรรค เพราะสนับสนุนให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน และปฏิรูปพรรคใหม่

อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นฝ่ายค้าน จะสามารถทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกลได้ เพราะต่างคนต่างมีแนวคิดที่แตกต่างกัน และหน้าที่ในการเป็นฝ่ายค้าน คือ การตรวจสอบฝ่ายบริหาร

สุดทน 'สมาชิก กทม.' ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส. - ปฏิรูป 'ประชาธิปัตย์'
สุดทน 'สมาชิก กทม.' ยื่นหนังสือ กก.บห. จี้ขับ 16 สส. - ปฏิรูป 'ประชาธิปัตย์'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 16 สส.ปชป. ที่โหวตนายกฯ สวนมติพรรคเพื่อวันที่ 22 ส.ค. 2556 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินการกับ สส.กลุ่ม16 ของพรรคฯ หลังมีการยื่นเรื่องขับออกพ้นพรรค ขณะที่มีรายงานข่าวว่า 16 สส. อาจจะย้ายซบพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคเพื่อไทย แต่ทุกอย่างยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้

ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557249

29 ส.ค. 2566

ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ

ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ ชี้ เป็นความชอบธรรมตาม รธน. เชื่อ แค่ยังไม่ถึงเวลา-เป็นไปไม่ได้ตกมาถึง ปชป. โยน จุรินทร์-กก.บห.ชี้ขาดปม 16 สส.โหวตนายกฯ สวนมติ แจงไม่ได้วอร์คเอ้าท์

นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)กล่าวถึงประเด็นเก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลออกมาปฏิเสธ ไม่รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน และนายปดิพัทธ์ สันติภาดา จะยังคงดำรงแหน่งรองประธานสภาฯ ว่า ตามหลักการแล้วเมื่อมีการตั้งรัฐบาลแล้ว จะมีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่ไม่ได้มีตำแหน่งในรัฐบาล และรัฐสภา ซึ่งเป็นความชอบธรรม เพราะพรรคก้าวไกลมีเสียงมากที่สุด คือ 150 เสียง

นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตประธานสภา สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตประธานสภา สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

ส่วนกรณีที่นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ระบุว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งรองประธานสภานั้น ยังไม่ถึงเวลา เพราะถึงหากลาออกตอนนี้ ภายในพรรคก้าวไกลเองก็ยังมีปัญหาอยู่ รวมถึงเรื่องคุณสมบัติของนายพิธา ซึ่งน่าจะต้องรอกระบวนการก่อนจะพิจารณาอีกครั้ง

ขณะที่ตามหลักการกฎหมาย หากพรรคที่ได้คะแนนมากกว่าปฏิเสธรับเก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ จะตกมาที่พรรคประชาธิปัตย์หรือไม่นั้น นายชวน ระบุ ว่า หากสมมติว่าไม่รับ ก็เป็นเรื่องที่พรรคต่อไปต้องดำเนินการ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมี เพราะตำแหน่งฝ่ายค้านเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีพระบรมราชโองการแต่งตั้ง 

แฟนคลับภาคอีสานแห่ให้กำลังใจ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้า ปชป.แฟนคลับภาคอีสานแห่ให้กำลังใจ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้า ปชป.

ซึ่งเข้าใจได้ที่ตอนนี้ยังไม่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เพราะยังอยู่ในสถานภาพที่ยังไม่มีการตั้งรัฐบาล แต่คงไม่ตกมาที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์มี 25 เสียง ต่างกันมากกับ 150 เสียง

ไม่ได้ วอร์คเอ้าท์ แต่ขออนุญาตไปงานศพ

ส่วนประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ กรณี 16 สส. ที่มีการเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรรมการสอบนั้น นายชวน ระบุว่า การจะทำอะไรต้องผ่านคณะกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.) แม้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จะลาออกแล้ว แต่ยังรักษาการอยู่ และตนให้ความเห็นในฐานะสมาชิกว่า มติพรรคเป็นอย่างไรก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น ตนพูดได้แค่ตามความจริงว่าในที่ประชุมเกิดอะไรขึ้นบ้าง เช่น เริ่มแรกพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา เสนอให้ไม่รับ เพราะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่อยู่ที่วิธีการว่าจะไม่รับอย่างไร ซึ่งมติพรรคมีมติ “งดออกเสียง” ส่วนตนได้ขอที่ประชุมแล้วว่า จะ “ไม่เห็นชอบ” 

และในการประชุมครั้งนั้น นายเดชอิชม์ ขาวทอง สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เคยพูดไว้ว่า ใครไม่รับมติพรรคต้องลาออก และตนไม่อยากลาออก จึงต้องขออนุญาตที่ประชุมซึ่งไม่ใช่การฝืนมติพรรค แต่เป็นที่วิธีการว่าไม่รับอย่างไร และยืนยันว่าในวันดังกล่าวตนไม่ได้วอร์คเอ้า แต่เนื่องด้วยติดภารกิจไปงานศพ จึงขออนุญาตที่ประชุมออกไปก่อนเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น

มวลชนภาคอีสานแห่ให้กำลังใจ‘ชวน หลีกภัย’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้ามีกลุ่มสมาชิกพรรคภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางมาให้กำลังใจนายชวน หลีกภัยพร้อมมอบดอกไม้ ผู้กผ้าขาวม้า ที่บริเวณลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงว่าจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นายชวน อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้ นายชวนไม่ได้เข้าร่วมประชุม สส.พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องจากติดภารกิจ และได้ต่อแจ้งประธาน สส. แล้ว

ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ
ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ
ชวน ปัด ประชาธิปัตย์ รับไม้ต่อ เก้าอี้ ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ หลัง ‘ก้าวไกล’ ปฏิเสธ

‘ประยุทธ์’ นำประชุม ครม. นัดสุดท้าย เผยไม่ห่วง ‘สุทิน’ รมว.กลาโหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557244

29 ส.ค. 2566

‘ประยุทธ์’ นำประชุม ครม. นัดสุดท้าย เผยไม่ห่วง ‘สุทิน’ รมว.กลาโหม

‘ประยุทธ์’ นำประชุม ครม.นัดสุดท้าย บอกไม่ห่วงหลังมีกระแสวิจารณ์ ‘สุทิน’ รมว.กลาโหม ด้านเลขา ครม.เผย รอนำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อนเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2566 ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งคาดว่าจะเป็นการประชุมครม.นัดสุดท้าย โดยเมื่อเวลา 08.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ เดินลงมาจากตึกไทยคู่ฟ้าโดยสวมเสื้อผ้าไทยสีเหลืองสดใสสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่าวันนี้จะเป็นการประชุมครม.นัดสุดท้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ส่งยิ้มให้ผู้สื่อข่าวก่อนกล่าวว่า “น่าจะเป็นอย่างนั้นนะจ๊ะ”

เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีเป็นห่วงหรือไม่ที่ขณะนี้มีปฏิกิริยาจากกองทัพ ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์หลังมีขื่อนายสุทิน คลังแสง เป็นว่าที่รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์จะ จะช่วยเจรจาหรือไม่ พล.อประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่ห่วงอะไร”

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมการประชุมครม. โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่ามีอะไรจะฝากรัฐมนตรีคนใหม่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวท่านก็มารับงานแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร”

ขณะที่นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)เปิดเผยว่า ครม.เศรษฐา 1 ทยอยส่งประวัติและคุณสมบัติ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯได้ภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นางณัฐฏ์จารี กล่าวว่าก็จะพยายาม

เมื่อถามอีกว่า ถ้าสามารถตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จภายในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าเราจะได้โฉมหน้ารัฐบาลใหม่เลยหรือไม่ นางณัฐฏ์จารี กล่าวว่า ก็คงต้องรอการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อน จากนั้นต้องรอขั้นตอนทรงโปรดเกล้าฯลงมา และจากนั้นจะเป็นการโปรดเกล้าฯลงมาให้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

เมื่อถามว่าวันเดียวกันนี้จะมีการส่งรายชื่อมาให้ตรวจสอบทั้งหมดเลยใช่หรือไม่ นางณัฐฏ์จารี ไม่ตอบเพียงแต่ยิ้มพร้อมทำท่ายกไหล่

รมต.ลาประชุมครม. 6 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม 6 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ,นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ,พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมตรี, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ,นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสุนทร ปานแสงทอง รมช. เกษตรและสหกรณ์

‘พิชิต ชื่นบาน’ กับที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ตระกูลชินวัตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557242

29 ส.ค. 2566

'พิชิต ชื่นบาน' กับที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ ตระกูลชินวัตร

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ทนายความ ผู้อยู่เคียงข้าง ตระกูลชินวัตร สู่เก้าอี้ (ว่าที่) รมต.ใหม่

จู่ๆ ก็มีชื่อโผล่ “โผ ครม.” เศรษฐา วินาทีสุดท้าย สำหรับ “พิชิต ชื่นบาน” เจ้าของฉายา “ทนายถุงขนม” นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หากคนวงในต่างรู้ดี ว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะ “พิชิต” ได้รับความไว้วางใจจาก “ครอบครัวชินวัตร” ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ รวมทั้งตัวนายกฯ “เศรษฐา” เอง ก็คอนเฟิร์มว่า ชื่อของ “พิชิต ชื่นบาน” อยู่ในโผมาตั้งแต่แรก

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

“พิชิต ชื่นบาน” หัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

ที่มาฉายา “ทนายถุงขนม”

ด้วยความที่ “พิชิต ชื่นบาน” เป็นทีมทนายความของครอบครัว “ชินวัตร” สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า “ทนายถุงขนม” คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

      พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

ต่อมาในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี ตามนัยแห่ง รัฐธรรมนูญมาตรา 160  

  1. มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
  2. มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี
  3. สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
  4. มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
  5. ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
  6. ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98
  7. ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษเว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท
  8. ไม่เป็นผู้เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุกระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187 มาแล้วยังไม่ถึงสองปีนับถึงวันแต่งตั้ง

ทั้งนี้ เมื่อดูคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามแล้ว “พิชิต ชื่นบาน” อาจมีคุณสมบัติ ไม่ตรงกับลักษณะต้องห้ามความเป็นรัฐมนตรี ที่รัฐธรรมนูญ กำหนดหรือไม่