นายก​ฯ​ หายโควิด​ ประชุมสภาฯ​ มั่นใจ เลขา ครม. พยานหนึ่งเดียว แจงปมตั้ง พิชิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577294

19 มิ.ย. 2567

09:19 น.

นายก​ฯ​ หายโควิด​ ประชุมสภาฯ​ มั่นใจ เลขา ครม. พยานหนึ่งเดียว แจงปมตั้ง พิชิต

นายก​ฯ​ หายป่วยโควิด​ เข้าประชุมสภาฯ​ ระบุมั่นใจ เลขา ครม. เป็นพยานหนึ่งเดียว ชี้แจงปมตั้ง “พิชิต” เป็นรัฐมนตรี

19 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา​ ทวี​สิน​ นายก​รัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารรัฐสภา เพื่อร่วมประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ในวาระแรก​ หลังจากหายป่วยโควิด โดยมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม​ พร้อมกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน และบอกว่าอาการดีขึ้น หายป่วยแล้ว ซึ่งข้อเท็จจริง ตน มีอาการตั้งแต่ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง​ เมื่อวันพฤหัสบ​ดี​ที่​ 13 มิถุนายน ส่วนวันนี้ ได้มีการตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว​ ซึ่งแพทย์ระบุว่าปลอดภัย

โดยนายเศรษฐา กล่าวถึงกรณี ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดพิจารณาคดีที่ 40 สว. ร้องปมแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี อีกครั้ง ในวันที่ 10 ก.ค.นี้ พร้อมให้ยื่นพยานเพิ่มเติม ว่า ตามที่ ตน เรียนไปว่า นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นคนเดียวที่ส่งไปเป็นพยาน ก็ให้ท่านมีอิสระ ว่าไปตามข้อเท็จจริง
 

เมื่อถามว่า มั่นใจในพยานปากนี้หรือไม่ ว่าการชี้แจงจะครอบคลุมทั้งหมด  นายกฯ บอกว่า ตามนั้น

ส่วนความคืบหน้าผลสอบ คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย กรณีปรากฎเป็นข่าวต่อสาธารณะ เกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั้น 

นายกฯ บอกว่า​ นายฉัตรชัย​ พรหมเลิศ​ ประธานคณะกรรมการ ได้รายงานว่า ผลสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย​ ซึ่งนายฉัตรชัย​ เป็น​​องค์กรอิสระ ดังนั้นการชี้แจงข้อมูลจะให้ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แถลงเรื่องนี้ และดำเนินการต่อไป ส่วนจะแถลงได้วันไหนยังไม่ทราบขอเช็คดูก่อน​ แต่ในวันนี้นายฉัตรชัย จะมาพบกับตน​ ซึ่งการแถลงจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ไม่บ่ายวันนี้ ก็วันพรุ่งนี้

เมื่อถามว่า ผลการสอบเป็นบวกกับทั้ง 2 คน หรือคนใดคนหนึ่ง นายกฯ ยิ้ม ก่อนที่จะกล่าวว่า ขอให้รอฟังคำชี้แจงดีกว่า

เปิดทำเนียบ ฉลองคลอด “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” คึกคัก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577271

18 มิ.ย. 2567

20:00 น.

เปิดทำเนียบ ฉลองคลอด “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” คึกคัก

บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลสุดคึกคัก หลังจากวุฒิสภาผ่านร่าง “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” มีการฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ ไม่มีฝ่ายรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้าน พร้อมเตรียมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030

ฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียม

18 มิ.ย.2567 สนามหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล มีการเลี้ยงเฉลิม ฉลอง เพื่อแสดงความยินดีกับจุดเริ่มต้นของ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ภายหลังวุฒิสภามีมติผ่านในวาระ 2 และ 3 เป็นที่เรียบร้อย

นอกจากซุ้มนิทรรศการ และพรมสีรุ้ง ที่ปูยาวรอบ ทำเนียบรัฐบาล แล้ว ยังมีจุดไฮไลท์เช็คอินนั่นคือ มือลมสีรุ้งขนาดยักษ์ ตั้งอยู่กลางสนามหญ้า ส่วนกิจกรรมก็มีมากมายทั้ง workshop เพ้นท์สีแห่งความเท่าเทียม ตู้สติ๊กเกอร์ ซุ้มดอกไม้ และจุดถ่ายภาพแสดงสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียม

ขณะที่ภายในงานมีบุคคลสำคัญจากหลากหลายวงการเข้าร่วมงานด้วย อาทิ เอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ , มดดำ-คชาภา ตันเจริญ , วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา , ดีเจอ๋อง , ดีเจบุ๊คโกะ และเจ๊แขก เจ้าของร้านขนมครกเจ๊แขกแหกปาก จ.นครปฐม

วันนี้ มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รับหน้าที่เป็นประธานแทนนายกรัฐมนตรี ที่ป่วยเป็นโควิด-19

นอกจากนี้ยังมีรัฐมนตรีหลายกระทรวงเข้าร่วมงาน พร้อมต้อนรับขบวนแรลลี่ของกลุ่ม LGBTQIAN+ และภาคประชาชน ซึ่งเดินทางมาจากอาคารรัฐสภา เกียกกาย มุ่งหน้ามายัง ทำเนียบรัฐบาล

ตัวแทนคู่รัก LGBTQIAN+ ได้กล่าวความรู้สึก บอกว่า รู้สึกขอบคุณ และอยากบอกว่าวันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด ซึ่งเป็นวันที่รอคอยมาเกือบทั้งชีวิต อยากให้จารึกวันที่ 18 มิ.ย.2567 ไว้ ที่ประเทศไทยกล้าหาญมาก ที่ได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง และเห็นความเท่าเทียมของมนุษย์

ฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า 12 ปี ที่กฎหมายดังกล่าวผ่านสภาฉบับแล้วฉบับเล่า วันนี้กฎหมายได้ผ่านสภาแล้ว ต้องขอบคุณทุกฝ่าย ยืนยันว่างานนี้ไม่ใช่การเมือง เพราะไม่มีรัฐบาล ไม่มีฝ่ายค้าน แต่งานนี้ทำเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

พร้อมกับเชิญชวนหากใครต้องการจะแต่งงาน มาแต่งงานที่ประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกในอาเซียน และเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชียที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม และในปี 2030 ประเทศไทยจะเสนอเป็นเจ้าภาพการจัดงาน World Pride

ก่อนที่นายภูมิธรรม จะมอบของที่ระลึก และช่อดอกไม้แห่งความเท่าเทียมให้กับกลุ่ม LGBTQIAN+ และภาคประชาชน  และปล่อยขบวนจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครด้วย

ด้านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดี หลังร่าง กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่านสภา โดยระบุว่า

ผมขอชื่นชมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจากหัวใจ ที่ช่วยกันผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม จนผ่านมาถึงจุดนี้ พวกเราต่อสู้เรียกร้องกันมายาวนาน  เพราะเราเชื่อในสิทธิที่เสมอภาคและเท่าเทียมกันของคนทุกคน วันนี้เป็นเวลาของเราทุกคนแล้ว

กฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศสามารถแต่งงานกันได้แล้ว คู่รักที่แต่งงานกันยังมีสิทธิทุกอย่างตามกฎหมายเช่นเดียวกับสามีภรรยาทุกคู่

วันนี้เรามีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชีย และเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่เราจะเดินไปด้วยกันต่อ เพื่อผลักดันกฎหมาย และข้อเรียกร้องอื่น ๆ อีก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า งานฉลองที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (18 มิ.ย.67) เราฉลองให้กับความสำเร็จที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน ฉลองให้กับจุดเริ่มต้นของความรักที่เท่าเทียม ความหลากหลาย ไม่ใช่ ความแตกต่าง ขอให้ทุกความรักงดงาม และเต็มไปด้วยพลัง

ฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉลองคลอดกฎหมายสมรสเท่าเทียม

ครม. มีมติเห็นชอบปรับรายได้ “ทหารเกณฑ์” เบิกย้อนหลัง 1 พ.ค.67

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577270

18 มิ.ย. 2567

19:44 น.

ครม. มีมติเห็นชอบปรับรายได้ “ทหารเกณฑ์” เบิกย้อนหลัง 1 พ.ค.67

มติครม. เห็นชอบ “ปรับรายได้ขั้นต่ำ” ข้าราชการ ลูกจ้าง รวมถึง “ทหารเกณฑ์” ฐานขั้นต่ำ 11,000 บาท ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67

18 มิ.ย.2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติให้ความเห็นชอบในหลักการร่าง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำส่วนราชการ พ.ศ. …. ตามที่ กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ

โดย ร่างระเบียบกระทรวงการคลังฯ ดังกล่าว มีความสอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ การปรับเงิน เพิ่มการครองชีพ ชั่วคราว ที่ ครม. เคยได้อนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เป็นการปรับปรุง ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการและลูกจ้างประจำส่วนราชการ พ.ศ. 2548 โดยส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติม 2 จุดนั้น โดยยังคงหลักการเดิม และปรับอัตราเงิน เพิ่มการครองชีพ ชั่วคราว ดังนี้

  1. การปรับเพดานเงินเดือนขั้นสูงที่มีสิทธิได้รับเงิน เพิ่มการครองชีพ ชั่วคราวสำหรับ ข้าราชการ และ ลูกจ้าง ประจำ ซึ่งมีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึง 14,600 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ 2,000 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้างแล้วต้องไม่เกินเดือนละ 14,600 บาท
  2. การปรับเพดานเงินเดือนขั้นต่ำของเงินเดือนรวมกับเงิน เพิ่มการครองชีพ ชั่วคราว สำหรับ ข้าราชการ ลูกจ้าง ประจำ ลูกจ้าง ชั่วคราว และ ทหารกองประจำการ หรือ ทหารเกณฑ์  ซึ่งมีเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ถึง 11,000 บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างอีกจนถึงเดือนละ 11,000 บาท

สำหรับ ข้าราชการ ลูกจ้าง ประจำ และ ลูกจ้าง ชั่วคราว ที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 พ.ค.2567 เป็นต้นไป รวมถึงจะมีการจ่ายย้อนหลังด้วย

รวมทั้งได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินค่าครองชีพชั่วคราว โดยกำหนดให้ถือปฏิบัติตามระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จบำนาญ เงินประจำตำแหน่ง เงินเพิ่ม และเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน หรือระเบียบ กระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายค่าจ้าง ลูกจ้าง ของส่วนราชการ รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติที่ กค. กำหนด แล้วแต่กรณีโดยอนุโลม

ทั้งนี้ ให้เก็บหลักฐานการจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวไว้ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการ หรือค่าจ้างลูกจ้างของส่วนราชการที่ กค. กำหนดในปัจจุบัน

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้รายงานประมาณการการสูญเสียรายได้ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญํติวินัยการเงินการคลังของรัฐ แล้ว คาดว่าในการเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว และทหารกองประจำการ จะใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 200 ล้านบาทต่อเดือน หรือประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี

โดยเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่าย (งบบุคลากร) ซึ่งจะช่วยให้บุคคลดังกล่าวสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน และเพื่อให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนแรกบรรจุและการปรับเงินเดือนชดเชยผู้ได้รับผลกระทบ

มีรายงานว่า สำหรับงบเพิ่มของ ทหารกองประจำการ จะใช้งบของกองทัพ ไม่ได้ใช้งบกลาง

“ชัยธวัช-พิธา” ตั้งข้อสังเกตุ 12 คดีม.112 ไม่ได้ประกันตัวเหมือน “ทักษิณ”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577263

18 มิ.ย. 2567

18:26 น.

"ชัยธวัช-พิธา" ตั้งข้อสังเกตุ 12 คดีม.112 ไม่ได้ประกันตัวเหมือน "ทักษิณ"

“ชัยธวัช” มองสิทธิประกันตัวเป็นของทุกคน ยกเว้นบางกรณี ปฏิเสธไม่ได้ ม.112 เกี่ยวข้องการเมือง ส่วน “พิธา” ยืนยัน 12 คดีเดียวกัน ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ทำไมไม่ได้ประกันตัว

ภายหลังนายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการประกันตัวในคดีถูกกล่าวหาตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่เกาหลีใต้ ซึ่งเดิมอัยการสูงสุด เคยสั่งฟ้องเมื่อปี 2558

ด้านนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองว่า ประเด็นสำคัญคือ อยากเห็นสิทธิการประกันตัว เป็นสิทธิทั่วไป สิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน เสมอภาคกัน การที่จะไม่ได้รับสิทธิการประกันตัวควรเป็นกรณียกเว้นเท่านั้น ไม่ควรเป็นเรื่องอภิสิทธิ์ของใคร ยกเว้น คนที่มีโอกาสไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นต้น 

นายชัยธวัช ตุลาธนนายชัยธวัช ตุลาธน

พร้อมกับหวังว่า นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกกล่าวหาคดี มาตรา112 จะได้รับสิทธิการประกันตัวเช่นเดียวกัน

หลังวันนี้มีทนายความของนักกิจกรรมทางการเมือง ได้ไปยื่นประกันตัว คดีมาตรา112 ถึง 2 ท่าน 

ส่วนความเห็นที่นายทักษิณ โดนคดีมาตรา112 เป็นการติดชะงักให้ไม่กลับมามีอำนาจ นายชัยธวัช กล่าวว่า หลายคนมองแบบนั้น แต่เป็นปรากฎการณ์ที่ให้เห็นว่า คดีมาตรา112 ไปเกี่ยวกับคดีทางการเมืองหรือการต่อสู้ทางการเมือง โดยปฏิเสธไม่ได้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตุคดีดังกล่าวเกิดขึ้นวันเดียวทั้ง 13 คดี แต่ได้ประกันตัวคดีเดียว อีก 12 คดีไม่ได้ประกันตัวก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ สังคมจะตั้งคำถามตรงนี้ว่า อะไรคือ กฎเกณฑ์ในการวิเคราะห์ ความน่าจะเป็นโอกาสความเป็นไปได้ที่จะหลบหนี เพราะที่เหลือก็ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างนั้น

สิทธิในการประกันตัวเป็นเรื่องปกติของระบบนิติรัฐนิติธรรมที่มี เว้นแต่ว่าจะไม่อนุญาตให้ประกันตัว ก็คือมีโอกาสที่จะหลบหนีได้  

ในกรณีของนายทักษิณได้ประกันตัว แน่นอนว่า มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เป็นผู้สูงอายุตามที่ศาลอธิบาย แต่ตนเข้าใจว่าอีก 12 คดีก็ไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนีเช่นเดียวกัน ก็เลยกลายเป็นคำถามขึ้นมาอีกว่า ดุลยพินิจของศาลถึงความเป็นไปได้ หรือความเสี่ยงที่จะหลบหนีวัดกันอย่างไร 

เปิดคำชี้ขาด “ศาลรัฐธรรมนูญ” กฎหมายฟ้อง “ชู้”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577260

18 มิ.ย. 2567

17:49 น.

เปิดคำชี้ขาด "ศาลรัฐธรรมนูญ" กฎหมายฟ้อง “ชู้”

เปิดคำชี้ขาด “ศาลรัฐธรรมนูญ” เกี่ยวกับกฎหมายฟ้อง “ชู้” ชี้ชายและหญิง ต้องมีสิทธิฟ้อง “เรียกค่าเสียหาย” เท่าเทียมกัน

18 มิ.ย.2567 ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ มี คำวินิจฉัย เป็นเอกฉันท์ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรค 2 ( กฎหมายฟ้องชู้ ) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรค 2 และวรรค 3 โดยให้ มีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 360 วัน นับแต่วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญ มี คำวินิจฉัย

ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าว เกิดขึ้นหลังมีนักวิชาการด้านกฎหมาย รวมตัวกันยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้วินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 1523 วรรค 2 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 วรรค 1, 2 และ 3 หรือไม่

เนื่องจาก ประมวลกฎหมายแพ่งมาตราดังกล่าว บัญญัติว่า ” สามี จะเรียกค่าทดแทนจาก ผู้ซึ่ง ล่วงเกินภริยาไปในทำนอง ชู้สาว ก็ได้ และ ภริยา จะเรียกค่าทดแทนจาก หญิงอื่น ที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่า ตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนอง ชู้สาว ก็ได้

โดย เมื่อพิจารณาในมุมฝ่ายชายแล้ว จะสามารถ ฟ้องร้องเอาผิดครอบคลุมได้หลายบุคคลมากกว่า เนื่องจากตามประมวลกฎหมายแพ่ง ได้ใช้คำว่า ผู้ซึ่ง ล่วงเกินภริยาของตน อาจครอบคลุมเป็นหญิงอื่น หรือชายอื่น หรือบุคคลอื่น ๆ ก็ได้

แต่ในมุมของฝ่ายหญิง ประมวลกฎหมายแพ่ง ได้บัญญัติไว้ว่า หญิงอื่น ดังนั้น จึงจะสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้เฉพาะกรณีที่ สามีไปมี หญิงอื่น แต่หากมีชายอื่น หรือบุคคลอื่น ๆ ที่เป็นเพศชาย ก็อาจไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

ทั้งที่ รัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ได้บัญญัติคุ้มครองบุคคล ย่อมมีความเสมอกันในกฎหมาย มีสิทธิ และเสรีภาพ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติไม่ว่าความแตกต่างเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ ภาษา ความพิการ สถานะทางกายภาพหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล หรืออื่น ๆ จะกระทำมิได้

อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ของสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านมา และการพิจารณาของวุฒิสภา ในวันนี้ มีการพิจารณาแก้ไขให้บุคคลเพศเดียวกัน สามารถหมั้น และสมรสกันได้ตามกฎหมายแล้ว ยังมีการแก้ไขครอบคลุม มาตรา 1523 ของกฎหมายดังกล่าวด้วย

จากเดิม บัญญัติว่า ” สามี จะเรียกค่าทดแทนจาก ผู้ซึ่ง ล่วงเกิน ภริยา ไปในทำนอง ชู้สาว ก็ได้ และ ภริยา จะเรียกค่าทดแทนจาก หญิงอื่น ที่แสดงตนโดนเปิดเผยเพื่อแสดงว่า ตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนอง ชู้สาว ก็ได้

โดยแก้ไขใหม่เป็น คู่สมรสฝ่ายใหฝ่ายหนึ่ง มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่าย และจากผู้ซึ่งได้รับอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น และคู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนอง ชู้สาว หรือจากผู้ซึ่งแสดงตนโดยเปิดเผย เพื่อแสดงว่า ตนมีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งในทำนอง ชู้สาว ได้

ดังนั้น ไม่ว่าคู่สมรสจะเป็นหญิง หรือเป็นชาย ก็สามารถเรียกค่าเสียหายบุคคลไม่ว่าเป็นหญิง หรือชายเช่นเดียวกัน ที่มาแสดงตนโดยเปิดเผยว่า มี ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว

สำหรับร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม และการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่ง กรณีเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่มาแสดงตน เชิงชู้สาว กับคู่สมรสของตนเองนั้น

เมื่อวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว จะส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อกฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลใช้บังคับหลังจากการประกาศ 120 วัน ซึ่งหากในระหว่างนี้ เกิดการฟ้องร้องขึ้น ก็ยังต้องใช้ข้อปฏิบัติตามหลักกฎหมายเดิมไปก่อน

“มาดามเดียร์” แสดงความยินดี “กม.สมรสเท่าเทียม” ผ่าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577257

18 มิ.ย. 2567

17:06 น.

“มาดามเดียร์” แสดงความยินดี “กม.สมรสเท่าเทียม” ผ่าน

“มาดามเดียร์” ร่วมแสดงความยินดี หลัง “วุฒิสภา” ผ่าน “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” เชื่อเป็นประโยชน์ในทุกบริบทของสังคม

18 มิ.ย. 2567 มาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ร่วมแสดงความยินดีกับกลุ่ม LGBT หลัง วุฒิสภา ผ่านความ เห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  (ฉบับที่ … ) พ.ศ. … หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยระบุว่า

“จากวันนั้นถึงวันนี้ Pride Month เดือนแห่งการเฉลิมฉลองที่ตัวเราจะได้มีสิทธิ์ในการกำหนดความรักตนเองได้ และวันนี้เมื่อรัฐสภาได้ผ่านกฎหมายแล้ว หลังจากนี้กฎหมายกำลังจะเข้าสู่การบังคับใช้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในทุกบริบทของสังคมต่อไป

“ในฐานะผู้ยื่นร่างฯและร่วมผลักดัน กฎหมายสมรสเท่าเทียม คนหนึ่ง ขอร่วมยินดีกับพี่น้องชาวLGBTทุกท่านจากใจ” 

มาดามเดียร์ ยังได้ขอบคุณ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่รับกฎหมายไปสานต่อ พร้อมกับขอบคุณ สส. และ สว. ทุกคนที่ร่วมกันพิจารณาและผลักดันให้เกิดขึ้นจริง

#กฎหมายสมรสเท่าเทียม

#สมรสเท่าเทียม

เปิดชื่อ 5 “ตุลาการศาลปกครองสูงสุด” ที่วุฒิสภารับรอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577248

18 มิ.ย. 2567

16:12 น.

เปิดชื่อ 5 “ตุลาการศาลปกครองสูงสุด” ที่วุฒิสภารับรอง

เปิดรายชื่อ 5 “ตุลาการศาลปกครองสูงสุด” ป้ายแดง “ที่ประชุมวุฒิสภา” เสียงข้างมาก มีมติให้ความเห็นชอบ แบบผ่านฉลุย

18 มิ.ย.2567 ที่อาคารรัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภา ลงคะแนนเสียงให้ความ เห็นชอบ ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด (ตามมาตรา 15 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542) โดยปรากฏผลคะแนน ดังนี้

  1. น.ส.ผึ้งรวง ประเสริฐพานิชการ ให้ความ เห็นชอบ 192 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 1 คะแนน ไม่ออกเสียง 4 คะแนน
  2. นายประเวศ รักษพล ให้ความ เห็นชอบ 191 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 1 คะแนน ไม่ออกเสียง 5 คะแนน
  3. นายวิชญ์ชัย ธรรมประดิษฐ์ ให้ความ เห็นชอบ 187 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 4 คะแนน ไม่ออกเสียง 6 คะแนน
  4. นายอนุชา ฮุนสวัสดิกุล ให้ความ เห็นชอบ 187 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 4 คะแนน ไม่ออกเสียง 6 คะแนน
  5. นายศรัณยู โพธิรัชตางกูร ให้ความ เห็นชอบ 182 คะแนน ไม่ให้ความเห็นชอบ 7 คะแนน ไม่ออกเสียง 8 คะแนน

ผลการออกเสียงลงคะแนนปรากฏว่า บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ทั้ง 5 คน ได้รับความเห็นชอบจาก ที่ประชุมวุฒิสภา ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก จึงถือว่าได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลปกครองสูงสุด

สมรสเท่าเทียม ผ่านแล้ว คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ มีผลหลังประกาศใช้ใน 120 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577247

18 มิ.ย. 2567

15:24 น.

สมรสเท่าเทียม ผ่านแล้ว คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ มีผลหลังประกาศใช้ใน 120 วัน

สมรสเท่าเทียม ผ่านการพิจารณาร่างจากวุฒิสภา คู่รัก LGBTQ+ จดทะเบียนได้ตามกฎหมาย มีผลหลังประกาศใช้ภายใน 120 วัน

18 มิ.ย. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ … ) พ.ศ. … หรือกฎหมาย สมรสเท่าเทียม ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯ ที่มีนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สว. เป็นประธาน และพิจารณาเสร็จแล้ว

โดยที่ประชุม ลงมติด้วยคะแนน เห็นชอบ 130 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4 คะแนน และ งดออกเสียง 18 คะแนน ทำให้ สมรสเท่าเทียม ผ่านร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม) โดยจะมีผลบังคับใช้ เมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศใช้กฎหมาย สมรสเท่าเทียม ไทยจะกลายเป็นประเทศที่ 38 ของโลก และเป็นแระเทศแรกในอาเซียน ที่มี กฎหมายสมรสเท่าเทียม รองรับการจดทะเบียนสมรสของทุกเพศ 
 

สำหรับประเด็นที่พิจารณา ดังนี้ 

  • สมรสเท่าเทียม เปลี่ยนจากชายหมั้นหญิงเป็นคู่หมั้นและผู้รับหมั้น เปลี่ยนจากอายุ 17 ปีเป็น 18 ปี
  • สมรสเท่าเทียม เปลี่ยนจากชายและหญิงเป็นบุคคล เปลี่ยนจากสามีภริยาเป็นคู่สมรส เพื่อให้สิทธิ หน้าที่ และสวัสดิการ เทียบเท่ากับชายหญิง และเปลี่ยนอายุการสมรสจากอายุ 17 ปี เป็น 18 ปี
  • สมรสเท่าเทียม รวมการแก้ไขเหตุแห่งการฟ้องหย่าให้ครอบคลุมและคุ้มครองถึงทุกเพศ
  • สมรสเท่าเทียม ในกรณีหญิงสมรสหญิงที่หย่าจากกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอ 310 วันเพื่อจดทะเบียนสมรสใหม่
  • สมรสเท่าเทียมในมาตรา 67 กำหนดให้บรรดากฎหมายอื่นใดประกาศหรือมติคณะรัฐมนตรีอื่นใดที่มีคำว่าสามีภริยาหรือสามีหรือภริยาให้หมายถึงคู่สมรสที่จดทะเบียนตามการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในครั้งนี้

ประโยชน์ที่จะได้จาก สมรสเท่าเทียม

  • บุคคลสองคน ไม่ว่าเพศใด หมั้นหรือสมรสกันได้
  • การหมั้นหรือสมรส ต้องมีอายุ 18 ปีบริบูรณ์
  • สถานะหลังจดทะเบียนสมรส ใช้คำว่า “คู่สมรส”
  • ได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการตามกฎหมายต่างๆ เช่นเดียวกันกับคู่สมรสชาย-หญิง

ทั้งนี้ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า มาตราสำคัญในร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คือมาตรา 67 ซึ่งตนเสนอไว้ว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ ประกาศ คำสั่ง หรือมติใดของคณะรัฐมนตรีที่อ้างถึง สามี ภริยา หรือสามีภริยา ให้ถือว่าอ้างถึงคู่สมรส ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในพระราชบัญญัติฉบับนี้ด้วย ทำให้กฎหมายทุกฉบับให้สิทธิ หน้าที่ ความรับผิด เท่าเทียมกับชายหญิงทั่วไป

อย่างไรก็ตาม มีอีก 2 ประเด็นเท่านั้นที่ต้องแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป คือการขอสัญชาติให้คู่สมรสและกฎหมายที่เกี่ยวข้องการใช้เทคโนโลยีในการตั้งครรภ์

“ทนายทักษิณ” เตรียมฟ้อง “หมอ” ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท แลกปล่อย “ทักษิณ” ชั่วคราว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577227

18 มิ.ย. 2567

13:30 น.

"ทนายทักษิณ" เตรียมฟ้อง "หมอ" ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท แลกปล่อย "ทักษิณ" ชั่วคราว

“ทนายทักษิณ” เตรียมฟ้อง “หมอ” ปูดจ่าย 2,000 ล้านบาท ปล่อยชั่วคราว แจงเหตุไม่โผล่พบสื่อ ต้องทานข้าว-ยา และติดภารกิจต่อ

18 มิ.ย. 2567 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นายทักษิณ ชินวัตร  ให้สัมภาษณื ภายหลังศาลให้ประกันวงเงิน 5 แสนบาทพร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามออกนอกประเทศว่า ในวันนี้ต้องขอบคุณศาลที่ได้พิจารณาคดี  ในส่วนเงื่อนไขประกัน ศาลยึดหนังสือเดินทางของนานทักษิณไว้ หากต้องการออกนอกประเทศต้องขอเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเงื่อนไขเดียวกับใครหลายคน แต่ขณะนี้นายทักษิณ ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางของไทยมานานแล้ว หลังจากนี้จะไปทำหนังสือเดินทางใหม่ เพื่อส่งมอบให้ศาล 

โดยศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 19 ส.ค. 2567 และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุพยานฝ่ายจำเลยได้ ต้องไปดูพยานในชั้นสอบสวนว่าเพียงพอหรือไม่ และในวันตรวจพยานหลักฐานนั้น ก็จะได้เห็นข้อชัดเจนยิ่งขึ้น  รวมถึงคลิปวีดีโอที่นำมาอ้างอิง  

นายวิญญัติ ระบุว่า ส่วนตัวมั่นใจ เจ้าหน้าที่ไม่ได้สอบสวนให้สิ้นกระแสความ ยังมีข้อไม่สมบูรณ์หลายประการที่เคยชี้ไว้ก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาญาจักร ก็สามารถแสดงหาพยานหลักฐาน รวมถึงนักข่าวเกาหลีที่สัมภาษณ์นายทักษิณ ก็มีชื่อชัดเจน เหตุใดจึงไม่มีการเดินทางไปสอบปากคำ  
 

ส่วนกรณีที่นายแพทย์คนหนึ่งกล่าวอ้างถึงวงเงิน 2,000 ล้านบาทถึงได้ประกันตัว นายวิญญัติ เชื่อว่า ศาลจะรับฟังข้อเท็จจริงและแสวงหาหลักฐาน ไม่ให้น้ำหนักข่าวลือหรือข่าวโคมลอย และขณะนี้อยู่ระหว่างการถอดเทปนายแพทย์คนดังกล่าว เพื่อยื่นฟ้องหลักหลายร้อยล้านบาทในสัปดาห์หน้า 

ส่วนทำไมวันนี้นายทักษิณไม่ปรากฎตัว เป็นการหลบเลี่ยงสื่อหรือไม่ นายวิญญัติ กล่าวว่า นายทักษิณใช้เวลาอยู่ที่ศาลเป็นเวลานาน และมีภารกิจต่อ รวมถึงติดช่วงเที่ยงอาจต้องทานอาหารและยา ไม่ได้เจตนาจะหลบเลี่ยง พร้อมเข้าสู่กระบวนการอยู่แล้ว ไม่พร้อมวันนี้คงไม่มา และวันนี้นายทักษิณไม่ได้มีอาการเครียดใดๆ พร้อมฝากขอบคุณมวลชนที่มาให้กำลังใจและให้ความสนใจ มั่นใจจะได้รับความยุติธรรม และคดีนี้ไม่มีการกำหนดรายงานตัวระหว่างปล่อยตัวชั่วคราว แต่เป็นคดีที่ผู้ฟ้อง มีตำแหน่งระดับอธิบดีอัยการขึ้นไป คดีไม่สามารถพิจารณาลับหลังได้ นั่นหมายความว่า นายทักษิณต้องเดินทางมาด้วยตัวเองในนัดต่อๆไป 
 

ทนายทักษิณทนายทักษิณ

นอกจากนี้ นายวิญัญติ ยืนยันไม่ได้มีการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมรอบสองตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้นั่นคือ ข่าวมั่ว มีเพียงการยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดการสอบสวนเพิ่มเติมเท่านั้น 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการสอบถามกรณีคดีมาตรา 112 ของนายทักษิณ มีกระบวนการพิจารณาเร็วกว่าคดีของบุคคลอื่นหรือไม่ นายวิญญัติ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น

นายกฯ ลุ้นต่อ! ศาล รธน. สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มภายใน 15 วัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577226

18 มิ.ย. 2567

13:28 น.

นายกฯ ลุ้นต่อ! ศาล รธน. สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มภายใน 15 วัน

นายกฯ ลุ้นต่อ! “ศาลรัฐธรรมนูญ” สั่งผู้เกี่ยวข้องยื่นหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 15 วัน นัดพิจารณาอีกครั้ง 10 ก.ค. นี้

18 มิ.ย. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญปรึกษาคดีที่สำคัญ กรณีประธานวุฒิสภา 40 คน ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

กรณีนี้ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ 

โดยสมาชิกวุฒิสภา จำนวน 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานวุฒิสภา (ผู้ร้อง) ว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1) ได้นำความกราบบังคมทูลฯ  เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

เนื่องจากผู้ถูกร้องที่ 2 เคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริตและมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5)เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

ผู้ร้องจึงส่งคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 1 มีคำสั่งรับไว้พิจารณาวินิจฉัย โดยผู้ถูกร้องที่ 1  ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว

ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นและจัดส่งสำเนาเอกสารหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15  วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันพุธที่ 10 ก.ค.2567