คปท. ยื่นหนังสือ “กองทัพบก” คัดค้านให้ประกันตัว “ทักษิณ” คดี ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576654

11 มิ.ย. 2567

13:10 น.

คปท. ยื่นหนังสือ "กองทัพบก" คัดค้านให้ประกันตัว "ทักษิณ" คดี ม.112

คปท. ยื่นหนังสือกองทัพบก คัดค้านให้ประกันตัว “ทักษิณ ชินวัตร” คดีมาตรา 112 ลั่นมีพฤติกรรมเข้าข่ายแทรกแซง และยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

11 มิ.ย.2567 กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล,นาย นัสเซอร์ ยีหมะ ร่วมกับ กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย นายอานนท์ กลิ่นแก้ว และ กลุ่มกองทัพธรรม นำโดย นายใจเพชร กล้าจน จัดกิจกรรมยื่นหนังสือ ถึงกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อให้คัดค้านการประกันตัวชั่วคราว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดี ม. 112

คปท. ยื่นหนังสือ \"กองทัพบก\" คัดค้านให้ประกันตัว \"ทักษิณ\" คดี ม.112

โดยทางผู้ชุมนุมเดินเท้าจากแยกพาณิชย์ ผ่านหน้าวัดโสมนัสฯ เข้าถนนราชดำเนิน มายังหน้ากองทัพบก ซึ่งระหว่างการเคลื่อนขบวน นายประกอบกิจ อินทร์ทอง ได้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียง ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ  เกี่ยวกับประเด็นการคัดค้านการนิรโทษกรรมในคดี ม.112 รวมถึงจุดประสงค์ของการมายื่นหนังสือที่กองทัพบก เพื่อให้กองทัพบก คัดค้านการประกันตัวนายทักษิณ ในคดี ม. 112 โดยยืนยันว่าการทำกิจกรรมของกลุ่ม ไม่ได้เรียกร้องให้กองทัพออกมาปฏิวัติ

คปท. ยื่นหนังสือ \"กองทัพบก\" คัดค้านให้ประกันตัว \"ทักษิณ\" คดี ม.112

นายพิชิต กล่าวว่า ตามที่อัยการสูงสุด มีมติสั่งฟ้องนายทักษิณ คดี ม. 112 แต่ นายทักษิณ กลับยื้อเวลาเพื่อขอพิสูจน์ตนเอง ซึ่งเป็นข้อกังวลที่กลุ่มไม่ไว้วางใจ เนื่องจากนายทักษิณ เคยหลบหนีคดีมาแล้ว ขณะเดียวกันยังกล่าวอ้างว่าตัวเองถูกยัดเยียดข้อหา และอาจพยายามเข้ามาแทรกแซงและยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ 

คปท. ยื่นหนังสือ \"กองทัพบก\" คัดค้านให้ประกันตัว \"ทักษิณ\" คดี ม.112

จึงขอให้กองทัพบก ยื่นคัดค้านการประกันตัวอดีตนายทักษิณ ที่เป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรง จากการกระทำหมิ่นต่อสถาบันฯ และยังไม่สำนึกที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ กลุ่มจึงต้องการให้กองทัพออกมาดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อทำหน้าที่แทนประชาชนที่จงรักภักดี ต่อไป 

ทั้งนี้ ทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารบก ผ่าน พ.ท.ภณกรีช ฤทธีเรืองนาม​ นายทหารเวรผู้ใหญ่​ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จากนั้นได้ยุติกิจกรรม เดินขบวนกลับพื้นที่ชุมนุมที่บริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯ

ไล่ถอดยศได้ “สุทิน” สั่งสอบ พล.ท.กร่าง จ่อโทษวินัย ถ้าผิดไม่ปล่อยลอยนวล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576653

11 มิ.ย. 2567

13:09 น.

ไล่ถอดยศได้ "สุทิน" สั่งสอบ พล.ท.กร่าง จ่อโทษวินัย ถ้าผิดไม่ปล่อยลอยนวล

สุทิน คลังแสง ไม่ปล่อย สั่งสอบ “พล.ท.กร่าง” หากพบผิดพร้อมลงโทษทางวินัยไม่ลอยนวล แม้เกษียณยังไล่ถอดยศได้ กำชับทหารต้องเป็นสุภาพบุรุษ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีนายทหารยศพลโท มีพฤติกรรมกร่าง ข่มขู่ประชาชนว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น นายทหารดังกล่าว สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ถูกสั่งไปปฏิบัติราชการที่โรงพยาบาลพระ
มงกุฏเกล้า โดยให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ตรวจสอบแล้ว ซึ่งหากพบว่า มีมูลตามที่เป็นข่าว ก็ต้องลงโทษทางวินัย พร้อมชี้แจงกระแสข่าวที่อาจมีการยื้อเวลาลงโทษ เพื่อรอเกษียณว่า แม้จะเกษียณไปแล้ว ก็หนีโทษทางวินัยไม่ได้ และสามารถไล่ออก หรือปลดออกย้อนหลังได้ 

ส่วนกรณีที่นายทหารระดับสูงยศนายพลขึ้นไป ส่วนใหญ่จะไม่มีโทษทางวินัย เนื่องจากเป็นระดับชั้นผู้ใหญ่มีอาวุโสแล้วนั้น นายสุทิน ยืนยันว่า ต้องมีโทษ และหลังจากนี้ จะมีการกำชับการตรวจสอบตั้งแต่เป็นข่าว และผลเมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว เพื่อให้เสังคมรับทราบด้วย 

ส่วนหลังจากนี้จะกำชับ ระเบียบของกำลังพลตั้งแต่ระดับล่าง ไปถึงระดับสูงอย่างไรนั้น นายสุทิน มั่นใจว่า ผู้บังคับบัญชาทุกคนตระหนักอยู่แล้ว และพฤติกรรมส่วนบุคคลบางครั้ง คนจำนวนมากอาจมีหลุดออกมาบ้าง เพราะเป็นบุคลิกของแต่ละคน แต่ก็จะมีการสอบสวนลงโทษจะไม่ปล่อยให้ลอยนวล และเชื่อว่า หลังจากนี้ จะน้อยลง เพราะตนได้เน้นย้ำในการประชุมสภากลาโหมว่า ให้รักษาภาพพจน์ของกองทัพ รวมทั้งเรื่องวินัย ต้องไม่เบ่ง ข่มเหงรังแกประชาชน และทหารต้องเป็นสุภาพบุรุษ

นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576630

11 มิ.ย. 2567

10:12 น.

นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

นายกฯ ตกใจ หลังทราบข่าว หลานชาดา ถูกบุกจับคดียาเสพติด คอนโดหรูกลางกรุง เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์-เป็นไปตามกลไก ทางกฎหมาย

11 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด กก.สส.บก.น.1 บุกจับกุมนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ หลานชาย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คดีมั่วสุมยาเสพติด และครอบครองอาวุธปืนว่า ตนยังไม่ทราบเรื่อง และยังไม่ได้พบกับนายชาดา ซึ่งวันนี้นายชาดา ก็ได้แจ้งลาประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อไปร่วมพิธีทางศาสนา ที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย
 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวได้แจ้งรายละเอียดคดีว่า หลานชายนายชาดา ถูกบุกจับกุมในโรงแรมหรูกลางกรุงฯ ในข้อหาดังกล่าวแก่นายกรัฐมนตรีทราบ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีสีหน้าที่ตกใจ และกล่าวย้ำว่า ตนไม่ทราบเรื่องเลยจริง ๆ 

อย่างไรก็ตามก็มีกลไกทางกฎหมายอยู่แล้ว และนายชาดา คงไม่ได้มีอภิสิทธิ์อะไร ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

นายกฯ ตกใจ หลานชาดา ถูกจับคดียาเสพติด เชื่อไม่มีอภิสิทธิ์ เป็นไปตามกลไก กม.

โดย วันที่ 11 มิ.ย. 2567 มีรายงานว่า ตำรวจสืบสวนนครบาล 1 บุกเข้าจับกุม 4 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นญาติของ “ชาดา” ได้ที่ห้องพักของ โรงแรม แห่งหนึ่ง แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พร้อมยึดของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 6 ถุง / อาวุธปืน 11 มม. 1 กระบอก / และกระสุนปืน 6 นัด หลังรับแจ้งมั่วสุมเสพ ยาเสพติด ในห้องพักดังกล่าว

ดยหนึ่งในผู้ต้องหา คือ นายนรเศรษฐ์ เบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์)โดยผิดกฎหมาย และ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรฯ

“ทวี” รมว.ยธ. ชี้ “ทักษิณ” ขอความเป็นธรรม ถูกฟ้อง ม.112 ยุค คสช.ชอบด้วยกฎหมาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576629

11 มิ.ย. 2567

10:04 น.

"ทวี" รมว.ยธ. ชี้ "ทักษิณ" ขอความเป็นธรรม ถูกฟ้อง ม.112 ยุค คสช.ชอบด้วยกฎหมาย

“ทวี สอดส่อง” รมว.ยธ.ชี้ “ทักษิณ” ขอความเป็นธรรม อสส.คดี 112 ได้ หาก พนง.สอบสวนถูกข่มขู่/กระบวนการมิชอบ – แต่ไม่เกี่ยว ยธ.

จากกรณีมีรายงานจากสำนักงานอัยการสูงสุดว่า ทีมกฎหมายของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อยื่นเหตุผลเพิ่มเติมคัดค้าน “คำสั่งฟ้อง” ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน 

สำหรับเหตุผลที่ทีมกฎหมายของ “อดีตนายกฯทักษิณ” บรรยายในคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่ออัยการสูงสุด คือ พนักงานสอบสวนที่ทำสำนวน ถูกกดดันข่มขู่จากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งเป็นยุค คสช. เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้กับตนช่วงหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานจึงมิชอบด้วยกฎหมาย และมีความเบี่ยงเบนไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

11 มิ.ย.2567 พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณีที่ทีมทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุดอีกครั้ง เพื่อขอทบทวนการสั่งฟ้องคดี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ เนื่องจากพนักงานสอบสวนขณะนั้น ถูกข่มขู่จากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.จนขาดความเป็นอิสระในการรวบรวมพยานหลักฐานทางคดีว่า การขอความเป็นธรรมดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม เพราะกระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจในการพิจารณา และจะต้องสอบถามไปยังต้นเรื่อง หรืออัยการสูงสุด

พันตำรวจเอกทวี ยังระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาในการขอความเป็นธรรม ตามกระบวนการทางอาญา เปิดโอกาสให้ทุกฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา สามารถขอความเป็นธรรมได้โดยไม่มีการห้าม แต่อำนาจการพิจารณานั้น จะเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด
 

ส่วนการขอเปลี่ยนชุดอัยการในการทำคดีนั้น พันตำรวจเอกทวี ไม่ทราบรายละเอียด แต่ย้ำว่าที่ผ่านมาในอดีต สามารถขอความเป็นธรรมได้เกือบทุกคดี ซึ่งตามหลักการนั้น จะต้องพิจารณาว่าการสอบสวนชอบหรือไม่ พนักงานสอบสวนมีอำนาจในการสอบสวนหรือไม่ หรือมีการบังคับ ขู่เข็ญ จูงใจพนักงานสอบสวน หรือไม่ และตำรวจยื่นฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สามารถขอความเป็นธรรมได้

ส่วนกระบวนการในอดีตที่ตำรวจเป็นผู้ยื่นฟ้องก็ชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่นั้น พันตำรวจเอกทวี ย้ำว่า ยังสรุปไม่ได้ เพราะจะต้องไปพิจารณาว่า กระบวนการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ มีการขู่เข็ญ จูงใจ หรือไม่ และเป็นการสอบสวนที่ชอบหรือไม่

อคส.เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576606

10 มิ.ย. 2567

19:40 น.

อคส.เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันแรก

องค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจร่วมประมูลข้าวรัฐบาล 10 ปี วันนี้มีผู้สนใจ 8 ราย พร้อมประกาศรายชื่อผู้เสนอซื้อที่ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 นี้


10 มิถุนายน 2567 รายงานข่าวจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) ระบุว่า อคส. เปิดรับยื่นซองเอกสารขอตรวจคุณสมบัติ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลข้าวสารในสต๊อกของรัฐเป็นการทั่วไป ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

นายวิทยากร มณีเนตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า  องค์การคลังสินค้า (อคส.)ได้เปิดรับยื่นซองเอกสารคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลข้าวสารหอมมะลิ 15,000 ตัน  ในสต๊อกรัฐบาลล็อตสุดท้าย จากโครงการรับจำนำข้าวปี 56/57 ครั้งที่ 1/2567 ตั้งแต่เวลา 9.00-12.00 น. ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา ชั้น 12 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีผู้ประกอบการสนใจเข้าร่วมยื่นเอกสารคุณสมบัติ ทั้งสิ้น 8 ราย 

ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการและผู้ส่งออกข้าวรายสำคัญจากจังหวัดต่างๆ อาทิ กำแพงเพชร ชัยนาท  นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และอุบลราชธานี เป็นต้น
 

ขั้นตอนต่อไปทางองค์การคลังสินค้าจะตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ยื่นซองเอกสารคุณสมบัติ และจะประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 13 มิถุนายน 2567 หลังจากนั้นในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 ผู้ผ่านคุณสมบัติจะยื่นซองเสนอราคา และ ทาง อคส. เปิดซองเสนอราคาในวันเดียวกัน ก่อนประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลในวันที่ 21 มิ.ย. 2567 ต่อไป

“ข้อกังวลที่ว่าจะไม่มีผู้มายื่นสองคุณสมบัติจึงคลายกังวลไปได้และคิดว่าทั้ง 8 รายจะมามายื่นซองเสนอราคาในวันที่ 17 มิ.ย. 2567 พร้อมเพรียงกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์โดยการนำของนายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ดำเนินการรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ข้าวจำนวนดังกล่าว มีผู้สนใจและสามารถนำไปปรับปรุงให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อจำหน่ายไปยังตลาดเป้าหมายได้

สำหรับผู้สนในยื่นซองเอกสารคุณสมบัติการเข้าร่วมประมูลจำนวน 8 ราย ประกอบด้วย

1.บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จังหวัดกำแพงเพชร

2.บริษัท ธนสรร ไรซ์ จังหวัดชัยนาท

3.หจก.อุบลไบโอเกษตร จังหวัดอุบลราชธานี

4.บริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด(มหาชน) จังหวัดอุบลราชธานี

5. บริษัท เอส.เอส.เอ็ม.อา.การเกษตร จังหวัดนครสวรรค์

6. บริษัท ทรัพย์แสงทอง สุพรรณบุรี

7. บริษัท สหธัญ จังหวัดนครปฐม

8. บริษัท บีเอ็นเค การเกษตร 2024 จังหวัดนครสวรรค์
 

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น จะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติวันที่ 13 มิ.ย. ผ่านทางเว็ปไซต์ อคส. ก่อนจะเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาซื้อวันที่ 17 มิ.ย.และจะเปิดซองเสนอราคาวันเดียวกันผู้เสนอราคาซื้อสูงสุดจะเป็นผู้ชนะการประมูล และทำสัญญาซื้อขายข้าวกับอคส.

หากผู้ชนะ ทิ้งสัญญาก็จะให้สิทธิ์ผู้เสนอซื้อราคาสูงสุดลำดับถัดไปมาทำสัญญา โดยมีเงื่อนไขว่า หากรายถัดไปเสนอราคาซื้อต่ำกว่าผู้ทิ้งสัญญา ผู้ทิ้งสัญญาต้องจ่ายส่วนต่างราคา เช่น ผู้ชนะ เสนอราคาสูงซื้อ กก.ละ 22 บาท แต่ทิ้งสัญญา และรายที่ 2 เสนอซื้อ กก.ละ 20 บาท ผู้ทิ้งสัญญา ต้องจ่ายส่วนต่าง กก.ละ 2 บาทให้ อคส.ด้วย

นายกฯ ยอมรับกังวลปม 40 สว. ยื่นถอดถอน แม้ส่งคำชี้แจงไปแล้วศุกร์ที่ผ่านมา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576596

10 มิ.ย. 2567

18:03 น.

นายกฯ ยอมรับกังวลปม 40 สว. ยื่นถอดถอน แม้ส่งคำชี้แจงไปแล้วศุกร์ที่ผ่านมา

“เศรษฐา” ส่งคำชี้แจงต่อศาล รธน. ปม 40 สว.ยื่นถอดถอนแล้ว ขออย่าถามกังวลหรือไม่ รอดูผลวินิจฉัย เมิน มิ.ย. เดือด ขอทำหน้าที่ต่อ ยืนยัน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ยังเดินหน้าตามไทม์ไลน์เดิม

กรณี 40 สว. ร้องคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้แต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  

ล่าสุดนายเศรษฐา แจ้งว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาส่งคำชี้แจงให้ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ขออย่าถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะตนกังวลตลอดเวลา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ขอให้อยู่ในขั้นตอนของศาล ยังไม่ขอเปิดเผยแนวทางการต่อสู้ ขอใช้คำว่าชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าบอกไป หากฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการมีคำถาม เราเป็นฝ่ายบริหารก็ต้องชี้แจงไป เราก็ต้องให้ความเคารพ หากขาดข้อมูลอะไรท่านก็เรียกมา 

ส่วนที่หลายคนประเมินเดือนมิถุนายนเป็นเดือนที่มีสถานการณ์การเมืองหลายอย่าง นายกรัฐมนตรีได้ประเมินสถานการณ์ไว้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่” ขอเอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง 

นายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรี

เรื่องของตนก็ส่งคำชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว วันนี้ยังมีอำนาจเต็ม ยังทำงานได้ ต้องคอยดูว่า ทางศาลรัฐธรรมนูญจะว่าอย่างไร

ส่วนการยุบพรรคก้าวไกล ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฝ่ายบริหาร และคดีของนายทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล 

ส่วนจะเป็นเดือนอันตรายหรือไม่ ก็ไม่มีอะไรที่ชัดเจนออกมา เรื่องพวกนี้อยู่ในเรื่องการเมือง 

อย่างไรก็ตามวันนี้นายเศรษฐา เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากเคยสั่งการไปแล้ว โดยจะมีการหารือทุกเรื่องรวมถึงติดตามเรื่องการลงทุนบริษัทต่างชาติว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่ 

ส่วนความคืบหน้าโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท นั้น นายกรัฐมนตรี น้ำทุกอย่างยังเหมือนเดิมตามที่เคยชี้แจง อยู่ในขั้นตอนของการทำงาน หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงไทม์ไลน์หรือเหตุอะไรใหญ่ๆ มีหน่วยงานต้องรับผิดชอบก็คงต้องมาคุยกัน ขออย่าพึ่งคิดไปก่อน รอนาย จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน

นายกฯ ไม่รู้บ้านในป่า “ทักษิณ” หมายถึงใคร ชี้ ไม่จำเป็นคุย “ประวิตร”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576535

10 มิ.ย. 2567

10:40 น.

นายกฯ ไม่รู้บ้านในป่า "ทักษิณ" หมายถึงใคร ชี้ ไม่จำเป็นคุย "ประวิตร"

นายกฯ บอก ไม่รู้ ‘ทักษิณ’ หมายถึงใครบ้านในป่า จะกระทบสัมพันธ์พรรคร่วมหรือไม่ต้องมาพูดคุยกันก่อน ชี้ ไม่จำเป็นคุย ‘ประวิตร’ เพราะคุยกับตัวแทนพรรคอยู่แล้ว

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ถึงคนแถวบ้านในป่าจะกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรีและพรรคร่วมรัฐบาลในการทำงานร่วมกันหรือไม่ ว่า ตนคิดว่าตนได้พูดไปแล้วเมื่อวาน(9 มิ.ย.67) การสื่อสารพูดคุยของแต่ละคน ผู้ใหญ่บ้านเมืองทุกคนมีความเป็นห่วงเป็นใยบ้านเมือง แต่ละคนก็มีข้อมูลแตกต่างกันไป หน้าที่ตนในฐานะแกนนำรัฐบาล ของพรรคร่วมรัฐบาล เรามีปัญหาอะไรก็มีหน้าที่ต้องมาพูดคุยกัน

เมื่อถามว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานและสามารถพูดคุยกันได้ใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็ต้องพูดคุยกันก่อนว่ากระทบหรือไม่กระทบ ต้องดูถึงขั้นที่สองขั้นที่สามที่จะตามมาแต่ในฐานะผู้นำรัฐบาลเราก็มีความประสงค์ที่จะให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งมาถึงวันนี้อยู่ด้วยกันมาก็ต้องมีข้อเห็นต่างบ้าง เราก็ต้องมาพูดคุยในส่วนที่เห็นต่างว่าจะแก้ไขอย่างไร 

ส่วนการสัมภาษณ์ของนายทักษิณมีการพูดพาดพิงไปถึงหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะทำให้เกิดความหมางใจกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่านายทักษิณหมายถึงใคร

เมื่อถามย้ำว่าในทางการเมืองก็รับรู้ว่าคนในป่าหมายถึงบ้านของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่เคยเจอพล.อ.ประวิตร ทุกครั้งเป็นการพูดคุยผ่านตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ที่เป็นน้องชายพล.อ.ประวิตรและร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องพูดคุยกับพล.อ.ประวิตรโดยตรงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็น

เมื่อถามว่าในวันนี้จะมีการพูดคุยกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในช่วงบ่ายนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมด้วยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่แน่ใจ เข้าใจว่าไม่ได้อยู่ในตาราง เมื่อถามย้ำว่า เป็นการพูดคุยกันในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่

นายเศรษฐา กล่าวว่า บางทีการพูดคุยกันในลักษณะนี้ดีกว่าเพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ในการพูดคุยกันมากขึ้น ในบางอย่างที่ตนทำให้ไม่เหมาะสมเขาอาจจะไม่กล้าพูดกันก็ได้ และวิธีการที่เราจะแก้ไขปัญหาก็มีหลายวิธีมาพูดคุยกันโดยตรงหรืออ้อมไปอีกทางก็จะนิ่มนวลกว่า และไม่ทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน และตนคิดว่านี่เป็นหลายวิธีที่เราพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามเวลา 13:00 น. ของวันนี้จะมีการประชุมพรรคร่วมบนตึกไทยคู่ฟ้า

“ทักษิณ” ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576531

10 มิ.ย. 2567

10:03 น.

"ทักษิณ" ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม.112 ยันสัมภาษณ์เกาหลีไม่มีคำพาดพิง

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยื่นขอความเป็นธรรมคดี ม. 112 ปม สัมภาษณ์สื่อเกาหลี ยืนยันไม่มีคำพูดพาดพิง – ดูหมิ่นเบื้องสูง ลุ้นอัยการสูงสุดพิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมกฎหมายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมมายังอัยการสูงสุดแล้ว เพื่อยื่นเหตุผลเพิ่มเติมคัดค้าน “คำสั่งฟ้อง” ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกาหลีใต้เมื่อหลายปีก่อน 

สำหรับเหตุผลที่ทีมกฎหมายของนายทักษิณ บรรยายในคำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นต่ออัยการสูงสุด คือ พนักงานสอบสวนที่ทำสำนวน ถูกกดดันข่มขู่จากผู้มีอำนาจในยุคนั้น ซึ่งเป็นยุค คสช. เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีนี้กับตนช่วงหลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ กระบวนการได้มาซึ่งพยานหลักฐานจึงมิชอบด้วยกฎหมาย และมีความเบี่ยงเบนไปตามที่ผู้มีอำนาจต้องการ 

ประกอบกับคำให้สัมภาษณ์ของ “อดีตนายกฯทักษิณ” ที่กล่าวกับสื่อเกาหลีใต้ ไม่ได้มีเนื้อหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูง และไม่ได้มีถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย จึงไม่เข้าองค์ประกอบความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 

ทั้งนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย อัยการสูงสุดจะเป็นผู้พิจารณาว่า คำร้องขอความเป็นธรรมที่ยื่นมานี้ ฟังขึ้นหรือไม่ มีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องได้หรือไม่ หากมีน้ำหนักหรือมีมูลพอที่จะพิจารณา ก็อาจเลื่อนนัดส่งตัวผู้ต้องหา และนำผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ได้ เพื่อตรวจสอบคำร้องขอความเป็นธรรมให้เรียบร้อยก่อน 

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นายทักษิณ เพิ่งให้สัมภาษณ์ประเด็นพนักงานสอบสวนในคดีถูกข่มขู่คุกคามจากผู้มีอำนาจในยุคนั้น โดยอ้างว่าเป็นทหาร ระหว่างการลงพื้นที่ร่วมงานฉลองอุปสมบทของลูกชายนายกเทศมนตรี ต.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ามีหลักฐานข้อความในแอปพลิเคชั่นไลน์มากมายที่จะยืนยันข้อเท็จจริงนี้ 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย บุตรสาวนายทักษิณ ก็เคยให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการสั่งฟ้องคดี 112 ของบิดาว่า มาจากอดีตอัยการสูงสุดที่แต่งตั้งโดย คสช. ในยุค คสช. ฉะนั้นจึงสอดรับกับการต่อสู้คดีนี้ของคุณทักษิณที่พยายามมุ่งประเด็นว่าคดีถูกแทรกแซงโดยผู้มีอำนาจทางการเมือง

“มาดามเดียร์” โพสต์การ ปฏิบัติธรรม เพื่อ ฮีลใจให้ก้าวต่อไป ฝึกจิตใจให้มีสติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576523

10 มิ.ย. 2567

08:13 น.

"มาดามเดียร์" โพสต์การ ปฏิบัติธรรม เพื่อ ฮีลใจให้ก้าวต่อไป ฝึกจิตใจให้มีสติ

“มาดามเดียร์” โพสต์ไป ปฏิบัติธรรม ที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อฮีลใจให้ก้าวต่อไปในโลกที่แสนอันตราย ฝึกจิตใจตนเองให้มีสติ ระลึกรับรู้ความเป็นจริงในสัจธรรม

“มาดามเดียร์” น.ส.วทันยา บุนนาค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ภายหลังจากได้เดินทางไป ปฏิบัติธรรม ที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีข้อความว่า “นุ่งขาวห่มขาวไปปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องของคนสูงวัย คนทุกข์จนไร้ที่พึ่งทางใจ หรือไปสะสมบุญแก้กรรม แต่มันคือการฮีลใจให้เราก้าวต่อไปในโลกที่แสนอันตรายโดยหัวใจไม่แหลกสลายไปเสียก่อน”

มา ปฏิบัติธรรม ครั้งนี้เพิ่งกลับมานั่งนับว่าตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นรู้จักวิชาของพระพุทธเจ้า มาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมากว่า 18 ปีแล้ว เวลาช่างผ่านไปเร็วอย่างเหลือเชื่อ

เมื่อพูดถึงคำว่า “ปฏิบัติธรรม” หลายคนนึกถึงเรื่องงมงาย บ้างก็คิดว่าตัวเองไม่มีปัญหาอะไร หรืออายุยังไม่เยอะจะเข้าปฏิบัติธรรมทำไม หลายครั้งที่เวลาเราบอกคนอื่นว่าเอาบุญมาฝาก หลายคนจะถามกลับมาด้วยความเป็นห่วงว่า เรามีความทุกข์อะไรถึงขนาดต้องหันหน้าเข้าวัดไปเป็นที่พึ่งทางใจ?

แต่ความเป็นจริงกลับสวนทางกันสิ้นเชิง เพราะไม่อยากทุกข์ต่างหาก เดียร์จึงเลือกไปฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อ ฝึกจิตใจตนเองให้มีสติ ระลึกรับรู้ความเป็นจริงในสัจธรรมที่ทุกอย่างล้วน “เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป” เพื่อวางใจให้เป็น เพราะเมื่อใดที่ใจเราไม่เดินสวนทางความเป็นจริง…เมื่อนั้นเราก็จะทุกข์น้อยลง

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

เมื่อยิ่งมองย้อนกลับ 18 ปีที่ผ่านมา หากเดียร์ไม่รู้จักและไม่มีโอกาสได้มาฝึกสติ เพื่อกลับมามองดูตัวเอง เพื่อกลับมาพิจารณาถึงสัจธรรม ก็ไม่รู้เลยว่าหลายครั้งที่เราเจอเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต เราจะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้อย่างไรโดยที่ยังสามารถรักษาใจของตัวเองให้เข้มแข็งได้เหมือนเดิม ไม่จมอยู่กับความทุกข์ในใจจนเกินไป

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

ในโลกปัจจุบันที่หมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วจนหลายคนตั้งรับไม่ทัน โลกที่ทันสมัยเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายให้เราเพลิดเพลิน จนเอาใจไปมองแต่เรื่องราวนอกตัวเอง สนใจแต่เรื่องคนอื่น เอาใจไปผูกติดกับคนรอบกาย 

แต่เรากลับละเลยมองข้ามคนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งไป นั่นก็คือการกลับมาฮีลใจ “ตัวเราเอง”

เอาบุญปฏิบัติธรรมครั้งนี้มาฝากทุกๆ คนนะคะ และสำหรับคนที่สนใจอยากศึกษาเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.kondee.com นะคะ หรือไปที่มูลนิธิหอธรรมพระบารมี จ.ฉะเชิงเทราค่ะ มูลนิธิหอธรรมพระบารมี

มาดามเดียร์มาดามเดียร์

เปิดตัวเลข ผู้ผ่านการ เลือก สว.ระดับอำเภอ ไปต่อระดับจังหวัด 23,645 ราย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576512

09 มิ.ย. 2567

21:56 น.

เปิดตัวเลข ผู้ผ่านการ เลือก สว.ระดับอำเภอ ไปต่อระดับจังหวัด 23,645 ราย

เปิดตัวเลขผู้ผ่านการ เลือก “สว.ระดับอำเภอ” 23,645 ราย จากผู้สมัครทั้งหมด 46,206 ราย ชาย 15,077 ราย หญิง 8,568 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ระดับอำเภอทั่วประเทศ ในวันนี้มียอดจำนวนผู้สมัคร สว. ที่คุณสมบัติผ่านตามที่กฎหมายกำหนดจำนวน 46,206 ราย  เป็นชาย 26,727 ราย เป็นหญิง 19,479 ราย

ทั้งนี้ มีจำนวนผู้มีสิทธิเข้ากระบวนการเลือก หลังการเพิ่มชื่อ ถอนชื่อแล้ว จำนวน  45,753 ราย เป็นชาย 26,436 ราย เป็นหญิง 19,317 ราย

และในการเลือกระดับอำเภอ ตามเวลาที่ผู้อำนวยการเลือกให้มาถึงสถานที่เลือกตามเวลากำหนด  มีจำนวนผู้มารายงานตัวรอบแรก จำนวน 43,818 ราย เป็นชาย 25,459 ราย เป็นหญิง 18,359 ราย

เมื่อผ่านการเลือกระดับอำเภอ มีจำนวนผู้ได้รับเลือกระดับอำเภอ รอบแรก จำนวน 32,190 ราย เป็นชาย 19,754 ราย เป็นหญิง 12,436 ราย

และเมื่อผ่านการเลือกรอบที่สอง ซึ่งเป็นการเลือกไขว้ มีจำนวนผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด จำนวน 23,645 ราย เป็นชาย 15,077 ราย เป็นหญิง 8,568 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จำนวนผู้ได้รับเลือกจากระดับอำเภอไประดับจังหวัด แยกเป็นรายกลุ่ม ดังนี้

  • กลุ่มที่ 1 กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง จำนวน 1,332 ราย
  • กลุ่มที่ 2 กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จำนวน  1,171 ราย
  • กลุ่มที่ 3 กลุ่มการศึกษา จำนวน  1,975 ราย
  • กลุ่มที่ 4 กลุ่มการสาธารณสุข จำนวน 1,024 ราย 
  • กลุ่มที่ 5 กลุ่มอาชีพทำนา จำนวน 1,460 ราย
  • กลุ่มที่ 6 กลุ่มอาชีพทำสวน  จำนวน  1,565 ราย
  • กลุ่มที่ 7 กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซึ่งมิใช่ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ จำนวน 1,261 ราย 
  • กลุ่มที่ 8 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านสิ่งแวดล้อม จำนวน 765 ราย 
  • กลุ่มที่ 9 กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและขนาดย่อม จำนวน 1,057 ราย 
  • กลุ่มที่ 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น  จำนวน 808 ราย
  • กลุ่มที่ 11 กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว จำนวน 707 ราย
  • กลุ่มที่ 12 กลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม  จำนวน 443 ราย 
  • กลุ่มที่ 13 กลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์  จำนวน 671 ราย
  • กลุ่มที่ 14 กลุ่มสตรี จำนวน 1,800 ราย
  • กลุ่มที่ 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการหรือทุพพลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น จำนวน 1,987 ราย
  • กลุ่มที่ 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา จำนวน 1,103 ราย
  • กลุ่มที่ 17 กลุ่มประชาสังคม กลุ่มองค์กรสาธารณประโยชน์ จำนวน 1,163 ราย
  • กลุ่มที่ 18 กลุ่มสื่อสารมวลชน จำนวน 616 ราย
  • กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 1,465 ราย
  • กลุ่มที่ 20 กลุ่มอื่นๆ จำนวน 1,275 ราย

รวมทั้งหมด จำนวน  23,645 ราย

โดยพรุ่งนี้ (10 มิ.ย.) สำนักงาน กกต. จะรันหมายเลขผู้สมัครใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้งระดับจังหวัด เมื่อแล้วเสร็จก็จะเผยแพร่รายชื่อผ่านทางเว็บไซต์ และ application smart word ในวันถัดไป