‘ก้าวไกล’ ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576051

04 มิ.ย. 2567

11:17 น.

'ก้าวไกล' ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง

‘ชัยธวัช’ เขียนเองกับมือ ‘ก้าวไกล’ ส่งทีมกฎหมาย ยื่นคำชี้แจงคดีล้มล้างการปกครอง แง้มมีรายงานลูกพรรคคุยพรรคอื่น แต่ไร้กังวล

4 มิ.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ “พรรคก้าวไกล” จะส่งทีมกฎหมายเข้ายื่นคำชี้แจงต่อสู้ คดีล้มล้างการปกครองต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนดให้วันสุดท้าย 

โดยคำชี้แจงดังกล่าว พรรคก้าวไกลเพิ่งตรวจทานเสร็จภายในกลางดึกของเมื่อคืนนี้ 3 มิ.ย. 2567 ก่อนที่วันนี้จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ดำเนินการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าพรรคก้าวไกลน่าจะยืนยันหลักการเดิม ว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง และความผิดยังไม่สำเร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า การร่างคำชี้แจงครั้งนี้ นำทีมโดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค เป็นหลักเพียงคนเดียว แตกต่างจากครั้งที่ผ่านๆ มา ที่มีแกนนำด้านกฎหมาย อย่างนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ ช่วยตรวจทานด้วย

ขณะที่สถานการณ์ภายในพรรค แหล่งข่าวภายในระบุว่ามี “สส.พรรคก้าวไกล” ได้พูดคุยกับพรรคอื่น โดยเฉพาะพรรคขั้วตรงข้ามจริง แต่ยังไม่มีใครกล้าแสดงตัว เนื่องจากกังวลข้อครหาเรื่องการเป็นงูเห่า อีกทั้งยังมีการกำชับ สส. จากแกนนำพรรค ให้เชื่อใจกันและกัน เพราะหากพรรคถูกยุบ ก็มีการเตรียมการไว้รองรับแล้ว

‘กกต.’ เร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ มั่นใจได้ สว. ตามไทม์ไลน์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575995

03 มิ.ย. 2567

13:34 น.

'กกต.' เร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ มั่นใจได้ สว. ตามไทม์ไลน์

ประธาน กกต. เผย กำลังเร่งตรวจสอบ ปมโพยฮั้วเลือก สว. 149 รายชื่อ ยันทุกอย่างทำตามกฎหมาย มั่นใจ ได้ สว. ตามไทม์ไลน์

3 มิ.ย. 2567 ที่สนามหลวง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายอิทธิพร บุญประคอง กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา นายสมชาย แสวงการ โพสต์เฟซบุ๊ก เปิดเผยโพยก๊วนฮั้วเลือก สว. มีรายชื่อระดับประเทศออกมา 149 คนว่า คงไม่จริงมั้งครับ ขณะนี้ สำนักงานกำลังตรวจสอบอยู่ โดยขณะนี้ยังไม่รายงานมายังตน

เมื่อถามว่า คนที่ออกมาเปิดเผย จะมีความผิดหรือไม่ ประธาน กกต. กล่าวว่าต้องดูข้อเท็จจริง ไม่สามารถตอบทันทีได้ การพิจารณาของ กกต. ต้องเข้าคณะที่ประชุม เมื่อถามถึงความเรียบร้อยการคัดเลือก สว. ในระดับอำเภอ ประธาน กกต. กล่าวว่า เรามีความพร้อมมาก กำชับการดำเนินการตลอดเวลา หนังสือสั่งการมีออกมาเรื่อยๆ และไม่มีเรื่องอะไรต้องกังวล

เพียงแต่เราต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด ส่วนกรณีที่บางอำเภอไม่มีผู้สมัครนั้น กฎหมายเขียนระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องทำอย่างไรบ้าง และยืนยันการคัดเลือก สว. เป็นไปตามไทม์ไลน์  ข้อร้องเรียนต่างๆ เราก็ดำเนินการตามกฏหมาย เรื่องคุณสมบัติก็ไปร้องที่ศาลฎีกา ยืนยันไม่มีปัญหา ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์

เมื่อถามว่ากรณี มีคนออกมาข่มขู่หากการเลือกตั้ง สว. ส่อทุจริตให้เลื่อนออกไปก่อน ประธาน กกต. กล่าวว่า เรื่องนั้นต้องดูข้อกฎหมาย หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำผิดไม่จำเป็นต้องสอยทีหลัง ยืนยันเราต้องดูข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานทุกเรื่อง และต้องดูว่า ที่สุดแล้วจะมีคำร้องอะไรบ้าง

“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ” หลัง “บิ๊กป้อม” ถูกเชื่อมโยง พยายามล้มนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575959

02 มิ.ย. 2567

18:46 น.

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ" หลัง "บิ๊กป้อม" ถูกเชื่อมโยง พยายามล้มนายกฯ

ปมร้อนการเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องกรณีนายกฯ เศรษฐา แต่งตั้งคุณพิชิต ชื่นบาน เป็นรมต.สำนักนายกฯ ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กำลังกลายเป็นสถานการณ์ สั่นคลอนเก้าอี้นายกฯ เศรษฐา

แม้จะไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องชี้แจงถึงเหตุผลภายใน 15 วัน หลังจากที่ศาล รธน.มีมติ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยง ที่อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง

นายเศรษฐา  ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ Exclusive Talk ผ่านรายการเนชั่นสุดสัปดาห์ กับ 3 บก. ในทุกประเด็นร้อน ว่า ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยกรณีนายพิชิต ได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่าเรายังซัพพอร์ตกันเต็มที่ ซึ่งถือเป็นขวัญกำลังใจ

ถามว่าเราเห็นด้วยทุกเรื่องหรือไม่ ก็ไม่ แต่เราก็ยังทำงานร่วมกันได้ดีมาก ท่านก็ให้เกียรติตน เรายังคุยกันรู้เรื่อง พรรครวมไทยสร้างชาติ เราก็ยังคุยกันได้ด้วยดี พรรคพลังประชารัฐ ก็คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ไม่มีประเด็นอะไร

เมื่อถามว่า ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร หรือไม่ “เศรษฐา” ตอบสวนทันทีว่า “ผมไม่เคยคุย ผมไม่เคยรู้จักท่านมาก่อน”

เมื่อถามว่าคิดจะไปคุยกับ พล.อ.ประวิตรบ้างหรือไม่ “เศรษฐา” นิ่งคิดก่อนตอบว่า ไม่ได้อยู่ในตารางที่จะไปคุย แต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ ถือว่ามีตัวแทนแล้ว คือ ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ในฐานะที่ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี อดีตผู้บัญชาการทหารบก และในฐานะที่มีคนนับหน้าถือตาเยอะ ถ้าท่านให้ไปให้ผมไป ผมก็ไปหาท่าน

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ"“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

นายกฯ บอกด้วยว่า ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประวิตร เพียงคนเดียว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต รมว.มหาดไทย ถ้าท่านให้ผมไปผมก็ไป แต่ท่านยังไม่เชิญมา ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ผมก็คุยแล้ว นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ผมก็เคยไปคุยมา เราถือว่าเราเป็นผู้น้อย ไม่ได้รู้ดีหมดทุกเรื่อง ถ้าท่านเรียกมาผมก็ไป

สำหรับประเด็น ปมแต่งตั้ง พิชิต เป็น รมต.ตกสวรรค์ จนเป็นเหตุให้ต้องชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ นั้น

นายเศรษฐา ยอมรับว่าการโดน ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีนี้ กระทบต่อความเชื่อมั่น แต่เราต้องมองข้ามไปว่าที่โดนนั่นโดนนี่ มันมีเหตุผลอะไร ทุกคนในทีมไทยแลนด์ ทั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนจะต้องพิจารณากัน อย่าบอกว่าฉันไม่เกี่ยว อันนี้เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีคนเดียว ตนไม่ได้โยนความรับผิดชอบ แต่เราต้องนั่งคิดกัน และน้อมรับเรื่องที่เกิดขึ้นมา และแก้ไขให้ดีที่สุด

"เศรษฐา" เปิดใจความสัมพันธ์ "เพื่อไทย-พลังประชารัฐ"“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

“ผมไม่ได้ก้าวล่วงศาล แต่สมมุติว่าเรื่องผ่านไปด้วยดี หลุดไปได้ เราจะต้องแก้ไขอะไรกันบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด กระทบต่อความมั่นใจของรัฐบาลอีก ผมมองตรงนี้ดีกว่า ผมไม่ได้มองข้าม แต่ต้องหาทางอธิบายกับสังคมให้ชัดเจน แต่คู่ขนานเราต้องหาต้นตอ และไปแก้ตรงนั้น”

โดยตนยืนยันว่า จะไม่ขอเพิ่มเวลาชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่ต้องชี้แจงภายใน 15 วัน หลังจากมีมติออกมา เพราะอยากให้จบ มีบริบทอธิบายให้ชัดเจน จะได้ง่ายต่อการตัดสิน หวังว่าการอธิบายไปไม่ใช่การเล่นแง่ทางขั้นตอน เพื่อจะยืดเวลานั่งออฟฟิศต่อไป ต้องตอบให้ชัดเจนครบถ้วน ทุกกระบวนการ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านจะได้พิจารณาได้อย่างครบถ้วน ไม่ใช่จะขอกลับมาอีก

ทั้งหมดคือความมั่นใจของของ “นายกฯ เศรษฐา” ปมคุณสมบัติรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ระหว่างการชี้แจงต่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” และท่าที่ที่มีต่อ “บิ๊กป้อม” ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “พลังประชารัฐ” มีตัวแทนในรัฐบาลแล้ว อาจจะไม่ต้องสื่อสารกับ “หัวหน้าพรรค” โดยตรง

หลังจากนี้จับตาเก้าอี้ นายกรัฐมนตรีของ “เศรษฐา” จะยังมั่นคงหรือไม่ 

“เศรษฐา” เปิดใจความสัมพันธ์ “เพื่อไทย-พลังประชารัฐ”

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง “พิชิต” ยอมรับมีปรึกษา “วิษณุ”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575945

02 มิ.ย. 2567

14:32 น.

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง "พิชิต" ยอมรับมีปรึกษา "วิษณุ"

นายกฯ เผย ร่างคำชี้แจงศาล รธน. ปมแต่งตั้ง “พิชิต” เสร็จแล้ว อยู่ระหว่างปรับแก้ อุบตอบรายละเอียด ยอมรับมีปรึกษา “วิษณุ” ด้วย

2 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการแต่งตั้ง “นายพิชิต ชื่นบาน” อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ว่า เบื้องต้นร่างแรกของคำชี้แจงได้ร่างเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ในระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมในบางจุด และยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งจะครบกำหนดส่งคำชี้แจงในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ แต่ต้องดูว่าจะสามารถส่งชี้แจงศาลฯ ได้ในวันที่เท่าไหร่

พร้อมย้ำว่า ทุกขั้นตอนในการแต่งตั้ง ทำถูกต้องตามกฏหมาย แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ขอยืนยันว่า มั่นใจหรือไม่มั่นใจ แต่ตนเองมั่นใจว่า ทำด้วยความสุจริต

นายกรัฐมนตรี ยังยอมรับด้วยว่าในการจัดทำคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้น ได้มีการปรึกษากับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีด้วย

รัฐบาลโชว์ผลงานในรอบ 6 เดือนแรก ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงาน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575937

02 มิ.ย. 2567

12:43 น.

รัฐบาลโชว์ผลงานในรอบ 6 เดือนแรก ประชาชนยังเชื่อมั่นในการทำงาน

โฆษกรัฐบาลตั้งโต๊ะแถลงผลงานในรอบ 6 เดือนแรกในยุค “เศษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี เผยประชาชนร้อยละ 41.9 ยังเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า การแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อประชาชน ควรที่จะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารโดยเร็ว อีกทั้งในวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จะมีกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และวันอังคารจะเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะมีข้อมูลข่าวสารมากมาย เกรงว่าอาจจะไม่ได้รับทราบ จึงได้เชิญนางสาวปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และ นางสาวสุวรรณี วังกานต์ รองผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ มาร่วมแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล 2561 ครบ 6 เดือนในวันนี้ 

โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้นำเสนอผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล โดยวิธีการสัมภาษณ์ประชาชนตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไป ทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวนตัวอย่างทั้งสิ้น 6,970 คน ระหว่างวันที่ 22 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2567 รวม 24 วัน

นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาล ครบ 6 เดือน เชื่อมั่นการแก้ปัญหาประเทศร้อยละ 41.9 พึงพอใจต่อการบริหารงานร้อยละ 44.3 พร้อมชูนโยบายที่ประชาชนพึงพอใจ อันดับเเรกคือ 30 บาทรักษาทุกที่ และเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนต้องการคือคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค 

1. ประชาชนติดตาม รับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลผ่านสื่อโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์มากที่สุด

โดยแหล่งข้อมูลที่ติดตามรับรู้มากที่สุด คือ

โทรทัศน์ ร้อยละ 69.6 รองลงคือ เฟซบุ๊ก ร้อยละ 46.2 เว็บไซต์ ร้อยละ 23.8

2. ประชาชนร้อยละ 44.3 มีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุดต่อการดำเนินงานของรัฐบาลและมีความพึงพอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลในระดับมากที่สุดร้อยละ 5.6

และมากร้อยละ 38.7 / ส่วนที่ไม่พึงพอใจเลยร้อยละ 2.0 ประชาชนในชานแดนภาคใต้มีความพึงพอใจฯในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น 

3. ประชาชนมีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุดต่อนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ถึงร้อยละ 68.4 รองลงมาคือ มาตรการพักหนี้เกษตรกร ร้อยละ 38.9 และมาตรการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวร้อยละ 33.1  / มาตรการลดค่าไฟร้อยละ 32.8 และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบร้อยละ 29.3 

4.ประชาชนร้อยละ 41.9 มีความเชื่อมั่นมาก ถึงมากที่สุดต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาของประเทศ

เรื่องนี้ในระดับมากที่สุดร้อยละ 5.2 และมากร้อยละ 36.7 / ปานกลางร้อยละ 39.6 / ขณะที่น้อยร้อยละ 12.4 และน้อยที่สุดร้อยละ 3.4 / ส่วนที่ไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 2.7 / ประชาชนในภาคใต้ชายแดนมีความเชื่อมั่นฯในระดับมาก-มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าภาคอื่น / สำหรับผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรีมีความเชื่อมั่นฯในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีการศึกษาปริญญาตรีขึ้นไป / ขณะที่ผู้มีรายได้น้อยมีความเชื่อมั่นฯ ในระดับมาก ถึง มากที่สุด ในสัดส่วนที่สูงกว่าผู้ที่มีรายได้มาก

5. ประชาชนต้องการให้รัฐบาลดำเนินการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคเป็นอันดับแรก

คือ เรื่องการควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ร้อยละ 75.3 / ลดค่าไฟฟ้า ร้อยละ 46.6 / แก้ปัญหาน้ำมันราคาแพง ร้อยละ 29.5 / แก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 26.3 และสุดท้ายแก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ ร้อยละ 16.9 

‘อุ๊งอิ๊ง’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ไม่ผิด ม.112 ชี้ถูกบิดเบือนความจริง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575914

01 มิ.ย. 2567

19:48 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ไม่ผิด ม.112 ชี้ถูกบิดเบือนความจริง

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อมั่น ‘ทักษิณ’ ไม่ผิด ม.112 ชี้มีการบิดเบือนความจริง พูดเป็นนัย ถูกฟ้องตอนปฏิวัติใหม่ๆ อัยการสูงสุดแต่งตั้งโดย คสช.

วันที่1มิ.ย.2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดี ม.112 ว่า ได้พูดคุยแล้ว จริงๆ คุณพ่อก็ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้มาก เพราะคดีนี้ เกิดขึ้นตอนที่มีปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ซึ่งอัยการสูงสุดในขณะนั้น ถูกแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คุณพ่อ บอกว่า การขึ้นศาลก็ดีเหมือนกัน เพราะจะได้พูดถึงข้อเท็จจริงได้

เมื่อถามย้ำว่า ไม่ได้มีความกังวลใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่มี เมื่อสักครู่ ได้คุยโทรศัพท์กันอยู่ ตนแค่บอกกับพ่อว่า กำลังจะมางาน บางกอกไพรด์ เฟสติวัล 2024 พยายามจัดเต็มที่สุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่  นายทักษิณ จะพ้นโทษใน เดือนส.ค.นี้ แต่ต้องสู้ในคดี ม.112 ต่อ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า จริงๆไม่อยากให้มีคดีอะไร แล้วแต่ก็ว่ากันไป ทางทีมทนาย ก็ทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่

เมื่อถามย้ำถึงกระแสข่าวว่าการที่ นายทักษิณ ถูกดำเนินคดี ม.112 เป็นเพราะไม่เป็นไปตามดีล น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่มีค่ะ ไม่มีดีล จะมีดีลอะไรเกี่ยวกับคดีนี้ ไม่มีอยู่แล้ว ไม่มีดีลอะไรเลย

เมื่อถามว่า เรื่องนี้จะทำให้พรรคเพื่อไทยกำลังใจเสียหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ทุกคนเป็นห่วงคุณพ่อ แต่ตนก็ให้ความมั่นใจว่า นายทักษิณไม่ได้กังวลใจอะไรในเรื่อง ม.112

“จริงๆส่วนตัวมองว่า มีการบิดเบือนความเป็นจริงตั้งแต่แรกที่ฟ้อง เรื่องนี้เรามั่นใจว่าไม่มีทางที่จะโดนคดีนี้ และคุณพ่อบอกว่า ดีที่จะได้ขึ้นศาล เพราะจะได้อธิบายข้อเท็จจริงไปเลย”

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า คดีนี้ถูกฟ้องตอนปฏิวัติเสร็จใหม่ๆ อัยการสูงสุดแต่งตั้งโดย คสช. ฉะนั้น ก็พิจารณาเอาเอง

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง’ ร่วมพาเหรด Pride Festival

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575913

01 มิ.ย. 2567

19:14 น.

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง’ ร่วมพาเหรด Pride Festival

‘เศรษฐา – อุ๊งอิ๊ง’ โชว์แฟชั่นสีรุ้ง ร่วมพาเหรด ‘Bangkok Pride Festival 2024’ สุดคึกคัก LGBTQIAN+ ให้การต้อนรับอบอุ่น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมเดินพาเหรดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ร่วมเดินพาเหรด

วันที่ 1 มิ.ย.2567  ที่สนามกีฬาแห่งชาติ ถ.พระรามที่ 4 เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ใส่เสื้อผ้าขาวม้าสีรุ้ง ร่วมขบวน Bangkok Pride Festival 2024 ภายใต้แนวคิด Celebration of Love เพื่อสร้างการยอมรับความหลากหลายทางเพศ และพื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมสำหรับชุมชน LGBTQIAN+ และนับถอยหลังสู่การใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม

โดยมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายจักรพงษ์ แสงมณี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สส.พรรคเพื่อไทย และศิลปินดาราที่มีชื่อเสียง พร้อมกับชาว LGBTQIAN+

อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร่วมขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2024อุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ร่วมขบวนพาเหรด Bangkok Pride Festival 2024

โดยการเดินขบวนครั้งนี้เป็นไปอย่างมีสีสัน กลุ่ม LGBTQIAN+  แต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีร่วมขบวนคึกคัก โดยในขบวนยังมีภาพล้อเลียน นายเศรษฐา ถือปากกา พร้อมข้อความ “นายกฯ (เพื่อไทย) เมื่อไหร่จะเซ็นรับรองรับรองร่างพ.ร.บ.ขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลฯ” โดยขบวนเริ่มเคลื่อนจากสนามกีฬาแห่งชาติ ถนนพระรามที่ 1 มุ่งไปยังศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ก่อนเริ่ม นายเศรษฐา ได้มอบธงไพรด์ประจำจังหวัด ให้แก่ตัวแทนเครือข่ายผู้จัดงานในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนชุมชน LGBTQIAN+ ตามพื้นที่จังหวัดต่างๆ 

นายเศรษฐา กล่าวว่า เดือนมิ.ย.เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคเท่าเทียม และการมีโอกาสได้เลือก ซึ่งในเดือนมิ.ย. เราจะมีการเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ตลอดทั้งเดือน วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่เรามารวมตัวกันครั้งนี้ เป็นการเริ่มต้นการเดินพาเหรด ซึ่งมีขบวนถึง 5 ขบวน และมีกิจกรรมวงสนทนาต่างๆในเรื่องที่เราควรจะต้องพูดคุยกัน รัฐบาลกับภาคประชาชนจะเดินหน้าด้วยกัน ร่วมกันการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สมรสเท่าเทียมให้สำเร็จ รวมถึงคำนำหน้าชื่อ และ Sex worker ให้ถูกกฎหมายด้วย

ขณะที่ อุ๊งอิ๊ง กล่าวว่า ในฐานะที่เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างเต็มตัว ก็เคยให้สัมภาษณ์อยู่เสมอว่า การที่คนเรารักกันกฎหมายก็ควรจะยอมรับ ซึ่งคนเราควรจะมีสิทธิทำให้ความรักเหล่านั้นเป็นจริง 

อุ๊งอิ๊ง กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเคยพยายามผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมมาแล้ว ในสมัยพรรคไทยรักไทย และมาสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถูกรัฐประหารเสียก่อน วันนี้จึงกลับมาเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม แล้วมาสำเร็จในรัฐบาลนายเศรษฐา 

ส่วนเรื่องการออกกฎหมาย Sex Worker เรื่องนี้ก็อยากให้มีคณะกรรมการได้ปรึกษาหารือร่วมกันก่อน โดยมองว่าทุกชีวิตคนเราควรได้รับการดูแลในทุก ๆ อาชีพ หรือการดูแลสุขภาพต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ

จากนั้น นายเศรษฐา ร่วมเดินในขบวนที่ 1 สมรสเท่าเทียม (Love wins) ไปยังศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ มีประชาชนร่วมเดินขบวนและตลอดเส้นทางมีคนโบกมือทักทายและเข้ามาขอถ่ายรูป ขณะที่นายกฯได้โบกธงสีรุ้งสัญลักษณ์งานไพรด์ (ธงไพรด์) และยังได้รับมอบสายสะพายสีรุ้งถือเป็นการเปิดงานอย่างเป็นทางการ 

ผบ.ทอ. เตรียมแอร์บัส A320 บินรับตัว “แป้ง นาโหนด” คาดเดินทางสัปดาห์หน้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575852

31 พ.ค. 2567

20:21 น.

ผบ.ทอ. เตรียมแอร์บัส A320 บินรับตัว "แป้ง นาโหนด" คาดเดินทางสัปดาห์หน้า

ผบ.ทอ. เตรียมแอร์บัส A320 บินรับตัว “แป้ง นาโหนด” หลังได้รับประสานจากรักษาการ ผบ.ตร. คาดเดินทางสัปดาห์หน้า ขณะที่ กต. ประสานเรื่องน่านฟ้า

31 พ.ค. 2567 พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รักษาการ ผบ.ตร. ได้ประสานขอเครื่องบินกองทัพอากาศ รับตัวนายชวลิต ทองด้วง หรือ “แป้ง นาโหนด” ผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมของทางการไทยที่ประเทศอินโดนีเซีย

โดยกองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบินแอร์บัส 320 (A320) ซึ่งมีความปลอดภัยสูงสุด ใช้เวลาบินประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง คาดว่าจะเดินทางได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งกระทรวงต่างประเทศ จะอำนวยความสะดวกประสานเรื่องขอผ่านน่านฟ้า

ล่าสุด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ก็ได้โทรมาเน้นย้ำกับตนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งตนก็ระบุว่ายินดี ที่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด

ศาลอาญาทุจริต ประทับฟ้อง 4 กสทช. – พวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575851

31 พ.ค. 2567

20:04 น.

ศาลอาญาทุจริต ประทับฟ้อง  4 กสทช. - พวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง ประทับฟ้อง 4 กสทช. กับพวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก-เปลี่ยนรักษาการแทนเลขาฯ กสทช. ส่งเรื่องให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเขตอำนาจศาล เเต่ไม่ได้สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

31 พ.ค. 2567 ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.เลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน ศาลฯ นัดฟังคำสั่ง คดี อท.155/2566 ระหว่างนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล เป็นโจทก์ฟ้อง พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต, รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย, รองศาสตราจารย์ ดร.สมภพ ภูริวิกรัยพงศ์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภูมิศิษฐ์ มหาเวสน์ศิริ กับพวกรวม 5 คนเป็นจำเลยในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 172

จากกรณีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ร่วมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินการของสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับการสนับสนุน ค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และดำเนินการให้มีการเปลี่ยนรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. แทนโจทก์ โดยมิชอบ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้รับความเสียหาย ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวน ถูกเสนอให้ต้องพ้นจากตำแหน่งหน้าที่รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.

ก่อให้เกิดความสับสน ความแตกแยกในหมู่พนักงาน เกิดความกระด้างกระเดื่องต่อผู้บังคับบัญชา ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเพราะมีข่าวออกเผยแพร่ทันทีภายหลังการประชุม กสทช. เสร็จสิ้น รวมถึงหมดโอกาสในการเจริญเติบโตในหน้าที่การงานจากการกระทำของจำเลยทั้ง 5 ทำให้โจทก์ได้รับผลกระทบต่อการพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. ซึ่งจะมีขึ้นในภายภาคหน้าต่อไปด้วย

จำเลยที่ 5 เป็นรองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และเป็นผู้รักษาการแทนโจทก์ แต่จำเลยที่ 5 โดยเจตนาทุจริตกลับจัดทำบันทึกข้อความ ด่วนที่สุด (ลับ) ส่วนงานเลขานุการ กสทช. สายกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ แต่งตั้งตนเองเป็นพนักงานผู้รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช. แทนโจทก์ โดยมีเจตนาพิเศษเพื่อให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. และตนเองจะได้ดำรงตำแหน่งแทน จึงเป็นการจงใจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

เป็นการสนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่1-4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหาย เป็นการร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งหรือตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 172

ศาลอาญาทุจริต ประทับฟ้อง  4 กสทช. - พวก ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปมซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก

อีกทั้งภายหลังจากที่จำเลยที่ 1-4 ได้ร่วมกันลงมติตามระเบียบวาระ 5.22 ในการประชุม กสทช. และจำเลยที่ 5 ได้จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยโจทก์แล้วปรากฏว่าสื่อมวลชนได้มีการนำเสนอและเผยแพร่ข่าวที่ กสทช. มีมติปลดโจทก์ และให้โจทก์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผ่านทางสื่อหลายสำนัก หลายช่องทางด้วยกันทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการนำเสนอข่าวดังกล่าว ชื่อเสียง รวมถึงเสียโอกาสในหน้าที่การงานตนเอง

วันนี้ ทนายโจทก์ ผู้รับมอบฉันทะทนายจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 มาศาล ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ศาลได้อ่านคำสั่งให้คู่ความฟังแล้ว

ภายหลังจากที่ศาลได้อ่านคำสั่งให้คู่ความฟัง เจ้าหน้าที่ได้ส่งคำร้องของจำเลยที่ 1 -4 ที่ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยอำนาจในการพิจารณาคดีที่โจทก์ฟ้องว่าคดีนี้ไม่ได้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแต่อยู่ในอำนาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะรับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามคำร้องของจำเลยที่ 1 – 4 ลงวันที่ 30 พ.ค. 2567 

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 1 – 4 ยื่นคำร้องขอให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอำนาจพิจารณาคดี พิพากษาว่าคดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่ว่าอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งกรณีนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางต้องส่งสำนวนพร้อมคำร้อง ให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก่อน

กระบวนการพิจารณาคดีที่จะมีต่อไป ต้องรอคำวินิจฉัยของประธานศาลอุทธรณ์ลงมาก่อนจึงจะดำเนินการต่อไป หรือต้องส่งถ้อยคำสำนวนให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาพิพากษาในกรณีที่ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีอยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ดังนั้นในชั้นนี้ให้ส่งคำร้องของจำเลยที่ 1 – 4 พร้อมถ้อยคำสำนวนให้ประธานศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยเร็ว และให้ยกเลิกนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลย โดยกำหนดวันนัดพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 25 ก.ค. 2567 โดยแจ้งให้คู่ความทราบ และศาลไม่ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับการให้หยุดปฎิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

‘นายกฯเศรษฐา’ ปัดตอบทาบ ‘วิษณุ’ นั่งรองนายกฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575848

31 พ.ค. 2567

19:06 น.

‘นายกฯเศรษฐา’ ปัดตอบทาบ ‘วิษณุ’ นั่งรองนายกฯ

‘นายกฯเศรษฐา’ ไม่ตอบกรณีทาบทาม ‘วิษณุ เครืองาม’ นั่งรองนายกฯ ลั่นขอให้เป็นเรื่องของคนสองคน ส่วนกรณีตั้ง เป็นที่ปรึกษานายกฯ ชี้คำสั่งชัดให้ทำอะไร

วันที่31พ.ค.2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายกรัฐมนตรี ได้มาเชิญให้ดำรงตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี ด้วย ว่า เรื่องการพูดคุยกันระหว่างตนกับ นายวิษณุ ขอให้อยู่ระหว่างตนกับ นายวิษณุ ดีกว่า ยอมรับว่าไปหา นายวิษณุ จริง ส่วนจะหมายถึงว่ากำลังจะต้องหารองนายกรัฐมนตรีเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี เห็นว่าเป็นคนละประเด็น ไม่เกี่ยวกัน

สำหรับกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระบุว่า การตั้ง นายวิษณุ ขึ้นมาเป็น ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมาย เพื่อให้ช่วยดูคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40สว. วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา และ นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะไม่เชื่อมั่นในมือกฎหมายของพรรคเพื่อไทยนั้น

นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายรังสิมันต์ หากถามในสภาก็จะตอบในสภา แต่หากแสดงความเห็น หรือ คอมเมนท์อะไรมา ขอไม่ตอบ มองว่าเป็นความเห็นส่วนตัว พร้อมยืนยันว่าการตั้ง นายวิษณุ เข้ามาทำงาน เป็นไปตามคำสั่งที่ออกไปซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกระแสข่าวถึงการทาบถาม นายวิษณุ ให้เป็น รองนายกรัฐมนตรี ด้วย ว่า บทสนทนาที่เกิดขึ้น ให้เป็นเรื่องระหว่าง ตน กับ นายวิษณุ  และย้ำว่า ตนเองไปหา นายวิษณุ จริง