“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575193

22 พ.ค. 2567

11:59 น.

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจต่อผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต เหตุเครื่องบิน สิงคโปร์แอร์ไลน์ส SQ321 ตกหลุมอากาศ ย้ำทางการไทยพร้อมให้ช่วยเหลือเต็มที่ทุกด้าน

ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 เส้นทางฮีทโธรว์-ชางงี ประเทศสิงคโปร์ ขอลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เนื่องจากประสบเหตุตกหลุมอากาศ โดยมีรายงานผู้บาดเจ็บรวมและเสียชีวิต

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่าน X ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมระบุว่าผ่าน Srettha Thavisin ว่า “ผมได้รับทราบเกี่ยวกับเครื่องบินของสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สที่ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วครับ ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งดูแล และประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วยครับ”

“เศรษฐา” ทวิตแสดงความเสียใจ เหตุสิงคโปร์แอร์ไลน์ส ตกหลุมอากาศ

พร้อมยืนยันว่า ทางการไทยพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน และกระทรวงคมนาคม กำลังเร่งดูแลและประสานเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย

เช่นเดียวกับ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลือ และประสานงานทุกประการที่จำเป็นแก่ผู้บาดเจ็บ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการลงจอดอย่างฉุกเฉินของเที่ยวบินดังกล่าว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575186

22 พ.ค. 2567

11:06 น.

น้องชายธนาธรแจงปมคดี จับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง?

น้องชายธนาธร ออกจดหมายแจงปมติดสินบน 20 ล้าน ลั่นจับทุจริต แต่กลายเป็นผู้ต้องหาเอง ? กรณีเกี่ยวข้องกับข่าวการเช่าที่ดินสำนักงานทรัพย์สินฯ

สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานบริหารบริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด

จากกรณีที่ ศาลอาญาทุจริต และประพฤติมิชอบกลางอ่านคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ น้องชายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คดีติดสินบน 20 ล้าน เกี่ยวกับการเช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 6 เดือนไม่รอลงอาญา ก่อนจะมีการยื่นหลักทรัพย์ ประกันตัวออกไป

ล่าสุด มีการออกจดหมายชี้แจงเพิ่มเติมระบุว่า ผมเป็นผู้แจ้งเบาะแสทุจริต แต่กลับกลายเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริต?

เอกสารชี้แจงเอกสารชี้แจง

สรุปใจความสำคัญ ดังนี้

1. การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเช่าที่ดินของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ได้ดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนตามกฎหมายตามที่เจ้าหน้าที่แจ้งมา ต่อมาภายหลังทราบว่ามีการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว

2.  เมื่อทราบเรื่องจึงแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยรีบแจ้งข้อเท็จจริง จนทำให้สำนักงานทรัพย์สินดำเนินคดีอาญากับบุคคลดังกล่าว จนศาลพิพากษาลงโทษ และคดีถึงที่สุดแล้ว

3. ปี 2562 ยังได้ไปให้การในฐานะผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว แตเนื่องจากในขณะนั้นติดภารกิจสำคัญอยู่ต่างประเทศจึงไม่ได้ไปให้การเป็นพยานกับพนักงานสอบสวน

4. ในช่วงระหว่างการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงปลอมแปลงเอกสารสำนักงานทรัพย์สินฯกลุ่มนี้ ตั้งแต่ในชั้นสอบสวนกระทั่งถึงในชั้นศาล พนักงานสอบสวนไม่เคยดำเนินคดีใด ๆกับผมทั้งสิ้น

5. แต่กลับมี “นักร้อง.” ไปร้องให้ดำเนินคดีกับผม กล่าวหาว่ารู้เห็นเป็นใจกับบุคคลนี้ และเป็นผู้ใช้ให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวไปกระทำการทุจริต

ปิดท้ายด้วยการตั้งคำถามว่าหากลองพิจารณาด้วยใจเป็นธรรม ว่าผมมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจริง เหตุใดต้องไปแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลอกลวง เพื่อให้ตนเองถูกดำเนินคดีไปด้วย  

ผมคือผู้เสียหายจากการหลอกลวงของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่จำเลย การที่ผมเป็นผู้เริ่มคดีขึ้นเสียเองด้วยการแจ้งเบาะแสการทุจริตไปยังสำนักงานทรัพย์สิน ก็เพราะไม่อยากให้สำนักงานทรัพย์สินฯ ได้รับความเสื่อมเสียจากการที่มีบุคลากรแอบแฝงกระทำการหลอกลวงผู้อื่นเช่นที่ผมพบเจอด้วยตนเอง


ผมเคารพในคำพิพากษาของศาลชั้นต้น แต่ผมขอใช้สิทธิต่อสู้คดีจนถึงที่สุด และพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความสุจริตใจของผมตามครรลองของกระบวนการยุติธรรมต่อไป


สกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ
21 พฤษภาคม 2567”

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ชิง ‘ลาออก’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575168

21 พ.ค. 2567

18:32 น.

เปิดเหตุผล ทำไม 'พิชิต ชื่นบาน' ชิง 'ลาออก'

เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิชิต ชื่นบาน’ ถึงชิง ‘ลาออก’ ก่อนวันนัดพิจารณาของ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ชี้ครั้งนี้เสี่ยงสูง ต่อสถานภาพ นายกฯเศรษฐา หลังกฤษฎีกาตอบข้อหารือ

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

กรณี 40สว. ยื่นคำร้อง ขอ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 1 และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อวันที่ 15พ.ค.2567

สืบเนื่องจาก การแต่งตั้ง นายพิชิต  ชื่นบาน เป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ นายพิชิต เคย ถูกศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล เมื่อวันที่10มิ.ย.2551 กรณีพยายามนำถุงขนมใส่เงินสด2ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาคดีแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ คุณหญิงพจมาน ภรรยา (ขณะนั้น) ตกเป็นจำเลย และถูกเรียกขานกันว่า คดีถุงขนม2ล้านบาท

และยังเคยถูกสภาทนายความ ถอดชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความเป็นเวลา 5 ปี

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่า จะมีมติรับคำร้องหรือไม่ ในวันที่23พ.ค.2567

และหาก ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องไว้พิจารณาว่า ทั้งนายกเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือไม่

อย่างไรก็ดี ในการตรวจสอบคุณสมบัติ รัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นในปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี เฉพาะตามมาตรา 160(6) ประกอบกับมาตรา 98 (7) และมาตรา 160 (7) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

โดย นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา มีหนังสือลงวันที่1ก.ย.2566 ตอบกลับเลขาธิการคณะรัฐนตรี ถึงคุณสมบัติบุคคลที่ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรี ในมาตรา 160 (6) ระบุว่า บุคคลที่ดำรงตำแหน่ง  รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่ถึงที่สุด หรือมีการรอการลงโทษ เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท

ขณะที่ มาตรา 160 (7)  บัญญัติชัดเจนว่า รัฐมนตรี ต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก แม้คดีนั้นจะยังไม่สิ้นสุด หรือมีการรอลงโทษ เว้นแต่ในความผิดนั้นได้กระทำโดยประมาทความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวไม่รวมถึงคำสั่งให้จำคุก ดังนั้น ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จึงต้องไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก

หนังสือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทิ้งท้ายด้วยว่า ข้อหารือนี้เกี่ยวข้องกับการพิจารณาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นหน้าที่ และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดย่อมเป็นหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นในกรณีนี้จึงเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการในการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น

ดังนั้น กรณี การชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของ นายพิชิต ชื่นบาน ในวันที่ 21 พ.ค.2567 ก่อนการนัดพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 23 พ.ค.2567

จึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เพื่อรักษาสถานภาพ นายกรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน เอาไว้

‘ราเมศ’ เผยแม้ ‘พิชิต ชื่นบาน’ ลาออก ‘นายกฯ’ หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575165

21 พ.ค. 2567

18:26 น.

'ราเมศ' เผยแม้ 'พิชิต ชื่นบาน' ลาออก 'นายกฯ' หนีไม่พ้น คนเสนอชื่อเป็น รมต.

‘ราเมศ’ แนะ ‘นายกฯ’ ลาออกตาม ‘พิชิต ชื่นบาน’ เป็นผู้เสนอชื่อขึ้น รมต. คือ ความผิดสำเร็จ ลุ้น 23 พ.ค. ศาลรธน.รับคำร้องหรือไม่

หลังจากที่ นายพิชิต ชื่นบาน ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรณี 40 สว.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ นายเศรษฐา ทวีสิน และ ความเป็นรัฐมนตรีของนายพิชิต เพราะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้ 

ขณะที่ทางด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงประเด็นที่ต้องตามต่อคือ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมีความผิดตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากเป็นผู้เสนอติดตั้งนายพิเชษฐ์เป็นรัฐมนตรีหรือว่าเป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว

ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต้องได้รับคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม คำร้องของ สว. กรณีนายพิชิต ก็อยู่ที่ดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะจำหน่ายคดีหรือไม่ แต่กรณีของนายเศรษฐา ก็จะยังคงเป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยต่อจากการกระทำที่สำเร็จแล้ว ซึ่งต้องย้อนกลับมาดูต้นเหตุว่า 

กรณีนายพิชิต ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 160 หรือไม่ ที่เกี่ยวข้องกับความซื่อสัตย์สุจริตและเรื่องจริยธรรม โดยส่วนตัวเชื่อว่า การลาออกของนายพิชิตจะยังไม่จบ เพราะตัวนายกรัฐมนตรียังคงต้องรับผิดชอบตามรัฐธรรมนูญอยู่

นายราเมศ รัตนะเชวงนายราเมศ รัตนะเชวง

ส่วนประเด็นเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตและจริยธรรม เป็นเรื่องที่ประชาชนยังให้ความสนใจและต้องการคำตอบในมาตรฐานความซื่อสัตย์สุจริตจริยธรรมของนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย ความรุ่งเรืองของบ้านเมืองยังคงต้องพึ่งหลักสุจริต 

ถ้านายกรัฐมนตรีจะให้จบเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีก็ต้องลาออก คดีอาจจะไปได้ยาก เพราะความเป็นรัฐมนตรีได้สิ้นสุด ไม่มีประเด็นให้ต้องวินิจฉัย เหตุเพราะประเด็นในการพิจารณาคดีคือความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงหรือไม่ เมื่อลาออกก่อนก็ถือว่าสิ้นสุดก็จะจำหน่ายคดี 

สุดท้ายต้องรอดูคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะรับคำร้องไว้หรือไม่ และจะจำหน่ายคดีกรณีนายพิชิตรายเดียวหรือไม่ ทั้งหมดเป็นดุลพินิจไม่สามารถก้าวล่วงได้

เปิดที่มาฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575154

21 พ.ค. 2567

16:12 น.

เปิดที่มาฉายา 'ทนายถุงขนม' ของ 'พิชิต ชื่นบาน'

เปิดที่มาของ ฉายา ‘ทนายถุงขนม’ ของ ‘พิชิต ชื่นบาน’ จากทนายความ ที่อยู่เคียงข้าง ‘ตระกูลชินวัตร’ ถึงวันขึ้นแท่น รมต.และ วันที่ต้องโบกมือลา

พิชิต ชื่นบานพิชิต ชื่นบาน

กลายเป็นประเด็นร้อน สำหรับการยื่นหนังสือ ลาออก ของ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค.2567

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

โดยศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาว่าจะรับคดีหรือไม่ในวันที่ 23 พ.ค.2567 และหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับไว้พิจารณา ก็อาจส่งผลให้ ทั้งนายเศรษฐา และ นายพิชิต ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ในทันที

แม้ว่าช่วงเช้าวันที่ 21พ.ค.2567 นายพิชิต จะยืนกรานว่าไม่ลาออกแน่นอน แต่เมื่อพิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง จึงตัดสินใจลาออกในบ่ายวันเดียวกัน

งานนี้แม้ว่า นายพิชิต ชื่นบาน จะสนิทสนมกับ ตระกูลชินวัตร มากแค่ไหนก็ต้องยอมถอย

ทำความรู้จัก นายพิชิต ชื่นบาน ใครๆก็รู้จัก ในฉายา ทนายถุงขนม

ทั้งคนวงในและวงนอก ต่างรู้ดี เขาได้รับความไว้วางใจจาก ตระกูลชินวัตร ให้เป็นทีมทนายความสู้คดีดังที่

พิชิต ชื่นบาน เป็นหัวหน้าทีมกฎหมายตระกูลชินวัตร ดีกรีการศึกษาเรียกว่าไม่ธรรมดา เพราะเขาจบการศึกษา ในระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ปริญญาโท นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ สาขากฎหมายมหาชน เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 34 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เขาจึงมีดีกรีเป็นดอกเตอร์

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี พิชิต ชื่นบาน ทำงานเป็นทนายความ และที่ปรึกษากฎหมาย มาตลอด ก่อนกระโดดลงเล่นการเมือง เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พรรคไทยรักษาชาติ

ส่วนที่มาฉายา ทนายถุงขนม

มาจากคดีที่ พิชิต ชื่นบาน เป็นทีมทนายความของครอบครัวชินวัตร สู้คดีดังที่ปรากฎไปทั่วประเทศ แต่คดีที่ยังจำได้ จนเป็นที่มาให้ได้รับฉายาว่า ทนายถุงขนม คือกรณีที่เขาหิ้วถุงขนม ใส่เงินสด 2 ล้านบาท ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระหว่างการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ ทักษิณ ชินวัตร เป็นจำเลย และศาลมีคำสั่งจำคุก พิชิต ชื่นบาน 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ฐานละเมิดอำนาจศาล

จากนั้น สภาทนายความ มีมติเสียงข้างมาก 9 ต่อ 3 เสียง ให้ลงโทษหนักสุด ลบชื่อ พิชิต ชื่นบาน ออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ จนทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะทนายความได้เป็นเวลา 5 ปี

จากนั้นไม่นาน พิชิต ชื่นบาน จึงลงสนามการเมือง ได้เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการสนับสนุนกฎหมายนิรโทษกรรม

ต่อมาในยุค รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากเขาจะมีบทบาทในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยแล้ว เขายังทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความ สู้คดีจำนำข้าว ให้กับ ยิ่งลักษณ์ ด้วย

ด้วยความแนบแน่น และได้รับความไว้วางใจ จากบ้านใหญ่ ทำให้ พิชิต ชื่นบาน ได้เป็น ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และ มีชื่อ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในยุค นายเศรษฐา ทวีสิน 

“พิชิต” ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575152

21 พ.ค. 2567

15:43 น.

"พิชิต" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ด่วน “พิชิต ชื่นบาน” ไขก๊อกลาออก รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

21 พ.ค.2567 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า “นายพิชิต ชื่นบาน” รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้ยื่นลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยระบุเหตุผลไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง อันจะทำให้กระทบต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาล

หลังจากถูกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่าด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

\"พิชิต\" ไขก๊อกลาออกรัฐมนตรี เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อ ยันไม่ยึดติดตำแหน่ง

ข้าพเจ้า นายพิชิต ชื่นบาน ตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอยืนยันชีวิตยึดมั่นในความบริสุทธิ์ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเรียบร้อย เมื่อรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายกฎหมายทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ได้ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนส่วนรวมเป็นที่สำคัญ ข้าพเจ้าเนว่าปัญหาของพี่น้องประชาชนยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่องหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งปัญหาปากท้อง เศรษฐกิจ สังคม การเมือง ตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่เมื่อมีการยื่นคำร้องเกี่ยวกับข้าพเจ้า ถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ตรวจสอบและเชื่อมั่นโดยสุจริตแล้วว่า

ข้าพเจ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายทุกประการก็ตาม แต่เรื่องนี้ได้มีการพาดพิงไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี หัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ และไม่กระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรีที่มีความจำเนต้องเดินหน้าด้วยความต่อเนื่อง

ข้าพเจ้าจึงไม่ยึดติดกับตำแหน่ง ในลักษณะยึดถือประโยชน์ส่วนตนยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนรวม ดังนั้น โดยหนังสือฉบับนี้ให้ถือเป็นเจตนาของข้าพเจ้าที่มีต่อนายกรัฐมนตรี “ข้าพเจ้า ขอลาออกจากการ ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ” เพื่อให้นายกรัฐมนตรีเดินหน้าบริหารประเทศต่อไปได้ โดยให้มีผลนับแต่วันที่ 21 พฤษภาคม2567 เป็นต้นไป อนึ่ง ข้าพเจ้าขอกราบนมัสการลา พระเถรานุเถระ กรรมการมหาเถระสมาคม พระอาจารย์ที่เคารพนับถือ ข้าราชการ และประชาชน ที่ให้กำลังใจต่อข้าพเจ้ามาโดยตลอด นับแต่นี้ขอใช้โอกาสส่วนตัวทำนุบำรุง พระพุทธศาสนาสีบต่อไปจนชีวิตข้าพเจ้าจะหาไม่

โดยในช่วงเช้า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่าจะลาออกก็ต่อเมื่อ มีการพิสูจน์แล้วว่าลาออกแล้วทุกอย่างจบ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะเอามันไม่ได้

ส่วนจะดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือ ให้พ้นจากหน้าที่ ใช่หรือไม่ ตนเคารพในดุลยพินิจศาลไม่ขอก้าวล่วง

นายพิชิต ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์คิดเองทำเองใดใดทั้งสิ้น  ในการแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรี ตนทำงานมา 6-7 เดือน ไม่เคย ประจบสอพลอ และนายเศรษฐา เป็นคนตั้งใจทำงานตรงไปตรงมา แม้ท่านจะเมตตาตั้งตนแทบตาย ถ้าตนมีปัญหาจริงก็ตั้งไม่ได้ ไม่มีใครช่วยได้ เพราะมีระบบตรวจสอบ

และก่อนหน้านี้ ตน ขอถอนตัวว่า ไม่รับตำแหน่ง เพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้าแต่เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วอยากใช้ตนทำงานตนก็มาทำงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องปัจจัยไม่มีเรื่องตัวเงินตั้งแต่แรก  พร้อมยกมือไหว้ ขอวิงวอนให้นายเศรษฐาได้ทำงานต่อ

นายพิชิต กล่าวว่าตนขอขอบคุณ 40 สว. และขออโหสิกรรม ตนชอบใจมาก เพราะสิ่งที่ตนโดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 51 ตนโหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต

“คำตอบของการแก้วงจรอุบาทว์ คือ ใครก็ได้คิดกันมาเลยบอกว่าถ้า พิชิต ลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พร้อมยกมือไหว้เหนือหัว ผมพูดกลางแดดต่อหน้าพระสยามเทวาธิราช ในองค์การพยพของกระบวนการยุติธรรม ว่าสิ่งที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์แบบนี้ แล้วให้พิชิตลาออก มันจบปัญหา ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้เดือนนี้เดือนไหน ผมพร้อมเลยครับ“

ทั้งนี้ ตน มั่นใจว่า หลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ มีจริง ตนไม่หวั่นไหว และคำวินิจฉัยศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่ตนเป็นคนหิ้วถุง 2,000,000 ตน จะลาออกวันนี้เลย  ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  หลายคนที่ว่ากล่าวติติงตนว่าเป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2,000,000 เป็นการพูดอย่างคนไร้สติไม่มีเหตุไม่มีผล และถามว่าในสมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีคนหมั่นไส้ตนทำไมไม่ยื่นถอดถอนตนในข้อเท็จจริงข้อนี้

ด่วน ‘พิชิต ชื่นบาน’ จ่อกลับลำ ชิง ‘ลาออก’ รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575144

21 พ.ค. 2567

14:28 น.

ด่วน 'พิชิต ชื่นบาน' จ่อกลับลำ ชิง 'ลาออก' รมต.ประจำสำนักนายกฯ บ่ายนี้

สะพัด ‘พิชิต ชื่นบาน’ กลับลำกะทันหัน เตรียม ‘ลาออก’ จาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในช่วงบ่ายวันนี้ หลังจากช่วงเช้ายืนยันไม่ลาออก

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

วันที่ 21พ.ค.2567 มีรายงานว่า นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมชิง ลาออก จากตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายวันนี้

ภายหลังถูกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) 40 คน ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยถอดถอน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักงานายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 170 (4) และ (5) ประเด็นว่า ด้วยขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และมีพฤติกรรมฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับหรือไม่รับคำร้องในวันที่ 23 พ.ค.นี้

ก่อนหน้านั้น ในช่วงเช้า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิชิต ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ทำอะไรผิดจากนายกรัฐมนตรี 

ในอดีตเวลาจัด ครม. จะต้องมีการกรอกรับรองคุณสมบัติต้องห้าม มีสำนักเลขาธิการสำนักนายกฯ เมื่อรับเอกสารแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ป.ป.ช., กรมบังคับคดี ตรวจสอบ เมื่อดูทุกเรื่องแล้วหากมีข้อสงสัยก็จะส่งเรื่องไปถามยังกฤษฎีกา 

“จึงถามว่าจะเอาผิดนายกฯ ทำไม ขอพูดแบบไม่อาย เป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯ และพิทักษ์มาหลายนายกฯ แล้ว”

นอกจากนี้ นายพิชิต ยังกล่าว ขอบคุณ 40สว. และขออโหสิกรรม ขอบใจมาก สิ่งที่โดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 2551 โหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต มั่นใจว่าหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมีจริง คำสั่งศาลฎีกาไม่ได้ผูกพันศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกาขอท้าให้ไปดูว่าหากมี ตรงไหนที่เป็นคนหิ้วถุง 2 ล้านบาท จะลาออกวันนี้เลย ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

“หลายคนที่ว่ากล่าวติติงผมว่า เป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2 ล้านบาท เป็นการพูดอย่างคนไร้สติ ไม่มีเหตุผล ถามว่าในสมัยที่เป็น ส.ส. มีคนหมั่นไส้ ทำไมไม่ยื่นถอดถอน”

นายพิชิต กล่าวด้วยว่า คำว่า วินัย จะเริ่มจับเมื่อรับข้าราชการ จะไม่มีการจับก่อนรับตำแหน่ง หรือ พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอพวก สว. ดูกันให้ดี เพราะคำว่า จริยธรรม ต้องมาใช้กับตนตอนนี้ คำอธิบายของกฤษฎีกาก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่า ยกเว้นคำสั่ง หมายความว่า ตนมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีอะไรเชื่อมโยงว่า นายกฯ เศรษฐา เป็นคนผิด 

“เพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ ยุติวงจร “รัฐประหาร” ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575136

21 พ.ค. 2567

13:10 น.

"เพื่อไทย" ออกแถลงการณ์ ยุติวงจร "รัฐประหาร" ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

“เพื่อไทย” ออกแถลงการณ์ 10 ปีที่ผ่านไป จาก “รัฐประหาร” 22 พฤษภาคม 2557 “ยุติวงจรรัฐประหาร ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ เรื่อง 10 ปีที่ผ่านไป จาก “รัฐประหาร” 22 พฤษภาคม 2557 “ยุติวงจรรัฐประหาร ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นผู้แถลง

โดยในแถลงการณ์ได้กล่าวว่า “22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 อํานาจอธิปไตยของคนไทยดับสิ้นลง จากคณะรัฐประหารที่ชื่อว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยึดอํานาจรัฐบาลเพื่อไทย รัฐบาลที่มาจากความไว้วางใจของพี่น้องประชาชน”

การกระทําการ รัฐประหาร คือ การกระทําที่ผิดกฎหมาย ทําลาย ประชาธิปไตย ผลักประเทศให้เดินถอยหลังไปสู่ความถดถอยภายใต้อํานาจเผด็จการ สิ่งที่เราสูญเสียไปคือ ‘โอกาสของประเทศ’ ทั้งที่สามารถประเมินมูลค่าได้ และอีกนานัปการที่ประเมินมูลค่าไม่ได้

พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า เราปฏิเสธการรัฐประหาร ไม่ยอมรับสารตั้งต้นที่อาจเป็นการสร้างเงื่อนไขไปสู่การรัฐประหาร และปฏิเสธการนิรโทษกรรมต่อการรัฐประหารในทุกกรณี  ศาลและองค์กรรัฐอื่นๆ ต้องยกเลิกบรรทัดฐานที่ว่า การรัฐประหารโดยใช้กําลังอาวุธสําเร็จ เป็น รัฏฐาธิปัตย์

เรายืนยันแนวคิดให้มีการตรากฎหมายต่อต้านการรัฐประหารขึ้น โดยห้ามมิให้ศาลยอมรับการรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และยืนยันในแนวคิดว่า ความผิดในการรัฐประหารไม่มีอายุความ โดยให้ถือเป็นประเพณีการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย

พรรคเพื่อไทย ออก แถลงการณ์พรรคเพื่อไทย ออก แถลงการณ์

เพื่อไทย ยืนยันว่า การรัฐประหาร คือ อาชญากรรมร้ายแรงต่อมวลมนุษยชาติ เป็นอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย เรายึดมั่นในหลักการว่าอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย เราจะร่วมกันต่อต้านการรัฐประหาร การรัฐประหารจะต้องหมดไปจากประเทศไทย

การรัฐประหารที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่ผ่านมา จะมีข้ออ้างเสมอมาว่ารัฐบาลประชาธิปไตยบริหารประเทศล้มเหลว อ้างสถานการณ์ที่นําไปสู่การยึดอํานาจโดยใช้กําลังอาวุธ แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่การรัฐประหาร นําพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า มีแต่นําไปสู่ความตกต่ำ ถดถอย และล้าหลัง ดังที่เห็นกันอยู่ตลอดมา

พรรคเพื่อไทย ในฐานะสถาบันการเมือง ในฐานะแกนนํารัฐบาลของพี่น้องประชาชน เราจะบริหารราชการแผ่นดินอย่างดีที่สุด เราจะร่วมมือกันกับคนไทยผู้รัก ประชาธิปไตย ไม่ให้การรัฐประหารเกิดขึ้นในประเทศไทยอีก

แถลงการณ์แถลงการณ์

‘พิชิต’ ท้าสู้ วงจรอุบาทว์ พร้อมเปิดใจเรื่อง ‘ถุงขนม2ล้าน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575130

21 พ.ค. 2567

11:45 น.

'พิชิต' ท้าสู้ วงจรอุบาทว์ พร้อมเปิดใจเรื่อง 'ถุงขนม2ล้าน'

‘พิชิต’ ท้าสู้ ดวลตัวต่อตัวกับ วงจรอุบาทว์ พร้อมเปิดใจเรื่อง ‘ถุงขนม2ล้าน’ ลั่นเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯมาหลายคนแล้ว

นายพิชิต ชื่นบานนายพิชิต ชื่นบาน

วันที่21พ.ค.2567 นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ โดยก่อนการประชุม ให้สัมภาษณ์เปิดใจกรณีการเข้าชื่อของ 40สว. ต่อประธานวุฒิสภา ส่งต่อไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัย คุณสมบัติ การเป็น นายกรัฐมนตรี ของ นายเศรษฐา ทวีสิน  และ นายพิชิต ชื่นบาน ในฐานะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ทำอะไรผิดแผกจาก นายกรัฐมนตรี ในอดีต เพราะเวลาจัดคณะรัฐมนตรีจะต้องมีการกรอกรับรอง คุณสมบัติ ต้องห้ามเมื่อกรอกแล้ว จะมีสำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทำงานอย่างมืออาชีพไม่สามารถช่วยใครได้เมื่อรับเอกสารแล้วก็จะส่งเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  , คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ , กรมบังคับคดี 

เพื่อตรวจสอบว่าใครมีคดีในประวัติอาชญากรรม และเมื่อดูทุกเรื่องแล้ว หากมีข้อสงสัยจะส่งเรื่องไปถามกฤษฎีกา ถามว่าจะเอาผิดนายกรัฐมนตรีทำไม เพราะท่านเป็นคนตั้งใจทำงาน

ขอพูดแบบไม่อาย ว่าเป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯและพิทักษ์มาหลายนายกฯแล้ว ไม่ได้มาเพราะอภิสิทธิ์เพราะคนนั้นคนนี้ แต่มาเพราะสมอง ถ้าทำผิดทำชั่วคงไม่มายืนตรงนี้ พร้อมขอโอกาสให้นายกฯเศรษฐาได้ปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินตามประกาศไว้ต่อที่ประชุมรัฐสภา เพราะหลายปัญหาของประชาชนประชาชนยังต้องการการแก้ไข

นายพิชิต ย้ำว่า นายกรัฐมนตรี ไม่มีสิทธิ์คิดเองทำเองใดๆทั้งสิ้น  ในการแต่งตั้งบุคคลเป็นรัฐมนตรี ทำงานมา6-7 เดือน ไม่เคย ประจบสอพลอ และนายเศรษฐาเป็นคนตั้งใจทำงานตรงไปตรงมา แม้ท่านจะเมตตาตั้งตนแทบตาย ถ้าตนมีปัญหาจริงก็ตั้งไม่ได้ ไม่มีใครช่วยได้ เพราะมีระบบตรวจสอบ และก่อนหน้านี้ขอถอนตัวว่าไม่รับตำแหน่งเพราะอยากให้บ้านเมืองเดินหน้า แต่เมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว อยากใช้ตนทำงาน ตนก็มาทำงาน ยืนยันว่าไม่มีเรื่องปัจจัยไม่มีเรื่องตัวเงินตั้งแต่แรก พร้อมยกมือไหว้ ขอวิงวอนให้นายเศรษฐาได้ทำงานต่อ

นายพิชิต กล่าวว่า ขอบคุณ 40สว. และขออโหสิกรรม ตนขอบใจมาก เพราะสิ่งที่ตนโดนกระทำ หลายคนไม่เคยศึกษาชีวิตตน  ตั้งแต่ปี 51 ตนโหยหาความยุติธรรมมาทั้งชีวิต

ทั้งนี้ มั่นใจว่าหลักนิติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญมีจริง ไม่หวั่นไหว และคำวินิจฉัยศาลฎีกาไม่ได้ผูกพัน ศาลรัฐธรรมนูญ  เพราะฉะนั้นประเด็นตามคำสั่งศาลฎีกา ขอท้าให้ไปดูว่าหากมีตรงไหนที่ตนเป็นคนหิ้วถุง 2,000,000 บาท ตนลาออกวันนี้เลย ไม่ต้องรอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย 

หลายคนที่ว่ากล่าวติติงตนว่า เป็นไอ้ทนายถุงเงิน 2,000,000 บาท เป็นการพูดอย่างคนไร้สติ ไม่มีเหตุไม่มีผล และถามว่าในสมัยที่ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและมีคนหมั่นไส้ตนทำไมไม่ยื่นถอดถอนตนในข้อเท็จจริง ข้อนี้  

เรื่องคำว่า วินัย จะเริ่มจับเมื่อรับข้าราชการ จะไม่มีการจับก่อนรับตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอพวก สว. ดูกันให้ดี เพราะคำว่า จริยธรรม ต้องมาใช้กับตนตอนนี้  ซึ่งคำอธิบายของกฤษฎีกาก็มีความชัดเจนอยู่แล้ว ว่า ยกเว้นคำสั่งหมายความว่าตนมีคุณสมบัติและไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีอะไรเชื่อมโยงว่านายกฯเศรษฐาเป็นคนผิด

แต่ เรื่องนี้เป็นวาระวงจรอุบาทว์ ที่พยายามจะทำให้ผู้นำประเทศต้องหลุดจากตำแหน่ง ตนมีเพื่อนใน สว. และทราบดีว่าใครมีพฤติกรรมอย่างไร แต่ไม่ขอพูด วันนี้ขอใช้คำว่าเปิดใจ ไม่ต้องมาถามว่ากังวลไหม สบายๆ ชี้แจงได้ทุกเรื่อง

ขณะเดียวกัน นายพิชิต ยังชี้แจง ถึงกระแสข่าวกรณีการลาออกจากตำแหน่ง ว่า ทำหน้าที่โดยยึดมาตรา 164 ตามรัฐธรรมนูญ ว่า การเป็นรัฐมนตรีต้องซื่อสัตย์สุจริตคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะตนเข้ามาทำงานไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง

คำตอบของการแก้วงจรอุบาทว์ คือ ใครก็ได้คิดกันมาเลยบอกว่าถ้าพิชิตลาออกแล้วทุกอย่างจบ ผมจะทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ พร้อมยกมือไหว้เหนือหัว ผมพูดกลางแดดต่อหน้าพระสยามเทวาธิราช ในองค์การพยพของกระบวนการยุติธรรม ว่า สิ่งที่ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์แบบนี้ แล้วให้พิชิตลาออก มันจบปัญหา ประเทศเดินหน้าได้ วันนี้พรุ่งนี้มะรืนนี้เดือนนี้เดือนไหน ผมพร้อมเลยครับ

นายพิชิต ยังยืนยันด้วยว่า ยังไม่ได้พูดคุยกับ นายกรัฐมนตรี ตนรักและเคารพนายกฯ จึงไม่อยากทำอะไรให้ลำบากใจ ตอนนี้เป็นองครักษ์พิทักษ์นายกฯเศรษฐา พร้อมบอกทั้ง 40สว. และนักกฎหมาย ทีละคน มาดวลกับพิชิตคนเดียว บางคนยื่นชื่อไปยังไม่รู้เรื่องว่าเรื่องอะไร 

เมื่อถามว่า กระบวนการที่พูดถึงมาจากขั้วอำนาจเก่าหรือไม่  นายพิชิต กล่าวว่า ไม่ขอตอบคำถาม แต่แน่นอนว่าเป็นกระบวนการที่ต้องการล้มนายกรัฐมนตรี หากตนมีคุณสมบัติต้องห้ามก็ยื่นร้องมาที่ตนคนเดียวเลย แต่บอกเลยว่าการยื่นครั้งนี้ตนขอขอบคุณเพราะเข้าทางตน ที่โหยหาความยุติธรรมมานานแล้ว

นายพิชิต ยังย้ำในช่วงท้ายว่า จะลาออกก็ต่อเมื่อ มีการพิสูจน์แล้วว่าลาออกแล้วทุกอย่างจบ เพราะการบริหารราชการแผ่นดินจะเอามันไม่ได้

ส่วนจะดำรงตำแหน่งจนกว่าจะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือ ให้พ้นจากหน้าที่ ใช่หรือไม่ ตนเคารพในดุลยพินิจศาลไม่ขอก้าวล่วง

ทั้งนี้ นายพิชิต ให้สัมภาษณ์เกือบ1ชั่วโมง โดยช่วงแรกมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมบอกว่า สมนามสกุล “ชื่นบาน” ขณะที่ในช่วงท้ายที่เริ่มอธิบายเข้าเนื้อหาได้มีสีหน้าจริงจังและน้ำเสียงดุดัน โดยภายหลังการให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นก่อน จะเข้าร่วมประชุม ครม. นายพิชิตได้หันหน้ากลับมาหา สื่อมวลชนพร้อมชูกำปั้นข้างขวา เป็นสัญลักษณ์ว่าพร้อมสู้

ขณะเดียวกัน เวลา 10.30 น. ที่ สภาทนายความ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนและร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยัง ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี ของ นายพิชิต ชื่นบาน ออกจากการเป็นทนายความ เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติมยื่นให้ ปปช.และ กกต. ถึง ศาลรัฐธรรมนูญ เอาผิดต่อการกระทำผิดของบุคคลทั้ง นายเศรษฐา และ นายพิชิต ต่อไป

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนต่อสภาทนายความ ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี ของนายพิชิต ชื่นบานเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศ (คปท.) กองทัพธรรม และศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) เข้ายื่นหนังสือ ร้องเรียนต่อสภาทนายความ ขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยคุณสมบัติต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี ของนายพิชิต ชื่นบาน

ทีมทนาย ‘บุ้ง ทะลุวัง’ จี้ราชทัณฑ์ขอประวัติการรักษาย้อนหลัง ‘บุ้ง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575064

20 พ.ค. 2567

11:19 น.

ทีมทนาย 'บุ้ง ทะลุวัง' จี้ราชทัณฑ์ขอประวัติการรักษาย้อนหลัง 'บุ้ง'

พี่สาว ‘บุ้ง ทะลุวัง’ มอบทนายความ ขอรับประวัติการรักษาย้อนหลังน้องสาว 5 วัน หลังเลื่อนมาแล้ว 7 ครั้ง ด้าน ราชทัณฑ์อ้างหนังสือรับมอบอำนาจมีปัญหา

การเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องหาคดีทางการเมือง ซึ่งอดอาหารประท้วง หลังถูกคุมขังในทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา จนเกิดอาการวิกฤตหัวใจหยุดเต้น ต้องส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี โดยแพทย์ได้ปั๊มหัวใจยื้อชีวิต (CPR) แต่ไม่เป็นผลก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา 

นางสาววีรดา คงธนกุลโรจน์ หนึ่งในทีมทนายความที่ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัว นางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ทะลุวัง เดินทางมาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อขอประวัติการรักษานางสาวเนติพรย้อนหลัง 5 วัน ก่อนเสียชีวิต ซึ่งทางราชทัณฑ์แจ้งเลื่อนมอบประวัติการรักษามาแล้วถึง 7 ครั้ง 

โดยนางสาววีรดาระบุว่าก่อนหน้านี้ได้รับการติดต่อจาก พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ สายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ว่าให้มารับเอกสารวันนี้

ซึ่งเคยแจ้งกับทางราชทัณฑ์ไว้แล้วว่าได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวนางสาวเนติพรให้มารับเอกสารตามที่แจ้งไว้ แต่พอมาถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ถามถึงพี่สาวของนาวสาวเนติพรและแจ้งว่าหนังสือรับมอบอำนาจไม่ถูกต้องตามที่แจ้ง

ตนยืนยันว่าไม่ใช่คนอื่น ตนเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากพี่สาวของนางสาวเนติพรจริง ซึ่งวันนี้ถ้ายังไม่ได้เอกสารอีกจะถือว่าเลื่อนเป็นครั้งที่ 8 ตามที่ทนายกฤษฎางค์ นุสจรัส กล่าวอ้าง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากพันตำรวจเอกทวีและนายสหการณ์ว่า ให้ทีมทนายความมารับเอกสารได้เลย ซึ่งตนมารอตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเย็นก็ยังไม่ได้รับเอกสาร

ส่วนที่พี่สาวของนางสาวนิติพรไม่ได้เดินทางไปรับเอกสารด้วยตนเองวันนี้ เนื่องจากยังไม่แล้วเสร็จภารกิจงานศพของนางสาวเนติพร จึงมอบอำนาจให้ทีมทนายความมารับเอกสาร

นางสาววีรดาบอกอีกว่านายสหการณ์เป็นผู้รับปากกับทีมทนายความเอง จึงอยากถามกลับว่าถ้าเป็นแบบนี้ใครจะเป็นผู้ให้คำตอบและความชัดเจนได้ เพราะที่ผ่านมาทำทุกอย่างอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด และปกติประตูทางเข้าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็ไม่เคยปิด สามารถเดินเข้าไปได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลื่อนออกไปหลายครั้งแบบนี้มองว่าเป็นการปาหี่หรือไม่ สำหรับทีมทนายความมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะที่ผ่านมาเคยถามกรมราชทัณฑ์ว่าติดปัญหาอะไรหรือไม่

ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าไม่ได้ติดปัญหาอะไร อยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร ซึ่งตนมองว่าไม่ควรใช้เวลานานขนาดนี้ เพราะเป็นบันทึกการรักษาที่โรงพยาบาลต้องมีอยู่แล้ว และทางโรงพยาบาลก็ยืนยันว่าส่งมอบให้ทันตามที่แจ้งไว้ และส่วนตัวก็รู้สึกว่า ไม่รู้ว่ากรมราชทัณฑ์เล่นอะไรอยู่ หากมีปัญหาเรื่องการมอบอำนาจจริงทำไมไม่แจ้งแต่วันแรก หลังให้สัมภาษณ์จบ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้เชิญให้นางสาววีรดาเข้าไปด้านใน โดยให้เพื่อนที่มาด้วยรออยู่ด้านนอก