นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก มีผลแล้ว เตรียมคุย รทสช.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574451

10 พ.ค. 2567

11:23 น.

นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก มีผลแล้ว เตรียมคุย รทสช.

นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก มีผลแล้ว เตรียมคุย รทสช. ที่ ครม.สัญจร เพชรบุรี กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เย็นนี้รวมกันกินข้าวบ้านประภัทร โพธสุทน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการลาออกของ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ว่า มีผลทันที ขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ เชื่อว่าการประชุม ครม.สัญจร จ.เพชรบุรี จะได้พูดคุยกัน

นายกฯ ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ 4 จังหวัดบุรี เป็นการกระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมหรือไม่ ว่า ตนเอาประชาชนเป็นที่ตั้งดีกว่า ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ที่จะไปทุกภาคส่วน และแม้ตนเป็นนายกฯ ที่มาจากพรรคเพื่อไทย ก็ได้ลงพื้นที่ร่วมกันกับพรรคพลังประชารัฐ และพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมย้ำว่าหลักการใหญ่คือการดูแลประชาชนเป็นหลัก เพราะฉะนั้นการลงพื้นที่ 4 จังหวัดรอบนี้ ก็ดูแลประชาชน ไปดูว่าตรงไหนสามารถช่วยอะไรได้บ้าง

ส่วนเรื่องของการกระชับความสัมพันธ์ ก็แน่นอน เพราะการอยู่ร่วมกันหลายๆพรรค ก็ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเย็นวันนี้จะทานข้าวที่บ้านของ นายประภัทร โพธสุทน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

นายกฯ สั่งตั้ง War room ติดตามไฟไหม้ มาบตาพุดแทงค์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574410

09 พ.ค. 2567

17:57 น.

นายกฯ สั่งตั้ง War room ติดตามไฟไหม้ มาบตาพุดแทงค์

นายกฯ สั่งตั้ง War room ติดตามไฟไหม้ มาบตาพุดแทงค์ สั่งการตรงแก้ไขปัญหาทันท่วงที มีประสิทธิภาพ พื้นที่ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2 อพยพคนออกจากพื้นที่

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์เพลิงไหม้ถังเก็บวัตถุดิบ TK-1801 Pyrolysis Gasoline ของบริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด บริเวณท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้ทราบเหตุการณ์และติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานและสั่งการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมให้ติดตามการระงับเหตุ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน เข้าควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ 

ภายหลังเกิดเหตุ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง ได้ร่วมกับหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจิตอาสา อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ศูนย์ตอบโต้ NPC และทีมงานจากเครือ SCG ระดมสรรพกำลังเข้าปฏิบัติการควบคุมเพลิงและดับไฟ รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ โดยในพื้นที่ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินที่ระดับ 2 และสั่งประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการควบคุมไฟ เฝ้าระวังไม่ให้เกิดลุกลาม รวมทั้งเร่งอพยพประชาชนให้ออกไปยังที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด 

มีการเปิด War Room ศูนย์ประสานเหตุการณ์ในการระงับเหตุ ซึ่งทางจังหวัดระยอง ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับ 2 แล้ว และเร่งอพยพคนในพื้นที่ ทั้งพนักงาน และสถานประกอบการโรงงานทุกแห่งในพื้นที่เกิดเหตุ ให้ออกจากพื้นที่โดยด่วน ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการควบคุมเพลิงไหม้ ทั้งการใช้รถดับเพลิงและโฟม พร้อมกับเฝ้าระวังถังเก็บสารเคมีฯ ไม่ให้ลุกลามเพิ่มเติม ควบคู่กับการอพยพประชาชนให้ออกไปยังพื้นที่ปลอดภัย ในส่วนผู้บาดเจ็บได้นำส่งโรงพยาบาลและอยู่ในความดูแลของแพทย์เรียบร้อยแล้ว ขณะที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้สั่งการตรวจสอบสาเหตุและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งให้บริษัทฯ ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้างถังสารเคมีฯ เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน และจัดทำมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ

“นายกรัฐมนตรีห่วงใย สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าช่วยเหลือดูแล อพยพประชาชนที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง ไม่ให้ได้รับอันตรายและผลกระทบ ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ กำชับให้แก้ไขสถานการณ์โดยด่วน พร้อมให้หามาตรการป้องกันและควบคุมให้รัดกุมยิ่งขึ้น ไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเช่นนี้อีก” นายชัย กล่าว

เทศบาลเมืองมาบตาพุด ได้แจ้งประชาสัมพันธ์ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอพยพไปยังจุดปลอดภัย ได้แก่ 1. โรงเรียนมาบตาพุดพิทยาคาร 2. โรงเรียนบ้านมาบตาพุด และ 3. หาดน้ำริน บ้านฉาง และขอให้หลีกเลี่ยง 5 เส้นทาง ได้แก่ 1. ถ.สุขุมวิท 2. เส้นทางเข้าตลาดลาว 3. เส้นทางปกรณ์สงเคราะห์ 4. เส้นทางจากหนองแฟบ และ 5. ถ.เลียบชายหาดสุชาดา

เพื่อไทยรุก ‘อนุทิน-เนวิน’ กลืนเลือด ‘กัญชา’ ขาลงตามเกมนายใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574400

09 พ.ค. 2567

17:18 น.

เพื่อไทยรุก ‘อนุทิน-เนวิน’ กลืนเลือด ‘กัญชา’ ขาลงตามเกมนายใหญ่

เกมเดินเร็ว อนุทิน-เนวิน ถอย กัญชากลับเป็นยาเสพติด พท.รุกปราบยาบ้า-กัญชาเสรี ภท.กลืนเลือด ดันกฎหมายคุมสายเขียวไม่สำเร็จ

สถานการณ์กัญชาในวันนี้ ต่างจากปี 2562 ที่เนวิน ชิดชอบ บูมกัญชาเสรีสถานการณ์กัญชาในวันนี้ ต่างจากปี 2562 ที่เนวิน ชิดชอบ บูมกัญชาเสรี

นายใหญ่รุก อนุทิน ถอย กัญชากลับเป็นยาเสพติด เพื่อไทยชิงเก็บแต้มปราบยาบ้า-กัญชาเสรี ภูมิใจไทยกลืนเลือด หลังกฎหมายไม่สำเร็จ

ดับฝันเนวิน ดันแคลิฟอร์เนียโมเดล เหตุปลดล็อกกัญชาเร็วเกินไป กฎ หมายไม่พร้อม กระแสตีกลับ ชาวบ้านต้านสายเขียวเสรี

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายก รัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย, สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม 

ในวงประชุมวันนั้น นายกฯเศรษฐา สั่งการขอให้กระทรวงสาธารณ สุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น

วันถัดมา รองนายกฯอนุทิน ให้สัมภาษณ์ทำนองว่า ถ้าวันนี้ มีข้อมูลใหม่ ถ้ามีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ กัญชาเป็นยาเสพติดที่อันตราย ก็ต้องรับฟังและพิจารณา

รองนายกฯอนุทิน ย้ำว่า หากมีการดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดจริง ก็ไม่กระทบต่อฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย 

นับแต่รัฐบาลประยุทธ์ปลดล็อกกัญชา เมื่อ 9 มิ.ย.2565 มีการออกกฎกระทรวงสาธารณสุขให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม แต่ที่มาผ่านก็เป็นการควบคุมแบบครอบจักรวาล

เนื่องจากการปลดล็อกกัญชาที่เร็วเกินไปได้สร้างช่องว่างในการกำกับดูแลจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ส่งผลให้มีการใช้กัญชาเชิงสันทนาการ หรือกัญชาเสรี จนทำให้ประชาชนทั่วไปมองว่า เป็นการส่งเสริมให้เยาวชนเข้าถึงยาเสพติดได้ง่ายขึ้น

ดับฝันกัญชาเสรี

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2562 พรรคภูมิใจไทย เปิดตัวผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายเนวิน ชิดชอบ เป็นผู้นำเสนอนโยบายกัญชาเสรี

วันนั้น ศักดิ์สยามบอกว่า กัญชาเพื่อปากท้อง เป็นแนวคิดของเนวิน “..ที่ผมพูดคือสิ่งที่พี่เนวินทำ ทำในสิ่งที่คนไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้”

แคลิฟอร์เนียโมเดล กัญชาพืชเศรษฐกิจ เป็นแนวทางที่ภูมิใจไทยนำมาประยุกต์หาเสียงในการเลือกตั้งปี 2562 ซึ่งได้รับเสียงตอบรับจากชาว บ้านจำนวนไม่น้อย

ต่างจากการเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทย แทบจะเก็บพับนโยบายกัญชาเสรี ไม่มีการนำมาหาเสียงอย่างครึกโครมเหมือนเก่า

เหตุที่ค่ายสีน้ำเงิน ไม่บูมนโยบายกัญชา เพราะมีกระแสตีกลับจากกลุ่มผู้ปกครองที่รับไม่ได้กับลูกหลานพากันเสพกัญชา เหมือนเสพยาบ้า 

อีกด้านหนึ่ง พ.ร.บ.กัญชง กัญชา พ.ศ…ของพรรคภูมิใจไทย ถูกตีตกในสภาฯ ทำให้การปลดล็อกกัญชา ไม่มีกฎหมายรองรับ ถือว่าเป็นความล้มเหลวของพรรค จึงไม่อยากขายนโยบายนี้ 
 

กัญชง-กัญชาขาลง

ในวันที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเก้าอี้ รมว.สาธารณสุข ได้ปลดล็อกกัญชง กัญชาออกจากยาเสพติด ประชาชนปลูกกัญชาได้ในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ รวมถึงจัดจำหน่ายกัญชาที่มีสาร THC ไม่เกิน 0.2% ซึ่งไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษได้ 

ปีที่แล้ว กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า ร้านจำหน่ายกัญชามากกว่า 20,000 ร้านทั่วไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมกัญชา-กัญชง ในปี 2567 จะมีมูลค่าถึง 36,525 ล้านบาท 

เมื่อรัฐบาลเศรษฐา จะออกประกาศดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ย่อมทำให้อุตสาหกรรมกัญชาสั่นสะเทือน ตั้งแต่ผู้ผลิตต้นน้ำ ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงผู้ใช้กัญชา

อันที่จริง ช่วงต้นปี 2567 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต รมว.สาธารณสุข ได้วางไทม์ไลน์จะออกกฎหมายห้ามการจำหน่ายและใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ ภายในสิ้นปี 2567 และอนุญาตเฉพาะการใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ภูมิใจไทย และรองนายกฯอนุทิน ก็พอจะประเมินได้ว่า พรรคเพื่อไทยเอาแน่ ไม่เอากัญชาเสรี จึงพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์

จังหวะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีสาธารณสุข ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นสมศักดิ์ เทพสุทิน นายกฯเศรษฐา จึงชิงรุกดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด เพื่อตอบสนองเสียงเรียกร้องของประชาชนให้จัดการปราบยาบ้าและกัญชาอย่างเด็ดขาด

‘ภูมิธรรม’ เล็งปล่อยประมูลข้าว 10 ปี ส่งออกแอฟริกา ยกกอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574394

09 พ.ค. 2567

16:23 น.

‘ภูมิธรรม’ เล็งปล่อยประมูลข้าว 10 ปี ส่งออกแอฟริกา ยกกอง

‘ภูมิธรรม’ เล็งปล่อยประมูลข้าว 10 ปี ส่งออกแอฟริกา ยกกอง ยืนยันคุณภาพข้าวผ่านมาตรฐาน แม้สีจะเปลี่ยน แต่ละรับประทานได้

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาแสดงความเป็นห่วงข้าวหอมมะลิในโครงการรับนำจำข้าว อาจมีสารปนเปื้อนทำให้เกิดมะเร็งได้ว่า ตนเองได้พิสูจน์ให้เห็นในขั้นตอนแรกว่า สภาพกายภาพข้าวยังอยู่ดี แม้สีจะเปลี่ยนไปบ้าง คุณภาพไม่เหมือนข้าวใหม่ และสามารถรับประทานได้ จึงขออย่าดรามาเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเพียงการสรุปสภาพทางกายภาพของข้าว และหากใครต้องการจะตรวจสอบ ก็สามารถมาตรวจสอบได้ และในการตรวจพิสูจน์ดังกล่าว ก็มีทั้งสื่อมวลชน ข้าราชการ รวมถึงเซอเวย์เยอร์ ที่เป็นผู้ลงทะเบียนตรวจข้าวไปต่างประเทศที่ต่างชาติยอมรับตามมาตรฐาน รวมถึงผู้ส่งออก และโรงสีต่าง ๆ ที่มั่นใจว่า สามารถทำได้ และพร้อมประมูล ซึ่งในกระบวนการส่งออก เอกชนมีขั้นตอนในการปรับปรุงข้าว 

ส่วนจำเป็นจะต้องให้สาธารณสุข หรือนักวิชาการใด ๆ ตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะการวิจารณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ กับข้าวกว่า 150,000 กระสอบ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ท้าทายใคร เพียงแต่ต้องการพิสูจน์ที่ตนควรจะทำ เพื่อเตรียมเปิดประมูลให้ได้ราคาในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ และหากยังดรามากันไม่จบก็กังวลว่า จะไม่สามารถประมูลได้ 

นายภูมิธรรม ยังขอให้เชื่อว่า ประเทศที่รับซื้อ หรือผู้ค้า-ผู้ส่งออก เจ้าของโรงสี ไม่นำข้าวเน่าไปขายแน่นอน และหากจะขายต้องมั่นใจ มิเช่นนั้น ขายไปแล้วก็จะไม่มีใครมาซื้ออีก และประเทศที่รับซื้อ ก็จะต้องตรวจสอบรับอย่างเต็มที่ จึงขออย่าดรามาไปมากกว่านี้ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ตนก็เคารพ เพราะตนได้ทำตามขั้นตอนกระบวนการแรกเสร็จสิ้นแล้ว 

ส่วนข้าวดังกล่าวจะประมูลเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว หรือประมูลเพื่อจำหน่ายบริโภคในประเทศนั้น นายภูมิธรรม ชี้แจงว่า ส่งออกอย่างเดียวก็ไม่พอแล้ว โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกา 15,000 ตัน จึงจะต้องเป็นการประมูลยกกองทีเดียว ไม่แบ่งขายในประเทศหรือนอกประเทศ 

นายภูมิธรรม ยังชี้แจงกรณีที่เคยมีผู้ชนะการประมูลข้าวดังกล่าวไปแล้ว แต่ไม่มานำข้าวออกไปว่า เกิดขึ้นจริง 4-5 ครั้งแล้ว เพราะราคาข้าวในครั้งนี้สูงมาก เมื่อประมูลแล้ว ราคากลับตก หากรับไปก็จะต้องขาดทุน ดังนั้น จึงเกิดการฟ้องร้องกัน โดยองค์การคลังสินค้า ยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง จึงยืนยันว่า ที่ผู้ประมูลทิ้งข้าว ไม่ใช่เพราะข้าวเน่า แต่เพราะราคาข้าวในปีดังกล่าวตก และการประมูลในครั้งนี้ ตนก็จะเขียนกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนให้ผู้ที่ให้ราคาสูงสุด 5 อันดับแรก มีสิทธิชนะการประมูลข้าว เผื่อกรณีที่มีผู้สละสิทธิ์  และสามารถไปตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนได้ ซึ่งข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวนี้ ไม่มีค้างข้างสต๊อกในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว และโกดังดังกล่าวที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ก็เป็นเพียง 2 โกดังสุดท้ายที่เหลือ

พิษจำนำข้าว ‘ภูมิธรรม’ ฝ่าดราม่ากิน ‘ข้าว 10 ปี’ ผลงานตัวละครลับ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574371

09 พ.ค. 2567

13:09 น.

พิษจำนำข้าว ‘ภูมิธรรม’ ฝ่าดราม่ากิน ‘ข้าว 10 ปี’ ผลงานตัวละครลับ

อีเวนท์ท้าพิสูจน์ ภูมิธรรม โต้ฟอกขาวจำนำข้าว อุ้มยิ่งลักษณ์ เปิดตัวละครลับโรงสีข้าวเมืองช้าง นายกเป๊ปซี่ การันตีข้าว 10 ปีกินได้



รองนายกฯภูมิธรรม เคียงข้างนายกเป๊ปซี่ และจ่าประสิทธิ์ กินข้าว 10 ปีรองนายกฯภูมิธรรม เคียงข้างนายกเป๊ปซี่ และจ่าประสิทธิ์ กินข้าว 10 ปี

ไม่ลองไม่รู้ ภูมิธรรม โต้ฟอกขาวจำนำข้าว อุ้มยิ่งลักษณ์ เปิดตัวละครลับเมืองช้าง นายกเป๊ปซี่ ผู้การันตีข้าว 10 ปี ไม่มีเน่า หุงกินได้ 

เปิดตัว นายกเป๊ปซี่ เจ้าของโรงสีข้าวเมืองช้าง มิตรร่วมรบของจ่าประสิทธิ์ เสื้อแดง อดีตกองหนุนไทยรักไทย-เพื่อไทย

อันเนื่องจากข้าวหอมมะลิ จากโครงการรับจำนำข้าวล็อตสุดท้าย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ จัดรายการไม่ลองไม่รู้ พาสื่อมวลชนไปกินข้าวที่เก็บไว้ 10 ปี จนกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง

ข้าวล็อตสุดท้ายนี้ เก็บไว้ในคลังสินค้า 2 แห่งที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งกำลังจะมีการเปิดประมูลขายภายในเดือน พ.ค. หรือช้าสุดไม่เกินเดือน มิ.ย.นี้คาดว่าอาจจะมีรายได้จากประมูลขายล็อตนี้ประมาณ 200-400 ล้านบาท

หลังอีเวนท์กินข้าว 10 ปีผ่านไป ปรากฏว่า ได้เกิดดราม่ากินข้าวล็อตนี้ได้หรือไม่ รวมถึงมีการโยงไปถึงแผนการเดินทางกลับไทยของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในช่วงปลายปีนี้
 

กลุ่มการเมืองที่อยู่คนละฝั่งเพื่อไทย มองว่า ความเคลื่อนไหวของภูมิธรรม น่าจะเป็นแผนสร้างความชอบธรรมให้กับโครงการรับจำนำข้าว เพราะมันเป็นบาดแผลลึกในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ 

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.2567 รองนายกฯภูมิธรรม จึงออกมาสวนดราม่าข้าว 10 ปีว่า “อย่ามาดราม่าเลย เพราะผมไม่ชอบดราม่ากับใคร เอาความจริงมาพูด เอาปัญหามาแบ เอาสติปัญญามาแก้ปัญหา”

จริงๆแล้ว กองทัพสื่อที่เดินทางไปกับรองนายกฯ ภูมิธรรม ไม่มีใครสนใจตัวละครสำคัญในพื้นที่ จ.สุรินทร์ คือ โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ เจ้าของโรงสีข้าว ผู้ยืนเคียงข้างภูมิธรรม กินข้าวโชว์สื่อในวันนั้น

ผู้ยืนเคียงบิ๊กอ้วน


หลังขบวนรองนายกฯ ภูมิธรรม ปิดอีเวนท์ไม่ลองไม่รู้กินข้าว 10 ปี ก็เดินทางกลับกรุงเทพฯ นักข่าวท้องถิ่นก็เดินไปพบกับ โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ ที่โรงสี ส.ชัยเจริญ ต.กังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

โรจนินทร์ เปิดปากยืนยันว่า ข้าวในโครงการรับจำนำข้าวที่เก็บไว้ 10 ปีนั้น นำไปหุงกินได้ ไม่ต้องซาวข้าวล้างน้ำถึง 15 ครั้ง แค่ 3-4 ครั้ง ก็หุงกินได้แล้ว

“ผมขายข้าว ยังไม่เคยได้ยินคำว่าเก็บข้าวไว้ 10-20 ปี จะทำให้ข้าวข้าวเน่า ข้าวเสีย มีแค่เปลี่ยนสีเป็นเข้มขึ้น หรือข้าวถูกน้ำถึงจะเสีย ส่วนการซาวข้าวล้างน้ำนั้น จริงๆ แล้วล้าง 3 ครั้งก็เพียงพอ”

บทสัมภาษณ์ของเจ้าของโรงสีคนดัง ได้มีการตัดคลิปเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ค และ tiktok เรียกกระแสดราม่ากินข้าว 10 ปีสนั่นโซเชียล

ตามข้อมูลจากนักข่าวท้องถิ่น โรจนินทร์ มีโรงสีข้าว 3 แห่งคือโรงสี ส.ชัยเจริญ จำกัด จ.สุรินทร์, โรงสีข้าวหิรัญเจริญ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์, และโรงสีข้าวหิรัญเจริญ จ.ศรีสะเกษ

อีกมิติหนึ่ง โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘นายกเป๊ปซี่’ ซึ่งปัจจุบัน โรจนินทร์ เป็นนายกเทศ มนตรีตำบลกังแอน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์


เขาคือนายกเป๊ปซี่


นายกเป๊ปซี่-โรจนินทร์ หิรัญโชคอนันต์ กรรมการผู้จัดการโรงสีสุรินทร์ชัยเจริญ จำกัด เป็นผู้สนับสนุนพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ จ.สุรินทร์

การเลือกตั้ง สส.สุรินทร์ ปี 2562 จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ อดีต สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ย้ายไปพรรคเพื่อชาติ จึงชักชวนนายกเป๊ปซี่ มาหนุนพรรคใหม่ของคนเสื้อแดง

นายกเป๊ปซี่ ก็ลาออกจากนายกเทศมนตรีตำบลกังแอน ลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 พรรคเพื่อชาติ และส่งคนสนิท จันทอง ทะนงตน ลงสมัคร สส.สุรินทร์ เขต 7

หลังเลือกตั้ง นายกเป๊ปซี่ ไม่ได้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ จึงหันหลังให้พรรคเพื่อชาติ วิ่งไปหา ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา อดีต สส.สุรินทร์ พรรคพลังประชารัฐ 


เดือน ส.ค.2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯสมัยโน้น เสนอแต่งตั้งนายกเป๊ปซี่ เป็นข้าราชการประจำสำนักนายกฯ ต่อมา นายกเป๊ปซี่ ได้ลาออกมาลงสมัครนายกเทศมนตรีตำบลกังแอนอีกรอบ

ชั่วโมงนี้ นายกเป๊ปซี่ และจ่าประสิทธิ์ เสื้อแดงหวนกลับมาเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จึงไม่แปลกทั้งคู่ จะเป็นตัวละครเอกในอีเวนท์กินข้าว 10 ปี โชว์สื่อกลางโกดังข้าวเมืองช้าง

‘พิมพ์รพี’ หนุนนายกฯ แก้ระเบียบ ยาบ้า 1 เม็ด ครอบครองยาเสพติด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574370

09 พ.ค. 2567

12:47 น.

‘พิมพ์รพี’ หนุนนายกฯ แก้ระเบียบ ยาบ้า 1 เม็ด ครอบครองยาเสพติด

‘พิมพ์รพี’ หนุนนายกฯ แก้ระเบียบ ยาบ้า 1 เม็ด ครอบครองยาเสพติด อุดช่องโหว่เลี่ยงกฎหมาย ผลักดันใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่บำบัดยาเสพติด

ดร.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า จะให้กระทรวงสาธารณสุขเขียนร่างข้อบังคับให้ชัดเจนเกี่ยวกับปริมาณการครอบครองยาบ้าจาก 5 เม็ดเป็นผู้เสพ มาเป็น 1 เม็ดก็ผิด หากพฤติกรรมชัดว่าเป็นผู้ค้าว่า ขอสนับสนุนแนวทางนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เสนอมาอย่างต่อเนื่องว่า พิษภัยของยาเสพติดกำลังทำลายลูกหลาน และประเทศของเราอย่างรุนแรง เช่น ที่จังหวัดกระบี่มีเยาวชนติดยาเสพติดจำนวนมาก ส่วนใหญ่ที่ถูกจับได้จะพกยาบ้า 4 เม็ด เลี่ยงกฎหมายเรื่อง 5 เม็ด และมีคนใช้ประโยชน์จากเด็กเหล่านี้ ด้วยการจ้างให้ไปขโมยผลิตผลทางการเกษตรของเกษตรกร มีโจรขโมยปาล์มจำนวนมาก ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ การแก้กฎระเบียบให้มีความชัดเจนมากขึ้น จะช่วยอุดช่องโหว่ได้ในระดับหนึ่ง แต่เรื่องการแก้ปัญหายาเสพติดยังคงต้องทำอย่างบูรณาการ เดินคู่ขนานกันไปทั้งระบบ ทั้งบำบัด ป้องกัน และ ปราบปราม 

ที่ผ่านมาดิฉันเสนอให้ใช้ค่ายทหารเป็นสถานที่บำบัดผู้เสพยา แต่ไม่เคยได้รับการตอบสนอง ล่าสุดทราบว่า นายกฯ มีแนวคิดเรื่องนี้แล้ว ก็ขอบคุณ และขอให้เดินหน้าทันที อย่างจริงจัง รวมถึงการดึงกัญชากลับมาอยู่ในบัญชียาเสพติดด้วย เพราะมีบทพิสูจน์แล้วว่า การถอดกัญชาจากบัญชียาเสพติดมีผลเสียมากกว่าผลดี ทำให้เยาวชนเข้าถึงง่าย เป็นก้าวแรก ๆ ให้ลองยาเสพติดชนิดอื่นเพิ่มขึ้น กลายเป็นนโยบายมอมเมาทั้งเยาวชนและคนไทย ไม่ควรให้กัญชาเป็นซอล์ฟพาวเวอร์ของไทย เพราะจะด้อยค่าการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาวด้วย

‘สุทิน’ บอก กองทัพพร้อมซื้อข้าว 10 ปี โครงการจำนำ เลี้ยงกำลังพล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574367

09 พ.ค. 2567

11:47 น.

‘สุทิน’ บอก กองทัพพร้อมซื้อข้าว 10 ปี โครงการจำนำ เลี้ยงกำลังพล

‘สุทิน’ บอก กองทัพร้อมซื้อข้าว 10 ปี จากโครงการจำนำ หากมีคุณภาพ เอามาเลี้ยงกำลังพล ลดภาระ – สร้างรายได้ให้รัฐบาล ปิ๊งไอเดียข้าวแลกเรือดำน้ำ

นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงแนวทางร่วมรับซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำ ที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมระบายข้าวจากโกดัง เพื่อมาประกอบเลี้ยงกำลังพลในกองทัพว่า ในส่วนของกองทัพพร้อมสนับสนุนรัฐบาล หากเป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล ที่ผ่านมากองทัพก็ช่วยอยู่แล้ว ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงพาณิชย์ ในการซื้อข้าวให้กับกำลังพล ผลไม้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาตกต่ำ หรือหากจะทำเป็นโครงการอย่างที่พูดคุยกัน เราก็ไม่ขัดข้อง 

สำหรับคุณภาพข้าว ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ก็ต้องไปดูกันอีกครั้งว่าข้าวมีคุณภาพจริงหรือไม่ การชิมของท่านภูมิธรรม ถือเป็นการรับรองมาตรฐานระดับหนึ่ง แต่หากเราจะมั่นใจกว่านั้น อาจจะมีระบบที่ตรวจสอบได้อีก ก็ไม่เป็นไร

เมื่อถามว่า หากข้าวผ่านขั้นตอนการตรวจสอบทุกอย่าง และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ก็สามารถรับซื้อและมาแจกจ่ายให้กำลังพลได้ใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ก็ต้องสอบถามไปยังผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะว่าการจัดซื้ออาหารมาให้กำลังพลก็ต้องดูถึงคุณภาพ ถ้าหากมั่นใจแล้วว่าโอเค คุณภาพดีก็ไม่ต้องไปตรวจสอบ แต่ถ้าคิดว่าอาจจะต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความมั่นใจทางด้านวิทยาศาสตร์ก็สามารถทำได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังกล่าวถึงการแก้ปัญหาเรื่องเรือดำน้ำ และการจัดซื้อเรือฟริเกตสมรรถภาพสูงของกองทัพเรือ ว่า ทั้ง 2 เรื่องนี้ ไม่ว่าจะจบด้วยวิธีใดก็ตาม ต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากที่สุด และนำผลประโยชน์กลับมาในรูปแบบบาร์เตอร์เทรดก็ควรทำ 

ส่วนจะนำข้าวไปแลกได้หรือไม่ ยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่หลักการก็น่าสนใจ หากสมมุติว่าเขามาซื้อข้าว หรือสินค้าเกษตร หรืออุตสาหกรรมของเราจำนวนมาก เพื่อทดแทนชดเชยกับเงินที่เราต้องจ่ายไป

เมื่อถามว่า เป็นข้าว 10 ปีได้หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าเขาต้องการเราก็ให้ 

เมื่อถามว่าจีนจะส่งคณะชุดใหญ่มาพูดคุยความคืบหน้าเรื่องเรือดำน้ำเมื่อใด  นายสุทิน กล่าวว่า ภายในเดือนนี้ส่วนวัน เวลา จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

‘สุชาติ’ เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน ‘พาณิชย์’ เจรจาการค้ากับ ตปท.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574365

09 พ.ค. 2567

11:39 น.

'สุชาติ' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน 'พาณิชย์' เจรจาการค้ากับ ตปท.

‘สุชาติ’ ถือฤกษ์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเริ่มงาน ‘รัฐมนตรีช่วย’ ไร้กังวลย้ายจาก ‘แรงงาน’ มา ‘พาณิชย์’ ลั่นพร้อมเป็นตัวแทนเจรจาการค้า เพื่อประโยชน์ประเทศชาติ ขณะที่ สส.รทสช. แห่ยินดี เชื่อฝีมือ ‘เสี่ยเฮ้ง’

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือฤกษ์งามยามดีเข้าสักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้บริหาร ข้าราชการ ประจำกระทรวงให้การต้อนรับ 

เริ่มจากถวายพวงมาลัยและสักการะ ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย พระอนุสาวรีย์ฯกรมพระจันทบุรีนฤนาถ รับประทานพร พระรูปฯกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน หลวงพ่อโอภาสี จากนั้นเวลา 07.45 น. นายสุชาติ ได้เข้าห้องทำงานประจำตำแหน่ง ก่อนที่ช่วงสายจะประเดิมงานแรกประชุมสภาธุรกิจร่วมซาอุดี-ไทย

\'สุชาติ\' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน \'พาณิชย์\' เจรจาการค้ากับ ตปท.

นายสุชาติ กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่งในวันนี้มาด้วยความตั้งใจ มาทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งได้รับมอบหมายงานจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูแล กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ , สำนักนโยบายแผนและยุทธศาสตร์ , สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) 

เมื่อถามว่าพึงพอใจกับงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เป็นงานที่ตนถนัดอยู่แล้วตั้งแต่สมัยที่เคยอยู่กระทรวงต่างๆ ตนก็เราทำ เรื่องของการเจรจา การทำข้อตกลง 

เมื่อถามว่ามีความน้อยใจหรือไม่ เนื่องจากเกรงว่าจะเหมือนกรณีของ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง หลังน้อยใจเกี่ยวกับการแบ่งงาน นายสุชาติ ระบุ “ดีใจสิครับ ต้องดีใจ” ตรงนั้นต้องแล้วแต่ผู้บริหารแต่ละท่าน ไม่สามารถก้าวล่วงได้ ตนเองตั้งใจที่จะมาทำงานให้กับนายภูมิธรรมอยู่แล้ว รวมถึงสิ่งสำคัญข้าราชการทุกคนตั้งแต่ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง อธิบดีทุกท่านมีความรู้มีความสามารถสูงมากเช่นกัน 

ส่วนได้หารือกับนายกฤษฎาหรือไม่ นายสุชาติก็ยอมรับการตัดสินใจของนายกฤษฎา เพราะเป็นพี่อีกคนที่สนิทกัน  ท่านเป็นพี่ที่ดี มีความสามารถ เป็นปลัดกระทรวงการคลังมา 3 ปีและเคยร่วมงานกันช่วงโควิดระบาด  

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

ส่วนการมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวกับงานด้านเศรษฐกิจนั้น จะต้องปรับเปลี่ยนหน้าที่และบทบาทการทำงานมากน้อยเพียงใด เนื่องจากก่อนหน้าที่เคยดูแลกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ระบุว่า ทั้ง 2 สิ่งสัมพันธ์กัน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตนก็ไปเปิดตลาดต่างประเทศในเรื่องของแรงงาน วันนี้ตนอยู่กระทรวงพาณิชย์ก็ทำเรื่องการค้าการขายกับต่างประเทศให้สนใจสินค้าไทย ต้องต่อรองตกลงกัน ไม่ให้เสียเปรียบเขา ซึ่งเราจะมีกรอบพูดคุยให้อยู่ในขอบเขต ไม่ใช่เจรจาโดยคิดเอง ต้องเอาหลักความเป็นจริงเป็นหลัก รวมถึงมองว่าการจะทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน แรงงานแข็งแรง มีคุณภาพ สินค้าเกษตร การค้าขายพรีเมี่ยม เราก็เป็นพ่อค้าได้ ขายสินค้าไปยังต่างประเทศได้ 

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เมื่อได้ทำงานร่วมงานกับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ยืนยัน ไม่มีหนักใจ ไม่กังวลใจเลย เพราะนายภูมิธรรมเป็นผู้ใหญ่ ตนติดตามผลงานมาตั้งแต่สมัยปี 2548 มองว่า ท่านเป็นคนเก่ง มีรูปแบบการทำงานที่ชัดเจน เป็นคนที่จริงจัง ที่สำคัญที่สุดคือ ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งท่านได้กำชับกับตนว่าทำอย่างไรก็ได้ เพื่อปากท้องประชาชน

ส่วนจะขับเคลื่อนการทำงานอย่างไร นายสุชาติ ยอมรับว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงใหญ่ ต้องใช้เวลาศึกษานิดนึง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือทำอะไรก็ได้ที่ประชาชนได้ประโยชน์ตามที่ตนมีโอกาสได้พระมหากรุณาธิคุณเข้าถวายสัตย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้โอวาทไว้ ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน 

เมื่อถามถึงการส่งออกทุเรียนไปยังต่างประเทศ เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูการทุเรียน นายสุชาติ ยืนยันว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพต้องได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบสินค้าที่ส่งออก ต้องพรีเมี่ยมจริงๆ ไม่ใช่ทุเรียนอ่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่ต้องดูแลอยู่แล้ว รวมถึงสั่งการให้ตนดูเรื่อง สินค้ารองที่จะส่งออกด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ส่งสินค้าหลักเท่านั้น ต้องมีสินค้ารองพ่วงด้วย 

ด้านปลัดกระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน พร้อมทำงานร่วมกับนายสุชาติ โดยนายภูมิธรรมมอบนโยบายชัดเจนว่าให้รัฐมนตรีแต่ละท่านดูแลอะไร ข้าราชการก็เตรียมข้อมูลไว้หมดแล้วพร้อมภารกิจที่สำคัญ โดยสกิลของนายสุชาติ เรื่องกระทรวงแรงงาน ท่านก็เคยดูแลมาหมด ฉะนั้นการทำงานเกี่ยวกับการค้า ก็คล้ายๆกัน 

สส.พรรครวมไทยสร้างชาติแสดงความยินดีสส.พรรครวมไทยสร้างชาติแสดงความยินดี

ขณะเดียวกันวันนี้ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และ กลุ่ม สส.จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจ 

เมื่อถามว่า พึงพอใจกับตำแหน่งของนายสุชาติหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เรื่องความพอใจ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หลังจากที่เราตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล ทุกตำแหน่งมีความสำคัญกันหมด  พรรคก็สนับสนุนนายสุชาติ เพราะท่านเองก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาก่อน เพราะฉะนั้นเชื่อว่าสวมหมวกใบใหม่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ยังสามารถทำงานบรรลุลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนโยบายของกระทรวงและนโยบายของรัฐบาล ที่สำคัญจะเป็นกำลังสำคัญของพรรคต่อไป 

ส่วนการที่นายสุชาติได้รับตำแหน่งนั้น สส.และสมาชิกของพรรค พึงพอใจหรือไม่ ขออย่าไปคิดมาก การบริหารพรรคการเมืองหรือการเสนอชื่อคนไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตนมองว่า ต้องดูที่ความสามารถ ความเหมาะสมหรือที่ประสบการณ์ ใครที่จะสามารถทำประโยชน์ให้กับกระทรวง รัฐบาล ประเทศ ยืนยันไม่ได้มาบริหารความพึงพอใจของคนในพรรค และวันนี้ก็เห็นแล้วว่า มี สส. ในพรรคจำนวนมากมาแสดงความยินดี เพราะทุกคนรักท่าน เป็นนักเลง ใจใหญ่ เป็นพี่ชายเขาเรียกกัน “พี่เฮ้ง”

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

\'สุชาติ\' เข้ากระทรวงวันแรก พร้อมทำงานด้าน \'พาณิชย์\' เจรจาการค้ากับ ตปท.

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด – กัญชา เป็นยาเสพติด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574364

09 พ.ค. 2567

11:30 น.

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด - กัญชา เป็นยาเสพติด

นายกฯ สั่ง ยาบ้า 1 เม็ด เป็นยาเสพติด ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด อนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์เท่านั้น ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยสาระสำคัญสรุป ดังนี้ 

นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ได้ยินทุกครั้งในการไปลงพื้นที่ ชาวบ้านประชาชนในหลายชุมชนรู้สึกไม่ปลอดภัย เหตุหนึ่งก็เกิดมาจากการที่ยังเห็นคนที่ติดยาหรือกำลังบำบัดเดินอยู่ในชุมชน ซึ่งคนติดยาเหล่านี้ก็หยุดยาเองทำให้การบำบัดไม่สำเร็จ และทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในวงจรยาเสพติดอีกครั้ง วันนี้จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานให้หนักยิ่งขึ้นไปอีกให้สมกับที่เราประกาศให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ทำให้ยาเสพติดหมดไป โดยจัดการผู้ค้าทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ราบคาบ และบำบัดลูกหลานที่ติดยาให้สำเร็จไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทำงานร่วมกันให้ดียิ่งขึ้น เพื่อยึดทรัพย์ให้มากขึ้นทั้งรายใหญ่รายย่อย

ส่วนเรื่องปัญหาความไม่ชัดเจนของกฎหมายเรื่องปริมาณยาบ้า และความผิด ทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานมีหลักเกณฑ์ไม่ชัดเจนในการจับผู้เสพ ผู้ค้า ขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย และขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องสื่อสารกับผู้ปฏิบัติงานให้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะมียาเสพติดกี่เม็ดก็ผิด หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นผู้เสพ จะถูกแจ้งข้อหาครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงขอฝากถึงพนักงานสอบสวนทํางานให้หนักขึ้น เพื่อดูเจตนาอีกครั้งว่าเป็นผู้เสพ หรือผู้ค้า 

ส่วนเรื่องกัญชาขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขประกาศกระทรวง โดยดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดประเภท 5 และเร่งออกกฎกระทรวงอนุญาตให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น สำหรับเรื่องการบําบัด ขอให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม ยกระดับประสิทธิภาพงานบําบัดยาเสพติด ทั้งในศูนย์บำบัด เรือนจํา และระบบคุมประพฤติ พร้อมฝากให้ร่วมกันจับผู้ที่หลบหนีการบําบัด หรือบําบัดไม่ผ่านมาดําเนินคดี 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องการใช้ค่ายทหาร หรือฝ่ายปกครองตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ หากมีผู้ต้องเข้ารับการบำบัดจำนวนมากจะต้องร่วมมือกับทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องมีความชัดเจนในแง่ของการใช้พื้นที่ในค่ายทหาร โดยให้ใช้ค่ายทหารหนึ่งแห่งเป็นต้นแบบในการทดลองบำบัด และให้มีคณะกรรมการบำบัดเข้าควบคุมดูแลในระยะเวลา 3 – 6 เดือน แล้วนำผลการนำร่องไปเผยแพร่ว่าสามารถดำเนินแนวทางในค่ายทหารจังหวัดอื่น ๆ ได้หรือไม่ อีกทั้งนายกรัฐมนตรีสั่งการกระทรวงสาธารณสุขให้แก้ไขกฎหมาย ประกาศ รวมถึงอนุญาตให้ใช้วัตถุประสงค์ทางการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ หากพบปัญหาขอให้รายงานโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาที่สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากยาเสพติดเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายเยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานให้หนักขึ้น ร่วมกันตรวจ จับ ปราบปราม ยึดทรัพย์ให้มากขึ้นและบำบัดให้ทั่วถึง โดยการดำเนินการของแต่ละหน่วยงานจะต้องมีความคืบหน้าที่ชัดเจนรายงานกลับภายใน 90 วัน อีกทั้งสิ่งที่น่ากังวลคือ เรามีการจับกุมยาเสพติดได้มากกว่าเดิมถึง 4 – 5 เท่า แต่ราคายาเสพติดกลับไม่สูงขึ้น ซึ่งเราต้องใช้ทุกวิธีในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

ศึกในอก ‘พีระพันธุ์’ พท.ถอดเขี้ยว ‘กฤษฎา’ ปมท่อน้ำเลี้ยงมีปัญหา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574346

08 พ.ค. 2567

18:58 น.

ศึกในอก ‘พีระพันธุ์’ พท.ถอดเขี้ยว ‘กฤษฎา’ ปมท่อน้ำเลี้ยงมีปัญหา

พรรคลุงตู่ป่วน พีระพันธุ์ นั่งบนภูดูเพื่อไทย ถอดเขี้ยวกฤษฎา โยงปมร้าวลึกสปอนเซอร์-นักเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตรวมไทยสร้างชาติ

งตุ๋ย พีระพันธุ์ เหนื่อย เจอศึกใน-ศึกนอก ยุคเศรษฐา 2งตุ๋ย พีระพันธุ์ เหนื่อย เจอศึกใน-ศึกนอก ยุคเศรษฐา 2

พรรคลุงตู่ป่วน พีระพันธุ์ สงบนิ่ง กฤษฎา คิดลาออก รมช.คลัง โยงปมร้าวลึกสปอนเซอร์-นักเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตรวมไทยสร้างชาติ

ส่องรวมไทยสร้างชาติ กฤษฎา คนนอกในโควตาพรรค พีระพันธุ์-เอกนัฏ น้ำท่วมปาก ยิ่งนานวัน ยิ่งแปลกแยก สปอนเซอร์ส่อแยกทาง

ข่าวใหญ่ช่วงบ่ายวันที่ 8 พ.ค.2567 กฤษฎา จีนะวิจารณะ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง กับพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง

ถัดมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สั้นๆว่า “ผมได้โทรศัพท์ไปหานายกฤษฎา โดยบอกว่าขอระงับใบลาออกไว้ก่อน ซึ่งนายกฤษฎา หัวเราะ พร้อมบอกว่าขอคิดดูก่อน”

มีกระแสข่าวว่า นายกฯเศรษฐา ให้เวลา รมช.กฤษฎา กลับไปนอนคิดเป็นเวลา 1 คืน ก่อนตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์กรณี กฤษฎา ลาออกจาก รมช.คลัง ด้วยน้ำเสียงปกติ  

ลุงตุ๋ย-พีระพันธุ์ ยังย้ำว่า กฤษฎาลาออก แต่โควตารัฐมนตรี 1 เก้าอี้ก็ยังเป็นของพรรค รทสช. และทางพรรคพร้อมหาคนใหม่ไปนั่งแทน

อย่างที่รู้กัน ปลัดตู่-กฤษฎา จีนะวิจารณะ เข้ามาเป็น รมช.คลัง ในรัฐบาลเศรษฐา 1 โควตาพรรค รทสช.ก็จริง แต่มาทางสปอนเซอร์ใหญ่ จึงไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับ สส.พรรคลุงตู่มากนัก

เมื่อมีการปรับ ครม.เศรษฐา 2 บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า มีแนวคิดจะให้กระทรวงการคลังอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยทั้งหมด 

ตามแผนเพื่อไทย หวังจะดันเผ่าภูมิ โรจนสกุล มานั่ง รมช.คลัง แทนกฤษฎา แล้วโควตารัฐมนตรีเดิม ที่เป็นของ รทสช.นั้น ทางนายใหญ่เสนอให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ จะมานั่ง รมช.กลาโหมแทน

ฝั่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไม่มีปัญหาต่อข้อเสนอของเพื่อไทย แต่ฝั่งสปอนเซอร์ใหญ่ของ รทสช. ดึงเกมยื้อ ไม่ยอมให้กฤษฎาพ้นจาก รมช.คลัง

สุดท้ายนายใหญ่ต้องยอมให้มี รมช.คลัง 3 คนคือ จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ ,เผ่าภูมิ โรจนสกุล และกฤษฎา จีนะวิจารณะ

ถอดเขี้ยวกฤษฎา

เมื่อพรรคเพื่อไทยต่อรองให้พรรครวมไทยสร้างชาติ(รทสช.) สละเก้าอี้รมช.คลัง ไปรับโควตา รมช.กลาโหมแทนไม่สำเร็จ จึงต้องมี รมช.กฤษฎา อยู่ในทีมกระทรวงการคลัง รัฐบาลเศรษฐา

พลันที่ขุนคลังคนใหม่ พิชัย ชุณหวชิระ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แบ่งงานให้ 3 รมช. สร้างความน้อยใจให้กับ รมช.กฤษฎา จนต้องยื่นใบลาออก

ลองมาดูเนื้อในการแบ่งงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กำกับดูแล กรมศุลกากร กรมสรรพากร และ กรมสรรพสามิต มินับรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐเกรดเอ

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กำกับดูแลสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ กรมธนารักษ์ พร้อมกำกับรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานรัฐอีกมาก

ตรงกันข้ามกับ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง กำกับดูแลสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพียงหน่วยงานเดียว ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานรัฐ ก็มีการยาสูบแห่งประเทศไทย สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ฯลฯ


ขณะที่พิชัย กำกับกรมบัญชีกลาง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) 

การแบ่งงานสไตล์ขุนคลังพิชัย จึงเรียกว่าเป็นปฏิบัติการถอดเขี้ยวกฤษฎา โทษฐานขอแล้วให้ถอนตัวจาก รมช.คลัง แต่สปอนเซอร์ไม่ยอมถอย

พรรคลุงตู่ยังแกว่ง

อีกด้านหนึ่ง ในพรรครวมไทยสร้างชาติ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ได้มีหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค แต่วงในแจ้งว่า ไม่มีความขัดแย้งใดๆ 


ก่อนหน้านี้ เคยมีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างพีระพันธุ์-เอกนัฏ แต่ภายหลัง มีการเคลียร์ใจกัน และเอกนัฏ ก็ประกาศจะอุ้มลุงตุ๋ยให้สืบทอดดีเอ็นลุงตู่ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อไม่นานมานี้ พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ได้เปลี่ยนตัว ผอ.พรรค รทสช.แบบเงียบๆ จากมาดามออย-พิชชารัตน์ เลาหะพงศ์ชนะ เป็นหิมาลัย ผิวพรรณ ที่ปรึกษาลุงตุ๋ย

จากเหตุการณ์นี้ ทำให้มาดามออย ลาออกจากรองเลขาธิการพรรค รทสช. และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีรอยร้าวระหว่างสปอนเซอร์กับฝั่งลุงตุ๋ย และพลพรรคนักเลือกตั้ง