นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574340

08 พ.ค. 2567

16:53 น.

นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน

นายกฯ ระงับใบลาออก ‘กฤษฎา’ รมช.คลัง ให้กลับไปนอนคิด 1 คืน ยอมรับปัญหาน่าจะมาจากการแบ่งงาน หวังว่าจะได้ยินข่าวดี เพราะรู้จักกันมานาน

นายเศรฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวยื่นใบลาออกของนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังว่า ได้โทรไปสอบถาม ซึ่งนายกฤษฎีกาบอกว่าใบลาออกกำลังเดินทางมา จึงให้กลับไปคิดก่อน 1 คืน แล้วค่อยว่ากันใหม่ ซึ่งนายกฤษฎีกาก็หัวเราะ จึงบอกให้คิดดูก่อน ยังไม่รับ นายกฤษดาก็เป็นน้อง รู้จักมานาน 

นายกฯ บอกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นมากกว่า ต้องมีการพูดคุยกัน ตนได้บอกว่าหากท่านมีความไม่สบายใจในการแบ่งงาน ก็ยังมีโปรเจ็คอีกมากในกระทรวงการคลัง ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีได้ และทาง รมว.คลัง ก็พร้อมที่จะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้

เมื่อถามถึงเหตุผลที่นายกฤษฎา ได้ยื่นลาออก  นายกฯ ยอมรับว่า ก็คงเป็นเรื่องการแบ่งงานมั้งครับ นายพิชัย ชุนหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง จะโทรหาท่านกฤษดา แต่ท่านไม่รับสาย ผมจึงโทรหาแทน

ส่วนนายกฯ จะพิจารณาการแบ่งงานในกระทรวงการคลังใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คิดว่าต้องให้ให้เกียรติรัฐมนตรีท่านแบ่งงานไว้ ซึ่งมันมีงานเพิ่มอีกเยอะ งานบางอย่างไม่ได้ระบุไว้ทั้งหมด มีโปรเจคเยอะไปหมดที่ต้องช่วยกัน เชื่อว่า รมว.คลัง เหลือขอบเขตงานไว้ใช้และแบ่งให้กับรัฐมนตรีช่วยฯ กฤษกา ซึ่งท่านก็เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง ที่สามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ได้ดี และคงไม่มีปัญหา เพราะการแบ่งงานมีแพลนอยู่แล้ว คุยกันล่วงหน้าอยู่แล้ว ว่าทำไมถึงแบ่งงานอย่างนี้ และทำไมจึงต้องเหลือบางพื้นที่ให้นายกฤษดาได้ทำงาน ในแง่ของโปรเจ็คที่มีมีอยู่อีกจำนวนมาก ที่สามารถทำได้ 

ส่วนที่นายกฯ เคยระบุว่าจะเรียกคุยภายในหลังปรับ ครม. เพราะอาจมีรัฐมนตรีบางคนน้อยใจอยู่ แต่ยังไม่ออกอาการอะไร นายกฯ กล่าวว่า อย่างที่ได้เรียน มันก็มีคนพอใจ ไม่พอใจ มีความสุข ไม่มีความสุข เป็นธรรมดาของการที่เราจะต้องตัดสินใจอะไรออกไป โดยยึดโยงกับงานเป็นหลัก ก็มีการคุยตลอด คุยกันตั้งแต่เช้าตนก็ไม่ได้ไปไหน 

เรื่องนี้ส่งผลการทำงานกับรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากมีรัฐมนตรีที่ยื่นลาออกไป 2 คน นายกฯ ระบุว่า ไม่มีครับ ที่ลาออกไปก็มีการแต่งตั้งแล้วไม่ใช่หรือ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร  ซึ่ง รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ท่านเป็นอดีตทูต 

ส่วนจะต้องเคลียร์ใจกับนายกฤษดาหรือไม่ เพราะว่าเหมือนจะน้อยใจที่ถูกลดเป็นรัฐมนตรีช่วยอันดับ 3 นายกฯ ระบุว่า โทรไปหาแล้วเมื่อสักครู่ ก็ต้องรอคำตอบพรุ่งนี้ เบรกไว้ก่อนพูดไปแล้วชัดเจน เมื่อถามว่า การเบรกจะสำเร็จหรือไม่  นายกฯ ระบุว่า “ก็หวังว่าจะสำเร็จนะครับ เพราะกับท่านก็รู้จักกันมานาน”

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574335

08 พ.ค. 2567

16:19 น.

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์

‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ลาออก รมช.คลัง เหตุแบ่งงานไม่แฟร์ ได้กำกับ สบน.หน่วยงานเดียว คาดถูกลดบทบาทเพราะไม่ใช่โควตาเพื่อไทย ไม่ค่อยออกหน้าเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต

มีรายงานว่า นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลาออกจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (โควตาพรรครวมไทยสร้างชาติ) ถือเป็นรัฐมนตรีคนที่ 2 ที่ลาออกเอง หลังจากปรับคณะรัฐมนตรี ได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เศษ

สำหรับสาเหตุเกิดจากการแบ่งงานกันในบรรดารัฐมนตรีในกระทรวงการคลัง โดยนายกฤษฎา ที่มีประสบการณ์เป็นถึงอดีตปลัดกระทรวงการคลัง แต่ได้กำกับดูแลส่วนราชการหลักเพียงที่เดียวคือ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ การยาสูบแห่งประเทศไทย , สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) , บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) , สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) , สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ.

ขณะที่ รมช.คลัง อีก 2 คน ได้กำกับส่วนราชการหลักคนละ 3 หน่วยงาน โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กำกับดูแล กรมศุลกากร , กรมสรรพากร , กรมสรรพสามิต ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร , องค์การสุรา , โรงงานไพ่ , กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ส่วนนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กำกับดูแล สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ , กรมธนารักษ์ ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่ได้กำกับ ได้แก่ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด , ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย , กองทุนการออมแห่งชาติ , บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

มีการวิเคราะห์กันถึงสาเหตุ นอกจากจะเป็นรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากโควตาพรรคเพื่อไทยแล้ว อาจเป็นไปได้ว่าที่ผ่านมานายกฤษฎา ในฐานะรมช.คลัง ไม่ได้แสดงบทบาทชัดเจนต่อการสนับสนุนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตต่อสาธารณะ จึงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ถูกปรับบทบาทการทำงานในกระทรวง และนำมาสู่การลาออกครั้งนี้

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ ขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยสานฝันต่อนายร้อย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574328

08 พ.ค. 2567

15:29 น.

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ ขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยสานฝันต่อนายร้อย

‘ส.ต.ต.พิจักษณ์’ มอบพวงมาลัยขอบคุณ ‘พีระพันธุ์’ ช่วยเข้าเรียนต่อนายร้อย จากปัญหาพิสูจน์สถานะครอบครัว ยืนยันพ่อเป็นคนไทย

ส.ต.ต.พิจักษณ์ ทองใสเกลี้ยง เข้ามอบพวงมาลัยเพื่อขอบคุณ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน ที่ช่วยติดต่อประสานงาน กรณีขาดคุณสมบัติและเอกสารในการเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร เหล่าตำรวจ

สูติบัตรของผม ไม่ปรากฏบิดาโดยกำเนิด จึงไม่มีเอกสารเอาไปยื่นต่อโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งต้องเข้ารายงานตัว วันที่ 10 พ.ค. 67 และรายตัวต่อโรงเรียนเตรียมทหาร 12 พ.ค. 67 ซี่งท่านพีระพันธุ์ ได้ให้ความช่วยเหลือ ประสานกับทางโรงเรียนทั้ง 2 แห่ง ให้พิจารณาคุณสมบัติของผมอีกที“

ส.ต.ต.พิจักษณ์ กล่าวต่อว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไป ทางครอบครัวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ก็อาจทำให้ขาดเอกสารแบบตน ซึ่งก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสเด็กรุ่นใหม่ ในการเป็นทหาร ตำรวจ ทั้งนี้ ตนอยากเป็นตำรวจมาตั้งแต่เด็ก เพราะมีความชอบ และมีญาติเป็นตำรวจด้วย จึงตั้งใจเข้าสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร

นายพีระพันธุ์ รับพวกมาลัย พร้อมกล่าวอวยพรและให้สัมภาษณ์ว่า น้องได้มาขอความช่วยเหลือหลังจากที่เป็นนักเรียนนายสิบแล้ว ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารได้ แต่ก็มาเกิดปัญหาตามที่เป็นข่าว จึงได้เชิญแม่มาพูดคุย และให้คนไปตรวจสอบพื้นที่ ก็เชื่อว่าพ่อ ของน้องเป็นคนไทยแน่นอน มีตัวตนจริง เพียงแต่ตามตัวไม่เจอ แต่คนที่อยู่ตรงพื้นที่รู้จัก จึงเชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริง และให้หน่วยงานต่างๆไปช่วยดูว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง

ก็ต้องขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ซึ่งเป็นต้นทางในการให้ข้อเท็จจริง รวมถึงรักษาการ ผบ.ตร. ที่ดูแลเป็นอย่างดี ส่วนหน่วยงานต่างๆก็ให้ความเป็นธรรมที่ถูกต้อง จึงขอให้น้องประสบความสำเร็จในการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ดูแลประชาชน เมื่อตัวเองเคยผ่านเรื่องเดือดร้อนมาเยอะ วันนี้จะมีโอกาสดูแลคนอื่น ก็ขอให้ทำหน้าทีให้ดี พร้อมยืนยันว่าจากกรณีนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีการแก้กฎหมายหรือกฎระเบียบ เพราะหน่วยต้นสังกัดคือตำรวจ ได้ตรวจสอบหมดแล้ว

‘จิรัฏฐ์’ รับทราบข้อหา ยืนยัน สด.43 ของจริง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574322

08 พ.ค. 2567

14:40 น.

‘จิรัฏฐ์’ รับทราบข้อหา ยืนยัน สด.43 ของจริง

‘จิรัฏฐ์’ สส.ก้าวไกล รับทราบข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารคัดเลือกทหาร ยืนยัน สด.43 ของจริง ผ่านตามขั้นตอนกฎหมาย รายละเอียดให้เป็นเรื่องในสำนวน

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล พร้อมทนายความ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ของ สน.ประชาชื่น ข้อหาปลอมแปลงหรือใช้เอกสารราชการปลอม กรณีการได้มาซึ่งใบผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ สด.43 ที่พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญ เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์

นายจิรัฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ ก่อนพบพนักงานสอบสวน ระบุว่า วันนี้รับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ส่วนรายละเอียดเป็นไปตามสำนวนเพราะเป็นคดีความแล้ว แต่วันนี้ได้เตรียมพยานหลักฐานมาแสดงข้อเท็จจริงกับตำรวจด้วย ส่วนจะเอาเอกสารตัวจริงมาให้ดูหรือไม่ ขอไม่ตอบให้เป็นส่วนของทนายดำเนินการ แต่ไม่กังวลใจ ยืนยันว่าเอกสารที่นำมาแสดงในวันแถลงข่าวเป็นเอกสารที่ได้รับมาจากทางราชการ ไม่ได้ปลอม เป็นหลักฐานเอกสารที่ใช้ยืนยันว่า ตนเองผ่านกระบวนการในอดีตมาแล้ว ไม่ได้มีผลทางกฎหมายอะไร 

ส่วนกรณีที่ไม่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือและเป็นข้อสงสัยอยู่นั้น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า ขอให้เป็นรายละเอียดที่จะให้การในสำนวน เพราะเป็นคดีความแล้ว และมั่นใจว่าสามารถต่อสู้ในประเด็นนี้ได้เพราะเป็นเอกสารที่ถูกต้อง

ส่วนได้สอบถามไปทางกองทัพบ้างหรือยังตั้งแต่มีประเด็น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า  ทางกรรมาธิการทหารได้พูดคุยกับกองทัพแล้วแต่ก็ไม่ได้รายละเอียด และไม่ได้คำตอบอะไร และกรรมาธิการทหาร ก็ยังไม่ได้เอกสารอะไรจากกองทัพ เพราะเป็นสำนวนต้นขั้วที่กองทัพไม่ได้ให้ 

นักข่าวถามว่า มองอย่างไรที่มีการมาแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า “เอกสารที่ตนเองนำมาแสดงเป็นเอกสารที่ยืนยันว่า ในอดีตผมเคยผ่านกระบวนการทางราชการมาแล้ว และผมคิดว่าหน่วยงานราชการไม่ได้มีหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารทางราชการที่ปรากฎตามสื่อออนไลน์ เพราะไม่งั้นก็ต้องตรวจทุกคน และเอกสารนี้เป็นเอกสารที่หมดอายุความไปแล้วไม่ได้มีผลทางกฎหมาย การกระทำแบบนี้จึงมองว่าเป็นการดิสเครดิตกันเฉยๆ”

ทั้งนี้ทางกรรมาธิการทหารได้ตรวจสอบคนเซ็นต์เอกสารหรือไม่ นั้นมองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตนเองในการไปตรวจสอบว่าใครเป็นคนเซ็นต์ และไม่ใช่หน้าที่ตนเองในการทำเอกสารฉบับนั้นขึ้นมาด้วย

ส่วนที่มีรายงานว่ากองทัพบก ระบุ ไม่มีต้นขั้วใบ สด.43 ของนายจิรัฏฐ์ นั้น นายจิรัฏฐ์ ระบุว่า เขาบอกว่าไม่มีต้นขั้วของ “นวรินทร์” ไม่ได้บอกว่าไม่ได้มีต้นขั้วของ “จิรัฏฐ์” คงต้องไปถามกองทัพด้วยว่าได้มีการตรวจสอบใบ สด.43 ของประชาชนที่โพสต์ลงสื่อออนไลน์หรือไม่ว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอม ตนเองคงไม่ไปก้าวก่าย พร้อมยืนยันย้ำว่า ‘ใบสด.43 เป็นของจริง’ ตนเองไม่ไปปลอมแปลงอยู่แล้ว เพราะเป็นใบเอกสารตั้งแต่สิบกว่าปีที่แล้วไม่รู้จะปลอมแปลงขึ้นมาทำไม และจริงๆ เรื่องมันไม่มีอะไร แต่ทำให้งานที่ตนเองทำอยู่มันช้าลง

นักข่าวถามว่า ที่มองเป็นการดิสเครดิตเป็นเพราะว่าเป็นการออกมาจี้เรื่องปฏิรูปกองทัพหรือไม่ นายจิรัฏฐ์ยอมรับว่า มีส่วน แต่ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ มีอีกหลายเรื่อง มีกระบวนการไอโอ มีกระบวนการที่จะขัดขวางกระบวนการทำงานตลอดอยู่แล้ว    

จากนั้นนายจิรัฏฐ์ พร้อมกับทนายความ ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและให้ปากคำ บริเวณชั้น 3ของ สน.ประชาชื่น โดยตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นไปบันทึกภาพ

สหายใหญ่สมชื่อ ‘ภูมิธรรม’ เงาอำนาจ ‘ทักษิณ’ ทาบทับไทยคู่ฟ้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574312

08 พ.ค. 2567

13:25 น.

สหายใหญ่สมชื่อ ‘ภูมิธรรม’ เงาอำนาจ ‘ทักษิณ’ ทาบทับไทยคู่ฟ้า

ส่องเส้นทางสหายใหญ่ ภูมิธรรม จากวนาสู่นาคร จากเอ็นจีโอสู่กงสีชินวัตร ขยับคุมกลาโหม-ศอ.บต. เงาอำนาจทักษิณทาบทับไทยคู่ฟ้า

อีเวทน์กินข้าว 10 ปี หากไม่ใช่ อ้วน ภูมิธรรม ไม่มีใครกล้าทำอีเวทน์กินข้าว 10 ปี หากไม่ใช่ อ้วน ภูมิธรรม ไม่มีใครกล้าทำ

ใหญ่สมชื่อ ภูมิธรรม เบอร์สองขยับคุมกลาโหม-ศอ.บต. เงาอำนาจทักษิณทาบทับไทยคู่ฟ้า สะท้อนตะวันดวงที่สองแสงแรงกล้า

ส่องเส้นทางสหายใหญ่ ภูมิธรรมจากวนาสู่นาคร จากเอ็นจีโอสู่กงสีชินวัตร รับใช้ทักษิณ อัศวินคลื่นลูกที่สาม ปั้นไทยรักไทยมากับมือ 

โฉมหน้า ครม.นิด 2 เศรษฐา ทวีสิน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ไม่มีควบกระทรวง แถมจัดสรรอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีเต็มที่ ทำให้นายกฯเศรษฐา เหมือนคนถูกบีบให้ลดน้ำหนัก

ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ยังนั่งเบอร์สองรองจากนายกฯเศรษฐา พร้อมกับได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลงานความมั่นคงอย่าง กระทรวงกลาโหม และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

อย่างไรก็ตาม นายกฯเศรษฐา ยังดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)

หลายคนอาจแปลกใจ รองนายกฯภูมิธรรม ควบ รมว.พาณิชย์ เหตุใดจึงถูกมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม

ภูมิธรรม กล่าวติดตลกกับนักข่าวทำเนียบว่า “…ผมรัฐมนตรีเป็ด อาจ จะเป็นเป็ดกองก็ได้ ซึ่งไม่หนักใจ เขาให้มาทำงาน มีงานให้ทำ ก็ทำ”

แท้จริงแล้ว รองนายกฯอ้วน ไม่ใช่รัฐมนตรีเป็ด หากแต่เป็นนักการเมืองสไตล์ทำได้ ใจถึง จึงเป็นที่ชื่นชอบของเถ้าแก่ใหญ่ บ้านจันทร์ส่องหล้า

อ้วน ภูมิธรรม รับใช้ทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่ปี 2538 เริ่มร่างพิมพ์เขียวพรรคการเมืองใหม่ และคลอดพรรคไทยรักไทย ขยับเป็นขุนศึกคู่กายนายใหญ่ จนมาถึงทุกวันนี้

ยาสามัญประจำบ้าน

วันแรกที่ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้มีทีมงานข้างกายอยู่จำนวนหนึ่ง ภายใต้การดูแลของ หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และอ้วน-ภูมิธรรม เวชยชัย 

ทั้งหมอมิ้ง-อ้วน ต่างรับใช้นายใหญ่แบบถวายหัว จึงเปรียบคนวงในศูนย์กลางอำนาจบ้านจันทร์ส่องหล้า ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย จนมาถึงเพื่อไทย

หมอมิ้ง มีบุคลิกแบบนักคิด นักวางยุทธศาสตร์ ในรัฐบาลเศรษฐา จึงได้รับตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ หรือนายกฯน้อย

อ้วน เป็นนักปฏิบัติการ มีสไตล์นักบู๊มาแต่สมัยเป็นผู้นำนักศึกษาในรั้วจุฬาฯ และช่วงเข้าป่า อ้วนหรือสหายใหญ่ ได้รับมอบหมายให้ทหารองครักษ์พิทักษ์สหายนำ ระดับเบอร์หนึ่งของ พคท.

เมื่อสหายใหญ่คืนเมือง กลายร่างเป็นพี่อ้วน ของเอ็นจีโอ ก็มีลักษณะผู้นำคนจริงใจถึง ได้รับการยอมรับจากพี่น้องมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสัง คม (มอส.)

ด้วยบุคลิกและสไตล์การทำงานดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงถูกอกถูกใจนายใหญ่ และได้รับมอบหมายให้เป็นแม่ทัพใหญ่ สู้ศึกจัดตั้งรัฐบาลพลิกขั้วจนสำเร็จ

มีข้อน่าสังเกต รองนายกฯภูมิธรรม กำกับดูแลกระทรวงกลาโหม และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในวันที่ทักษิณ กำลังเดินเกมใต้ดิน พูดคุยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในเมียนมา และมีข่าวว่า ทักษิณดอดพบปะกับผู้นำมาเลย์ที่ภูเก็ต


จับความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับชายแดนตะวันตก และชายแดนใต้ ของทักษิณในชั่วโมงนี้ จึงไม่น่าประหลาดใจเลยที่รองอ้วนฯ จะดูแลความมั่นคง


อีเวนท์จำนำข้าวโชว์

ต้นสัปดาห์นี้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ มีอีเวนท์ใหญ่กินข้าวที่เมืองสุรินทร์ กลายเป็นดราม่าข้าว 10 ปี สนั่นโซเชียล

กรณีรองฯภูมิธรรม โชว์กินข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ที่นำมาหุง ซึ่งข้าวส่วนนี้เก็บรักษาไว้นานถึง 10 ปี 

ดราม่าข้าว 10 ปีกินได้ของรองฯอ้วน เกิดขึ้น 2 ครั้งคือครั้งแรก 14 มี.ค.2567 ภูมิธรรม มาตรวจโกดังสินค้าของ บจก.พูนผลเทรดดิ้งหลัง และคลังกิตติชัยหลัง 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ โดยเจ้าของโกดังนำข้าวที่หุงใหม่มากินโชว์สื่อท้องถิ่น

ครั้งที่ 2 ภูมิธรรม ขนกองทัพสื่อลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ไปจัดอีเวนต์กินข้าว 10 ปี โดยนำข้าวในโกดังทั้ง 2 แห่งมาล้างน้ำและหุงกินกัน เพื่อให้สื่อตีข่าวว่า ข้าวในโครงการจำนำข้าว ก็ยังกินได้ 

อีเวนท์กินข้าว 10 ปี เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย รวมถึงอีเวนท์นี้ ถูกมองว่าเป็นแผนการปูทางสร้างความชอบธรรมให้ยิ่งลักษณ์กลับไทยในปลายปีนี้

‘ทักษิณ’ คุยชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษ? หากผิดส่งกลับเรือนจำ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574311

08 พ.ค. 2567

12:58 น.

'ทักษิณ' คุยชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษ? หากผิดส่งกลับเรือนจำ

‘อธิบดีกรมราชทัณฑ์’ เผยยังไม่ทราบ ‘ทักษิณ’ พบชนกลุ่มน้อยพม่า ผิดเงื่อนไขพักโทษหรือไม่ คาด ‘กรมคุมประพฤติ’ กำลังตรวจสอบ

กรณีสำนักข่าว VOA หรือ วอยซ์ออฟอเมริกา ภาคภาษาพม่า เปิดเผยตลอดเดือน มี.ค.  เม.ย. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีการพบกับผู้นำกลุ่มกองกำลังชนกลุ่มน้อยในพม่าหลายกลุ่ม เช่น สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) สภากอบกู้รัฐฉาน (RCSS) พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP) และองค์การแห่งชาติกะฉิ่น (KNO) ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะผิดเงื่อนไขระหว่างการพักโทษหรือไม่ 

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์

นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ต้องไปตรวจสอบจากข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นต้องไปดูเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติ ตนยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กระทำได้หรือไม่ คาดว่าทางกรมคุมประพฤติอาจอยู่ระหว่างพิจารณาว่า ตรงไหนที่อดีตนายกรัฐมนตรีสามารถกระทำได้หรือกระทำไม่ได้ คงต้องมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับอดีตนายกฯ ที่อยู่ระหว่างการพักโทษ 

ส่วนความประพฤติใดของผู้ที่อยู่ระหว่างการพักโทษที่ไม่ถูกต้อง ทางกรมคุมประพฤติก็จะเป็นผู้แจ้ง และให้ผู้ถูกคุมประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง หากจะต้องส่งผู้ถูกคุมประพฤติกลับเรือนจำ ต้องเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไข ซึ่งถ้าผิดเงื่อนไข แต่ไม่ได้รุนแรงก็สามารถทำความเข้าใจ บอก หรือตักเตือนได้ 

ซึ่งจำนวนครั้งของการตักเตือนค่อนข้างมีความยืดหยุ่น เพราะบางครั้งผู้ที่อยู่ระหว่างพักโทษอาจจะไม่ทราบ หรือเข้าใจว่าทำได้ ดังนั้นกรมคุมประพฤติจะต้องทำความเข้าใจ เป็นดุลพินิจของนายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติ

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้‘

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574307

08 พ.ค. 2567

11:47 น.

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้‘

‘พิชิต’ ปรับโฉม​ ’ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์‘ เป็น ‘ทำเนียบช่วยได้’ เป็นมือไม้ให้นายกฯ ให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่พึ่งพาได้

นายพิชิต​ ชื่นบาน​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบาย หลังเข้ารับตำแหน่ง​ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล โดยกล่าวตอนหนึ่ง​ว่า ในระบบราชการเข้าใจว่าท่านทำงานเป็นความสามารถโดยศักยภาพของสำนักนายกรัฐมนตรี แต่วัตถุประสงค์ และบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีภาพเอกชน และมีหลายหน่วยงานที่ร่วมกันตรวจสอบและรับเรื่องราวร้องทุกข์ และหลายหน่วยงานกำลังทำการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน​

พร้อมกับระบุว่า การที่เข้ามารับตำแหน่ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เข้ามากำกับ แต่เข้ามาเสมือนเป็นเพื่อน และสิ่งที่ตนพูดต่อไปนี้ไม่ใช่เรื่องตำหนิ​ ขอขีดเส้นใต้​ 100 ครั้งว่าไม่ใช่การตำหนิ​ ท่านทำดีอยู่แล้ว​  แต่เราจะมาทำให้ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาลเป็น​ “ทำเนียบช่วยได้” ตนจะเป็นมือไม้ให้นายเศรษฐา​ ทวีสิน นายกรัฐมนตรี​ เพราะปัญหาของประชาชนมีมาก​ ดังนั้นเราจะทำให้ศูนย์นี้​ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน อยากทำงานแข่งกันให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นที่พึ่งพาได้ ส่วนภาคเอกชนที่มีการรับเรื่องราวมาตรวจสอบก็ให้เขาทำไป 

นายพิชิต​ ยังระบุอีก วันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ซึ่งวัตถุประสงค์ของตนนอกจากจะเป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์แล้ว ยังจะเป็นศูนย์รับข้อมูลการกระทำความผิดทางอาชญากรรมทุกประเภท​ที่พัฒนาขึ้น ทั้งเว็บพนันออนไลน์ และสื่อโซเชียลต่างๆ ที่หลอกลวง​

‘สามารถ’ ตั้งข้อสังเกตเล่นใหญ่ โชว์ชิมข้าว หวังพา ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574282

07 พ.ค. 2567

19:52 น.

'สามารถ' ตั้งข้อสังเกตเล่นใหญ่ โชว์ชิมข้าว หวังพา 'ยิ่งลักษณ์' กลับไทย

‘สามารถ’ ชวน ปชช. จับตา ข้าว 10 ปี ไม่เสีย มีนัยยะทางการเมือง ‘ภูมิธรรม’ หวังพา ‘ยิ่งลักษณ์’ กลับไทยตามรอยพี่ชาย ไม่ต้องติดคุก

นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบข้าว พร้อมชิมข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวที่เก็บมานาน 10 ปี ว่า ถ้าสมมุติโกดังเก็บข้าวมีการรมยาเดือนละ 1 ครั้ง แปลว่า 10 ปีที่ผ่านมีการมยาแล้ว 120 ครั้ง ถ้าเป็นอีกโกดังหนึ่งที่มีการรมยาทุก 2 เดือนผ่านมา 10 ปีก็แปลว่ารมยาไปแล้ว 60 ครั้ง ดังนั้นก่อนซื้อข้าวสารต้องดูแล้ว ใครประมูลไปได้ เพราะสุดท้ายจะกลายมาเป็นข้าวถุงขายผู้บริโภคหรือไม่ 

นายสามารถ ตั้งข้อสังเกตุว่า เรื่องนี้มันมีนัยยะ การที่นายภูมิธรรมระบุว่า ข้าว 10 ปีเก็บไว้ไม่เสีย ไม่เน่า แล้วยังทานได้ สอดรับกับกระแสที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะกลับมาประเทศไทยตุลาคมปีนี้หรือไม่ จะกลับมาเมืองไทยโดยไม่ติดคุก เหมือนนายทักษิณ ชินวัตร ที่เรียกโมเดลทักษิณ สังคมไทยจะรับได้หรือไม่ จึงรีบออกมาบอกว่า ข้าวที่สมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้รับจำนำมามันไม่ได้เน่า 

ฉะนั้นสมัยที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วนำข้าวไปขายเป็นอาหารสัตว์หรือ เอาไปขายในราคาถูก พลเอกประยุทธ์จะถูกเรียกเงินหรือจะถูกฟ้องร้องหรือไม่ ข้อนี้หลายคนมองว่า นายภูมิธรรมกำลังคิดว่าจะย้อนศรกลับไปถึงพลเอกประยุทธ์ เพื่อให้ไฟเขียวให้กับน.ส.ยิ่งลักษณ์กลับประเทศหรืออย่างไร

นายสามารถ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่ต้องจับตา ไม่ใช่แค่เรื่องของการกินข้าว 10 ปี มันมีนัยยะทางการเมือง คือนายภูมิธรรมที่เอาตัวเข้าแลก เพื่อนำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับบ้านให้ได้ นายทักษิณ เป็นห่วงน้องสาว คงไม่อยากให้อยู่ต่างประเทศนาน นี่คือทางการเมือง แต่ทางประชาชน เราก็ต้องเฝ้าระวังว่า บริษัทไหนจะมาประมูลข้าวไปได้ แล้วทำเป็นข้าวถุงให้เรากิน และเราจะกินข้าวที่ถูกรมยาไปแล้ว 120 ครั้งหรือไม่ ใครจะกล้ากินก็กินไป แต่ตนคือไม่กินด้วย 

“ขอให้ประชาชนจับตาแบบไม่กระพริบตา หมายความว่า ต้องช่วยกันสอดส่องมองเป็นตาเดียว เพราะประเด็นที่ผมพูดว่ามีคนจะนำ คุณยิ่งลักษณ์จะกลับประเทศไทย วันนี้ถ้าข้าวมันไม่ได้เน่า แล้วเอาไปขายในราคาถูก คนนั้นต้องรับผิดชอบ คุณยิ่งลักษณ์ไม่ต้องรับผิดชอบ พูดง่าย ๆ ว่าโครงการจำนำข้าว รัฐไม่ได้เสียหาย แต่ปรากฏว่าผู้ที่ยึดอำนาจนั้นเอาข้าวไปขายในราคาถูก อันนี้คือปัญหา” นายสามารถ กล่าว 

‘สีหศักดิ์’ ลาออกผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวง กต. ตาม ‘ปานปรีย์’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574280

07 พ.ค. 2567

19:27 น.

‘สีหศักดิ์’ ลาออกผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวง กต. ตาม ‘ปานปรีย์’

‘สีหศักดิ์’ ลาออกผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวการต่างประเทศ ตาม ‘ปานปรีย์’ เป็นไปตามมารยาท เปิดทางให้ รมว.กต. คนใหม่ ดึงคนฝ่ายการเมืองมาช่วยงาน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ แล้ว เนื่องจากตนมารับตำแหน่งโดยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.ต่างประเทศ โดยรับปากจะมาช่วยงาน ซึ่งตอนแรกไม่ได้คิดจะรับตำแหน่งด้วย ดังนั้น เมื่อนายปานปรีย์ ลาออก โดยมารยาทจึงคิดว่า รัฐมนตรีคนใหม่น่าจะมีคนจากฝ่ายการเมืองมาช่วยงาน ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐมนตรี ได้เลือกคนมาทำงาน ซึ่งไม่มีแรงกดดัน และเป็นการตัดสินใจตามมารยาท และตนก็มีงานสอนหนังสือ และงานที่ปรึกษา จึงจะกลับไปทำงานตามเดิม

ทั้งนี้ งานสุดท้ายก่อนลาออก นายสีหศักดิ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมคณะมนตรี OECD ในระดับรัฐมนตรี ประจำปี 2567ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุม ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

เบื้องลึก ‘ทักษิณ’ นัดถกลับ ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ ดับไฟสงครามเมียนมา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574277

07 พ.ค. 2567

17:58 น.

เบื้องลึก ‘ทักษิณ’ นัดถกลับ ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ ดับไฟสงครามเมียนมา

เบื้องลึกแผนเชียงใหม่ ทักษิณ ดับไฟสงครามเมียนมา ถกลับกลุ่มชาติพันธุ์ อาสาเป็นคนกลาง ฝ่ายต่อต้านมินอ่องหล่ายกังขานายใหญ่

เจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ กลายเป็นแกนหลักแผนสันติภาพเมียนมาของทักษิณเจ้ายอดศึก ผู้นำไทใหญ่ กลายเป็นแกนหลักแผนสันติภาพเมียนมาของทักษิณ

โชว์บารมี ทักษิณ ดับไฟสงครามเมียนมา เจรจากลุ่มชาติพันธุ์ อาสาเป็นคนกลาง ฝ่ายต่อต้านมินอ่องหล่าย ยังกังขานายใหญ่เพื่อไทย

เผยข้อมูลลับ ทักษิณใช้เครือข่ายเจ๊ใหญ่ นัด 5 กลุ่มชาติพันธุ์ ถกสันติภาพที่เชียงใหม่ พบทั้งเจ้ายอดศึก และ พล.ท.บ่อจอแฮ 

สถานการณ์ในเมืองเมียวดีเงียบสงบ ไม่มีข่าวสงคราม แต่สื่อเมียนมาหลายสำนักประโคมข่าวใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร นัดพูดคุยตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่เชียงใหม่ เมื่อวันสงกรานต์ที่ผ่านมา

วันที่ 7 พ.ค.2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อกรณีทักษิณ ชินวัตร เจรจากับกลุ่มชาติพันธุ์ว่า “ผมไม่ทราบว่ามีการไปเจรจาหรือเปล่า แต่เราเอง กระทรวงต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงเอง มีการพูดคุยกับทุกกลุ่มอยู่แล้ว”

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว VOA Burmese รายงานข่าวว่า ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ได้หารือกับตัวแทนจากกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ที่ จ.เชียงใหม่ ในช่วงวันสงกรานต์

อ่านข่าวนี้แวบแรก ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทักษิณ มีความคุ้นกับนายทหาร และอดีตนายทหารเมียนมา อาทิ พล.อ.หม่องเอ และ พล.อ.ตาน ฉ่วย รวมถึง พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย

ด้วยเหตุนี้ ทักษิณจึงอาสาเป็นคนกลาง ระหว่าง SAC กับฝ่ายต่อต้าน ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์ และรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG)


สงกรานต์สันติภาพ

นับว่าการพบปะพูดคุยของทักษิณและฝ่ายต่อต้าน แบ่งเป็น 2 รอบคือ ครั้งแรก 13 เม.ย.2567 ทักษิณพบตัวแทนกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA) ,พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP) และองค์การแห่งชาติคะฉิ่น (KNO)  

ครั้งที่ 2 ทักษิณ พบกับ พล.อ.เจ้ายอดศึก ผู้นำสภาเพื่อการกอบกู้รัฐฉาน (RCSS/SSA) และตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์อีกหลายองค์กร

นอกจากนี้ ทักษิณยังได้พูดคุยกับตัวแทนสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ที่กรุงเทพฯ พร้อมกับ ซิน มา อ่อง รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ตัวแทนกลุ่มหนุนอองซาน ซูจี

มีข้อน่าสังเกต ทีมงานของทักษิณ ทำงานค่อนข้างฉุกละหุก จึงมีการเชื้อเชิญแบบผิดฝาผิดตัว อย่างกลุ่ม KNO ที่เข้าใจว่าเป็นกองทัพเอกราชคะฉิ่น(KIA) ซึ่ง KNO เป็นองค์กรการเมืองกลุ่มเล็กๆของชาวคะฉิ่น

กรณีการเชิญ พล.ท.บอ จ่อแฮ รอง ผบ.กองทัพ KNLA ไปประชุมที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นปีกการทหารของ KNU ภายหลัง จึงมีการประสานให้ประธาน KNU ไปพบทักษิณที่กรุงเทพฯ
 

กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ไว้ใจ

แหล่งข่าวในกลุ่มชาติพันธุ์เปิดเผยว่า ทักษิณอยากเห็นสันติภาพเกิดขึ้นในเมียนมา จึงขอเสนอตัวเป็นคนกลาง(Mediator) เพื่อให้ฝ่ายต่างๆ ในเมียนมาบรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ในวงประชุม ทักษิณได้นำเอกสารแบบฟอร์ม มอบอำนาจให้ตัวเองเป็นคนกลางไปให้แต่ละกลุ่มลงนามด้วย

ว่ากันว่า เรื่องเอกสารมอบอำนาจให้ทักษิณเป็นคนกลาง กลายเป็นหัวข้อการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์

1.กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ และฝ่ายต่อต้านเผด็จการทหารเมียนมา ยังไม่ทราบว่า ทักษิณจะพาพวกเขาไปในทางไหน

2.ฝ่ายต่อต้านไม่มั่นใจว่า ทักษิณเข้าใจความสลับซับซ้อนของปัญหาการสู้รบในเมียนมามากน้อยแค่ไหน

3.การเชิญตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ ดูจะรีบร้อน ไม่ได้ศึกษาว่า ใครเป็นใครในกลุ่มต่อต้าน

4.ฝ่ายต่อต้านทั้งกลุ่มชาติพันธุ์ และ NUG ไม่ประสงค์จะเจรจากับสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ในรูปแบบนี้ ไม่ต้องการเจรจาทีละกลุ่ม พวกเขาต้องการพูดคุยสันติภาพครอบคลุมทุกกลุ่มทุกชาติพันธุ์


5.กลุ่มชาติพันธุ์ที่ได้พบทักษิณ มองว่า การแก้ไขปัญหาการสู้รบในเมียนมา จะทำไม่ได้ โดยไม่มีการเข้าร่วมของกลุ่มชาติพันธุ์ทางตอนเหนือคือ ว้า(UWSA) คะฉิ่น(KIA) โกก้าง(MNDAA) อาระกัน(AA) และตะอาง(TNLA) 

เหนืออื่นใด กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่กล่าวมาข้างต้น ล้วนอยู่ใต้อาณัติของพี่ใหญ่จีนทั้งสิ้น

“พวกเรามีความวิตกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของท่านทักษิณ เพราะเราไม่อยากจะขัดใจรัฐบาลไทย ที่ทำได้เวลานี้คือ ประวิงเวลา ยังไม่มีกลุ่มใดลงนามในเอกสารที่ท่านทักษิณยื่นให้” แหล่งข่าวในพื้นที่กล่าว

นับจากนี้ไป โปรดติดตามละครเรื่องสันติภาพเมียนมา ฉบับทักษิณ จะจบลงตรงไหน และจะมีการประชุมรอบใหม่อีกหรือไม่